คอลัมนิสท์ นักวิจารณ์ Kong Rithdee fb
https://www.facebook.com/share/p/16wUNtiHon/เขียนถึงอ.แดง
บทความที่คุยกับอ.แดง ตอนอายุครบ 60 ปี ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์ตอนกุมภา ปี 2006... แปลกใจนิดๆ ว่ายอมให้สัมภาษณ์
เพราะปกติดูเหมือนอาจารย์ไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้ ภาพนี้ถ่ายที่สกาล่า อ.แดงชอบไปนั่ง
Dunkin หรือ Mister ตรงข้าม
สกาล่าสมัยโน้น ใครที่นัดหรือเจอแกแถวนั้นคงจำได้
อ่านอีกทีแล้วก็อบอวลถึงอดีตและความนับถือกับคนที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งทั้งชีวิตอย่างตั้งใจ ด้วยความเชื่ออย่างแท้จริง
...
ขอบคุณอ.แดง กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิณ สำหรับความรู้ การสนทนามากมาย โดยเฉพาะช่วงที่เราไปฉายหนังที่อักษรจุฬากัน
และที่สำคัญคือ ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้งานเขียนเรื่องศิลปะ ภาพยนตร์ ละคร เป็นสิ่งที่สังคมให้คุณค่า มีเกียรติ และน่าจดจำ
ในบทสนทนาบางส่วน (เมื่อ 20 ปีก่อน) อ.แดงบอกว่า
ตัวเองไม่เชื่อว่า หนังเป็นแค่ความบันเทิง เมื่อเริ่มงานเขียนในช่วง 1960s พบว่ามีผู้ชมหลายคนสนใจใคร่หาความหมายในหนัง
แม้หนังสมัยนี้จะไม่ค่อยมีความหมายมากมายเท่าเก่า แต่ก็ยังมีผู้ชมที่ใฝ่หาสิ่งที่อยู่เนื้อในใต้ผิวหนัง
สมัยอ.แดงยังเป็นนักเรียน ยังไม่มีที่ไหนสอนวิชาภาพยนตร์ในไทย แต่มีรีวิวหนังในนสพ. อ.แดงอ่านงานรีวิวของ"หมอจิ๋ว"
(พญ.โชติศรี ท่าราบ) เมื่อวัย 10 ขวบ
อ.แดงเริ่มเขียนเรื่องศิลปะและหนังที่สนใจเมื่อตอนเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ เพื่อลงนิตยสารของคณะ
อ.ศึกษางานหนังด้วยตัวเองจากหนังสือต่างประเทศต่างๆ และเขียนงานวิจารณ์ด้วยความรู้สึก แต่งานวิจารณ์ซึ่งอ.แดงยกให้เป็น
งานที่ทำให้อ.เชื่อมั่นว่างานวิจารณ์เป็นงานวิชาการคือชิ้นที่อ.สดใส พันธุมโกมลเขียนถึง The Graduate ซึ่งพูดถึง symbolism
(เช่น สระน้ำ ตู้ปลา) ในหนังที่ใช้สื่อแสดงถึง character ของตัวละคร
ยุค 60s - 70s เป็นยุคแสวงหาความหมาย มีนักวิจารณ์จริงจังเขียนงานหลายท่าน เช่น เสถียร จันทิมาธร และ ศิริพงษ์ จันทร์หอม
หลังจบการศีกษาอ.แดงรับราชการก่อนจะหันเข้าสู่วงการสิ่งพิมพ์ และงานโฆษณา ทั้งยังเป็นอ. พิเศษสอนภาพยนตร์เมื่อปี 1979
อ.แดงเห็นว่า งานของนักวิจารณ์อันดับแรกคือ สะท้อนความรู้สึกที่มีต่อหนัง และสำคัญกว่านั้นคือ การช่วยสื่อความเข้าใจในไอเดีย
ที่หนังนำเสนอ ให้เห็นสิ่งที่มีค่าน่าเห็นและน่าคิด
งานวิจารณ์เป็นงานที่อ่อนไหวสำหรับสังคมไทย แต่อ.ก็จะต้องมีความจริงใจในความรู้สึกที่มีต่องานเขียนจึงถ่ายทอดโดยผ่านการนำเสนอ
ที่ไม่แรงระคายเคือง หลายครั้งที่อ.วิจารณ์ด้านลบต่อหนังไทยผ่านงานเขียนและการพูดคุย ผู้สร้างต่างรับทราบว่าเป็นความจริงใจและรับได้
งานหนังทุกวันนี้(ถึงปัจจุบันนี้) ไม่ดี เทียบเท่าเมื่อครั้งอ.เริ่มต้นเป็นคนดูหนัง แต่อ.ก็ยังสนุกกับกิจกรรมนี้
คนสร้างหนังในยุค 1960s มุ่งหวังสร้างงานศิลป์ มากกว่ายุคนี้ที่หวังผลกำไร - เป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็กลับทำให้
งานวิจารณ์มีความสำคัญต่อผู้ชมมากขึ้น