เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 1106 การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยม และการล่าอาณานิคม
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



 เมื่อ 04 ม.ค. 26, 09:35

เห็นข่าวนี้แล้วงง
ประเทศหนึ่งสามารถบุกเข้าไปจับผู้นำของอีกประเทศด้วยข้อหาคดีอาญาได้หรือคะ
มีคำตัดสินจากศาลหรือยัง   ถ้ามี ศาลประเทศไหนคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญระดับโลก เสนอให้แยกเป็นกระทู้ใหม่ชื่อ "การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยมและการล่าอาณานิคม"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 11:52

    แยกกระทู้แล้วค่ะ
    ขอเล่าความเป็นมาเพียงสั้นๆ  รายละเอียดคุณปัญจมาคงจะมาอธิบายให้เข้าใจ
    สหรัฐฯ กล่าวหามาเป็นเวลานานว่าประธานาธิบดีมาดูโรเป็นผู้นำองค์กรค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ฝ่ายมาดูโรปฏิเสธตลอดมา
    อยู่ๆ ก็มีข่าวเปรี้ยงออกมาให้โลกตกตะลึงว่า สหรัฐอเมริกาส่งหน่วยปฏิบัติลับออกมาบุกเวเนซุเอลา(เป็นการลับ  ไม่ใช่ทำสงครามระหว่างประเทศ) เพื่อจับกุมผู้นำของประเทศ ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร พร้อมกับภรรยาถึงบ้านพักในกรุงการากัส     ก่อนนำตัวทั้งคู่บินตรงจากเวเนซุเอลาไปสหรัฐฯ  คาดว่าจะนำไปสอบสวนยังตึกสำนักงานปราบปรามยาเสพติด หรือ DEA
     เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า มาดูโรซึ่งถูกฟ้องร้องในข้อหาต่างๆ รวมถึงข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายยาเสพติด คาดว่าจะไปปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตันในวันจันทร์นี้
     ฝ่ายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงว่าสหรัฐฯ จะดูแลความเรียบร้อยภายในประเทศเวเนซุเอลา จนกว่าจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่

    อ่านข่าวทีแรกนึกว่าอ่านผิด   มันเหมือนหนัง Mission Impossible เกินไปจนไม่น่าเชื่อว่ามีจริง    พร้อมกันนั้นก็เกิดคำถามว่า เป็นไปได้ยังไงที่ผู้นำประเทศหนึ่ง อยู่ในบ้านพักของตัวเองดีๆ ก็ถูกจี้ตัวไปขึ้นศาลในอีกประเทศหนึ่งหน้าตาเฉย   
    ทำไมศาล(หรือผู้นำ)ประเทศหนึ่งถึงมีอำนาจจับกุมคุมขังผู้นำในอีกประเทศหนึ่งได้  โดยไม่ได้มีคดีความ โจทก์จำเลยหรือทนายความฝ่ายจำเลยมาเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก
    คุณปัญจมาให้คำตอบไว้แล้ว   เดี๋ยวเธอคงมาขยายความเองค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 12:00


ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า “เรา” จะบริหารเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการ “เปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ”
ผู้สื่อข่าว : เป็นไปได้ไหมที่สหรัฐฯ จะเข้ามาบริหารเวเนซุเอลาเป็นเวลาหลายปี?
ทรัมป์ : อืม คุณรู้ไหม มันจะไม่ทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย เพราะเงินที่ขุดขึ้นมาจากใต้ดินนั้นมีจำนวนมหาศาล
ทรัมป์ : ไม่มีใครเหมาะสมที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเวเนซุเอลา รองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลากล่าวว่า “เราจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ” เธอไม่มีทางเลือกอื่น
ทรัมป์ : ประธานาธิบดีโคลอมเบีย "ต้องระวังตัวให้ดี"
ทรัมป์ : เราจะบริหารเวเนซุเอลาด้วยคณะทำงาน และเราจะทำให้แน่ใจว่าการบริหารนั้นเป็นไปอย่างถูกต้อง เราจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันขึ้นใหม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ โดยบริษัทน้ำมันจะเป็นผู้จ่ายโดยตรง พวกเขาจะได้รับการชดเชยสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำ และเราจะทำให้การผลิตน้ำมันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น อย่างที่คุณทราบ การผลิตในปัจจุบันนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่มีอยู่

Thai PBS News
 

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 12:35

ยกมาจากกระทู้โน้น ยิงฟันยิ้ม

นั่นล่ะค่ะ  การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยมและการล่าอาณานิคม   ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องสนใจกฎหมายระหว่างประเทศหรือระเบียบโลกกันอีกแล้ว  ใครมีกำลังก็ยกกองทัพไปรุกรานประเทศอื่นกันได้ตามสบาย   ไม่ต้องอ้างด้วยว่าจะไปปลดปล่อยประชาชนผู้ถูกทรราชย์กดขี่   บอกกันตรงๆ อย่างไม่ต้องอายใครแบบที่ทรัมป์ทำให้ดูเป็นตัวอย่างเลยว่าเพื่อยึดครองทรัพยากรทางเศรษฐกิจของเขามาเป็นของเรา 

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการนี้ต่อทั้งยุโรปและเอเชียน่าจะมากมายมหาศาล  เพราะทรัมป์กำลังส่งสัญญาณบอกรัสเซียกับจีนว่า  ใครใหญ่ในทวีปไหนก็จัดการกับทวีปนั้นตามที่เห็นสมควรเลยนะ    ขอแค่ปล่อยให้ชั้นปู้ยี่ปู้ยำลาตินอเมริกาได้ตามชอบใจ ที่เหลือชั้นจะไม่ยุ่ง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 13:35

ในมุมมองของ กมลา แฮร์ริส

การกระทำของโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวเนซุเอลาไม่ได้ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้น แข็งแกร่งขึ้น หรือช่วยให้ค่าครองชีพถูกลงเลย

ความจริงที่ว่ามาดูโร เป็นเผด็จการที่โหดร้ายและไม่ชอบธรรมนั้น ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าการกระทำครั้งนี้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทั้งผิดกฎหมายและขาดความยั้งคิด เราเคยเห็นหนังเรื่องนี้มาแล้ว สงครามเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองหรือเพื่อแย่งชิงน้ำมันที่ถูกโฆษณาว่าเป็น 'ความเข้มแข็ง' แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความโกลาหล และครอบครัวชาวอเมริกันต้องเป็นผู้แบกรับราคาที่ต้องจ่าย

ชาวอเมริกันไม่ต้องการสิ่งนี้ และพวกเขาก็เหนื่อยหน่ายกับการถูกหลอกลวง

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของยาเสพติดหรือประชาธิปไตย แต่มันเป็นเรื่องของน้ำมันและความต้องการของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อยากจะสวมบทบาทเป็นผู้ทรงอิทธิพลในภูมิภาค หากเขาใส่ใจเรื่องเหล่านั้นจริง เขาคงไม่ให้อภัยโทษนักค้ายาเสพติดที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด หรือกันฝ่ายค้านที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลาออกไปในขณะที่พยายามทำข้อตกลงกับพรรคพวกของมาดูโร

ประธานาธิบดีกำลังทำให้กองทัพต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ใช้เงินงบประมาณหลายพันล้าน ทำให้ภูมิภาคขาดเสถียรภาพ โดยที่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายรองรับ ไม่มีแผนการถอนตัว และไม่มีประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นในประเทศเลย

อเมริกาต้องการผู้นำที่มีลำดับความสำคัญคือ การลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวชนชั้นแรงงาน การบังคับใช้หลักนิติธรรม การเสริมสร้างพันธมิตร และที่สำคัญที่สุดคือ การเห็นแก่ประโยชน์ของคนอเมริกันเป็นอันดับแรก"

กมลา แฮร์ริส
อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 07:18

ทรัมป์ทำให้หนูเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย  หนูจึงขอสันนิษฐานแบบคนที่มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนว่า  เป้าหมายที่แท้จริงของทรัมป์คือการแทรกแซงการเมืองภายในของสหรัฐฯ เอง  ไม่ใช่เวเนซูเอลา   น้ำมันคือผลพลอยได้ 

ทรัมป์กำลังหาข้ออ้างเพื่อที่จะทำทุกวิถีทางให้การเลือกตั้งมิดเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพย.นี้เป็นโมฆะ  หรือช่วยพรรครีพับลิกันไม่ให้สูญเสียอำนาจในรัฐสภาไป    เพราะถ้าเดโมแครตสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้อีกครั้ง  การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและการคานอำนาจของฝ่ายบริหารโดยรัฐสภาก็จะเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย ความเสี่ยงที่ทรัมป์จะถูกยื่นญัตติถอดถอนก็จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว   

การส่งทหารเข้าไปประจำการในเมืองใหญ่ๆ ในระหว่างการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่เป็นฐานที่มั่นของเดโมแครตหรือไม่ได้เป็นนั้น จะทำให้ประชาชนบางส่วนไม่กล้าออกไปใช้สิทธิ  ในขณะเดียวกัน  มันก็จะช่วยสร้างบรรยากาศของความวุ่นวาย  หรือถูกใช้เป็นข้ออ้างให้คนของพรรครีพับลิกันในองคาพยพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสั่งให้ยุติการนับคะแนน    หรือตัดสินข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นในการนับคะแนนในแนวทางที่เป็นคุณต่อผู้สมัครของตัวเองมากกว่าฝ่ายตรงข้ามได้
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 07:21

สิ่งเดียวที่จะอนุญาตให้ทรัมป์ส่งทหารติดอาวุธไปลาดตระเวนและรักษาความสงบในระหว่างการเลือกตั้งได้  ก็คือการประกาศใช้ the US Insurrection Act (กฎอัยการศึกของสหรัฐฯ) ทั่วประเทศ  

แต่ในเมื่อมันไม่มีสถานการณ์ภายในประเทศอะไรที่รัายแรงพอหรือเอื้ออำนวยให้ทรัมป์ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศได้    ทรัมป์ก็ส่งทหารไปทำสงครามกับประเทศอื่นเพื่อสร้างบรรยากาศของสงคราม หรือ wartime ให้เกิดขึ้น  เพื่อให้ตัวเองมีข้ออ้างในการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศในภายหลัง

เชื่อเถอะว่าถัาหากมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศในระหว่างการเลือกตั้งจริงๆ   คนอเมริกันนับล้านคนก็จะแห่กันไปประท้วงเต็มถนนเหมือนที่เกิดขึ้นใน No Kings Protest เมื่อเดือนมิย.ที่ผ่านมา   กลายเป็นข้ออ้างให้ทรัมป์ใช้กำลังทหารติดอาวุธเข้าห้ำหั่นผู้เห็นต่างและสร้างความโกลาหลวุ่นวายให้มากกว่าเดิม

เผลอๆ ถ้ามันวุ่นวายยาวไปจนถึงปี 2028 ทรัมป์อาจจะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งปธน.ออกไป  อันจะส่งผลให้ตัวเองครองอำนาจต่อได้แม้จะครบวาระแล้วก็ตาม   (ใครๆ ก็รู้ว่านี่คือความใฝ่ฝันอันสูงสุดของทรัมป์   แต่ในเมื่อมันไม่มีกฎหมายอื่นใดที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายนี้ได้  ทรัมป์ก็ต้องหาหนทางอื่นๆ มาช่วยสร้างสถานการณ์วิกฤติให้เกิดขึ้น  จะได้มี justification สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมายและจริยธรรมของตัวเอง)
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 07:23

สรุปแบบสั้นๆ ง่ายๆ ตามประสาคนมองโลกในแง่ร้าย:

- สงครามนอกประเทศนำไปสู่ความวุ่นวายในประเทศ
- ความวุ่นวายในประเทศนำไปสู่การประกาศกฎอัยการศึก
- กฎอัยการศึกส่งผลต่อการเลือกตั้ง
- การเลือกตั้งส่งผลต่ออำนาจของทรัมป์

ประวัติศาสตร์การเมืองโลกในสิบปีที่ผ่านมามันสอนหนูว่า  เมื่อไหร่ก็ตามที่ทรัมป์เข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่มีทั้ง best-case scenario และ worst-case scenario ให้เราคาดหมายผลลัพธ์ที่โอนเอียงไปทาง worst-case scenario เอาไว้ก่อน  เพราะผลที่ตามมาภายหลังอาจจะแย่กว่า worst-case scenario เสียอีก   นี่คือเหตุผลว่าทำไมหนูถึงคิดแบบที่อธิบายไปข้างต้นค่ะ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 10:13

        ติดตามตอนต่อไป เหมือนซีรี่ส์เข้มข้นบนจอทีวี      
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 11:35

พาดหัวข่าวจาก ไทยรัฐ

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะบริหารเวเนซุเอลา จนกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน …… แว่วเสียงเพลงคุ้น ๆ  ลอยมาตามสายลม

เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน
แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 16:49

จากเพจ บีบีซีไทย - BBC Thai

ก่อนหน้านี้ได้เกิดระเบิดขึ้นหลายจุดในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่สื่อสหรัฐฯ รายงานคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง

สองภาพแรกคือบริเวณฐานทัพฟูเอร์เต ติอูนา (Fuerte Tiuna) ซึ่งเป็นฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ส่วนภาพที่สามคือยานพาหนะในกองบินทหาร ลา การ์โลตา (La Carlota) ซึ่งถูกเผาไหม้จากการโจมตี

ผู้คนในกรุงการากัสได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ในขณะที่มีกลุ่มควันไฟลอยขึ้นบนฟากฟ้า โดยมีรายงานเหตุระเบิดในหลายสถานที่ และชุมชนโดยรอบถูกตัดขาดจากกระแสไฟฟ้า


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 18:35

ใครจะเป็นรายต่อไปต่อจากเวเนซุเอลา  AI Mode ของ Google สรุปให้ดังนี้

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ ๕ มกราคม ๒๐๒๖ ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงท่าที่แข็งกร้าวและขู่ดำเนินการกับหลายประเทศ หลังจากที่สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในปฏิบัติการทางทหารเพื่อบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม ๒๐๒๖ รายละเอียดคำขู่ต่อแต่ละพื้นที่มีดังนี้

กรีนแลนด์ ทรัมป์ย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่าสหรัฐฯ "จำเป็นต้องได้กรีนแลนด์"เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติและการป้องกันประเทศ โดยเขาอ้างว่าเดนมาร์กไม่สามารถดูแลพื้นที่นี้ได้เพียงพอท่ามกลางการแผ่อิทธิพลของรัสเซียและจีนในอาร์กติก นอกจากนี้ เคที มิลเลอร์ (ภริยาของที่ปรึกษาใกล้ชิด) ยังโพสต์ภาพเกาะกรีนแลนด์ที่เป็นสีธงชาติสหรัฐฯ พร้อมคำว่า "Soon" ยิ่งสร้างความตึงเครียดให้กับเดนมาร์กและกรีนแลนด์เป็นอย่างมาก

เม็กซิโก ทรัมป์ขู่ว่า "ต้องทำอะไรบางอย่างกับเม็กซิโก" เนื่องจากปัญหาการค้ายาเสพติดและผู้อพยพผิดกฎหมายที่ยังไม่คลี่คลาย เขาเคยยื่นข้อเสนอที่จะส่งกองทัพสหรัฐฯ เข้าไป "กวาดล้าง" แก๊งค้ายาในเม็กซิโก แต่ประธานาธิบดี คลาวเดีย เชนบาม ของเม็กซิโกได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้และประณามการใช้กำลังของสหรัฐฯ ว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ

คิวบา ทรัมป์ระบุว่ารัฐบาลคิวบาอยู่ในสถานะที่ "พร้อมจะล่มสลาย" หลังจากสูญเสียการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและน้ำมันจากเวเนซุเอลา ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเขา ได้เตือนว่ารัฐบาลฮาวานาควรเริ่มกังวลได้แล้ว สหรัฐฯ มองว่าคิวบาอาจเป็นเป้าหมายถัดไปในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในภูมิภาคละตินอเมริกา

โคลอมเบีย ทรัมป์ยังได้กล่าวโจมตีประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ว่าเป็น "คนป่วย" ที่ปล่อยให้มีการผลิตและส่งออกโคเคน และระบุว่า "ปฏิบัติการโคลอมเบีย (Operation Colombia) ฟังดูเป็นความคิดที่ดี" สำหรับเขา

ท่าทีเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายต่างประเทศแบบ "รุกรานและขยายอำนาจ" (Expansionist Foreign Policy) ของรัฐบาลทรัมป์ในปี ๒๐๒๖ ซึ่งสร้างความกังวลไปทั่วโลกว่าสหรัฐฯ อาจใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงประเทศอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากเวเนซุเอลา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 19:48

จาก FB สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
 ‘พลโท วันชนะ’ โพสต์ ปฏิบัติการลับ ‘เด็ดผู้นำ’ จับเป็นผู้นำเวเนซุเอลา ภารกิจระดับโลก บอก ความสำเร็จไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือการลงทุนข่าวกรอง-เทคโนโลยี-การฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ยกเป็นตัวอย่าง ‘คุณภาพเหนือปริมาณ’ ใช้หน่วยรบพิเศษแม่นยำ ไม่ต้องระดมทหารมหาศาล สะท้อนบทเรียนความมั่นคง กองทัพต้องพร้อมรบจริง-มีระบบสนับสนุนไร้รอยต่อเมื่อถึงวินาทีวิกฤต ลั่น ประเทศจะอยู่รอดได้ ต้องมีผู้นำและนักการเมืองเข้าใจความมั่นคง ไม่ใช่แค่วาทกรรม แต่ลงมือทำได้จริง
วันที่ 5 ม.ค.68 พลโท วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความระบุปฏิบัติการ "เด็ดผู้นำ": เบื้องหลังภารกิจลับ จับเป็นผู้นำเวเนซุเอลา! (Operation "Decapitate the Dragon": The Secret Mission to Capture the President) อ่านเถอะครับ มันจริงๆ ขนาดเขียนเอง ผมยังอ่านหลายรอบ และคิดว่าสมันสนุก เหมือนฉากในหนังแอ็คชั่น...
แต่ครั้งนี้คือของจริง ก่อนที่โลกจะตื่นตะลึงในปฏิบัติการของสหรัฐ แต่ทุกอย่างดูเหมือนวันพักผ่อนธรรมดาของมหาเศรษฐี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างอารมณ์ดีไปกับการออกไป "เลือกซื้อหินอ่อนและโอนิกซ์" (Shopping for Marble and Onyx) เพื่อนำมาตกแต่งอสังหาริมทรัพย์ของเขา และปิดท้ายวันด้วยการนั่งทานมื้อค่ำอย่างสบายใจที่ระเบียง (Patio) ท่ามกลางลมทะเล
ไม่มีใครรู้เลยว่า... ภายใต้รอยยิ้มนั้น เขากำลังรอสัญญาณจากอีกซีกโลกหนึ่ง แค่นี้ก็เหมือนฉากในหนังหลายเรื่องที่ หัวหน้านั่งในวัดในโบสถ์หรือทำบุญ ให้ทานในขณะที่เบื้องหลังนั้น สั่งลูกน้องให้ไปฆ่าคน (คิดถึงหนังเรื่องไหนกันบ้าง)
เมื่อนาฬิกาเดินไปถึงเวลา 22:46 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ทรัมป์วางช้อนส้อมลง และเดินเข้าสู่ห้องพิเศษที่ถูกขึงผ้ากั้นไว้ (Draped-off room) เขาบอกลาแขกเหรื่อและเข้าสู่โหมดผู้บัญชาการสูงสุด นั่งจ้องมองจอภาพที่ถ่ายทอดสดจากหมวกของเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ (Helmet Cam) ขณะที่ทีมสังหารระดับพระกาฬกำลังพังประตูเข้าไปในห้องนอนของ นิโคลัส มาดูโร...
นี่คือบทสรุปของปฏิบัติการ "Operation Absolute Resolve" ที่โลกต้องจารึก แต่เบื้องหลังความสำเร็จเพียงไม่กี่ชั่วโมงนี้ คือการเตรียมการที่ซับซ้อนและใช้ทรัพยากรมหาศาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทำไม "คุณภาพ" ถึงสำคัญกว่า "ปริมาณ" :
1. การเตรียมการที่มองไม่เห็น (The Invisible Buildup) ก่อนที่เรือบรรทุกเครื่องบินจะไปถึง... สงครามข่าวกรองได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 CIA Infiltration: สหรัฐฯ ส่งทีม CIA แทรกซึมเข้าไปใช้ชีวิตปะปนกับคนท้องถิ่นนานหลายเดือน เพื่อสร้างเครือข่ายข่าวกรอง Pattern of Life: ข้อมูลที่ได้ลึกซึ้งถึงขนาดรู้ "กิจวัตรประจำวัน" (Pattern of Life) ของมาดูโร ว่ากินอะไร นอนตอนไหน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงชื่ออะไร ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ทีมจู่โจมรู้พิกัดที่แน่นอนระดับ "เซนติเมตร" โดยไม่ต้องเดาสุ่ม
2. ปลายหอกที่คมกริบ (The Tip of the Spear) เมื่อถึงเวลาลงมือ (H-Hour) สหรัฐฯ ไม่ได้ใช้กำลังทหารราบมหาศาลเข้าบดขยี้ แต่ใช้ความแม่นยำขั้นสูงสุด: 160th SOAR (Night Stalkers): นักบินเฮลิคอปเตอร์หน่วยปฏิบัติการพิเศษ บินเกาะภูมิประเทศสูงจากผิวน้ำทะเลเพียง 100 ฟุต ฝ่าความมืดเพื่อหลบเรดาร์ Cyber Warfare: ก่อนเฮลิคอปเตอร์จะถึงเป้าหมาย ระบบสงครามไซเบอร์ได้ทำการ "ตัดไฟ" และรบกวนระบบสื่อสารทั่วกรุงคารากัส ทำให้กองทัพเวเนซุเอลา "ตาบอดและหูหนวก" ในทันที Delta Force: ทีมจู่โจมใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการบุกทะลวงห้องนิรภัย (Panic Room) เสริมเหล็กกล้า แม้จะมีการยิงต่อสู้และเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งถูกยิงเสียหาย แต่ด้วยการฝึกฝน (Rehearsal) บนโมเดลจำลองขนาดเท่าของจริงมานับร้อยครั้ง ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมสถานการณ์และนำตัวเป้าหมายออกมาได้สำเร็จ
3. การสนับสนุนทางอากาศ (Overwhelming Support) แม้จะเป็นภารกิจลับ แต่บนท้องฟ้ามีเครื่องบินรบกว่า 150 ลำ บินวนรอคำสั่ง (On Station) เพื่อทำภารกิจ SEAD (Suppression of Enemy Air Defense) หรือทำลายระบบต่อสู้อากาศยานทันทีหากมีอะไรผิดพลาด นี่คือหลักประกันความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้
บทสรุปส่งท้าย: ความสำเร็จของปฏิบัติการ Absolute Resolve พิสูจน์สัจธรรมข้อหนึ่งที่เจ็บปวดแต่จริงที่สุด: "กองทัพที่เข้มแข็ง... สร้างไม่ได้ด้วยปาฏิหาริย์" การที่นักบินสามารถบินต่ำระดับ 100 ฟุตในคืนที่มืดมิด... การที่หน่วยรบสามารถเจาะห้องนิรภัยได้ในไม่กี่วินาที... หรือการที่มีข่าวกรองแม่นยำระดับจับวาง...
ทั้งหมดนี้ต้องแลกมาด้วยการลงทุนงบประมาณมหาศาลในการฝึกฝน (Training) เทคโนโลยี (Technology) และระบบสนับสนุน (Support System) ที่ไร้รอยต่อ นั่นคือราคาของความมั่นคง และที่สำคัญที่สุด...
ประเทศชาติจะอยู่รอดได้ ต้องอาศัย "ผู้นำและนักการเมือง" ที่เข้าใจความหมายของคำว่า "ความมั่นคงแห่งชาติ" อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่วาทกรรม เพราะเมื่อถึงวินาทีวิกฤต เราต้องการ "คนทำงานจริง" และ "กองทัพที่รบเป็น"
บันทึกการเข้า
superboy
สุครีพ
******
ตอบ: 839


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 21:25

ขออนุญาติพักเบรกครับอาจารย์ พอดีท่านนายพลเข้าใจผิด

SEAD (Suppression of Enemy Air Defense) คือการก่อกวนระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดยการทำให้ระบบเรดาร์ใช้งานไม่ได้ทั้งแบบ softkiil คือส่งคลื่นรบกวน กับแบบ hardkill คือยิงทำลายเรดาร์ทิ้งไปเลย เครื่องบินที่จะทำภารกิจนี้ต้องเป็นรุ่นเฉพาะเท่านั้น



ถ้าภารกิจทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศต้องเป็น DEAD (destruction of enemy air defenses) จะเป็นการยิงถล่มฐานยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน เครื่องบินที่จะทำภารกิจเป็นลำไหนก็ได้ เนื่องจากเรดาร์ถูกจัดการไปแล้วตั้งแต่ภารกิจ SEAD


ในภารกิจที่เวเนมีการทำ SEAD ค่อนข้างเยอะตามสไตล์ลูงแซมเขาล่ะ ถือเป็นเรื่องปรกติเพราะจะช่วยป้องกันภัยให้กับกองกำลังฝ่ายเรา โดยไม่ได้แตะต้องระบบอาวุธฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลัง เหมือนในหนังนั่นแหละครับ...พอเรดาร์ตาบอดก็ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปจู่โจม แต่ไม่มีภารกิจ DEAD แน่นอนนอกจากเฮลิคอปเตอร์ยิงรถหุ้มเกราะเวเนเสียยหายจำนวนหนึ่ง


สำหรับคนทั่วไปอาจมองว่า่พ่อปู่บ้าอำนาจอย่างโน้นอย่างนี้ แต่แฟนคลับสายอาวุธทั่วโลกสนใจเรื่องการปฏิบัติภารกิจค่อนข้างมาก เรียกว่าตลาดกำลังคนแน่นอะไรทำนองนี้ เหมือนที่เขาสนใจเราทำศึกตีเขมร EP2 นั่นแหละครับ ทหารม้าไทยนี่ดังมากดังที่สุดในโลก ทางใครทางมันครับเรื่องแบบนี้ว่ากันไม่ได้

เท่าที่ผมอ่านจาก FB สรยุทธ สุทัศนะจินดาแบบคร่าวๆ เข้าใจว่าท่านนายพลแปลบทความภาษาอังกฤษเป็นไทย ส่วนต้นทางก็เขียนมั่วพอสมควร อ่านประกอบได้ครับแต่อย่าถือเป็นจริงเป็นจัง

พักเบรกจบแล้วครับ  ยิ้มกว้างๆ



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 09:35

น้ำมัน ชนวนความขัดแย้ง และผลที่ตามมา

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.079 วินาที กับ 17 คำสั่ง