เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7
  พิมพ์  
อ่าน: 64549 ท่านหญิงกำมะลอ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 10 ก.ย. 13, 12:53

ลองใช้กูเกิ้ลท่องเว็บต่างๆ จะเจอเจ้ากำมะลอ  บางคนก็เหมือนไม่ค่อยเต็มนัก  บางคนก็ส่อเจตนาแอบแฝง
ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 10 ก.ย. 13, 21:18

ก่อนจะเข้าถึงเรื่องขององค์หญิงกำมะลอรายนี้   ขอปูพื้นเพื่อความเข้าใจที่มาที่ไปก่อนนะคะ

ขอเริ่มต้นที่พระเจ้ากุสตาฟที่ 4 แห่งสวีเดน (ค.ศ. 1778 – 1837) ครองราชย์ระหว่างค.ศ. 1792 - 1809   นับว่าเป็นพระราชาที่อาภัพองค์หนึ่งของพระราชวงศ์ผู้ครองอาณาจักรสวีเดน   นอกจากพระราชบิดาถูกปลงพระชนม์จากฝีมือฝ่ายกบฏแล้ว  พระองค์เองก็ถูกนายทหารจู่โจมยึดอำนาจ  ปลดออกจากราชบัลลังก์  มิหนำซ้ำฝ่ายกบฏที่กลายเป็นผู้ชนะไปแล้วยังยกเจ้าชายผู้เป็นสมเด็จอา ขึ้นครองราชย์แทนในฐานะพระราชาหุ่นแทบไม่มีอำนาจใดๆก็ว่าได้   โดยข้ามสิทธิ์ของเจ้าชายพระโอรสของพระองค์ไปเสียดื้อๆ

พระเจ้ากุสตาฟก็ต้องลี้ภัยออกไประเหเร่ร่อนอยู่นอกประเทศ   ในบั้นปลายทรงอาศัยอยู่ในโรงแรมเล็กๆในสวิตเซอร์แลนด์ อย่างเงียบๆ และลำบากยากจน     จนสวรรคตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ    ส่วนพระราชินีที่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน 5 องค์ก็หย่าขาดจากกันหลังทรงพ้นจากบัลลังก์ได้ 3 ปี

หลังจากเสด็จสวรรคตไปแล้ว   หญิงสาวคนหนึ่งถึงโผล่ออกมา ด้วยคำอ้างว่าหล่อนคือพระธิดาองค์สุดท้องของพระองค์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 12:45

หลังจากพระเจ้ากุสตาฟเสด็จสวรรคตไปอย่างเงียบๆไม่นานนัก   หญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าผู้ดีมีตระกูลและตำแหน่งการงานดีบางคนในสวีเดน    พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าหล่อนคือพระธิดาองค์สุดท้องของพระองค์ท่าน     ประสูติจากพระราชินีเฟรเดอริคาแห่งบาเดนที่ว่าหย่าขาดกันไปตั้งแต่ค.ศ. 1812   หลังจากพระเจ้ากุสตาฟพ้นจากบัลลังก์ได้ 3 ปี

หล่อนแถลงว่าสองพระองค์มาพบกันอีกหลังพระราชาต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง  และแอบทำพิธีสมรสกันอย่างเงียบๆในเยอรมนี   ที่ต้องลอบเร้นกันเป็นความลับก็เพื่อมิให้ล่วงรู้ไปถึงปรปักษ์ ตลอดจนพระญาติพระวงศ์ฝ่ายพระราชินีที่อาจจะคัดค้านเอาไว้     ทั้งสองพระองค์ครองชีวิตคู่กันในสวิตเซอร์แลนด์ จนให้กำเนิดพระธิดา-อันได้แก่ตัวหล่อนเอง
เรื่องพระเจ้ากุสตาฟกับพระราชินีกลับมาอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่     รู้กันแต่ว่าหลังจากพระองค์ต้องสละราชบัลลังก์และลี้ภัยออกนอกประเทศ  พระราชินีที่หย่ากันไปแล้วยังส่งเงินมาอุดหนุนจุนเจือ      ก็ทำให้พอจะเชื่อถือได้ว่าสองพระองค์ยังติดต่อกันอยู่

หญิงสาวคนนั้น ใช้ชื่อว่าเฮลก้า เดอ ลา บราช เล่าต่อไปว่า หลังจากเกิดได้ไม่นาน  หล่อนก็ถูกส่งตัวไปให้สมเด็จป้าองค์หนึ่งของพระบิดาชื่อเจ้าหญิงโซเฟียเลี้ยงดู    พอสมเด็จป้าสิ้นพระชนม์   ชะตากรรมของเจ้าหญิงน้อยก็เคราะห์ร้าย ถูกส่งองค์ไปกักบริเวณไว้ในโรงพยาบาลคนโรคจิตแห่งหนึ่ง เพื่อปิดข่าวมิให้รั่วไหลถึงกำเนิดของพระธิดาองค์นี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 12:48

พระรูปของพระเจ้ากุสตาฟและพระราชินีเฟรเดอริคา สมัยครองราชย์


บันทึกการเข้า
summer
อสุรผัด
*
ตอบ: 18


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 00:15

เกาะขอบจอรอคุณครูมาเล่าต่อ  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 09:09

    เจ้าหญิงเล่าต่อไปว่า ชะตาของหล่อนยังไม่เคราะห์ร้ายถึงที่สุด    มีผู้เข้าไปช่วยหล่อนได้หนีออกจากโรงพยาบาลคนโรคจิตหรือเรียกอีกอย่างว่าสถานกักกันคนบ้า ออกมาได้ในค.ศ. 1834  แล้วได้ไปอยู่กับเจ้าพี่เจ้าน้องที่บาเดน  แต่ถูกกักบริเวณไม่ให้ออกมาพบคนภายนอกได้
    จนกระทั่งเจ้าหญิงได้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าพระบิดาเสด็จสวรรคตแล้ว  ความเศร้าโศกทำให้หล่อนไม่อาจทนอยู่ที่เดิมต่อไปได้ ก็เลยตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอน    พอมาถึงที่นี่ก็ถูกจับตัวเข้าสถานกักกันคนโรคจิตอีก   เพื่อมิให้คนภายนอกล่วงรู้   แต่หล่อนก็เก่งพอจะหลบหนีออกมาได้อีกครั้ง
    หล่อนเล่าต่อว่าหล่อนหลบซ่อนอยู่ในสวีเดน โดยอาศัยความช่วยเหลือจากบรรดาผู้ที่ยังจงรักภักดีต่อพระบิดา ยอมเสี่ยงที่จะถูกทางการจับได้  เกื้อหนุนให้ที่อยู่อาศัย  และได้เงินเลี้ยงชีพจากพระญาติส่งมาให้เดือนละ 6000 มาร์คเยอรมัน  แต่ต่อมาเงินก็หยุดส่งเอาเฉยๆ ทำให้หล่อนลำบากมาก   ไหนจะต้องอยู่ให้สมพระเกียรติเจ้าหญิง  ไหนจะต้องจ่ายเงินให้บรรดาบริวารที่ดูช่วยเหลือหล่อนอยู่     เดือนๆมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำว่า 5000-6000  ที่ต้องแบกภาระเอาไว้   
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 09:11

    ถ้าจะถามว่า  บรรดาผู้ที่เจ้าหญิงกำมะลอไปโอดครวญขอให้เห็นใจนั้น ไม่ตรวจสอบอะไรหาความจริงกันบ้างหรือ   คำตอบก็คือ ในสมัยนั้นเมื่อพระเจ้ากุสตาฟสละราชสมบัติและลี้ภัยออกนอกประเทศไปแล้ว   คณะทหารผู้ทำรัฐประหารสำเร็จก็สั่งห้ามมิให้ประชาชนผู้หนึ่งผู้ใดติดต่อสร้างความเกี่ยวข้องใดๆกับพระองค์ตลอดจนพระราชินีและพระโอรสธิดาอีก      เพราะเกรงว่าจะรวมพลังกันทำรัฐประหารซ้อน เชิญพระเจ้ากุสตาฟกลับมาครองราชย์ดังเดิม
   ในเมื่อติดต่อไม่ได้  จะสืบข่าวคราวเช็คข้อเท็จจริงอะไรก็ไม่ได้    ก็เข้าทางของมิจฉาชีพที่จะปั้นเรื่องและหลักฐานเท็จเล็กๆน้อยๆ มาหลอกผู้คนที่เห็นอกเห็นใจ       องค์หญิงรายนี้ก็เลยตุ๋นเปื่อยสุจริตชนคนรวยไปได้หลายคนด้วยประการฉะนี้
   นี่ก็เป็นข้อคิดอีกอย่างว่า เรื่องไหนก็ตามที่ต้องปิดบัง จะเหตุผลเพื่อความมั่นคงของชาติ หรืออะไรอื่นๆ   มักเป็นเรื่องที่เหล่าสิบแปดมงกุฎชอบนักหนา   มันช่วยให้เกิดการสวมรอย   หรือตบตา  หรือปั้นความเท็จแทรกเข้าไปกับความจริงที่มีน้อยนิดได้ง่ายที่สุด     แต่เรื่องที่เปิดเผยไม่เป็นความลับนี่สิ  สิบแปดมงกุฎมักจะหาทางแทรกได้ยาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 17:26

     คุณสมบัติอีกอย่างของพวกสิบแปดมงกุฎคือ พวกนี้จะต้องหน้าตาดี  บุคลิกดูเหมาะสมกลมกลืนกับสถานภาพที่แอบอ้าง    เช่นอ้างเป็นเศรษฐีก็ต้องดูเป็นเศรษฐี       เราจะไม่เจอสิบแปดมงกุฎที่หน้าตาดูเป็นโจร หรือเป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ เพราะยังไงก็หลอกคนไม่สำเร็จ      ในเรื่องนี้คนที่เห็นเฮลก้าแล้วเชื่อกันสนิท  ก็เพราะหล่อนเป็นหญิงสาวหน้าซื่อใส   บุคลิกดูเป็นคุณหนู  เรียบร้อย มีสง่า แต่งกายงาม  พูดจาไพเราะ  สมกับสถานภาพเจ้าหญิงที่แอบอ้างตัวเอง     
     คนที่ถูกเฮลก้าตุ๋นเสียเปื่อยล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ชาวบ้านโง่ๆเซ่อๆ ไร้การศึกษา  แต่เป็นระดับวีไอพีของประเทศ เช่นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมของสวีเดน  โดยผ่านทางภรรยาของเขาซึ่งเป็นไฮโซชาวอังกฤษ    เมื่อคุณนายหลงเชื่อสนิท ก็ชักจูงสามีให้หลงเชื่อไปด้วย  ถึงกับเชิญให้เจ้าหญิงกำมะลอพักอยู่ที่บ้านในฐานะแขกผู้มีเกียรติ    แล้วยังหาที่ปรึกษากฎหมายให้หล่อน เพื่อจะเรียกร้องเงินทองตามสิทธิ์ที่หล่อนพึงมี     
     ในสวีเดน  มีวีไอพีระดับข้าราชการสูงๆและเศรษฐีหลายคนที่ยังจงรักภักดีต่อพระเจ้ากุสตาฟ   ด้วยความเห็นใจชะตากรรมของพระองค์   แต่ในเมื่อพวกเขาไม่มีอำนาจในมือที่จะสู้รบกับฝ่ายทหารได้ก็จำต้องเก็บปากเก็บคำไว้    แต่เมื่อรู้ข่าวจากเพื่อนวีไอพีด้วยกัน ว่าพระธิดาน้อยของอดีตเจ้านายต้องตกระกำลำบาก    พวกนี้ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย  ยิ่งช่วยอย่างลับๆได้ก็ยิ่งดี เพราะจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับถูกเพ่งเล็ง
    พวกนี้จึงกลายเป็นหมูเดินเรียงแถวลงไปในหม้อตุ๋นที่เฮลก้าและเพื่อนร่วมขบวนการของเธอเปิดฝารออยู่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 13 ก.ย. 13, 14:56

  จากคนหนึ่ง เป็นสะพานเชื่อมไปถึงอีกคนหนึ่ง   ในที่สุดหม้อตุ๋นของเฮลก้าก็บรรจุชาววังสำคัญไว้หลายคน   รายสำคัญที่สุดคือพระราชวงศ์สำคัญองค์หนึ่งคือพระราชินีม่ายโจเซฟินา  ซึ่งพระชนม์มากแล้ว  และยังเป็นผู้มีจิตใจดีเห็นอกเห็นใจคน  จึงพระราชทานเบี้ยหวัดรายปีให้หญิงสาวผู้ที่ทรงเชื่อสนิทว่าเป็นเจ้าฟ้าหญิงแห่งสวีเดนโดยกำเนิด      มิได้ทรงเฉลียวใจเลยว่าน้ำพระทัยเมตตาของพระองค์นี่แหละ กลายเป็นหลักฐานให้เฮลก้านำเอาไปอ้างกับคนระดับบิ๊กเบิ้มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

  ในเมื่อสร้างความน่าเชื่อได้ระดับนี้    เฮลก้าก็เลยมีโอกาสได้เฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่สิบห้าแห่งสวีเดน  กษัตริย์ในขณะนั้น    พระเจ้าชาร์ลส์มิได้ไยดีพระญาติสาวองค์นี้นัก แต่ก็อยากจะจัดการเรื่องราวให้มันจบๆลงไปเสียได้ไม่เป็นที่ติฉินนินทา      จึงโปรดให้กระทรวงการต่างประเทศจ่ายเงินรายปีให้หล่อนปีละ  12,00 เหรียญสวีเดน   ต่อมาก็ขยับเพิ่มขึ้นอีกจนเป็น 2,400 เหรียญ  และยังรับปากว่าจะพระราชทานข้าวของเครื่องเรือนในพระราชวังให้หล่อนนำไปใช้ให้สมฐานะด้วย      เฮลก้าก็อาศัยความสำเร็จข้อนี้   วางตัวเป็นองค์หญิงกำมะลออยู่ได้ต่อมาอีกหลายปี 

   มาย้อนดูประวัติของหล่อนดีกว่านะคะ   ว่ามีความเป็นมาอย่างไร    ถึงต้มตุ๋นได้ถึงระดับชาติ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 13 ก.ย. 13, 17:17

พระรูปของพระราชินีโจเซฟินา


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 13 ก.ย. 13, 20:50

  ชีวิตจริงของเฮลก้าตรงกันข้ามกับเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวของเธอชนิดสุดขั้ว     เธอเกิดมาอย่างลำบากยากจน ในครอบครัวที่พ่อเป็นนักการภารโรง ตายไปตั้งแต่ลูกๆ 5 คนยังเล็ก ทิ้งภาระไว้ให้แม่แบกเพียงผู้เดียว     ความยากจนทำให้เฮลก้าหรือชื่อจริงว่าออโรร่า ฟลอเรนติน่า แมกนัสสัน มีโอกาสเข้าโรงเรียนอยู่ปีเดียวเท่านั้นเอง     มีเรื่องเล่าว่านางแมกนัสสันเคยบอกคนอื่นว่าฉันมีลูกแท้อยู่ 4 คนเท่านั้นเอง  ส่วนออโรร่าเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยง      แม่เป็นลูกสาวผู้ดีแต่ชิงสุกก่อนห่าม   ก็เลยต้องยกลูกให้คนอื่นเอาไป       เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ไม่มีหลักฐานใดๆยืนยัน  แต่มันก็มีผลกระทบต่อจิตใจของหนูน้อยออโรร่าอย่างมาก

  พอโตเป็นสาวอายุ 18   เฮลก้าก็เข้าทำงานเป็นสาวใช้ตามบ้านผู้ดีอย่างผู้หญิงจนๆไร้การศึกษาเขาทำกัน    ทำงานอยู่ 3 ปีเธอก็มีถูกจ้างไปทำงานชั่วคราวเป็นลูกมือเย็บเสื้อให้ลูกสาวของพ่อค้ามั่งคั่งคนหนึ่ง   แต่เฮลก้าร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายว่าเธอเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรแม้แต่ที่จะซุกหัวนอนก็ไม่มี     ลูกสาวเจ้าของบ้านชื่อเฮนริก้า ก็เลยเกิดสงสารขึ้นมา ก็ตกลงจ้างหญิงสาวคนนี้เอาไว้ถาวร   ให้ที่อยู่ที่กินด้วยเมตตาจิต   
   จากนั้น ท่าไหนก็ไม่รู้    เฮลก้าสามารถทำให้ลูกสาวเจ้าของบ้านซึ่งจะว่าไปก็เป็นนายเธอแท้ๆ   เกิดถูกชะตาชอบพอกับเธอจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน แทนที่จะเป็นนายกับบ่าว    เฮนริก้านี่เอง ต่อมาเป็นมันสมองในการวางแผนปลอมแปลงตัวเฮลก้าเป็นองค์หญิงกำมะลอ    และคอยตามประกบเธอไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อจะช่วยสร้างภาพให้แนบเนียนไม่มีใครจับได้ แม้แต่บุคคลสำคัญระดับชาติ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 14:10

      พวกสิบแปดมงกุฎมักไม่ค่อยทำงานเดี่ยวๆโดดๆ แต่มีผู้สมรู้ร่วมคิด หรือจะเรียกว่าขบวนการก็ได้    บางทีพวกนี้ก็ทำหน้าที่หน้าม้าคอยออกมาเชียร์หรือยืนยันความเท็จเกี่ยวกับท่านหญิงกำมะลอตัวเอกในเรื่องว่าเป็นจริง      อย่างกรณีเจ้าหญิงคาราบูก็มีกลาสีโปรตุเกสมาเป็นล่าม ฟังภาษานกภาษากาของเธอออก เพื่อยืนยันว่าประเทศชวาบูของเธอมีอยู่จริงๆ      ในกรณีเฮลก้า  เราก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่หญิงสาวยากจน ไร้การศึกษา อยู่ๆจะสามารถปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน   และปลอมแปลงบุคลิกท่าทีเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติ       คำตอบคือเธอมีเทรนเนอร์ชั้นดีคอยหนุนหลังอยู่     คนนั้นก็คือเฮนริก้านั่นเอง      
     เฮนริก้าเป็นลูกสาวเศรษฐี  คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบคนชั้นสูง ไม่ว่าแต่งกายหรูๆ   ออกงานสังคมโก้ๆ  ตลอดจนพูดจาไพเราะน่าฟังอย่างคนมีการศึกษาดี      ทั้งหมดนี้เธอถ่ายทอดให้เฮลก้า เพื่อจะปลอมแปลงสถานภาพได้แนบเนียน  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 14:12

     ในตอนแรกผู้หญิงทั้งสองคนนี้ย้ายออกจากสวีเดนไปฟินแลนด์     จะมีแผนอะไรอยู่ในใจหรือไม่ก็ตาม  แต่ว่าเฮลก้าตัดสินใจแล้วว่าเธอไม่ใช้นามสกุลเดิมที่ต่ำต้อยไร้คอนเนคชั่นอีกต่อไป     เธอจึงจัดการเปลี่ยนนามสกุลใหม่ในหนังสือเดินทางเป็น "เดอ ลา บราช" ซึ่งฟังดูเหมือนตระกูลผู้ดีอะไรสักตระกูลหนึ่ง   เปลี่ยนชื่อจากออโรร่าเป็นแอนนา   
     จากนั้น  ท่านหญิงกำมะลอปลอมเอกสารสูติบัตรจากชื่อเดิมเป็นเฮลก้า     ส่วนหญิงยากไร้ชื่อออโรร่า แมคนัสสันคนเดิมนั้นก็ถูกกำจัดออกนอกทางไป ด้วยการแจ้งทางการว่าหล่อนเสียชีวิตจากจมน้ำ  ตายไปเรียบร้อย       ส่วนหญิงคนใหม่ที่ชื่อเสียงฟังสง่างามกว่าเป็นกอง คือเฮลก้า เดอ ลา บราช ก็ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่      นี่ก็อีกข้อหนึ่งที่น่าสังเกต คือสิบแปดมงกุฎมักมีชื่อเดิมกับชื่อเปลี่ยนใหม่เยอะแยะไปหมด    ไม่ค่อยมีใครใช้ชื่อและนามสกุลเดิมตั้งแต่เกิดมา
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 22:37

ชื่อของเจ้าหญิงกำมะลอผู้นี้สะกดอย่างไรหรือครับ อยากเข้าไปค้นหาต่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 09:13

Helga de la Brache  ค่ะ มีให้อ่านหลายเว็บ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง