เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 165 บุรุษหน้ากากเหล็ก The Man in the Iron Mask
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 09 ม.ค. 26, 16:53

     นวนิยายเรื่องนี้เดิมแต่งเป็นภาษาฝรั่งเศส โดยนักเขียนชื่อ Alexandre Dumas  (ออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า อาเล็กซองเดรอะ ดูมา)  เป็นหนึ่งตอนในชุดนิยาย สามทหารเสือ ( The Three Musketeers) หรือเรียกกันว่า D'Artagnan Romances   อิงจากเหตุการณ์และบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ คือสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14  องค์ที่สื่ิอสารการทูตกับสมเด็จพระนารายณ์สมัยอยุธยานั่นละค่ะ   มีนักโทษผู้หนึ่งสวมหน้ากากเหล็ก ถูกจองจำอยู่ในคุกบาสตีลล์ จนเสียชีวิตในคุกนั้นเอง
     เขาเป็นบุคคลลึกลับ  ที่จนบัดนี้นักประวัติศาสตร์ก็ยังค้นหากันให้ควั่กว่าตัวจริงเป็นใครกันแน่ มีสันนิษฐานกันไปหลายทิศหลายทาง
    ดูมาส์หยิบยกเอามาเป็นพื้นหลังของนิยายตอนนี้   สนุกสนานตื่นเต้นโลดโผนตามสไตล์ดราม่าของเขา   ผลก็คือเรื่องราวกลายเป็นอมตะ ยืนยงในรูปของละคร ของภาพยนตร์  ยาวนานมาจนยุคนี้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 10 ม.ค. 26, 11:00

  ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับ The Three Musketeers ก่อนนะคะ
  เรื่องนี้แปลเป็นไทยนานแล้ว มีผู้แปลถึง 3 คนคือ เลอสรร ธรรมพิชา แปลคนแรก สันตสิริ แปลคนที่สอง  และ เสริม บุณยรัตพันธ์ แปลคนที่สาม  ให้ชื่อว่า "ทแกล้วทหารสามเกลอ"  ต่อมา เป็นที่รู้จักในนาม "สามทหารเสือ"
   ความจริง ทหารเสือมี 4 คน และคนที่เป็นตัวเอกก็ไม่ยักใช่ "สามทหารเสือ" ที่เกาะกลุ่มกันอยู่ดั้งเดิม อันได้แก่
   - อาโธส (Athos)   หัวหน้ากลุ่มทหารเสือผู้สูงศักดิ์ มีความเป็นผู้นำสูงมาก  มีอดีตที่ลึกลับ
   - ปอร์โทส (Porthos) ทหารเสือร่างใหญ่ นิสัยสนุกสนานเฮฮา  ชอบชีวิตโอ่อ่าหรูหรา
   - อารามีส์ (Aramis)  ทหารเสือนิสัยเงียบขรึม ใฝ่ความรู้  มีศรัทธาสูงในศาสนา (ตอนหลังเมื่ออำลาชีวิตงานแล้ว เขาไปบวชกลายเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ )
       ทั้งสามมีคำขวัญว่า "หนึ่งเพื่อทุกคน และทุกคนเพื่อหนึ่ง" (One for all, and all for one)
      ส่วนตัวเอกชื่อ ดาร์ตาญัง  (D'Artagnan) เป็นหนุ่มต.จ.ว.ชาวกัสคง (Gascon) นิสัยห้าวหาญ  มีทักษะการฝีมือฟันดาบยอดเยี่ยม  เขาใฝ่ฝันจะเป็นทหารเสือพระราชา  จึงเดินทางจากบ้านเกิดมายังปารีสเพื่อแสวงหาโชคและเข้าร่วมหน่วยทหารเสือ
     (คำว่า (D'Artagnan) - ไม่ได้อ่านว่า ดาร์ทักนาน นะคะ  gn ในภาษาฝรั่งเศสออกเสียง ย แบบเสียงขึ้นจมูก  นักแปลไทยรุ่นเก่าจึงสะกดด้วย ญ )

    ป.ล. อ่านๆไปก็รู้สึกว่า นี่คือหนังกำลังภายในของ TVB ยุค 80s ฉบับภาษาฝรั่งเศสดั้งเดิมนี่นา   มองเห็นจอมยุทธทั้งสี่ ผู้ละจากยุทธจักรมาพิทักษ์ฮ่องเต้ ได้ชัดๆเลย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 10 ม.ค. 26, 12:58

               เคยผ่านตา เรื่องราวดูมาส์ - สามทหารเสือ เมื่อนานหลายปีแล้ว กูเกิ้ลดูยังมีที่อ่านได้อยู่

https://www.matichon.co.th/weekly/book/article_59594

บทความพิเศษ : ดูมาส์กับมาเก้ต์ – “ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ”

           ดูมาส์นักเขียนบทละคร,นิยายมีชื่อ  
           มาเก้ต์ จากครอบครัวฐานะดี เขาอยากเป็นนักเขียนเริ่มแต่งบทละคร
           แนร์วาล ผู้ร่วมงานในฐานะมือแฝงของดูมาส์ ติดต่อดูมาส์ขอให้ช่วยแก้ไขให้มาเก้ต์
           มาเก้ต์จึงได้มีผลงานบทละคร แล้วมีนิยายเรื่องต่อไปมาให้ดูมาส์แก้ไขอีก ได้ผลงานประสบความสำเร็จ

           มาเก้ต์เสนอโครงเรื่องนิยายใหม่ กล่าวถึงเหตุการณ์ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ของมหาเสนาบดีริชเชอลิเยอ
ของอานน์แห่งออสเตรีย และของดยุคแห่งบักกิ้งแฮม ดูมาส์จึงกระตือรือร้นอย่างยิ่ง - นี่คือนวนิยายซึ่งเป็นที่รู้จักต่อมาในชื่อ
Les Trois Mousquetaires
           “บันทึกความทรงจำของเมอสิเยอร์ดาร์ตาญัง” เขียนโดย Courtilz de Sandras ตีพิมพ์ปี ค.ศ.1704
           มาเก้ต์ว่าเขาเป็นผู้พบหนังสือชุดนี้ก่อน แต่บัตรยืมหนังสือของห้องสมุดเมืองมาร์เซยยืนยันว่าดูมาส์เป็นผู้ยืมหนังสือชุดนี้
ในปี ค.ศ.1843 และไม่เคยคืน
           ทั้งสองช่วยกันวางโครงเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ยืมมาจาก “บันทึกฯ” คือชื่อตัวละคร อาโธส ปอร์โธส และอะรามิส ดูมาส์เสนอ
ชื่อตัวละครทั้งสามนี้เป็นชื่อนวนิยาย แต่สำนักพิมพ์ไม่เห็นพ้องและเสนอชื่อ Les Trois Mousquetaires แม้จะเป็นเรื่องของคนสี่คน
แต่ชื่อเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนตัวละครเอกจะทำให้ผู้อ่านฉงนและสนใจติดตาม
            นอกจากชื่อตัวละครแล้ว ดูมาส์กับมาเก้ต์ยังยืมบางบทบางตอนมาด้วย แต่แน่ละทั้งสองนำมาเปลี่ยนแปลงและเขียนใหม่เพิ่มเติม
            มาเก้ต์ซึ่งเดิมเป็นเพียง “มือใหม่” บัดนี้ได้พัฒนาขึ้นมาเป็น “มือแฝง” เขียนฉบับร่างให้และดูมาส์ซึ่งเป็น “มือเก่า” จะนำมาขัดเกลา
เพิ่มรายละเอียดที่ทำให้มีชีวิตชีวา เขียนบทสนทนาใหม่ในฐานะ “มือหนึ่ง” ใส่ใจว่าจะทิ้งท้ายตอนจบแต่ละบทอย่างไร และทั้งหมดนี้จะเพิ่มเติม
ความยาวเพราะเรื่องที่ตีพิมพ์ลงเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์นั้นจะต้องยาวต่อเนื่องหลายเดือนเพื่อดึงดูดใจผู้อ่านไว้ให้ระทึกนึกคิดติดตาม

            เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาเก้ต์ “มือแฝง” มีส่วนร่วมสำคัญในนวนิยายเรื่องนี้ แต่เราก็ปฏิเสธอีกไม่ได้เช่นกันว่าถ้าปราศจากศิลปะการประพันธ์
ของดูมาส์ผู้เป็น “มือหนึ่ง” นวนิยายเรื่องนี้ก็คงจะไร้เสน่ห์ไร้มนต์ขลัง และไม่อาจตรึงตาตรึงใจผู้อ่านตั้งแต่ ค.ศ.1844 ทั้งที่อ่านภาษาต้นฉบับและ
ภาษาชาติต่างๆ ทั่วโลกผ่านการแปลจากรุ่นสู่รุ่นอย่างที่เป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8566


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 10 ม.ค. 26, 13:06

            ผู้แปลในบ้านเรา
    
            “สันตสิริ” (อาจารย์สงบ สวนสิริ) เคยเล่าไว้ในถ้อยแถลง สำหรับเรื่องทแกล้วทหารสามเกลอ ฉบับพิมพ์ของสำนักพิมพ์ก้าวหน้าปี 2507
กล่าวว่า…อมตะนิยายของอาเล็กซางดร์ ดือมาส์ (ชื่อการพิมพ์สมัยนั้น) อันมีชื่อในพากย์อังกฤษว่า The Three Musketeers นี้ เดิมมีผู้แปลไว้
แต่ไม่จบ ให้ชื่อภาษาไทยว่า “ทแกล้วทหารสามเกลอ” แล้วต่อมาเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นภาพยนตร์ไม่น้อยกว่าสองครั้ง ให้ชื่อตามชื่อหนังสือ
            จนมาเจอบัตรรายการหนังสือหอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีชื่อหนังสือ “ทแกล้วทหารสามเกลอ” ของอเล็กซานเดอร์ ดูมาส์
แปลโดยศิวากร พิมพ์ที่โรงพิมพ์ศิลป์ชัย เมื่อปี 2495
            ในบัตรรายการระบุว่าหนังสือเล่มนี้มีความยาวเพียง 39 หน้ากระดาษ แต่กระนั้น หนังสือเล่มนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน จึงทำให้ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่า
“ศิวากร” เป็นใคร
           สำหรับฉบับพิมพ์ของสำนักพิมพ์ก้าวหน้าระบุว่าทแกล้วทหารสามเกลอผู้แปลคนแรกคือ “เลอสรร ธรรมพิชา” ปัจจุบันอยู่ออสเตรเลีย แต่ก็แปลไม่จบ
จนทำให้ “สันตสิริ” ต้องแปลต่อเป็นคนที่สอง แต่ก็แปลไม่จบอีก
           กระทั่ง “เสริม บุณยรัตพันธ์” แปลต่อเป็นคนที่สามจนจบเรื่อง ซึ่งถือเป็นการแปลตามต้นฉบับภาษาอังกฤษ
           อาจารย์วัลยา วิวัฒน์ศร แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส เป็นการแปลที่สมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่มีการแปลนวนิยายอมตะระดับโลกเรื่องนี้            
 
https://www.matichon.co.th/prachachuen/book/news_659100
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 ม.ค. 26, 11:14

  สามทหารเสือมีการผจญภัยหลายตอน ล้วนตื่นเต้นโลดโผน   คนอ่านทั้งฝรั่งเศสและต่างชาติติดกันงอมแงมเหมือนแฟนนิยายกำลังภายใน     ดูมาส์ผลิตเรื่องจนมาถึงตอนท้ายของนิยายชุด   บัดนี้สามทหารเสืออายุมากแล้ว เกษียณจากหน้าที่ราชองครักษ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13       เหลือแต่ดาร์ตาญังซึ่งหนุ่มกว่าเพื่อนยังคงรับราชการอยู่ในราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา
    จุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ อารามิีส์  ซึ่งหันเส้นทางชีวิตไปบวชจนได้เป็นนักบวชชั้นผู้ใหญ่ขั้นบิชอป  เกิดไปค้นพบความลับสุดยอดทางการเมืองที่สามารถสั่นคลอนราชบัลลังก์ได้  คือพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีน้องชายฝาแฝดหน้าตาเหมือนกันทุกประการชื่อ ฟิลิปป์  ข้อนี้เป็นความลับไม่มีใครรู้   เพราะพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ผู้บิดาเกรงว่าโอรสแฝดโตขึ้นจะมีปัญหาว่าใครจะสืบบัลลังก์ต่อ  จึงเก็บแฝดอีกคนไว้เป็นความลับต่อสาธารณชนตลอดมา
   ฟิลิปป์ถูกพระเจ้าหลุยส์คู่แฝดกักขังไว้ในคุกใต้ดินของคุกบาสตีย์มานานหลายปี โดยถูกบังคับให้สวม "หน้ากากเหล็ก" ตลอดเวลาเพื่อปกปิดหน้าตาไม่ให้ใครเห็นว่าหน้าเหมือนพระราชาราวกับพิมพ์เดียว
   อารามีส์เชื่อว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เป็นราชาที่เลวร้ายและเห็นแก่ตัว ผิดกับฟิลิปป์ผู้มีจิตใจดีงาม  เหมาะสมกับบัลลังก์มากกว่า เขาจึงวางแผนร่วมกับเพื่อนรัก ปอร์โทส(ผู้ซึ่งกำลังเบื่อชีวิตเงียบเหงาหลังเกษียณ ต้องการกลับคืนสู่เกียรติยศทหารเสืออีกครั้ง )  ร่วมมือกันลักพาตัวพระเจ้าหลุยส์ตัวจริง และนำฟิลิปป์ตัวปลอมมาสวมรอยเป็นกษัตริย์แทน   แผนการนี้  อาโทส ถูกชักชวนให้เข้าร่วมด้วย  เขาก็ตกลงด้วยเหตุผลด้านศีลธรรมและเห็นแก่ความยุติธรรม
    ส่วนดาร์ตาญังไม่รู้เรื่องแผนการลับนี้ ยังคงซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ในฐานะหัวหน้าองครักษ์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทำให้เขากลายเป็นปฏิปักษ์กับเพื่อนรักทั้งสามโดยไม่ได้ตั้งใจในตอนแรก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 16 คำสั่ง