เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
อ่าน: 12574 คุยกันถึงวรรณกรรมระดับโลก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 22 พ.ย. 25, 10:10

ไปเจอภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่พากย์ภาษาอิตาเลียน    ถ้ารู้เนื้อเรื่องแล้วคงพอเดาได้นะคะ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 22 พ.ย. 25, 12:35

        เรื่องเล่ารักเศร้าสามคนผ่านตาคนที่สี่เป็นหลัก ไม่ได้ฟังบรรยายความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนอย่างละเอียด
ตัดสินตามการกระทำที่เห็นเป็นหลัก ว่าตามเกณฑ์ศีลธรรม คือ ผิด เพราะนอกใจ(ยังไม่นอกกาย)
        เมื่อแนวทางนิยายที่เล่าเรื่องความผิดชนิดนี้ คือ ตัวเอกทั้งสองมักต้องรับโทษ,ไม่ได้ครองสุขดังหวัง
เรื่องของโฟรม ก็ต้องรับโทษ แต่กลับเป็นบทลงโทษที่รุนแรงยิ่งกว่าเรื่องอื่นซึ่งทั้งนอกใจและกายจึงให้ตายจบไป
เรื่องนี้นอกเพียงใจจึงยังไม่ถึงตายแต่ลดลงเป็นโทษพิการ ที่ทรมานยาวนานกว่าโทษตาย - เป็นตลกร้ายที่โหด
จนขำไม่ออก และผู้ที่น่าสงสารที่สุดคือภรรยาเดิม ที่วันๆ จะวนถามตัวเองกี่รอบว่า What have I done to deserve this?
        หากเรื่องเล่าลึกถึงเหตุประกอบ,ความทุกข์ทรมานของสองคนท่วมท้นจนเห็นใจในความรักที่มีคุณค่ามากกว่าแรงกิเลส
แล้วลงท้ายด้วยความตายอย่างเช่น The English Patient คนอ่านก็จะรู้สึกสงสารและอาจมองข้ามความผิดไปได้บ้าง หรือ
Bridges of Madison County ที่คนอ่านยกย่องต้อนรับการกลับใจของป้า ไม่เลือกไปเสพสุขจากความรักแห่งชีวิตของตน
โดยทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 22 พ.ย. 25, 13:16

    รักสามเส้าระหว่างหนึ่งชายสองหญิง หรือหนึ่งหญิงสองชาย เป็นแนวเรื่องแพร่หลายพอๆกับแนวพาฝันซินเดอเรลลากับเจ้าชายก็ว่าได้  นักเขียนโดยเฉพาะนักเขียนสตรีทั้งไทยและเทศ ได้ทั้งเงินและกล่องจากแนวนี้กันมานับไม่ถ้วน    ส่วนใหญ่คนอ่านก็พอเดาได้ว่า ต้องจบลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คือทิ้งคนเก่ามาเริ่มต้นกับคนใหม่  หรือเลิกคนใหม่กลับไปคืนรังกับคนเก่า   หรืออย่างที่สามคือเจ๊ากันไปทุกฝ่าย   ต้องเลิกทั้งคนเก่าคนใหม่ 
    การเขียนถึงแนวที่คนอ่านรู้จักกันดีแล้ว เป็นการท้าทายฝีมือนักเขียนว่าจะ "แหวก" ธรรมเนียมเก่ามาให้คนอ่านประทับใจได้อย่างไร    เพราะแนวซ้ำซากแบบนี้ เรียกเสียง "ยี้" จากคนอ่านที่ต้องการอะไรใหม่ๆ ให้ได้ยินอยู่แล้ว
    คุณป้าอีดิธของเรา เป็นนักเขียนมีฝีมือสมกับได้รางวัลพูลิตเซอร์มาครอง    เธอไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาใหม่แบบโลกไม่รู้จัก แต่เธอเอาของเก่าที่โลกรู้จักมาทำใหม่ไม่ให้ซ้ำของเก่า      เรื่องนี้คือตัวอย่าง
     อีธาน พระเอกของเรื่องจะว่าเป็นผู้ชายดีก็ไม่เชิง แต่เลวก็ไม่ใช่    เขาคือผู้ชายธรรมดาๆที่ตกอยู่ในกรงขังของชีวิตคู่ที่แห้งแล้งซังกะตาย   เมื่อมีเจอหญิงสาวผู้ทำให้สดใสกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอีกครั้ง  ใจก็โผไปทางใหม่ 100 %   แต่สังคมสมัยนั้นไม่อนุญาตให้ผู้ชายทิ้งภาระรับผิดชอบไปง่ายๆ   คำว่า " เสรีภาพส่วนตัว" เป็นอะไรที่โลกเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนไม่รู้จัก     สังคมรู้จักแต่ "หน้าที่"   เมื่อคุณเป็นสามี  เป็นพ่อ  เป็นลูก เป็นครู เป็นนักเรียน  คุณต้องทำตามหน้าที่ที่เป็นอยู่  ทั้งนี้เพื่อให้สังคมดำเนินไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย  ไม่เกิดความระส่ำระสายอย่างที่จะเป็น  หากว่าทุกคนทำตามใจตัวเองฝ่ายเดียว
     หนึ่งร้อยกว่าปีให้หลัง   สังคมถือความต้องการส่วนตัวเป็นหลัก    ถ้าแต่งงานแล้วไม่สุขก็เลิก      ถ้ารักกันแล้วก็อยู่ด้วยกัน  ทิ้งพันธะเก่ามาเริ่มต้นใหม่
      แต่อิดิธ วอตันไม่ได้มองโลกด้วยสายตาเก่าหรือใหม่    เธอมองโลกด้วยคำถามว่า "ถ้าคุณตามใจตัวเองได้สำเร็จ   แน่ใจนะว่ามันนำความสุขมาให้จริงๆ?"
      รักสามเส้าในเรื่องจึงจบลงด้วยความสมปรารถนาของอีธานและแมตตี้   ทั้งคู่ก็ได้อยู่ด้วยกันใต้ชายคาเดียวกันจริงๆ  เขาเองก็ไม่ถูกชาวบ้านประณามว่าทิ้งเมียหนีไปกับเมียน้อย   แมตตี้เองก็ได้อยู่กับผัวชาวบ้านโดยเมียไม่ขัดขวาง แถมยังช่วยดูแล
      แต่...ความสมหวังแบบนี้ มีราคาแพงมากที่ต้องจ่าย   คือจ่ายด้วยนรกทั้งเป็น (ดูฉากท้ายๆในหนังจะเห็นภาพค่ะ)
      สารของอีดิธคือ เธอเข้าใจอารมณ์ของอีธานและแมตตี้  จึงไม่มีตอนไหนเลยที่เธอประณามหยามเหยียดความรักของคนคู่นี้   แต่เธอไม่ใช่นักเขียนที่เสนอทางเลือกว่าควรเอาเมียหลวงหรือเมียน้อย   ควรเลือกคนรักเก่าหรือคนรักใหม่   แต่เธอมาด้วยคำตอบว่า
    " ฉันเข้าใจความรักของคุณสองคน   แต่ความเข้าใจไม่ได้หมายความว่าฉันสนับสนุน"
    เพราะฉะนั้น  อีดิธก็เลยจบแบบที่ไม่มีใครคิด   และวิธีคิดแบบนี้ทำให้งานชิ้นนี้ถือกันว่าเป็นงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของเธอ นอกเหนือจาก The Age of Innocence. 
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 23 พ.ย. 25, 09:57

คั่นรายการ ครับ

         ย้อนไป คัฟคา นักเขียนชายซึมเศร้า ทุกข์ใจและกาย,ตายจากโรคทางกาย หันไปฝ่ายนักเขียนหญิงซึมเศร้าใจแต่กายไม่ป่วย
เธอเลือกจบชีวิตสองคน - Virginia Woolf และ Sylvia Plath คนแรกเขียนงานชิ้นเอกช่วงพักใจสงบจากอาการซึมเศร้าเรื้อรัง
คนหลังทิ้งงานชิ้นเอกไว้ให้โลกก่อนปลิดชีพ 5 เดือน และ 6 วันก่อนจากยังฝากงานร้อยกรองไว้สองชิ้น  

         รันทดหมดหวังกับเรื่องแต่ง,เรื่องจริงของคัฟคาแล้ว ขออนุญาตคั่นรายการด้วย fanfiction ที่แต่งแต้มสีสดใสในสีมืดมน

Kafka and the Doll

มีหลายคลิป,เลือกคลิปสั้นๆ

                

          เป็นเรื่องแต่งต่อเติมเรื่องจริง เขาว่าเริ่มมาจาก Dora Diamant คู่รักคนสุดท้ายที่ใช้ชีวิตร่วมทุกข์กันในเบอร์ลิน เล่าว่า
          เหตุเกิดในสวนสาธารณะ ฤดูใบไม้ร่วงปี 1923 ก่อนคัฟคาจากไปในปีต่อมา เขาพบเด็กหญิงนั่งเศร้าสร้อยเพราะตุ๊กตา
เพื่อนรักหายไป หลังจากช่วยกันตามหาแต่ไม่พบ เขาจึงบอกว่า ตุ๊กตาออกเดินทางท่องโลกกว้าง พร้อมกับนำจดหมายจากตุ๊กตา
ที่เขาเขียนเองมามอบให้เด็กน้อยในวันต่อๆ มา
          เรื่องราวแบบนี้ เป็นที่นิยมชมชอบของผู้อ่าน โดยเฉพาะข้อความตอนท้าย ที่ไม่พบเอกสารยืนยันว่าคัฟคาเป็นคนเขียน
          Everything you love will probably be lost, but in the end, love will return in another way.
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 23 พ.ย. 25, 12:43

          ภาพยนตร์เรื่อง Franz Kafka ออกฉายเมื่อ กันยา 2025 ผลงานกำกับโดยผกก.หญิงชื่อดัง Agnieszka Holland
(ผลงานสร้างชื่อ เช่น Europa Europa และ The Secret Garden) ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของโปแลนด์เข้าชิง
ออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ

คลิปตัวอย่าง 2 แบบ

   

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 23 พ.ย. 25, 19:23

        ย้อนไป คัฟคา นักเขียนชายซึมเศร้า ทุกข์ใจและกาย,ตายจากโรคทางกาย หันไปฝ่ายนักเขียนหญิงซึมเศร้าใจแต่กายไม่ป่วย
เธอเลือกจบชีวิตสองคน - Virginia Woolf และ Sylvia Plath คนแรกเขียนงานชิ้นเอกช่วงพักใจสงบจากอาการซึมเศร้าเรื้อรัง
คนหลังทิ้งงานชิ้นเอกไว้ให้โลกก่อนปลิดชีพ 5 เดือน และ 6 วันก่อนจากยังฝากงานร้อยกรองไว้สองชิ้น          
       เคยเรียนงานของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ และซิลเวีย เพลธ ในชั้นเรียนค่ะ    แต่ตอนนั้นมัวสยองกับวิธีจบชีวิตของผู้มีพรสวรรค์ทั้งสองคน จนไม่อยากอ่านงานของเธอ   
        คนหนึ่งเอาก้อนหินหนักๆถ่วงกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะเดินลงน้ำไป ไม่ยอมให้ตัวเองได้โผล่ขึ้นมาอีก
       ส่วนอีกคนปิดประตูหน้าต่างแน่น เอาผ้าอุดไม่ให้อากาศในห้องรั่วออกไป   แล้วเปิดเตาอบที่ใช้แก๊ส  เอาหัวมุดเข้าไปในนั้น
       ทั้งคู่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง   แต่อารมณ์นี้ไม่ได้กระทบกระเทือนพรสวรรค์และจินตนาการ  มีแต่คนอ่านที่ขวัญอ่อนไปหน่อยเท่านั้น ทำใจไม่ได้    เลยไม่ได้หยิบมาเล่าในกระทู้
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 24 พ.ย. 25, 09:37

      สยองกับวิธีจบชีวิตของผู้มีพรสวรรค์ทั้งสองคน จนไม่อยากอ่านงานของเธอ    
       คนหนึ่งเอาก้อนหินหนักๆถ่วงกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะเดินลงน้ำไป ไม่ยอมให้ตัวเองได้โผล่ขึ้นมาอีก
       ส่วนอีกคนปิดประตูหน้าต่างแน่น เอาผ้าอุดไม่ให้อากาศในห้องรั่วออกไป แล้วเปิดเตาอบที่ใช้แก๊ส  เอาหัวมุดเข้าไปในนั้น

* คลิปนี้มีเนื้อหาทำให้ไม่สบายใจได้

           เรื่องราวแสนเศร้าของสองนักเขียนหญิงได้รับการถ่ายทอดสู่แผ่นฟิล์ม รับบทโดยสองนักแสดงหญิงชื่อดัง

The end of "the gloom", Nicole Kidman เป็น Virginia Woolf ในหนัง The Hours (2002) ได้รับออสการ์นำหญิง
      
    

และ      
 
เช้าวันสุดท้ายของ Sylvia (2003) รับบทโดย Gwyneth Paltrow        

    
  
  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 24 พ.ย. 25, 09:50

  นักอ่านหลายคนมักวาดภาพว่า นักเขียนโดยเฉพาะในอดีตมักเกิดมาในครอบครัวยากจน   ต้องดิ้นรนตีนถีบปากกัด  ทำงานใช้แรงแบบกรรมการหรือชาวนา   เรียนน้อยแต่ฝึกฝนด้วยตัวเอง  ประสบการณ์เหล่านี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องชีวิตได้แจ่มชัด    หรืออย่างดีก็เกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลาง  พ่อแม่ส่งให้เรียนเพื่อไปประกอบอาชีพดีๆเช่นเป็นหมอหรือนักกฎหมายเลี้ยงตน แต่กลับมาเอาดีด้านเขียนหนังสือ  
  แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ชีวิตของอีดิธ   วอร์ตัน  
  เธอเกิดมาเป็นคุณหนูบนกองเงินกองทองในนิวยอร์คสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ต่อกับต้นศตวรรษที่ 20   ในอเมริกายุคนั้น   ผู้ดีมีเงินของแท้ชุมนุมกันอยู่ในนิวยอร์ค  มีสังคมของตนเองที่พร้อมด้วยระเบียบและธรรมเนียมนิยมเคร่งครัด  อย่างที่เรามักจะเห็นรูปแบบคล้ายๆกันในนิยายรุ่นคุณปู่คุณย่าของไทย หรือในละครโทรทัศน์ยุคเก่า   ที่พระเอกหรือนางเอกเกิดมาเป็นทายาทเจ้าคุณปู่ หรือเกิดในวังเจ้านาย    มีหน้าที่ต้องแต่งงานกับกิ่งทองใบหยก   หากไปรักกับเด็กกำพร้าหรือคนยากจนก็จะถูกตัดออกจากกองมรดก
   สังคมไฮโซของนิวยอร์คเป็นอย่างนั้นจริงๆ    อืดิธเติบโตมาอย่างกุลสตรีสาวน้อย มีครู (governess) มาสอนที่บา้น  โตเป็นสาวพ่อแม่ก็พาไปเที่ยวยุโรปหลายประเทศ  สมัยนั้นไม่ได้ไปสามวันเจ็ดประเทศอย่างทัวร์ยุคนี้ แต่ไปอยู่ทีละเป็นเดือนๆ   เธอจึงพูดภาษาในยุโรปได้หลายภาษา   กลับมาก็แต่งงานกับทายาทเศรษฐี ตามธรรมเนียมนิยม
    แต่ชีวิตสมรสไม่มีความสุข   ความสุขที่เป็นทางออกของเธอคือเขียนนิยาย   จนในที่สุดเธอตัดสินใจหย่าขาดจากสามี  สมัยนั้นถือเป็นเรื่องอัปยศของผู้หญิงที่จะได้ชื่อว่าแม่ม่ายผัวหย่า   ถ้าเป็นแม่ม่ายผัวตายก็ยังพอได้รับความเห็นใจบ้าง    แต่ถ้าฝ่ายชายเป็นพ่อม่ายเมียหย่า  สังคมไม่ประณาม และไม่ถือว่าเป็นข้อบกพร่อง  ดังนั้นผู้หญิงจำนวนมากจึงเลือกทุกข์ใจอยู่ในบ้านจนตาย มากกว่าจะหนีจากในบ้านมาทุกข์อยู่ในสังคมนอกบ้าน
    อีดิธจำลองชีวิตชาวไฮโซที่มีทั้งหวานและขม (ขมมากกว่าหวาน) ไว้ในเรื่องเด่นของเธอ The Age of Innocence  คำนี้หมายถึงยุคสมัยที่เธอเติบโตมาก   เธอใช้คำอย่างประชดประชัน  เพราะเป็นยุคที่ตรงข้ามกับคำว่า innocence   หรือความบริิสุทธิ์สะอาดไร้เดียงสา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 24 พ.ย. 25, 10:06

     อีดิธจำลองชีวิตชาวไฮโซที่มีทั้งหวานและขม (ขมมากกว่าหวาน) ไว้ในเรื่องเด่นของเธอ The Age of Innocence  
คำนี้หมายถึงยุคสมัยที่เธอเติบโตมาก   เธอใช้คำอย่างประชดประชัน  เพราะเป็นยุคที่ตรงข้ามกับคำว่า innocence   หรือความบริสุทธิ์สะอาดไร้เดียงสา

         ชีวิตวงศ์หงส์ไฮโซนิว ยอร์ค สมัยนั้น - The Age of Innocence จากกระทู้เก่า

https://www.reurnthai.com/index.php?topic=6141.45
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 25 พ.ย. 25, 09:23

  ขอแยกซอยไปหน่อยค่ะ 
  หาคลิปสาวน้อยเดบูตองของนิวยอร์คไม่ได้  เจอแต่ของอังกฤษ  จาก Downton Abbey   เลยเอามาให้ดูว่า เมื่อสาวน้อยลูกผู้ดีมีตระกูลมีอายุ 18 เป็นสาวเต็มตัวพร้อมมีคู่แล้ว  เธอก็ต้องเปิดตัวกับสังคมอังกฤษ เพื่อประกาศตัว   ด้วยการแต่งชุดขาวมีผ้าคลุมผมถือช่อดอกไม้ราวกับเจ้าสาว  ไปถวายคำนับกษัตริย์อังกฤษ   
   แต่ไม่ใช่ว่าใครอยากเป็นเดบูตองก็เป็นได้   ทุกคนต้องมีสตรีบรรดาศักดิ์เป็นผู้ใหญ่พาเข้าถวายคำนับ   ชาวบ้านธรรมดาๆ หรือพ่อค้าชนชั้นกลางต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์  ถ้าไม่มีญาติเป็นผู้ดีมีตระกูล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 25 พ.ย. 25, 09:51

   ทีนี้ก็เข้าสู่เรื่อง The Age of Innocence
     ตัวเอกฝ่ายชายในเรื่องนี้คือนิวแลนด์ อาร์เชอร์ (Newland Archer) ทนายความหนุ่มรูปงาม ชาติตระกูลดี เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคมนิวยอร์ค   พอเปิดฉากขึ้นมาก็เหมือนตอนจบของนิยายรัก คือกิ่งทองอย่างเขาหมั้นหมายอยู่กับใบหยกชื่อ เมย์ เวลแลนด์  เธอมาจากตระกูลดีเช่นเดียวกับเขา  สวย อ่อนหวาน บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นแบบฉบับของกุลสตรีชั้นสูงของยุคนั้นทุกกระเบียดนิ้ว
     นิวแลนด์กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความเต็มใจ   เขามีความสุข และเชื่อว่าการแต่งงานกับเมย์คือความสมบูรณ์แบบของชีวิต
     ความพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อญาติสาวของเมย์ชื่อเอลเลนที่ไปแต่งงานกับขุนนางผู้ดีชาวโปแลนด์  จนมียศเป็นเคานเตนเอลเลน โอเลนสกา (Countess Ellen Olenska) จู่ๆก็ตัดสินใจหนีกลับมานิวยอร์ค  เพื่อขอหย่าร้างจากสามี   
     อย่างที่เกริ่นก่อนหน้านี้คือยุคนั้น ไม่มีสาวลูกผู้ดีคนไหนเขาทิ้งผัวกลับมาบ้านเอาดื้อๆ  แล้วยังทำตัวเหมือนสาวโสด  ไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำเช่นนั้นกับสามี     การกระทำแบบนี้ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ทางสังคมอย่างร้ายแรง  ไม่ว่าอัลเลนจะไปไหนก็ถูกสังคมรังเกียจ   และซุบซิบนินทา
     ในเมื่อนิวแลนด์อยู่ในฐานะว่าที่ลูกเขย   ทางบ้านเมย์จึงมอบหน้าที่ให้เขาช่วยให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่อัลเลน  แต่พอได้รู้จักเคานเตสสาวทรงเสน่ห์เข้า  เขาก็กลับหลงรักเอลเลนจนถอนตัวไม่ขึ้น   เธอเป็นตัวแทนของอิสรภาพ  เธอเข้าใจชีวิตจริงของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง   ที่สำคัญคือจริงใจตรงไปตรงมา อย่างที่เขาไม่เคยพบในสังคมที่ถูกครอบด้วยพิธีรีตองจนขาดความเป็นตัวของตัวเอง   จากนั้นความรักของเขากับเมย์จึงหมดความหมาย  กลายเป็นสิ่งจืดชืด ขาดอารมณ์เร่าร้อนของหนุ่มสาว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 25 พ.ย. 25, 10:09

    อยู่ๆความยากก็เข้ามาในชีวิตที่เคยราบเรียบของนิวแลนด์    เขาต้องเลือกระหว่างหน้าที่ทางครอบครัวและสังคม คือเดินหน้าแต่งงานกับเมย์ เพื่อรักษาเกียรติยศของตระกูลและตัวเอง    เพราะการทิ้งคู่หมั้นไปเฉยๆเป็นความผิดร้ายแรง   กับความปรารถนาแรงกล้าที่จะครองคู่กับเอลเลน    ถ้าทำเมื่อไหร่เขาจะถูกประณามและตัดขาดจากสังคมทันที     หรือว่ายังไม่ทันจะทำ แค่คิดก็ถูกประณามแล้ว
     รักเร้นของนิวแลนด์ไม่ได้รอดพ้นจากญาติๆของเขาและเมย์ไปได้   ลามไปถึงสังคมชนชั้นสูงของนิวยอร์ก  ทุกคนวิตกทุกข์ร้อนว่า ชายหนุ่มแสนดีและเพียบพร้อมอย่างเขาจะตกเป็นเหยื่อสาวใหญ่กระดังงาลนไฟอย่างเอลเลน     จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะแยกนิวแลนด์และเอลเลนออกจากกัน
    เครื่องมือสำคัญ คือเมย์  ความดีงามในฐานะสาวน้อยบริสุทธิ์ชาติตระกูลดีมีราคาสูงลิ่วในสังคมเกินกว่านิวแลนด์จะปฏิเสธได้   เมย์เองก็ดูออกว่าคู่หมั้นปันใจให้คนอื่น   เธอจึงยึดเอาสิทธิ์ของตัวเองกลับมา ด้วยการทำเป็นไม่รู้เรื่องแต่เร่งรัดวันแต่งงานให้ใกล้เข้ามาอีก   ส่วนพ่อแม่ก็บีบอัลเลนให้เดินทางกลับยุโรปเพื่อรักษาชื่อเสียงของเมย์และตระกูลเวลแลนด์ไว้    อัลเลนไม่มีทางอ่ื่นนอกจากอำลานิวแลนด์และนิวยอร์ก
     ถ้าเป็นนิยายน้ำเน่า นิวแลนด์คงหอบผ้าหนีไปยุโรปกับสาวคนรัก    แต่เรื่องนี้ อีดิธเขียนให้สมจริง คือให้พระเอกยอมจำนนต่อแรงกดดันทางสังคม   แต่งงานกับเมย์ตามกำหนด      แต่งแล้วก็อยู่กันตลอดไป ในชีวิตคู่ที่มีเกียรติมีหน้ามีตา  แต่ว่างเปล่าทางอารมณ์    ตลอดเวลาเขายังคงคิดถึงเอลเลนอยู่เสมอ
    เวลาผ่านไปหลายททศวรรษ  เมย์ถึงแก่กรรม   นิวแลนด์บัดนี้เป็นพ่อม่ายลูกติด  โตเป็นหนุ่มสาวแล้ว  มีโอกาสไปเที่ยวยุโรปพร้อมกับลูกชาย    ลูกชายเผยความลับให้พ่อฟังว่าแม่รู้เรื่องพ่อกับญาติสาวของแม่ตลอด   แต่เก็บไว้มิดชิดตลอดชีวิตแต่งงาน
   นิวแลนด์ตัดสินใจไปเยี่ยมเอลเลนที่พำนักอยู่ในกรุงปารีส แต่เมื่อไปถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ของเธอ เขากลับปล่อยให้ลูกชายขึ้นไปพบญาติของแม่เพียงฝ่ายเดียว   ตัวเขานั่งรออยู่ริมถนนข้างนอก     ตัดสินใจที่จะไม่ขึ้นไปพบเธอ เพราะเขารู้ว่าทรงจำของรักต้องห้ามที่ฝังใจมาตลอด อาจจะดีกว่าการเผชิญหน้ากับความจริงในปัจจุบัน
    เรื่องนี้จึงจบลงด้วยการที่นิวแลนด์เลือกยอมรับความจริงในอดีต   ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับความทรงจำที่สวยงามแต่ปวดร้าว   กับความรับผิดชอบต่อครอบครัว แม้ว่ามันจะเป็นชีวิตที่เขาไม่ได้ปรารถนาอย่างแท้จริงก็ตาม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 25 พ.ย. 25, 10:12

ชีวิตและบรรยากาศสวยงามของ"ยุคแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง"


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41834

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 26 พ.ย. 25, 09:29

     ขอสารภาพว่าตอนแรก อ่านและดูหนังเรื่องนี้ด้วยความไม่ประทับใจ    ซ้ำยังสงสัยด้วยว่าเรื่องนี้ได้รางวัลพูลิตเซอร์เข้าไปได้ยังไง   อาจเป็นเพราะนิยายไทยรุ่นเก่าของเรามีเรื่องไฮโซผู้ดีเก่าที่ถือยศถือศักดิ์ให้อ่านกันจนไม่ตื่นเต้น    มาเจอผู้ดีฝรั่งในเรื่องนี้ก็เลยรู้สึกเฉยๆ    ซ้ำยังรู้สึกว่าตัวละครในเรื่องล้วนแต่เดินกันค้างๆคาๆ  ไปกันไม่สุดทางเลยสักคน
     อีดิธปูพื้นเรื่องไว้ว่านิวแลนด์เป็นหนุ่มชาติตระกูลดี  เมื่อมาเจอสาวสวยรวยเสน่ห์ก็หลงหัวปักหัวปำ จนอยากจะทิ้งคู่หมั้นไปเลย   แน่ใจว่าสาวคนใหม่คือรักแท้ของเขา   แต่เอาเข้าจริง   เจ้าหนุ่มก็ได้แต่เงื้อง่าอยู่ยังงั้น แต่ไม่กล้าทิ้งคู่หม้ันและสังคมไป   รีรออยู่จนกระทั่งแก่ ถึงบทจบแล้วก็ยังรีรอไม่คืบหน้าสักที
    ส่วนเคานเตสสาวสวยกระดังงาลนไฟในเรื่อง   ผู้เขียนบรรยายว่าเป็นสาวเปรี้ยวรักอิสระเป็นตัวของตัวเองมาก   กล้าทิ้งสามีกลับมาบ้าน พร้อมจะหย่า    เธอเองก็มีใจให้นักกฎหมายหนุ่มไม่น้อยไปกว่าเขา   แต่แทนที่จะกล้าคิดว่า ประเพณีไม่สำคัญเท่าหัวใจพาเขาหนีไปอยู่ด้วยกัน   เธอก็กลับรั้งๆรอๆ   เห็นแก่หน้าสาวน้อยญาติผู้น้อง  เป็นฝ่ายถอยเสียเอง  แล้วถอยจริงถอยจัง  ยอมใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่ต่างแดนจนกระทั่งแก่   ไม่สมกับนิสัยที่ผู้เขียนปูพื้นเอาไว้เสียเลย
    ส่วนคนที่สามคือสาวน้อยเมย์   ผู้เขียนปูพื้นไว้ว่าสวยบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับสโนไวท์  แต่เอาเข้าจริงสาวคนนี้ก็ทำอย่างผู้หญิงสมัยนั้นทำกัน     คือเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นปันใจให้หญิงอื่น  แทนท่ีจะถอนหมั้นเพื่อรักษาศักดิ์ศรี  กลับรวบรัดให้เขาแต่งงานเร็วขึ้น เพื่อจะได้มัดให้กระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้    จากนั้นก็อยู่ในชีวิตคู่ที่ไร้รักไปจนตายจากสามี
    อ่านแล้วรู้สึกมันจืดชืดเป็นแกงจืดไม่ปรุงรสยังไงไม่รู้ค่ะ  ตัวละครแต่ละตัวดูเหมือนแบนราบ  ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
    แต่ก็นั่นแหละ   เรามองด้วยสายตาของคนละวัฒนธรรม  คนละสังคม  และที่สำคัญคือคนละศตวรรษ 
    ก็เลยไม่อินกับเรื่องนี้
    แต่เรื่องนี้ก็ต้องมีดีอยู่บ้าง    ไม่งั้นคงไม่ได้รางวัลพูลิตเซอร์  ขึ้นแท่นระดับเดียวกับเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ และจอห์น สไตน์เบ็ค
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8561


ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 26 พ.ย. 25, 11:02

              ปมรักสามเศร้าต้อง(หัก)ห้าม(ใจ)อีกแล้ว เรื่องนี้ไม่วิบัติถึงพิการเพราะยับยั้งชั่งใจสำเร็จ ชนะใจตนเองโดยยอมจำนนต่อระบบสังคม
แต่ชีวิตระทมตลอดไป คุณยายอีดิธเลือกให้ตัวเอกชาย - นิวแลนด์รับบทหลักนี้ ที่ให้ความรู้สึกแปลกเพราะคุ้นเคยกับตัวเอกหญิงมากกว่าที่จะรับ
หน้าที่รักมั่นจนวันตาย อย่างคุณหญิงกีรติ ในข้างหลังภาพ ในขณะที่นพพรทำหน้าที่รักชั่ววูบแล้วเลือน(แต่เป็นคนย้อนอดีตเล่าเรื่องได้อย่างละเอียด)
ของศรีบูรพา เป็นการสลับมุมกันของนักเขียนหญิง - ชาย ที่น่าสนใจและตั้งเป็นข้อสังเกต
              อีกส่วนที่เหมือนกันของทั้งสองเรื่องคือ ตอนจบที่เล่าเรื่องต่อมาหลังเหตุการณ์รักที่ผิดหวังผ่านไป ได้กระทบใจสะเทือนอารมณ์ทั้งสองเรื่อง
แต่ตรงข้ามกันอีกที่ตัวเอกชาย - นิวแลนด์ยังฝังใจจำระทมจนค่อนข้างน่าแปลกใจสำหรับวัยนั้น ส่วนนพพรแม้จะเศร้าเสียใจที่ได้รู้ว่าความจริงในที่สุดว่า
คุณหญิงก็รักตนแต่ต้องปิดไว้จนวันตายแต่เขาก็ยอมรับความจริงได้ด้วยวัยที่มากขึ้นและสถานะของตนที่มีภรรยาแล้ว
 
คลิปตอนจบ ลุง-ปู่นิวแลนด์ ยังคงรักร้าวระทมเหลือเกิน

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.072 วินาที กับ 20 คำสั่ง