|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 15 เมื่อ 04 พ.ย. 25, 11:16
|
|
ฟ้าเมืองไทย นิตยสารรายสัปดาห์โดย อาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่รวมนักเขียนชั้นยอด “นายรำคาญ” (ประหยัด ศ. นาคะนาท) “นพพร บุณยฤทธิ์” “รัตนะ ยาวะประภาษ” “’รงค์ วงษ์สวรรค์” “สันต์ เทวรักษ์” “สด กูรมะโรหิต” “เหม เวชกร” “เพชร ชมพู” (ประเสริฐ พิจารณ์โสภณ) “แจ๋ว วรจักร” (สง่า อารัมภีร) ขาจรอย่าง “สุจิตต์ วงษ์เทศ” “โกวิท สีตลายัน” “ศุภร บุนนาค” ฯลฯ ฉบับที่เอามาเป็นตัวอย่างคือฉบับที่ 6 ช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2512
คอลัมน์ “หนังสี” โดยแบ่งเป็นหนังไทยส่วนหนึ่งกับหนังฝรั่งอีกส่วนหนึ่ง คนเขียน(น่าจะ)คนละคน ส่วนที่ว่าด้วยหนังไทยเขียนโดย “ปลิศ” ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นนามปากกาของใคร เนื้อหาพูดถึงการสร้างหนังผีในสมัยนั้น เฟิร์น เขียนถึงหนังเรื่อง Krakatoa, East of Java กล่าวชมว่าแต่ละฉากล้วนสมจริงราวกับเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงเมื่อ 85 ปีโน้น “ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่เสียดายเงินที่ต้องจ่าย – ถึงหากรู้ๆ อยู่ว่าฝรั่งหลอกเรา แต่ถ้าหลอกได้สมจริงอย่างนี้แล้วละก็จะเป็นไรมี ยินดีควักกระเป๋าให้ อย่างหน้าชื่นตาบานเทียวละ!”
ไม่แน่ใจว่า เฟิร์น ท่านนี้เป็นคนเดียวกับ เฟิร์น ซึ่งเป็นนามปากกาของ ลัดดา ถนัดหัตถกรรม หรือ อมราวดี นักเขียน-นักแปลชื่อดังหรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะใช่ อ้างอิงจากที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยเล่าว่า อมราวดีแปลเรื่องสั้นภาษาอังกฤษลงในฟ้าเมืองไทยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของนิตยสาร (จากคอลัมน์รู้ไปโม้ด, ข่าวสด 5 ธ.ค.2550)
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 16 เมื่อ 04 พ.ย. 25, 11:18
|
|
จักรวาลรายสัปดาห์ ที่มี ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือ “พนมเทียน” เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ ฉบับนี้เป็นปีที่ 4 ฉบับที่ 175 จันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2516 นอกจากนิยายหลายเรื่องแล้ว เนื้อหาประจำมีทั้งสารคดีวิชาการ ข่าวสังคมบันเทิง แถมด้วยนิยายภาพ เรื่อง “สิงห์ดำ” โดย ราช เลอสรวง (นิวัฒน์ ธาราพรรค์) และเรื่อง “สาวน้อยอภินิหาร” โดย จุลศักดิ์ อมรเวช หรือ จุก เบี้ยวสกุล
บทวิจารณ์หนังคือคอลัมน์ “บันเทิงวิพากษ์” แค่ขึ้นต้นก็วิพากษ์แรงๆ ว่า
“เป็นหนังที่อ่อนเหตุผลเอามากๆ ซึ่งโดยสาระเนื้อหาแล้วน่าจะเป็นเรื่องประเภทนิทานมากกว่าจะเป็นนวนิยายในชีวิตจริง “แต่การแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้แสดงก็ค้านความนึกคิดของเรา จึงต้องทนผะอืดผะอมดูความเป็นไปไม่ได้ของหนังเรื่องนี้ไปอย่างเวทนา” หนังที่ถูกพูดถึงคือ สายชล (2516) กำกับโดย ประกอบ แก้วประเสริฐ มี ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นพระเอก บทวิจารณ์ยังสับความไม่สมเหตุสมผล เป็นฉากๆ ต่อไป จนถึงขั้นบอกว่า “...ขอโทษเถอะ เนื้อเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ถ้าไม่เรียกนิทาน เราก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร?” ถึงอย่างนั้นก่อนจบก็ยังกล่าวชมว่า “นอกจากเหตุการณ์ที่เดากันได้แทบทั้งเรื่องแล้ว ความประทับใจประปรายจากน้ำตาของแม่กับลูก โดยเฉพาะ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ ช่วยกู้หน้าหนังเรื่องนี้ไว้ได้อักโขในตอนท้าย”
ผู้เขียนใช้นามปากกาว่า ดาวหาง ซึ่งไม่รู้จริงๆ ว่าคือใคร
(เพิ่มเติม นามปากกา ดาวหาง นี้ ไม่น่าเป็นนามเดียวกับ ดาวหาง ผู้เขียนเรื่อง พัทยา ซึ่งมีผลงานเอกเรื่อง พัทยา ข้อมูลระบุว่า ท่านได้ตัดสินใจยุติชีวิตนักเขียนไปทำธุรกิจส่วนตัวที่จังหวัดชลบุ หลังจากที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อ 16 กันยายน พ.ศ. 2500)
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 17 เมื่อ 18 พ.ย. 25, 13:53
|
|
บรมครู ดนตรีสากลของไทย...จากไป อย่างสงบ ด้วยวัย 91 ปี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันเอก(พิเศษ) ชูชาติ พิทักษากร (19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2477 –16 พฤศจิกายน พ.ศ.2568) ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงด้านดนตรีสากล ประจำปี พ.ศ. 2553 คือ “อาจารย์ชูชาติ” และ “อาจารย์ปู่” ของศิษย์หลายๆ รุ่นในวงการดนตรีสากลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรีคลาสสิกตะวันตก สืบเนื่องเมื่ออ.จบการศึกษาดนตรีจากอังกฤษแล้วกลับมาไทย ได้เข้ารับราชการที่กองดุริยางค์ทหารบก ต่อมาก็เป็นอาจารย์ประจำที่ คณะครุศาสตร์จุฬาฯ และเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะศิลปกรรมศาสตร์จุฬาฯ (อ.ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันไวโอลิน ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถึง 2 ปีซ้อนในรายการ “Youth Competition” ซึ่งจัดขึ้นที่ Blackheath Conservatoire of Music กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี1955 และ 1956) อ. มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและการพัฒนาการเรียนการสอนดนตรีสากลมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ ทั้งทางด้านทฤษฎีดนตรี การประพันธ์ดนตรี การเรียบเรียงเสียงประสาน การปฎิบัติเครื่องดนตรีในกลุ่มเครื่องสาย ได้แก่ ไวโอลิน วิโอลา และ การอำนวยเพลง
เชิดชูเกียรติศิลปิน: ผู้ช่วยศาสตราจารย์พันเอกชูชาติ พิทักษากร
youtube.com/watch?v=iAzIbswFgxA
ภาพจาก narongrit.com
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 18 เมื่อ 18 พ.ย. 25, 13:56
|
|
“90 ปี ชูชาติ พิทักษากร กล่อมนครด้วยดนตรี” - ลาวแพน วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567
จากฟบ.ของอ. เมื่อปีใหม่ 2020
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 19 เมื่อ 18 พ.ย. 25, 18:28
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 20 เมื่อ 19 พ.ย. 25, 10:32
|
|
สมัยยังเป็นนักเรียน เคยรับชมรับฟังรายการเพลงจากวงบรรเลง อำนวยเพลงโดยอ. ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 7 ขาวดำ(ช่อง 5 ปัจจุบัน) นำเสนอเพลงสากลทั้งเพลงบรรเลง และเพลงร้อง โดยนักร้องหญิงสองท่านคือ ม.ร.ว. เบญจาภา จักรพันธุ์ และ คุณเขมิกา กุญชร ณ อยุธยา เพลงที่ยังจำได้ถึงวันนี้คือ เพลง Around the World และ I Will Wait for You
นอกจากนี้อ.ยังให้สัมภาษณ์ถึง รายการ “ดนตรีวิจารณ์” เป็นรายการเกี่ยวกับสังคีตนิยม ซึ่งเป็นการแสดงจริงๆ ออกอากาศทางโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 วันอาทิตย์สัปดาห์เว้นสัปดาห์ อ.เป็นผู้อำนวยเพลงและเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีวงดุริยางค์ขนาดเล็ก หรือ “จุลดุริยางค์” ชื่อว่า “วงพิทักษากร” (และ ตอนอยู่มหาวิทยาลัยปีแรก-ปีสอง มีรายการเพลงคลาสสิค น่าจะเป็นวงของ อ. มาบรรเลงเพลงที่คณะ จำได้ว่า อ.เล่าอธิบายภาพบรรยายโดยเสียงดนตรี - Tone Poem จากเพลง In a Chinese Temple Garden ของ Albert Ketelbey)
ขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงสำหรับคีตสุนทรียภาพงามความทรงจำในอดีตที่ยังประทับใจไม่ลืม
ซิมโฟนีแห่งชีวิต_Bangkok Music Forum ครั้งที่ 4
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 21 เมื่อ 21 ธ.ค. 25, 12:16
|
|
รำลึก อำลาครูเพลง หนึ่งในศิลปินแห่งชาติครูเพลงลูกกรุงรุ่นสุดท้าย (ที่ยังเหลืออยู่ - สติ สติฐิต เกิด 24 ธันวาคม พ.ศ. 2477 - นามแฝง เนรัญชรา) ครูมนัส ปิติสานต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2555 จากไปเมื่อ 20 ธันวาคม 2568 สิริอายุ 97 ปี ครูเป็นทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลง ท่านเล่นไวโอลิน เคยดูรายการทางทีวีที่ท่านและครูสง่า,ครูปรีชา ร่วมบรรเลงวงดนตรี"กระชับมิตร" ผลงานประพันธ์เพลงของท่านที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น เสน่หา ม่านบังใจ และ เพื่อเธอที่รัก นอกจากนี้ยังมีผลงานเพลงประกอบละครโทรทัศน์ ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ เช่น พิภพมัจจุราช หุ่นไล่กา
เพื่อเธอที่รัก เพลงรักที่ไม่สมหวังของครูมนัส ปิติสานต์ เนื่องจากผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงกีดกันเพราะครูเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง ฝ่ายหญิงจำต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ทางผู้ใหญ่เห็นว่าคู่ควร มุขปาฐะเล่าว่า หลังจากที่เพลงนี้ได้ออกเผยแพร่ไป วันหนึ่งครู ได้รับโทรศัพท์จากบิดาของหญิงสาวบอกกับครูว่า "มึ..ฆ่าลูกก.." ด้วยว่าหญิงสาวได้ประกอบอัตวินิบาตกรรมหลังจากได้ฟังเพลงนี้
"คิดถึงเหลือเกิน ป่านนี้เธอคงร้องไห้ เสียดาย เสียดาย ฉันไม่อาจช่วยซับหยาดน้ำตา"
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 22 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 10:50
|
|
บางส่วนจาก ฟบ. ยอดมนุษย์..คนธรรมดา รวบรวมเรื่องราวครูมนัส ปิติสานต์
สมัยหนุ่มๆ ครูเป็นเพียงนักไวโอลิน แต่ด้วยฝีมืออันโดดเด่นจึงสร้างความประทับใจแก่สาวจุฬาฯ คนหนึ่ง หญิงสาวผู้นั้น เดินมาบอกครูสง่า อารัมภีร เพื่อนสนิทของครูว่า อยากรู้จักกับนักไวโอลิน ด้วยความไม่อยากเด็ดดอกฟ้า ครูจึงปฏิเสธที่จะสาน สัมพันธ์ แต่เธอบอกว่า ตัวเองก็เป็นเพียงคนจนๆ เหมือนกัน ทั้งคู่จึงคบกัน โดยมีพี่สาวของแฟนตามประกบเวลาไปไหนมาไหน แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งมีคนมาส่งข่าวว่า ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองต้องการพบตัว และคำพูดแรกmujผู้ใหญ่เอ่ยคือ “เธอต้องเลิกกับลูกสาวฉัน” เมื่อรู้สถานภาพที่แท้จริงของแฟนสาวที่คบกันมา 4 ปีเป็นอย่างไร ครูจึงตัดใจเด็ดขาด แม้เธอจะบอกให้รออีกสักปีจนกว่า บรรลุนิติภาวะ แต่รู้อยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ครูกลายเป็นคนสำมะเรเทเมาไปพักใหญ่ กระทั่งครูสง่าเรียกไปเตือนสติว่า ‘ชีวิตเราไม่มีใคร เขาทำลายหรอก มีแต่เราที่ทำลายตัวเอง นัสต้องนึกใหม่ นึกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนสอนให้รู้จักกับชีวิต นัสลองแต่งเพลง’ เราก็เอาความหลังที่มีต่อกันเขียนเป็นเพลง เลยแต่งไปให้ 4 เพลง เพลงแรกคือ คืนคำรัก ปรากฏว่าเพลงติดหูคนฟัง พอได้ เราก็เริ่มเอาความหลังที่มีต่อกันเขียนเป็นเพลง ก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟัง ครูมนัสเขียนเพลงถึงหญิงสาวผู้นี้ร่วม 40 เพลง หลายเพลง ยังเป็นที่รู้จักถึงทุกวันนี้ เช่น ระฆังใจ จนวันหนึ่งจึงรู้สึกว่า ควรพอได้แล้ว แต่หญิงสาวผู้นั้นซึ่งยังแวะเวียนมาพบอยู่เรื่อยๆ ก็บอกว่า อย่าเพิ่งเลิกเขียนเพลงเลย เพราะเธอยังรักและอยากฟังอยู่ จึงตัดสินใจนำเนื้อเพลงที่ อิศรา บรรจงสวัสดิ์ แต่งไว้มาปรับแก้ และ ใส่ทำนอง กลายเป็นเพลง 'เพื่อเธอที่รัก' เสมือนเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่เกิดขึ้น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 23 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 10:56
|
|
บทเพลงที่ครูได้รังสรรค์ยังคงความอมตะไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ ‘เสน่หา’ ซึ่งข้ามเวลามานานกว่า 6 ทศวรรษ ‘ความรักเอย เจ้าลอยลมมาหรือไร..มาดลจิตมาดลใจเสน่หา’ จากครั้งแรก สุเทพ วงศ์กำแหง ส่งต่อไปยังนักร้องรุ่นหลังนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ นัดดา วิยกาญจน์, ศรีไศล สุชาตวุฒิ, สุภัทรา โกราษฎร์, นันทิดา แก้วบัวสาย, ฝน ธนสุนทร จนถึง โมเดิร์นด็อก, เบน ชลาทิศ
ครูมนัสเขียนเพลงเสน่หาขึ้นเมื่อปี 2507 ครูไปสอนวิชาดนตรีที่ขอนแก่น ทุกวันหลังงาน ครูจะมานั่งกินอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นก็จะมีหญิงสาวสองคน คนหนึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้าน อีกคนหนึ่งเป็นข้าราชการครู มานั่งพูดคุย คอยเสิร์ฟอาหาร หากับแกล้ม รินเหล้า กระทั่งวันสุดท้าย ก่อนกลับกรุงเทพฯ ระหว่างที่ครูกำลังเดินเข้าบ้านพัก ผ่านบึงแก่นนคร เห็นพระจันทร์สวยมาก เงาสะท้อนไปกับผิวน้ำดูงดงามเสียเหลือเกิน เมื่อถึงห้องก็หลับไม่ลง จึงลุกขึ้นมาเขียนเพลง แต่ใจไม่อยากเขียนถึงคนรักเก่า เลยนึกถึง สองสาว แล้วจินตนาการต่อว่า การที่ทั้งคู่มาทำดีด้วย แท้จริงคือความรัก หรือความชื่นชอบกันแน่ “เรารู้ว่าทั้งสองคนนั้นสนใจในตัวเรา แต่ไม่อยากพูด เพราะประเมินตัวเองแล้วว่า เราไม่มีค่าสำหรับใครหรอก เราเป็นแค่วณิพก ที่ต้องเต้นกินรำกิน คือเขาชื่นชอบฝีมือเรา แต่ถ้าเราอยู่ในสังคมกับใคร เขาจะมองเราไม่มีค่า” ครูพูดถึงความรู้สึกในห้วงนั้น
ชอบเวอร์ชั่นนี้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
SILA
|
|
ความคิดเห็นที่ 24 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 11:19
|
|
วันหนึ่งมีเหตุให้ครูตัดสินใจวางมือ และหันหลังให้วงการประพันธ์เพลงโดยสิ้นเชิง เมื่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฉบับหนึ่งประกาศใช้ “ผมรับไม่ได้กับข้อความที่ให้ผู้จ้างเป็นผู้ครองลิขสิทธิ์ เราคิดทำนอง คำร้องออกมา เขาให้เงินเราก้อนหนึ่งแล้วเอาเพลงไป หลังจาก เขาจะทำอะไรก็ได้ อัดซ้ำซากเป็นร้อยครั้ง เราไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ถ้าแบบนั้นไม่ทำดีกว่า ผมเลิกเลย” ทุกวันนี้มีครูเพลงอีกมากที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากงานที่ตัวเองรังสรรค์ขึ้น ต่างจากครูมนัสที่ยังได้รับค่าลิขสิทธิ์จนถึงทุกวันนี้ ถึงไม่ได้เขียนเพลงนานแล้ว สำหรับครูแล้ว ภารกิจเรื่องเพลง ถือว่าจบสิ้น แม้แต่ไวโอลินสักเครื่องก็ยกให้คนอื่นหมด เหลือเพียงแค่เทป 4-5 ม้วน โน้ตเพลงที่ลูกศิษย์ ทำให้ 2 เล่ม กับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สิ่งเดียวที่ยังทำอยู่บ้างคือ การสอนดนตรีให้แก่ผู้สนใจ ครูบอกว่า ถึงเวลาจะผ่านไปแต่ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงวณิพกก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่น่าภูมิใจคือ โอกาสและ ความเมตตาที่ได้รับตลอดมา “อาชีพของเรามันหากินได้เฉพาะค่านิยมเท่านั้น ถ้าทำให้เกิดค่านิยมไม่ได้ รับรองว่าไม่มีอะไร ผมจบการศึกษามาไม่มีประกาศนียบัตร ผมพูดได้ตลอดเวลาว่า ผมเป็นศิษย์พระเจนดุริยางค์ ผมเล่นดนตรี อัดแผ่นเสียง อัดละคร แต่งเพลงสารพัด แต่มีอะไรรับรอง ผู้ที่ให้ประกาศนียบัตรผม คือ ท่านผู้ชมกับท่านผู้ฟัง ผมจึงไม่เคยอวดว่าตัวเองเป็นศิลปินแห่งชาติ ผมถือว่านั่นเป็นเกียรติที่ได้จากการทำงานที่เราตั้งใจทำ ทำให้เราได้รับ การตอบแทนที่ดี และได้เกียรติที่สูงที่สุดซึ่งทุกคนใฝ่ฝัน”
ครูฉลองวันเกิดปีสุดท้าย ก.ค. 2568 ที่ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในงานเดียวกันนี้บริษัท โคลีเซี่ยมฯ แถลงข่าวพิธีการเซ็นสัญญารับมอบลิขสิทธิ์เพลงของ พ.อ.อ.มนัส ปิติสานต์ จำนวน 500 เพลง โดยต่อไปนี้ บริษัททำหน้าที่ดูแล และจัดเก็บผลประโยชน์ ครูมนัส ปิติสานต์ เปิดเผยว่า “ผมได้มอบลิขสิทธิ์ผลงานเพลงของผมทั้งหมดให้คุณพรพิมล มั่นฤทัย เพราะผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะเป็นผู้ที่ดูแลรักษาและต่อยอดผลงานของผม ให้เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่สืบต่อไป เพื่อให้ผลงานที่มีคุณค่าของผมได้อยู่คู่แผ่นดินไทย ตลอดไปครับ“ ครูมนัส เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นเป็นเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท แต่เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะทางบริษัทโคลีเซี่ยม ยืนยันจะมีการมอบเงิน ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
bangkokenews
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 25 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 11:51
|
|
ขอร่วมรำลึกค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 26 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 11:52
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 27 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 11:54
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 28 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 11:58
|
|
ส่วนตัว ชอบเสียงของนิรุติ บุญคำพัวมากที่สุด เสียงเขาเป็นของแท้ของนักร้องลูกกรุงยุคเพลงลูกกรุง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 29 เมื่อ 23 ธ.ค. 25, 14:55
|
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|