ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียลอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ลงบน Truth Social เป็นภาพตัดต่อเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย "ข่ม" พันธมิตรแบบสุด ๆ
นั่นแหละค่ะ สรุปง่ายๆ สั้นๆ ว่าเราได้เดินทางมาถึงจุดที่ความหมกมุ่นของบุคคลคนเดียวได้กลายเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของการเมืองไปแล้ว ไม่มีทั้งอุดมการณ์ ยุทธศาสตร์ หรือวิสัยทัศน์อะไรทั้งสิ้น เป็นพื้นฐาน Just pure obsessions of one man.
มีคนจำนวนมากพยายามวิเคราะห์และหาเหตุผลว่าทำไมทรัมป์ถึงหมกมุ่นกับกรีนแลนด์ขนาดนี้ มีการพูดถึงทรัพยากรธรรมชาติบ้างล่ะ ความจำเป็นทางทหารบ้างล่ะ ดิฉันขอแย้งไว้ตรงนี้ว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นนอกเหนือไปจากการสนองอีโก้ของทรัมป์เอง
ทรัมป์เริ่มพูดถึงกรีนแลนด์มาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งสมัยแรก เพราะใครก็ไม่รู้ไปเป่าหูว่าสหรัฐฯ น่าจะผนวกเอากรีนแลนด์มาเป็นของตัว พอความคิดแบบนี้มันฝังในหัวก็ทำให้หมกมุ่น จากที่อ่านและฟังคนที่รู้จักทรัมป์ดีพูดถึงทรัมป์รวมทั้งสังเกตการกระทำและคำพูดของทรัมป์เองก็ทำให้ดิฉันเห็นด้วยว่า ทรัมป์แค่มองแผ่นดินผืนใหญ่ในแอตแลนติกผืนนี้แบบที่นักธุรกิจอสังหามองตึกแถวหลังใหญ่ใกล้ๆ ไซท์ก่อสร้างของตัวเองนั่นแหละ หมกมุ่นแต่กับความคิดที่ว่าถ้าได้ตึกหลังนั้นมาก็จะเพิ่มมูลค่าให้โครงการอสังหาที่ตัวเองกำลังพัฒนาอยู่ เลยพยายามใช้กลวิธีทุกอย่างเพื่อที่จะยึดเอาสมบัติของชาวบ้านมาครอบครองโดยไม่สนว่ามันจะผิดกม.หรือจริยธรรมหรือเปล่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ควรเลือกผู้รับเหมาหรือนักธุรกิจอสังหาให้เข้ามาปกครองประเทศ
ส่วนในทางการเมือง อีโก้มันทำให้ทรัมป์ต้องการจะเป็นปธน.คนแรกของศตวรรษที่ 21 ที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถขยายอาณาเขตดินแดนออกไปได้ เพราะอยากจะประวัติศาสตร์จารึกความสำคัญของตัวเองแบบเดียวกับที่มีการจารึกเรื่องการซื้อหลุยส์เซียนาจากฝรั่งเศสหรือการผนวกเท็กซัส