เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
อ่าน: 65273 ท่านหญิงกำมะลอ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 21 ก.ย. 13, 20:05

แจ๊คกับแอนนา ในยุค 1970s


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 23 ก.ย. 13, 10:55

   สามีภรรยาดูเหมือนจะเป็นเนื้อคู่กัน  เพราะต่างคนต่างมีอะไรเพี้ยนๆด้วยกันทั้งคู่  จึงผสมกลมกลืนกันไปได้    แม้ว่าแจ๊คเป็นคนมีความรู้และฐานะดี มีบ้านหลังงามอยู่ในละแวกบ้านปัญญาชนเหล่าอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยกัน     แต่เขาก็ปล่อยให้องค์หญิงภรรยาเขาทำอะไรตามใจชอบ     
    แอนนามีนิสัยประหลาดอยู่อย่างหนึ่งคือชอบเลี้ยงสัตว์หมาแมว  แต่มิใช่เลี้ยงสองสามตัว    อย่างชาวบ้านเขาทำกัน     สัตว์เลี้ยงในบ้านปาเข้าไป 68 ตัว   หล่อนปล่อยให้มันเพ่นพ่านอยู่รอบบ้าน  สนามเต็มไปด้วยกระป๋องอาหารสัตว์ทิ้งไว้เกลื่อนกลาด  รวมทั้งขยะอื่นๆที่ไม่เก็บกวาดด้วย
   จะว่าไป   หล่อนก็เจอเนื้อคู่ หนังคู่ กระดูกคู่เข้าจริงๆด้วย  เพราะศาสตราจารย์แจ๊ค สามีหล่อนก็เป็นโรคชอบสะสมหมาพอกัน   ภรรยาหาแมวมาเป็นฝูง เขาก็หาหมามาเลี้ยงเป็นฝูงเช่นกัน    จนกระทั่งบ้านหลังงามนั้นกลายสภาพเป็นโรงสะสมสัตว์และสะสมขยะไปโดยปริยาย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 23 ก.ย. 13, 10:57

บ้านนี้ปัจจุบันก็ยังอยู่  เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวพากันไปชมแห่งหนึ่งเมื่อไปถึงเมืองชาร์ล็อตสวิลล์ ในรัฐเวอร์จิเนีย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 23 ก.ย. 13, 11:26

    สภาพบนสนามว่าแย่แล้ว  ในตัวบ้านยิ่งแย่หนักเข้าไปอีกหลายเท่า    เพราะเต็มไปด้วยข้าวของไม่ว่าของดีๆ หรือว่าขยะที่ควรโยนทิ้งไปนานแล้ว แต่ก็ไม่ทิ้ง   ปนเปกันอยู่ทุกตารางนิ้วภายในบ้าน     องค์หญิงกำมะลอไม่ยอมทิ้งอะไรแม้แต่หนังสือพิมพ์เก่าๆ  เสื้อผ้าเก่าๆ หรือหนังสือเก่าๆที่ควรบริจาคไปนานแล้ว    ของพวกนี้มันก็เลยถมทับ ท่วมท้นกันอยู่ทุกซอกมุมบ้าน   เท่ากับสามีภรรยาอาศัยอยู่ในกองขยะนั่นเอง   
    แจ๊คเองนอกจากไม่ห้ามปรามแล้ว ยังตามใจภรรยา   ตัวเขาเองก็ไม่จัดการเก็บกวาดข้าวของให้เรียบร้อย    อยู่กันไปยังงั้น โดยบอกว่า "อานัสเตเชียทรงชอบอย่างนั้น"   นับว่าเป็นหนังคู่กระดูกคู่กันจริงๆ

    อาการที่องค์หญิงกำมะลอเป็น ไม่ใช่นิสัยของคนขี้เกียจหรือสกปรกไม่รู้จักเก็บกวาดบ้านให้สะอาด   แต่เป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่งเรียกว่า Compulsive hoarding    คนที่ป่วยเป็นโรคนี้จะไม่ยอมทิ้งของ  เพราะรู้สึกว่าไม่ว่าอะไรก็ยังเอาไว้ใช้ได้หมด   แม้แต่ขวดเปล่าๆ  แกนกระดาษชำระ  หนังสือพิมพ์เมื่อยี่สิบปีก่อน  เสื้อผ้าขาดเป็นผ้าขี้ริ้ว ฯลฯ    พวกนี้จะโกรธหรือเศร้าโศกเสียใจมากถ้าหากว่าใครมาช่วยเก็บขยะพวกนี้เอาไปทิ้งให้     เพราะกลายเป็นว่า "ของมันดีๆยังใช้ได้อยู่ ทิ้งไปทำไม" หรือ " มาขโมยของฉันไปใช้น่ะซี"
   Compulsive hoarding เป็นได้ทั้งโรคเดี่ยวๆในตัวของมันเอง  หรือเป็นอาการส่วนหนึ่งของโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD หรือ obsessive-compulsive disorder) ก็ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 23 ก.ย. 13, 11:32

ภาพข้างล่างนี้ไม่ใช่ห้องเก็บของ แต่เป็นห้องที่อยู่อาศัยธรรมดานี่แหละ เพียงแต่เจ้าของเป็นโรค compulsive hoarding หรือ compulsive hoarding syndrome  ค่ะ
คือทำใจให้ทิ้งของไม่ได้  ได้แต่สะสมเข้าไปจนท่วมห้อง


บันทึกการเข้า
นางมารน้อย
พาลี
****
ตอบ: 297


ทำงานแล้วค่ะ


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 16:29

เมื่อ 2-3 วันมานี้เพิ่งมีข่าวใหญ่ ไฮโซไทยโดนหลอกกันระนาวจากเจ้าเก๊ เจ้าสร้อยมาลา ณ จำปาศักดิ์(แกใช้นามสกุลสามีเป็นนามสกุลทำนองชื่อกลาง แต่จำไม่ได้ค่ะ) อ้างว่าเป็นเจ้านายเชื้อสายเจ้าจำปาศักดิ์ ขนสมบัติเก่ามาขายหาเงินสร้างกองทุนสนับสนุนเป็นค่าการศึกษาสำหรับเณรยากไร้ สมบัติบรรดามี มีทั้งแก้วแหวนเงินทอง ของสำคัญคือพวกซิ่นยกทองเก่าแก่โบราณ ประมาณว่ากรุแตกกันเลยทีเดียว หลอกได้นานหลายปี มีทีวีไปขอทำข่าวหลายช่อง แต่ความมาแตกเอาเมื่อไม่นานมานี้เองว่าโดนตุ๋นกันจนเปื่อย เห็นว่าดึงคนของกรมหม่อนไหมมาเกี่ยวข้องรับประกันว่าซิ่นดิ้นทองนั่นของแท้นะคะด้วย แถมได้ไปออกงานที่ม.รามคำแหงอีก คนหลงเชื่อกันมากมาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ก.ย. 13, 20:43 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า

สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 17:43

เอาชื่อไปถามสารวัตรกู๊กดู  ได้คำตอบมาหลายเว็บ     อ่านแล้วก็พบว่าการอ้างตัวเป็นเจ้าเป็นนาย  ไม่ว่าจะของไทยเราหรือของประเทศเพื่อนบ้าน(เพื่อให้สืบยากขึ้น) เป็นเรื่องยอดนิยมของพวกกำมะลอจริงๆค่ะ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 19:02

เอาข่าวจากมิตชนมาแปะครับ   ยิ้มกว้างๆ

ผู้เชี่ยวชาญและเก็บสะสมผ้าโบราณในพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า หลังจากมีกระแสข่าวเจ้าสร้อยมาลา อินเอี่ยม ณ จำปาสัก ประกาศขายผ้าและอัญมณีโบราณเพื่อช่วยการศึกษาพระเณรในลุ่มแม่น้ำโขงนั้น ตนได้รับการติดต่อจากบุคคลหลากหลายระดับสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าวอย่างต่อเนื่องว่า เป็นความจริงหรือไม่อย่างไร โดยส่วนตัวเห็นว่า เป็นเจตนาดีในการทำบุญ แต่เท่าที่ตรวจสอบเรื่องอัญมณีพบว่า เป็นทองธรรมดาที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปเช่น ผ่านตลาดวโรรสหรือกาดหลวง  ส่วนผ้าที่นำออกจำหน่ายไม่น่าจะเป็นผ้าเก่าหรือโบราณอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะตามสภาพเป็นเพียงผ้าเก่าที่มีลักษณะพื้นๆ ธรรมดา และไม่มีราคาสูงอย่างที่ระบุ และผ้าลาวเป็นผ้าใหม่มีคุณภาพเดียวกับที่จำหน่ายในกาดหลวงหรือย่านลอยเคราะห์เท่านั้น


"อยากขอร้องให้สื่อช่วยตรวจสอบให้ลึกเพราะผ้าซิ่นที่นำมาจำหน่ายมีการตั้งราคาสูงเกินจริง บางผืนราคาเพียง 1,000 บาท แต่ขายถึง 25,000 บาท เรียกว่า ราคาผิดจากความเป็นจริง ยืนยันได้เพราะไปชมมาด้วยตาตนเองแล้ว จึงกังวลใจว่า จะเป็นกระบวนการบางอย่าง ทำเพื่อกระตุ้นการขายโดยใช้สื่อเป็นสะพานเชื่อมที่ไม่ต้องใช้การโฆษณา ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีนี้"ผู้เชี่ยวชาญและเก็บสะสมผ้าโบราณ กล่าว

 

ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าวว่า อยากให้ผู้เกี่ยวข้องอาทิ นายเผ่าทอง ทองเจือ หรือนายทรงศักดิ์ ปรางรัตนกุล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีความรู้เรื่องผ้าของเมืองไทยดีที่สุดเข้าไปตรวจพิสูจน์ให้กระจ่าง เพราะไม่อยากเห็นประชาชนทั่วไปตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งการอ้างสาแหรกเจ้าลาวเป็นเรื่องน่าห่วงใย เพราะเกรงว่าจะเป็นการสถาปนาหรืออุปโลกน์ขึ้นมาเองเนื่องจากในอดีตเคยมีลักษณะนี้มาแล้วแต่เป็นเจ้าผู้ชายที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้เช่นกัน


"คนสามกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อคือ คนมีเงินแต่ไม่มีความรู้เรื่องผ้า คนมีความรู้แต่ต้องซื้อเพราะเกรงใจ และคนที่หวังเสี่ยงว่าอาจจะได้ของเก่าจริงๆ จึงอยากให้กลุ่มเกย์การเมืองเชียงใหม่เข้ามาช่วยตรวจอาบเรื่องนี้ด้วย เพราะกระบวนการนี้มีกระเทยบางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยการนำผ้าไปฝากขายที่ร้านเจ้าสร้อยมาลา" ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1234252730&catid=19


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
mrpzone
มัจฉานุ
**
ตอบ: 89


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 21:00

นำข้อมูลมาเจ้าสร้อยมาลา ณ จำปาศักดิ์ ฝากอีกลิงค์หนึ่งครับ
http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=7448

หลายความเห็นจะมีข้อมูลค่อนข้างลึก (ที่แสดงถึงความน่าเคลือบแคลงสงสัย) ไม่ถึงกับมีหลักฐานประกอบแสดงอย่างชัดแจ้งแดงแจ๋ แต่ข้อมูลก็ค่อนข้างแน่นหนาอยู่ครับ

//เพิ่มเติม

เมื่อ 2-3 วันมานี้เพิ่งมีข่าวใหญ่ ไฮโซไทยโดนหลอกกันระนาวจากเจ้าเก๊ เจ้าสร้อยมาลา ณ จำปาศักดิ์(แกใช้นามสกุลสามีเป็นนามสกุลทำนองชื่อกลาง แต่จำไม่ได้ค่ะ) อ้างว่าเป็นเจ้านายเชื้อสายเจ้าจำปาศักดิ์ ขนสมบัติเก่ามาขายหาเงินสร้างกองทุนสนับสนุนเป็นค่าการศึกษาสำหรับเณรยากไร้ สมบัติบรรดามี มีทั้งแก้วแหวนเงินทอง ของสำคัญคือพวกซิ่นยกทองเก่าแก่โบราณ ประมาณว่ากรุแตกกันเลยทีเดียว หลอกได้นานหลายปี มีทีวีไปขอทำข่าวหลายช่อง แต่ความมาแตกเอาเมื่อไม่นานมานี้เองว่าโดนตุ๋นกันจนเปื่อย เห็นว่าดึงคนของกรมหม่อนไหมมาเกี่ยวข้องรับประกันว่าซิ่นดิ้นทองนั่นของแท้นะคะด้วย แถมได้ไปออกงานที่ม.รามคำแหงอีก คนหลงเชื่อกันมากมาย

พยายามหาข่าวที่เกี่ยวข้องแต่ไม่เจอครับ เจอที่ความเห็น แก้ไขข้อความเล็กน้อยให้อ่านจำเริญตานิดหน่อย ดังนี้ครับ

ไฮโซกรุงเทพ เหวี่ยงแจ้งความจับเจ้าซ่ามาลอย!!! แห่งคุ้มนางแก้วหางดง ออกงานหลอกขายผ้า เครื่องประดับทองคำจากกรุเจ้าจำปาศักดิ์อายุกว่า 200 ปี ที่ขนหนีทัพมาพึ่งพิงที่แดนล้านนา!!! ไฮโซใส่ไปแล้วเครื่องประดับทองหลุด แถมสะดุดตรงผ้าทองคำมีสติกเกอร์ยี่ห้อลูกเสือติด กุมขมับ!! สูญเงินแสน ตำรวจนำหมายจับตามไปถึงคุ้มนางแก้ว ตะลึงกำลังฟ้อนเข้าทรงอย่างสุดคึก ในเพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร เจ้าซ่ามาลอยวอนขอฟ้อนจนจบเพลงแล้วค่อยจับกุม!!!

เหมือนข่าว SMS หรือข่าวซุบซิบอย่างไงชอบกล

ปล. ขออภัยที่แทรกขัดจังหวะการเล่าเรื่องของอาจารย์ใหญ่นะครับ (ตะกี้โพสต์แล้วชนกลางอากาศพอดีครับ เลยกลับมาแก้ไขเพิ่มข้อมูลที่เพิ่งเจอในโพสต์เก่าครับ)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 21:07

กลับมาเรื่ององค์หญิงรัสเซียของเราต่อนะคะ

สิ่งโสโครกที่นับปียิ่งท่วมบ้าน กระจายไปรบกวนถึงบ้านแถวนั้น   ทั้งภาพ ทั้งกลิ่น ทั้งเสียง ของหมาแมว 68 ตัวทำให้เพื่อนบ้านทนไม่ไหว  ก็พร้อมใจกันยื่นคำขาดว่า สามีภรรยาคู่นี้จะอยู่ในชุมชนได้ต่อไปก็เมื่อเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน และขนย้ายสัตว์ออกไปที่ฟาร์มนอกเมือง  เพราะแจ๊คมีฟาร์มส่วนตัวอยู่อีกแห่งหนึ่ง   ทั้งคู่ก็เลยย้ายออกจากในเมืองไปอยู่ที่นั่น

แต่เมื่อย้ายไปแล้ว  ทั้งสองคนก็ไปก่อกรรมทำเข็ญให้เพื่อนบ้านละแวกบ้านนานั้นอีก   เนื่องจากหมาแมวมีจำนวนเพิ่มขึ้น เจ้าของเลี้ยงให้อิ่มหนำไม่ไหว   หมาก็เลยเพ่นพ่านออกจากเขตบ้าน เที่ยวไปฆ่าไก่ฆ่าห่านในฟาร์มแถวนั้นมากินแก้หิวโหย   ทำเอาเจ้าของเดือดดาลไล่ยิงหมาตายไปหลายสิบ  แจ๊คนับจำนวนได้ถึง 41 ตัว  
สมัยนั้นก็คงไม่มีใครรู้ว่าจะทำยังไงกับผัวเมียชราคู่นี้ดี     เพราะก็รู้ๆกันว่าเพี้ยนทั้งคู่    อีกอย่างแอนนาก็ยังยืนกรานว่าเธอคือเจ้าหญิงพระธิดาพระเจ้าซาร์   มีผู้คนมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว  ชื่อเสียงของเธอก่อความเกรงใจให้เพื่อนบ้านอยู่บ้าง แม้ว่าไม่ถึงกับยอมรับนับถือ    ทั้งสองก็เลยถูกกันออกจากสังคมไปโดยปริยาย  ต้องปลีกตัวอยู่โดดเดี่ยว   กลายเป็นโรคหวาดระแวง (Paranoid) กว่าเคจีบีในรัสเซียส่งสายลับมาจะตามเก็บแอนนาบ้าง    มีคนจะวางยาพิษแจ๊คบ้าง  แล้วแต่จะฟุ้งซ่านกันไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 21:25

   สุขภาพของแอนนาเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ  จนทางการต้องยื่นมือเข้าไปขอคำสั่งศาลให้แต่งตั้งผู้ดูแลเธอ   แอนนาถึงถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวช   แต่แจ๊คก็แอบพาภรรยาหนีออกจากโรงพยาบาลไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านนาร้างแห่งหนึ่ง   ร้อนถึงตำรวจต้องควานหาตัวกันจ้าละหวั่น  หากันอยู่เป็นแรมเดือนจึงพบ    พาตัวกลับมาได้ แต่สุขภาพของแอนนาก็ทรุดหนักลงจนเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984  อายุ  87 ปี  
   เธอปิดฉากชีวิต ด้วยความเชื่อมั่นของสามีว่า ภรรยาของเขาก็คือเจ้าฟ้าหญิงอะนัสตาซี ยาแห่งรัสเซียอยู่นั่นเอง

   แม้ว่าแอนนาจบฉากชีวิตลงไปแล้ว   แต่เรื่องราวของเธอก็ยังไม่ปิดฉาก    สวรรค์ไม่ยอมให้องค์หญิงกำมะลอได้หลอกลวงชาวโลกต่อไป     ดังนั้นหลังจากเธอตายไปไม่กี่ปี   วิทยาศาสตร์ก็สามารถพิสูจน์ความเกี่ยวพันทางสายเลือดด้วยการตรวจ DNA ได้   กรณีของแอนนาจึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 25 ก.ย. 13, 12:20

ไม่เป็นไรค่ะคุณพี   สลับฉากเปลี่ยนดารานำแสดงบ้างก็จะได้คลายเครียดดีค่ะ    สารวัตรกู๊กมีเรื่องพวกนี้เยอะค่ะ ลองถามด้วยคำว่า "เจ้าเก๊" ดูก็ได้
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=103

“เจ้าเก๊” ระบาดหนัก!   

โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสขับรถไปตามเส้นทางสายมิตรภาพ หวนนึกถึงความหลังเมื่อครั้งตัวคนเขียนเอง ยังเป็นนายตำรวจได้ไม่นาน เพิ่งกลับจากเรียนหนังสือเมืองนอกไม่ถึงเดือน ถูกย้ายไปประจำจังหวัดที่เป็นประตูอีสาน มีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งไม่เคยลืม และอยากนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังในวันนี้
        บุรุษหนึ่งแต่งเป็นนายทหารยศนายพล นั่งรถอเมริกันสีดำคันยาว ไปตามจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน อ้างตนว่า เป็นผู้มาในนามโครงการที่เป็นของหลวง เข้าพบผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด ขอรับการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อโครงการซึ่งชื่อฟังดูสูงส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะนำเงินไปผันน้ำ ทำให้แผ่นดินอีสานชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งแล้งอีกต่อไป
        ปรากฏว่าได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี บางจังหวัดนอกจากรวบรวมเงินบริจาคให้ได้เป็นเลข 6 หลัก ซึ่งมีค่ามากในสมัยทองบาทหนึ่งไม่กี่ร้อย
        แถมยังเลี้ยงดู ปูเสื่อให้ด้วยซ้ำ!
        เหตุที่โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุน เพราะนอกจากมีนายทหารชั้นนายพล (ตอนนั้นไม่ได้มีจำนวนมากมาย เกลื่อนกลาดเหมือนสมัยนี้) ที่ร่วมเดินทางไปด้วย เรียกขานกันในหมู่ว่า “ท่านชาย” เลยทำให้โครงการที่มาขอรับการสนับสนุน
        ดู “ขลัง” และน่าเชื่อถือ ยิ่งขึ้นไปอีก!
        ท่านชายนายพลได้รับการเคารพ เพราะผู้คนหลงเชื่อว่ามีฐานันดรสูงศักดิ์ชั้น “หม่อมเจ้า” มีท่าทางเป็นผู้ดีทุกกระเบียด เขาพูดถึงความสำคัญโครงการด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน ฟังน่าเชื่อถือนัก เป็นเหตุให้คณะได้รับการบริจาคมากยิ่งขึ้น

        ผู้คนในตอนนั้น นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วคนเหล่านี้ คือ พวก “สิบแปดมงกุฎ” เกิดมาเพื่อต้มตุ๋นผู้คนโดยแท้ เช่าบ้านหลังใหญ่อยู่ที่สุขุมวิท แต่ในบ้านบางวันก็มีกินบ้าง ไม่มีบ้าง วันไหนต้มตุ๋นคนได้มาก ก็ฉลองกันเต็มที่ เลี้ยงดูกันเอิกเกริก แต่ถ้าวันใดเกิดพลาดพลั้ง มีคนในคณะถูกจับ ความกลัวจะถูกบีบจากตำรวจ ที่ขยายผลการสืบสวนปราบปราม เพื่อค้นหาและจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการ คนในแก๊งก็จำเป็นต้องทิ้งบ้านเช่า หนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทางสองทาง
        วันที่ถูกจับได้นั้น ภาษาโจรเขาเรียกว่า “เกม” หรือ “จบเกม” คือ ต้องยุติบทบาทหรือการดำเนินการโดยฉับพลันทันที อะไรทำนองนั้น ต้องก้มหน้ายอมรับผิดไป แต่พวกนี้ไม่ค่อยยี่หระ ...เพราะส่วนใหญ่ติดคุกกันมาจนชิน! 
        คนไทยนั้นเคารพในพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงผู้ที่สืบสายมาจากพระราชวงศ์ เนื่องจากพระราชวงศ์จักรีนั้น มีคุณูปการมหาศาล แก่ผู้คนในแผ่นดินนี้ จึงเป็นช่องให้บรรดาพวกสิบแปดมงกุฎทั้งหลาย จับเอาจุดอ่อนนี้ของคนไทย ไปหาประโยชน์ด้วยการต่อเติมเสริมนิยาย ต้มตุ๋นหลอกลวงเอาทรัพย์สิน และมีเรื่องเป็นข่าวแทบทุกทุกปีไป
        วิธีการของคนพวกนี้ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรนักหนา เพียงแต่ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสายของราชนิกุลต่างๆ ท่องจนจำได้ และพูดอธิบายด้วยความหวือหวาของศัพท์แสง แถมด้วยการแต่งเติมราชาศัพท์อย่างคล่องแคล่ว จึงทำให้ผู้คนเชื่อถือ
        บางรายก็มีความรู้ ที่จัดได้ว่าดีพอควร คนธรรมดาไม่มีทางจับผิดได้ แต่หากผู้ซักถามมีความรู้ที่เหนือกว่า หรือคัดสรรคำถามที่แยบคายลึกซึ้งแล้ว เจ้าพวกนี้จะฉายอาการสับสนให้เห็น จนพอจับได้ แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นหลัก
        ทำไม น่ะหรือ?
        ตอบได้ว่า เป็นเพราะการกระทำความผิดอาญามีพฤติกรรม ที่เรียกว่า “แผนประทุษกรรม” ของคนร้าย เป็นเครื่องชี้วัดอยู่แล้ว แต่การสนทนากับคนร้ายลักษณะนี้ ก็จะได้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะวิธีการ “วางงาน” คือ กรรมวิธี หรือ “ลูกไม้” ที่ใช้ในการหลอกลวงผู้คนของแต่ละกลุ่มนั้น แตกต่างกันไป แต่น่าสนใจมาก
 
        คดีการกระทำผิด ด้วยการอ้างอิงเป็นเชื้อพระวงศ์นั้น มีให้เห็นเป็นประจำ อย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นจำคุกนักต้มตุ๋นถึง 4 ปี 8 เดือน อีกทั้งคนร้ายรายนี้ ยังมีรายการอายัดตัวในคดีอื่นอีกหลายโรงพัก เพราะอ้างเป็น “เจ้า” หลายระดับ ไม่ว่าจะหม่อมหลวง หรือหม่อมราชวงศ์
        คนร้ายรายนี้ อ้างว่าตัวเองเป็น ม.ล.ยุวากร กิติยากร ทำงานเป็นหมอหลวงอยู่สภากาชาดไทย ชักชวนให้ผู้เสียหายบริจาคเงิน เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนแพทย์ โดยการหลอกลวงของจำเลยดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ มอบเงินจำนวน 2 แสนบาท และโอนผ่านธนาคารให้อีกจำนวนกว่า 3 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่าสามล้านครึ่งให้กับจำเลยไป
        เหตุเกิดที่ เมืองหลวงอย่าง กทม. ของเรานี่เอง!
        การอาละวาดด้วยการอ้างอิงเป็นราชนิกุลนั้น ใช่กระทำแต่แค่ทำที่เมืองไทย แต่ยังแพร่ไปถึงต่างแดนอย่างสหรัฐฯ
        เมื่อปีที่แล้วก็มีเรื่องอื้อฉาว แต่ข่าวเมืองไทยไม่ปรากฏให้เห็น เพราะมีหญิงวางมาดเป็น มรว.รัศมี ยุคล อ้างว่าสนิทสนมกับเจ้านายบางพระองค์ แถมยังบอกว่า พ่อตัวเองเป็นพี่ชายของ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือท่านมุ้ย (ผมเองก็เห็นท่านมาตั้งแต่เด็ก เพราะเรียนอยู่ประจำที่วชิราวุธ ด้วยกันหลายปี พอจะรู้ว่าพระญาติของท่าน มีใครบ้าง) 


     มีอีกยาวค่ะ อ่านต่อได้ที่นี่
      http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=103
       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 25 ก.ย. 13, 12:30

    หลังจากโซเวียตรัสเซียล่มสลาย    ทางการก็ติดตามค้นหากระดูกของพระเจ้าซาร์ พระราชินีและเจ้าฟ้าขึ้นมาเพื่อดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ     ตอนแรกพบ 9 โครงกระดูกจาก 11 โครงที่ถูกสังหารทั้งหมด   ทำให้คิดว่าเจ้าฟ้าหญิงอะนัสตาซียาและเจ้าฟ้าชายอเล็กไซรัชทายาทอาจจะรอดชีวิตไปได้   แต่ต่อมาก็พบอีก 2 โครงกระดูกที่เหลือ  เป็นอันว่าตัดปัญหาที่ข้องใจกันมาค่อนศตวรรษ     ว่าไม่มีองค์ไหนรอด   พวกอ้างทั้งหลายนับว่ากำมะลอทั้งหมด

    แม้ว่าแอนนาสิ้นชีวิตไปหลายปีแล้ว  บรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้มุ่งมั่นจะพิสูจน์ก็ไม่ยอมแพ้    โชคเข้าข้างเขาเมื่อพบว่าแอนนาเคยเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดมาก่อน   ทางโรงพยาบาลยังเก็บชิ้นส่วนอวัยวะที่ถูกตัดออกเอาไว้ (ยอดจริงๆ!)   นอกจากนี้สามีเธอยังเก็บปอยผมภรรยาเอาไว้เป็นที่ระลึก      เมื่อได้มา  ก็มีการพิสูจน์ DNA  ของแอนนา เทียบกันกับ DNA ของพระราชวงศ์โรมานอฟ ว่าเข้ากันได้หรือไม่
    ผลพิสูจน์ออกมาว่า DNA ของแอนนามิได้เกี่ยวข้องอะไรกับพระราชวงศ์เลย   แปลว่าเธอมิได้เป็นเชื้อสายญาติโยมอะไรกับกษัตริย์รัสเซียทั้งสิ้น
   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 25 ก.ย. 13, 12:42

    นักวิทยาศาสตร์มิได้หยุดแค่นั้น    เราคงจำได้ว่าเจ้าชายพระปิตุลาของเจ้าฟ้าหญิงอะนัสตาซียาเคยจ้างนักสืบสืบว่าตัวจริงของแอนนาคือใคร   คำตอบที่นักสืบหามาได้คือหล่อนน่าจะเป็นคนเดียวกับกรรมการหญิงโรงงาน สัญชาติโปล(โปแลนด์)ที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าหายตัวไปในวันเดียวกับที่มีการช่วยชีวิตหญิงนิรนามขึ้นมาจากกระโดดคลองในเบอร์ลิน    แต่การสืบสมัยนั้นใช้วิธีประมวลผลจากพยานและหลักฐาน      บรรดาแฟนคลับของแอนนาก็เลยไม่เชื่อข้อนี้    เพียงแต่ประวัติศาสตร์จารึกชื่อสาวโรงงานคนนั้นไว้ว่า "Franziska Schanzkowska"
    ฟรานซิสก้าหายตัวไปไม่มีรายงานข่าวว่ากลับคืนมาสู่ญาติพี่น้องก็จริง   แต่พี่น้องเธอก็มีลูกหลานสืบเชื้อสายกันต่อมาจนถึงชั้นหลานเหลน     นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานด้านนี้ไปสืบเสาะหาตัวมาได้คนหนึ่ง เป็นญาติชายชั้นหลานย่าของฟรานซิสก้า  เมื่อเอา DNA ของเขามาเทียบกับ DNA ของแอนนา   ก็พบว่าเข้ากันได้พอดิบพอดี
   ผล DNA  สรุปได้ว่า หญิงผู้อ้างตัวเองว่าเป็นพระธิดาพระเจ้าซาร์นั้น นอกจากมิได้เกี่ยวข้องทางสายโลหิตกับพระราชวงศ์แล้ว   DNA  ยังบอกได้ว่าหล่อนก็คือสาวโรงงานชาวโปลธรรมดาๆคนหนึ่งนั่นเอง   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30717

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 25 ก.ย. 13, 12:57

    ทางฝ่ายผู้ที่สนับสนุนแอนนาในอเมริกากระตือรือร้นที่จะให้มีการพิสูจน์ DNA  เพราะทุกคนเชื่อว่ามันจะเป็นการยืนยันได้ขาวสะอาดว่าแอนนาคือเจ้าฟ้าหญิงแห่งรัสเซีย   จึงกุลีกุจอช่วยเหลือตามหาหลักฐานมาช่วยนักวิทยาศาสตร์อย่างดี     พอผลออกมาแบบนี้ต่างก็หงายหลังตกเก้าอี้ไปตามๆกัน     
    หลายสิบปีที่คนเหล่านี้เชื่อมั่นจากคำพูดและการยืนยันของแอนนาว่าหล่อนคือเจ้าฟ้าหญิงผู้นิราศจากบัลลังก์รัสเซีย   ไม่เผื่อเนื้อที่เอาไว้ให้ความผิดคาด        เมื่อผลออกมาว่าองค์หญิงของพวกเขาเป็นกำมะลอของแท้    พวกนี้ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปตามๆกัน     บางคนก็ยอมรับความผิดพลาดด้วยท่าทีหงอยๆ แต่บางคนก็ยังดันทุรังเชื่อต่อไปว่าผลการตรวจไม่น่าเชื่อถือ     
    อย่างไรก็ตาม โลกก็รับรู้ว่าองค์หญิงกำมะลอ ก็คือองค์หญิงกำมะลอในตอนจบ

   ส่วนแจ๊ค มานาแฮนว่าอย่างไรน่ะหรือ     เขาไม่มีโอกาสรู้ค่ะ เพราะตายไปตั้งแต่ค.ศ. 1990  ก่อนจะมีการตรวจสอบ    เขาตายด้วยความเชื่อมั่นอย่างเดิมว่าตัวเองคือลูกเขยของพระเจ้าซาร์   
    ข้อนี้  ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีได้เต็มปากหรือเปล่า

    จบเรื่องท่านหญิงกำมะลอเพียงแค่นี้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง