เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 715 บุรุษหน้ากากเหล็ก The Man in the Iron Mask
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 15 ม.ค. 26, 13:13

    การตีความว่าเบื้องหลังหน้ากากคือบุรุษใด  ประวัติศาสตร์เล่ากันจนสนุกกว่านิยายเสียอีกค่ะ
    ก่อนอื่น   ประวัติศาสตร์เล่าว่า หน้ากากบันลือโลกแท้จริงนี้ทำด้วยกำมะหยี่ ไม่ใช่เหล็ก    ตำนานที่ว่าเป็นเหล็กแต่งขึ้นมาภายหลังต่างหาก    นอกจากนี้ตำนานก็ยังแบ่งแยกแขนงกันออกไป เป็นข้อเล็กข้อน้อย
   1  หน้ากากนี้ถูกสวมเข้าไปเฉพาะตอนนักโทษย้ายคุก   มีอยู่ 4 ครั้ง  เป็นหน้ากากเหล็ก
   2  หน้ากากที่ถูกสวมตลอดเวลา  เป็นผ้ากำมะหยี่
   3  หน้ากากเหล็กถูกสวมตลอดเวลา
   4  ไม่เคยมีหน้ากากเหล็ก   มีแต่หน้ากากกำมะหยี่
   ต้องถามคุณหมอ SILA และท่านอื่นๆว่า ถ้าหน้ากากทำด้วยเหล็กถูกสวมตลอด 24 ชม. หรือเอาเถอะ สวมแค่ตอนตื่น  เวลานอนถูกถอดออก   ทีนี้สวมติดต่อกันนานๆเข้า นักโทษจะติดเชื้อได้หรือไม่   เช่นจากการผิวหน้าถูกเสียดสีกับเหล็กอยู่นานเป็นชั่วโมงๆ  ทุกวี่ทุกวัน  หรือติดเชื้อจากสนิมเหล็ก หรือความสกปรกจากเหงื่อ และน้ำตา ที่ไปจับอยู่บนเหล็ก 
   นักโทษจะรอดตายอยู่ถึง 34 ปีเชียวหรือ
   ดิฉันคิดว่าหน้ากากผ้ากำมะหยี่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า   ส่วนจะสวมเฉพาะถูกเคลื่อนย้ายสถานที่ ไม่ให้คนนอกเห็นได้   แต่เวลาอยู่ในห้องขังก็เปิดหน้าตามปกติ  อย่างนี้หรือเปล่า  ยังต้องวิเคราะห์กันต่อไป
   ส่วนตัว  สงสัยว่าหน้ากากผ้ากำมะหยี่จะถูกสวมตลอดเวลา  อาจจะถอดออกตอนนอนเท่านั้น   เพราะถ้าถอดตอนถูกย้ายคุก  ก็ใส่แค่ 4 ครั้ง  ไม่น่าจะมีใครจดจำได้  ตอนถูกย้ายก็ใช่ว่าคนทั้งคุกจะแห่กันมาดูเป็นสักขีพยาน   มีแต่คนที่เกี่ยวข้องที่เห็น   คือผู้คุมที่พาไปส่งออกนอกคุกกับผู้คุมที่มารับตัวในคุกใหม่    ก็ไม่น่าจะจดจำกันได้จนเป็นตำนาน
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ม.ค. 26, 10:57

มโนต่อ ว่าด้วยเรื่องสุขภาพ กาย ของชายในหน้ากากเหล็ก(ข้ามสุขภาพจิตไป)

         หน้ากากในจินตนาการเป็นแบบไหน ถ้ามีช่องเปิดให้จมูกหายใจ ผู้สวมก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่อง O2 และ CO2 แต่
ถ้าไม่มีช่องจมูก ย่อมส่งผลต่อระดับ O2 ที่ลดลง และ CO2 เพิ่มขึ้น จนอาจเกิดอาการ มึน เหนื่อย เพลีย ได้
         หน้ากากที่ใช้ต่อเนื่อง ไม่ทำความสะอาด เกิดการสะสมความชื้นและเชื้อโรค ส่งเสริมการติดเชื้อผิวหนังใบหน้า
ศีรษะ และทางเดินหายใจ ความเสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงปอด
         ในกรณีหน้ากากเหล็กเสื่อมสภาพเป็นสนิมกร่อน
         Quora บอกว่า ฝุ่นสนิมขนาดเล็ก (<4 µm) อาจลงไปถึงหลอดลมฝอย,ถุงลมส่วนปลาย ก่อเกิดโรคปอดฝุ่นโลหะ
จากการอักเสบทำลายเนื้อเยื่อปอด ภาวะนี้จะพบในอุตสาหกรรมการหลอม,ขัดเจียรโลหะ
         กรณีหน้ากากเหล็กเป็นสนิม น่าจะเป็นสูดเข้าไปปริมาณน้อยๆ นานๆ อาการถ้าเกิดน่าจะค่อยๆ เป็นและไม่รุนแรง ด้วยว่า
โรคฝุ่นเหล็กลงปอดอาจไม่มีอาการ - อาการเบา
         
         แต่ เมื่อนักโทษคนนี้มีชีวิตอยู่รอดได้ถึง 30 ปีในยุคที่ยังไม่มียารักษา,ยาฆ่าเชื้อ โดยไม่มีบันทึกถึงโรคสำคัญหรือภาวะ
ผิดปกติของทางเดินหายใจเรื้อรัง ทำให้น่าจะสรุปได้ว่า เขาไม่ได้สวมหน้ากากเหล็กที่ปิดรัดบีบตลอดเวลายาวตามตำนาน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 16 ม.ค. 26, 13:03

  เขาอยู่ได้ถึง 34 ปีค่ะ  
  ประเด็นว่าเขาสวมหน้ากากเหล็กตลอดเวลาน่าจะตกไปได้     ถ้าหากว่าสวมบางโอกาสเช่นตอนถูกขนย้ายจากคุกหนึ่งไปอีกคุกหนึ่ง  ก็น่าจะเป็นไปได้
  หรืออาจจะสวมหน้ากากกำมะหยี่ในโอกาสที่จำเป็น   แต่ถูกใส่สีใส่ไข่ว่าเป็นหน้ากากเหล็ก ก็เป็นไปได้
  แต่ใส่ตลอดเวลาไม่น่าจะจำเป็น   เพราะเขาถูกขังเดี่ยวอยู่แล้ว   น่าจะใส่เฉพาะเวลามีคนเห็น เช่นหมอเข้าไปตรวจอาการ หรือพนักงานมาส่งอาหารและเก็บอาหาร
  ทีนี้  มาดูความแปลกประหลาด ไม่ซ้ำแบบนักโทษอื่นๆบ้างว่ามีอะไร
  -  เขาได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อผ้าอย่างดีมีราคา    เช่นลูกไม้และผ้าลินินชั้นเลิศ  ไม่เหมือนนักโทษอื่นๆ
  -  เขามีอาหารการกินอย่างดี  ราคาแพง
  -  ห้องขังได้รับการตกแต่งอย่างดี  ให้สะดวกสบายกว่านักโทษอื่นๆ
  - เขาถูกห้ามพูดจากับใครทั้งสิ้น  มิฉะนั้นจะถูกประหาร
  - เขามีพัศดีประจำตัว  ไม่เหมือนนักโทษอื่นๆที่มีแต่พัศดีส่วนกลาง
   พัศดีคนนี้ปฏิบัติต่อเขาอย่างนอบน้อมเป็นพิเศษ คือจะยืนตรงต่อหน้าเขาเสมอ  ไม่เคยลงนั่งพูดด้วยอย่างถือวิสาสะ   และเรียกเขาอย่างเคารพว่า Monseigner (มงเซนเยอร์)  คำนี้ถ้าแปลเป็นไทยพอจะเท่ากับ "นายท่าน"    ถ้าเรียกในศาลไคฟง คือ "ใต้เท้า"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 16 ม.ค. 26, 14:08

    มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า 'เป็นไปได้มากที่สุดตามตรรกะ'  คือสมเหตุสมผล แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน เพราะถูกสั่งทำลายไปหมดตั้งแต่นักโทษตาย
   บุรุษหน้ากากเหล็กคือ "บิดาผู้ให้กำเนิด" ที่แท้จริงของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
   ทฤษฎีนี้มีที่มาจากข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ว่า
    1  พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และพระนางแอนน์ไม่มีบุตรด้วยกันนานถึง 23 ปี จนกระทั่งจู่ๆ พระนางแอนน์ก็ทรงครรภ์ขึ้นมา  จึงเกิดข้อสงสัยว่าเด็กในครรภ์ไม่น่าจะเป็นโอรสแท้จริง  นำไปสู่ข่าวลือลับๆ ว่าคาร์ดินัลริเชอลิเยอ ซึ่งกุมอำนาจอยู่ในตอนนั้น (หรือไม่ก็คาร์ดินัลมาซาแร็ง ซึ่งกุมอำนาจต่อมาจากริเชอลิเยอ)  ได้จัดหา "ชายหนุ่มที่มีคุณลักษณะเหมาะสม" มาทำหน้าที่เป็นพ่อพันธุ์ให้ราชินีเพื่อให้มีรัชทายาทสืบบัลลังก์
   2   ทำไมต้องสวมหน้ากาก    เพราะหากชายคนนี้มีชีวิตอยู่  แถมมีหน้าตาที่เหมือนกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ราวกับพิมพ์เดียวกัน    ความลับที่ว่าพระเจ้าหลุยส์ไม่ใช่สายเลือดกษัตริย์ที่แท้จริงจะถูกเปิดเผยทันที ซึ่งจะทำให้บัลลังก์ของพระองค์ล่มสลาย   และกลายเป็นกษัตริย์ที่ไม่ชอบธรรม
   3   ทำไมไม่ประหาร: เพราะเขาคือ "พ่อบังเกิดเกล้า" ของพระเจ้าหลุยส์ค่ะ ต่อให้โหดร้ายเพียงใด การสังหารพ่อแท้ๆ (Parricide) เป็นบาปมหันต์   เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากในยุคนั้น การขังไว้ใน "กรงทอง" (ให้กินดีอยู่ดีแต่ปิดหน้า) จึงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่
  ทฤษฎีนี้ตอบโจทย์ในแง่ที่ว่า
   - ทำไมถึง "ฆ่าไม่ได้" (เพราะเป็นพ่อ)
   - ทำไมถึง "ปล่อยไม่ได้" (เพราะหน้าตาพ่อเหมือนลูกที่เป็นกษัตริย์มาก)
        -ทำไมต้องลบหลักฐานที่เกี่ยวกับตัวเขาออกไปให้หมด  ไม่บอกชื่อ ไม่บอกอายุ ไม่บอกความผิด  ตายอย่างเงียบเชียบและลึกลับพอกัน   เพราะเป็นเรื่องอัปยศที่สุดของราชวงศ์ที่ต้องลบออกไปให้หมด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 17 ม.ค. 26, 10:24

     ทฤษฎี "พ่อตัวจริง" ตอบโจทย์ได้อีกหลายอย่าง เช่นสิทธิพิเศษในการอยู่อย่างสะดวกสบายเท่าที่นักโทษจะสะดวกได้  แต่งกายหรู มีอาหารการกินดี  มีพัศดีรับใช้ส่วนตัว  แต่ห้ามเห็นหน้า ห้ามพูดจากับใคร
     แต่ก็มีข้อค้านที่มีน้ำหนักพอกันหรือมากกว่า อีกหลายข้อ เช่น
     1   ถ้าริเชอลิเยอ (หรือมาซาแร็ง) เลือกชายมา "ทำลูก" ให้ควีนแอนน์จริงๆ  ก็นับว่าประมาทอย่างไม่น่าเชื่อที่ปล่อยชายคนนี้ให้ลอยนวลอยู่ได้ถึง 30 ปี   ไม่กลัวว่าเขาจะปูดความจริงขึ้นมาเมื่อไหร่     ตัวตนเขานับเป็นอันตรายอย่างสูงสุดถ้าฝ่ายตรงข้ามได้ตัวไป  ต่อให้เขาไม่ยอมพูดในตอนแรก  แต่เงินหรือการทรมานก็มีสิทธิ์ให้เขายอมจำนนได้
     ดังนั้น ถ้าคาร์ดินัลคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ได้ตัวชายสามัญผู้หนึ่งมาทำงานนี้จริง   การปิดปากถาวรเสียแต่แรก น่าจะรอบคอบที่สุด   แทนที่จะรอตั้ง 30 ปีให้พระเจ้าหลุยส์มาจับเข้าคุกเสียเอง
    2   อายุ
    ถ้าชายคนนี้มีตัวตนจริง เขาน่าจะอายุ 20-30 ปี เมื่อถูกเลือกตัวมาทำงานสำคัญ    พระเจ้าหลุยส์มีพระชนม์ 31  เมื่อจับเขาเข้าคุก    เขาก็น่าจะอายุประมาณ 51-60 ปี  สมัยโน้นนับว่าเข้าวัยชรากันตั้งแต่ 50 ยิ่ง 60 แล้วหง่อมแทบเดินไม่ไหว   
   เขาถูกขังอยู่ 34 ปี  แปลว่าเขาต้องอายุ 85-94 ปีเมื่อตาย   
   ชีวิตในคุกต่อให้สะดวกสบายเท่าที่จะเอื้อให้ได้  มันก็คือคุกอยู่ดี   ใครจะทรหดอดทนอยู่ได้จนอายุขนาดนั้น ความเป็นไปได้เรียกว่า 0%    อายุขัยของคนในยุคที่การแพทย์ยังไม่มียาฆ่าเชื้อ ยารักษาโรคภายในต่างๆ อยู่ได้สัก 60 ปีก็เก่งมากแล้ว    ส่วนใหญ่ป่วยตายกันตั้งแต่ 40 กว่าๆ เป็นเรื่องธรรมดา
    3  คนในยุคนั้นแก่ชราเร็วกว่ายุคปัจจุบันมาก   เพราะวงจรชีวิตเขาสั้นกว่าเรา   อายุ 30 กว่าๆคือวัยกลางคน ทั้งหญิงและชาย   พอย่างเข้า 50 ก็แก่หง่อมต็มตัว  ผมหงอก อ้วนลงพุง เหี่ยวย่น ร่วงโรย   พ่อกับลูกต่อให้สายเลือดเดียวกัน ความชราจะทำให้แตกต่างกันจนดูไม่ออก
    ถ้าพ่อพระเจ้าหลุยส์อายุ 50 กว่าๆ ถึง 60 ตอนเข้าคุก  ไม่ต้องกลัวเลยว่าใครจะเห็นว่าหน้าตาเหมือนลูก  เพราะความชราช่วยเปลี่ยนหน้าตาจนไม่มีเหลือ 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.047 วินาที กับ 16 คำสั่ง