เคยผ่านตา เรื่องราวดูมาส์ - สามทหารเสือ เมื่อนานหลายปีแล้ว กูเกิ้ลดูยังมีที่อ่านได้อยู่
https://www.matichon.co.th/weekly/book/article_59594บทความพิเศษ : ดูมาส์กับมาเก้ต์ – “ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ” ดูมาส์นักเขียนบทละคร,นิยายมีชื่อ
มาเก้ต์ จากครอบครัวฐานะดี เขาอยากเป็นนักเขียนเริ่มแต่งบทละคร
แนร์วาล ผู้ร่วมงานในฐานะมือแฝงของดูมาส์ ติดต่อดูมาส์ขอให้ช่วยแก้ไขให้มาเก้ต์
มาเก้ต์จึงได้มีผลงานบทละคร แล้วมีนิยายเรื่องต่อไปมาให้ดูมาส์แก้ไขอีก ได้ผลงานประสบความสำเร็จ
มาเก้ต์เสนอโครงเรื่องนิยายใหม่ กล่าวถึงเหตุการณ์ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ของมหาเสนาบดีริชเชอลิเยอ
ของอานน์แห่งออสเตรีย และของดยุคแห่งบักกิ้งแฮม ดูมาส์จึงกระตือรือร้นอย่างยิ่ง - นี่คือนวนิยายซึ่งเป็นที่รู้จักต่อมาในชื่อ
Les Trois Mousquetaires
“บันทึกความทรงจำของเมอสิเยอร์ดาร์ตาญัง” เขียนโดย Courtilz de Sandras ตีพิมพ์ปี ค.ศ.1704
มาเก้ต์ว่าเขาเป็นผู้พบหนังสือชุดนี้ก่อน แต่บัตรยืมหนังสือของห้องสมุดเมืองมาร์เซยยืนยันว่าดูมาส์เป็นผู้ยืมหนังสือชุดนี้
ในปี ค.ศ.1843 และไม่เคยคืน
ทั้งสองช่วยกันวางโครงเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ยืมมาจาก “บันทึกฯ” คือชื่อตัวละคร อาโธส ปอร์โธส และอะรามิส ดูมาส์เสนอ
ชื่อตัวละครทั้งสามนี้เป็นชื่อนวนิยาย แต่สำนักพิมพ์ไม่เห็นพ้องและเสนอชื่อ Les Trois Mousquetaires แม้จะเป็นเรื่องของคนสี่คน
แต่ชื่อเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนตัวละครเอกจะทำให้ผู้อ่านฉงนและสนใจติดตาม
นอกจากชื่อตัวละครแล้ว ดูมาส์กับมาเก้ต์ยังยืมบางบทบางตอนมาด้วย แต่แน่ละทั้งสองนำมาเปลี่ยนแปลงและเขียนใหม่เพิ่มเติม
มาเก้ต์ซึ่งเดิมเป็นเพียง “มือใหม่” บัดนี้ได้พัฒนาขึ้นมาเป็น “มือแฝง” เขียนฉบับร่างให้และดูมาส์ซึ่งเป็น “มือเก่า” จะนำมาขัดเกลา
เพิ่มรายละเอียดที่ทำให้มีชีวิตชีวา เขียนบทสนทนาใหม่ในฐานะ “มือหนึ่ง” ใส่ใจว่าจะทิ้งท้ายตอนจบแต่ละบทอย่างไร และทั้งหมดนี้จะเพิ่มเติม
ความยาวเพราะเรื่องที่ตีพิมพ์ลงเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์นั้นจะต้องยาวต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อดึงดูดใจผู้อ่านไว้ให้ระทึกนึกคิดติดตาม
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาเก้ต์ “มือแฝง” มีส่วนร่วมสำคัญในนวนิยายเรื่องนี้ แต่เราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นกันว่าถ้าปราศจากศิลปะการประพันธ์
ของดูมาส์ผู้เป็น “มือหนึ่ง” นวนิยายเรื่องนี้ก็คงจะไร้เสน่ห์ไร้มนต์ขลัง และไม่อาจตรึงตาตรึงใจผู้อ่านตั้งแต่ ค.ศ.1844 ทั้งที่อ่านภาษาต้นฉบับและ
ภาษาชาติต่างๆ ทั่วโลกผ่านการแปลจากรุ่นสู่รุ่นอย่างที่เป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้