เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 1325 พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศส
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 05 ก.พ. 26, 10:20

      พูดกันอย่างยุติธรรม  นักบริหารเก่งๆไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเพศชาย   สตรีที่ครองอำนาจได้เก่งฉกาจเป็นที่ลือเลื่องอย่างพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ และจักรพรรดินีเทเรซาแห่งออสเตรียก็มีให้เห็น    แต่ก็ไม่ใช่ว่าสตรีที่มีอำนาจในมือจะปกครองประเทศได้เก่งกันทุกคน    คนที่มีแต่อำนาจ แต่ฝีมือไม่เข้าท่าก็มีเหมือนกัน
     ตัวอย่างคือกรณีนี้   
     แม้ว่าข้าราชบริพารจำนวนมากยอมศิโรราบให้มาดามปงปาดูร์ แต่ก็มีขุนนางหัวแข็งอีกไม่น้อยไม่ยอมก้มหัวให้   เธอจึงเกิดฮึดสู้ขึ้นมาว่า หญิงสามัญธรรมดาๆอย่างเธอนี่แหละจะแสดงฝีมือให้ประจักษ์  เธอจึงโดดเข้าสู่ยุทธการทางการเมืองเต็มตัว  เข้าไปบงการแต่งตั้งเสนาบดี   เมื่อมีโอกาสจะทำสงครามเพื่อแสดงความเป็นใหญ่ของประเทศ  เธอก็ผลักดันให้เกิดขึ้น    ด้วยความหวังว่าจะใช้ชัยชนะทางทหารเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือ และค้ำจุนสถานะในวังให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
    ผลคือเธอผลักดันประเทศฝรั่งเศสเข้าสู่ สงครามเจ็ดปี   เป็นสงครามใหญ่เกี่ยวพันกับหลายประเทศ จนนักประวัติศาสตร์บางคนเรียกว่า "สงครามโลกครั้งที่ 0" คือสงครามโลกที่มาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 05 ก.พ. 26, 10:24

     ทีนี้ก็มาถึงสงครามเจ็ดปีกันละค่ะ
     สงครามเจ็ดปี (Seven Years’ War, ค.ศ. 1756–1763) คืออะไร
    เราคงรู้กันมาบ้างแล้วว่า ฝรั่งเศสกับอังกฤษเป็นศัตรูคู่กัดกันในฐานะเจ้าอาณานิคม    แม้จะพยายามแบ่งดินแดนไม่ยึดครองทับซ้อนกัน ก็ไม่วายเกิดขัดแย้งใน 2 พื้นที่หลัก คืออเมริกาเหนือกับอินเดีย    ฝรั่งเศสไม่อยากให้อังกฤษกลายเป็นมหาอำนาจทางทะเลเพียงผู้เดียว  การประลองกำลังของสองจักรวรรดิยักษ์ใหญ่จึงเกิดขึ้น
    ประกอบกับในยุโรป  ประเทศสำคัญอีกประเทศคือปรัสเซีย( หรือเยอรมนีในปัจจุบัน) จับมือทำสนธิสัญญาไมตรีกับอังกฤษ ทำให้ฝรั่งเศสเริ่มระแวงว่าศัตรูจะแข็งกล้าขึ้น  ทำให้แสนยานุภาพของตนด้อยลง
    จุดเริ่มต้นของสงครามคือ ออสเตรียต้องการแย่งชิงแคว้นไซลีเซียกลับคืนจากปรัสเซีย  แคว้นนี้ถ้าอ่านกระทู้มาแต่แรก คงจำได้ว่าตอนจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซาแห่งออสเตรียขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ  พระเจ้าฟรีดริชแห่งปรัสเซียฉวยโอกาสไปยึดแคว้นมาเป็นของตนเองจนเกิดสงครามกันมาครั้งหนึ่ง  ตอนนั้นฝรั่งเศสก็ไปช่วยเขารบ เล่นงานออสเตรีย  จนกลับมาแบบกระเป๋าฉีก แต่ก็ไม่เข็ด
     ความจริงฝรั่งเศสจะอยู่เฉยๆก็ได้  แต่เห็นเป็นโอกาสจะปราบอังกฤษเพราะปรัสเซียผู้เป็นพันธมิตรมัวรบกับออสเตรีย    ก็เลยตัดสินใจก่อศึกกับอังกฤษ   สงครามครั้งนี้มาดามปงปาดูร์ผลักดันเต็มที่   เธอเกลียดหน้าพระเจ้าฟรีดริชมหาราชกษัตริย์ปรัสเซียอยู่แล้ว ว่ากันว่าทรงชอบตรัสเสียดสีและดูหมิ่นสถานะของเธอในราชสำนัก   เธอก็เลยทุ่มตัวสนับสนุนให้ฝรั่งเศสทำสงคราม ด้วยวิธีหันไปจับมือคืนดีกับออสเตรีย คู่อริเก่า ทั้งๆทำสงครามกันมาหยกๆ ครั้งนี้เพื่อผนึกกำลังกันเล่นงานปรปักษ์  
      เธอสื่อสารโดยตรงกับ จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา แห่งออสเตรีย ทั้งส่งจดหมายและของขวัญไปถวาย เหมือนการทูตหลังม่านระดับผู้นำสองประเทศ
      มีหลักฐานว่าเธอติดต่อกับ เคานต์ คูนิซ (Count Kaunitz) รัฐมนตรีของออสเตรีย อีกด้วย
      เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระสนมของกษัตริย์ฝรั่งเศส เจรจาแทนพระองค์ในการเมืองระหว่างประเทศ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 05 ก.พ. 26, 10:26

     ผลคือเกิดสงครามใหญ่ในยุโรป  นอกจากจักรพรรดินียอมเป็นพันธมิตรกับพระเจ้าหลุยส์แล้ว    ฝรั่งเศสยังไปลากรัสเซียและสวีเดน  มาร่วมผนึกกำลังด้วย  ส่วนอังกฤษมีพันธมิตรประเทศเดียวคือปรัสเซีย  ดังนั้นก็เท่ากับปรัสเซียถูกรุมกินโต๊ะจาก 4 ประเทศคือฝรั่งเศส, ออสเตรีย, รัสเซีย และสวีเดน  ส่วนอังกฤษเองก็ต้องพะวงกับอเมริกาเหนือ  เพราะฝรั่งเศสหนุนหลังชนพื้นเมืองให้ลุกฮือทำสงครามกับอังกฤษ
     เรื่องสงครามเจ็ดปีนี้สนุกมาก  แต่จะเล่าโดยละเอียดกระทู้ก็จะยาวเหยียดและเบนออกจากหัวข้อ "พระเจ้าหลุยส์ที่ 15" ไปเสียก่อน   จึงขอเล่าอย่างรวบรัดว่า ทางฝรั่งเศส มาดามปงปาดูร์โดดเข้าบัญชาการเต็มตัว   เธอใช้บารมีตัวเองในการเลือกแม่ทัพและเสนาบดี    หลายครั้งเป็นคนที่เธอไว้วางใจว่าสั่งได้ดังใจ   มากกว่าคนที่มีฝีไม้ลายมือแต่อาจจะหัวแข็งค้านโน่นค้านนี่ให้ยุ่งยาก  
      หนึ่งในจำนวนที่สั่งได้คือเจ้าชายแห่งซูบีส  คนนี้มาดามนับเป็นเพื่อนสนิท  เธอส่งไปเป็นแม่ทัพด้วยความเชื่อมั่น  แต่ดันไปพ่ายแพ้อย่างยับเยินในยุทธการรอสบัค (Battle of Rossbach) ทำให้ฝรั่งเศสเสียหน้าอย่างมาก
      ที่ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ คือในช่วงสงคราม ห้องทำงานของมาดามปงปาดูร์ที่พระราชวังแวร์ซายล์กลายเป็น "ศูนย์บัญชาการ" ตัวเธอวางตัวเป็นแม่ทัพ  มีส่วนร่วมในการวางแผนยุทธศาสตร์และรับรายงานจากแนวหน้าโดยตรง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 06 ก.พ. 26, 14:33

    ผลคือฝรั่งเศสประเมินปรัสเซียต่ำไปมาก พระเจ้าฟรีดริชมหาราชไม่ใช่หมู แต่เป็นพญาสิงห์เขี้ยวเล็บพราว ฝีมือเลิศทางการทหาร  การรุมกินโต๊ะปรัสเซีย(โดยฝรั่งเศส-ออสเตรีย-รัสเซีย-สวีเดน) ที่ดูเหมือนจะชนะง่ายๆ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม   กษัตริย์ปรัสเซียฮึดสู้กลับสุดฤทธิ์สุดเดช  จนกลายเป็นผู้ชนะสิบทิศ  สามารถรักษาแคว้นไซลีเซียไว้ได้  ยิ่งกว่านั้นคือก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในยุโรปในเวลาต่อมา   ส่วนผลในขณะนั้นคือสงครามยืดเยื้อไปยาวนาน มากกว่าที่ฝรั่งเศสกะไว้แต่แรก
     เราก็คงรู้จากตอนต้นกระทู้นี้แล้วว่า สงครามยิ่งยาว  กระเป๋ายิ่งฉีก   
     เงินทองหมดไปเพราะอะไร
     เพราะการไปขอจับมือกับออสเตรียเท่ากับฝรั่งเศสยอมเป็นลูกไล่ของออสเตรีย ต้องส่งกำลังทัพไปช่วยรบบนภาคพื้นดิน  ทั้งๆไม่ใช่กงการของตัวเองสักนิด  เสียเงินมหาศาลไปกับการจ้างทหาร และอุดหนุนพันธมิตรในยุโรป  ผลคือเงินและพลรบหมดไปกับสมรภูมิบนบก
     ในขณะที่อังกฤษตั้งหลักได้  ทุ่มแสนยานุภาพทางทะเลโจมตีหนัก ใช้โอกาสที่ฝรั่งเศสมัวติดพันกับการรบภาคพื้นดินในยุโรปจนแบ่งกำลังมาช่วยไม่ได้ถนัด     อังกฤษใช้กองทัพเรือปิดล้อม คว่ำเรือฝรั่งเศสเกือบทุกสมรภูมิ   
     เมื่อสงครามเจ็ดปีจบลงด้วยสัญญาสงบศึก ช่ื่อ"สนธิสัญญาปารีส"     อังกฤษเป็นฝ่ายยิ้มแก้มแทบแตก  กวาดแคนาดา   อาณานิคมฝรั่งเศสบางส่วนในอินเดีย  และฟากตะวันออกของอเมริกาเหนือไปกินเรียบ  ในเอเชีย อิทธิพลในอินเดียก็ตกเป็นของอังกฤษเกือบทั้งหมด กลายเป็นว่าสงครามเจ็ดปีคือการ"เตะสุกรเข้าปากสุนัข" ส่งเสริมให้อังกฤษเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง
   ทางฝ่ายฝรั่งเศส เสียอาณานิคมหลักในอเมริกาเหนือและอินเดียที่เคยเป็นบ่อเงินบ่อทองหลักของประเทศ   เสียหน้า เสียเกียรติยศ เสียเงิน เสียกำลังคน เสียศรัทธา     หนี้สาธารณะท่วมท้น   กลายเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ที่ทำให้เขื่อนพังครืนในรัชสมัยต่อมา ในชื่อว่า "ปฏิวัติใหญ่ 1789"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 06 ก.พ. 26, 14:38

    กลับมาทางฝรั่งเศส   หลังจากสงครามเจ็ดปี    พระเจ้าหลุยส์เจออะไร
    ถ้าชัยชนะตามมาด้วยการเชิดชูกษัตริย์ว่าเป็น "มหาราช"  ความพ่ายแพ้ก็ลดศักดิ์ศรีราชบัลลังก์ลงไปในทำนองเดียวกัน        ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่า  “ราชสำนักที่แพ้ศึกแล้วแพ้ศึกอีกย่อมทำให้สิ้นศรัทธา  เขาจะนำทางพวกเราได้หรือ?”
    ในเมื่อเศรษฐกิจล่มจากหนี้สงคราม   ขาดดุลสะสม ทางออกของรัฐไม่มีอะไรนอกจากขึ้นภาษีสามัญชนอย่างหนัก ตรงนี้ละค่ะที่ทำให้คะแนนนิยมของพระเจ้าหลุยส์หล่นฮวบลงไปอีก   เพราะถึงอย่างไร พระองค์ก็ยังไม่แตะขุนนางและศาสนจักร   ปล่อยสองชนชั้นนี้ลอยนวล    ไปคิดเอากับชนชั้นกลางและชนชั้นล่างให้แบกภาษีจนหลังแอ่น
    เหตุผลที่ไม่คิดภาษีสองชนชั้นนี้ เดี๋ยวค่อยอธิบายค่ะ ตอนนี้กลับมาที่มาดามปงปาดูร์ก่อน
   เมื่อฝรั่งเศสแพ้  ความโกรธแค้นจึงพุ่งเป้ามาที่เธอ    โดนประณามว่าเป็นตัวการยุยงให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 นำฝรั่งเศสเข้าสู่สงคราม   มีการเขียนบทกวีและใบปลิวล้อเลียนกระจายไปทั่วปารีส เรียกว่า Poissonades (ล้อเลียนนามสกุลเดิมของเธอคือ Poisson) โดยหาว่าเธอใช้ "เสน่ห์บนเตียง" มาบงการนโยบายต่างประเทศจนชาติล่มจม
     ความโกรธยิ่งพลุ่งพล่านเมื่อเห็นว่าเธอยังคงใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยในการสร้างวัง  แล้วก็ยังกุมอำนาจการเมืองเหนือพระเจ้าหลุยส์เหมือนเดิม   
     ส่วนมาดาม  ความเครียดจากการถูกโจมตีรอบด้านและภาระในการบริหารราชสำนักในช่วงสงคราม ส่งผลต่อร่างกายของเธออย่างหนัก      มาดามป่วยด้วยวัณโรคอยู่แล้ว   ความเครียดจากสงครามเร่งให้แก่ชราลงอย่างรวดเร็ว   จนต้องปกปิดความร่วงโรยด้วยเครื่องสำอางและการแต่งตัวที่หรูหรายิ่งกว่าเดิม  ยิ่งทำให้ประชาชนมองว่าเธอยังคงทำตัวเริ่ด ไม่สำนึกในความทุกข์ยากของบ้านเมือง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41892

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 06 ก.พ. 26, 14:39

    ถ้าพูดกันแฟร์ๆ จะโทษเธออยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก   ฝรั่งเศสกับอังกฤษฮึ่มฮ่ำกันมานานแล้วเรื่องชิงอาณานิคม  ไม่ช้าก็เร็วต้องถึงจุดระเบิด  แต่มาดามรับผิดชอบเต็มๆด้านที่เธอไม่มีความรู้จริงทางด้านรัฐศาสตร์และการทหาร    การผูกมิตรกับออสเตรียก็ดี  การเลือกนักรบจากคนที่ไว้ใจมากกว่าจะเลือกจากฝีมือรบ นับเป็นความผิดพลาดอย่างที่สุด
      ถึงกระนั้นมาดามไม่ได้รับโทษแต่อย่างใด       พระเจ้าหลุยส์ก็ยังวางเธอไว้ในฐานะ "เพื่อนใจ" ที่ทรงไว้ใจเต็มที่เหมือนเดิม   เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเกลียดชังให้ประชาชนยิ่งขึ้นไปอีก   แต่ในยุคนั้น ประชาชนยังไม่มีกำลังพอจะทำความเปลี่ยนแปลงอย่างใดได้   เพียงแต่พระเจ้าหลุยส์ไม่ได้เป็น "ที่รัก" อีกอย่างในต้นรัชกาล
     มาดามปงปาดูร์ตาย  1 ปีหลังจากสงครามเจ็ดปีสิ้นสุดลง จากวัณโรคและมะเร็งทรวงอก   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.031 วินาที กับ 19 คำสั่ง