เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 1105 การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยม และการล่าอาณานิคม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 09:42

คุณ Superboy  อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ  ช่วยดูวิดีโอหน่อยว่า ต้องมีช่วงพักเบรคอีกไหม

หน่วยจู่โจมของอเมริกาทำงานชิ้นนี้ได้ผลอย่างน่าทึ่ง(และน่าตกใจ)  ทั้งๆมาดูโรเองก็ป้องกันตัวอย่างเหนียวแน่นและหนาแน่นทุกอย่าง    เดลตา ฟอร์ซ ยังใช้สว่านเดลต้า ฟอร์ซ เจาะเข้าไปถึงตัวได้
https://www.youtube.com/shorts/afbXPbuyKIo
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 10:35


บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 11:21

เราไม่ควรจะหลงประเด็นค่ะ

ไม่มีใครเถียงว่าอเมริกามีแสนยานุภาพทางทหารที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม  มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ก้าวหน้า   ศักยภาพของหน่วยข่าวกรองและบุคลากรผู้ปฏิบัติภารกิจทำนองนี้ก็ advanced กว่าทุกประเทศในโลกก็ว่าได้  ปฏิบัติการครั้งนี้ และปฏิบัติการล่าสังหารบิน ลาเดนเมื่อปี 2011 คือ 2 ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา

https://youtu.be/vyqHIG_GPoE?si=DIOaRYAN1EDZZtBn
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 11:23

ประเด็นของเรื่องนี้มันคือสิ่งที่ทรัมป์ทำมันผิดทั้งกฎหมายของอเมริกาเองและกฎบัตรของสหประชาชาติที่อเมริกานั่นแหละเป็นคนช่วยออกแบบเพื่อให้โลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นโลกที่มีสันติภาพ   ไม่ใช่ประเทศไหนใหญ่และแข็งแกร่งกว่าก็สามารถยกกองกำลังไปรุกรานประเทศที่เล็กกว่าได้โดยไม่ถูกลงโทษ    

ที่ทรัมป์ทำกับเวเนซุเอลาในวันนี้มันก็ไม่ต่างจากที่ปูตินทำกับยูเครนเลย

ไม่มีใครเถียงว่ามาดูโรเป็นผู้นำที่ไม่ชอบธรรมด้วยประการทั้งปวง  เป็นเผด็จการที่กดขี่ข่มเหงประชาชน  ทั้งใช้กำลังปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างรุนแรงและจับฝ่ายตรงข้ามไปขังคุก (เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2025 ก็คืออดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ)  ปีที่แล้วก็โกงเลือกตั้งเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อ   คงมีคนเวเนซุเอลาไม่กี่คนกระมังที่จะเสียใจเมื่อผู้นำแบบนี้ถูกกำจัด

แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์สำคัญกว่าวิธีการ   สิ่งที่ทรัมป์ทำไม่ใช่การปกปักรักษามาตุภูมิ  ไม่ใช่การรักษาความสงบเรียบร้อย  หรือการส่งเสริมประชาธิปไตยและปลดปล่อยประชาชนผู้ถูกทรราชย์กดขี่   แต่คือการเข้าไปทำรัฐประหารในประเทศซึ่งมีอธิปไตยเป็นของตัวเอง  ต่อให้ปฏิบัติการทางทหารมันจะ impressive ขนาดไหนเราก็ไม่ควรที่จะแสดงความชื่นชมกับมัน
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 11:25

อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือถ้าเราจะชื่นชมกองทัพของอเมริกา  สิ่งหนึ่งที่เราควรชื่นชมคือความเป็น “มืออาชีพ” ของเขา   และการที่เขายึดมั่นในกฎหมายสูงสุดของประเทศและในหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งหลักการประชาธิปไตยด้วย

ต่อให้เขาจะมีแสนยานุภาพสูงส่งขนาดไหน  สิ่งหนึ่งที่ทหารอเมริกาไม่เคยทำและไม่คิดจะทำคือการทำรัฐประหารโค่นอำนาจผู้ปกครองที่ประชาชนเลือกมา    การบริหารงบประมาณของเขาก็ตรวจสอบได้      ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของกองทัพ  นายพลของเขาก็เคารพระบบรัฐสภาและความเป็นจริงที่ว่าเขาอยู่ใต้การสั่งการของรัฐบาลพลเรือน   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 11:35


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 12:11

     ขอย้อนไปถึงปัญหาภายในของเวเนซุเอลา

    ประการแรกคือรัฐบาลไม่สามารถกำจัดโรค “Dutch Disease”(ภาวะที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของภาคเศรษฐกิจหนึ่ง (ขายน้ำมันจนรวย) ทำให้ภาคเศรษฐกิจอื่นถดถอย (แทบไม่ผลิตสินค้าอื่นเช่นสินค้าการเกษตร) แม้ว่าพยายามแก้ไขแล้ว แต่ก็ต้องพ่ายแพ้นโยบายเร่งขายน้ำมันเพื่อตักตวง “Petrodollar” ให้ได้มากที่สุด   
    ความตั้งใจแรกคือรัฐบาลเอาเงินที่ขายน้ำมันได้มาอุดหนุนนโยบายประชานิยมทางเศรษฐกิจ  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างคุณภาพชีวิตสำหรับชนชั้นรากหญ้าและชนชั้นกลาง  สรุปสั้นๆว่า " เรารวยแล้ว เราก็แจกประชาชน"
    โครงการสวัสดิการต่างๆได้ใจประชาชนเป็นอย่างมากในตอนแรก ตอนนี้กลายมาเป็นบูมเมอแรงกระแทกคนส่งจนล้มเอง   เพราะสร้างโครงการสวัสดิการสังคมอย่างมหาศาล แต่ไม่ปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายของรัฐ
    ในเมื่อรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้     สหรัฐอเมริกาที่จ้องอยู่แล้ว ก็เข้าควักเอาหัวใจออกไป คือจับตัวประธานาธิบดีกับภรรยาไปขึ้นศาลสหรัฐดื้อๆ  จากนั้นก็วางแผนควบคุมบ่อน้ำมัน โดยอ้างว่าเข้ามาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจ
    ถ้ามองในแง่ร้ายคือกบในบ่อได้นกกระสาตัวใหม่มาแทนนกตัวเก่า   ปลาจะเหลือเท่าไหร่ มากหรือน้อยกว่าเก่าก็ต้องดูกันไป
    นกตัวแรกคือทรัมป์ยิงได้ คือบ่อน้ำมัน  ส่วนนกตัวที่สองคือผลักกันผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาที่ลี้ภัยในอเมริกาออกไป   ตามนโยบายที่สัญญาไว้ตอนเลือกตั้งว่าจะขับไล่ผู้อพยพออกไป  ก็ทำจริงๆ
    ตอนนี้  นกกระสาก็เร่ไปหาปลาในบ่อที่สอง ที่กรีนแลนด์แล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 12:35

น้ำมัน ชนวนความขัดแย้ง และผลที่ตามมา

ย้อนรอยไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีอีกน้ำหนึ่งซึ่งเป็นชนวนสำคัญอันเป็นเหตุให้เกิดการยึดประเทศโดยสหรัฐอเมริกา น้ำนั้นไม่ใช่ 'น้ำมัน' หากแต่เป็น 'น้ำตาล'

ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๑๙ คณะมิชชันนารีชาวอเมริกันล่องเรือมาและพบว่าพื้นที่ของฮาวายเอื้อต่อการปลูกอ้อย หลังจากนั้นบรรดานักลงทุนผิวขาวก็เข้ามาเยือนและกว้านซื้อพื้นที่เป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลในฮาวายขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
ในช่วงทศวรรษที่ ๑๘๗๐ มีหลายสนธิสัญญาที่ส่งผลให้การค้าของฮาวายผูกติดกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำตาลที่มีการทำสนธิสัญญาต่างตอบแทน (Reciprocity Treaty) ซึ่งเปิดทางให้ฮาวายได้สิทธิพิเศษในการส่งน้ำตาลเข้าไปขายในสหรัฐฯ โดยไม่ต้องจ่ายภาษี ขณะที่สหรัฐฯ เองก็สามารถส่งสินค้ามาขายในฮาวายได้แบบไม่ต้องจ่ายภาษีด้วยเช่นเดียวกัน จนในช่วงหลังปี ๑๘๘๕ ชาวอเมริกันและชนเชื้อสายยุโรปก็กลายเป็นนายทุนเจ้าของไร่อ้อยบนพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะ อีกทั้งกลุ่มนายทุนดังกล่าวยังมีความทะเยอทะยานที่จะเข้าไปควบคุมรัฐบาลฮาวายด้วย
 
กลุ่มทุนผิวขาวผู้มั่งคั่งพยายามอย่างยิ่งที่จะตัดทอนอำนาจอธิปไตยของชนพื้นเมือง ในปี ๑๘๘๗ กลุ่มสันนิบาตชาวฮาวาย (The Hawaiian League) ซึ่งนำโดยกลุ่มนักธุรกิจผิวขาว บีบบังคับให้กษัตริย์เดวิด คาลาคาอัว (David Kalakaua) แห่งฮาวาย ลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญดาบปลายปืน (Bayonet Constitution) โดยกษัตริย์คาลาคาอัวถูกกดดันให้ลงนามในขณะที่มีการเล็งปืนมาที่พระองค์ด้วย รัฐธรรมนูญนี้ลดทอนพระราชอำนาจของกษัตริย์ รวมถึงลดทอนอำนาจของชนพื้นเมือง ในทางกลับกันก็ให้อำนาจแก่นายทุนน้ำตาลเข้ามาควบคุมเกาะแห่งนี้ได้มากขึ้น
 
และในที่สุดวันที่ ๑๗ มกราคม ๑๘๙๓  กลุ่มนายทุนน้ำตาลและนักธุรกิจชาวอเมริกัน ก็สามารถโค่นล้มระบอบกษัตริย์ของฮาวายได้สำเร็จ โดยมีพระราชินีองค์สุดท้ายคือสมเด็จพระราชินีนาถลิลิอูโอคาลานี (Liliʻuokalani) กลุ่มนายทุนได้รับความช่วยเหลือจากทูตอเมริกาประจำฮาวาย ซึ่งสมคบคิดนำเรือรบของสหรัฐฯ มาจอดที่ชายฝั่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ

อุตสาหกรรมน้ำตาลยังส่งผลทางอ้อมผ่านการนำเข้าแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งมาพร้อมกับโรคระบาดที่ชาวพื้นเมืองไม่มีภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ประชากรชาวฮาวายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนสูญเสียอำนาจในการต่อรองในแผ่นดินเกิดของตนเอง

ในที่สุด ฮาวายถูกผนวกเป็นดินแดนของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในปี ๑๘๙๘ และกลายเป็นรัฐที่ ๕๐ ในปี ๑๙๕๙

ข้อมูลจาก THE STANDARD

สมเด็จพระราชาธิบดีเดวิด คาลาคาอัว และ สมเด็จพระราชินีนาถลีลีอูโอกาลานี

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 14:24

@คุณ superboy
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 14:27

  สหรัฐบุกเวเนซุเอลาครั้งนี้ มีทั้งเสียงคัดค้าน(จากหลายประเทศ) และเสียงไชโยโห่ร้องดีใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 14:36

      ขอเดาแบบคนนอกวงการว่า ประเทศใหญ่น้อยก็คงส่งเสียงประท้วงกันพอหอมปากหอมคอ   แต่เอาเข้าจริงแล้ว ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียบางส่วนก็คงไม่อยากเข้ามายุ่งมากกว่านั้น   
      ถึงกระนั้น   การเข้าไปจัดงานกับบ่อน้ำมันก็ไม่ใช่ว่าจะง่ายสำหรับทรัมป์   เพราะ PDVSA หรือบริษัทน้ำมันแห่งชาติของรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการผลิตและสำรองน้ำมันส่วนใหญ่ในประเทศ  ได้จัดสรรน้ำมันให้คู่ค้าประเทศอื่นอยู่ทั้งจีนและยุโรป  อเมริกาจะเข้ามากินรวบเอาดื้อๆ ใครจะยอม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 07 ม.ค. 26, 09:35

จักรวรรดินิยมอเมริกา❓

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 07 ม.ค. 26, 09:53

     ปู่ทรัมป์แกไม่รอช้าเรื่องทรัพยากรเลยนะคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 07 ม.ค. 26, 10:25

รบกวนคุณ superboy อีกแล้ว  สื่อข้างล่างนี่ชัวร์หรือมั่วนิ่มคะ

เอเจนซีส์ – สื่อการทหารชื่อดังชี้ สาเหตุผู้นำเวเนซุเอลาโดนจับตัวในปฎิบัติการบุกบันลือโลกเบ็ดเสร็จจบภายใน 2 ชั่วโมง 28 นาทีเพราะระบบป้องกันภัยทางอากาศจีนทั้งระบบสอดแนม 3 มิติ JYL-1 และระบบคลื่นเมติกเรดาร์ JY-27 โดนสหรัฐฯแจมสัญญาณก่อนตัดไฟทั่วเวเนซุเอลาแสดงให้เห็นถึงช่องว่างของความสามารถทางการทหารระหว่างจีนและสหรัฐฯ

Zonar Militar สื่อการทหารอาร์เจนตินาวันอาทิตย์(4 ม.ค)ว่า ภายใต้ปฎิบัติการ Operation Absolute Resolution เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์(3) สหรัฐฯใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง 28 นาที อ้างอิงจากเดอะการ์เดียนของอังกฤษ ในการบุกรวบตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และภรรยา ซีเลีย โฟลเรส

ความสำเร็จเกิดมาจากความล้มเหลวของระบบยุทโธปกรณ์ทางการทหารจีนในเวเนซุเอลา แสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นในความเป็นเจ้าโลกทางการทหารระหว่างสหรัฐฯและจีนได้เป็นอย่างดี

Zonar Militar ชี้ว่าหัวใจของสถาปัตย์การป้องกันประเทศของเวเนซุเอลาคือเครือข่ายเรดาร์จีนจากบริษัทการทหารปักกิ่ง China Electronics Technology Group ที่มีทั้งระบบสอดแนม 3 มิติ JYL-1 ( JYL-1 three-dimensional surveillance systems)และระบบคลื่นเมติกเรดาร์ JY-27( JY-27 metric-wave radar) ที่มีการโฆณาไปทั่วว่ามีความสามารถล่าเครื่องบินล่องหน F-35 จากระยะไกลได้

เครือข่ายระบบป้องกันภัยทางอากาศเวเนซุเอลาประกอบไปด้วยระบบเรดาร์จีนไม่กี่ตัวรวมระบบสอดแนม 3 มิติ 3 มิติ JYL-1 และระบบคลื่นเมติกเรดาร์ JY-27 และระบบป้องกันภัยทางอากาศรัสเซีย S-300 และมิสไซล์พิสัยกลางแบบภาคพื้นสู่อากาศ Buk-M2 ของมอสโก

อ้างอิงจาก Indian Defence News ของอินเดียที่รายงานในเรื่องนี้เช่นกันระบุว่า ความสามารถของระบบป้องกันภัยอากาศจีนอ้างว่าสามารถตรวจจับอากาศยานศัตรูจากระยะไกลถึง 450 กิโลเมตร

ยูเรเชียไทม์สที่รายงานถึงประสิทธิภาพการสู้รบของยุทโธปกรณ์การทหารจีนในเวเนซุเอลาเมื่อสุดสัปดาห์ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯชี้ว่า

อย่างไรก็ตามพบว่าเรดาร์จีนเหล่านี้ป้องกันเวเนซุเอลาได้น้อยมาก โดยหนึ่งในนักสังเกตการณทางการทหารคนหนึ่งได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X มีใจความว่า

“ภายใน 3 ชั่วโมงของปฎิบัติการเพื่อรวบตัว/จับกุมมาดูโร(ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร) กองกำลังสหรัฐฯไม่เพียงพิสูจน์ได้ว่าการป้องกันภัยทางอากาศรัสเซียนั้นใช้การไม่ได้แต่ยังพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีจีนนั้นไร้ประสิทธิภาพ”

ยูเรเชียไทม์สเปิดเผยว่า มีการรายงานต่อสื่อท้องถิ่นไต้หวันอ้างว่า ระบบเรดาร์สอดแนมพิสัยไกล JYL-1 ของจีนและระบบเรดาร์ต่อต้านล่องหน JY-27A ของจีนไม่สามารถตรวจจับเครื่องบินอเมริกันได้แม้แต่ลำเดียวและไม่สามารถใช้การได้ระหว่างการรบเพราะโดนแจมสัญญาณอิเล็กทรอนิก

Zonar Militar รายงานในรายละเอียดว่า ในปฎิบัติการพบว่า สหรัฐฯประสบความสำเร็จในการลดระดับและบังตาเพื่อผ่านระบบเซ็นเซอร์สำคัญต่างๆของระบบป้องกันภัยทางอากาศเวเนซุเอลาเปิดทางโล่งให้หน่วยปฎิบัติการพิเศษทางอากาศที่ 160 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Night Stalkers และหน่วยรบพิเศษเดลต้าเคลื่อนไหวได้

ในปฎิบัติการพบว่า เปิดฉากด้วยการแจมระบบระบบอิเล็กทรอนิกของเครื่องเรดาร์ตรวจจับของปักกิ่ง ส่งผลทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่นๆไม่ได้รับการเตือนภัยล่วงหน้า และตามมาด้วยกรุงคาราคัสมืดทั้งหมดด้วยการตัดกระแสไฟฟ้าก่อนที่กองกำลังทหารสหรัฐฯที่มาพร้อมกับความเร็วและความรุนแรงบุกเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วในความมืดเข้าสู่เมืองหลวง

ซึ่งจากมุมมองทางการทหาร บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องว่า ผลลัพท์ไม่สามารถอธิบายได้จากแค่ราะบบเดียวท่าล้มเหลว แต่เป็นการไร้ความสามารถไร้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีจีนของระบบสั่งการและควบคุมที่จีนออกแบบภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดและการโจมตีหลายจุด

https://mgronline.com/around/detail/9690000001262
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 07 ม.ค. 26, 10:35

ด่วน!ปธน.ทรัมป์เผยเวเนซูเอลาจะส่งมอบน้ำมันดิบคุณภาพสูง 30-50 ล้านบาร์เรลให้สหรัฐ จะนำไปขายในราคาตลาดโลก เงินที่ได้จะดูแลโดยปธน.ทรัมป์เพื่อประโยชน์ทั้ง เวเนซูเอลา-สหรัฐ สั่งรมว.พลังงานดำเนินการทันที


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.113 วินาที กับ 19 คำสั่ง