^
ได้ที่นั่งแถวหน้า ตัวแรกเลยค่ะ
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประสูติในปี ค.ศ. 1638 ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาคือพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 เมื่อพระชนมายุเพียง 5 พรรษา พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 72 ปี จนกระทั่งเสด็จสวรรค์ในปี 1715 ทำให้รัชสมัยของพระองค์ยาวนานที่สุดในบรรดาพระมหากษัตริย์ยุโรป และเจริญรุ่งเรืองที่สุดด้วย
ฟังแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องดี แต่เอาเข้าจริงกลับน่าเศร้ามาก เพราะพระโอรสที่เป็นรัชทายาท ฝรั่งเศสเรียกว่าโดแฟ็ง (Dauphin) และพระนัดดา(หลานปู่)ล้วนสิ้นพระชนม์ไปก่อนด้วยโรคภัยไข้เจ็บ มีเหลนทวดที่เป็นชาย 3 องค์ก็สิ้นพระชนม์เป็นใบไม้ร่วงเช่นกัน 2 องค์ เหลือองค์ที่สาม ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เมื่อพระชันษาเพียง 5 ขวบ
เมื่อกษัตริย์ยังเล็กมาก จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการ ได้แก่เจ้าชายฟิลิปที่ 2 ดยุกแห่งออร์เลอ็อง (Philippe II, Duke of Orléans)
ฟิลิปผู้นี้เป็นโอรสของเจ้าชายฟิลิปผู้บิดาซึ่งเป็นน้องชายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นับญาติกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก็อยู่ในชั้นปู่ (เป็นลูกพี่ลูกน้องของปู่ของหลุยส์น้อย)
ฟิลิปเป็นคนรักสนุก ชอบสังคม เมื่อมีอำนาจ มีตำแหน่งก็จัดงานเฮฮาปาร์ตี้ในวังไม่หยุดหย่อน มีสาวๆสวยๆแวดล้อมมากมาย ข้อนี้นักประวัติศาสตร์บอกว่าน่าจะมีส่วนหล่อหลอมให้หลุยส์น้อยโตขึ้น ก็สืบทอดแบบแผนนี้มาจากปู่น้อย
แต่จะว่าไป ฟิลิปก็ไม่เชิงว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญจนงานการไม่ทำ เขาก็พยายามจะทำเหมือนกัน เช่นปฏิรูปภาษีและตั้งระบบธนาคาร แต่ล้มเหลว ทำเอาประชาชนเจ๊งไปเยอะเหมือนกัน
ส่วนผลงานสำคัญของฟืลิปที่ทำให้ตัวเขาอยู่รอดปลอดภัยมาได้ตลอด คือการกระจายอำนาจกลับไปให้พวกขุนนาง ซึ่งรวมกันเรียกว่า "สภาขุนนาง" (Parlements) ผิดกับสมัยก่อน มาซาแร็งและหลุยส์ที่ 14 เคยกดอำนาจพวกขุนนางไว้ไม่ให้เผยอขึ้นมาเป็นก้างขวางคอได้ ฟิลิปกลับทำตรงกันข้าม คือไปผูกมิตรและให้สิทธิ์กับกลุ่มนี้มากขึ้นกว่าเดิม