เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 42 43 [44] 45
  พิมพ์  
อ่าน: 139542 Yesterday Once More...
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 645  เมื่อ 24 ธ.ค. 25, 20:47

  ส่วนเพลงนี้คือเพลงที่ร้องได้จนจบ โดยไม่รู้ความหมายเลยสักตัว   อ่านไปตามกระดาษที่ได้รับแจก
ค่อยยังชั่วที่ภาษานี้ออกเสียงตรงตามตัวสะกด  เลยร้องตามไปได้ทั้งๆไม่รู้เรื่อง



ส่วนเนื้อภาษาอังกฤษ แปลออกมาตามนี้

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 646  เมื่อ 25 ธ.ค. 25, 17:59

ขอร่วมรำลึกด้วยคนค่ะ
 ก่อนหน้าวันคริสต์มาส  กระดานดำแผ่นกว้างใหญ่ (ซึ่งตอนนั้นเป็นสีเขียว)จะถูกลบจนสะอาด   

โอ้... ลืมไปเลยครับ  กระดานดำที่ความจริงเป็นสีเขียว  แล้วก็คิดถึงชอล์คหลากสี  ขาว ชมพู เหลือง เขียว ฟ้าคราม  อัดอยู่ในกล่องกระดาษแข็ง
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 647  เมื่อ 25 ธ.ค. 25, 18:01
















บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 648  เมื่อ 26 ธ.ค. 25, 17:56

Gregorian เป็นวงดนตรียุคใหม่ (1990s) จากเยอรมัน  เป็นวงประสานเสียง  มีสมาชิกเยอะแยะ  จุดเด่นของวงอยู่ที่การแต่งตัวเลียนแบบนักบวชยุคโบราณ (ตามชื่อของวง) และการนำเสนอเพลงที่จะเอาเพลงของคนอื่นมาเรียบเรียงออกมาในแนวของตัวเอง  เพลงที่ท้าทายจะเป็นเพลงแนวหนัก ๆ ซึ่งทำออกมาได้เพราะมาก  ใครที่มีเครื่องเสียงดี ๆ ฟังเพลงของวงนี้แล้วสะใจ  เบสและกลองหนักแน่น





2 เพลงนี้ทำได้เพราะมาก





พวกเขาทำเพลง Christmas ได้เพราะเชียวละ








บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 649  เมื่อ 27 ธ.ค. 25, 18:11

ตอนเพลงนี้เปิดออกอากาศในบ้านเรา  นักฟังเพลงฝรั่งยินดีปรีดากันมากเนื่องจากมันแสนจะเพราะ

(ballad ทำนองจืดชืดแต่เพราะจริง ๆ นะ)


ในเวลา 1 ปี  Gilbert O’Sullivan  (เป็นชาวอังกฤษ) สามารถนำเพลงข้ามมาคว้าแผ่นเสียงทองคำที่อเมริกาได้ถึง 3 แผ่น  แล้วก็ ‘กลับบ้าน’





เธอไม่ได้หายวับ  เรียกว่าแผ่ว  มี 2 เพลงนี้แทรกมาแบบโชย ๆ





ตอนผมซื้อ CD รวมเพลงของเธอมาฟัง  ยังมีเพลงน่ารัก ๆ อีก









และเพลงนี้ที่วิทยุบ้านเราเปิด  มันห่างจากปีดังของเธอหลายปี



1973



2023



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 650  เมื่อ 28 ธ.ค. 25, 18:21

ในบรรดาเพลงแนวเต้นรำ (ดิ้น) ในยุค 70s ที่ดังสนั่นโลก  ต้องรวมถึงเพลง What a feeling จากเสียงของ Irene Cara มันอยู่หนังฮิต Flashdance  สาวกหนัง/เพลงฝรั่งร่วมยุคไม่มีใครพลาด



ปีนั้นเป็นปีดังของ IC  เพลงนี้กวาดรางวัลให้เธอมากมาย  นอกเหนือจากรางวัลแผ่นเสียงทองคำและ ฯลฯ   ความที่เธอมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงนี้  เมื่อหนังและเพลงดังถึงขนาดได้รับเลือกเข้าชิง Oscar  และชนะด้วย  เธอก็เลยได้ Oscar ไปนอนกอด 1 ตัว  

ความจริงเธอดังมาก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่ยังไม่กระหึ่มด้วย 2 เพลงนี้ซึ่งมาจากหนังเพลงเช่นกันคือ Fame ซึ่งเธอร่วมแสดงด้วย หนังไม่มาฉายในโรงบ้านเรา  ทำไมก็ไม่รู้  มาแต่เพลงซึ่งดังทางวิทยุและแผ่นเสียง soundtrack  ต้องถึงยุค I/UBC ทีวี  ผมถึงได้ดู  แต่มันก็ล้าสมัยไปแล้ว





ต่อยอดด้วยเพลงนี้ที่อยู่ในหนังเช่นกันและเพราะมาก



Maxine Nightingale มาจากอังกฤษ  เธอมีเพลงดัง 2 เพลง  ดังระดับแผ่นเสียงทองคำ  สองเพลงดังกล่าวก็เข้ามาดังในบ้านเราด้วย  โดยเฉพาะเพลงที่ 2 เปิดบ่อยจนเป็นเพลงโหล  ใครจำไม่ได้  ผมจะให้ค้อนหนึ่งวง





ต่อยอด ...
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 651  เมื่อ 29 ธ.ค. 25, 18:31

รำพึงถึง Brigitte Bardot…

รู้มาตั้งแต่แรก   พอโตขึ้นก็เพิ่มการสงสัยเข้าไปว่าทำไมเธอถึงได้รับฉายาว่า ‘ลูกแมวยั่วสวาท’ แต่ตอนนั้น อตน. ยังไม่เกิด  ก็ได้แค่สงสัย  เพราะไม่รู้จะไปหาคำตอบได้ที่ไหน  คิดเอาเองว่าคงมาจากบทหนังบทหนึ่งที่เธอเคยเล่นแล้วเกิดดังติดหูติดตา  คงจะเป็นบทนางแมวโป๊ ๆ  ละมัง

พอถึงยุค อตน.  ยุคที่ความลับไม่มีในโลก  ก็ควักเรื่องที่เคยสงสัยมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกนับพัน ๆ เรื่องออกมาหาความจริง  หาไปเรื่อย ๆ  แต่ยังไม่ถึงคิว ‘ลูกแมวยั่วสวาท’ (ความจริงลืมไปแล้ว)
  
มาบัดนี้ก็ถึงแก่เวลาที่จะนำ ฉายา นี้ออกมาค้นหา ที่มาที่ไป เสียที  เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้

Brigitte Bardot was dubbed a "sex kitten" in the mid-1950s, a term largely credited to British film producer Tony Tenser to describe her unique blend of youthful innocence and raw, provocative sensuality.

ฉายาที่ว่าน่าจะมาจากบทนี้ที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้แก่เธอ



BB เคยมีความสัมพันธ์สวาทเพียงสั้น ๆ แต่ลึกซึ้งกับ Serge Gainsbourg ศิลปินผู้มีพรสวรรค์หลากหลายชาวฝรั่งเศส  SG เป็นผู้ต่อยอดความสามารถของ BB จากการแสดงมาสู่การร้องเพลง




The relationship between Brigitte Bardot and Serge Gainsbourg was a brief but intensely creative affair in late 1967 that significantly influenced French pop culture. Though it lasted only a few months, their collaboration produced some of the most iconic music of the 1960s

After a disappointing, witless date with Bardot, the next day, she "phoned and demanded as a penance" that he write, for her, "the most beautiful love song he could imagine" and that night he wrote "Je t'aime".

They recorded an arrangement of "Je t'aime" at a Paris studio in a two-hour session in a small glass booth; the engineer William Flageollet said there was "heavy petting".

However, news of the recording reached the press and Bardot's husband, German businessman Gunter Sachs, was angry and called for the single to be withdrawn.

Bardot pleaded with Gainsbourg not to release it. He complied but observed "The music is very pure. For the first time in my life, I write a love song and it's taken badly.”


In 1968, Gainsbourg and English actress Jane Birkin began a relationship when they met on the set of a film.




After filming, he asked her to record the song with him. Birkin had heard the Bardot version and thought it "so hot". She said: "I only sang it because I didn't want anybody else to sing it", jealous at the thought of his sharing a recording studio with someone else.

Gainsbourg asked her to sing an octave higher than Bardot, "So you'll sound like a little boy".

Birkin said she "got a bit carried away with the heavy breathing – so much so, in fact, that I was told to calm down, which meant that at one point I stopped breathing altogether. If you listen to the record now, you can still hear that little gap.”

There was media speculation, as with the Bardot version, that they had recorded live sex, to which Gainsbourg told Birkin, "Thank goodness it wasn't, otherwise I hope it would have been a long-playing record.”


เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงดังระดับโลก  ดังทั้งยอดขายและความอื้อฉาว  นักฟังเพลงฝรั่งในยุคนั้นไม่มีใครลืมเพลงนี้ได้  ผมจำได้ว่ามีสถานีวิทยุคลื่นหนึ่งใช้เพลงนี้เป็นเพลงเปิดรายการ


Bardot regretted not releasing her version, and her friend Jean-Louis Remilleux persuaded her to contact Gainsbourg. They released it in 1986.



ยังมีรายละเอียดมากกว่านี้  แต่ไม่เกี่ยวกับ BB  มันไปเกี่ยวกับเพลงดังนี้และ Jane Birkin  ย้อนกลับไปอ่านได้ครับ  ประมาณเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 652  เมื่อ 29 ธ.ค. 25, 18:42

ศิลปินรุ่น Yesterday once more ที่เพิ่งจากไปก่อนหน้านี้คือ ศิลปินชาวอังกฤษชื่อ Chris Rea (1951 – 22 ธ.ค. 2025)  ชื่อเสียงของเธอไม่ได้อยู่แนวหน้า  ความจริงเธอมีเพลงที่พอจะดังเพลงเดียวคือเพลงนี้

(ขอยกนิ้วให้คนตัดต่อ clips  ทำได้เนียนมาก  มาจาก 2 clips นะ  ดูดี ๆ)


เพลงนี้ไม่ดังเท่าไรในบ้านเรา  แต่ความเพราะที่ถูกใจทำให้ติดอยู่ในรูหูของผมมาตลอดถึงปัจจุบัน

อีก 10 กว่าปีต่อมา  วิทยุก็เอาเพลงที่เพราะมากอีกเพลงของเธอมาเปิดให้ฟัง  มันเป็นแค่ album track  ดีเจคนนี้ชั้นหนึ่งมาก

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 653  เมื่อ 30 ธ.ค. 25, 18:28

วง Clout เพิ่งรู้จากข้อมูลในเวลาต่อมาว่ามาจาก South Africa แล้วก็เป็นหญิงล้วน



Barry Blue จากอังกฤษ  กับเพลง one hit wonder



ทำไมก็ไม่รู้ว่า  ฟังเพลงนั้นแล้วทำให้นึกถึงเพลงนี้ของวง Sutherland Brothers & Quiver



ซึ่งต่อมาวิทยุก็เปิดอีกเพลงที่ดัง (เฉพาะในบ้านเรา) พอ ๆ กัน



วง The Boys Band นี้ไม่ดังเอาเลย  แล้วก็ไม่รุ่งด้วย  ไม่รู้ว่าดีเจไปเอาเพลงมาจากไหน  ผมว่าเพราะมาก  ทำไมไม่ดังก็ไม่รู้  ความที่เพลงไม่ดัง  พอกาลเวลาผ่านไป  เพลงก็หายลับ  ผมตามหาอยู่หลาย 10 ปี  ส่วนหนึ่งที่หายากเพราะไม่รู้ชื่อวง  รู้แต่ชื่อเพลงซึ่งก็ตก ๆ หล่น ๆ  ไม่รู้ว่าชื่อเพลงที่แท้จริงมีว่าอย่างไร  แม้จนบัดนี้ก็ยังหาฉบับคุณภาพดี ๆ ไม่ได้



ตอนนั้นนึกว่าเป็นผลงานของวงนี้  The Babys (เพิ่งรู้ว่ามาจากอังกฤษ)

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 654  เมื่อ 31 ธ.ค. 25, 18:34

นักฟังเพลงฝรั่งร่วมยุคทุกคนรู้จักชื่อวง The Three Degrees  ที่ปล่อยเพลงดังสนั่นมาให้ฟังในกลางยุค 70s



ตอนนั้น (อ่านจากบทความใน นส. Starpics) คนในวงการเพลงต่างชื่นชมและคาดการณ์กันไว้ว่านี่จะต้องเป็นคู่แข่งของวง The Supremes (วง girl group ในยุค 60s  ที่ได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล)  นี่คือความกดดันอันส่งผลเสียให้กับวง เพราะผู้คนต่างคาดหวัง  ผลสุดท้ายผลงานต่อ ๆ มาของวงไม่ประสบความสำเร็จ  ชื่อของวงเข้าไปอยู่ในกลุ่มศิลปิน one hit wonder

ในบ้านเรา   นอกจากเพลงดังเพลงนั้นแล้ว  วิทยุยังต่อยอดด้วยเพลงเหล่านี้







เพลงของวงฯ หายไปจากลำโพงวิทยุหลายปี  วันหนึ่งเพลงของพวกเธอก็กลับมาทางคลื่นวิทยุที่ดำเนินการโดยต่างชาติ (soft 105, 107)  สอง ballad ที่เพราะมาก





ย้อนกลับไปปีที่เพลง When will I see you again ออกสู่ตลาด  ในช่วงนั้นมีเพลงบรรเลงจังหวะมันและติดหูออกอาละวาดตามคลื่นเพลงฝรั่ง



ตอนนั้นทุกคนรู้จักเพลงนี้ในชื่อ TSOP  วงที่บรรเลงเพลงชื่อ MFSB  มีแต่ชื่อย่อ  ใครจะไปจำได้วะ  เมื่อมีข้อมูลอยู่ในมือ  ผมถึงรู้ว่า  TSOP คือ The Sound of Philadelphia  ส่วนชื่อ วง MFSB มาจาก Mother Father Sister Brother  ประกอบด้วยนักดนตรีประจำ studio จำนวนมากกว่า 30 ชีวิต  สำหรับเสียงร้องในตอนท้ายของเพลงเป็นของวง The Three Degrees นี่เอง  เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 และได้แผ่นเสียงทองคำ

บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 655  เมื่อ 01 ม.ค. 26, 18:28

ขึ้นปีใหม่แล้ว  Yesterday once more ของผมยังไม่จบเสียที  นี่ปาเข้าไปปีครึ่ง  ยังเหลืออีกไม่น้อย  ว่าจะเอาให้จบก่อนครบ 2 ปี...


นานมาแล้วผมพาดพิงถึง soundtrack จากหนังการ์ตูนของ Walt Disney (Anastasia)  แล้วก็มานึกได้ว่า  ทุกหนังการ์ตูนของ WD จะต้องมีเพลงประกอบ  สมัยก่อนก็จะได้ฟังตอนดูหนังเรื่องนั้น ๆ ในโรง  แล้วก็มาถึงยุคที่มีการปรับปรุงโฉม soundtrack  โดยมีการแต่งเพลงที่ติดหูคนฟัง บางทีก็จ้างศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นทุนอยู่แล้วมาร้อง  พอมีคนติดตาม  งานธุรกิจของ soundtrack ก็มีการขยายตัว  มี album ดัง   มี single ไต่บนอันดับเพลง  มีการออกอากาศทางวิทยุและทีวี ฯลฯ

เท่าที่สามารถย้อนกลับไปถึง  เรื่องที่เปิดศักราชคือ The Little Mermaid (1989) ในหนังมีเพลงเพราะ ๆ มากมายแต่เพลงนี้เด่นที่สุด  วิทยุเอามาเปิดให้ฟังด้วย



ส่วนเพลงนี้จำได้จากในหนัง



ต่อมาก็เรื่อง Beauty and the Beast (1991) คราวนี้ใช้นักร้องดัง Celine Dion กับ Peabo Bryson



PB เคยส่งเพลงมาเปิดให้บ้านเราฟังคือเพลงนี้



ก่อนหน้านี้ก็ 2 เพลงนี้  เพลงแรกนี่ดังที่สุดในบ้านเรา  วิทยุเปิดทุกวัน





CD เป็นนักร้องชาวแคนาดา  ความดังของเธอในบ้านเราไม่ต้องมีการตอกย้ำ  แต่น้อยคนที่จะจำได้ว่าในสมัยต้น ๆ อาชีพของเธอ  CD ออกล่ารางวัลในการประกวดร้องเพลงมากมาย  จนมาถึงงานประกวดร้องเพลง World Popular Songs Festival ที่ญี่ปุ่นในปี 1982  เธอมีคู่แข่งจากประเทศไทยคือ คุณมณีนุช เสมรสุต


(ขอบคุณเจ้าของภาพครับ)


จะบอกว่าผมไม่ใช่แฟนเพลงของ CD  เธอเข้ามาในยุคท้าย ๆ  ซึ่งแนวเพลงเปลี่ยนไป  อย่างไรก็ตาม  ความดังของเธอทำให้ต้องรู้จักเพลงเหล่านี้  เพราะมันแผดออกมาจากลำโพงวิทยุทุกเมื่อเชื่อวัน



ควันหลงนิดนึงว่า...  

เพลงนี้ดังมากในบ้านเรา (และติดอันดับ 1 บน billboard)  แต่ ผมว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันไม่ใช่เพลงใหม่  ต้นฉบับนั้นออกอากาศในปลาย 80s  โดยนักร้องจากอังกฤษชื่อ Jennifer Rush  เพลงติดอันดับ 1 ที่อังกฤษและอีกหลายประเทศในยุโรป  แต่ไปแป้กที่อเมริกา  อีกหลายปีต่อมา CD ก็เอามาปลุกชีพแล้วดังระเบิดเถิดเทิง  ผมรู้เรื่องฉบับของ JR จากข่าวในหนังสือ Starpics  ว่าเพลงดังสนั่นเกาะอังกฤษ  บ้านเราคงเอามาเปิดและคงไม่มีคนนิยม  สรุปคือผมไม่เคยได้ยินเพลง  ได้ยินแต่กิตติศัพท์  มาได้ยินในยุค อตน.  รวมถึงหน้าตาของเธอ



มีต่อ...
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 656  เมื่อ 02 ม.ค. 26, 18:24

เล่าผลงานของ Celine Dion ที่ผมจำได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าชอบ) ต่อ...

(จากหนัง Up Close and Personal)





เพลงนี้ก็เป็นการนำมาร้องใหม่  ต้นฉบับอยู่ในยุค 70s  จากนักร้อง Eric Carmen ผมเพิ่งนำเสนอไปเมื่อเดือนที่แล้ว



EC เคยดังมาก่อนในฐานะนักร้องนำของวง Raspberries  อยู่ในยุคต้น 70s  วงนี้มีอายุไม่ยืนแต่มีผลงานเพลงระดับแผ่นเสียงทองคำอยู่เพลงหนึ่ง  ไม่น่าเชื่อว่าผมจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินผลงานของวงนี้  สักเพลงเดียว





หลังจากออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว  นอกจากเพลง All by myself  เธอยังมีผลงานดังในบ้านเราอีกคือ

(จากหนังเรื่อง Dirty Dancing  คนดูมัวแต่ไปจำเพลงเอก  เลยมักจะลืมเพลงนี้)


และเพลงนี้



เพลงนี้ EC ร้องออกมาในปี 1976  ในปีเดียวกันนั้น  วิทยุบ้านเราก็เปิดเพลงนี้เช่นกันแต่เป็นฉบับที่เป็นเสียงร้องของผู้หญิง  ไม่รู้มีใครจำได้บ้าง



Dana เป็นนักร้องจาก Ireland  แต่เกิดที่อังกฤษ  ในขณะที่เพลงฉบับของ EC เป็นที่รู้จักกันในอเมริกา  ฉบับของ Dana ก็เป็นที่รู้จักกันในฝั่งยุโรป  ประเทศไทยแลนด์ของเราอยู่ระหว่างกลางจึงได้เปรียบ  คือได้ฟังเพลงจากทั้ง 2 ฝั่ง  คือฝั่งอเมริกาและฝั่งยุโรป  ใครชอบฉบับไหนก็เชิญฟัง

ชื่อ Dana นี้ผมว่าต้องเป็นนักฟังเพลงฝรั่งประเภทคอทองแดงถึงรู้จัก  ในปี 1970 เธอเข้าประกวด Eurovision Song Contest  โดยเป็นตัวแทนจากประเทศ Ireland  และชนะเลิศ  เพลงนี้ผมไม่ได้ยินในตอนนั้นเพราะมัวแต่เล่นแปะแข็งกับพี่ ๆ อยู่  มาได้ยินในเวลาต่อมา



อีกเพลงของเธอที่วิทยุเปิดคือ

(ผมว่าบ้านเราคุ้นเพลงนี้จากเสียงของ Agnes Chan  เพราะวิทยุเปิดบ่อยกว่า)


ย้อนกลับมาจบที่ผลงานเด่นดังของ CD ที่ผมจำได้เป็นเพลงสุดท้าย  single ดังที่สุด (อาจจะดังที่สุดในโลกก็ว่าได้)



มีต่อ…
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 657  เมื่อ 03 ม.ค. 26, 18:13

เพิ่งพบว่า Browser นี้ไม่ไว้ทุกข์แฮะ...

Soundtrack ดังจากหนังการ์ตูนของ Walt Disney ที่วิทยุบ้านเราเปิดให้ฟังเพลงต่อมา  มาจากหนังเรื่อง Aladdin (1992) ร้องโดย Peabo Bryson กับ Regina Bell (เพลงในหนังร้องโดยนักร้องคนอื่น  จะเอามาขายก็ต้องใช้ศิลปินที่เรียกคนซื้อได้)



PB กลับมาใหม่อีกครั้ง  ครั้งนี้เธอนำเพลงขึ้นอันดับ 1 ของ billboard  นับเป็น soundtrack จากหนังการ์ตูนของ Walt Disney  เพลงแรกที่ทำได้  นอกจากนี้เพลงนี้ยังกวาดรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย  ทั้ง ลูกโลกทองคำ  Grammy รวมถึงรางวัล Oscar

ส่วน RB ผมไม่รู้จักเธอ  ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ  ไม่รู้วิทยุเคยเปิดผลงานของเธอบ้างรึเปล่า


แล้วก็มาถึงเพลง จากหนังที่ดังที่สุด (อย่างน้อยก็ในบ้านเรา) The Lion King  ลุง Elton John เธอเหมางานเพลงทั้งหมดในเรื่องนี้





เพลงนี้ไม่ใช่ single  แต่ก็ดัง  ดังทั้งชื่อดังทั้งตัวเพลง  จำได้ว่า  มีคนนำชื่อไปตั้งเป็นชื่อบาร์  อะไรสักอย่าง  ไม่รู้ยังอยู่ดีกินดีมาถึงบัดนี้รึเปล่า



ตัดแค่นี้ก่อน  พรุ่งนี้เรื่องยาว  เอารวมกันในวันนี้จะยาวเกินไป...
บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 658  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 18:24

หนังการ์ตูนของ Walt Disney เรื่อง Pocahontas (1995) ส่งเพลงนี้ออกมาลงสนามแข่ง  จากเสียงร้องของ Vanessa Williams



ผมรู้จักชื่อ VW ครั้งแรกในฐานะ Miss America คนแรกที่มีผิวดำ (1984)...  บ้านเรามีการถ่ายทอดสดด้วยนะ  ผมถึงรู้เรื่องไง



แต่ต่อมาเธอโดนคณะกรรมการฯ กดดันแกมขอร้องให้สละจากตำแหน่ง  เรื่องนี้ดังมาก  นิตยสารชั้นนำในบ้านเราทุกฉบับเช่น ลลนา แพรว ดิฉัน ฯลฯ  รวมหัวกันลงเรื่องราวอย่างละเอียด  ผมก็รู้มาจากการอ่านนี่แหละ

Williams was the first African-American recipient of the Miss America title when she was crowned Miss America 1984 on September 17, 1983. Several weeks before the end of her reign, a scandal arose when Penthouse magazine bought and published unauthorized nude photographs of her. Williams was pressured to relinquish her title and was succeeded by the first runner-up: Miss New Jersey 1983, Suzette Charles. Thirty-two years later in September 2015, when Williams served as head judge for the Miss America 2016 pageant, former Miss America CEO Sam Haskell made a public apology to her for the events of 1984. Williams remains the only title-holder who was asked to resign in the pageant's history.



ผมพยายามหาสาเหตุชัด ๆ ในการขอโทษนี้  แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน  ก็รวบรวมจากที่อ่าน ๆ มาว่า  ตลอดชีวิตของเธอ  VW ไม่เคยทำตัวด่างพร้อย  อีกทั้งรูปตัวต้นเหตุที่ลงในนิตยสารทรงอิทธิพลนั้นเกิดขึ้นก่อนหน้านานมากและก็ไม่ได้รับการยินยอม (unauthorized nude photographs) จากเจ้าตัวให้ออกเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม  หลังจากทำใจได้ เธอก็ค้นหาความสามารถพิเศษในตัวแล้วเอามาฝึกฝน  หนึ่งในนั้นคือการเป็นนักร้อง  ผลงานเพลงของเธอเคยแตะอันดับ 1 บนตาราง billboard  เพลงนี้เคยเปิดในบ้านเรานานชั่วเวลาหนึ่ง  ความดังพอ ๆ กับ Saving all love for you ของ Whitney Houston เลยแหละ



วิทยุยังเปิดเพลงอื่น ๆ อีก  นอกจาก 2 เพลงดังนั้น  แต่ผมจำได้แค่ชื่อ  กับทำนองนิด ๆ หน่อย ๆ







VW ยังเล่นหนังทั้งจอใหญ่ จอเล็กและบนเวที  ฝีมือขนาดได้รับรางวัลหรือได้รับการเสนอชื่อบนเวทีต่าง ๆ  เรื่องที่ผมเคยดูเป็นบทในหนังทีวี  ฉายทางทีวี I/UBC

บทนังตัวแสบในหนังตลก Ugly Betty



บทเดียวกันแต่ออกไปในทางตลกในหนัง Desperate Housewives



มีต่อ...



บันทึกการเข้า
nathanielnong
อสุรผัด
*
ตอบ: 2330


ความคิดเห็นที่ 659  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 18:06

เพลงจากหนังการ์ตูนของ Walt Disney เรื่องต่อมาที่วิทยุบ้านเราเปิดมาจากเรื่อง Hunchback of Notre Dame ร้องโดย All 4 One



All 4 One เป็นกลุ่มนักร้องประสานเสียงวัยรุ่น  ก่อนหน้านี้ 2 เพลงนี้เคยครองหน้าปัดวิทยุบ้านเรา



เพลงนี้เป็นเพลงเก่าในยุค golden oldies  มีนักร้องรุ่นหลัง ๆ เอามาร้องบ่อยมาก  นี่คือต้นฉบับจากวง The Tymes


วงนี้มีเพลงดังในบ้านเราอีก 2 เพลง  เพลงแรกดังในยุค golden oldies  เพลงที่ 2 ดังในยุค 70s  ถ้าจะให้เดา  ผมว่าบ้านเราคุ้นหูกับเพลงที่ 2 มากกว่า





หมายเหตุนิดนึงว่า  ในช่วงเวลาที่วง All 4 One  กำลังดังนั้น  มีวงนักร้องประสานเสียงอีกวงก็กำลังอาละวาดแข่งกัน  และไปได้ดีกว่า  คือไปโลดเลย  วงชื่อ Boyz II Men

วงมีผลงานดังมากมาย  แต่ 2 เพลงนี้ดังมาก ๆ  ขนาดผมหลุดไปจากวงจรแล้ว  ยังจำ (ชื่อ) ได้





มีต่อ...

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 42 43 [44] 45
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.101 วินาที กับ 16 คำสั่ง