บทละครขุนช้างขุนแผน พระบวรราชนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

(ความแตกต่างระหว่างรุ่นปรับปรุง)
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
()
(ข้อมูลเบื้องต้น)
 
(การแก้ไข 2 รุ่นระหว่างรุ่นที่เปรียบเทียบไม่แสดงผล)
แถว 5: แถว 5:
[[หมวดหมู่:กลอนสุภาพ]]
[[หมวดหมู่:กลอนสุภาพ]]
[[หมวดหมู่:บทละคร]]
[[หมวดหมู่:บทละคร]]
-
[[หมวดหมู่:ยังไม่สมบูรณ์]]
 
'''พระบวรราชนิพนธ์:''' [[กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ]]
'''พระบวรราชนิพนธ์:''' [[กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ]]
แถว 1,641: แถว 1,640:
</tpoem>
</tpoem>
==== ====
==== ====
 +
<tpoem>
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
โอ้เหมือนว่าคราววสันต์พันดักเดี้ย  ชอบแต่ตายเสียไปเป็นผี
 +
วันทองเอ๋ยสุดคิดแล้วครั้งนี้  น่าที่จะมีแต่อัประมาณ
 +
ผัวใหม่พึ่งไม่ได้ปลุกไม่ลุก  ผัวเก่าบุกรุกหักหาญ
 +
จะขืนขัดก็จะวอดวายปราณ  เข้าเงื้อมมือมัจจุการต้องจำจน
 +
เข้าเข่นขู่มีแต่ถูกลากกระชาก  เนื้อวิบากกรรมเวรไม่เป็นผล
 +
พะว้าพะวังสิ้นทีทำวี่ทำวน  เหมือนหนึ่งนกต้องมนตร์จนน้ำใจ
 +
ขุนช้างถึงรู้ชั่วน้ำใจดี  ชู้เมียก็หามีที่ไหนไม่
 +
สารพัดมั่งมีทุกสิ่งไป  เหย้าเรือนทำให้สนุกนัก
 +
จะทำอะไรตามใจไม่ฝ่าฝืน  ยายนอนแล้วจำขืนสมานสมัคร
 +
ซุ่มซ่ามนี่กระไรไม่น่ารัก  ชาติผู้ดีมีศักดิ์สลึงเฟื้อง
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ รวิราย
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ครวญพลางทางตริไปมา  หม่อมขุนแผนยศถาเธอฟุ้งเฟื่อง
 +
เป็นแม่ทัพมีชัยได้บ้านเมือง  กรุงกระเดื่องยอดทหารชาญณรงค์
 +
แต่รุ่นราวคราวหนุ่มจนป่านนี้  ยั่งยืนเต็มดีท่วงทีระหง
 +
งามจริตกิริยาทรวดทรง  หยิบหย่งสมุนไพรไม่เป็นเลย
 +
ถึงกับลูกเจ้าพระยาสู้กันได้  ตาดีสุดใจพ่อคุณเอ๋ย
 +
คมกริบดังจะหยิบออกชูเชย  ชวนเสวยรสร่วมฤดีดาล
 +
ชายใดจะเสมอไม่มีสอง  เสน่ห์น้องจริงจิตยังคิดสมาน
 +
แต่ทว่าจนใจได้เกินการ  จะทนทานเชิดหน้าระอาอาย
 +
บ่นพลางทางค้นข้าวของ  เงินทองรูปพรรณมากหลาย
 +
สายสะอิ้งสร้อยอ่อนใส่กระทาย  แหวนรังเรือนรายเนื่องยักกะตรา
 +
เอาผ้าผ่อนดีดีปิดข้างบน  นึกอะไรได้ค้นใส่ใต้ผ้า
 +
หยิบโน่นเสียดายนี่เช็ดยีตา  สุชลอาบพักตราคราบหมองมัว
 +
จนแล้วสู้ฟันกันอีกหน  เชิงชนย่อมรู้อยู่หม่อมผัว
 +
อีลาวนั้นก็ไม่อยู่ยังแต่ตัว  ดีกับชั่วนั้นย่อมแจ้งกับโลกีย์
 +
ฯ ๑๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนแฝงฟังสิ้นถ้วนถี่
 +
วันทองไปไหนเล่าเจ้าตัวดี  ทำไมเห็นเอ๊ะหนีกันฤาไร
 +
ว่าจะมาเก็บของสักประเดี๋ยว  หายไปเที่ยวหาหาเห็นไม่
 +
ชะรอยจะแพลงพลิกชุกชิกใจ  เมื่อกี้ใครนั่งบ่นเพ้อพก
 +
นินทาว่าร้ายกันลับหลัง  ดีบ้างชั่วบ้างทำคับอก
 +
คนสองใจมันมักไพล่ไปนรก  เพราะหม่อมผมดกจะตกลึก
 +
แอแหนี่แน่นั่งอยู่นี่  ไหนจะดีเล่าน้องเฝ้าตรองตรึก
 +
เท่านั้นเถิดอย่าเปลี่ยนใจให้ไขว่นึก  ป่วยการดึกดื่นแล้วอย่าเรรวน
 +
ก้มมองดูหน้าน้ำตาคล่ำ  ร้องว่ากรรมจะมาซ้ำด้วยคำสรวล
 +
ไม่พอที่เลยจะให้หน้าหายนวล  เออไม่ควรจะมอมเป็นแมวคราว
 +
วันทองเอ๋ยดูรูปขุนแผนเล่น  พี่นี้เห็นอาจอ้อพอเกี้ยวสาว
 +
แม้นว่าจะเล่นข้างเต้นกราว  เป็นรองเจ้าบ่าวใหม่อ้ายทรยศ
 +
ดีแล้วที่น้องจะฟันสู้  มันพันตูกันอีกหนดูทนอด
 +
อย่าทำเก้ออ่อนคอท้อระทด  เก็บของเสียให้หมดเร็วอย่าช้า
 +
ก้มลงมองค้นของให้กระทาย  แหวนเก่าจำด้ายนี่ของข้า
 +
ขุนวิเชียรขาหักไปยักกะตรา  เขาซื้อมาข้าขอปันไว้
 +
เมื่อครั้งสมสู่อยู่กับเจ้า  จริงฤาไม่เล่านี่เราให้
 +
ไม่ลำเลิกดอกน้องอย่างหมองใจ  กลัวจะลืมไปจึงตักเตือน
 +
ฯ ๑๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
อายเอยอายใจ  แสแยแล้วใครไม่มีเหมือน
 +
ได้เกินเก้อพูดเร่อแชเชือน  กลบเกลื่อนเขินค้างหมางระอา
 +
เร่งกระไรหายใจไม่ใคร่จะทัน  มือสั่นหยิบไม่ถูกแล้วหม่อมขา
 +
ค้นถุงเงินปลีกที่เปลี่ยนมา  จากคุณย่าท่านท้าวเทพอากร
 +
ใส่ลงในกระทายยกกระแทก  ประชดประชันดันแดนไม่หยุดหย่อน
 +
จะพาหนีไปข้างไหนให้พ้นร้อน  ซุ่มซ่อนจะมิให้ใครเขารู้
 +
แล้วจะเหมือนอ้ายอนุอีคำปล้อง  เที่ยวจองคร่องหันเหเซซังอยู่
 +
พาไปพามาน่าเอ็นดู  ทำเล่นเช่นลักชู้ให้ได้อาย
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ขุนแผนร้องว่าอุแม่เอ๋ย  กระไรเลยพึ่งรู้สึกว่าเดือนหงาย
 +
คราวมืดมัวไม่กลัวเขายินร้าย  มาคิดอายต่อทีหลังกระทั่งโกร่ง
 +
มันไม่เหมือนอ้ายอนุอีคำปล้อง  ไม่ควรน้องจะไปเปรียบคนตายโหง
 +
อ้ายคนต้นขบถคดโกง  เป็นบ้าลำโพงมุทะลุ
 +
เชื่อฟังถ้อยคำอ้ายราชวงศ์  มันยุยงพ่อมันอ้ายอนุ
 +
อ้ายปาศักดิ์สุทธิสารพลอยเสี้ยมยุ  พากันติดเรือนตรุต้องเวรจำ
 +
จะชักยาวสาวยืดไปไยเล่า  ไปก็ไปเถิดเจ้าอย่าครวญคร่ำ
 +
ทอดอาลัยเสียเถิดตัวเจ้ากรรม  อ้ายหมาเน่าลอยน้ำท้องพึงพอง
 +
ฤาไม่ไปจะให้พี่อยู่ที่นี่  เออก็ดีอยู่มิดชิดเป็นหับห้อง
 +
มาเข้าหอใหม่กันเถิดวันทอง  นอนที่นี่ก็ตามน้องคะนองโลม
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ช้า</sub>
 +
เจ้าเอยเจ้าพี่  มาย่าดีใหม่น้องประคองโฉม
 +
เอนอิงพิงแอบแนบตระโบม  จ้วงกระโจมโน่นนี่รู้ทีกัน
 +
ปิดป้องโดยทำนองเชิงสัมผัส  อะไรเจ้าเฝ้าปัดสลัดผัน
 +
อุแม่เอ๋ยจากมาไม่ช้าวัน  แก่หัดครันครันขยันเจียว
 +
ปรานีผัวเก่าบ้างอย่างหมางสวาท  พี่เต็มอาจคึกก้อจ่อใจเสียว
 +
เคยเลี่ยมอ๋อปันกันเป็นทุนเดียว  มาทำตาขุ่นเขียวค่อนพิไร
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
น้อยเอยน้อยฤา  ดูดู๋ดื้อบัดสีสิเป็นได้
 +
ไม่เคยเห็นเช่นนี้เลยผิดใจ  อีลาวมันหัดใหม่จนตะกลาม
 +
น่าอับอายราวกับตายไส้ขาด  ดูประหลาดฤาแสร้งแกล้งหยาบหยาม
 +
ไปไหนก็ไปจะไปตาม  จะว่าที่พระรามเดินไพร
 +
ลุกขึ้นปัดปัดสะบัดสะบิ้ง  ไยยังนิ่งหยุดยั้งนั่งไถล
 +
คว้ากระทายได้เดินตรงไป  ทำอะไรอยู่เล่าเจ้าจอมพลาย
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
ขุนแผนว่าแม่เอ๋ยนางถั่วขัด  เอาแต่ตามถนัดไม่เบี่ยงบ่าย
 +
กระหายห่างร้างมาแต่ปีกลาย  จึงได้ตายไส้ขาดแกนตะกลาม
 +
ดูเยี่ยงวันทองเล่าเจ้าพี่  คู่ผลัดมีตีทุกวันประจันสนาม
 +
ลาวสอนใหม่ไม่เหมือนไทยจึงได้ตาม  รูปงามเชื่อได้เป็นไรมี
 +
ไหนไหนก็คงไม่ว่างผัว  นี่แลตัวตัวดอกสร้อยเกศี
 +
จะว่ากล่าวยาวยืดจะช้าที  เออกระนี้แล้วจะให้เป็นพระราม
 +
ก็จะพาเอาสีดานงลักษณ์  ไปให้พ้นทศพักตร์ยักษ์ซุ่มซ่าม
 +
ถ้าน้อยหนึ่งเถิดเจ้าโฉมงาม  ลุกขึ้นเดินตามเมียงออกมา
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
มาถึงหน้าเตียงห้องนอก  เย้าหยอกวันทองทำป้องหน้า
 +
ชี้ว่านี่แน่อสุรา  ที่มันลักสีดามาเชยชม
 +
นอนนิ่งกลิ้งทูตอ้ายอูฐอัด  มาดูเสียให้สนัดจะร้างสม
 +
ทศกัณฐ์ตัวนี้หัวเกลี้ยงกลม  ปั้นยากกว่าขนมต้มรามัญ
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เจ็บเอยเจ็บจิต  วันทองคิดอายใจไหวหวั่น
 +
รื้ออาลัยผัวใหม่ดาลแดยัน  ชำเลืองแลแปรผันแก้วตาพราย
 +
กระดากเก้อเดินเร่อเกินพ้น  จำจนจะกลับก็ไม่ได้
 +
กลัวอาญาขุนแผนจะวอดวาย  นัยน์ตาลายสะดุดประตูเซ
 +
กระทายหกของตกก้นกระแทก  เก้อตะกายเล็บแกรกแล้วกล่าวเส
 +
เคราะห์รื้อน้อยใหญ่ให้โยเย  แหวนทองกลาดดาษชะเอเก็บชุลมุน
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ร้องเอยร้องว่า  กบที่ไหนเล่ามาจึงจับวุ่น
 +
ปล่อยมันเสียเถิดเจ้าเอาบุญ  แต่อย่าให้ต้นทุนขาดลอย
 +
เก้อเกาเล็บเล่นไม่เห็นขัน  ทำไมนั่นยังนั่งทอดละห้อย
 +
เข้าช่วยเก็บของให้อย่าตะบอย  ช้าอีกหน่อยจะรุ่งโพลงขึ้นโด่งแดง
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  กุมารทองเมียงมองประตูแฝง
 +
เห็นวันทองพลั้งพลาดล้มตะแคง  ทำเป็นแกล้งร้องว่าอย่าพ่อพลาย
 +
แม่แกผิดทีเดียวเท่านั้นดอก  อย่าตีก้นให้ชอกช้ำถลาย
 +
ทำคลับคล้ายมิให้เห็นกาย  ว่าแม่จ๋าฉันไม่วายคิดถึงเลย
 +
จากมาอยู่ที่นี่นี้สบาย  ฤาซังตายด้วยโกรธพิโรธเอ๋ย
 +
กำพร้าแม่อดกล้วยไม่เสบย  แม่คิดถึงบ้างฤาเฉยลืมลูกไป
 +
ฉันเตือนพ่อบ่อยบ่อยให้มารับ  ลาวทองเขากำกับไม่มาได้
 +
ขึ้นชื่อลาวนี้ฉันชังมันสุดใจ  รักแม่ไทยมากกว่าหนาว่าจริง
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เสียงเอยเสียงแจ้ว  แว่วแว่วไม่ถนัดคะนึงนิ่ง
 +
นี่เสียงใครคิดระแวงแคลงประวิง  ตรึกกริ่งจำได้เหมือนจะรู้
 +
นึกได้คล้ายเสียงกุมารทอง  ขมุกขมัวพิศมองอยู่เป็นครู่
 +
กุมารทองสำแดงกายออกให้ดู  ไม่ได้อยู่ด้วยกันกี่วันมี
 +
แปลกฉันไปฤาหม่อมแม่ขา  วันทองว่าพ่อมาด้วยฤานี่
 +
คิดถึงความเก่าเศร้าโศกี  ไม่พอที่เป็นทั้งนี้เพราะอีลาว
 +
ออกชื่อลาวทองกระทั่งหู  ดังเพลิงพลามวามวู่โชนฉาว
 +
ตั้งคอก่อแคะแกะเรื่องราว  พ่อจ้าวเถิดจงเห็นที่จริงใจ
 +
นี่ไม่กลัวผู้กำกับเขาดอกฤา  พ่อกุมารหม่อมจึงดื้อมาได้
 +
น้อยจิตคิดคิดไม่ใคร่ไป  เจ็บใจชอกช้ำคำคุณเมีย
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ขุนแผนได้ยินผินมาว่า  ลูกข้าจะยั่วลมล่มเรือเสีย
 +
กุมารทองแกล้งแล้วให้ปัวเปีย  พ่อไกล่เกลี่ยเรียบร้อยอยู่ถ้อยคำ
 +
เอาลาวทองมาออกชื่อจนอื้ออึง  รื้อตะบอยตะบึงพิไรร่ำ
 +
ดูเถิดไม่ว่าเล่นเลยเจ้ากรรม  จ่อจุดลุกแล้วหาน้ำมาดับไฟ
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  กุมารหัวร่อร่าว่าแก้ไข
 +
โทโสมาแขกแปลกเปลี่ยนใจ  ไม่เป็นไรดอกพ่ออย่าโกรธา
 +
ที่หม่อมแม่วันทองท้อถอยหลัง  รอรั้งไม่ไปไว้งานข้า
 +
จะวิงวอนผ่อนผันให้เต็มประดา  ว่าแม่จ๋าอย่าถือพ่อฉันเลย
 +
ครั้นนั้นลาวทองมันให้กินมด  หลงละเมอเยอยศไปแม่เอ๋ย
 +
รู้สึกผิดได้คิดไม่มีเสบย  มาไปเถิดแม่เอ๋ยอย่าเฉยเชือน
 +
ตั้งแต่นี้ฉันจะเป็นนายประกัน  มิให้พ่อเป็นอย่างนั้นเปรอะเปื้อน
 +
ลาวทองไม่ให้กลับมาขึ้นเรือน  เขาไปเสียหลายเดือนแล้วจริงจริง
 +
แล้วผินหน้ามาว่าแน่ะคุณพ่อ  แม่ฉันขอความสัตย์ไว้อีกสิ่ง
 +
ลาวทองนั้นให้สลัดซัดเททิ้ง  ให้สมกับมันหยิ่งสาระดอง
 +
ฝ่ายแม่ฉันจะแก้ประกันด้วย  กับขุนช้างรูปรวยจองคร่อง
 +
ไม่ให้มีเยื่อใยกลับใจปอง  จะผ่าสองเสียให้เสร็จเด็ดรัก
 +
ขุนแผนวันทองจึ่งว่า  ตามใจลูกยาไม่หาญหัก
 +
กุมารทองหัวร่อก้อกั๊ก  ดีใจนักอย่าช้าเลยมาไป
 +
วิ่งเข้ามาหยิบยกเอากระทาย  หนักจะตายฉันจะช่วยเอาไปให้
 +
ทั้งสามก็ตามกันคลาไคล  ออกประตูเรือนใหญ่ถึงนอกชาน
 +
ฯ ๑๖ คำ ฯ เพลง
 +
 +
 +
แผ้วเอยแผ้วหล้า  จันทราแจ้งกระจ่างสว่างบ้าน
 +
ดังจะจับมดได้ก็ไม่ปาน  บ่ายหน่อยคล้อยบรรณสารดารินเรือง
 +
ดาวจระเข้ผกผันหันเศียรกลับ  ซ้อนสลับดาวรุ่งขึ้นฟุ้งเฟื่อง
 +
ประกายพรึกสุกฉ่ำประจำเมือง  ขึ้นค้างเบื้องบูรพทิศตามฤดู
 +
สำคัญตระหนักว่าจักจวนรุ่ง  ขุนแผนไม่ดาลสะดุ้งเชื่อมืออยู่
 +
ถึงสว่างเพื่อนบ้านใครจะรู้  ตามมาก็จะสู้กูไม่ลด
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
วันทองเห็นของที่นอกชาน  รอยต่อยแตกฉานระยำหมด
 +
จึงกล่าววาจาว่าประชด  นี่คนคดที่ไหนทำรังแก
 +
ถอนต้นไม้รื้อเขาเราเสียด้วย  มอดม้วยข่มเหงเล่นทีเดียวแหล
 +
ตุ่มอ่างกระถางโอ่งแอ  ทุบเสียนี่แท้พาลพาโล
 +
ของทั้งนี้มันทำไมอะไรเล่า  หนักเบาใครแบกไว้ได้โมโห
 +
ทำกระไรได้รู้จักคนเฉโก  อวดดีฤาโง่ทำเช่นนี้
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  กุมารทองร้องว่าอย่าจู้จี้
 +
ถึงอาลัยก็ไม่กลับคืนดี  ของเช่นนี้ใช่ที่ไม่ต้องการ
 +
ใครเล่าทุบต่อยแตกย่อยยับ  คุณพ่อกับฉันเองทำเพ่นพ่าน
 +
หาเอาใหม่ก็จะได้อย่ารำคาญ  ทำสิ้นอาลัยบ้านจะได้ไป
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนหัวร่อร่าว่าแก้ไข
 +
โอ่งอ่างกระถางใส่ต้นไม้  เขาห้วยของใครข้าไม่รู้
 +
คิดว่าของขุนช้างก็ต่อยเล่น  กลับเป็นของวันทองน่าอดสู
 +
พี่ขอโทษอย่าโกรธได้เอ็นดู  ไม่ได้อยู่แล้วอย่าอาลัยเลย
 +
ขุนแผนพาวันทองรีบไคลคลา  ถึงเรือนแก้วกิริยาหักใจเฉย
 +
รื้อถอนใจอาลัยไม่เสบย  ทำเป็นเปรยถามวันทองว่าห้องใคร
 +
วันทองว่าห้องแก้วกิริยา  ขุนแผนว่าหน้าตาเป็นไฉน
 +
สาวแก่แม่ม่ายเมียผู้ใด  ลูกเต้าเหล่าไหนจะใคร่รู้
 +
ยินชื่อมีความกรุณา  ใคร่แวะดูหน้าตาอย่างไรอยู่
 +
ไฉนน้องวันทองโฉมตรู  ให้แวะดูหรือไม่น้ำใจเรา
 +
จะไปแต่หญิงเดียวเปลี่ยวนัก  ลักเอาไปใช้สอยเป็นไรเล่า
 +
พอเป็นเพื่อนได้ใช้การหนักเบา  เอาฤาเจ้าเห็นเป็นทีพี่หารือ
 +
ฯ ๑๒ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ได้เอยได้สดับ  หวั่นใจไหววับกระไรหรือ
 +
นี่มาแวะแทะเล็มเล่นหัวมือ  ดอกกระมังทำไขสือสวนรอย
 +
แล้วกิริยากุมารทองคะนองแย้ม  ทำกระแอมแกมสรวลสำรวลบ่อย
 +
จะทำตกกระไดโจนโผนลอย  หม่อมจะแวะจะว่อยก็ตามใจ
 +
แก้วกิริยารูปเล่าเขาไม่ชั่ว  จะเอาไปแทนตัวฉันฤาไฉน
 +
ตบมือได้กันเถิดเป็นไร  ฉันดีใจจะได้กลับไปหลับนอน
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  นวลแก้วกิริยาโฉมสมร
 +
แต่ขุนแผนจากไปใจอาวรณ์  ทุรนร้อนแรงรุมกลุ้มรัก
 +
ด้วยไม่เคยร่วมชมสมสังวาส  ปะประหลาดประเดี๋ยวใจอาลัยหนัก
 +
นอนนั่งตั้งวิตกอกทึกทัก  ชมประวิชต่างพักตร์พิไรครวญ
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>โอ้</sub>
 +
โอ้เหมือนฟ้าแลบแปลบตา  มาได้แต่เวทนาฟูมกำสรวล
 +
กลิ่นอายยังตรลบอบรัญจวน  นี่เนื้อกรรมมาประมวญประมาททำ
 +
พรากสัตว์ให้พลัดคู่ร้าง  จึ่งเจาะจังหวังบ้างไม่ข้ามค่ำ
 +
ชื่นประเดี๋ยวเปลี่ยวลำบากจากระยำ  ก้มหน้าใช้กรรมร่ำโศกา
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ครั้นวายกำสรดแว่วเสียง  สดับสำเนียงเอียงหูฟังรู้ว่า
 +
ชะรอยหม่อมจะพาวันทองมา  เสียงจ้าดังฉอเลาะเกาะแกะกัน
 +
จึงลุกรีบมาแอบแง้มประตู  เปิดออกมองดูขมีขมัน
 +
เห็นหม่อมขุนวันทองสองพัลวัน  กับเด็กคนหนึ่งนั้นน่าเอ็นดู
 +
ลูกใครมาแต่ไหนไม่รู้จัก  ไม่ถามทักเมียงมองฟังอยู่
 +
นี่เอาลับออกมาไขให้กันรู้  ฤาจึงแว่วเข้าหูออกชื่อเรา
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนว่าแก่วันทองนี่แน่เจ้า
 +
อะไรนี่มีแต่จะโดนเดา  ใครบอกเจ้าเปล่าเปล่าว่าเราแวะ
 +
ฉิฉะจะให้ไปเปลี่ยนตัว  ยังรักผัวหัวล้านอยู่นั่นแหละ
 +
แต่กุมารหัวร่อพอข้อแคะ  ชวนฉอเลาะเขาะแกะจะไม่ไป
 +
กุมารทองลูกข้าหน้าทะเล้น  เคยเป็นเช่นนี้มาแต่ไหน
 +
ทำไมนั่นข้าจะได้ตกกระได  ถ้าตกจริงไม่ไว้วันทอง
 +
คงจะถูลู่ลากลงไปด้วย  เจ็บป่วยมอดม้วยคงเป็นสอง
 +
ข้าหารือโดยซื่อปรองดอง  น้อยฤาน้องจิตใจเออเช่นนี้
 +
เชิงข้างหึงแล้วว่องไวดังไฟจุด  แว่วสักนิดอุตลุดเหมือนบ้าจี้
 +
มันร่อยหรอสึกไปเมื่อไรมี  ไปคนเดียวก็ตามทีช่างเป็นไร
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  วันทองร้องว่าขันนั่นมิใช่
 +
ว่าข้าชั่วแล้วอย่าพาเอาข้าไป  รังกะตุ๋ยถุยอะไรเป็นเช่นนี้
 +
ที่ข้างแระแวะค่างแล้วปรากฏ  ดีชั่วไม่เลือกหมดไม่บัดสี
 +
เว้นเสียไม่เห็นเล่นแต่หางมี  วิฬารีแลไม่ได้เป็นภรรยา
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  กุมารทองเห็นอึงจึงร้องว่า
 +
รำคาญหูดูดู๋แหกขี้ตา  เพื่อนบ้านเขาว่าเขาจะนอน
 +
อะไรมาหึงลมระงมอื้อ  จริงแล้วฤาแม่ขาฟังข้าก่อน
 +
พ่อแกแวะซื้อพลูดูละคร  หน่อยหนึ่งดอกไม่ยอกย้อนอย่าร้อนใจ
 +
ฉันเป็นพยานรู้อยู่ทั้งคน  เธอรีบร้นมาตามแม่แลข้อใหญ่
 +
จริงหนาแม่พอแกไม่แชไช  ห้องนี้หลงเข้าไปดอกจริงจริง
 +
สักประเดี๋ยวก็กลับออกมา  เร็วนักหนาไม่ทันสมภิรมย์หญิง
 +
เห็นหน้าตากันฤาไม่ใจประวิง  ฉันก็กริ่งเห็นพ่อจะพอใจ
 +
คะนองหัวยั่วล้อทั้งพ่อแม่  แอแฮแต่ละน้อยพลอยกันไขว่
 +
ขอเสียเถิดจะช้าเรามาไป  เข้าผลักไสฉุดคร่าพาดำเนิน
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  แก้วกิริยามองแลชะแง้เหิน
 +
ลับตาเขาพากันเดินเกิน  ใคร่ตามไปคิดเขินน้ำใจนัก
 +
เห็นท่วงทีวันทองนี่นักหนา  เขายาวระฟ้าขวิดเกกกัก
 +
แว้งข้างแว้งคูดูเค็กคัก  ชะรอยจักขี้หึงเต็มที
 +
ตามไปก็จะไปเป็นเมียน้อย  ไม่รักไปรักป้อยแล้วจู้จี้
 +
ปิดประตูรีบจรผ่อนสมประดี  น้ำตาปรี่อาลัยถอนใจฮือ
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
</tpoem>
 +
==== ====
 +
<tpoem>
 +
<sub>โอ้</sub>
 +
ถึงที่นอนเปิดมุ้งไล่ยุงริ้น  รวยรวยกลิ่นยังไม่สิ้นน้อยไปฤา
 +
ทอดตัววางตาค้างนอนหาวปรือ  อ้าปากหวอดกอดมือระทมทุกข์
 +
ผุดลุกผุดนั่งไม่หลับใหล  ได้ยินเสียงอะไรแกรกกรุก
 +
ร้อนร่านรำคาญพล่านพลุก  เป็นตุ๊กตาล้มลุกม่อยหลับไป
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ขุนแผนวันทองกับกุมาร  ออกมาถึงนอกชานหน้าหอใหญ่
 +
บ้าระบุ่นสัตวาที่เล่นไว้  ทักอึงคะนึงไขว่อลวน
 +
ว่าใครนี้มาลักพาแม่วันทอง  เพรียกพร้องจอแจแซ่สับสน
 +
ขุนแผนสำคัญว่าเสียงคน  ชักดาบออกประจญประจัญรับ
 +
กุมารทองร้องบอกนกดอกพ่อ  วันทองหัวร่อว่าไม่ฟังศัพท์
 +
แท้ทหารชำนาญในการทัพ  นกน่อยคอยขยับไหวพริบ
 +
ขุนแผนเดินเร่อเก้อสักหน่อย  บ่นค่อยค่อยในคอกระอุบกระอิบ
 +
วันทองว่าพูดดังดังอย่างุบงิบ  ขุนแผนว่าจะหยิบผิดกันอีกแล้ว
 +
ถึงประตูชานเรือนลงกระได  สกุณไก่มี่สนั่นขันแจ้ว
 +
ฤกษ์ปลอดตลอดคลาศแคล้ว  ดุเหว่าแว่วจวนรุ่งมุ่งไคลคลา
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลงเร็ว
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  ม้าหมอกหม่นรนร่านทะยานท่า
 +
ครั้นเห็นขุนแผนลงมา  จากเรือนเริงร่าเรียงราย
 +
เหลือบมาประสบพบวันทอง  แรงร้องทีทักด้วยจำด้าย
 +
เท้าหน้าเขี่ยคุ้ยตะกุยตะกาย  วุ่นวายแลบลิ้นเลียพลาม
 +
วันทองเคยป้อนกล้วยอ้อยให้กิน  จึงจำกลิ่นได้ไม่ระคางขาม
 +
วันทองทักว่ายังพ่วงพีงาม  นึกถึงความหลังนั่งโศกี
 +
ฯ ๖ คำ ฯ โอด
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  กุมารทองร้องเรียกฝูงผี
 +
สำแดงกายเป็นหมู่อสุรี  อึงมี่มาประชุมเป็นโกลา
 +
ฯ ๒ คำ ฯ
 +
 +
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนประโลมวันทองว่า
 +
เท่านั้นเถิดอย่าเศร้าโศกา  มาขึ้นม้าเถิดพี่จะพาไป
 +
จึงกระสันรัดอกเข้าให้ตึง  แล้วจึงมาแต่งตัววันทองให้
 +
เสื้อหนังไก่ที่ปิดปากกระทายไว้  หยิบเอามาให้ใส่นุ่งจีบโจง
 +
แพรห่มปากเถาเพลาะตะเบงมาน  โพกหัวดอกพุดตานโอ่โถง
 +
สอนว่าถึงม้าจะเผ่นโผนตะโพง  ยึดสายถือรั้งโยงอย่าวางมือ
 +
แล้วส่งเมียให้ขึ้นขี่ข้างหน้า  ผัวขี่หลังประคองมาชักสายถือ
 +
กุมารทองหัวร่อร้องอออือ  แฝดติดกันมีฤาฉันพึ่งพบ
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ขุนแผนว่าแสนแล้วเจ้ากุมาร  ท่วงทีดีจ้านเชิงประจบ
 +
แย้มพรายไม่ให้ใครทวนทบ  มาคบเด็กสร้างบ้านต้องตำรา
 +
ฯ ๒ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>โทน</sub>
 +
ม้าเอยม้าแซม  หมอกแกมมรกตเต็มหา
 +
รอบรู้ดั่งมนุษย์สุดปัญญา  วางหูหางไว้หน้าดั่งม้ายนตร์
 +
เริงร่าออกมาถึงนอกบ้าน  เผ่นทะยานผ่านตามแนวถนน
 +
บันเทิงร้องหฤหรรษ์ร่านรน  สะเทินถูกดั่งม้าต้นไม่สะเทือน
 +
ระวังคนบนหลังไม่พลั้งพลาด  ม้าใดไม่ฉลาดเสมอเหมือน
 +
จะให้เร็วก็เร็วไม่พักเตือน  เดินไกลเป็นม้าเรือนดำเนินทาง
 +
อมนุษย์นำหน้าม้าสะพรั่ง  กุมารแบกกระทายรั้งยึดหาง
 +
กำบังไว้มิให้วันทองระคาง  จะตกใจผีสางคร้ามกลัว
 +
ให้เห็นกันแต่สามสี่ทั้งม้า  คะนองเล่นเจรจาเย้ายั่ว
 +
ดีใจประชิดจนติดตัว  เห็นใจผัวบ้างฤาไม่อาลัยรัก
 +
ฯ ๑๐ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  วันทองร้องว่าฉันคันมือนัก
 +
จะใคร่ลองเล็บเล่นดูสักพัก  นานแล้วต่อจักลืมฝีมือ
 +
ขุนแผนร้องตอบคำว่า  อย่าอย่ามิตกม้าลงไปฤา
 +
ข้ามิใช่หมื่นทนคนฦฦา  เช่นอ้ายตื้อหัวล้านมันทานทน
 +
ถึงหน้าเรือนพี่ขุนช้างสอนพญา  โรงนางม้ามีอยู่ริมถนน
 +
พอสีหมอกร้องร่านรน  นางม้ายินสับสนรนร้อง
 +
คราวสัดสำเนียงอัสดรผู้  หื่นคู่กระทืบโรงตะโกรงก้อง
 +
ขุนแผนจึงถามวันทอง  ม้าผู้เมียของใครน้องเลี้ยงไว้
 +
วันทองบอกนางม้าสอนพญา  เขาแลกมาม้าพาลบ้านผักไห่
 +
กระบือถอนบ้านเชี่ยนเปลี่ยนกันไป  ขุนแผนดีใจหยุดรอรั้ง
 +
ว่าแก่วันทองน้องพี่  หยุดที่นี่สักประเดี๋ยวอย่าหักหลัง
 +
ให้กุมารทองอยู่ระไวระวัง  พอสมหวังดั่งคิดที่จิตจง
 +
ขมีขมันโดดลงจากอาชา  รีบมาหมายได้เหมือนใจประสงค์
 +
กำหนดเสียงม้าร้องมั่นคง  เดินตรงมุ่งไปด้วยปรีดา
 +
ฯ ๑๔ คำ ฯ กราวรำ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ถึงเอยถึงรั้ว  ขัดแตะทึบทำยังชั่วแน่นหนา
 +
เอาฟ้าฟื้นฟาดฟอนรอนรา  แตะพังออกไม่ช้าก็เข้าไป
 +
ถึงโรงม้ามองเมียงฟังดู  กองเพลิงสุมอยู่ยังสงสัย
 +
คนเลี้ยงหลับฤาตื่นฉันใด  ไม่ไว้ใจก็สะกดเสียฉับพลัน
 +
ฯ ๔ คำ ฯ ตระ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
บัดนั้น  อ้ายอึ่งควาญม้าข่าคำมั่น
 +
เทศกาลลมว่าวหนาวงกงัน  คืนนั้นนอนไม่หลับจับหืดงอ
 +
ผิงไฟเอาตุ้งก่ามาชัก  ดังคลอกคลักดื่มดูดปากผลอ
 +
บังหวนควันซูดซืดฝืดคอ  ต้องสะกดกรนฝอล้มหลับไป
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนสังเกตว่าคนหลับใหล
 +
เข้าไปในโรงม้าทันใจ  ฟางไฟริบหรี่มอซอ
 +
จึงนั่งโก้งโค้งกระโพงเป่า  เอาฟืนฝอยใส่เข้าเร่งก่อ
 +
ลุกโพลงสว่างกระจ่างพอ  เห็นอ้ายข่างอนหง่อคุดคู้
 +
เหลือบซ้ายแลขวาทั่วไป  เบาะบางแขวนไว้ก็มีอยู่
 +
เข้าไปปลดเอามาพินิจดู  ก็รู้ว่าเบาะโคราชได้ไหนมา
 +
แล้ววางไว้พบก้นไต้ไปจุดส่อง  อ้ายสอนพญาจองคร่องเกลียดน้ำหน้า
 +
ทำโพงโสงน้อยฤาเกินหน้าตา  ชาติข้าจองหองเหมือนน้องชาย
 +
คิดว่ามีม้ามากปลูกโรงโกง  ตัวเดียวโป้งโหยงก็เป็นได้
 +
เลี้ยงม้าตัวเมียขี่ไม่มีอาย  แต่รูปดีแซมทรายสูงใหญ่ยาว
 +
ท่วงทีเดินทางจะทนอด  ปะทัดหลังดำหมดชาติปากขาว
 +
นัยน์ตาก็ไม่กาววาว  ข้อเท้ากลมกล่อมกีบฝักบัว
 +
จึงถอดขลุมเอาบังเหียนใส่เข้า  ดูหน้าตาสอดเปลายังชั่ว
 +
เอาเบาะบางพาดผูกเครื่องตัว  หยิบเอาสุ่มครอบหัวอ้ายข่าไว้
 +
แล้วจูงเอานางม้ามานอกบ้าน  โดดทะยานขึ้นหลังลองขับใหญ่
 +
สะเทินเรียบสนิทสนมก็ดีใจ  วันทองพอจะขี่ได้ก็ขับม้า
 +
ฯ ๑๖ คำ ฯ เชิด
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
มาเอยมาถึง  ที่วันทองกับกุมารคอยท่า
 +
ที่ต้นทองโหลงใหญ่เยื้องบ้านมา  บอกว่าไปหาม้ามาได้ดี
 +
ตั้งใจเอามาให้วันทอง  สนิทดีจริงน้องน่าขับขี่
 +
ต่างคนต่างลงจากพาชี  สุขเกษมเปรมปรีดิ์กันสองคน
 +
ฯ ๔ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
ขุนแผนดำริตริว่า  จำจะด่าขุนช้างเล่นให้ปี้ป่น
 +
ลูกอีเถ้าเทพทองสาละวน  เก่นก่นเสียให้หมดเหล่าปราณ
 +
จึงว่าวันทองน้องพี่  หยุดประเดี๋ยวธุระมีจะแต่งสาร
 +
ไว้ให้หม่อมสหายหัวล้าน  ป่าววงศ์วานไปตามอย่ารั้งรอ
 +
จึงเอาดาบถากเปลือกทองโหลงใหญ่  เอาถ่านไฟเขียนใช้ต่างดินสอ
 +
จะเล่นลิ้นว่าเล่นให้พอพอ  ลวงล่อล้อให้มันเดือดดาล
 +
ครั้นเขียนสำเร็จเสร็จแล้ว  พลายแก้วอวดโอ้ด้วยโวหาร
 +
อ่านให้วันทองพรายกุมาร  ศุภสารของเราเสนาะดี
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ช้า</sub>
 +
ในลักษณ์ว่านายพลายแก้ว  เลิศแล้วถึงตามไปไม่มีหนี
 +
เจ้านายชุบเลี้ยงโปรดเต็มที่  วิชาการมนตร์มีขลังนัก
 +
ได้เป็นขุนแผนแสนณรงค์  อาจทะนงสมกันกับยศศักดิ์
 +
ลูกอีเถ้าเทพทองทำคึกคัก  หมายจะหักเอาด้วยทรัพย์เชื่อดี
 +
คบมิตรทำลายมิตรไม่คิดบาป  นิยมหยาบเอออะไรเช่นนี้นี่
 +
ภรรยาของเขาเจ้าผัวมี  ไม่คิดที่จะเป็นเวรากรรม
 +
ไม่ส่องกระจกดูหน้าตาหัวหู  เศษบาปกินยังจะรู้อ้ายหัวหำ
 +
ผมเผ้าไฟนรกเลียระยำ  ไม่นึกคลำดูบ้างหาไม่เลย
 +
คอยลอดตอดขบกันลับลับ  โกหกสับปลับสุดแล้วเหวย
 +
จนลาวทองต้องพรากจากเชย  มึงเอ๋ยทำแค้นกูแสนทวี
 +
ความสัตย์ไม่รักษาสัตย์  สบถแล้วก็สะบัดเสียกับที่
 +
กูมาแก้แค้นมึงวันนี้  ตลุนตุ๋นกลิ้งขี้นอนกรน
 +
จะห้ำหั่นบั่นเสียก็จะได้  ตายแล้วเกิดใหม่สักร้อยหน
 +
เสียดายดาบฆ่าอ้ายมิใช่คน  กูขึ้นเรือนใช่ทำวนข้าวของใคร
 +
ใช่ผู้ร้ายสะกดปล้นค้นสมบัติ  สารพัดหาปรารถนาไม่
 +
ทุบต่อยเล่นตามสบายใจ  พาแต่เมียกูไปเร่งไปตาม
 +
ขุดอ้ายศรีวิชัยเอาไปด้วย  ป่าวพวกพ้องไปช่วยก็ไม่ขาม
 +
อ้ายราชพญาสอนพญาฝูงบ้ากาม  ซุ่มซ่ามให้หมดสิ้นเหล่ากอ
 +
คนเดียวแลจะสู้ให้ดูเล่น  ครั้งนี้แลจะเห็นฝีมือพ่อ
 +
ไม่อวดตัวสรรแสร้งแกล้งยกยอ  คูฆอเขียนเสือให้วัวกลัว
 +
จะไปคอยอยู่ที่กลางป่า  อย่านอนใจให้ช้ามุดหัว
 +
มึงก็เป็นคนดีมิใช่ชั่ว  เป็นทหารต้มถั่วซนไฟ
 +
เขาเลื่องชื่อลือขลาดเองนักหนา  อ้ายขี้ข้าพญาศรีใส
 +
อย่าไปมือเปล่าตามโคมไป  จะเอาบุหรี่ไปคอยไว้อย่าปรารมภ์
 +
มึงไปถึงเมื่อไรจ่อจุด  จะสูบให้อุตลุดควันกระหม
 +
อ้ายสองหน้าชาติข้ามิใช่พรหม  หน้ากลมกลมข้างท้ายทอยตาไม่มี
 +
ฯ ๒๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ถอนร่าย</sub>
 +
วันทองขวยเขินค้อนให้  กุมารทองชอบใจว่าถูกที่
 +
ชวนกันสุขเกษมเปรมปรีดี  ขึ้นพาชีรีบเร่งขับไป
 +
ให้นางม้าวันทองขี่ไปหน้า  ม้าหมอกรอรามาเคียงใกล้
 +
ขุนแผนคอยประคองไม่ไว้ใจ  กุมารทองระวังระไวม้าวันทอง
 +
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เดือนเอยเดือนดับ  แสงเงินจับนภดลหับหนห้อง
 +
เวหาสน์เรื่อเรื่อสุวรรณเรืองรอง  โอภาสส่องพื้นฟ้านภาดล
 +
อรุณรุ่งพุ่งดวงสุริเยศ  เสด็จประเวศเผ่นผยองล่องเวหน
 +
ขุนแผนวันทองพากันจรดล  พอรุ่งขึ้นถึงตำบลตำหนักเย็น
 +
ที่ประทับท้าวพญามาแต่ก่อน  ร่มกาหลงไม่มีร้อนน่านอนเล่น
 +
รวยรวยกลิ่นอ่อนอ่อนขจรรำเพ็ญ  ที่ทางเห็นสนุกสนานนัก
 +
ใกล้พระแท่นดงรังหนองขาว  ระยะยาวสักกึ่งร้อยรอยกรุยปัก
 +
ลับลี้ควรที่จะหยุดพัก  ค่ำจึงจักไปด้วยกับแสงจันทร์
 +
คิดแล้วจึงว่าแก่วันทอง  หยุดที่นี่ก่อนน้องผ่อนผัน
 +
พักร้อนนอนเสียเถิดกลางวัน  คืนนี้เราเคี่ยวกันรุ่งกับตา
 +
เดินมาเที่ยวเลาะเราะหาที่  ใต้กาหลงต้นนี้เตียนนักหนา
 +
ขุนแผนวันทองลงจากม้า  แก้เครื่องอาชาเสียทันใจ
 +
จึงเรียกกุมารทองมาสั่ง  พ่อจงไประวังริมทางใหญ่
 +
ใครมาตามให้รู้แต่ไกลไกล  โหงพรายนั้นให้ไปล้อมวง
 +
ให้เอาม้าไปอาบน้ำกินหญ้า  แล้วไปหาผลไม้เอามาส่ง
 +
เอาเบาะม้าแผงข้างวางปูลง  ร้อนแสงสุริยงทับหลังตา
 +
คิดกำจัดอมนุษย์ให้ไปหมด  ทอดรันทดลงที่ใต้พฤกษา
 +
สัพยอกหยอกเย้าภรรยา  แก้กันชีพหลังมาออกแบ่งปัน
 +
ของกินพ่อม่ายไร้เมีย  มันชั่วประดาเสียไม่น่าฉัน
 +
มากินเถิดตามแกนด้วยกัน  อย่าถือเชิงถือชั้นจะแสบท้อง
 +
ฯ ๒๐ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  วันทองสำรวลสรวลสนอง
 +
ท่านผู้หญิงแต่ละคนเนื้อเป็นทอง  แต่ล้วนเหล่าเผ่าพ้องผู้ครองเมือง
 +
ไม่ควรเลยหนอท่านคุณผู้ชาย  จะมาว่าเป็นม่ายเคี้ยวเอื้อง
 +
คราวชาตาเฟื้องฟุ้งรุ่งเรือง  กำลังเปรื่องแล้วเป็นไรเล่าหม่อมพลาย
 +
ฉันอีกเป็นคนชั่วช้า  ระอาหน้าดำมอมหมึกหมาย
 +
หม่อมจะพลอยขายหน้าได้อาย  มันไม่เป็นโล้พายดอกพ่อคุณ
 +
บ่นพลางทางเสพผลาหาร  สองสมานผูกพันเป็นควันกรุ่น
 +
เป็นไก่เก่าไม่ให้หลวมกรวมประทุน  แต่ละน้อยคอยตลุ่นในเชิงชั้น
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  ขุนแผนสำรวลสรวลสันต์
 +
ชั่วดีน้องพี่ไม่อย่างนั้น  คำบุราณกล่าวมั่นแต่ก่อนมี
 +
ท่าน้ำศาลานทีหญิง  สามสี่สิ่งจะว่าแดนของใครนี่
 +
ธรรมดาเคราะห์ร้ายเคราะห์ดี  ปรปวาทใครที่จะหนีพ้น
 +
สุดแต่ใจน้ำใจเจ้ากับข้า  ถ่มน้ำลายรดฟ้าเวหน
 +
ใครถ่มก็จะล่นลงต้องตน  ทำวนบ่นเพ้อเออรำคาญ
 +
แต่เราจำจากพรากกันมา  อย่าเนิ่นนักชักช้าหน่วงสมาน
 +
เขยื้อนขยดเข้าใกล้เกือบได้การ  ตะกวดควานเข้ามาชิดคิดว่างู
 +
วันทองโลดขุนแผนโดดตกใจ  เห็นตะกวดทุดจัญไรแกล้งจู่ลู่
 +
มาชิงพลบเมื่อจะสบปูนกับพลู  อีกสักครู่จะแผ่แบกิน
 +
เบี้ยหน่วยจนพลิกไพล่ไปเป็นครบ  น่าตีให้บัดซบสลบดิ้น
 +
ให้วันทองน้องข้าพลอยตื่นบิน  เจ้าเอยผินมาข้างนี้มิใช่งู
 +
มามาน้องลองเล่นเห็นถิ่นแปลก  กับอันแรกจะผิดบ้างอย่างไรอยู่
 +
หยิบเอาเล็ดกระเบาเข้ามองดู  ประหลาดหนอไม่รู้จักเลย
 +
ร้องกระโวยกระวายเข้ามาว่านี่  เราได้ของดีน้องพี่เอ๋ย
 +
นั่งลงทำพินิจพิศชูเชย  ของไม่เคยได้เห็นทำเล่นล้อ
 +
ฯ ๑๖ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
เมื่อนั้น  วันทองอมสรวลสันต์กลั้นหัวร่อ
 +
เอามือปิดปากไว้ไอในคอ  กระแอมข้อระคนปนจาม
 +
เมียงเข้ามาครั้นใกล้ทรุดไพล่นั่ง  ขอดูมั่งเป็นไรทำไถ่ถาม
 +
ลวงหลอกดอกกระมังพ่อโฉมงาม  เพลงข้างล่อต่อความขยันนัก
 +
ขุนแผนทำกมุดกมิดปิดป้อง  เอาขึ้นส่องร้องว่าพึ่งรู้จัก
 +
ดูสิเจ้าเห็นจะพราววาวน่ารัก  นี่ยังหมกอยู่ในฝักจึ่งมอยอ
 +
ว่าพลางทางขยดเข้าไปใกล้  แบมือออกพี่จะให้ไม่ให้ขอ
 +
ขมับมือแบกำทำแลล้อ  ดีดดังหวอร้องปร๋อปรื๋อบินไป
 +
ฯ ๘ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>ร่าย</sub>
 +
วันทองว่าหม่อมแล้วเป็นเช่นนี้  มีแต่ลวงสับปลี้น่าหมั่นไส้
 +
ค้อนขวับทีขยับเขยื้อนไกล  ขุนแผนทับตักไว้มิให้ลุก
 +
ฯ ๒ คำ ฯ
 +
 +
 +
<sub>โอ้โลม</sub>
 +
แน่เอยแน่เจ้า  พี่จะเล่านิยายให้สนุก
 +
ธรรมดาสัตว์ในวัฎทุกข์  ลูกกบเป็นปลาดุกไปก็มี
 +
ผลกระเบางอกปีกบินไปได้  น่าอัศจรรย์ใจนักน้องพี่
 +
เจ้าจะว่าโป้ปดก็ตามที  เหมือนกรวดสำโรงโด่งหนีไปกับมือ
 +
ทางภิรมย์เกลียวกลมสมสวาท  เอนอิงพิงพาดสัมผัสถือ
 +
ประโลมประเล่าเบาเบามิให้ครือ  เป็นตัวสืออยู่ด้วยกันรู้ชั้นเชิง
 +
วันทองท่วงทีดีป้องปิด  ขุนแผนสะกิดล่อล้อให้หลงเหลิง
 +
ไว้ทีหนีทีไล่ให้กระเจิง  ต่างสำเริงเชิงสนิทชิดกลมเกลียว
 +
ฯ ๘ คำ ฯ โลม
 +
 +
 +
อัศจรรย์ในอรัญถิ่นประเทศ  โดยสังเกตแปลกเปลี่ยนกระเสียนเสียว
 +
สองเกษมเปรมปริ่มกระหยิ่มเจียว  ลัดาเกี้ยวเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกัน
 +
แฝกคาหญ้าระบัดในภูมิประเทศ  บันดาลเหตุทั่วทำเลพลอยป่วนปั่น
 +
จัตุบาททวิบาทที่เหล่านั้น  ก็ผกผันตื่นเต้นเล่นประลอง
 +
สัตว์ใดที่พอใจคะนองน้ำ  ก็เวียนผุดเวียนดำประจำหนอง
 +
วารีขุ่นข้นระคนฟอง  สองกระกองปองสวาทสมมาตรครัน
 +
ฯ ๖ คำ ฯ
 +
</tpoem>
== เชิงอรรถ ==
== เชิงอรรถ ==
== ที่มา ==
== ที่มา ==

รุ่นปัจจุบันของ 10:51, 26 สิงหาคม 2553

เนื้อหา

ข้อมูลเบื้องต้น

แม่แบบ:เรียงลำดับ พระบวรราชนิพนธ์: กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ

บทประพันธ์

ตอน ๑ ตั้งแต่ขุนแผนกลับจากการทัพมาบ้านนางวันทอง นางวันทองกับนางลาวทองหึงกัน จนขุนแผนกลับบ้านเดิม

ช้า
เมื่อนั้นขุนแผนเชี่ยวชาญหาญกล้า
ตีเชียงทองได้แล้วกลับมาเฝ้าจอมอิศราปิ่มโมลี
ได้พระราชทานรางวัลครันเกษมสันต์ผ่องพักตร์เป็นศักดิ์ศรี
จะกลับไปสุพรรณบุรีลงนาวีใหญ่ไร่เพียบพราย
ฯ ๔ คำ ฯ โล้
จำปาทองเทศ
ขุนแผนคลอเคล้าลาวทองพี่เลี้ยงสองชม้อยเมียงม่าย
หม่อมขุนเย้าหยอกตามสบายลาวทองร้องไฮ้อายชาวเรือ
ขุนแผนว่าเมียใครที่ไหนมาเสน่หาเต็มทนจนล้นเหลือ
ต้องนอกผ้าดังว่าเขาถูกเนื้อร้องเผื่อเสียก่อนว่างอนจริง
หยอกแหย่แอ๋แหน้อยฤาน้อยเชิงชั้นเกือบจะเป็นท่านผู้หญิง
สะดุ้งพดสามคดระทวยทิ้งมันเพราพริ้งยิ่งชื่อฤาลาวตาย
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นลาวทองขวยเขินสะเทินม่าย
เหตุว่าหม่อมขุนเป็นผู้ชายไม่มีอายทำได้ก็ทำเอา
ลาวไทยถ้าเป็นหญิงก็เหมือนกันอย่าเสกสรรรำพันเพ้อเลยพ่อเจ้า
เผอิญหม่อมเห็นว่าข้าพริ้งเพราบุญเราจะได้เป็นหม่อมแม่เรือน
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนสรวลเสชวนกลบเกลื่อน
ไม่สะบิ้งสะบัดแชเชือนอย่าพักเตือนเลยจะเลี้ยงให้เต็มโต
พลพายพายระดมรีบรัดสามเล่มจัดร่ายราวกราวโห่
เมียผัวตัวขย้อนคลอนยอกโย้พลาดขยับร้องโอ๋ซวดเซทับ
ฯ ๔ คำ ฯ
ช้าปี่
สิ้นเอยสิ้นแสงจรูญแจรงเมฆเกลื้อนเลื่อนสลับ
รวิวรรณผายผันโพยมพยับไถงดับอับแสงรวิวร
บุหลันเลื่อนล่องฟ้าโพยมมาศโอภาสแจ่มจำรัสประภัสสร
แผ้วหล้าดาดาษศศิธรพิศเดือนเหมือนจะวอนให้อ่อนใจ
แส้งตรัจปรัดผิวลาวทองน้อยงามขม้อยนวลหน้าหน้าแข่งไข
สัพยอกหยอกเยียเคลียกันไปตามแนวในชลมารคไม่คลาศคลา
เพลาดึกลมพัดมาเย็นเฉื่อยหนาวเรื่อยน้ำฟ้าต้องหน้า
ชื่นชุ่มเยือกเย็นทั่วกายาสะพักผ้าไม่อุ่นเหมือนเบียดกัน
มืดราตรีผินข้างนี้เถิดนะเจ้ามาคลึงเคล้าเสียให้หายคลางคางสั่น
ทำเอนอิงพิงพาดพัวพันพูดล้อเล่นขันขันมากลางเรือ
ฯ ๑๐ คำ ฯ โอ้
แล้วถอนจิตคิดถวิลถึงพิมพี่โอ้ป่านนี้จะละห้อยคอยเหลือ
เพลานอนจะโอดอ่อนน้ำตาเจือเออน่าเบื่อเรือพายไม่ไหวเลย
เขม่นตาข้างขวาให้หวั่นหวาดเอ๊ะประหลาดผิดใจอะไรเหวย
เมียงามละไว้ให้ห่างเชยอกเอ๋ยนานหนักมักมีภัย
ฝากไว้กับแม่ยายแก่ชายเปื้อนทำอะไรไหลเลื่อนไม่เอาได้
อ้ายขุนช้างทุจริตอิจฉาใจมันคิดปลงอยู่มิได้วายวัน
คะนึงพลางทางเร่งนาวาคลาพอเรื่อฟ้าจวนแจ้งแสงฉัน
ภาณุมาศโอภาสรพีพรรณกับบุหลันเด่นดวงอรุโณทัย
ถึงสุพรรณพลันประทับกับหน้าบ้านยิ่งรำคาญร้อนรนหม่นไหม้
ยลบ้านพิศเรือนนี่เรือนใครหวั่นใจทวีทุเรศอารมณ์รัว
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นสายทองพี่เลี้ยงตื่นขมุกขมัว
ลงมาท่าน้ำชำระตัวหมอกมัวเห็นเรือใครรอรา
ดูดูรู้ว่าเรือขุนแผนก็กลับแล่นคืนขึ้นบนเคหา
บอกวันทองพลันว่าหม่อมมาจอดอยู่หน้าท่าถึงเดี๋ยวนี้
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองมัวหมองไม่ใสศรี
แจ้งว่าผัวมาก็ยินดีแย้มหน้าต่างม่านมู่ลี่แลดู
เห็นเรือจอดอยู่หน้าตะพานใหญ่มีความใคร่มิได้อดสู
ยินดีปรีดาน้ำตาพรูวางวู่วิ่งสลดกำสรดจร
ฯ ๔ คำ ฯ เพลง
ถึงเอยถึงท่าระอาหน้าร้อนรุ่มดั่งสุมขอน
ย่างยาวก้าวลงเรือที่นอนสะท้อนถอนซบพักตร์โศกาลัย
ฯ ๒ คำ ฯ โอด
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนเห็นพิมน้องหมองไหม้
กำสรดโศกวิโยคยิ่งสิ่งใดเป็นไฉนฉะนี้นะน้องรัก
ผิวช้ำคล้ำกลั้วมัวมลทินผันผินมาบอกพี่ให้ตระหนัก
ผัวมาชอบแต่ว่าจะทายทักซบพักตร์ร้องร่ำทำไมน้อง
ฤาอาดูรพูนเทวษโรคาไข้เจ็บช้ำน้ำใจหม่นหมอง
พิมเอ๋ยไยฟูมหน้าน้ำตานองเข้าประคองปลอบเช็ดชลนา
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองโศกแสนสหัสา
กราบลงแทบเท้าภัสดามิใคร่จะเงยพักตราระทมใจ
อึดอัดสะอื้นจะออกความคิดขามอิดเอื้อนไม่บอกได้
ตั้งแต่หม่อนบำราศคลาศไปรักษาตัวกลัวภัยเป็นพ้นคิด
อกุศลตามผลาญประหารพลันขุนช้างมันคิดคดทุจริต
มารดาข้าถือว่าเป็นมิตรเชื่อสนิทมิได้คิดสงกา
เอากระดูกห่อผ้ามาให้ว่าหม่อมม้วยบรรลัยสิ้นสังขาร์
เสียทัพยับย่อยชัยปราลาวฆ่าแทงตายวายชีวัน
บอกมาแต่งเมืองกำแพงเพชรคดีทูลสิ้นเสร็จเป็นคำมั่น
มันทำร่ำร้องไห้รำพันข้างบ้านสำคัญว่าความจริง
ชวนกันร่ำระงมซมทั้งเรือนกลาดเกลื่อนสิ้นเสือกเกลือกกลิ้ง
น้องก็เขลาไม่ระแวงแคลงประวิงร้องให้นิ่งจนสลบซบซอน
มิได้วายว่างเว้นเทวษกับสายทองนองเนตรสยดสยอน
ราตรีนองน้ำสุชลนอนระบมค่อนอกช้ำระยำทรวง
จึงพากันไปดูโพธิ์สามต้นก็เหลืองหล่นใบกลาดดาษร่วง
ยิ่งทวีทุกข์เพิ่มเติมตวงมาหลงกลเขาลวงนี้เนื้อกรรม
ก็ตั้งใจแต่สร้างการกุศลแผ่ผลไปให้หม่อมทุกเช้าค่ำ
บุญใดที่มิได้เคยทำทำแล้วตรวจน้ำอุทิศไป
เสพอาหารตรวจน้ำทุกค่ำเช้าจะนอนเล่าก็ไม่หลับใหล
จนไผ่ผอมตรอมซูบระยำใจน้องล้มไข้ปาปิ้มจะวายปราณ
ท่านมารดาหาแพทย์มารักษาหมอใดมาว่าโรคนี้หนักท่าน
เหลือมือจะเยียวยาแล้วอาการได้แต่หมอกลางบ้านประทังมา
ฯ ๒๒ คำ ฯ
ร่าย
จึงไปนิมนต์ท่านวัดป่าเลไลยก์ดูเคราะห์ว่าฆาตใหญ่ไขว่นักหนา
มิจากผัวตัวจะตายวายชีวาเธอจึงเปลี่ยนชื่อข้าเรียกวันทอง
ให้นามต้องชาตาจะซาเคราะห์จะค่อยเลาะกว่าเก่าจากเศร้าหมอง
อยู่มินานมีพระกาลประหารน้องอ้ายขุนช้างจองหองบังอาจใจ
แต่งเถ้าแก่มาขอต่อมารดรพูดจาหลอกหลอนตะคอกใหญ่
ว่ากฎหมายผัวตายณรงค์ชัยกรมวังท่านจะให้ตำรวจมา
เก็บเอาภรรยาเป็นม่ายหลวงตามกระทรวงพระสุรัสซ้ายขวา
แม่แก่ตกใจไม่ไตร่ตราเขาขอข้ายอมยกให้ขุนช้าง
เร่งรัดมัดให้มาปลูกหอไม่รั้งรอหารือน้อยหนึ่งบ้าง
รื้อหอเก่าไปปลูกเสียวัดกลางปลูกหอใหม่ไม่ระคางคร่อมลง
บ่ายหน่อยขันหมากมาถึงบ้านทั้งสมภารมากลุ้มประชุมสงฆ์
อ้ายหัวล้านป๋อหลอออทะนงกับเผ่าพงศ์เพื่อนบ่าวมาหลายลำ
ทุนสินสอดผ้าไหว้มากหนักหนาแม่ข้าโลภเผลอพูดเพ้อพร่ำ
จะให้ข้าแต่งตัวไปซัดน้ำฉุดปล้ำลากข้าไม่ปรานี
น้องขืนขัดมิได้ไคลคลาแม่ข้าต่อยตบน่าบัดสี
อยู่มาอีกเจ็ดราตรีจะส่งตัวให้อ้ายผีเข้าหอกัน
น้องไม่ลงปลงใจแข็งขัดแม่ผูกมัดเฆี่ยนตีไม่ผ่อนผัน
ขอดค่อนด่าว่าไม่เว้นวันไม่เสกสรรความจริงยิ่งเหลือทน
หม่อมมิเชื่อเมียว่าแกล้งว่าเลิกผ้าให้ดูแผลแน่ปี้ป่น
ไม่สิ้นแหนงระแวงน้องต้องจำจนไม่เป็นคนสู่สู้เวราไป
คิดคิดจะใคร่ตายเสียดีกว่าจะดูหน้าต่อตาผู้ใดได้
กอดเท้าหม่อมขุนเข้าร่ำไรสะอื้นไห้จะสิ้นสมประดี
ฯ ๒๒ คำ ฯ โอด
โลม
เมียเอยเมียรักอย่าร่ำนักผิวพักตร์จะหมองศรี
เดือดอึดอัดฮึดฮัดเต็มที่ดังอัคคีจุดจ่อรื้อรอคิด
ประโลมปลอบเอาใจภรรยานี่หากว่าเจ้าเป็นคนสุจริต
แม้นชั่วไม่รักผัวมัวมืดมิดจะเชยชิดชอบชู้สำราญครัน
หนึ่งว่าน้อยฤาแน่แม่สหายไม่ทันตายฤามาแสร้งแซงสรร
เมียกูรู้อยู่สิ้นทั้งสุพรรณเหลือที่กลั้นสุดอดจะลดรา
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
อ้ายหัวล้านเล่นกันเถิดวันนี้อีเถ้าแก่แม่พี่ที่ปรึกษา
บรรดาคนสนิทคิดกันมาห้ำหั่นบั่นฆ่าให้ม้วยมุด
เจ้านายไม่เลี้ยงก็สู้ตายถึงแม่ยายก็ฟันเสียให้สิ้นสุด
จับฟ้าฟื้นกวัดแกว่งแต่งตัวยุทธ์เรียกบ่าวไพร่อุตลุดอึงคะนึง
แต่ต้นโพธิ์ปลูกไว้เสี่ยงทายตัดรากทำอุบายใครรู้ถึง
ค้นอาวุธในท้องเรือดังตังตึงบอกกันอึงนายให้ไปล้อมเรือน
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นลาวทองร้องห้ามความจะเปื้อน
อย่ามุมุ่นหุนหันฟั่นเฟือนไม่เหมือนกลางป่าค่าไม้
หม่อมขาฟังเมียก่อนพ่อเจ้าถ้อยความมันจะเน่าไปไหน
เมืองมีขื่ออย่างถือชะล่าใจฟังข้าวเดียวยังกระไรฤาหม่อมพลาย
ใช่คอเขาเป็นทั่งสันหลังเหล็กไม่ใช่เด็กเขาจะทำเอาแต่ด้าย
จะกระไรบ้างกระมังข้างเรานายบุราณว่าหญิงร้ายชายทรชน
ท่านแม่ยายมิปลงใจไฉนฤาเขาจึงรื้อหอห้างเสียจนป่น
หม่อมมีความชอบมาเหลือล้นทูลยุบลแล้วแต่จะโปรดปราน
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองยินคำร่ำขาน
เหลียวดูวู่โกรธพิโรธดาลดั่งประหารสับเสี่ยงเยี่ยงกัน
นี่เมียหม่อมฤาใครที่ไหนมาจึ่งลอยหน้าห้ามผัวจนตัวสั่น
เท็จจริงสิ่งรู้สารพันชะช่างกลั่นรูปคารมสมเชลย
แน่ะนางลาวอย่าน้าววาจาคมข้ากับเจ้ามันไม่สมกันแม่เอ๋ย
เซซัดหัวพลัดข้าไม่เคยรู้ว่าเหวยว่าหลงเข้าดงรัก
ก็ตามทีชอบอยู่ประสีประสาความเขาว่าการอะไรมาสลัก
มาจ่อไต้ตำตอเข้าต้ำฮักชอบฤาหม่อมไม่ทันทักนางเมียงาม
ฯ ๘ คำ ฯ
โลม
เมื่อนั้นขุนแผนร้องฮาฟังพี่ห้าม
อย่าโมโหโยก่อนจะเล่าความไม่ไต่ถามเลยอะไรมาอึงคะนึง
นางคนนี้ลูกเจ้าเมืองจอมทองปึกแผ่นพวกพ้องก็เกือบขึง
ทำคุณกับบิดาเขาพอพึงเขาจึงยกลาวทองให้มาเป็นเมีย
พี่พามาหวังจะให้คำนับเจ้าอะไรเล่าพอจ่อจอดเรือจะเสีย
ยังฟังความเมียข้างบ้านอยู่ปัวเปียไม่ทันเล่าเรื่องเมียใหม่ได้มา
เท่านั้นเถิดน้องพี่อย่าวีวุ่นรกคนเป็นทุกดีกว่ารกหญ้า
หนึ่งก่อนสองตามลำดับมาลาวทองอย่าช้าไว้วันทอง
วันทองเล่าเจ้าหวงหึงโกรธขึ้งขอเถิดเจ้าทั้งสอง
จงสมัครสมานปรองดองมาตรึกตรองเรื่องความมันหยามเรา
ฯ ๑๐ คำ ฯ
โลม
ร้องเอยร้องว่ามันไม่น่าแล้วอย่าเลยเจ้า
ชั่วดีช่างข้าเถิดทำเนานางเมียเบ่าแล้วฤาน้อยฤาแน
จริงอยู่แต่พอจอดทั้งตอดขบชวนกันเกลื่อนเลื่อนกลบลบแผล
ย่อมว่าผัวเป็นประทัดซื่อสัตย์แท้ทีนี้มันแปรเป็นธนูชะดูตรง
ไม่พักพร้องว่าพวกพ้องมั่งคั่งถึงเซซังไม่สูญประยูรหงส์
ข้าดอกคะมันประดาษชาติเผ่าพงศ์จึงได้หลงตามหม่อมสู้เสียตัว
ฯ ๖ คำ ฯ
โลม
วันเอยวันทองให้ปรองดองเอออะไรไม่ฟังผัว
ก่อนไม่เคยเลยว่ารู้เกรงกลัวฤาแกล้งยั่วจะให้โกรธา
เอ็นดูข้าหน่อยเถิดแม่คุณถึงไม่คิดบาปบุญเห็นแก่หน้า
เออยิ่งห้ามฤายิ่งหยามไม่ลดราอย่าจัดจ้าไปเลยนักจะหักค้าน
ธรรมดากระเบื้องร้อนจะรานร้าวมันจะฉาวอึงอายเขาชาวบ้าน
ลุกยืนเผลไผล้ไม่เป็นการจะรำคาญสองซ้ำระยำมัว
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นลาวทองร้อนเร่านั่งเกาหัว
นึกในใจกูจะให้มันสั่นรัวสบตาผัวทำกลัวชำเลืองแล
ผัวเมินปากขยิบกระซิบด่าไว้กิริยาว่าผัวรักขึ้นเคียงแค่
แอบหลังผัวเล่นตัวระทวยแท้ทำปากแบ้ยั่ววันทองค้อนควัก
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
ดูเอยดูดู๋ยิ่งกว่าใครไม่รู้เลยทำหนัก
สมแล้วหม่อมพร้อมเพรียงจะเคียงพักตร์มันค้อนควักอยู่ข้างหวังนั่งด่า
รู้ฤาไม่แอบกระซิบพิไรบ่นหม่อมเคยทนอย่าให้ล่วงมาถึงข้า
ว่าให้เมียไหว้แต่วาจามันเล่นหน้าเล่นตัวรู้กลัวใคร
ชกศีรษะแล้วจะให้มาลูบหลังพี่น้องเอยใครชั่งจะอดได้
ไม่หย่อนหยุดกระซิบว่าฤาด่าใครเป็นอะไรก็เป็นไปเถิดวันทอง
ถึงจะไหว้กูก็ไม่ปรารถนาพามาคุมเหงถึงบ้านช่อง
หม่อมขาหม่อมถึงจะไม่เลี้ยงน้องฆ่าเสียเถิดอย่าให้ต้องกินระกำ
ทีนี้อีลาวนุ่งซิ่นจะบินร่อนหม่อมเตว็ดลงนอนให้เหยียบย่ำ
นิ่งอยู่ไยมิเล่นเต้นรำมายืนก้มหน้าคว่ำอยู่ทำไม
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
สุดเอยสุดกลั้นลาวทองเคี้ยวฟันหมั่นไส้
มารยาบีบน้ำตาต่อไปข้าเป็นลาวชาวไพรดอกแม่คุณ
ไม่ได้ว่าอะไรหน่อยหนึ่งเลยอกเอ๋ยเธอเป็นใครจึงเฉียวฉุน
พลอยว่าข้าน้อยคิดจะเอาบุญเห็นหม่อมหมุนมุโกรธวุ่นวาย
จะไปรอนฟอนฟันเขาทั้งบ้านใช่การจะพากันฉิบหาย
อย่างอื่นไหนคุณใหญ่ท่านแม่ยายรอดตายเพราะใครห้ามไม่ลามปาม
คิดอยู่จะฝากตัวคุณเมียหลวงมิใช่จะจ้วงล่วงเกินไม่เข็ดขาม
ไม่พอที่เลยจะก่อข้อความไหว้ไม่เอาก็ตามเถิดเจ้าคะ
ฉันมิได้ถือเนื้อถือตัวสุดแต่จอมหม่อมผัวไม่เกะกะ
ไม่รู้ว่าจะไขว้ไล่รานระเหยียบย่ำผัวเปะปะพันธุ์ไม่เคย
แม้นรู้กระนั้นจะสรรหาไม้ขอนสักนองามาแม่เอ๋ย
มากำนัลกันไขว้ให้เสบยไม่มีสิ่งใดเลยติดมือมา
เมื่อหม่อมผัวจะพาข้ามานี้ไม่บอกว่าเมียมีคุณเจ้าขา
ชอบผิดจงคิดกรุณาไม่เมตตาสักคราวลาวชาวดง
ฯ ๑๔ คำ ฯ
ร่าย
ถ้อยเอยถ้อยคำซ่อนเงื่อนเกลื่อนทำให้ผัวหลง
ต้องเสน่ห์ถูกสนัดแล้วมั่นคงจึงงวยงงงมงายว่ากันดี
ผัวข้าฝ้าขึ้นเห็นฤาไม่นวลที่หน้านี้มิใช่ฤาหม่อมพี่
แต่กลับทัพก็ยับมาเต็มทีน่าบัดสีมันให้กินสิ้นแล้วเคอะ
ให้อีลาวชาวดอนมาร่อนร่าเชิดชูหน้าราคีเปื้อนเปรอะ
เอียงคว่ำไปแล้วเจ้าจอมเลอะเท่านั้นเถอะพอรู้เท่าทัน
เหม่อีลาวปากยาวว่าเมื่อกี้แสร้งเสกสีนองาสูงสรร
เมื่อไรเล่าจึงจะเอามากำนัลกู่จะกลั่นช้างงาไปร่ารับ
โฉมนางวางมาแต่จอมทองกว้างขวางพวกพ้องให้ขึ้นขับ
คดคมคารมเชลยทัพรู้แล้วเจ้าเขานับว่าใจบุญ
ถ้าไม่ห้ามผัวไหนจะหยุดโยจะเที่ยวพาโลแกว่งหอกออกวุ่น
ไล่แยงแทงทิ่มจิ้มเป็นจุณนี่ไม่หมุนไปได้เงือดงด
มารดาจึงได้รอดวอดวายเพราะนางลาวระงับพลายหายหด
ชนะผัวผัวกลัวจึ่งละลดเคยข่มกดกันมาถูกท่าทาง
ดีจริงยิ่งหญิงในแผ่นภพจะเชิดชื่อลือจบว่าคู่สร้าง
หม่อมผัวกอดไว้อย่าได้วางมันยอดนางใต้หล้าไม่มีใคร
ฯ ๑๖ คำ ฯ
ร่าย
หม่อมเอยหม่อมขาได้ยินคุณภรรยาฤาหาไม่
ยืนลืมตากะปริบพริบอยู่ไยทนไม่ได้แล้วคะไม่ละกัน
เอออะไรกระนี้ท่านผู้หญิงขยันยิ่งสั่นรัวตัวสั่น
เห็นอดอ่อนยิ่งรอนศีรษะชันปากคันคอยอยู่กี่เวลา
พอผัวถึงกระทั่งปึ่งตะบึงบอนข้าฉะอ้อนบรรยายขายน้ำหน้า
ทำเคละคละปะเปอะเปรอะราไว้คอยท่าท่านผัวไม่มีอาย
ชอบแต่ล้างบ้านเรือนหายเปื้อนก่อนจึงขอดค่อนคนอื่นนางตื่นม่าย
ผัวไปทัพไม่ทันกลับรู้ข่าวตายช่างเชื่อง่ายปักเลนโอนเอนรัว
กลับว่าข้อนี้นี่กว้างขวางจริงคะเลี้ยงช้างไว้ท่าผัว
ช้างคนช้างพลายมากหลายตัวจึ่งรื้อเรือนทลายรั้วแคบไม่พอ
ขอบใจพี่จะให้ไปรับข้าสุดปัญญาที่จะขี่ไม่มีขอ
อย่าให้ไปเลยเอาไว้กันตอเตาหม้อทอถอนไม่สิ้นปักดินลึก
ต้องเสนียดถูกสนัดกลัดมันดีฉันจึงทำเสน่ห์มากลางศึก
ป่วยไข้ไผ่ผอมแต่ลำนึกจริงอยู่คะยิ่งกว่าหมึกเขม่ามอม
จะขยำน้ำแช่ก็ไม่หายถึงส่ายน้ำดอกไม้ก็ไม่หอม
สบู่ฟอกปอกเปื้อนเปรอะปอมอย่าพักย้อมเลยยังมัวกลั้วมลทิน
ชามแตกบัดกรีไม่สนิทต่อไม่ติดแล้วแผลไม่อยากสิ้น
ซ้ำว่าข้าเอาสิ่งชั่วให้ผัวกินยังแต่จะบินขี้คร้านตบมือ
หมอทายว่าเคราะห์ร้ายไม่ยั้งหยุดเสาร์อุจลัคน์จมไม่รู้ฤา
ทั้งสุพรรณมันสนั่นออกระบืออย่าพักอื้อมันไม่กลบลบรอย
ฯ ๒๐ คำ ฯ
แค้นเอยแค้นนักอีผัวรักน้อยฤาไม่ราถอย
เข้าแฝงหลังเมียงเคียงตะบอยคารมราวกับทองย้อยเจียวขันคู
ดีแล้วจะได้เห็นฝีมือกันเรียกสายทองอี่จันอี่ปอยหนู
นิ่งไยลงมาหวามาช่วยกูตบให้รู้จักสำเหนียกมันฮึกดี
ฯ ๔ คำ ฯ
บัดนั้นสายทองพี่เลี้ยงกับทาสี
อยู่บนตะพานเตรียมคอยทีก็โจนลงนาวีพร้อมกัน
ฯ ๒ คำ ฯ
             

สายเอยสายทองชอบแต่ห้ามปรามน้องผ่อนผัน
ไยจึงพากันเป็นบ้าดุดันนี่สำคัญอย่างไรจึงวุ่นวาย
ว่าพลางกั้นกางขวางหน้าร้องอย่าอย่าทำมันไม่ได้
เหลืออดกูไม่ลดทั้งบ่าวนายมิเกือบตายอย่าประมาทฝีมือกู
ฯ ๔ คำ ฯ
ไม่เอยไม่ฟังปลอบก็ช่างห้ามก็ช่างอย่าพักขู่
เอาวาก็รากันวิ่งพรูบ่าวนายจู่ลู่ไล่ลาวทอง
ฯ ๒ คำ ฯ
กล้าเอยกล้าดีจะสู้ตายที่นี่ลงเป็นสอง
กอดผัวไว้ไม่วางทางร้องข่มเหงน้องจริงจริงพ่อคุณ
คนเดียวช่วยกันเป็นสามสี่ราวกับฝูงยักขินีเจียวนี่วุ่น
ทำอะไรก็ทำเถิดตามบุญโทโสหมุนกึกกักหักฮึก
แม้นทำข้าไม่ได้ก็ใช่คนใจพรั่นปากบ่นเก่งกึก
เนื้อเต้นเอ็นขึ้นคารมคึกครั้งนี้แลจะทำศึกกับนางยักษ์
ฯ ๖ คำ ฯ
บัดนั้นสาวเวียงสาววันพรั่นหนัก
พี่เลี้ยงคอยเคียงใจทึกทักเข้ามาใกล้หมายจะผลักให้ตกน้ำ
ถึงสี่เราสามก็ไม่กลัวคาดเรี่ยวแรงตัวเห็นพอปล้ำ
ผิดนักย่อยยับเยินระยำสิ้นบุญสิ้นกรรมกันวันนี้
ฯ ๔ คำ ฯ
ศัพท์ไทย
อีเอยอีลาวทองอย่าพักจองหองเสียดสี
มึงท้ากูดีดีให้หนำใจ
สายทองพี่เลี้ยงก้าวเฉียงเลี่ยงไล่
สองข้างวิ่งไขว่ที่ในนาวา
กลัวคุณผู้ชายตายแล้วขี้ข้า
คุณนายโกรธาพะว้าพะวัง
ช่วยกันพรึบพร้อมล้อมหน้าล้อมหลัง
ห้ามผัวไม่ฟังตึงตังโลดโจน
ฯ ๘ คำ ฯ
รื้อ
พิมเอยพิมพี่ทำไมนี่จะมาเต้นเป็นเล่นโขน
กั้นไว้ไล่โดนเผ่นโผนดึงดัน
ดูเอาเถิดฤาเท้ามือเหลือคัน
พลัดไปข้างนั้นกลับหันเวียนวง
เรือเกลือกเสือกพลาดอีทาสล้มลง
ขุนแผนถีบส่งจมพงชายเฟือย
พี่เลี้ยงลาวทองปัดป้องจนเหนื่อย
ผ้าพลิ้วปลิวเปลือยมึนเมื่อยทุบตี
นางไทยไล่ตบลาวหลบหลีกหนี
ว่องไวเต็มที่ต่างดีด้วยกัน
ผัวไล่เปะปะปะทะพัลวัน
ผลักนี่ตีนั่นขยันจริงเจียว
ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด
รื้อ
คุณเอยคุณชายคุณหญิงแสนร้ายตาเขียว
รุมข้าข้างเดียวกราดเกรี้ยวโกรธา
ทั้งข้าทั้งไทยมาไล่ตีด่า
พาลเอาผิดข้าต่อหน้าพ่อคุณ
ฯ ๔ คำ ฯ
โอ้
พ่อเอยพ่อเจ้าเห็นฤาไม่ใครเล่าก่อวุ่น
อย่าเข้าใครออกใครเถิดเอาบุญน้องก็ใช่ชาติสถุลเซซัด
บิดามารดายอยกให้ใช่เกิดในกระบอกไม้ได้สลัด
ฉันมิใช่แตกตื่นเชลยพลัดไม่เคยพบจ้านจัดเช่นนี้เลย
อยู่บ้านข้าแต่น้อยมาจนใหญ่ไม่มีใครได้ข่มเหงกระนี้เหย
จะดื้อด้านไปไม่ได้ด้วยไม่เคยอกเอ๋ยกรรมกรรมมาจำเมือ
กอดเท้าผัวโอดอ้อนฉะอ้อนไห้นี่อะไรจะให้เนื้อมาสู่เสือ
ตายจริงแล้วไม่ทันขึ้นจากเรือจะเป็นเหยื่อนางไทยใจยักษ์
แสร้งทำกำสรดโศกามารยาไม่ชั่วเล่นตัวหนัก
พิไรร่ำน้ำเนตรนองพักตร์จะลาหม่อมทั้งรักแล้วจำตาย
ฯ ๑๐ คำ ฯ
วันเอยวันทองเอออะไรจองหองใจหาย
จะพาลคิดหยิบผิดด้วยอุบายแยบคายหญิงร้ายแสนกล
พอถึงอ้อนตะบึงตะบอนบอกทำย้อนยอกน้อยฤาสับสน
รู้สิ้นแล้วลิ้นลาวนสายทองมึงก็คนร่วมคิด
จะป้องปิดมิดควันกระนั้นฤาจะอึงอื้อฉอเลาะลบกลบเอาผิด
ไม่ทันรู้เลยเจ้าเหล่างูพิษเชื่อสนิทคิดจะตอดไม่รอดตัว
แหมแม้นี่แน่นางคนดีเขี้ยวมีขนได้ทั้งก้นหัว
ปลอบโดยดีไม่มีความเกรงกลัวแกล้งเย้ายั่วผัวให้หมางใจ
กูรู้เท่ามึงแล้วพิมเอ๋ยจะให้เลยตามเลยหาผัวใหม่
ลงมาค้อนตีปลาหน้าไซไม่ให้ขึ้นไปฤาที่บนเรือน
จักพบอ้ายขุนช้างมากางกั้นเออกระนั้นแล้วซีอีคนเปื้อน
ชอบชู้แล้วมิหนำทำบิดเบือนชั่วกระไรหนอช่างเหมือนกากี
ตายเสียเถิดจะอยู่ดูหน้าใครเลี้ยงเจ้าไม่ได้แล้วบัดสี
พระสมุทรเจ้าเอยลึกเต็มที่ก็ไม่เหมือนนางนี้เลยลึกซึ้ง
กว้างขวางปากอ่าวแล่นล่องเสียดก้าวกระเดียดสุดดิ่งจะทิ้งถึง
จะฝ่าคลื่นฝืนละลอกข้ามตะบึงกูกลัวลมเพชรหึงจะรุมร้อน
โบราณว่าได้คิดไม่ผิดดอกแต่ด้ามหอกไม่ทันพ้นรั้วก่อน
หญิงชั่วน้ำกลั้วใบตองบอนจะราร่อนคบชู้มาสู่เชย
ฯ ๑๘ คำ ฯ
หนักเอยหนักหนาอีลาวฉะอ้อนเป็นบ้าไปแล้วเหวย
พล่ามน้ำลายตะกายเปล่าเดาเลยอกเอ๋ยไม่ชั่วเป็นตัวเป็น
เจ้าลิ้นทองหกหันผูกพันพัวปั้นน้ำเป็นตัวใครบอกเห็น
ยิ่งแค้นหนักแสนสาน้ำตากระเด็นว่ากันเล่นเปล่าเปล่าเจียวเจ้าพลาย
รู้แล้วว่าสางจะร้างที่ก็บอกแต่โดยดีจะหนีหน่าย
เจ้าเศษราชสีห์ทำตะกายจะกัดหินให้ทลายถ้ำพัง
แม้นพ้นมือวันทองไปไม่ช้าหม่อมข้าจะเชิดหน้าเป็นพระงั่ง
จะเป็นเอี่ยวพญาโด่งดังเพราะอีลาวเซซังมันชุบเลี้ยง
สมน้ำหน้าหม่อมผัวหัวแดงนางกระเหว่าระดูแล้วจะส่งเสียง
วาสนาข้าสิ้นแล้วไม่ควรเคียงเท่านั้นเถิดข้าไม่เถียงแล้วตามที
จึงว่าแก่สายทองจองจ้านล้างตะพานบ้านเรือนเอาตีนสี
ได้ตรวจน้ำคว่ำกะลากันวันนี้อันจะกลับคืนดีอย่าสงกา
ฯ ๑๒ คำ ฯ
ศัพท์ไทย
น้อยเอยน้อยฤากล้าปากกล้ามือสิเอาสิหวา
ชักดาบแกว่งมาเงื้อง่าจะฟัน
ลาวทองทำกลัวห้ามผัวตัวสั่น
เข้าขวางกางกั้นตัวขยันซ่อนกล
ในใจไม่ละเอานะแยบยล
ทำดีทีชนสายสนวิงวอน
ฯ ๖ คำ ฯ
พ่อเอยพ่อคุณอดใจได้บุญจงงดก่อน
สุภาษิตพะพาลอย่างราญรอนสุนัขร้ายเห่าหอนจำหนีตัว
สิ่งชั่วเหลวไหลอย่าไล่รานจะกระเด็นเซ็นซ่านระคายกลั้ว
จะพลอยเปรอะเลอะละมอมตัวน้องจะเป็นคนชั่วยุยง
ถึงเธอด่าว่าไม่ถือเธอด้วยเป็นคนมะเมอลุ่มหลง
ถือว่าเป็นเมียเดิมเหิมทะนงไม่คิดเลยว่าหงส์หลงลงเลน
ชิงดาบที่มือมาใส่ฝักเอ็นดูอย่ารั้งหยักถกเขมร
เข้ายื้อแย่งเปลื้องสดปลดกระเบนอย่าให้น้องมีเวรเวราไป
ฯ ๘ คำ ฯ
ได้เอยได้ฟังวันทองไม่ยั้งอดได้
ยิ่งกว่าโกร่งโพลงพลุ่งดังเปลวไฟร้อนกลุ้มสุมไหม้อุระรุม
ร้องว่าอีเกรงเวรบำบัดบาปมึงซ่อนหยาบมิให้ใครเข้าหลุม
ชิงผัวเขาไปได้ไว้กำกุมรอดนรกหลายขุมแล้วอีลาว
ผัวมึงจะได้พลอยขึ้นสวรรค์เหาะด้วยกันเถิดเชิดฉิ่งฉาว
กูจะคอยชมบุญมึงสักคราวผัวอีลาวเจ้าจะเลี้ยงเป็นออกญา
ได้ความชอบตีเมืองเชียงทองถวายได้ย่ายายมาประดังพรั่งหน้า
คิดบ้างเป็นไรแต่หลังมาชอบมิดปิดตาเสียแรงเรา
ฯ ๘ คำ ฯ
วาเอยวาจาหยาบช้าน้อยฤาฟังดูเจ้า
อย่าห้ามเลยตามทีเถิดทำเนามันแกล้งเย้าเขี่ยฝอยให้ไฟฮือ
ชิงดาบมาไม่ได้จากลาวทองฉวยได้ไม้ตีฆ้องขว้างดังหวือ
วันทองหลบล้อล่อตบมือไล่ตีกันอึงอื้อพัลวัน
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
หวาดเอยหวาดจิตร้องกรีดวิ่งหนีตัวสั่น
กับสายทองโดดขึ้นจากเรือพลันกระทืบตะพานลั่นสนั่นไป
ฯ ๒ คำ ฯ เพลง
มาเอยมาถึงขึ้นเรือนรำพึงถอนใจใหญ่
ทุ่มทอดตัวนอนเร่งร้อนใจฉุกคิดขึ้นได้สิได้เกิน
โทโสเจ้ากรรมทำแค้นเข็ญไม่ควรเป็นฤาเป็นจึงค้างเขิน
ผัวมาดีใจไปเชื้อเชิญกรรมเผอิญทำให้ตัดรอน
ฯ ๔ คำ ฯ
โอ้
โอ้พ่อพลายแก้วของเมียเอ๋ยใครเลยจะช่วยห้ามไว้ก่อน
ให้งดโกรธขอโทษวิงวอนโอดอ่อนรำพันร่ำไร
วันทองเอ๋ยทำชั่วผัวได้ห้ามวู่วามไม่ลดอดได้
จนเธอเคลือบแคลงแหนงใจสิ่งดีทำไว้ไพล่พลิกแพลง
ไม่ชั่วก็ชั่วแล้วครั้งนี้เหมือนจันทรอับศรีสิ้นแสง
วลาหกตกสิ้นระดูแล้งนับวันแต่จะแห้งร้อนแรงรุม
ผลไม้เคยงอกใบระบัดช่อผลิผลเน่าฝ่อจะหล่นสุม
สกุณชาติจตุบาทร้องประชุมจะแย่งเหยียบจิกกลุ้มระยำเยิน
แสนซื่อสุจริตไว้ท่าผัวมิได้ปนระคนชั่วระหกระเหิน
หมอทายทัดไม่ประหยัดระมัดเกินเพราะเผอิญใจเร็วไม่รั้งรา
ถึงผัวรักก็คงเป็นเมียน้อยค่อยค่อยช้าช้าจะดีกว่า
เหยียบเต่าให้เต็มบาทาคั้นลูกสกุณาไว้ในมือ
มิวันนี้วันโน้นจะโดนปะคงมีวันพระไปไหนฤา
ด่านได้ทำใจฮึดฮืออึงอื้อรีบโกรธจะโทษใคร
อึดอัดตัดรอนกันเสร็จสิ้นจนให้มันชิงบินเอาไปได้
อกเอ๋ยจะคิดฉันใดจนใจโอ้ไห้พิไรครวญ
ฯ ๑๖ คำ ฯ โอด
ร่าย
แค้นเอยแค้นจิตสุดคิดฟูมฟองนองกำสรวล
เป็นสตรีสามีร้างเรรวนชายจะลวนหยามย่ำระกำเยา
แล้วขุนช้างจ่อร่อรออยู่นี่จะได้ทีมันแล้วทีนี้เจ้า
ท่านแม่ก็โลภมิใช่เบาจะสมคะเนเต้นเรายงยุ
เมื่อรูปทรงไม่น่าเสน่หาราวหนึ่งว่ากากเก้อมะเมอดุ
กิริยาหยาบคายมุทะลุหัวหูดังสุลูกตาลยี
สุ้มเสียงคลื่นไส้น่าอาเจียนผัวงามจะเปลี่ยนอ้ายผัวผี
พิมเอ๋ยจนใจแล้วเต็มทีตายเสียเถิดเห็นดีกว่าเป็นคน
จะดูหน้าใครได้ย่านสุพรรณแต่เขาแลตากันแสยงขน
สุดที่จะดื้อด้านทานทนผัวสองเปลี่ยนปนยังลืมตา
จะซ่อนปิดมิดมุดไว้ที่ไหนปะเข้าเมื่อไรเหมือนแก้ผ้า
จะได้แต่ความอายอิดระอาโอ้ว่าพ่อพลายของเมีย
แต่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงน้องเกินน้อยมิได้พร้องสู้นิ่งเสีย
ไม่ว่างสมชมเคล้าเย้าหยอกเยียหนักเบาไกล่เกลี่ยอดลด
ครั้งนี้พิมผิดจริงจริงพ่อหม่อมก็รออยู่เหลือที่จะอด
น้องก็ไม่นอกในน้ำใจคดเพราะกฎกรรมซ้ำระยำแล้ว
ทำไฉนผีสาวเทวดาเชิญช่วยไปลาหม่อมพลายแก้ว
จะจำตายห้อยห่วงด้วยบ่วงแร้วมาเผาเถิดจะแพ้วอสภคอย
สุดสิ้นชีวิตแลจะเห็นดีร้ายตัวเป็นชั่วถ่อย
ชาติโน้นอย่าขอพบกลบรอยอ้ายขุนช้างแต่ชื่อหน่อยอย่าได้ยิน
จะขอคอยพบแต่หม่อมพลายแก้วแสนเสน่ห์สุดแล้วไม่สูญสิ้น
กว่าจะล่มแผ่นฟ้าแดนดินเทพเจ้าอมรินทร์เป็นพยาน
แค้นคิดพยาบาทลาวทองถึงตายแล้วคงจะปองมาประหาร
หักคอให้ม้วยวายปราณโมหะดาลเดือดใจมันไส้พุง
แล้วชักผ้ามาตะบิดผูกคอไม่ย่อท้อถอยหลังเหมือนอย่างกุ้ง
รวบรัดกระหวัดเข้ากับราวมุ้งกระโดดผลุงลงไปจะให้ตาย
ฯ ๒๖ คำ ฯ
เชิดฉิ่ง
พลัดตกจากเตียงเสียงต้ำตึงเงื่อนหลุดลุกทะลึ่งคะมำหงาย
ผีตายโหงเข้าซ้ำประจำกายแทบจะตายวายวอดมอดม้วย
ฯ ๒ คำ ฯ
บัดนั้นลาวทองวิ่งถลาเข้ามาช่วย
เห็นวันทองหอบหายใจรวยนั่งระทวยร้องบอกกันออกอึง
บ่าวไพร่ตกใจไขว่นักหนาวางวิ่งวุ่นมาโดนฝาผึง
ตกล่องล้มปะทะกันดังตึงใครถึงขยำขยับจับเทพจร
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นศรีประจันนอนสายไม่ตื่นก่อน
เสียงอึงทะลึ่งมาถอดกลอนมัวนอนหัวหกตกกระได
เมื่อยมึนขัดขาหน้าตะโพกยืนโขยกขืนเขย่งไปไม่ได้
เก่นตะโกนโวยเหวยมันทำไมลูกกูเป็นไรเร่งบอกมา
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนช้างนอนหอรอคอยท่า
กลางคืนรื่นรมย์ชมนึกมาหลายราตรีตากตาแก้วตาแพรว
คืนวันจวนรุ่งเคลิ้มหลับใหลจนตะวันโด่งไกลเขาฉ่าฉาว
ตกใจตื่นไม่รู้เรื่องราวโดดจากหอพุ่งยาวลงมาดิน
ประจวบคร่อมเท้าศรีประจันหกหันกลับหงายพลิกกายผิน
ขอโทษแม่เถิดกลัวผีพลอยกินจึงชิงบินข้ามเสียให้สิ้นแคลง
จะลุกต่อไปอีกก็ไม่ได้ขัดสะบักยอกไหล่ตัวแข็ง
ทำช่วยนวดศรีประจันฟั้นแรงแรงแม่ด่าว่าเกินแกงไปแล้ววะ
ขุนช้างว่าฉันตะบันฟั้นหาเส้นปะแต่เอ็นกับกระดูกเกะกะ
เส้นจมเสียหมดหดเคะคะขยำกันเปะปะอยู่สองคน
ฯ ๑๐ คำ ฯ
บัดนั้นสายทองแยบคายสายสน
แก้วันทองน้องคลายไม่วายชนม์วิ่งด้นรีบมาที่ท่าน้ำ
ฯ ๒ คำ ฯ
ชุบ
ถึงเอยถึงท่ามายาแกล้งพิไรร้องร่ำ
จะลงไปในเรือกลัวระยำหม่อมพลายจะตีซ้ำหวั่นหวาดใจ
อยู่แต่บนตะพานร้องว่าใครอยู่หน้ากัญญาเรียนให้ได้
ว่าแม่วันทองจะบรรลัยกลับขึ้นไปบนเรือนผูกคอตาย
อุตลุดพัลวันช่วยกันแก้นิ่งแน่นวดฟั้นยังไม่หาย
ไปดูใจน้องน้อยเถิดคุณชายจะวอดวายเสียแล้วครั้งนี้
ฯ ๖ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนแว่วสดับตรับถ้วนถี่
จำเสียงได้สายทองมันตัวดีเอ๊ะอีนี่มารยาฤาว่าจริง
ยังอาลัยถอนใจรื้อดาลโกรธรุมพิโรธตริตรึกนึกนิ่ง
เปลี่ยนใจไปมาหวั่นประวิงดีก็มีหลายสิ่งน้ำตาเล็ด
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นลาวทองร้องว่าฉาไม่เข็ด
หม่อมร้องไห้ฤาไรเอามือเช็ดจะกลับกินบอระเพ็ดฤาคุณชาย
ขมสะเดามะระพอกลืนบ้างบอระเพ็ดพุงช้างขมฉิบหาย
หม่อมจะขืนเลี้ยงคนแสนร้ายข้อยจะโดดน้ำตายเสียแล้วคะ
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนพริบไหวไม่ดอกหนะ
ผงเข้าตาระคายเคืองจริงวะนี่ขยะอะไรปลิวมา
ชิชะจะโดดน้ำตายไม่วอดวายกลับคืนมาหาข้า
แล้วจึงค่อยทำใหม่ให้เต็มประดาเมื่อไรเล่าจะท้ากูดำน้ำ
แล้วร้องว่าแน่ะนางสายทองหญิงชั่วกูไม่ปองอย่าพักร่ำ
ช่างใครตามบุญตามกรรมมันตัดรอนตรวจน้ำคว่ำกะลา
มาบอกกูไยอีคนพล่อยน้อยฤาเมื่อตะกี้ไยมิว่า
แต่เดิมเสริมส่งกันลงมาฝูงอีกาดำปลอดตลอดใจ
ฯ ๘ คำ ฯ
ว่าเอยว่าแล้วพลายแก้วจึงสั่งบ่าวไพร่
ผูกช้างมาเร็วเร็วกูจะไปบ้านเขาชนไก่ประเดี๋ยวนี้
ฯ ๒ คำ ฯ
บัดนั้นนายหมวดบ่าวไพร่อึงมี่
ผูกช้างม้าวุ่นวิ่งเป็นสิงคลีของดีดีบรรทุกสัปคับ
ที่คอนหาบใส่หาบจัดยุ่งไถ้ถุงคาดเอวเสร็จสรรพ
เตือนกันว่าอย่าให้อะไรยับได้มาแต่ทัพฝากภรรยา
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนแสร้งชื่นฝืนหรรษา
ชวนลาวทองให้เสพโภชนาแล้วชำระกายาเยือกเย็นใจ
ฯ ๒ คำ ฯ
ชมตลาด
ขุนแผนนุ่งยกทองเจ็ดสีพื้นเขียวอย่างดีระกำไหม
ลาวทองนุ่งหิ่งห้อยชมไพรแต่งตัวอย่างไทยวิไลวรรณ
ขุนแผนรัดรัดประคดหนามขนุนคาดเข็มขัดลายดุนดวงกุดั่น
ลาวทองใส่เสื้อหงอนไก่งามครันขลิบคั่นสีฟ้าดวงพุดตาน
ขุนแผนใส่เสื้อเข้มขาบอย่างดีพื้นแดงเกล็ดถี่เกี้ยวส่าน
ดิ่งตะกรุดประคำทองของประทานใส่อวดชาวบ้านโพกขลิบครุย
ลาวทองห่มแพรสีน้ำเงินเพลาะดวงเหมาะหลินปากเถาดูพราวฉุย
มุ่นมวยห้อยพวงดอกไม้กรุยปักปิ่นกันลุ่ยเรือนรังแตน
ช้องหูลานคำสำหรับใส่สอดกำไลเกลียวสุวรรณพันปลายแขน
มิเสียทีพามาแต่ต่างแดนเมขลาก็จะแม้นละกลกัน
ฯ ๑๐ คำ ฯ
             

ร่าย
ครั้นแล้วขึ้นจากนาวีจะมาขึ้นกิริณีขมีขมัน
พี่เลี้ยงสาวเวียงสาววันก็ผายผันตามมาทั้งสองคน
ฯ ๒ คำ ฯ
เสมอ
ครั้นเอยครั้นถึงริมบึงนอกรั้วแนวถนน
ที่ประชุมช้างม้าไพร่พลต่อถนนหลังบ้านจะผ่านไป
ขุนแผนลาวทองร่วมช้างกันสาวเวียงสาววันจัดช้างให้
พังละว้าได้มาแต่อุไทยสั่งคนขี่ขับให้ทันช้างกู
ยืนช้างจัดแจงหาบคอนตรงกับเรือนที่นอนวันทองอยู่
ถอนใจอาลัยเหลียวแลดูสายทองบอกจัดใคร่รู้ว่าจริงเท็จ
คิดในใจใคร่ให้ไปไถ่ถามหักใจตามแต่ถนัดมันตัดเสร็จ
ชลนัยน์ไม่ฟังหลั่งไหลเล็ดลอบเช็ดมิให้เห็นอายลาวทอง
ฯ ๘ คำ ฯ
เมื่อนั้นวันทองกำสรดอยู่ในห้อง
ผูกคอตายไม่วายดังใจปองบ่าวไพร่พวกพ้องแก้ไว้ฟื้น
ยิ่งระบมระทมทุกข์แสนทวีทั้งเจ็บอายสุดที่จะฝ่าฝืน
ตัวกูไม่อยู่แล้วให้ยาวยืนตริพลางทางสะอื้นโศกา
ฯ ๔ คำ ฯ โอด
บัดนั้นสายทองขึ้นมาแต่ตีนท่า
ร้องไห้ฟูมฟายน้ำตาตรงมาสู่ห้องวันทอง
ฯ ๒ คำ ฯ เพลงเร็ว
ชุบ
มาเอยมาถึงวางตะบึงเข้าไปในห้อง
สวมกอดพิมเข้าเร่าร้องกรรมของน้องจริงจริงยิ่งรัญจวน
เล่าความที่ลงไปหาคุณชายบรรยายให้ฟังถี่ถ้วน
ดังหนึ่งล่องน้ำเชี่ยวไม่เหลียวหวนสั่งกันด่วนรีบรัดจัดจะไป
ผูกช้างม้าหาบคอนผ่อนบรรทุกเกษมสุขเห็นหาเอื้อเฟื้อไม่
เหมือนเด็ดก้านบุษมาลย์ไม่ไว้ใยจะไปบ้านเขาชนไก่ประเดี๋ยวนี้
ฯ ๖ คำ ฯ
สายเอยสายทองเคราะห์น้องเป็นได้ไม่พอที่
อัดอั้นตันใจไม่สมประดีสองนารีร่ำไห้ไปมา
ฯ ๒ คำ ฯ โอด
สร่างเอยสร่างไห้เสียงอะไรนอกบ้านอึงนักหนา
เสียงคนเสียงช้างเสียงม้าแว่วผวาสำเนียงเสียงหม่อมพลาย
ดำรงยืนเยี่ยมหน้าต่างแลดูสำคัญรู้ผัวจะไปใจหาย
พ่อทิ้งเมียได้ให้จำตายนึกเสียดายตะลึงแลชะแง้งง
ฯ ๔ คำ ฯ
ทยอย
เมื่อนั้นขุนแผนเหลือบเห็นยังพิศวง
รอรักเมียเสียดายรูปทรงอาลัยหลงทักแน่แอ้เจ้าพิม
พิมเอ๋ยยังงามนักหนาอื่นได้เห็นมาไม่ปานปิ้ม
เคลิ้มทำแยบคายพรายพริ้มแย้มยิ้มให้คิดขวยใจ
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นลาวทองสรวลร่าว่ามันไส้
ได้ยินบ้างฤาไม่ใครว่าไว้ว่าไม่อาลัยตัดรอน
ปากใจหนอไม่เหมือนกันผีจึงแสร้งแหล่งสำคัญให้สังหรณ์
ไม่รู้ว่าชาวใต้ใฝ่สาระวอนแม้นรู้แล้วชาวดอนไม่มาเลย
ฯ ๔ คำ ฯ
ปีนตลิ่ง
ได้เอยได้ยินใครนินทาข้าต่อหน้าเหวย
จริงฤาหยอกบอกมาอย่าเยาะเย้ยมือข้าเคยหยิกปากคนคารม
เราก็เชื่อรูปเราว่าเพราพริ้งปะแม่หญิงคงจะตามมาสู่สม
จับคางสั่นนี่ใครเราได้ชมกูบจะล้มนะต้องตีอย่าหนีมือ
ฯ ๔ คำ ฯ
อย่าเอยอย่าว่าขอไปทีเถอะขาหาไม่ฤา
เชื่อดีรูปงามเลื่องลือเมียจึงอื้ออยู่ข้างบ้านแต่งงานการ
หม่อมตัวงามทรงเมียจงรักจึงไปสมัครหาอื่นมาสมาน
ชมกันเถิดเมียเยี่ยมหน้าต่างทะยานช่างไม่อายชาวบ้านเลยคุณชาย
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนกลบเกลื่อนเสียให้หาย
เท่านั้นเถิดอย่าว่าวุ่นวายมันสายแดดจะร้อนอ่อนแรงคน
ว่าพลางทางให้เดินผ่อนไปก่อนไปหลังอย่าสับสน
แล้วขับช้างไคลคลามากลางพลจรดลออกทุ่งตัดตรงไป
ฯ ๔ คำ ฯ กราวนอก
โทน
พังเอยพังอาจแสนฉลาดหลังดีไม่มีไหน
บัดย่างคลาดคล่องว่องไวขับใหญ่สะเทินดีมีฝีท้าว
กิริยาไว้หน้าปรบหูหางวิ่งวางถูกทำนองทุกฝีก้าว
เทริดเสาตัวกลมสมยาวหางดอกตาขาวกระกลาย
เล็บผ่องไม่แซมเสี้ยนโตนดเม้มโอษฐ์ขันขบงามขนาย
งามรูปแต่ละอย่างกว่าช้างพลายสีกายดำขลับหม่นมัน
พังละว้าตามติดชิดมาล้อเล่นเจรจากันขันขัน
ตัดทุ่งมุ่งไม้พุ่มไพรวันหยอกกันมาในสัปคับ
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด
เมื่อนั้นพิมเห็นผัวไปลมจับ
ซบลงกับหน้าต่างคอพับจะคืนกลับมาที่นอนเต็มที
ฯ ๒ คำ ฯ โอด
บัดนั้นสายทองเข้าประคองนางโฉมศรี
พามาที่นอนผ่อนสมประดีพูดเอาใจน้องพี่รั้งรอดู
ฉันคาดน้ำใจหม่อมพลายแก้วเห็นแล้วคงจะกลับมาอยู่
ไม่ช้าดอกแม่คงจะได้รู้ปลอบกันบ้างทางขู่กันสองคน
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนป่วนจิตคิดสับสน
เปลี่ยนใจนึกไขว่อลวนเหลียวมายลดูบ้านรำคาญครัน
พิศดูเมียใหม่ที่ได้มาทรวดทรงขนงหน้าดูคมสัน
ปรนนิบัติอื่นอื่นดีทั้งนั้นแต่สำคัญทรลักษณ์ด้วยการกิน
อึ่งตะกวดตุ๊ดตู่งูเงี้ยวช่างกระไรเลยเคี้ยวกินเสียสิ้น
อาหารหยาบคายเป็นอาจิณมลทินรังเกียจเกลียดระอา
พิมเอ๋ยพี่ยังอาลัยอยู่การกินรู้สารพัดจัดหา
ไม่เปื้อนเปรอะเหมือนลาวชาวพนาน้ำมือโอชาอร่อยรส
จะเพราพริ้งก็ไม่ยิ่งหย่อนแก่กันสิ่งสำคัญลับลี้ล้วนดีหมด
ไทยงอนลาวอ่อนระทวยทดกัลเม็ดปรากฏทั้งสองนาง
บูราณว่าอย่าให้มีเมียสองทีนี้ต้องตำราไขว่ใจหมาง
แสนคำนึงรำพึงมาตามทางหน้าเผือดเลือดจางพลางถอนใจ
ฯ ๑๒ คำ ฯ
บัดนั้นลาวทองถามว่าหม่อมเป็นไร
ทำผะอืดจืดจางหมางอันใดถอนใจใหญ่คอแห้งกลืนเขฬะ
ฯ ๒ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผงตอบว่าไม่ดอกหนะ
ช้างคลอนขย่อนโยกโรคปะทะประหนึ่งจะอาเจียนเวียนมึนมัว
ฯ ๒ คำ ฯ
หม่อมเอยหม่อมขารู้ท่าแล้วคะเจ้าคุณผัว
จะกลับไปหาเมียไปแต่ตัวฉันนี้กลัวมันนักไม่มักเมีย
ส่งเสียจากช้างไว้กลางป่าจะยอมม้วยมรณาเป็นเหยื่อเสือ
มารยาแสร้งบีบน้ำตาเจือบ่นว่าโอ้เนื้อกรรมทำร่ำไร
ฯ ๔ คำ ฯ โอด
จึงเอยจึงว่าอะไรนี่มันไม่น่าร้องไห้
ฟ้าผ่าพี่เถิดให้ผิดไปช้าไม่ได้คิดคะนึงถึงวันทอง
ลาวทองน้องข้าอย่าร่ำมองดูแล้วทำเอามือป้อง
นี่จริงฤาเล่นลองลองเสือสมิงเมียงมองจะกินลาว
เนื้ออื่นมันไม่ปรารถนาเห็นว่าลาวทองกำเดาะสาว
ชุ่มมันไว้ฉันได้ยืดยาวตั้งเต่งเคร่งราวกับเปล่งปลี
ว่าพลางสัพยอกหยอกเย้าต้องเต้าใครบอกจะหน่ายหนี
หนูผีขี้แยเต็มทีเอามือจี้ที่แก้มกระแอมล้อ
คนเก้อเอ้อเร้อนี้ดูขันลาวทองเหลือกลั้นก็หัวร่อ
จะสิ้นงามเสียแล้วเจ้ามอลอคราบน้ำตาเป็นต่อหม่อมแมวคราว
ร้องไห้ปนสรวลสำรวลร่าผัดหน้าเสียใหม่เถิดให้ขาว
ระยะทางที่จะไปยังยืดยาวข้าอายแก่ชาวบ้านรำคาญครัน
ฯ ๑๒ คำ ฯ
ชมดง
ว่าเอยว่าพลางชวนนางให้ชมพนาสัณฑ์
พิศพรรณมิ่งไม้ในไพรวันแจงจันทน์กระเจี้ยงจิกจวง
กาหลงแกแลกาลามูกมันโมกลามูกหลวง
พลวงหนูพลวงใหญ่พลับพลวงมะไฟพวงห้อยระย้าริมทาง
ปริงปรางปริกเปราะปรูปรงมหาหงส์เหียงหาดเสลาสล้าง
ตะแบกตะบากเต็งรังหูกวางตะเคียงข่อยเค็ดคางทั้งแคแตร
ไข่เน่าขนุนสนุ่นเสนียดสีเสียดสีสนหวายแล้
โกงกางตุมกาตุมแกหว้าแหว้วายเว้ผาวัง
ช้องนางช้างน้าวรอยหักสีสุกสักศรีสิทธิแซมมะสัง
กระแตไต่กระทั่งติดตรังตังมะตาดต้องต้นสะพรั่งกะตังบาย
กุ่มบกพรมคดตีนเต่านกเขาเงากระทิงมหิงส์หาย
แม่ยายปกต้นลูกเขยตายกระลำพักผีพ่ายพุงดอ
มะเดื่อดินลำดวนดงราชดัดกำจัดกำจายจิงจ้อ
ประยงค์แยงแย้ยางยอสมีสมอเสม็ดซ้องแมว
เหลาหลกลางลิงลานเสลาแมลงเม่าหมากมาดแต่งแต้ว
ไผ่ผากโพบายพัดแพวเกดแก้วพิกุลกรรณิการ์
ขี้เหล็กเลือดเหมือดคนร้อยคุณเข็มยี่สุ่นคางแดงมะค่า
ลักกระจั่นพุงจาบจันทนาเถาสะบ้าลำบิดขมิ้นเครือ
สนสร้อยสนแกลบสนทะเลตีนจระเข้ย่างทรายตาเสือ
ขี้อ้ายหางกรายมะเกลือเห็นมะเดื่อสุกดกดาษแดง
ผลมะเดื่องามดังปัทมราชข้างในล้วนกิมิชาติบ่อนแสลง
นารีชั่วสุดที่ระวังระแวงบุราณว่ามิได้แกล้งกล่าวเลย
เสียดายเมียเสียน้ำใจน้ำตาปรอยรูปงามใจถ่อยนักพิมเอ๋ย
รำพึงพลางมิได้มีความเสบยทำเป็นเฉยชมไม้แกนแกน
ฯ ๒๔ คำ ฯ เชิด
ตะวันเอยตะวันเที่ยงแดดเปรี้ยงร้อนนักเหลือแสน
ถึงบึงหนึ่งใหญ่เป็นแว่นแคว้นขอบหนองแน่นสะตือชื้อชิด
น่าสนุกสนานนักหนาถามบ่าวบอกว่าน้ำสนิท
ใสเย็นดังว่าสุรามฤตลูกกุ้งปลานิดนิดก็เห็นตัว
จึงชวนลาวทองภรรยาจะหยุดอาบน้ำท่าแก้ปวดหัว
ระงับกายให้สบายหายมึนมัวลมตกจึงผัวจะพาไป
ฯ ๖ คำ ฯ
แล้วปลงช้างม้าหาบคอนเหนื่อยมาบ้างนอนเดินไขว่
บ้างหาฟืนจะหุงข้าวสีไฟเก็บผักที่กินได้บ้างอาบน้ำ
สบายใจเต้นรำทำเพลงโฉงเฉงชกต่อยปะเตะปล้ำ
บ้างโจนลงในหนองคะนองดำเอาโคลนมอมกันระยำเปื้อนเลอะ
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อเอยเมื่อนั้นขุนแผนชวนลาวทองว่ามาเถอะ
โยนางพี่เลี้ยงยังนั่งเคอะเรียกแล้วยังเซอะไม่ใคร่ลุก
เร็วเร็วไปอาบน้ำชำระกายล้างเหงื่อเสียให้สบายจะได้สุข
แรงร้อนจะได้ผ่อนบรรเทาทุกข์แลดูหนองฤาสนุกเป็นพ้นใจ
ลาวทองพี่เลี้ยงตามมาหยิบผ้าอาบพาดบ่าเอามาให้
ถึงท่าน้ำว่ามาถึงถิ่นไทยแก้ผ้าอาบมันไม่ได้เหมือนเมืองลาว
ที่เขาไม่เคยเห็นจะชวนกันแยกเขี้ยวยิงฟันสนั่นฉาว
จะระบือลือเล่าเป็นเรื่องราวว่าหญิงลาวหาวได้ใต้สะดือ
ฯ ๘ คำ ฯ
หม่อมเอยหม่อมขาเสกสรรแสร้งว่าน้อยไปฤา
โกรธาถลาเข้าแย่งยื้อทำฮึดหือจะใคร่หยิกให้ยับเยิน
ยิ่งกว่าเป็นเบื้อไม่มีอายคมค้อนเมียงม่ายระคางเขิน
ขุนแผนขออภัยได้ว่าเกินล้อหลอกหยอกเอินกันไปมา
ฯ ๔ คำ ฯ
น้ำเอยน้ำใสอาบเล่นเย็นใจหรรษา
ขุนแผนลาวทองภรรยาพี่เลี้ยงเสน่หาสองนารี
สี่คนบันเทิงเริงรื่นชุ่มชื่นชำระกายขัดสี
เห็นบัวหลวงเผื่อนขมบรรดามียินดีจะใคร่ได้กลัวน้ำลึก
อ้อนวอนหม่อนผัวช่วยเก็บให้ขุนแผนว่าไปไม่ได้กลัวปลาบึก
ลาวทองว่าหม่อมเป็นทหารฮึกจะทำศึกอย่างไรกลัวเต่าปลา
ขุนแผนว่าในน้ำไม่เห็นตัวบนบกยังชั่วดีกว่า
ถึงอย่างไรก็ให้เห็นหน้าตาสู้กันได้หลายท่าด้วยไม้มือ
อย่าประมาทสัตว์น้ำปลาเต่าขบสำคัญเข้ามิชวดฤา
จะเอ้อเร้อเก้อเปล่าฮึดฮือก็จะเป็นแต่ชื่อว่าตากุญ
ลาวทองว่าไฮ้อะไรนี่ไม่พอที่จะว่าก็ว่าวุ่น
เก็บให้น้องหน่อยเถิดเจ้าคุณถวายพระเอาบุญด้วยกัน
ขุนแผนว่ายแหวกแทรกเก็บบัวแล้วทำกลัวประดักน้ำทำตัวสั่น
ลาวทองมาช่วยพี่ซีให้ทันปลาบึกมันจะกินพี่เสียแล้ว
ลาวทองพี่เลี้ยงร้องหวีดหวาดเอาน้ำสาดเป็นไรจึงดิ้นแด่ว
ไหนปลาเล่าเปล่าเปล่าไม่วี่แววหม่อมพลายแก้วลวงน้อยให้ตกใจ
ขุนแผนผุดทะลึ่งจึงว่านี่หากข้าชิงชกปลาก่อนได้
ฟันมันหักเขี้ยวหลุดมุดหนีไปแม้นหาไม่ไหนจะรอดนะจริงจัง
แล้วแหวกว่ายร่ายเก็บสัตตบงก์เลือกจงแต่ที่แดงตูมตั้ง
สองดอกส่งให้ไม่รอรั้งเหมือนมังสังของใครเติบเต็มมือ
จริงเจ้าลาวทองไม่ว่าเล่นน่าใคร่เคล้นคลึงคลำขยำถือ
ถูกของข้าแล้วคะอย่าแออือไม่เหมือนจริงฤาจึงค้อนควัก
แน่เจ้าลาวทองน้องพี่มาเล่นเรื่องเถิดดีสนุกหนัก
หนองนี้ดีแล้วแก้วเมียรักนงลักษณ์สามนางเป็นกินนร
อุณรุทต้องที่พี่จะเป็นไล่กันเล่นในน้ำสโมสร
ร้องบทเชิดฉิ่งกลอนละครตั้งท่าเหาะร่อนไล่สามนาง
ฯ ๒๖ คำ ฯ เชิด
คลาเอยคลาไคลเลี้ยวไล่ยื้อยุดกั้นกาง
ขุนแผนมิได้ขวยระคางแข่งเคียงมิได้ห่างราญรุก
น้ำแหวกแตกฟองละอองฉ่าคลื่นเป็นบ้าเต่าปลาตื่นสนุก
ละลอกแซะแระฝั่งแฉะชุกอุกคลุกอลหม่านทั้งบึงบัว
ฯ ๔ คำ ฯ
หม่อมเอยหม่อมขาเป็นบ้าเมื่อไรนี่หม่อมผัว
เล่นอะไรเช่นนี้ไม่รู้ตัวยิ่งกว่ามัวลำโพงตระโกรงไป
เอออะไรไม่อายเขาบ้างฤาคนอื้อแต่ล้วนบ่าวไพร่
เขาจะหัวเราะในใจเล่นด้วยไม่ได้อย่างนี้
ฯ ๔ คำ ฯ
เป็นเอยเป็นไรชู้เมียของใครเมียของพี่
พี่เลี้ยงเล่าก็เปล่ากับสามีการกี้ของใครทำไมเรา
บุราณว่ามีเหล็กก็เหมือนพร้าต้องกฎเขาว่าไว้แล้วเจ้า
เพียงนี้ไม่พอจะหนักเบาอย่าขืนขัดเปล่าเปล่าหน่อยหนึ่งเลย
พลางไล่ไขว่คว้าสองสาวศรีจับลองใครจะดีกว่ากันเอ๋ย
สาวเวียงวัดปัดป้องทำนองเคยสาววันเฉยแฉะช้าระกำกุม
เต่งโตเหลวไหลละลาดพาดสมกับลำมาดเกือบคับตุ่ม
สองนางวิ่งโครมโรมรุมตกหลุมในน้ำคะมำเซ
ทำเป็นพิโรธโกรธขึ้งเกรงลาวทองจะหึงจึงหันเห
จริงใจนึกใคร่อยู่ลังเลโดยคะเนให้ทีทั้งสองคน
ฯ ๑๐ คำ ฯ
เมื่อนั้นลาวทองว่าเอออะไรไขว่สับสน
ทำเช่นนี้สุดที่จะทานทนสัปดนเล่นเล่ห์จะเทครัว
เหตุว่าฉันมาแต่ผู้หญิงสามลวนลามคุมเหงฤาคุณผัว
ไม่เล่นแล้วลมพานไส้ใจสั่นรัวแม้นเกิดกลั้วแน่นคอจะขอล้วง
สำรอกรากอาเจียนเสียให้หายเป็นตายสิ้นท้องน้องสิ้นห่วง
เล่นกันเถิดตามถนัดไม่ทักท้วงทำดังว่าตักบ่วงกันได้มา
ลาวทองขึ้นเสียจากหนองน้ำเพ้อพร่ำรำพันบ่นบ้า
ผลัดผ้าเสียพลันผันไคลคลาสู่ฉายาชมรมร่มไทย
ฯ ๘ คำ ฯ
บัดนั้นสาวเวียงสาววันรู้อัชฌาสัย
ชวนกันจะตามลาวทองไปขุนแผนยุดมือไว้ทั้งสองคน
นางเบี่ยงบิดปลิดแกะไม้มือแย่งยื้อชุลมุนวุ่นสับสน
สาวเวียงว่าแต่ไหนมาได้ทนแต่พอจนถึงบ้านหน่อยเป็นไร
ฯ ๔ คำ ฯ
จึงเอยจึงว่าไม่สมหน้าตาฤาไฉน
นางโรงอุณรุทเมืองไทยจะเป็นไรเจียวเจ้าลาวกินนร
สองตัวสามตัวมันพัวพันปล่อยกินนรวันไปเสียก่อน
ทรวดทรงระเหิดระเหินเหินชามช้อนจะบินร่อนไปข้างไหนก็ตามที
ฯ ๔ คำ ฯ
บัดนั้นสาววันน้อยจิตคิดบัดสี
เสียใจด้วยหม่อมไม่ไยดีขวยเขินสะเทินทีค้อนควัก
ไม่ช้าจะได้เห็นกันพยาบาทคาดคั้นเดือดอึดอัก
หมายใจจะไปบอกน้องรักยุลาวทองให้อักหลักด้วยโกรธา
ฯ ๔ คำ ฯ
ขุนแผนครั้นสาววันไปยึดสาวเวียงไว้แล้วจึงว่า
สมจิตคิดแล้วนะแก้วตามุ่งมาดมาแต่หน้าเมืองกำแพง
รู้บ้างฤาไม่น้ำใจเรานี่แน่เจ้ามิได้เสกสรรแสร้ง
จริงจริงอย่ากริ่งหวั่นระแวงอย่าพลิกแพลงหนีมือดื้อดึง
จงจิตคิดมาจะปลูกฝังถวิลหวังจนกระทั่งบุญถึง
มากลางทางพยาบาทไม่ขาดคะนึงกีดเกะกะจึงได้ละเลยมา
ฯ ๖ คำ ฯ
ว่าเอยว่าพลางสัพยอกหยอกนางทางหรรษา
ไม่คลุกคลีทีถนอมด้วยกรุณาฉวยคว้าจับต้องแต่ปลายมือ
พาชมดวงบุษบันเล่นแทรกเร้นมาให้พ้นคนอยู่อื้อ
เร่ร่ายชายแฝงเข้าดงปรือรกชื้อบื้อชักกลัดกอบัว
ได้ท่วงทีที่ในเชิงสังวาสก็แอบอิงพิงพาดเข้าเย้ายั่ว
เบี่ยงบ่ายพอให้รู้สึกตัวเหน็บแนมแกมกลั่วระคนรัก
ฯ ๖ คำ ฯ
บัดนั้นสาวเวียงอกสั่นพรั่นหนัก
คิดใคร่อยู่แต่ใจให้ทึกทักทำพลิกผลักแล้วกล่าววาจา
อะไรจะเลียมเล่นเช่นนี้มันไม่ดีหนานายพ่อคุณขา
ฉันนี้ประดาษชาติช้าเลี้ยงเป็นทาสข้าจึงจะควร
ไม่อาจเอื้อมเลยล่วงให้เกินศักดิ์พิศพักตร์อยู่เช้าเย็นเห็นน่าสรวล
ไม่รอดชั่วกลับเขาจะสำรวลอย่ายียวนหยอกเย้าเลยเอาบุญ
แล้วสาววันคงจะรันไปยงยุลาวทองหล่อนจะดุหันหุน
จะก่อเกิดวิวาทชุลมุนหม่อมจะรำคาญขุ่นระคายเคือง
ฯ ๘ คำ ฯ
สาวเอยสาวเวียงอย่างหลีกเลี่ยงข้อนั้นจะปลดเปลื้อง
ข้าห่อหิ้วพามาแต่บ้านเมืองจะกระด้างกระเดื่องนั้นผิดไป
ลาวทองมิใช่ง่องจะโง่โง่จะทำแต่โมโหหาเป็นไม่
เราขืนแข็งแรงเรี่ยวคงตามใจไว้อัชฌาอาศัยไม่ดุดึง
ทำไมกับนางเลอะเคอะสาววันมันไม่ขันที่จะเข้ามาหวงหึง
จะยุยงอย่างไรอย่าพรั่นพรึงข้อที่ซึ่งพิศพักตร์อยู่เช้าเย็น
กลัวเสียสรวลถ่อมควรแต่ช่วงใช้ยศศักดิ์ทำไม่ได้ไม่ว่าเล่น
สุดแต่ใจต่อใจเอาเป็นนัยน์ตาเห็นว่าดีไม่หนีตา
หน้านี้ไม่ชั่วอย่ากลัวร้างต้องส่วนนางลักษณะดีนักหนา
ฉะนี้แล้วไม่เพี้ยนผิดตำราจะเป็นหม้ายผัวหย่าอย่าพึงคิด
นี่แน่อุแม่เอ๋ยนางพี่นางถึงจะแก่อ่อนอย่าหมางระคางจิต
เหย้าเรือนเฝืองฝาทำมิดชิดไม้อ่อนดอกตะบิดผูกมัด
ถึงแก่ก็แต่กับลาวทองเรียกพี่นางตามทำนองด้วยปากถนัด
อย่าทำแชห่างแหระแคระคัดไผ่ใบขิงจะรึงรัดไม้สองน้อง
ฯ ๑๔ คำ ฯ
ว่าเอยว่าแล้วพ่อพลายแก้วชิดชมประสมสอง
แปลกเปลี่ยนเหียนหันผันประลองเคล้าคล่องว่องไวไปมา
ฯ ๒ คำ ฯ
             

ตอน ๒ ตั้งแต่ขุนแผนครวญถึงนางลาวทอง แล้วกลับคิดถึงนางวันทอง จนถึงลักพานางวันทองไปอยู่ป่า

ช้า
เมื่อนั้นขุนแผนกำสรวลเศร้าหมอง
ให้ง่วงเหงาถึงเจ้าลาวทองเขาร้องฟ้องต้องติดอยู่ในวัง
ไปเป็นชาวสะดึงเวทนาโอ้อนิจจาการปักมักเจ็บหลัง
เคยเป็นสุขเช้าค่ำแต่ลำพังจะต้องนั่งตรากตรำทำสะดึง
เช่นลูกเมียอ้ายอนุเหมือนอย่างนั้นผัวมันคิดขบถโทษควรถึง
ป่านนี้น้องของพี่จะรำพึงเคยหยอกเย้าเคล้าคลึงผัวเมีย
เคราะห์กรรมจำพรากจากไกลดั่งเด็ดดวงใจเอาไปเสีย
ร้อนเหมือนได้ตามลามเลียเสียเมียเก่าใหม่ทั้งสองคน
ไม่มีความสุขเฝ้าทุกข์ร้อนยามนอนโหยไห้ระเหระหน
แต่ฟูมฟองนองคร่ำน้ำสุชลคิดแต่จนอยู่ด้วยกันกับวันทอง
ยิ่งน้อยจิตคิดแค้นขุนช้างมาผ่ากลางวางเข้าเป็นเจ้าของ
เพียงนี้มิหนำยังซ้ำฟ้องจนลาวทองต้องติดเป็นคนวัง
อิจฉาริษยาประดาเสียมันไม่ให้มีเมียด้วยเขามั่ง
เป็นมิตรคิดร้ายมาหลายครั้งเออจะนั่งน้อยหน้ามันว่าไร
ฯ ๑๔ คำ ฯ
ร่าย
เมียเอยเมียเรามันชิงเข้ามาเป็นเจ้าผัวได้
ขี้เกียจเกลียดความยิ่งย่ามไปทะนงใจจองหองว่ามีทรัพย์
มันก่อกรรมจำกูจะแก้แค้นทดแทนล้วงไส้ให้ถึงตับ
ลักวันทองพาหนีให้ลี้ลับมันจะปรับเอาใครอ้ายเฉโก
ถึงจะติดตามไปก็ไม่พรั่นจะขับม้าฝ่าฟันให้วิ่งโร่
ให้มันสามสมใจร้องไห้โฮโยโสว่ามีทรัพย์นับกระบุง
จะได้เล่นเห็นกันวันพรุ่งนี้เอาสิ้นสมประดีตีอกผลุง
งุ่นง่านดาลเดือดอยู่ในมุ้งไม่หลับเลยจนรุ่งขึ้นแก่ตา
ลุกจากที่นอนถอนใจใหญ่ออกไปหน้าต่างล้างหน้า
เปิดประตูลงเรือนรีบคลาเดินก้าวยาวมาด้วยขัดใจ
ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ
มาเอยมาถึงเปิดมุ้งปลุกท่านคุณผู้ใหญ่
เล่าความให้ฟังแต่หลังไปจะจำไกลอำลาไปสุพรรณ
น้อยจิตคิดแค้นขุนช้างนักลูกรักเหลือที่จะอดกลั้น
มันร้องฟ้องกล่าวโทษโรธทัณฑ์เสียแรงเป็นเกลอกันมันคิดคด
ปองผิดคิดร้ายมาหลายหนเมียลูกสองคนก็จนหมด
ตั้งใจเสียดส่อทรยศโป้ปดร่ำไปอ้ายคนเท็จ
ลูกจะลักพาวันทองหนีทำให้ถึงที่แก้เผ็ด
ให้มันนั่งก้มหน้าน้ำตาเล็ดนั่นแหละจึงจะเข็ดฝีมือกัน
ฯ ๘ คำ ฯ
เมื่อนั้นทองประศรีห้ามลูกตัวสั่น
แม่ก็แก่กกงกงันวันทองมันก็ชั่วแล้วอย่าเลย
เจ็บไข้เจ้าจะได้อยู่รักษาฟังคำมารดาเถิดลูกเอ๋ย
เสียได้ใช่ว่าเจ้าไม่เคยอย่าสืบพันธุ์มันเลยแสนอัปรีย์
หาเอาใหม่ลูกสาวชาวบางกอกที่งามดีมีดอกอย่าจู้จี้
เจ้านายชุบเลี้ยงถึงเพียงนี้ไม่พอที่จะให้เคืองบทมาลย์
ฯ ๖ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนตอบคำร่ำว่าขาน
มิใช่ลูกไม่ได้ทำราชการเป็นทหารเลื่องชื่อลือยศ
ขุนช้างมั่งมีแต่เงินทองมันจองหองทำให้ได้อัปยศ
อย่าห้ามลูกเลยแม่ไม่ละลดจะแก้แค้นแทนทดให้ถึงใจ
มันเอาเมียของลูกไปเป็นเมียจะนอนกลิ้งนิ่งเสียกระไรได้
กราบเท้ามารดาแล้วว่าไปวันเป็นวันธงชัยฤกษ์ดี
ฉันขอกราบลาคุณแม่อย่าครั่นคร้ามว่าจะแพ้แก่อ้ายผี
ช่วยอวยชัยขอให้สวัสดีคุณแม่อยู่อย่าได้มีโรคา
ฯ ๘ คำ ฯ
เมื่อนั้นทองประศรีอ้อนวอนไม่ผ่อนหา
จนใจอวยชัยให้ลูกยาอันไพรีบีฑาให้แพ้ฤทธิ์
เวทมนตร์คาถาวิชาการที่ศึกษาอาจารย์จงประสิทธิ์
พ่อจะคิดสิ่งใดให้สมคิดราชทัณฑ์ความผิดอย่าพะพาน
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนผ่องแผ้วเกษมศานต์
โดยด่วนร้อนใจไปจัดการให้ทันฤกษ์ศุภวารจะได้ไป
ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ
มาเอยมาถึงปลูกศาลหนึ่งเพียงตาโตใหญ่
เอาย่ามเครื่องกับดาบขึ้นพาดไว้จุดเทียนชัยร่ายเวทองครักษ์
มหาทมิฬโอมอ่านปลุกอาวุธฟ้าฟื้นฝักหลุกเห็นประจักษ์
ลงยันต์ปถมังเป็นรูปยักษ์ภควัมกระลำพักสำหรับตัว
เสกน้ำมันด้วยขันสัมฤทธิ์น้อยมะกรูดส้มป่อยสะหัว
บริสุทธิ์ผุดผ่องไม่หมองมัวยกเมฆดีชั่วอ้ายขุนช้าง
อ้ายจัญไรเมฆไขว่วิปริตแขนขาต่อไม่ติดกันสักอย่าง
รู้ตระหนักประจักษ์ไม่ระคางเกลอเกลือจืดจางจะได้ดู
ฯ ๘ คำ ฯ ชมตลาด
ขุนแผนจัดแจงแต่งกายใส่กางเกงริ้วลายมัสรู่
กำลังวันเรียนไว้ใช้ตามครูนุ่งปูมเคยคู่ออกชิงชัย
รัดประคดหนามขนุนคาดรัดเข็มขัดมั่นเหมาะสายไหม
สลัปตุ่นยกเป็นอักษรในสรรใส่อาวุธศรีมีศักดา
ลูกสะกดคดเขี้ยวหมูตันนอเต่าเขาสำคัญกระต่ายป่า
ซังแซวตายซากกรากยาโขมดฟ้าฝ่าโหงพราย
พระไสกระเต่นประรางควานสรรพว่านร้อยแปดทองถักสาย
คาดเอวเสกซ้ำประจำกายอับจนมากมายได้ทดลอง
ใส่เสื้อสีแสดย้อมว่านพระอาจารย์ให้ใหม่เมื่อเดือนสิบสอง
แล้วสวมสอดตะกรุดประคำทองเครื่องของพระราชท่านบำเหน็จลือ
เมื่อครั้งไปตีเชียงทองได้นิ้วชี้ใส่พิรอดเคยนับถือ
ก้อยซ้ายแหวนเพชรที่พึ่งซื้อติดมือชมเล่นสองสามวัน
แล้วโพกผ้าประเจียดพันมงคลของท่านวัดสับประดนไม่มีพรั่น
ประจงจับฟ้าฟื้นยืนยันร่ายเวทสำคัญภาวนา
ฯ ๑๔ คำ ฯ ตระ
เดชะคาถามหามนตร์โหงพรายกุมารกล่นมากนักหนา
เป็นยักษ์ยัดอัดดึงกันเข้ามาขุนแผนแหงนดูฟ้าฤกษ์บน
องศาผ่องแผ้วแจ่มจำรัสหมอกเมฆมิได้กลัดโพยมหน
ตามเกล็ดนาคาจรดลหลีกพ้นผีหลวงกาเลไท
แล้วตรงเข้าไปโรงสีหมอกถอดขลุมออกแล้วเอาบังเหียนใส่
กาววาวดาวเงินอร่ามไปใบโพธิ๋หน้าก้าไหล่พู่พราย
อานปรุฉลุลายกระหนกรัดอกคาดมั่นกระสันสาย
เบาะอานพานหน้าพานท้ายหนังข้างขวาซ้ายลายพื้นแดง
เหยียบโกลนโผนเผ่นขึ้นหลังเหนี่ยวรั้งสายถือกระทืบแผง
สีหมอกเผ่นลำพองคะนองแรงออกกลางแปลงหน้าบ้านร่านรน
ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิดฉิ่ง
ม้าเอยม้าหมอกมีขวัญพาดหอกแซมขน
หูกระหนกยกหน้าย่างยนตร์อกใหญ่ทานทนตัวดี
ขับควบพริบไหวไวว่องขี่น้อยย่างย่องอยู่กับที่
เยื้องเท้าย่อท้ายเตือนตีแต่เต้นถูกถี่มีพยศ
แท้ไทยเทียมเทศลาประสมดังหมึกพรมหม่นมัวมรกต
สันทัดทีทวนเลี้ยวลดเหี้ยมห้าวทรหดปืนไฟ
ออกสู่สู้ศึกหลายหนประจัญประจญรู้ทีหนีไล่
อัสดรของเราตัวนี้ไซร้สองเมียมาเปลี่ยนให้ไม่เอาเลย
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
ขับม้ารีบร้นมาพ้นบ้านสั่งกุมารว่าจะไปเร็วเร็วเหวย
ทางตัดลัดป่าพ่อไม่เคยเจ้ากุมารทองเอ๋ยนำหน้าไป
กุมารทองพาเข้าป่าระหงดั้นดงข้ามทุ่งเลียบไศล
ไม่เดินตามทางเกวียนเคยครรไลบัดเดี๋ยวใจพ้นย่านกาญจน์บุรี
ฯ ๔ คำ ฯ
ชมดง
ดงดึกดูพิลึกน่าแสยงไม่แจ่มแจ้งเลยชอุ่มอับสี
คลุ่มคลุ้มพุ่มมืดดังราตรีแต่พื้นเลี่ยนเล่ห์วิถีหนทางทำ
ใช่ทางมนุษย์เคยสัญจรทางอมรปู่โป่งโขมดคล่ำ
กู่เพรียกเรียกกระหึมงึมงำเยือกอย่างถ้ำเย็นอย่างเถื่อนเปล่าเปลี่ยวจริง
เทศกาลดูสุมาลย์นี้นักหนาย้อยระย้าเหลือหลากมากหลายสิ่ง
บ้างหล่นดาษกลาดเห็นดังเททิ้งหอมยิ่งตรลบอบเรณู
คิดใคร่เด็ดดมชมเล่นป่านี้เป็นกระไรมิรู้อยู่
กับพังเหยพญาไฟก็พอดูไม่นานนักสักครู่ออกปากดง
ฯ ๘ คำ ฯ ร้องกราว
รีบเอยรีบมาแคว้นสุพรรณไม่ช้าสมประสงค์
พันกันดารเลียบละเมาะจำเพาะตรงป่าระหงเลี่ยนตะลิบดังทรายโปรย
มิ่งไม้นานาดอกระบัดพระพายพัดพวงพะยอมหอมโหย
รวยรินกลิ่นสุกรมยมโดยที่ร่วงโรยโอ้แม้นเหมือนวันทอง
แสนเสียดายลืมอายไม่รักตัวคบขุนช้างคนชั่วให้มัวหมอง
ดั่งดอกไม้สิ้นกลิ่นอายละอองชะรอยกรรมนำน้องค้ำจุนจูง
คิดรัญจวนครวญให้อาลัยหาพลางขับม้าเลียบเดินตามเนินสูง
พอลมชายบ่ายเย็นเห็นนกยูงเป็นฝูงฝูงฟ้อนหางอยู่กลางเตียน
ถวิลถึงสองเมียเสียน้ำใจพิศชอุ่มพุ่มไผ่เหมือนไม้เขียน
ที่ไฟป่าไหม้ซอจนตอเกรียนแลตะโล่งตลอดเลี่ยนเตียนตะลุย
หนามคาหญ้าแพรกพึ่งแตกหน่อระกะกอรวยกรายบ้างตายขุย
ไก่ป่าพาเมียมาเขี่ยคุ้ยดินฟุ้งฝุ่นกระจุยกระจัดกระจาย
วันทองเอ๋ยพี่ยังไม่วายรักแค้นนักนึกเดือดไม่เหือดหาย
เร่งรีบขับม้าจนตาลายกำหนดหมายหนองตะเข้คะเนมา
ห้วยโรงตะพานบ้านกะเหรี่ยงเฉลียงเลี่ยงลัดออกชายป่า
ไม่หย่อนหยุดรุดตะบึงถึงโรงนายังไม่สนธยาเพลาวัน
ฯ ๑๖ คำ ฯ เชิด
หยุดเอยหยุดอยู่อีกสักครู่ก็จะดับพระสุริยฉัน
ระยะทางยามเศษอีกเท่านั้นพอดีกันกับเพลาคนหลับนอน
จึงขยายรัดอกสีหมอกถอดบังเหียนออกทิ้งหญ้าป้อน
รวิวันสิ้นสีรวีวรจัดแจงอัสดรขึ้นขับไป
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
มาเอยมาถึงน้อยฤามึงอ้ายขุนช้างทำบ้านใหญ่
สิงเมียเขาเกษมเปรมปรีดิ์ใจเป็นสิทธิฤาไรจะเต้นโกรง
ถือแต่ว่ามั่งมีเงินทองทำทำนองเป็นพระยาอ่าโถง
รั้วทึบทำใหม่ใหม่ไม้โปลงโรงโกงกล่นเกลื่อนเรือนช้าไทย
บ่าวหนุ่มหนุ่มคะนองร้องพาดควายบ้างเมามายลุกขึ้นเล่นเต้นปรบไก่
บนเรือนนั่งยามตามไฟปั่นฝ้ายกรอไหมไนออกเกรียว
ฯ ๖ คำ ฯ
บัดนั้นขุนช้างเขม่นตาขวาเสียวเสียว
เรียกวันทองเข้าห้องเสียทีเดียวกอดเกี้ยวหยุกหยิกซิกซี้
แล้วร้องโอ้โลมชมโฉมจี้ลองต้องกระโจมจับโน่นนี่
ทำทีล่อกอดคอรอดูทีหัวเราะรี่ระริกทนหยิกเอา
ฯ ๔ คำ ฯ
จึงเอยจึงว่าทุดไม่น่าเลยอะไรกระนี้เล่า
ตะกรามตะกรี้เช่นนี้เด็กขี้เมาฉีอ้ายเถ้าหัวงูดูดู๋เป็น
ชกเอาเขกหนึ่งแต่ไม่หนักโกรธระคนปนรักประจักษ์เห็น
ข้าไม่สบายมาแต่ตะวันเย็นวานอย่าเล่นงุ่นง่านรำคาญใจ
ฯ ๔ คำ ฯ
บัดนั้นขุนช้างเสว่าแก้ไข
เป็นไรน้องเจ้าจึงหมองหฤทัยเล่านิยายเล่นเสียให้คลายทุกข์
เรื่องหนึ่งยังมียายกับตาไปทำนาบนเขากับส้มจุก
แล้วขี้ใส่สำเภาเน่าหนอกพลุกพวกคนนั่งฟังสนุกเลอะเทอะ
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นวันทองร้องเอาอะไรมาว่าเปรอะ
หยาบคายร้ายกาจชาติคนเคอะมีแต่หยำเยอะสมทรวดทรง
ขุนช้างว่าอย่าอย่าฮ่าอย่าโกรธขอโทษเถิดหยอกน้องคะนองหลง
หาวนอนหวอดกอดประคองต้องประจงกระแอมไอหวัดลงจมูกคัด
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนแอบฟังดูให้ถนัด
ได้ยินเสียงวิ่งไวเข้าใจชัดร่ายมนตร์อัดมหาอุดมุดปิดตา
แล้วกลั้นใจหยิบดินสามก้อนเสกลงเลขประจำซ้ำคาถา
ทิ้งด้วยกำลังข้ามหลังคาคนบนเรือนดังว่าอดนอนนาน
งุยง่วงโงกเหงาเงียบระงับล้มทับหลับแงบไปทั้งบ้าน
ขุนแผนจึงสั่งพรายกุมารให้ดาลใจอย่าให้ไหวติง
ฯ ๖ คำ ฯ
บัดนั้นกุมารทองแรงฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์สิง
รับคำทำได้ดังใจจริงปิศาจวิ่งเข้าบ้านบันดาลดล
ฯ ๒ คำ ฯ
คืนเอยคืนนั้นขุนช้างวันทองสยองขน
หายใจผ็อยม่อนมิดปิดตากรนตั้งท่าง่าชนจับลิงเตียว
ประตูชานตอนลิ่มใส่กลอนไว้ผีไขว่ไล่เปิดเสียประเดี๋ยว
แมวหมาซอนซอนพลอนเกรียวอะไรอร่อยค้นเคี้ยวหกตกตึง
สำรับกับข้าวปูปลาวางไว้บนม้าหมาค้นถึง
หม้อข้าวหม้อแกงแหลกแตกอึงบ้างหอนเห่าอึงคะนึงเคี้ยวคำราม
คนทั้งเรือนหลับใหลไม่ไหวติงดั่งเขียงขอนท่อนทิ้งเขาเหยียบข้าม
น้ำลายไหลปากอ้าหมาเลียพลามกะโล่กระทายถุงย่ามยื้อแย่งกัน
ฯ ๘ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนชำนาญมนตร์คนขยัน
เอาสีหมอกผูกไว้บันไดพลันให้โหงนั้นอยู่ระวังแล้วล่วงเลย
ถือฟ้าฟื้นกวัดแกว่งองอาจขึ้นบนเรือนน้อยนาดเดินเฉยเฉย
ไม่ระแวงระวังดังหนึ่งเคยเรียกกุมารทองเอ๋ยตามบิดา
ฯ ๔ คำ ฯ เพลง
ชมตลาด
เดือนเอยเดือนหงายนอกชานทำสบายเทียวนักหนา
ต้นไม้ใส่กระถางวางบนม้าเอนชายหลายท่าป่าทำนอง
มีภูเขาก่อกองด้วยฟองน้ำชะโงกง้ำถ้ำเหวเปลวปล่อง
ไม้พุ่มโกรนเกรียนเขียนเป็นรองมีบึงหนองคลองน้ำลำธาร
ทำเป็นดงละเมาะเหมาะหนักหนาปั้นกระทิงมหิงสาฝูงช้างสาร
ทั้งอาศรมฤาษีมีเหล่าพรานสวมหัวล่อไล่ทะยานเข้าแทงเนื้อ
ตุ๊กตาแบกเพนียดต่อนกเขาเที่ยวซนเข้าในรกตกใจเสือ
ในห้วยหนองคลองน้ำทำเป็นเรือน้อยน้อยลอยดูไม่เบื่ออุตส่าห์ทำ
บ้างเทียบเป็นบ้านป่าไร่กะเหรี่ยงชมรมเรียงแทรกโพนคล้องช้างคล่ำ
มันทำล่อวันทองแล้วเจ้ากรรมปลูกกระจับไหหลำน้อยฤาเจียว
มียี่หุบจำปาแขกไฝ่ฝ้าจูหลันชาโบตั๋นห่ำเสี้ยว
กุหลาบขาวกุหลายแดงแรงทีเดียวปลูกใส่อ่างเขียวดกดอกทราม
บัวก็มีแห้วก็มีอุตส่าห์ปลูกเปลือกมันใหญ่โตกว่าลูกเท่าตุ่มหาม
ได้ไม้จีนมาแต่ไหนไอ้บ้ากามเห็นมันตามประจบปลัดจัน
กรงกินดินสีชมพูก็มีด้วยเก้าอี้ถ้วยตั้งไว้ด้วยรวยขยัน
อ่างเรียงเลี้ยงปลาฟักพืชพันธุ์เดือนแจ้งดังกลางวันเห็นตัวปลา
เอานิ้วมือดีดน้ำลงต้ำจิบว่ายกระดิบกระดิบเข้ามาหา
ทั้งเหลืองแดงด่างดีมีนานาปุ่มหลังปุ่มหน้าหมุนน่าดู
ลางตัวปลั้วเปลี้ยดั่งเบี้ยตุ่มตะลุมปุ้มกระดิกหางกระทั่งหู
บ้างแหวกว่ายลอยล่องฟ่องฟูหน้าเอ็นดูขุดขุ้มเป็นปุ่มโป
เหย้าเรือนเหมือนขุนนางมันช่างทำตรงรางน้ำนั้นวางอ่างเสียโผ
มันได้มาแต่ไหนใบโตโตโยโสสุงสิงหยิ่งเหลือตัว
ติดกระจกตั้งเก้าอี้ที่บนหอราวกับพ่อมันเป็นเจ้าสัว
วันทองจึ่งปลดปลงหลงเมามัวจะเที่ยวไปให้ทั่วกลัวจะช้า
แลเห็นนกบ้าระบุ่นโนรีสารพันจะมีทีเดียวหวา
สัตตวรรณกระตั้วสาลิกาพูดได้ทักมาว่าเสียงคน
จึงบังคับแก่ฝูงโหงพรายให้ทำลายเขาไม้ให้ปี้ป่น
วันทองจะได้หายวายกังวลสั่งแล้วจรดลไคลคลา
ฯ ๒๘ คำ ฯ เพลง
เข้าเอยเข้าไปถึงชายเรือนชั้นในไขว่เที่ยวหา
บ่าวไพร่นอนกลาดดาษดามองดูหน้าตาไม่สมประดี
ที่นอนร้ายผ้าผ่อนล่อนหลุดถ่มน้ำลายถุยทุดอีบัดสี
ถีบซ้ำก็ไม่ตื่นฟื้นอินทรีย์นอนแผ่แบบี้อยู่กลางกั๊ก
ขุนช้างวันทองอยู่ห้องไหนทำไมจึงจะรู้แจ้งประจักษ์
จะดูหน้าวันทองน้องรักขุนช้างมันฟูมฟักมาหลายเดือน
แก้มก้อยมิช้ำระยำฤารอยมือจะขยำคลำเสียเปื้อน
คิดคิดดังหนึ่งใคร่ไล่ต่อยเตือนและเห็นประตูเรือนงับแง
ชวาลาสว่างดังกลางวันหมายสำคัญว่าอยู่ที่นี่แน่
เปิดเยี่ยมชะโงกเห็นลับแลรีบแร่เข้าไปไม่รอเลย
ฯ ๑๐ คำ ฯ ชมโฉม
เห็นนางหนึ่งจ้อยร่อยนอนบนเตียงกำดัดกำเดาะเนื้อเกลี้ยงเหมาะแม่เอ๋ย
รูปร่างขาวขาวน่าชมเชยหลับสนิทนี่ใครเหวยนอนแนบเนียน
รุ่นราวสาวแส้แน่สนัดอุระรัดดังกมุทผุดจากเกษียร
ทั้งขอบคิ้วลำคอพอพึงเพียนแม้นเขียนเจียนกันกับวันทอง
นี่พี่น้องขุนช้างฤาไฉนทรวดทรงอย่างในไม่เศร้าหมอง
แล้วขึ้นนั่งบนเตียงเคียงประคองเอามือต้องสไบไม่ให้ครือ
สารพัดครัดเคร่งเปล่งปลั่งรีรอขอรั้งเอาเถิดฤา
หันหวนป่วนปั่นคันไม้มือจะปลุกขึ้นถามชื่อเกี้ยวลอง
พยักเรียกกุมารทองเข้ามาใกล้แก้เครื่องส่งสั่งให้ไปเสียนอกห้อง
เห็นผ้าห่มนวลนางวางกองเอาขึ้นป้องบังไฟซ่อนฟ้าฟื้น
ฯ ๑๐ คำ ฯ
บัดนั้นกุมารทองหัวเราะว่าอย่าให้ตื่น
อดไม่ได้เข้าไปเล่นกลางคืนปลูกขึ้นรู้เข้าหูอื่นสิเสียงาน
รับเอาเครื่องออกมาขมีขมันพ่อขุนแผนเธอขันเจียวจ้าน
เดิมทีคิดมาจะทำการมาลอบรับสมัครสมานเกี้ยวชู้แข
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนฟังพรายพริ้มยิ้มแต้
ลูกกูแสนเฉลียวดีแท้จะเข้าไปมิใช่แม่กุมารทอง
ว่าแล้วร่ายเวทคลายสะกดแล้วขยดปรามาสจับต้อง
สั่นปลุกลุกขึ้นเถิดน้องอุตส่าห์มาถึงห้องมืดค่ำคืน
ฯ ๔ คำ ฯ
             

ร่าย
บัดนั้นนางแก้วกิริยาผวาตื่น
กำลังมนตร์มึนมัวไม่ใคร่ฟื้นดึกดื่นปลุกทำไมใครเข้ามา
เพ่งดูก็ยังไม่รู้จักอกใจทึกทักพรั่นหนักหนา
สั่นรัวทั่วทั้งกายาจะร้องขึ้นประหม่าด้วยความกลัว
ป้องปิดบิดเบือนเชือนหนีขุนแผนเสน่ห์ดีเข้าเย้ายั่ว
ชายตาตาต่อกันพันพัวใครหนอช่างไม่กลัวประหลาดนัก
ดูจริตผิดโจรใช่ผู้ร้ายเป็นเป็นชายผู้ดีมียศศักดิ์
มหาละลวยดลจิตให้คิดรักทำพลิกผลักกรพลางทางถามไป
เที่ยวนางกลางคืนไม่เกรงกลัวหลงตัวหลับตามาแต่ไหน
ซ้ำทำข่มเหงไม่เกรงใจราวกับใครแนะนัดให้นายมา
ยังไม่กลับออกไปเสียจากห้องเดี๋ยวนี้น้องร้องบอกเขาดอกหนา
คนจนดอกเจ้าไม่เข้ายาในเรือนข้าห้องนี้ไม่มีอะไร
ฯ ๑๒ คำ ฯ
โลม
วาเอยวาจาพี่อายหน้าน้องอย่างสงสัย
ใช่สะดมย่องเบาข้าวของใครเสียมีได้ก็รักลักชมเชย
พี่ชื่อขุนแผนแกว่นสงครามจะมาตามภรรยาดอกน้องเอ๋ย
วันทองอยู่ห้องไหนยังไม่เคยจึ่งหลงเลยเข้ามาในห้องนี้
เจ้าหลับอยู่ดูแม้นเหมือนวันทองจึงหลงต้องจิตคิดว่าเมียพี่
อย่าถือโทษโกรธไปทำไมมีจะหยิกตีก็ตามแต่ความคิด
ได้มาหาน้องถึงห้องในขออภัยเถิดพี่นี้รับผิด
ชะรอยกุศลดลใจชักให้ชิดขอถามนิดหนึ่งน้องอย่าถือเลย
เจ้าเป็นญาติขุนช้างฤาวันทองนี่นามน้องชื่อใดอะไรเอ๋ย
อย่าอำยวนควรแล้วจะคุ้นเคยชายได้เชยจับต้องน้องถึงตัว
กระไรกันก็กระไรเถิดน้องพี่เลือกนักผิดดีมีแต่ชั่ว
คนอื่นต้องเป็นสองจะหมองมัวพี่นี้ผัวผูกรักภักดีจริง
ฯ ๑๒ คำ ฯ
บัดนั้นแก้วกิริยาตริตรึกนึกนิ่ง
คิดขึ้นได้หวาดหวั่นพรั่นประวิงขุนแผนแท้แน่นิ่งร้อนแรงรึง
เอะเกิดเหตุแล้วกระมังครั้งนี้น่าที่ความผิดจะมาถึง
จะรบราฆ่าฟันกันอื้ออึงน้อยหนึ่งจะว่าเราคบค้า
จำจะเร่งบอกความที่ถามไถ่ให้ออกไปเร็วเร็วเสียดีกว่า
ตัวข้าชื่อแก้วกิริยาบิดาเป็นเจ้าเมืองสุโขทัย
เขาร้องฟ้องต้องปรับยับเยินยังค้างเกินเงินสิบห้าหาไม่ได้
จึงเอาข้ามาขายฝากไว้ลำบากยากไร้มาหลายปี
เชิญไปเถิดฉันจะปิดประตูอย่ามาเซ้าซี้อยู่จู้จี้
ข้าคนเข็ญใจใช่ผู้ดีไม่ควรที่ลดเลี้ยวเกี้ยวพาน
ฯ ๑๐ คำ ฯ
โลม
ได้เอยได้ฟังว่าแก้วกิริยาเจ้าช่างว่าขาน
รสถ้อยน้อยฤาฉ่ำดังน้ำตาลกินหวานเล่ห์ลิ้นประโลมใจ
ทรวดทรงท่วงทีไม่แกล้งว่าถึงเป็นเมียเจ้าพระยาก็เป็นได้
เงินนิดเท่านั้นพรั่นทำไมจะช่วยใช้รับทุกข์ธุระน้อง
ว่าพลางทางขยับจับข้อมือดูดู๋อึดอัดตะปัดตะป่อง
แม้นสลัดตัดอาลัยไม่ปรองดองพี่ไม่ออกจากห้องแล้ววันนี้
จะนอนนิ่งกลิ้งทูตอยู่ในมุ้งจนรุ่งให้เขาจับได้กับพี่
จะเป็นถ้อยร้อยความสามสี่ปีกอดกันตายอยู่ที่นี่ไม่หนีไกล
แล้วซ้ำเป่าอาคมสมสวาทพิงพาดลองดูรู้ทีใคร่
อุ้มขึ้นใส่ตักสะพักไว้ลูบไล้โลมเล้าเคล้าคลึงนาง
อัศจรรย์มืดมนเป็นฝนฟ้านาฬิกากลฝรั่งดังเหง่งหง่าง
เมฆเกลื่อนเดือนส่องแสงรางรางอาบน้ำค้างหนาวแนบแอบอิงกัน
เสนาะสำเนียงเสียงจักจั่นแจ้วกอดแก้วกิริยาแล้วรับขวัญ
ถ้อยทีมีอาลัยใจผูกพันเกษมสันต์สังวาสสวาทอร
ฯ ๑๔ คำ ฯ โลม
โลม
เจ้าเอ๋ยเจ้าพี่ธุระมีเพลาจวนจะด่วนก่อน
ใช่ไม่รักจักสลัดตัดรอนจำจรสุดใจแล้วนะแก้วตา
จึงถอดแหวนเพชรน้อยจากนิ้วมือพี่ซื้อหลวงนรินทรไว้สิบห้า
ส่งให้พอได้กับราคาดั่งจำเพาะเจาะมาช่วยทุกข์น้อง
จงขายเขาเอาเงินให้ขุนช้างจวนสว่างแล้วเจ้าอย่าเศร้าหมอง
เอ็นดูพี่เถิดช่วยชี้ห้องวันทองพลางประคองลูบไล้อาลัยลา
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เป็นเอยเป็นหญิงยากนักทุกสิ่งไม่แกล้งว่า
เคืองขัดกลัดกลุ้มในวิญญาณ์สุชลฟูมนัยนาเข้าตาจน
จะแข็งขัดทัดทานก็ไม่ได้เสียน้ำใจผินหลังแล้วนั่งบ่น
นิจจาเอ๋ยงวยงงหลงเล่ห์กลแยบยลชายซื่ออือดีจริง
สมใจได้เชยเฉยฉากเกิดเป็นคนนี้ยากหนอผู้หญิง
มิทันไรก็สลัดซัดเททิ้งทอดตัวกลิ้งร่ำร้องแต่เบาเบา
ฯ ๖ คำ ฯ
โลม
น้องเอยน้องพี่ธุระมีก็ย่อมแจ้งกับใจเจ้า
จะใคร่อยู่สู่สมชมเคล้าเรือนเขาเจ้าจะให้อยู่อย่างไร
ค่อยค่อยช้าช้าจะมารับไม่สับปลับมารยาดอกหาไม่
จับมือนางวางประทับอุระไว้นี่มิใช่ฤาใจอาลัยรัว
ทึกทักจะร้างรักจนอกสั่นเป็นอย่างนั้นจริงเจ้าเห็นใจผัว
ใช่บ้านเมืองกลางป่าข้าไม่กลัวถึงจะนัวอยู่ด้วยกันตะวันแดง
ขุนช้างจะทำไมกับเราได้จะใส่ให้วิ่งล้มตะแคงแก้ง
จะได้แต่ตาปรอยหงอยเป็นแร้งจนใจกลัวระแวงราชทัณฑ์
ทำเอามือซับหน้าน้ำตาไหลไว้เยื่อใยเอาใจให้วายกระสัน
แม้นข้ามคืนวันนี้เสียทีครันขุนช้างมันก็เป็นมิตรแต่คิดคด
จะแก้แค้นแทนทำให้ถึงใจความจริงพี่มิได้โป้ปด
ออกไปข้างนอกด้วยกันเพียงชั้นลดบอกกำหนดแนะตำแหน่งเรือนวันทอง
ฯ ๑๒ คำ ฯ ทยอย
ว่าเอยว่าพลางประจงจูงมือนางออกจากห้อง
แสงเดือนแจ่มจำรัสผ่องพักตร์น้องขุนแผนมองหล่อนฉ่องละอองลออ
ยลหน้าดังหน้าจะแข่งแขจะจำแหห่างไฉนฉะนี้หนอ
ทรุดนั่งชั่วใจใคร่รั้งรอน้ำตาคลอจนใจจำไคลคลา
ฯ ๔ คำ ฯ ร่าย
บัดนั้นฝ่ายแก้วกิริยาเสน่หา
อิดเอื้อนมิใคร่บอกออกวาจาคิดในใจแล้วว่าวิงวอน
นึกกริ่งจริงจริงไม่เสกสรรจะเห็นอะไรกับฉันแต่ร่อนร่อน
เด็ดเดี่ยวยากไร้อนาทรท่านได้พบเมียก่อนหาไหนเลย
ความชอบถึงจะบอกห้องให้แต่พอได้ก็เบือนเชือนเฉย
จำจนจะต้องทนอยู่ตามเคยลึกแล้วเอ๋ยเมื่อใดจะได้พบ
จริงเจียวเหมือนหนึ่งเคี้ยวยันสลาไม่ทันจืดนิจจาพอปูนสบ
บอกแล้วว่าอย่าอย่าไม่ควรคบเวนใดมาประจบให้จำเป็น
จนใจใช้กรรมเสียเถิดนะนั่นแน่คะห้องวันทองที่ทำเข็ญ
ยังกระไรฤาข้าไม่ว่าเล่นฉันเห็นกับนายฉันเข้าพันพัว
ดูสนิทสนมกันนักหนาไหนจะผันหน้ามาหาท่านเจ้าผัว
ชั่งใครเป็นไรไม่เปียปัวคิดถึงตัวดีกว่าโศกาลัย
ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด
เมื่อนั้นขุนแผนเช็ดน้ำตาอย่าร้องไห้
หยิบโน่นฉวยนี่ทีเอาใจถึงจะไปคงจะกลับมารับน้อง
ตายเสียเมื่อไรไม่ได้มาฟังคำพี่ว่าอย่าหม่นหมอง
........
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองร้องว่ากระไรเอ๋ย
หม่อมทำนายฝันนี้ผิดทีเคยจะว่าเลยเล่นฤาจริงก็กริ่งใจ
ฟังฟังยิ่งหวั่นพรั่นจิตสำเนียงผิดขุนช้างนางสงสัย
เอามือคลำเนื้อตัวทั่วไปขนอกขนใจก็ไม่มี
ลูบดูคอคางก็ว่างเปล่าหนวดเคราหมดไปเสียไหนนี่
ผิดกายชายเกรงเพลงผิดทีผิดแล้วสินี่ใครดูแบบบาง
ลุกขึ้นเขม้นเห็นขุนแผนยิ่งแสนแค้นขุ่นข้องหมองหมาง
แลเหลียวมาเห็นขุนช้างกลิ้งอยู่ข้างเตียวอนาถใจ
ถลามากอดผัวตัวสั่นคิดว่าขุนแผนฟันเสียตักษัย
ผลักพลิกดูแผลแลทั่วไปเห็นยังผ่อนหายใจค่อยคลายกลัว
สั่นปลุกลุกขึ้นเร็วเร็วเจ้าขโมยขึ้นเรือนเราแล้วหม่อมผัว
จะหยิกตีเท่าใดไม่รู้ตัวชั่งชั่วนี่กระไรไม่ลืมตา
ฯ ๑๒ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนแค้นขัดสหัสา
ว่าแก่วันทองดีแล้ววาไม่คิดน้ำหน้ากันมั่งเลย
เช่นหน้าข้ากระนี้ฤาผู้ร้ายสมบัติชู้มากมายเจียวฤาเหวย
เห็นกูลักของใครมือไม้เคยทำเฉยราวกับไม่รู้จักกัน
นางเมียเศรษฐีดีหนอทำตัวสั่นตัวงอปลุกชู้ขัน
ปลุกขึ้นเร็วเร็วจะไม่ทันชู้เองกูพรั่นกลัวฝีมือ
ดูหน้าข้าก่อนก็เป็นไรองค์เธอฤาใช่หาไม่ฤา
แผดเสียงขึ้นไปเถิดให้เขาลือกอดชู้ร้องอื้อไม่มีอาย
วันทองเอ๋ยเก้อละเมอเพ้อหลงผัวมึงมั่นคงฤาคนง่าย
มั่งมีเงินทองเต็มสบายคงได้กอดชู้ตายแล้ววันนี้
ทำกึกกักคึกคักชักดาบฟันให้เลือดไหลอาบอยู่กับที่
เร็วเร็วปลุกชู้ขึ้นดูดีให้มันสู้กูซีปลุกให้ลุก
เอออะไรไม่คิดถึงคราวยากทำห้ำหั่นบั่นบากชิงสุก
สนุกนักมันมักได้ทุกข์ไล่ลุกกูจะฟันทั้งผัวเมีย
ฯ ๑๔ คำ ฯ
หวีดเอยหวีดหวาดใจจะขาดกลัวจะฆ่าขุนช้างเสีย
กลัวก็กลัวปลุกก็ปลุกคลุกเคลียน้ำตาเรี่ยไม่รู้สึกก็นึกแค้น
ตายร้ายตายดีก็ทีหนึ่งข้าไม่พึ่งใบบุญเจ้าขุนแผน
พยาบาทมาดหมายทดแทนใจพรั่นปากแปร้นท้าทาย
จะทำอย่างไรก็เร่งทำเข้าฤาแผ่นดินของเจ้าพูดง่ายง่าย
แม้นข้ากับขุนช้างนี้วอดวายถึงตายก็คงกระดูกร้อง
รู้แล้วว่าทหารมีฝีมือเชิดชื่อในอยุธยาไม่มีสอง
ป่านนี้จะมากลับคิดตริตรองถึงคราวยากนั้นไม่ต้องกับทำระยำ
คนชั่วข้าก็อยู่ประสาชั่วสุดที่กลัวแล้วเจ้าเคราแดงก่ำ
สารพัดแสร้งใส่ใจยังจำจะมาลำเลิกนั้นด้วยอันใด
ข้าเถียงฤาว่าไม่ได้เป็นเมียแต่เจ้าทอดทิ้งเสียไม่รักใคร่
ขุนช้างเขาจึงขอข้ามาไว้แกล้งลอยช้อนตักอะไรเจ้าคนพาล
ครั้งหนึ่งพาอีลาวมาให้ด่าถึงตีนท่าหน้าเรือนตะพานบ้าน
ประเดี๋ยวประเดี๋ยวแกล้งกลับมาประจานจะว่าอะไรก็โรงศาลของท่านมี
จะมาค่อนด่าใครว่ามีชู้นึกดูก่อนเป็นไรกระนี้นี่
สับปลับปลับปลิ้นสิ้นทีว่าวันทองไม่ดีชั่วตัดรอน
เจ้าทิ้งไว้ไปมีเมียจึงมีผัวใครบั่นบากนี่ตัวออกหากก่อน
เพื่อนรั้วหัวบ้านรู้ขจรขึ้นเรือนเขาคนพลอนฤาใช่โจร
ฯ ๑๘ คำ ฯ
ร่าย
น้ำเอยน้ำคำน้อยฤาแปลกเปลี่ยนน้ำกระทั่งโขน
หากผุดมุดลงแก่งเชี่ยวโชนหินผาจะสู้โดนไม่ย่อท้อ
ท้าทายจะให้กลับไปร้องฟ้องมั่งมีเงินทองแล้วขันก้อ
ขุนช้างมันเคยเกลี่ยไกล่ไปป้อยออ้ายพ่อไกรศรีทุกทีความ
เชื่อดีไกรศรีไปเถิดวะถ้อยความจะชนะไม่พักถาม
เป็นไรไม่เข้าไปช่วยกันติดตามลามปามฝืนฝ่าค้าอัปรีย์
ห้ามเหล็กลักเหล็กประทุกเรือฉ้อเขาเป็นเบือเขาฟ้องมี่
ชิงเชือดคอตายอ้ายอัปรีย์ชวนขึ้นศาลเชื่อดีซิน่ากลัว
อย่ายาวความเหวยจะถามวันทองน้อยค่อยค่อยคิดบ้างฟังคำผัว
ได้ผิดแล้วอย่าถือดื้อเมามัวแม่เอ่ยชั่วสละได้ก็คงดี
การเกินแต่หลังไม่ถือแล้ววันทองน้องแก้วจงเชื่อพี่
จะมารับกลับไปประเดี๋ยวนี้ใช่ที่จะมาล่อลวงน้อง
จริงจริงจะสบถก็เจียนได้ตั้งแต่จากเจ้าไปแต่เดือนสิบสอง
ไม่วายว่างคะนึงถึงวันทองขึ้นสวรรค์อย่าพ้องปดเลย
วิงวอนโดยดีนี่คิดไฉนจะไปฤามิไปแม่คุณเอ๋ย
อย่าซบซอนช้อนคางขึ้นให้เงยจะบู้บี้ไม่เสบยไม่เข้ายา
เจ้าก็คนปัญญาดีทีฉลาดพิเคราะห์ดูลำมากเขากับข้า
ขุนช้างสู้ได้ฤาแก้วตารูปร่างวาจาทีท่าทาง
สองเอาหนึ่งสามเอาหนึ่งก็ต่อได้มีไข่ไก่อย่าเล่นเลยกับไก่ล่าง
ขุนช้างเหมือนระตูตามกวางอิเหนาร้างปลอมแปลงก็มีฤทธิ์
แม้นมิปลงใจไปด้วยกับพี่จะผูกมือเข้าตีเอาความผิด
จะละลดกันนั้นอย่าพึงคิดจ้อยร่อยจิริดคร่าเอาไป
คนทั้งเรือนอย่าเข้าใจว่าใครตื่นไม่คลายสะกดฟื้นตื่นไม่ได้
จะเฝ้าปลุกขุนช้างอยู่เมื่อไรชั่งจิตชั่งใจแล้วบอกมา
ฯ ๒๔ คำ ฯ
เมื่อนั้นวันทองได้ฟังขุนแผนว่า
วนเวียนเปลี่ยนใจไขว่ปัญญาโลเลเสน่หาเล่ห์ลมลิว
กริ่งจะจริงฤาหนอยังรอรักเห็นหาญหักมุมุ่นทำฉุนฉิว
หม่อมขุนแผนนี้น้ำใจมักไหวปลิวโยเยเผลพลิ้วไม่ยั่งยืน
พ่อขุนช้างรูปโพล่โง่จริงอยู่สิ่งดีใครไม่รู้อยู่หาอื่น
หม่อมเอ๋ยรักแล้วจะกลับกลืนเคยขื่นขมเผ็ดฉันเข็ดแล้ว
ลาวทองต้องติดเป็นชาวสะดึงนั่นแลจึงกลับมารับฤาหม่อมแก้ว
หาไม่ไหนจะได้มาวี่แววน่าเสียดายจัดแจ้วจำนรรจา
รูปร่างอีลาวราวรังสรรค์เต็มขยันหน้าหนอไม่แกล้งว่า
สุดที่จะคาดค่าว่าราคาสองสลึงแล้วอย่ามาต่อเลย
จริงฤาไม่ลาวทองนี้ยอดรักนี้ทอดดวดตกคลักฤาหม่อมเอ๋ย
ไม่ติดตามมาให้ได้ไว้แชเชยไม่ขันเลยนี่ใครจูงจมูกนาย
แล้วพาโลว่าชอบกับไกรศรีโกรธเขาแล้วซีต้นกฎหมาย
เขาวางบทอีลาวต้องติดตายเป็นชาวสะดึงไม่วายว่างเย็บ
จะเอาไปแก้ขัดผลัดอีลาวแม่เจ้าเอ๋ยใครจะไม่เจ็บ
คราวจะเป็นไม่เห็นดีเท่าขี้เล็บชั่วที่ไหนไล่เก็บใส่ความคน
ฉันเชื่อแล้วหม่อมจ๋าอย่าสบถจะสะบัดเสียให้หมดลิ้นสิ้นขน
แม้นใคร่ได้ลาวทองคืนอย่าร้อนรนจะช่วยเดินเหินบนคุณในวัง
ฯ ๑๘ คำ ฯ
ร่าย
วันเอยวันทองสำนวนน้องราวกับเหล็กดีตั้ง
ไม่รู้เท่าเหมือนภูเขาเส้นผมบังว่ากันแต่จริงจังอย่าแชเชือน
ขุนช้างนั้นระตูจรกาวันทองบุษบาแม้นเหมือน
อันอิเหนานี้พี่เป็นเจ้าเรือนอย่าบิดเบือนเลยเรานึกว่าสึกชี
หนกระหายหมายมาคว้าสัมผัสรวบรัดไยปัดมือพี่
ใช่ว่าไม่เคยเมื่อไรมีท่วงทีสันทัดอยู่ด้วยกัน
บทอิเหนาในเรื่องเผาเมืองก่อนจึงได้ผ่อนพานางผายผัน
นี่จะให้เผาบ้างเหมือนอย่างนั้นฤาจึ่งวันทองพี่จะลีลา
หยิบเอาไต้ไปจุดที่ตะเกียงเดินเมียงจะไปเผาเอาริมฝา
ขุนช้างขุนช่อยช่างมันวาได้แต่เมียของข้าจะพาไป
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
พ่อเอยพ่อคุณอย่ามุมุ่นอย่างนี้หาดีไม่
ปากว่าใจพรั่นหวั่นอกใจวิ่งเขาไปดับไฟยึดไม้มือ
กลัวว่าขุนช้างจะวอดวายอุบายว่าของของฉันมิไหม้ฤา
ฉุดบั้นเอวกะแหย่งแย่งยื้อเอ็นดูน้องน้อยอย่าดื้อจะบาปกรรม
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนเห็นเป็นที่ขยี้ขยำ
คาดคั้นข่มขู่เอาถ้อยคำห้ามแล้วก็ไม่ทำจะตามใจ
ว่ากันแต่จริงอย่าแชเชือนเหย้าเรือนก็หาเผาจุดไม่
ขุนช้างก็จะให้ชีวิตไว้แต่มาไปด้วยกันแต่โดยดี
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองหลีกเลี่ยงเบี่ยงหนี
กลัวขุนแผนจะราฆ่าตียอมแต่ปากว่าไปซีแต่วาจา
ยังอาลัยผัวใหม่ใจอึดอัดการสัมผัสร่วมรสเสน่หา
ไม่เอื้อเฟื้อกระไรนักรักระอาแต่ทว่าเงินทองของพัวพัน
เคหาโอฬารึกนึกเสียดายใจหายว้าเหว่เหหัน
หม่อมขาจะมาพากลับไปนั้นอัศจรรย์ฉันคิดไม่เห็นเลย
ชื่อว่าชั่วก็มีผัวใหม่แล้วพ่อพลายแก้วทำอย่างไรนี่หม่อมเอ๋ย
เคี้ยวคายคายแล้วยังไม่เคยชอบแต่เลยไปบางกอกดอกจะดี
ติดตามอีลาวชาวจอมทองมาประคองเคียงพักตร์จักถูกที่
จะต้องการฉันไปทำไมมีคนเช่นนี้หม่อมฤาจะรื้อรัก
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ลิ้นเอยลิ้นลมเจ้าคารี้สีคารมคมคายหนัก
เหม่อุแหม่แล้วแลชวนแขชักยิ่งกว่าใครไม่รู้จักทำนองเจียว
จะว่าอะไรไม่พอใจได้ยินหมดอย่าเลี้ยวลดให้ช้าว่าแก้เกี้ยว
ไปไม่ไปอย่าบิดบูดพูดคำเดียวจะหน่วงเหนี่ยวใจข้าเร็วก็ย่อมรู้
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
หม่อมเอยหม่อมขาข้าวของน้องหนักหนายังมีอยู่
ไม่ขืนขัดน้ำใจได้เอ็นดูงดสักครู่พอได้เก็บติดตัวไป
แก้วแหวนเงินทองของละเอียดจักแทรกเสียดพอกำลังเอาไปได้
จริงจริงหนาครั้งนี้ไม่ไว้ใจหม่อมทิ้งเสียเมื่อไรได้เลี้ยงตัว
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
แสนเอยแสนงอนสาระวอนล้วนแต่ไม่ไว้ใจผัว
กระนั้นแหละจริงไขว่เปลี่ยนนัวของอยู่ไหนค้นให้ทั่วแล้วอย่าช้า
อะไรอร่อยจะเอาไปก็ตามทีแต่ลูกจิงจ้อของดีนั้นแลอย่า
แม้นไม่ฟังขืนเอาไปได้โกรธาฟ้าผ่าผิดทีตีให้ตาย
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
ค้อนเอยค้อนให้เสียน้ำใจจำจนต้องขวนขวาย
ลุกขึ้นเที่ยวหาคว้ากระทายฟูมฟายน้ำตาเข้าห้องพลัน
ฯ ๒ คำ ฯ เพลงเร็ว
ร่าย
ขุนแผนเยื้องย่องตามมานึกในใจว่าเมียข้ามันน่าขัน
ปิดปากหัวร่ององันจะไปเอาอะไรนั่นที่ห้องใน
ฯ ๒ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองหม่นหมองร้องไห้
ฝันเห็นตรงแท้แน่แก่ใจจะผ่อนผันฉันใดก็เต็มที
ฯ ๒ คำ ฯ
             

ร่าย
โอ้เหมือนว่าคราววสันต์พันดักเดี้ยชอบแต่ตายเสียไปเป็นผี
วันทองเอ๋ยสุดคิดแล้วครั้งนี้น่าที่จะมีแต่อัประมาณ
ผัวใหม่พึ่งไม่ได้ปลุกไม่ลุกผัวเก่าบุกรุกหักหาญ
จะขืนขัดก็จะวอดวายปราณเข้าเงื้อมมือมัจจุการต้องจำจน
เข้าเข่นขู่มีแต่ถูกลากกระชากเนื้อวิบากกรรมเวรไม่เป็นผล
พะว้าพะวังสิ้นทีทำวี่ทำวนเหมือนหนึ่งนกต้องมนตร์จนน้ำใจ
ขุนช้างถึงรู้ชั่วน้ำใจดีชู้เมียก็หามีที่ไหนไม่
สารพัดมั่งมีทุกสิ่งไปเหย้าเรือนทำให้สนุกนัก
จะทำอะไรตามใจไม่ฝ่าฝืนยายนอนแล้วจำขืนสมานสมัคร
ซุ่มซ่ามนี่กระไรไม่น่ารักชาติผู้ดีมีศักดิ์สลึงเฟื้อง
ฯ ๑๐ คำ ฯ รวิราย
ร่าย
ครวญพลางทางตริไปมาหม่อมขุนแผนยศถาเธอฟุ้งเฟื่อง
เป็นแม่ทัพมีชัยได้บ้านเมืองกรุงกระเดื่องยอดทหารชาญณรงค์
แต่รุ่นราวคราวหนุ่มจนป่านนี้ยั่งยืนเต็มดีท่วงทีระหง
งามจริตกิริยาทรวดทรงหยิบหย่งสมุนไพรไม่เป็นเลย
ถึงกับลูกเจ้าพระยาสู้กันได้ตาดีสุดใจพ่อคุณเอ๋ย
คมกริบดังจะหยิบออกชูเชยชวนเสวยรสร่วมฤดีดาล
ชายใดจะเสมอไม่มีสองเสน่ห์น้องจริงจิตยังคิดสมาน
แต่ทว่าจนใจได้เกินการจะทนทานเชิดหน้าระอาอาย
บ่นพลางทางค้นข้าวของเงินทองรูปพรรณมากหลาย
สายสะอิ้งสร้อยอ่อนใส่กระทายแหวนรังเรือนรายเนื่องยักกะตรา
เอาผ้าผ่อนดีดีปิดข้างบนนึกอะไรได้ค้นใส่ใต้ผ้า
หยิบโน่นเสียดายนี่เช็ดยีตาสุชลอาบพักตราคราบหมองมัว
จนแล้วสู้ฟันกันอีกหนเชิงชนย่อมรู้อยู่หม่อมผัว
อีลาวนั้นก็ไม่อยู่ยังแต่ตัวดีกับชั่วนั้นย่อมแจ้งกับโลกีย์
ฯ ๑๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนแฝงฟังสิ้นถ้วนถี่
วันทองไปไหนเล่าเจ้าตัวดีทำไมเห็นเอ๊ะหนีกันฤาไร
ว่าจะมาเก็บของสักประเดี๋ยวหายไปเที่ยวหาหาเห็นไม่
ชะรอยจะแพลงพลิกชุกชิกใจเมื่อกี้ใครนั่งบ่นเพ้อพก
นินทาว่าร้ายกันลับหลังดีบ้างชั่วบ้างทำคับอก
คนสองใจมันมักไพล่ไปนรกเพราะหม่อมผมดกจะตกลึก
แอแหนี่แน่นั่งอยู่นี่ไหนจะดีเล่าน้องเฝ้าตรองตรึก
เท่านั้นเถิดอย่าเปลี่ยนใจให้ไขว่นึกป่วยการดึกดื่นแล้วอย่าเรรวน
ก้มมองดูหน้าน้ำตาคล่ำร้องว่ากรรมจะมาซ้ำด้วยคำสรวล
ไม่พอที่เลยจะให้หน้าหายนวลเออไม่ควรจะมอมเป็นแมวคราว
วันทองเอ๋ยดูรูปขุนแผนเล่นพี่นี้เห็นอาจอ้อพอเกี้ยวสาว
แม้นว่าจะเล่นข้างเต้นกราวเป็นรองเจ้าบ่าวใหม่อ้ายทรยศ
ดีแล้วที่น้องจะฟันสู้มันพันตูกันอีกหนดูทนอด
อย่าทำเก้ออ่อนคอท้อระทดเก็บของเสียให้หมดเร็วอย่าช้า
ก้มลงมองค้นของให้กระทายแหวนเก่าจำด้ายนี่ของข้า
ขุนวิเชียรขาหักไปยักกะตราเขาซื้อมาข้าขอปันไว้
เมื่อครั้งสมสู่อยู่กับเจ้าจริงฤาไม่เล่านี่เราให้
ไม่ลำเลิกดอกน้องอย่างหมองใจกลัวจะลืมไปจึงตักเตือน
ฯ ๑๔ คำ ฯ
ร่าย
อายเอยอายใจแสแยแล้วใครไม่มีเหมือน
ได้เกินเก้อพูดเร่อแชเชือนกลบเกลื่อนเขินค้างหมางระอา
เร่งกระไรหายใจไม่ใคร่จะทันมือสั่นหยิบไม่ถูกแล้วหม่อมขา
ค้นถุงเงินปลีกที่เปลี่ยนมาจากคุณย่าท่านท้าวเทพอากร
ใส่ลงในกระทายยกกระแทกประชดประชันดันแดนไม่หยุดหย่อน
จะพาหนีไปข้างไหนให้พ้นร้อนซุ่มซ่อนจะมิให้ใครเขารู้
แล้วจะเหมือนอ้ายอนุอีคำปล้องเที่ยวจองคร่องหันเหเซซังอยู่
พาไปพามาน่าเอ็นดูทำเล่นเช่นลักชู้ให้ได้อาย
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
ขุนแผนร้องว่าอุแม่เอ๋ยกระไรเลยพึ่งรู้สึกว่าเดือนหงาย
คราวมืดมัวไม่กลัวเขายินร้ายมาคิดอายต่อทีหลังกระทั่งโกร่ง
มันไม่เหมือนอ้ายอนุอีคำปล้องไม่ควรน้องจะไปเปรียบคนตายโหง
อ้ายคนต้นขบถคดโกงเป็นบ้าลำโพงมุทะลุ
เชื่อฟังถ้อยคำอ้ายราชวงศ์มันยุยงพ่อมันอ้ายอนุ
อ้ายปาศักดิ์สุทธิสารพลอยเสี้ยมยุพากันติดเรือนตรุต้องเวรจำ
จะชักยาวสาวยืดไปไยเล่าไปก็ไปเถิดเจ้าอย่าครวญคร่ำ
ทอดอาลัยเสียเถิดตัวเจ้ากรรมอ้ายหมาเน่าลอยน้ำท้องพึงพอง
ฤาไม่ไปจะให้พี่อยู่ที่นี่เออก็ดีอยู่มิดชิดเป็นหับห้อง
มาเข้าหอใหม่กันเถิดวันทองนอนที่นี่ก็ตามน้องคะนองโลม
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ช้า
เจ้าเอยเจ้าพี่มาย่าดีใหม่น้องประคองโฉม
เอนอิงพิงแอบแนบตระโบมจ้วงกระโจมโน่นนี่รู้ทีกัน
ปิดป้องโดยทำนองเชิงสัมผัสอะไรเจ้าเฝ้าปัดสลัดผัน
อุแม่เอ๋ยจากมาไม่ช้าวันแก่หัดครันครันขยันเจียว
ปรานีผัวเก่าบ้างอย่างหมางสวาทพี่เต็มอาจคึกก้อจ่อใจเสียว
เคยเลี่ยมอ๋อปันกันเป็นทุนเดียวมาทำตาขุ่นเขียวค่อนพิไร
ฯ ๖ คำ ฯ
น้อยเอยน้อยฤาดูดู๋ดื้อบัดสีสิเป็นได้
ไม่เคยเห็นเช่นนี้เลยผิดใจอีลาวมันหัดใหม่จนตะกลาม
น่าอับอายราวกับตายไส้ขาดดูประหลาดฤาแสร้งแกล้งหยาบหยาม
ไปไหนก็ไปจะไปตามจะว่าที่พระรามเดินไพร
ลุกขึ้นปัดปัดสะบัดสะบิ้งไยยังนิ่งหยุดยั้งนั่งไถล
คว้ากระทายได้เดินตรงไปทำอะไรอยู่เล่าเจ้าจอมพลาย
ฯ ๖ คำ ฯ
ขุนแผนว่าแม่เอ๋ยนางถั่วขัดเอาแต่ตามถนัดไม่เบี่ยงบ่าย
กระหายห่างร้างมาแต่ปีกลายจึงได้ตายไส้ขาดแกนตะกลาม
ดูเยี่ยงวันทองเล่าเจ้าพี่คู่ผลัดมีตีทุกวันประจันสนาม
ลาวสอนใหม่ไม่เหมือนไทยจึงได้ตามรูปงามเชื่อได้เป็นไรมี
ไหนไหนก็คงไม่ว่างผัวนี่แลตัวตัวดอกสร้อยเกศี
จะว่ากล่าวยาวยืดจะช้าทีเออกระนี้แล้วจะให้เป็นพระราม
ก็จะพาเอาสีดานงลักษณ์ไปให้พ้นทศพักตร์ยักษ์ซุ่มซ่าม
ถ้าน้อยหนึ่งเถิดเจ้าโฉมงามลุกขึ้นเดินตามเมียงออกมา
ฯ ๘ คำ ฯ
มาถึงหน้าเตียงห้องนอกเย้าหยอกวันทองทำป้องหน้า
ชี้ว่านี่แน่อสุราที่มันลักสีดามาเชยชม
นอนนิ่งกลิ้งทูตอ้ายอูฐอัดมาดูเสียให้สนัดจะร้างสม
ทศกัณฐ์ตัวนี้หัวเกลี้ยงกลมปั้นยากกว่าขนมต้มรามัญ
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เจ็บเอยเจ็บจิตวันทองคิดอายใจไหวหวั่น
รื้ออาลัยผัวใหม่ดาลแดยันชำเลืองแลแปรผันแก้วตาพราย
กระดากเก้อเดินเร่อเกินพ้นจำจนจะกลับก็ไม่ได้
กลัวอาญาขุนแผนจะวอดวายนัยน์ตาลายสะดุดประตูเซ
กระทายหกของตกก้นกระแทกเก้อตะกายเล็บแกรกแล้วกล่าวเส
เคราะห์รื้อน้อยใหญ่ให้โยเยแหวนทองกลาดดาษชะเอเก็บชุลมุน
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
ร้องเอยร้องว่ากบที่ไหนเล่ามาจึงจับวุ่น
ปล่อยมันเสียเถิดเจ้าเอาบุญแต่อย่าให้ต้นทุนขาดลอย
เก้อเกาเล็บเล่นไม่เห็นขันทำไมนั่นยังนั่งทอดละห้อย
เข้าช่วยเก็บของให้อย่าตะบอยช้าอีกหน่อยจะรุ่งโพลงขึ้นโด่งแดง
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นกุมารทองเมียงมองประตูแฝง
เห็นวันทองพลั้งพลาดล้มตะแคงทำเป็นแกล้งร้องว่าอย่าพ่อพลาย
แม่แกผิดทีเดียวเท่านั้นดอกอย่าตีก้นให้ชอกช้ำถลาย
ทำคลับคล้ายมิให้เห็นกายว่าแม่จ๋าฉันไม่วายคิดถึงเลย
จากมาอยู่ที่นี่นี้สบายฤาซังตายด้วยโกรธพิโรธเอ๋ย
กำพร้าแม่อดกล้วยไม่เสบยแม่คิดถึงบ้างฤาเฉยลืมลูกไป
ฉันเตือนพ่อบ่อยบ่อยให้มารับลาวทองเขากำกับไม่มาได้
ขึ้นชื่อลาวนี้ฉันชังมันสุดใจรักแม่ไทยมากกว่าหนาว่าจริง
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
เสียงเอยเสียงแจ้วแว่วแว่วไม่ถนัดคะนึงนิ่ง
นี่เสียงใครคิดระแวงแคลงประวิงตรึกกริ่งจำได้เหมือนจะรู้
นึกได้คล้ายเสียงกุมารทองขมุกขมัวพิศมองอยู่เป็นครู่
กุมารทองสำแดงกายออกให้ดูไม่ได้อยู่ด้วยกันกี่วันมี
แปลกฉันไปฤาหม่อมแม่ขาวันทองว่าพ่อมาด้วยฤานี่
คิดถึงความเก่าเศร้าโศกีไม่พอที่เป็นทั้งนี้เพราะอีลาว
ออกชื่อลาวทองกระทั่งหูดังเพลิงพลามวามวู่โชนฉาว
ตั้งคอก่อแคะแกะเรื่องราวพ่อจ้าวเถิดจงเห็นที่จริงใจ
นี่ไม่กลัวผู้กำกับเขาดอกฤาพ่อกุมารหม่อมจึงดื้อมาได้
น้อยจิตคิดคิดไม่ใคร่ไปเจ็บใจชอกช้ำคำคุณเมีย
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
ขุนแผนได้ยินผินมาว่าลูกข้าจะยั่วลมล่มเรือเสีย
กุมารทองแกล้งแล้วให้ปัวเปียพ่อไกล่เกลี่ยเรียบร้อยอยู่ถ้อยคำ
เอาลาวทองมาออกชื่อจนอื้ออึงรื้อตะบอยตะบึงพิไรร่ำ
ดูเถิดไม่ว่าเล่นเลยเจ้ากรรมจ่อจุดลุกแล้วหาน้ำมาดับไฟ
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นกุมารหัวร่อร่าว่าแก้ไข
โทโสมาแขกแปลกเปลี่ยนใจไม่เป็นไรดอกพ่ออย่าโกรธา
ที่หม่อมแม่วันทองท้อถอยหลังรอรั้งไม่ไปไว้งานข้า
จะวิงวอนผ่อนผันให้เต็มประดาว่าแม่จ๋าอย่าถือพ่อฉันเลย
ครั้นนั้นลาวทองมันให้กินมดหลงละเมอเยอยศไปแม่เอ๋ย
รู้สึกผิดได้คิดไม่มีเสบยมาไปเถิดแม่เอ๋ยอย่าเฉยเชือน
ตั้งแต่นี้ฉันจะเป็นนายประกันมิให้พ่อเป็นอย่างนั้นเปรอะเปื้อน
ลาวทองไม่ให้กลับมาขึ้นเรือนเขาไปเสียหลายเดือนแล้วจริงจริง
แล้วผินหน้ามาว่าแน่ะคุณพ่อแม่ฉันขอความสัตย์ไว้อีกสิ่ง
ลาวทองนั้นให้สลัดซัดเททิ้งให้สมกับมันหยิ่งสาระดอง
ฝ่ายแม่ฉันจะแก้ประกันด้วยกับขุนช้างรูปรวยจองคร่อง
ไม่ให้มีเยื่อใยกลับใจปองจะผ่าสองเสียให้เสร็จเด็ดรัก
ขุนแผนวันทองจึ่งว่าตามใจลูกยาไม่หาญหัก
กุมารทองหัวร่อก้อกั๊กดีใจนักอย่าช้าเลยมาไป
วิ่งเข้ามาหยิบยกเอากระทายหนักจะตายฉันจะช่วยเอาไปให้
ทั้งสามก็ตามกันคลาไคลออกประตูเรือนใหญ่ถึงนอกชาน
ฯ ๑๖ คำ ฯ เพลง
แผ้วเอยแผ้วหล้าจันทราแจ้งกระจ่างสว่างบ้าน
ดังจะจับมดได้ก็ไม่ปานบ่ายหน่อยคล้อยบรรณสารดารินเรือง
ดาวจระเข้ผกผันหันเศียรกลับซ้อนสลับดาวรุ่งขึ้นฟุ้งเฟื่อง
ประกายพรึกสุกฉ่ำประจำเมืองขึ้นค้างเบื้องบูรพทิศตามฤดู
สำคัญตระหนักว่าจักจวนรุ่งขุนแผนไม่ดาลสะดุ้งเชื่อมืออยู่
ถึงสว่างเพื่อนบ้านใครจะรู้ตามมาก็จะสู้กูไม่ลด
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
วันทองเห็นของที่นอกชานรอยต่อยแตกฉานระยำหมด
จึงกล่าววาจาว่าประชดนี่คนคดที่ไหนทำรังแก
ถอนต้นไม้รื้อเขาเราเสียด้วยมอดม้วยข่มเหงเล่นทีเดียวแหล
ตุ่มอ่างกระถางโอ่งแอทุบเสียนี่แท้พาลพาโล
ของทั้งนี้มันทำไมอะไรเล่าหนักเบาใครแบกไว้ได้โมโห
ทำกระไรได้รู้จักคนเฉโกอวดดีฤาโง่ทำเช่นนี้
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นกุมารทองร้องว่าอย่าจู้จี้
ถึงอาลัยก็ไม่กลับคืนดีของเช่นนี้ใช่ที่ไม่ต้องการ
ใครเล่าทุบต่อยแตกย่อยยับคุณพ่อกับฉันเองทำเพ่นพ่าน
หาเอาใหม่ก็จะได้อย่ารำคาญทำสิ้นอาลัยบ้านจะได้ไป
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนหัวร่อร่าว่าแก้ไข
โอ่งอ่างกระถางใส่ต้นไม้เขาห้วยของใครข้าไม่รู้
คิดว่าของขุนช้างก็ต่อยเล่นกลับเป็นของวันทองน่าอดสู
พี่ขอโทษอย่าโกรธได้เอ็นดูไม่ได้อยู่แล้วอย่าอาลัยเลย
ขุนแผนพาวันทองรีบไคลคลาถึงเรือนแก้วกิริยาหักใจเฉย
รื้อถอนใจอาลัยไม่เสบยทำเป็นเปรยถามวันทองว่าห้องใคร
วันทองว่าห้องแก้วกิริยาขุนแผนว่าหน้าตาเป็นไฉน
สาวแก่แม่ม่ายเมียผู้ใดลูกเต้าเหล่าไหนจะใคร่รู้
ยินชื่อมีความกรุณาใคร่แวะดูหน้าตาอย่างไรอยู่
ไฉนน้องวันทองโฉมตรูให้แวะดูหรือไม่น้ำใจเรา
จะไปแต่หญิงเดียวเปลี่ยวนักลักเอาไปใช้สอยเป็นไรเล่า
พอเป็นเพื่อนได้ใช้การหนักเบาเอาฤาเจ้าเห็นเป็นทีพี่หารือ
ฯ ๑๒ คำ ฯ
ร่าย
ได้เอยได้สดับหวั่นใจไหววับกระไรหรือ
นี่มาแวะแทะเล็มเล่นหัวมือดอกกระมังทำไขสือสวนรอย
แล้วกิริยากุมารทองคะนองแย้มทำกระแอมแกมสรวลสำรวลบ่อย
จะทำตกกระไดโจนโผนลอยหม่อมจะแวะจะว่อยก็ตามใจ
แก้วกิริยารูปเล่าเขาไม่ชั่วจะเอาไปแทนตัวฉันฤาไฉน
ตบมือได้กันเถิดเป็นไรฉันดีใจจะได้กลับไปหลับนอน
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นนวลแก้วกิริยาโฉมสมร
แต่ขุนแผนจากไปใจอาวรณ์ทุรนร้อนแรงรุมกลุ้มรัก
ด้วยไม่เคยร่วมชมสมสังวาสปะประหลาดประเดี๋ยวใจอาลัยหนัก
นอนนั่งตั้งวิตกอกทึกทักชมประวิชต่างพักตร์พิไรครวญ
ฯ ๔ คำ ฯ
โอ้
โอ้เหมือนฟ้าแลบแปลบตามาได้แต่เวทนาฟูมกำสรวล
กลิ่นอายยังตรลบอบรัญจวนนี่เนื้อกรรมมาประมวญประมาททำ
พรากสัตว์ให้พลัดคู่ร้างจึ่งเจาะจังหวังบ้างไม่ข้ามค่ำ
ชื่นประเดี๋ยวเปลี่ยวลำบากจากระยำก้มหน้าใช้กรรมร่ำโศกา
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
ครั้นวายกำสรดแว่วเสียงสดับสำเนียงเอียงหูฟังรู้ว่า
ชะรอยหม่อมจะพาวันทองมาเสียงจ้าดังฉอเลาะเกาะแกะกัน
จึงลุกรีบมาแอบแง้มประตูเปิดออกมองดูขมีขมัน
เห็นหม่อมขุนวันทองสองพัลวันกับเด็กคนหนึ่งนั้นน่าเอ็นดู
ลูกใครมาแต่ไหนไม่รู้จักไม่ถามทักเมียงมองฟังอยู่
นี่เอาลับออกมาไขให้กันรู้ฤาจึงแว่วเข้าหูออกชื่อเรา
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนว่าแก่วันทองนี่แน่เจ้า
อะไรนี่มีแต่จะโดนเดาใครบอกเจ้าเปล่าเปล่าว่าเราแวะ
ฉิฉะจะให้ไปเปลี่ยนตัวยังรักผัวหัวล้านอยู่นั่นแหละ
แต่กุมารหัวร่อพอข้อแคะชวนฉอเลาะเขาะแกะจะไม่ไป
กุมารทองลูกข้าหน้าทะเล้นเคยเป็นเช่นนี้มาแต่ไหน
ทำไมนั่นข้าจะได้ตกกระไดถ้าตกจริงไม่ไว้วันทอง
คงจะถูลู่ลากลงไปด้วยเจ็บป่วยมอดม้วยคงเป็นสอง
ข้าหารือโดยซื่อปรองดองน้อยฤาน้องจิตใจเออเช่นนี้
เชิงข้างหึงแล้วว่องไวดังไฟจุดแว่วสักนิดอุตลุดเหมือนบ้าจี้
มันร่อยหรอสึกไปเมื่อไรมีไปคนเดียวก็ตามทีช่างเป็นไร
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองร้องว่าขันนั่นมิใช่
ว่าข้าชั่วแล้วอย่าพาเอาข้าไปรังกะตุ๋ยถุยอะไรเป็นเช่นนี้
ที่ข้างแระแวะค่างแล้วปรากฏดีชั่วไม่เลือกหมดไม่บัดสี
เว้นเสียไม่เห็นเล่นแต่หางมีวิฬารีแลไม่ได้เป็นภรรยา
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้นกุมารทองเห็นอึงจึงร้องว่า
รำคาญหูดูดู๋แหกขี้ตาเพื่อนบ้านเขาว่าเขาจะนอน
อะไรมาหึงลมระงมอื้อจริงแล้วฤาแม่ขาฟังข้าก่อน
พ่อแกแวะซื้อพลูดูละครหน่อยหนึ่งดอกไม่ยอกย้อนอย่าร้อนใจ
ฉันเป็นพยานรู้อยู่ทั้งคนเธอรีบร้นมาตามแม่แลข้อใหญ่
จริงหนาแม่พอแกไม่แชไชห้องนี้หลงเข้าไปดอกจริงจริง
สักประเดี๋ยวก็กลับออกมาเร็วนักหนาไม่ทันสมภิรมย์หญิง
เห็นหน้าตากันฤาไม่ใจประวิงฉันก็กริ่งเห็นพ่อจะพอใจ
คะนองหัวยั่วล้อทั้งพ่อแม่แอแฮแต่ละน้อยพลอยกันไขว่
ขอเสียเถิดจะช้าเรามาไปเข้าผลักไสฉุดคร่าพาดำเนิน
ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง
ร่าย
บัดนั้นแก้วกิริยามองแลชะแง้เหิน
ลับตาเขาพากันเดินเกินใคร่ตามไปคิดเขินน้ำใจนัก
เห็นท่วงทีวันทองนี่นักหนาเขายาวระฟ้าขวิดเกกกัก
แว้งข้างแว้งคูดูเค็กคักชะรอยจักขี้หึงเต็มที
ตามไปก็จะไปเป็นเมียน้อยไม่รักไปรักป้อยแล้วจู้จี้
ปิดประตูรีบจรผ่อนสมประดีน้ำตาปรี่อาลัยถอนใจฮือ
ฯ ๖ คำ ฯ
             

โอ้
ถึงที่นอนเปิดมุ้งไล่ยุงริ้นรวยรวยกลิ่นยังไม่สิ้นน้อยไปฤา
ทอดตัววางตาค้างนอนหาวปรืออ้าปากหวอดกอดมือระทมทุกข์
ผุดลุกผุดนั่งไม่หลับใหลได้ยินเสียงอะไรแกรกกรุก
ร้อนร่านรำคาญพล่านพลุกเป็นตุ๊กตาล้มลุกม่อยหลับไป
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
ขุนแผนวันทองกับกุมารออกมาถึงนอกชานหน้าหอใหญ่
บ้าระบุ่นสัตวาที่เล่นไว้ทักอึงคะนึงไขว่อลวน
ว่าใครนี้มาลักพาแม่วันทองเพรียกพร้องจอแจแซ่สับสน
ขุนแผนสำคัญว่าเสียงคนชักดาบออกประจญประจัญรับ
กุมารทองร้องบอกนกดอกพ่อวันทองหัวร่อว่าไม่ฟังศัพท์
แท้ทหารชำนาญในการทัพนกน่อยคอยขยับไหวพริบ
ขุนแผนเดินเร่อเก้อสักหน่อยบ่นค่อยค่อยในคอกระอุบกระอิบ
วันทองว่าพูดดังดังอย่างุบงิบขุนแผนว่าจะหยิบผิดกันอีกแล้ว
ถึงประตูชานเรือนลงกระไดสกุณไก่มี่สนั่นขันแจ้ว
ฤกษ์ปลอดตลอดคลาศแคล้วดุเหว่าแว่วจวนรุ่งมุ่งไคลคลา
ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลงเร็ว
ร่าย
บัดนั้นม้าหมอกหม่นรนร่านทะยานท่า
ครั้นเห็นขุนแผนลงมาจากเรือนเริงร่าเรียงราย
เหลือบมาประสบพบวันทองแรงร้องทีทักด้วยจำด้าย
เท้าหน้าเขี่ยคุ้ยตะกุยตะกายวุ่นวายแลบลิ้นเลียพลาม
วันทองเคยป้อนกล้วยอ้อยให้กินจึงจำกลิ่นได้ไม่ระคางขาม
วันทองทักว่ายังพ่วงพีงามนึกถึงความหลังนั่งโศกี
ฯ ๖ คำ ฯ โอด
ร่าย
บัดนั้นกุมารทองร้องเรียกฝูงผี
สำแดงกายเป็นหมู่อสุรีอึงมี่มาประชุมเป็นโกลา
ฯ ๒ คำ ฯ
เมื่อนั้นขุนแผนประโลมวันทองว่า
เท่านั้นเถิดอย่าเศร้าโศกามาขึ้นม้าเถิดพี่จะพาไป
จึงกระสันรัดอกเข้าให้ตึงแล้วจึงมาแต่งตัววันทองให้
เสื้อหนังไก่ที่ปิดปากกระทายไว้หยิบเอามาให้ใส่นุ่งจีบโจง
แพรห่มปากเถาเพลาะตะเบงมานโพกหัวดอกพุดตานโอ่โถง
สอนว่าถึงม้าจะเผ่นโผนตะโพงยึดสายถือรั้งโยงอย่าวางมือ
แล้วส่งเมียให้ขึ้นขี่ข้างหน้าผัวขี่หลังประคองมาชักสายถือ
กุมารทองหัวร่อร้องอออือแฝดติดกันมีฤาฉันพึ่งพบ
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
ขุนแผนว่าแสนแล้วเจ้ากุมารท่วงทีดีจ้านเชิงประจบ
แย้มพรายไม่ให้ใครทวนทบมาคบเด็กสร้างบ้านต้องตำรา
ฯ ๒ คำ ฯ
โทน
ม้าเอยม้าแซมหมอกแกมมรกตเต็มหา
รอบรู้ดั่งมนุษย์สุดปัญญาวางหูหางไว้หน้าดั่งม้ายนตร์
เริงร่าออกมาถึงนอกบ้านเผ่นทะยานผ่านตามแนวถนน
บันเทิงร้องหฤหรรษ์ร่านรนสะเทินถูกดั่งม้าต้นไม่สะเทือน
ระวังคนบนหลังไม่พลั้งพลาดม้าใดไม่ฉลาดเสมอเหมือน
จะให้เร็วก็เร็วไม่พักเตือนเดินไกลเป็นม้าเรือนดำเนินทาง
อมนุษย์นำหน้าม้าสะพรั่งกุมารแบกกระทายรั้งยึดหาง
กำบังไว้มิให้วันทองระคางจะตกใจผีสางคร้ามกลัว
ให้เห็นกันแต่สามสี่ทั้งม้าคะนองเล่นเจรจาเย้ายั่ว
ดีใจประชิดจนติดตัวเห็นใจผัวบ้างฤาไม่อาลัยรัก
ฯ ๑๐ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองร้องว่าฉันคันมือนัก
จะใคร่ลองเล็บเล่นดูสักพักนานแล้วต่อจักลืมฝีมือ
ขุนแผนร้องตอบคำว่าอย่าอย่ามิตกม้าลงไปฤา
ข้ามิใช่หมื่นทนคนฦฦาเช่นอ้ายตื้อหัวล้านมันทานทน
ถึงหน้าเรือนพี่ขุนช้างสอนพญาโรงนางม้ามีอยู่ริมถนน
พอสีหมอกร้องร่านรนนางม้ายินสับสนรนร้อง
คราวสัดสำเนียงอัสดรผู้หื่นคู่กระทืบโรงตะโกรงก้อง
ขุนแผนจึงถามวันทองม้าผู้เมียของใครน้องเลี้ยงไว้
วันทองบอกนางม้าสอนพญาเขาแลกมาม้าพาลบ้านผักไห่
กระบือถอนบ้านเชี่ยนเปลี่ยนกันไปขุนแผนดีใจหยุดรอรั้ง
ว่าแก่วันทองน้องพี่หยุดที่นี่สักประเดี๋ยวอย่าหักหลัง
ให้กุมารทองอยู่ระไวระวังพอสมหวังดั่งคิดที่จิตจง
ขมีขมันโดดลงจากอาชารีบมาหมายได้เหมือนใจประสงค์
กำหนดเสียงม้าร้องมั่นคงเดินตรงมุ่งไปด้วยปรีดา
ฯ ๑๔ คำ ฯ กราวรำ
ร่าย
ถึงเอยถึงรั้วขัดแตะทึบทำยังชั่วแน่นหนา
เอาฟ้าฟื้นฟาดฟอนรอนราแตะพังออกไม่ช้าก็เข้าไป
ถึงโรงม้ามองเมียงฟังดูกองเพลิงสุมอยู่ยังสงสัย
คนเลี้ยงหลับฤาตื่นฉันใดไม่ไว้ใจก็สะกดเสียฉับพลัน
ฯ ๔ คำ ฯ ตระ
ร่าย
บัดนั้นอ้ายอึ่งควาญม้าข่าคำมั่น
เทศกาลลมว่าวหนาวงกงันคืนนั้นนอนไม่หลับจับหืดงอ
ผิงไฟเอาตุ้งก่ามาชักดังคลอกคลักดื่มดูดปากผลอ
บังหวนควันซูดซืดฝืดคอต้องสะกดกรนฝอล้มหลับไป
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนสังเกตว่าคนหลับใหล
เข้าไปในโรงม้าทันใจฟางไฟริบหรี่มอซอ
จึงนั่งโก้งโค้งกระโพงเป่าเอาฟืนฝอยใส่เข้าเร่งก่อ
ลุกโพลงสว่างกระจ่างพอเห็นอ้ายข่างอนหง่อคุดคู้
เหลือบซ้ายแลขวาทั่วไปเบาะบางแขวนไว้ก็มีอยู่
เข้าไปปลดเอามาพินิจดูก็รู้ว่าเบาะโคราชได้ไหนมา
แล้ววางไว้พบก้นไต้ไปจุดส่องอ้ายสอนพญาจองคร่องเกลียดน้ำหน้า
ทำโพงโสงน้อยฤาเกินหน้าตาชาติข้าจองหองเหมือนน้องชาย
คิดว่ามีม้ามากปลูกโรงโกงตัวเดียวโป้งโหยงก็เป็นได้
เลี้ยงม้าตัวเมียขี่ไม่มีอายแต่รูปดีแซมทรายสูงใหญ่ยาว
ท่วงทีเดินทางจะทนอดปะทัดหลังดำหมดชาติปากขาว
นัยน์ตาก็ไม่กาววาวข้อเท้ากลมกล่อมกีบฝักบัว
จึงถอดขลุมเอาบังเหียนใส่เข้าดูหน้าตาสอดเปลายังชั่ว
เอาเบาะบางพาดผูกเครื่องตัวหยิบเอาสุ่มครอบหัวอ้ายข่าไว้
แล้วจูงเอานางม้ามานอกบ้านโดดทะยานขึ้นหลังลองขับใหญ่
สะเทินเรียบสนิทสนมก็ดีใจวันทองพอจะขี่ได้ก็ขับม้า
ฯ ๑๖ คำ ฯ เชิด
ร่าย
มาเอยมาถึงที่วันทองกับกุมารคอยท่า
ที่ต้นทองโหลงใหญ่เยื้องบ้านมาบอกว่าไปหาม้ามาได้ดี
ตั้งใจเอามาให้วันทองสนิทดีจริงน้องน่าขับขี่
ต่างคนต่างลงจากพาชีสุขเกษมเปรมปรีดิ์กันสองคน
ฯ ๔ คำ ฯ
ร่าย
ขุนแผนดำริตริว่าจำจะด่าขุนช้างเล่นให้ปี้ป่น
ลูกอีเถ้าเทพทองสาละวนเก่นก่นเสียให้หมดเหล่าปราณ
จึงว่าวันทองน้องพี่หยุดประเดี๋ยวธุระมีจะแต่งสาร
ไว้ให้หม่อมสหายหัวล้านป่าววงศ์วานไปตามอย่ารั้งรอ
จึงเอาดาบถากเปลือกทองโหลงใหญ่เอาถ่านไฟเขียนใช้ต่างดินสอ
จะเล่นลิ้นว่าเล่นให้พอพอลวงล่อล้อให้มันเดือดดาล
ครั้นเขียนสำเร็จเสร็จแล้วพลายแก้วอวดโอ้ด้วยโวหาร
อ่านให้วันทองพรายกุมารศุภสารของเราเสนาะดี
ฯ ๘ คำ ฯ
ช้า
ในลักษณ์ว่านายพลายแก้วเลิศแล้วถึงตามไปไม่มีหนี
เจ้านายชุบเลี้ยงโปรดเต็มที่วิชาการมนตร์มีขลังนัก
ได้เป็นขุนแผนแสนณรงค์อาจทะนงสมกันกับยศศักดิ์
ลูกอีเถ้าเทพทองทำคึกคักหมายจะหักเอาด้วยทรัพย์เชื่อดี
คบมิตรทำลายมิตรไม่คิดบาปนิยมหยาบเอออะไรเช่นนี้นี่
ภรรยาของเขาเจ้าผัวมีไม่คิดที่จะเป็นเวรากรรม
ไม่ส่องกระจกดูหน้าตาหัวหูเศษบาปกินยังจะรู้อ้ายหัวหำ
ผมเผ้าไฟนรกเลียระยำไม่นึกคลำดูบ้างหาไม่เลย
คอยลอดตอดขบกันลับลับโกหกสับปลับสุดแล้วเหวย
จนลาวทองต้องพรากจากเชยมึงเอ๋ยทำแค้นกูแสนทวี
ความสัตย์ไม่รักษาสัตย์สบถแล้วก็สะบัดเสียกับที่
กูมาแก้แค้นมึงวันนี้ตลุนตุ๋นกลิ้งขี้นอนกรน
จะห้ำหั่นบั่นเสียก็จะได้ตายแล้วเกิดใหม่สักร้อยหน
เสียดายดาบฆ่าอ้ายมิใช่คนกูขึ้นเรือนใช่ทำวนข้าวของใคร
ใช่ผู้ร้ายสะกดปล้นค้นสมบัติสารพัดหาปรารถนาไม่
ทุบต่อยเล่นตามสบายใจพาแต่เมียกูไปเร่งไปตาม
ขุดอ้ายศรีวิชัยเอาไปด้วยป่าวพวกพ้องไปช่วยก็ไม่ขาม
อ้ายราชพญาสอนพญาฝูงบ้ากามซุ่มซ่ามให้หมดสิ้นเหล่ากอ
คนเดียวแลจะสู้ให้ดูเล่นครั้งนี้แลจะเห็นฝีมือพ่อ
ไม่อวดตัวสรรแสร้งแกล้งยกยอคูฆอเขียนเสือให้วัวกลัว
จะไปคอยอยู่ที่กลางป่าอย่านอนใจให้ช้ามุดหัว
มึงก็เป็นคนดีมิใช่ชั่วเป็นทหารต้มถั่วซนไฟ
เขาเลื่องชื่อลือขลาดเองนักหนาอ้ายขี้ข้าพญาศรีใส
อย่าไปมือเปล่าตามโคมไปจะเอาบุหรี่ไปคอยไว้อย่าปรารมภ์
มึงไปถึงเมื่อไรจ่อจุดจะสูบให้อุตลุดควันกระหม
อ้ายสองหน้าชาติข้ามิใช่พรหมหน้ากลมกลมข้างท้ายทอยตาไม่มี
ฯ ๒๖ คำ ฯ
ถอนร่าย
วันทองขวยเขินค้อนให้กุมารทองชอบใจว่าถูกที่
ชวนกันสุขเกษมเปรมปรีดีขึ้นพาชีรีบเร่งขับไป
ให้นางม้าวันทองขี่ไปหน้าม้าหมอกรอรามาเคียงใกล้
ขุนแผนคอยประคองไม่ไว้ใจกุมารทองระวังระไวม้าวันทอง
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
ร่าย
เดือนเอยเดือนดับแสงเงินจับนภดลหับหนห้อง
เวหาสน์เรื่อเรื่อสุวรรณเรืองรองโอภาสส่องพื้นฟ้านภาดล
อรุณรุ่งพุ่งดวงสุริเยศเสด็จประเวศเผ่นผยองล่องเวหน
ขุนแผนวันทองพากันจรดลพอรุ่งขึ้นถึงตำบลตำหนักเย็น
ที่ประทับท้าวพญามาแต่ก่อนร่มกาหลงไม่มีร้อนน่านอนเล่น
รวยรวยกลิ่นอ่อนอ่อนขจรรำเพ็ญที่ทางเห็นสนุกสนานนัก
ใกล้พระแท่นดงรังหนองขาวระยะยาวสักกึ่งร้อยรอยกรุยปัก
ลับลี้ควรที่จะหยุดพักค่ำจึงจักไปด้วยกับแสงจันทร์
คิดแล้วจึงว่าแก่วันทองหยุดที่นี่ก่อนน้องผ่อนผัน
พักร้อนนอนเสียเถิดกลางวันคืนนี้เราเคี่ยวกันรุ่งกับตา
เดินมาเที่ยวเลาะเราะหาที่ใต้กาหลงต้นนี้เตียนนักหนา
ขุนแผนวันทองลงจากม้าแก้เครื่องอาชาเสียทันใจ
จึงเรียกกุมารทองมาสั่งพ่อจงไประวังริมทางใหญ่
ใครมาตามให้รู้แต่ไกลไกลโหงพรายนั้นให้ไปล้อมวง
ให้เอาม้าไปอาบน้ำกินหญ้าแล้วไปหาผลไม้เอามาส่ง
เอาเบาะม้าแผงข้างวางปูลงร้อนแสงสุริยงทับหลังตา
คิดกำจัดอมนุษย์ให้ไปหมดทอดรันทดลงที่ใต้พฤกษา
สัพยอกหยอกเย้าภรรยาแก้กันชีพหลังมาออกแบ่งปัน
ของกินพ่อม่ายไร้เมียมันชั่วประดาเสียไม่น่าฉัน
มากินเถิดตามแกนด้วยกันอย่าถือเชิงถือชั้นจะแสบท้อง
ฯ ๒๐ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองสำรวลสรวลสนอง
ท่านผู้หญิงแต่ละคนเนื้อเป็นทองแต่ล้วนเหล่าเผ่าพ้องผู้ครองเมือง
ไม่ควรเลยหนอท่านคุณผู้ชายจะมาว่าเป็นม่ายเคี้ยวเอื้อง
คราวชาตาเฟื้องฟุ้งรุ่งเรืองกำลังเปรื่องแล้วเป็นไรเล่าหม่อมพลาย
ฉันอีกเป็นคนชั่วช้าระอาหน้าดำมอมหมึกหมาย
หม่อมจะพลอยขายหน้าได้อายมันไม่เป็นโล้พายดอกพ่อคุณ
บ่นพลางทางเสพผลาหารสองสมานผูกพันเป็นควันกรุ่น
เป็นไก่เก่าไม่ให้หลวมกรวมประทุนแต่ละน้อยคอยตลุ่นในเชิงชั้น
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นขุนแผนสำรวลสรวลสันต์
ชั่วดีน้องพี่ไม่อย่างนั้นคำบุราณกล่าวมั่นแต่ก่อนมี
ท่าน้ำศาลานทีหญิงสามสี่สิ่งจะว่าแดนของใครนี่
ธรรมดาเคราะห์ร้ายเคราะห์ดีปรปวาทใครที่จะหนีพ้น
สุดแต่ใจน้ำใจเจ้ากับข้าถ่มน้ำลายรดฟ้าเวหน
ใครถ่มก็จะล่นลงต้องตนทำวนบ่นเพ้อเออรำคาญ
แต่เราจำจากพรากกันมาอย่าเนิ่นนักชักช้าหน่วงสมาน
เขยื้อนขยดเข้าใกล้เกือบได้การตะกวดควานเข้ามาชิดคิดว่างู
วันทองโลดขุนแผนโดดตกใจเห็นตะกวดทุดจัญไรแกล้งจู่ลู่
มาชิงพลบเมื่อจะสบปูนกับพลูอีกสักครู่จะแผ่แบกิน
เบี้ยหน่วยจนพลิกไพล่ไปเป็นครบน่าตีให้บัดซบสลบดิ้น
ให้วันทองน้องข้าพลอยตื่นบินเจ้าเอยผินมาข้างนี้มิใช่งู
มามาน้องลองเล่นเห็นถิ่นแปลกกับอันแรกจะผิดบ้างอย่างไรอยู่
หยิบเอาเล็ดกระเบาเข้ามองดูประหลาดหนอไม่รู้จักเลย
ร้องกระโวยกระวายเข้ามาว่านี่เราได้ของดีน้องพี่เอ๋ย
นั่งลงทำพินิจพิศชูเชยของไม่เคยได้เห็นทำเล่นล้อ
ฯ ๑๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้นวันทองอมสรวลสันต์กลั้นหัวร่อ
เอามือปิดปากไว้ไอในคอกระแอมข้อระคนปนจาม
เมียงเข้ามาครั้นใกล้ทรุดไพล่นั่งขอดูมั่งเป็นไรทำไถ่ถาม
ลวงหลอกดอกกระมังพ่อโฉมงามเพลงข้างล่อต่อความขยันนัก
ขุนแผนทำกมุดกมิดปิดป้องเอาขึ้นส่องร้องว่าพึ่งรู้จัก
ดูสิเจ้าเห็นจะพราววาวน่ารักนี่ยังหมกอยู่ในฝักจึ่งมอยอ
ว่าพลางทางขยดเข้าไปใกล้แบมือออกพี่จะให้ไม่ให้ขอ
ขมับมือแบกำทำแลล้อดีดดังหวอร้องปร๋อปรื๋อบินไป
ฯ ๘ คำ ฯ
ร่าย
วันทองว่าหม่อมแล้วเป็นเช่นนี้มีแต่ลวงสับปลี้น่าหมั่นไส้
ค้อนขวับทีขยับเขยื้อนไกลขุนแผนทับตักไว้มิให้ลุก
ฯ ๒ คำ ฯ
โอ้โลม
แน่เอยแน่เจ้าพี่จะเล่านิยายให้สนุก
ธรรมดาสัตว์ในวัฎทุกข์ลูกกบเป็นปลาดุกไปก็มี
ผลกระเบางอกปีกบินไปได้น่าอัศจรรย์ใจนักน้องพี่
เจ้าจะว่าโป้ปดก็ตามทีเหมือนกรวดสำโรงโด่งหนีไปกับมือ
ทางภิรมย์เกลียวกลมสมสวาทเอนอิงพิงพาดสัมผัสถือ
ประโลมประเล่าเบาเบามิให้ครือเป็นตัวสืออยู่ด้วยกันรู้ชั้นเชิง
วันทองท่วงทีดีป้องปิดขุนแผนสะกิดล่อล้อให้หลงเหลิง
ไว้ทีหนีทีไล่ให้กระเจิงต่างสำเริงเชิงสนิทชิดกลมเกลียว
ฯ ๘ คำ ฯ โลม
อัศจรรย์ในอรัญถิ่นประเทศโดยสังเกตแปลกเปลี่ยนกระเสียนเสียว
สองเกษมเปรมปริ่มกระหยิ่มเจียวลัดาเกี้ยวเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกัน
แฝกคาหญ้าระบัดในภูมิประเทศบันดาลเหตุทั่วทำเลพลอยป่วนปั่น
จัตุบาททวิบาทที่เหล่านั้นก็ผกผันตื่นเต้นเล่นประลอง
สัตว์ใดที่พอใจคะนองน้ำก็เวียนผุดเวียนดำประจำหนอง
วารีขุ่นข้นระคนฟองสองกระกองปองสวาทสมมาตรครัน
ฯ ๖ คำ ฯ
             

เชิงอรรถ

ที่มา

เครื่องมือส่วนตัว