เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19
  พิมพ์  
อ่าน: 24004 คุยกันถึงวรรณกรรมระดับโลก
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 240  เมื่อ 17 ธ.ค. 25, 10:42

            นอกจากกาเหว่าแล้วยังมีเพชรพระอุมาที่ ทั้งแนวนิยาย,พล็อต,เส้นเรื่อง,ตัวละคร เหมือนกันกับเวอร์ชั่นตะวันตก
จนเป็นที่กล่าวถึงกันทั่วทั้งบางว่า นิยายทั้งสองมีต้นทางจากตะวันตก
            ล่าสุดดังที่ปรากฏในฟบ. มูลนิธิคึกฤทธิ์(ตามความเห็นก่อนหน้า) ก็ระบุว่าเค้าโครงเรื่องมาจากมิดวิช
            ไม่ว่าจะมองอดีตและเล่าประวัติศาสตร์ อย่างไร ส่วนตัวเลือกเล่าตามความเป็นไป,ความเป็นจริง(ซึ่งบางครั้งก็พิสูจน์
ทราบยาก) แล้วมองด้วยใจเป็นกลาง ไม่ยินดี,ยินร้าย ใจเป็นอุเบกขา


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 241  เมื่อ 17 ธ.ค. 25, 18:35

เท่าที่นึกออก ยังมีอีก ๒ เรื่องซึ่ง น่าจะ มีที่มาลักษณะเดียวกับ กาเหว่าที่บางเพลง

นักเขียนที่ชื่นชมผลงานของคอเรลลี (แต่ไม่เปิดเผย)
จนถึงนำมาเป็นต้นฉบับแต่งนิยาย 'เงา' และ 'พิษสวาท' จนโด่งดัง คือ โรสลาเรน หรือ ทมยันตี

เงา        -  The Sorrows of Satan
พิษสวาท  -  Ziska: The Problem of a Wicked Soul

ทั้งสองเรื่องถูกทำให้เป็นไทยเช่นเดียวกัน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 242  เมื่อ 18 ธ.ค. 25, 13:33

    คุณเพ็ญชมพูอ่านกระทู้นี้ดูก่อนนะคะ แล้วค่อยตัดสินใจ
https://pantip.com/topic/34538111

    (ถ้ายืนยันคำเดิมก็ไม่ว่ากันเน้อ  ยิงฟันยิ้ม)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 243  เมื่อ 18 ธ.ค. 25, 14:09

      กฎหมายลิขสิทธิ์มีไว้เพืื่อคุ้มครองผู้ผลิตงานสร้างสรรค์   ในยุคที่งานสร้างสรรค์มีค่าและราคาเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นๆ      ถ้าจะมองในแง่นี้แง่เดียวว่า หนังสือเล่มไหนผลิตมาแล้ว มีคน "ลอก" หรือ "เลียน" เอาไปสร้างรายได้ให้ตัวเอง  ย่อมผิดกฎหมายข้อนี้
      แต่มันก็มีคำอื่น เช่นแรงบันดาลใจ
      ถ้าคุณหมอทั้งสองอ่านโรมิโอและจูเลียต(สมมุติว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในความคุ้มครองของลิขสิทธิ์) แล้วคันไม้คันมือ อยากจะเขียนใหม่ให้ถูกใจ   เพราะอ่านของเชกสเปียร์แล้ว มองเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เห็นเหตุผลที่ควรจบแบบตาย   ถ้าสองคนนี่เกิดในประเทศไทยละก็  รับรองไม่มีใครตาย 
     ว่าแล้วก็ลงมือเขียนทันที  เปลี่ยนเวโรน่าเป็นจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแถวๆภาคกลาง    เปลี่ยนตระกูลผู้ดีเก่าของอิตาลีมาเป็นประธานอบต. 2 คน   ไม่ถูกกันอย่างแรง เพราะเชียร์พรรคการเมืองคนละพรรค  ลูกหลานเป็นเด็กแว้นซ์พลอยเกลียดกันไปด้วย
     ปรากฏว่าในงานวัดที่ฝ่ายหนึ่งจัด  พระเอกที่เป็นลูกชายของอีกฝ่ายหนึ่งแอบเข้ามาร่วมงาน เกิดเจอลูกสาวเจ้าของงาน   ปิ๊งกันในพริบตา    ตัดสินใจเตรียมหนีไปด้วยกัน จากนั้นหนีกันไปจริงๆ
     พ่อแม่แต่ละฝ่ายตัดเป็นตัดตายลูกสาวลูกชาย     ผ่านมา 1 ปีได้ข่าวว่าลูกสาวคลอดลูก     หลังจากนั้นพ่อแม่เด็กอุ้มลูกมาหายาย จากนั้นไปหาย่า   ย่ากับยายดีใจได้หลาน  เลยบังคับสามีให้ยกโทษให้ลูก
     ปู่กับตาอ่อนข้อลงเมื่อเห็นหน้าหลาน เลยคืนดีกัน
     เจ้าของเรื่องรับว่าเขียนขึ้นหลังจากอ่านโรมิโอและจูเลียต   แล้วเกิดอยากรู้ว่าถ้าจะจบแฮปปี้เอนดิ้งต้องเขียนยังไงแบบไหน   
     แบบนี้ เชกสเปียร์จะฟ้องเจ้าของเรื่องว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้ไหม?
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 244  เมื่อ 18 ธ.ค. 25, 18:35

คุณเพ็ญชมพูอ่านกระทู้นี้ดูก่อนนะคะ แล้วค่อยตัดสินใจ
https://pantip.com/topic/34538111

เรื่องที่ท่านอาจารย์ใหญ่เล่า น่าจะ เชื่อถือได้มากกว่า

ทมยันตีได้ใช้วิธีดัดแปลงนวนิยายของมารี คอเรลลี โดยไม่เอ่ยถึงที่มาอีกครั้งหนึ่งใน "พิษสวาท" ซึ่งดัดแปลงมาจาก Ziska ฉบับแปลชื่อ "กงเกวียน" ของ "อมราวดี" ในเรื่องนี้ แทนที่จะเป็นฉากของประเทศอียิปต์ ก็เบ็นกรุงเทพมหานครแทน โดยเกี่ยวโยงกลับไปถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย แทนที่จะเบ็นอียิปต์ในยุคโบราณ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน แต่เปลี่ยนแปลงตอนจบให้เบ็นการจบที่สอดคล้องกับคติทางพุทธศาสนาว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

เรื่องนี้ จะด้วยความเข้าใจผิด หรือเบ็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็ตาม เมื่อนำไปเบ็นละครโทรทัศน์ ได้มีการอ้างว่ามาจากเรื่องจริง และวิญญาณของอุบลนั้นมีตัวตนอยู่จริง จนปัจจุบันนี้ ผู้แสดงเป็นสโรชินีหรืออุบล อันได้แก่ รัชนู บุญชูดวง*  ถึงกับให้สัมภาษณ์ว่า ฝันเห็นวิญญาณของอุบลมาปรากฏกายในลักษณะสตรีไทยโบราณ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ในเรื่องนี้ไม่ปรากฏว่า "ทมยันตี" ให้สัมภาษณ์ในทำนองชี้แจงว่ามีข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหนและไม่เคยเอ่ยถึง Ziska หรือ "กงเกวียน" เลยว่าเป็นที่มาของ "พิษสวาท"

* ละครออกอากาศทาง ช่อง ๓ พ.ศ. ๒๕๒๔

จาก มารี คอเรลลี กับนวนิยายและเรื่องสั้นของไทย หน้า ๑๒๐-๑๒๑
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 245  เมื่อ 18 ธ.ค. 25, 19:47

    เรียนคุณเพ็ญชมพู
    โปรดอ่านกระทู้นี้ประกอบด้วยค่ะ
https://pantip.com/topic/34043748
    จากนั้นจะเลือกเชื่ออย่างไหนก็แล้วแต่สมัครใจ   
    อย่างไรก็ตาม  งานของมารี คอเรลลี พ้นระยะเวลาลิขสิทธิ์แล้ว    สามารถนำไปแปล  ลอกเลียน ดัดแปลงได้  โดยไม่ผิดกฎหมาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 246  เมื่อ 18 ธ.ค. 25, 19:48

  ต่อไป ใครอยากฟังเรื่องไหนอีกคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 247  เมื่อ 19 ธ.ค. 25, 20:43

ถ้าเลือกไม่ได้   ดิฉันขอเสนอวรรณกรรมระดับบิ๊กของอเมริกาที่ได้ทั้งเงินและกล่อง 
Gone with the Wind  หรือ วิมานลอย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 248  เมื่อ 20 ธ.ค. 25, 10:19

           (นอกจากหนังโรงสองรอบแล้ว)  เคยอ่าน วิมานลอย โดย รอย โรจนานนท์
ซึ่งน่าจะเป็นนิยายขนาดยาวที่สุดเท่าที่เคยอ่าน แต่ไม่รู้สึกว่ายาวนานเลย เล่มที่อ่านเป็นเล่มบางปกแข็งราว 7-8 เล่มจบ
ขององค์การค้าคุรุสภา ราคาเล่มละประมาณสิบบาท
           - นามปากกาของ ศ. คุณหญิง แม้นมาส ชวลิต แปลและตีพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2486
             ส่วนต้นฉบับเมกาจะมีอายุ 90 ปี ในปีหน้านี้
             เกียรติประวัติของ อ.แม้นมาส หาอ่านได้ในเน็ท ครับ

https://www.nlt.go.th/service/1552-ทีฆายุวัฒนมงคล-100-ปี-ศาสตราจารย์พิเศษ-คุณหญิงแม้นมาส-ชวลิต

            ส่วนที่น่าสนใจพบว่า คุณชาย ชวลิต (ประชา อัตตธร) (๑๕ ส.ค. ๒๔๖๑ - ๒๕๐๓ ?)
- ผู้แปล เพื่อนยาก ของ จอห์น สไตน์เบ็ก สำนวนแรก (พิมพ์ปี ๒๕๑๓), ท่านคือ
- สามีของ ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต
- บิดาของ ดารกา วงศ์ศิริ ศิลปินผู้เขียนบทละครเวทีคุณภาพมากมายยาวนาน

https://pantip.com/topic/37960309   


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 249  เมื่อ 20 ธ.ค. 25, 11:21

    ขอปูพื้นถึงวรรณกรรมระดับนางพญายักษ์ Gone with the Wind
    ผู้แต่งชื่อ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ เป็นชาวเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียซึ่งเป็นรัฐทางใต้ของอเมริกา   ใช้ฉากพื้นหลังในรัฐจอร์เจีย  เรื่องราวย้อนหลังไปในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกาและยุคฟื้นฟูบูรณะประเทศหลังสงครามจบลง
     เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1936 (พ.ศ. 2479)  พอออกสู่สายตาก็ฮิททันที   เป็นนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งของอเมริกาในปี 1936 และ 1937
   ผลจากการประเมินวรรณกรรมยอดนิยมของแฮร์ริสเมื่อปี 2014   เรื่องนี้ติดอันดับ 1 ในความนิยมของผู้อ่านชาวอเมริกัน  แซงหน้าทั้งของจอห์น สไตน์เบคและเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์     จะเป็นรองก็แต่พระคัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น
   เนื้อเรื่องบรรยายถึงชีวิตของตัวละครเอก ชื่อสการ์เล็ตต์ โอฮารา ลูกสาวเศรษฐีเจ้าของไร่ฝ้ายในรัฐจอร์เจีย เธอมีชะตากรรมพลิกผันจากเศรษฐีเป็นยาจกในพริบตาเดียวเมื่อกองทัพฝ่ายใต้พ่ายแพ้    ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อการอยู่รอดในสังคมใหม่  พร้อมกับเรียนรู้การเติบโตในชีวิตไปพร้อมๆกัน     
 
     นวนิยายเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดในปี 1939 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และยังได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 12 อีกด้วย   ดาราที่แสดงในเรื่องนี้กลายเป็นอมตะไปตามๆกัน0
   แต่ก็น่าเสียดาย ที่สวรรค์ให้เวลามาร์กาเร็ต มิตเชลล์น้อยไป    เธอเขียนนวนิยายได้เรื่องเดียว  ยังไม่ทันเขียนเรื่องที่สอง ก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ที่ขับมาเร็ว ชนในเมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นเมืองเกิดของเธอ จนเสียชีวิต   อายุเพียง 48 ปี


บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 250  เมื่อ 20 ธ.ค. 25, 15:19

    ขอปูพื้นถึงวรรณกรรมระดับนางพญายักษ์ Gone with the Wind
    ผู้แต่งชื่อ มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ เป็นชาวเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียซึ่งเป็นรัฐทางใต้ของอเมริกา   ใช้ฉากพื้นหลังในรัฐจอร์เจีย  เรื่องราวย้อนหลังไปในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกาและยุคฟื้นฟูบูรณะประเทศหลังสงครามจบลง
     เรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1936 (พ.ศ. 2479)  พอออกสู่สายตาก็ฮิททันที   เป็นนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งของอเมริกาในปี 1936 และ 1937
   ผลจากการประเมินวรรณกรรมยอดนิยมของแฮร์ริสเมื่อปี 2014   เรื่องนี้ติดอันดับ 1 ในความนิยมของผู้อ่านชาวอเมริกัน  แซงหน้าทั้งของจอห์น สไตน์เบคและเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์     จะเป็นรองก็แต่พระคัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น
   เนื้อเรื่องบรรยายถึงชีวิตของตัวละครเอก ชื่อสการ์เล็ตต์ โอฮารา ลูกสาวเศรษฐีเจ้าของไร่ฝ้ายในรัฐจอร์เจีย เธอมีชะตากรรมพลิกผันจากเศรษฐีเป็นยาจกในพริบตาเดียวเมื่อกองทัพฝ่ายใต้พ่ายแพ้    ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อการอยู่รอดในสังคมใหม่  พร้อมกับเรียนรู้การเติบโตในชีวิตไปพร้อมๆกัน     
 
     นวนิยายเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดในปี 1939 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และยังได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 12 อีกด้วย   ดาราที่แสดงในเรื่องนี้กลายเป็นอมตะไปตามๆกัน0
   แต่ก็น่าเสียดาย ที่สวรรค์ให้เวลามาร์กาเร็ต มิตเชลล์น้อยไป    เธอเขียนนวนิยายได้เรื่องเดียว  ยังไม่ทันเขียนเรื่องที่สอง ก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ที่ขับมาเร็ว ชนในเมืองแอตแลนตา ซึ่งเป็นเมืองเกิดของเธอ จนเสียชีวิต   อายุเพียง 48 ปี

งานปฐมทัศน์หนัง Gone With the Wind ที่เมือง Atlanta เมื่อ 15 ธ.ค. 1939


(Margaret Mitchell ที่ 2.50)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 251  เมื่อ 20 ธ.ค. 25, 17:43

     เชิญมาดูภูมิหลังของประวัติศาสตร์อเมริกา อันเป็นที่มาของนวนิยายเรื่องนี้
     ในยุคหนึ่งร้อยกว่าปีมานี้   อเมริกาแบ่งแบบไม่เป็นทางการเป็นกลุ่มรัฐทางเหนือกับกลุ่มรัฐทางใต้    มีรัฐบาลกลางอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.   แม้ว่าเป็นพลเมืองอเมริกันเหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมผิดกัน    
     กลุ่มรัฐทางเหนือเติบโตด้านระบบอุตสาหกรรม (Industrialization) รวยจากโรงงานจำนวนมาก  สร้างผลิตผลจากเครื่องจักร    ต้องการภาษีศุลกากรสูงเพื่อปกป้องสินค้าในประเทศ    ส่วนกลุ่มรัฐทางใต้รวยขึ้นมาจากเกษตรกรรม   เน้นส่งออกผลิตผลการเกษตรอย่างฝ้าย น้ำตาล ไปยุโรป จึงต้องการการค้าเสรีและภาษี
     ปัญหาหลักอีกอย่างที่คาราคาซังมานานตั้งแต่ตั้งประเทศ คือปัญหาทาส    แม้อเมริกาประกาศโครมๆ ชูธงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน  แต่นั่นก็คือเสรีภาพจากการไม่เป็นอาณานิคมของยุโรปอีก   หาใช่เสรีภาพทางผิวของประชาชนไม่  
     รัฐทางเหนือยกเลิกระบบทาส    เพราะมองว่าการมีทาสเป็นเรื่องผิดศีลธรรมและขัดต่อความเป็นมนุษย์ด้วยกัน   แม้ว่าคนดำในรัฐทางเหนือจะได้รับการปฏิบัติด้อยกว่าคนขาว  แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ทาส   เป็นแค่กรรมกรแรงงาน ส่วนใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรม   ผิดกับรัฐทางใต้ที่ต้องยึดระบบทาสเอาไว้สุดฤทธิ์สุดเดช  เพราะต้องอาศัยแรงงานมหาศาลของคนเหล่านี้ในการทำเกษตรกรรม    คือมีนายมีบ่าว  มีการซื้อขายทาส  และลงโทษได้ตามแต่เห็นควร  
    รัฐทางใต้เติบโตมาด้วยความอุดมสมบูรณ์ เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของตนเอง  เห็นว่าแต่ละรัฐมีอำนาจตัดสินใจของตนเองได้   ไม่ต้องพึ่งพาคำสั่งรัฐบาลกลาง (Federal Government)   ถ้าหากว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกไม่ควร ทำให้รัฐทางใต้เสียหาย  พวกเขาก็พร้อมจะถอนตัวออกจากสหภาพ  มาสถาปนาประเทศของตนเอง  
    จุดระเบิดเกิดขึ้นเมื่ออับราฮัม ลินคอล์นจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีนโยบายต่อต้านการขยายตัวของระบบทาส  ชนะการเลือกตั้งในปี 1860 รัฐทางใต้ก็เห็นว่าภัยของการเลิกทาสมาจ่อคอหอยแน่ๆแล้ว   จึงหมดความต้องการจะขึ้นกับรัฐบาลกลาง   เริ่มประกาศแยกตัวทันที
    การแยกตัวนั้นไม่ใช่ประกาศเฉยๆ แต่หมายถึงการทำสงครามแยกดินแดนออกมา
    นี่คือสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 252  เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 13:27

     บทแรกของนวนิยายเริ่มต้นที่คฤหาสน์ทารา  ในรัฐจอร์เจีย เมื่อค.ศ. 1861 ของเศรษฐีเจ้าของไร่ฝ้ายกว้างใหญ่ไพศาล มีทาสผิวดำมากมาย    เปิดฉากที่สาวสวยรวยเสน่ห์ชื่อสการ์เล็ต โอฮารา   ลูกสาวคนโตของบ้าน   เช่นเดียวกับคุณหนูท้ังหลาย  สการ์เล็ตเป็นผู้หญิงดื้อรั้น เอาแต่ใจ  ชอบโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มๆมารุมล้อม   แต่ชายเดียวที่เธอหลงรักคือ แอชลีย์ วิลค์ส   หนุ่มลูกผู้ดีเก่าฐานะร่ำรวยเช่นเดียวกัน    แอชลีย์เป็นสุภาพบุรุษ  มีอุดมคติสูงส่ง สมเป็นชายในฝันทุกอย่าง
      ทั้งสองสนิทกันมานาน แม้แอชลีย์ดีกับสการ์เล็ตมาก แต่เขาก็กลับไปตกลงใจจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนคือเมลานี แฮมิลตัน
    ด้วยความผิดหวังแสนสาหัส   สการ์เล็ตประชดชีวิตด้วยการตัดสินใจปุบปับแต่งงานกับชาร์ลส์ แฮมิลตัน (พี่ชายของเมลานี) ทั้งที่ไม่ได้รักแม้แต่น้อย    เพียงแต่ทำลงไปด้วยทิฐิมานะว่า 'ในเมื่อคุณไม่เห็นค่าของฉันมากพอจะแต่งงานกับฉัน  ฉันก็หาคนอื่นมาแต่งด้วยได้"   
    ในระยะเวลาสั้นๆจากนั้น  สงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือกับใต้ปะทุขึ้น ชาร์ลส์ลาจากไปรบ แล้วตายในสนามรบ    ทิ้งลูกชายไว้ให้ดูต่างหน้าหนึ่งคน (ในหนังไม่มีตัวละครนี้)
    สงครามทำให้ชีวิตของสการ์เล็ตพลิกผันไปหมด   เธอย้ายไปอยู่เมืองแอตแลนตากับเมลานี    ที่นี่ได้พบกับ เร็ตต์ บัตเลอร์  ชายผู้มีชื่อเสียงอื้อฉาวติดตัวจนไม่มีสตรีคนไหนอยากคบด้วย    เร็ตต์ถูกใจในตัวแม่ม่ายสาวทันทีที่พบ  เขามองเห็นเนื้อแท้ของความหย่ิงผยอง เอาแต่ใจ แต่ก็เห็นความแข็งแกร่งผิดกับผู้หญิงอื่น  แต่สการ์เล็ตไม่ได้ไยดีเขาเลย
    กองทัพฝ่ายเหนือรุกคืบหน้าเข้ามาถึงเมืืองแอตแลนดา  เผาทั้งเมืองจนกลายเป็นทะเลเพลิง  สการ์เล็ตจำต้องเป็นคนทำคลอดให้เมลานีท่ามกลางเสียงระเบิด  ก่อนจะพาเมลานีและลูกน้อยหนีตายกลับไปยังไร่ทาราด้วยความช่วยเหลือจากเร็ตต์
    คฤหาสน์ทาราทรุดโทรมเกือบไม่เหลือซาก  เธอพบว่าแม่เสียชีวิต พ่อกลายเป็นคนเสียสติ    ไร่ทาราถูกปล้นสะดมจนหมดสิ้น  ฐานะของครอบครัวตกต่ำลงถึงเลขศูนย์   จากร่ำรวยมาเป็นอดอยากไม่มีกิน
     ณ จุดนี้เอง   สการ์เล็ตประกาศคำสัตย์ปฏิญาณ (ซึ่งต่อมาเป็นจุดเด่นของเรื่อง) ว่า "เธอจะไม่มีวันยอมให้ชีวิตหิวโหยขาดแคลนหิวอีกต่อไป"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 253  เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 14:20

    รัฐทางใต้ที่เคยร่ำรวยจากการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม ต้องล่มสลายหลังพา่ยแพ้ในสงครามกลางเมือง   กลายเป็นพื้นที่ยากจน  แบกหนี้ไว้จนหลังแอ่น ในยุคที่เรียกว่ายุคฟื้นฟู ( Reconstruction) เพราะรัฐบาลจากฝ่ายเหนือเข้ามาจัดระเบียบการเมืองทางใต้เสียใหม่    มีการส่งข้าราชการและนักธุรกิจจากฝ่ายเหนือ (Carpetbaggers) ลงมาควบคุม    ทำให้คนใต้เดิมรู้สึกถูกกดขี่และสูญเสียเอกราชในการปกครองตนเอง
    บัดนี้ ตระกูลเก่าแก่ที่เคยมีเกียรติ มีเงิน ไม่ว่าตระกูลโอฮาร่า หรือตระกูลของแอชลีย์  วิลคส์)ยากจนล้มละลายไปตามๆกัน     ส่วนทางคฤหาสน์ทารา   สการ์เล็ตปรับตัวเข้ากับสภาพใหม่  และยอมทิ้งอุดมการณ์เดิม เพื่อจะรอดชีวิตและสร้างฐานะขึ้นมาใหม่
     จากชีวิตลูกสาวเศรษฐีมีข้าทาสบริวาร จนไม่ต้องกระดิกตัว  แม้แต่สวมเสื้อกระโปรงก็มีทาสคอยช่วย มาเป็นหญิงที่ต้องทำงานหนักสารพัดอย่างเยี่ยงทาส   เพื่อรักษาไร่ทาราเอาไว้    สการ์เล็ตทำได้ทุกอย่าง  ถึงขั้นฆ่าทหารฝ่ายเหนือที่บุกมาปล้นทรัพย์สินที่คฤหาสน์     แต่เงินทองก็ยังขาดแคลนแทบไม่พอใส่ปากท้องอยู่นั่นเอง
    เพื่อหาเงินมาเสียภาษีที่ดิน จะได้รักษาทาราไว้  สการ์เล็ตตัดสินใจแย่ง แฟรงก์ เคนเนดี้ คู่หมั้นของน้องสาวมาแต่งงานกับเธอแทน     ด้วยเหตุผลเดียวคือเขารวยในฐานะเจ้าของร้านค้าและโรงไม้
    สการ์เล็ตผันตัวเองเป็นนักธุรกิจหญิง เก่งกาจแต่เค็มและงกเงิน     เธอมีลูกสาวกับแฟรงก์อีกหนึ่งคนชื่อเอลล่า ลอรีนา  (ในหนังไม่มีตัวละครนี้เช่นกัน)
      ครั้งหนึ่ง สการ์เล็ตถูกพวกทาสผิวดำที่ได้รับอิสระ มาปล้นและพยายามข่มขืน   แฟรงก์สามีของเธอเข้าร่วมขบวนการ KKK (Ku Klux Klan หมายถึงขบวนการลับที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านคนผิวดำ) เพื่อแก้แค้นและปกป้องเกียรติของสการ์เล็ต   แต่เขาพลาดท่าถูกทหารฝ่ายเหนือที่ปราบปรามขบวนการนี้ ยิงเข้าศีรษะเสียชีวิต   เธอจึงกลายเป็นแม่ม่ายเป็นครั้งที่สอง
    คนที่ปรับตัวเก่งอีกคนหนึ่งคือเร็ตต์ บัตเลอร์   การทำธุรกิจกับกลุ่มทางเหนือที่เขา้มายึดครองรัฐทางใต้ อย่างได้จังหวะเวลาพอดี    ทำให้เขามั่งคั่งขึ้นมาระดับมหาเศรษฐี    ในเมื่อเร็ตต์รักสการ์เล็ตมานานแล้ว  เธอจึงตกลงแต่งงานกับเขา     จนมีลูกสาวด้วยกันคือ บอนนี บลู บัตเลอร์   เร็ตต์รักลูกสาวมาก    พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สังคมเชิดชูลูกสาวเขา    ส่วนความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็ยังสั่นคลอน   เพราะสการ์เล็ตยังคงฝังใจกับแอชลีย์  ไม่ใช่สามี    แม้ว่าเขาพยายามอดทนและเข้าใจเธอก็ตาม   
     เร็ตต์ก็เป็นผู้ชาย "แรง" ในด้านประชดประชัน  แข็งกร้าวและไม่อ่อนหวานกับภรรยา   แม้ว่าเขารักสการ์เล็ตด้วยใจจริง    ส่วนสการ์เล็ตก็เป็นผู้หญิงที่เชื่อมั่นในตนเอง ไม่โอนอ่อนผ่อนตามใคร   ทั้งคู่จึงไม่สามารถปรับตัวเข้ากันได้จนแล้วจนรอด
     ต่อมาหนูน้อยบอนนีประสบอุบัติเหตุตกม้าเสียชีวิต    ตามมาด้วยเมลานีเสียชีวิตจากการแท้งลูกคนที่สอง   แอชลีย์เศร้าโศกเสียใจมาก   เขาหันมาหาสการ์เล็ตเป็นที่พึ่งในยามวิปโยค    ในตอนนั้นเอง สการ์เล็ตถึงเพิ่งเห็นตัวตนความอ่อนแอของแอชลีย์    ถ้าเธอตกลงอยู่กับเขา เธอก็จะเป็นได้เพียงคนดูแลคนใหม่ต่อจากเมลานี   แอชลีย์คือผู้ชายอ่อนแอ  ที่ต้องยึดผู้หญิงข้างกายไว้พึ่งพาตลอด   ไม่ใช่ชายในฝันอย่างที่เธอสร้างจินตนาการมาตลอด
    ผู้ชายที่เธอรักและควรคู่กับเธอคือเร็ตต์ต่างหาก
บันทึกการเข้า
superboy
สุครีพ
******
ตอบ: 839


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 254  เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 20:21

เนื้อเรื่องสนุกมากครับอาจารย์
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.13 วินาที กับ 16 คำสั่ง