เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 4926 การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยม และการล่าอาณานิคม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41881

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 18 ม.ค. 26, 11:57

    คุณนายมาชาโดดูจะเอาใจสหรัฐออกหน้าออกตา   เมื่อมีข่าวออกมาเป็นทางการเธอมอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่เธอได้มาเองแท้ๆ กลับเอาเหรียญที่ว่าพร้อมกรอบทองสวยงามให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว หลังจากทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งแรก สร้างรอยยิ้มเบิกบานให้กับทรัมป์
     กรอบรอบเหรียญรางวัลโนเบลยังมีข้อความเขียนว่า ถึง ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ (To President Donald J. Trump) และข้อความว่า เพื่อแทนความขอบคุณในความเป็นผู้นำของทรัมป์ที่ช่วยส่งเสริมสันติภาพผ่านความเข้มแข็ง ขับเคลื่อนการทูตและพิทักษ์เสรีภาพและความมั่นคง
    ความจริง รางวัลโนเบลเปลี่ยนมือกันไม่ได้   คนไหนได้ก็ตกเป็นของคนนั้น  เป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิต
    แต่คุณนายมาชาโดปฏิบัติกับเหรียญเหมือนเป็นของขวัญปีใหม่ ที่มีคนให้มาแล้วเผอิญไม่ได้ใช้ ก็เลยยกต่อให้อีกคนเอาไปใช้แทน
    มองในแง่ความเป็นจริง  ทรัมป์ได้แค่ "วัตถุที่เป็นเครื่องหมาย"ของรางวัล    ยังไงก็ไม่ได้รางวัลโนเบล เพราะกรรมการรางวัลโนเบลเขาให้เธอ  เขาไม่ได้ให้คุณปู่
    มีข่าวตามมาว่า ทั้งๆลงทุนขนาดนี้   คุณนายมาชาโดกลับไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของทรัมป์อย่างที่หวัง  ข่าวออกมาว่า ทรัมป์เตรียมคนอื่นไว้นั่งเก้าอี้ผู้นำเวเนซุเอลาไว้แล้ว   ไม่ได้เตรียมยกให้เธอ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41881

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 18 ม.ค. 26, 17:21

ลบไปแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16249



ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 18 ม.ค. 26, 18:35

คุณนายมาชาโด มีคู่แข่งทางการเมืองอีกคนหนึ่งคือ เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ใครจะชนะใจทรัมป์ ได้เป็น ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ตัวจริง❓



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16249



ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 19 ม.ค. 26, 18:35

องค์กรใหม่ของทรัมป์ ไม่เอาแล้ว UN  

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมก่อตั้ง "คณะกรรมการสันติภาพ"(Board of Peace) แข่งกับ UN รัฐสมาชิกใดจ่าย ๑ พันล้านดอลลาร์ จะได้เป็นสมาชิกถาวร ส่วนทรัมป์นั่งประธาน มีอำนาจพิจารณาสมาชิก

ทำความรู้จักกับ "บอร์ดสันติภาพ" ได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 19 ม.ค. 26, 21:37

จดหมายจากทรัมป์ถึงผู้นำนอร์เวย์  เอาเรื่องที่ชวดรางวัลโนเบลเป็นข้ออ้างที่จะยึดกรีนแลนด์มาเป็นของตัว

https://x.com/SouthAsiaIndex/status/2013149700895973444
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 20 ม.ค. 26, 06:20

จดหมายจากทรัมป์ถึงผู้นำนอร์เวย์  เอาเรื่องที่ชวดรางวัลโนเบลเป็นข้ออ้างที่จะยึดกรีนแลนด์มาเป็นของตัว

https://x.com/SouthAsiaIndex/status/2013149700895973444

คิดว่าอันนี้เป็นภาพจำลองจดหมายนะคะ   ลายเซ็นต์ไม่เหมือนลายเซ็นต์ทรัมป์ แต่ข้อความน่าจะถูกต้องตามความเป็นจริง เมื่อเทียบกับรายงานข่าวของรอยเตอร์เรื่องข้อความเต็มๆ ที่ทรัมป์กับนายกฯ นอร์เวย์ส่งโต้ตอบกัน 

https://www.reuters.com/world/europe/exchange-messages-between-norways-prime-minister-president-trump-2026-01-19/
  


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16249



ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 20 ม.ค. 26, 09:35

นี่คือข้อความฉบับเต็มของการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรี โยนาส กาห์ร์ สเตอเร (Jonas Gahr Støre) แห่งนอร์เวย์ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับกรีนแลนด์ การค้า และรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งรัฐบาลนอร์เวย์ได้เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลของประเทศ

สเตอเรกล่าวว่าเขาเป็นผู้ส่งข้อความแรกในนามของตนเองและประธานาธิบดีฟินแลนด์ อเล็กซานเดอร์ สตับบ์ (Alexander Stubb) ซึ่งถูกเรียก  ว่า "อเล็กซ์"

ข้อความจากนายกรัฐมนตรีสเตอเรถึงประธานาธิบดีทรัมป์ วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม เวลา ๑๕.๔๘ น. ตามเวลาออสโล

เรียนท่านประธานาธิบดี เรียนคุณโดนัลด์ - เกี่ยวกับการติดต่อข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ในเรื่องกรีนแลนด์ กาซา ยูเครน และการประกาศภาษีของคุณเมื่อวานนี้

คุณทราบจุดยืนของเราในประเด็นเหล่านี้แล้ว แต่เราเชื่อว่าเราทุกคนควรทำงานร่วมกันเพื่อลดความตึงเครียดลง มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นรอบตัวเราที่เราต้องร่วมมือกัน

เราขอเสนอให้มีการสนทนาทางโทรศัพท์กับคุณในวันนี้ ไม่ว่าจะคุยกันสองคนหรือแยกกันก็ได้ โปรดบอกเราว่าคุณต้องการแบบไหน! ด้วยความเคารพ - อเล็กซ์และโยนาส


ข้อความตอบจากประธานาธิบดีทรัมป์ถึงนายกรัฐมนตรีสเตอเร วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม เวลา ๑๖.๑๕ น. ตามเวลาออสโล

เรียนคุณโยนาส: เมื่อพิจารณาว่าประเทศของคุณตัดสินใจไม่มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ผมสำหรับการหยุดยั้งสงครามมากกว่า ๘ ครั้ง ผมจึงไม่รู้สึกว่าต้องคิดถึงแต่เรื่องสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แม้ว่าสันติภาพจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ แต่ตอนนี้ผมสามารถคิดถึงสิ่งที่ดีและเหมาะสมสำหรับสหรัฐอเมริกาได้แล้ว

เดนมาร์กไม่สามารถปกป้องดินแดนนั้นจากรัสเซียหรือจีนได้ และทำไมพวกเขาถึงมี "สิทธิในการเป็นเจ้าของ" กันล่ะ? ไม่มีเอกสารลายลักษณ์อักษร มีเพียงหลักฐานว่ามีเรือมาจอดที่นั่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่เราเองก็เคยมีเรือมาจอดที่นั่นเช่นกัน  ผมทำเพื่อนาโตมากกว่าใคร ๆ นับตั้งแต่ก่อตั้ง และตอนนี้ นาโตควรทำอะไรบางอย่างเพื่อสหรัฐอเมริกาบ้าง

โลกจะไม่ปลอดภัยหากเราไม่มีอำนาจควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ ขอบคุณครับ! ประธานาธิบดีดีเจที


บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 20 ม.ค. 26, 20:01

ดิฉันสังหรณ์ใจว่าไอ้ที่ฟาดหัวฟาดหางออกไปและขู่ใจะช้กำลังทหารกับพันธมิตรนาโตนั่นเป็นไปเพราะสาเหตุเดียว  คืออยากให้ผู้นำโลกคนอื่นๆ ที่จะไปร่วมการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอสในสัปดาห์นี้รู้สึกหวาดหวั่นแล้วรีบเร่งกันเข้ามาพินอบพิเทาตัวเอง   รวมทั้งเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้นำคนเดียวที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงส่งคับฟ้าจนสามารถกำหนดวาระของการประชุมระดับนี้ได้  สรุปสั้นๆ ว่าหิวกระหายความสนใจและการเคารพยกย่องจากผู้อื่นนั่นแหละ 

https://www.thansettakij.com/economy/649298?fbclid=IwY2xjawPcWixleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFzUUt5aG1wWTFta3owdkk3c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpovlAvCEn3l9Df_5EJFBl7nNdM0GarOUz0caTiEI1utBankh_JlgFz76tLx_aem_BGKvThmJHHHPHPIIBw_9YA
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16249



ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 09:35

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียลอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ลงบน Truth Social เป็นภาพตัดต่อเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย "ข่ม" พันธมิตรแบบสุด ๆ

ทรัมป์ใช้ภาพเก่าเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๐๒๕ ที่ผู้นำยุโรป (ในภาพประกอบด้วย เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี, เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ, เออร์ซูลา วอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี, อเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีฟินแลนด์, เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก และมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO) พบปะกันโดยมีจุดประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน  ทุกคนนั่งเรียงกันต่อหน้าทรัมป์ในห้องทำงานรูปไข่ จนชาวเน็ตและสื่อออนไลน์แซวว่า ดูเหมือนเด็กนักเรียนที่ถูกเรียกเข้าห้องฝ่ายปกครองเพื่อพบครูใหญ่

สิ่งที่ทรัมป์เติมเข้ามาคือแผนที่ด้านหลัง ที่ระบายสีให้ กรีนแลนด์, แคนาดา และเวเนซุเอลา เป็นสีธงชาติสหรัฐอเมริกา เป็นการตอกย้ำนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว ผ่านการตัดต่อภาพแผนที่แสดงการขยายอาณาเขตของ "จักรวรรดินิยมอเมริกา" สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดและการแสดงอำนาจที่เหนือกว่าของสหรัฐฯ ต่อเพื่อนบ้านและพันธมิตรยุโรปอย่างชัดเจน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41881

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 09:54

จากโพสใน Facebook ของคุณ Jaroensook Limbanchongkit Pone

มาครงเรียกเสียงฮือฮาที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซัด ปธน.ทรัมป์ สหรัฐฯ แบบไม่ไว้หน้า บนเวที World Economic Forum ว่า
“นี่คือตัวอย่างของผู้รังแกในเวทีระหว่างประเทศ…
เมื่อมองดูสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว มันชัดเจนว่านี่คือช่วงเวลาที่น่าวิตกอย่างยิ่ง…
และยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อมีการขึ้นภาษีใหม่ๆ อย่างไม่รู้จบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
โดยเฉพาะเมื่อมันถูกนำมาใช้เป็นอาวุธต่อรองเพื่อคุกคามอธิปไตยของประเทศอื่น”
มาครง ยังจวกทรัมป์ต่ออีกว่า
“เราชอบการเคารพมากกว่าการข่มขู่ เราชอบหลักนิติธรรมมากกว่าความโหดร้าย”
“เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ไร้กติกา อำนาจนิยมและ ความทะเยอทะยานแบบจักรวรรดินิยม กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง”
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มาครง ยังได้เรียกร้องให้จีนเข้ามาลงทุนในยุโรปมากขึ้น
"เรายินดีต้อนรับจีน สิ่งที่เราต้องการคือการลงทุนโดยตรงจากจีนในยุโรปมากขึ้น!”
"China is welcome. What we need is more Chinese direct investment in Europe!"
หมายเหตุ : สุดท้ายกลายเป็น ทรัมป์ กำลังผลักดันยุโรปเข้าสู่อ้อมแขนของจีนโดยตรง
ขณะนี้มาครงกำลังเปิดรับการลงทุนจากจีนในยุโรปอย่างเปิดเผยมากขึ้น
นี่คือสิ่งที่นโยบาย “America First” กลายเป็น “America isolated”
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 10:34

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียลอีกครั้ง ด้วยการโพสต์ลงบน Truth Social เป็นภาพตัดต่อเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย "ข่ม" พันธมิตรแบบสุด ๆ

นั่นแหละค่ะ  สรุปง่ายๆ สั้นๆ ว่าเราได้เดินทางมาถึงจุดที่ความหมกมุ่นของบุคคลคนเดียวได้กลายเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของการเมืองไปแล้ว  ไม่มีทั้งอุดมการณ์  ยุทธศาสตร์ หรือวิสัยทัศน์อะไรทั้งสิ้น เป็นพื้นฐาน Just pure obsessions of one man.

มีคนจำนวนมากพยายามวิเคราะห์และหาเหตุผลว่าทำไมทรัมป์ถึงหมกมุ่นกับกรีนแลนด์ขนาดนี้  มีการพูดถึงทรัพยากรธรรมชาติบ้างล่ะ  ความจำเป็นทางทหารบ้างล่ะ    ดิฉันขอแย้งไว้ตรงนี้ว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นนอกเหนือไปจากการสนองอีโก้ของทรัมป์เอง
   
ทรัมป์เริ่มพูดถึงกรีนแลนด์มาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งสมัยแรก  เพราะใครก็ไม่รู้ไปเป่าหูว่าสหรัฐฯ น่าจะผนวกเอากรีนแลนด์มาเป็นของตัว    พอความคิดแบบนี้มันฝังในหัวก็ทำให้หมกมุ่น  จากที่อ่านและฟังคนที่รู้จักทรัมป์ดีพูดถึงทรัมป์รวมทั้งสังเกตการกระทำและคำพูดของทรัมป์เองก็ทำให้ดิฉันเห็นด้วยว่า  ทรัมป์แค่มองแผ่นดินผืนใหญ่ในแอตแลนติกผืนนี้แบบที่นักธุรกิจอสังหามองตึกแถวหลังใหญ่ใกล้ๆ ไซท์ก่อสร้างของตัวเองนั่นแหละ  หมกมุ่นแต่กับความคิดที่ว่าถ้าได้ตึกหลังนั้นมาก็จะเพิ่มมูลค่าให้โครงการอสังหาที่ตัวเองกำลังพัฒนาอยู่   เลยพยายามใช้กลวิธีทุกอย่างเพื่อที่จะยึดเอาสมบัติของชาวบ้านมาครอบครองโดยไม่สนว่ามันจะผิดกม.หรือจริยธรรมหรือเปล่า   นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ควรเลือกผู้รับเหมาหรือนักธุรกิจอสังหาให้เข้ามาปกครองประเทศ
 
ส่วนในทางการเมือง  อีโก้มันทำให้ทรัมป์ต้องการจะเป็นปธน.คนแรกของศตวรรษที่ 21  ที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถขยายอาณาเขตดินแดนออกไปได้  เพราะอยากจะประวัติศาสตร์จารึกความสำคัญของตัวเองแบบเดียวกับที่มีการจารึกเรื่องการซื้อหลุยส์เซียนาจากฝรั่งเศสหรือการผนวกเท็กซัส     
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16249



ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 10:35

มาครงเรียกเสียงฮือฮาที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ซัด ปธน.ทรัมป์ สหรัฐฯ แบบไม่ไว้หน้า บนเวที World Economic Forum

อดีตนักล่าอาณานิคมเก่า พูดถึง นักล่าอาณานิคมปัจจุบัน

บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 10:35

นอกจากนั้น  การหันเหความสนใจของคนไปจากปัญหาปากท้อง หรือความจริงที่ว่าทรัมป์ไม่สามารถยุติสงครามยูเครนได้ใน 24 ชม.อย่างที่เคยโม้ไว้  และเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้นำเอกสารที่เกี่ยวกับคดีเอปสตีนทั้งหมดมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ   ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อทรัมป์ในทางการเมือง

ที่สำคัญ  ถ้าหากทรัมป์สามารถส่งทหารไปยึดกรีนแลนด์มาได้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส  ก็เท่ากับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะช่วยขยายขอบเขตอำนาจของทรัมป์ออกไปอีกอย่างกว้างขวางไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนจำกัดไว้อย่างไรก็ตาม   การทำเช่นนั้นคือการทำให้ประมุขฝ่ายบริหารในระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐของอเมริกาสามารถใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจโดยไม่มีหน่วยงาน องค์กร หรือสถาบันหลักใดใดสามารถเข้าไปคานหรือขัดขวางได้    นั่นคือจุดประสงค์หลักอีกจุดประสงค์หนึ่งของทรัมป์

สรุปอีกทีว่า  อย่าไปเสียเวลาศึกษาหรือวิเคราะห์ยุทธศาสตร์อะไรภายใต้ความบ้าคลั่งของทรัมป์เลยค่ะ  เวลามีวิกฤติอะไรขึ้นมา  สิ่งแรกที่ต้องถามก่อนเลยคือ “ไอ้ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้นี่ มันจะช่วยขยายขอบเขตอำนาจของทรัมป์ให้เกินกว่าที่กม.กำหนดได้ไหม”  เพราะถ้าคำตอบคือใช่ ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าทรัมป์จะทำแน่ๆ   อเมริกาในวันที่ทรัมป์เป็นใหญ่คืออเมริกาที่ปธน.มีอำนาจสูงสุด  ไม่มีกลไกอะไรที่จะมายับยั้งหรือขัดขวางการใช้อำนาจเกินขอบเขตได้   ใครกล้าเข้ามาขวางก็จะเจอกับผลลัพธ์ต่างๆ ทั้งทางการเมือง (ถ้าเป็นคนในพรรคตัวเองก็แค่ถอนความสนับสนุนแล้วไปถือหางคู่แข่ง ทำให้สส.ที่กล้าขวางแพ้การเลือกตั้งไพรมารีและหมดอนาคตทางการเมือง   ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ระงับเงินช่วยเหลือจำเป็นจากรัฐบาลกลางต่อรัฐที่เขาเป็นปากเป็นเสียงให้ (การรับมือกับวิกฤติจากภัยธรรมชาติหรือโครงการจำเป็นทางสังคมอื่นๆ)   หรือให้ลูกน้องมาเฟียไปหาวิธีเล่นงานทางกฎหมาย (ถูกสอบสวนและดำเนินคดีอาญาแบบเดียวกับที่ทำกับผู้แทนพิเศษที่สอบสวนตัวเองเรื่อง Jan 6 และเรื่องเอาเอกสารลับกลับบ้าน)  

คำถามที่เราต้องถามก็คือ  อเมริกาจะยังสามารถหวนกลับไปเป็นอเมริกาแบบเดิมได้อีกไหมเมื่อทรัมป์ลงจากตำแหน่งไปแล้ว   หรือมันจะกู่ไม่กลับ
  
แต่กว่าจะถึงเวลานั้น  เราก็ต้องภาวนากันก่อนว่าทรัมป์จะยอมลงจากตำแหน่งโดยดีเมื่อครบวาระ  เพราะเผลอๆ แกจะไม่ยอมไปอีกด้วย  แถมตอนนี้ก็ผลิตสินค้าประทับตรา Trump 2028 ออกมาขายเอาเงินเข้ากระเป๋าอย่างโจ๋งครึ่มแล้ว  การทำแบบนั้นยังเป็นการวางรากฐานให้ตัวเองละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ FC ให้สนับสนุนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้   สุดท้ายก็อาจจะเกิดกรณีแบบ Jan 6 ขึ้นมาอีก
          

บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 12:26

ทัศนคติของทรัมป์นั้นเป็นทัศนคติของคนที่ชอบรังแกผู้ที่ด้อยกว่า  คล้ายๆ กับบรูโนในการ์ตูนป๊อบอายหรือไจแอนท์ในโดราเอมอนนั่นแหละ  เอียน เบรมเมอร์ ผู้ก่อตั้งบ.ที่ปรึกษา Eurasia Group อธิบายไว้ว่าปฏิกิริยาของทรัมป์ต่อพันธมิตรและประเทศคู่แข่งมีอยู่แค่ 2 รูปแบบ อย่างแรกคือ  FAFO (F *** Around and Find Out)  ซึ่งถ้าจะแปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ก็คงเป็น “ถ้าอยากรู้ก็ลองเข้ามาแหยมดูสิ “   อย่างที่ 2 คือ TACO (Trump Always Chickens Out) หรือ "สุดท้ายทรัมป์ก็ทำได้แค่เพียงขู่"

มาดูโรนั้นโดนทรัมป์สอยก็เพราะดันไปถ่ายคลิปเต้นล้อเลียนทรัมป์พร้อมๆ กับเหยียดหยันว่ายังไงอเมริกาก็ไม่กล้าบุกเข้ามาจับตัวเองถึงในบ้านหรอก   มาดูโรจึงได้รับการปฏิบัติแบบ FAFO เพราะเวเนซุเอลาไม่มีศักยภาพหรือแต้มต่ออะไรที่จะมาสู้รบปรบมือกับสหรัฐฯ ได้    

แต่พอทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรจีน 100% กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วค้นพบว่าจีนมีแร่หายากที่จำเป็นต่ออเมริกา   ทรัมป์จึงถอยและสั่งให้ระงับภาษีต่อจีนไว้ชั่วคราว   กับรัสเซียก็เช่นเดียวกัน  ตอนมาใหม่ๆ ก็เคยขู่ฟ่อดๆ ว่าถ้าปูตินไม่เลิกทำสงครามกับยูเครนจะต้องเจอทั้งมาตรการบอยคอตและมาตรการทางภาษี   แต่ตอนประกาศขึ้นภาษีศุลกากรกับมิตรประเทศนั้นกลับรวมรัสเซียและสมุนมือขวาเบลารุสไว้ในประเทศที่ได้รับการยกเว้นด้วย    แถมยังคลี่พรมแดงต้อนรับปูตินที่อลาสกาให้เป็นที่อับอายขายหน้าต่อชาวโลกเสียอีก   นี่คือตัวอย่างของแนวทาง TACO ที่ทรัมป์ใช้กับคนที่ไม่สามารถบุลลีได้ง่ายๆ
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 21 ม.ค. 26, 12:30

คำถามคือถึงเวลาหรือยังที่ผู้นำยุโรปจะบุลลีทรัมป์กลับ  เพราะพฤติกรรมของทรัมป์มันแสดงชัดเจนว่าแกบุลลีเฉพาะคนที่ไม่มีกำลังหรือศักยภาพที่จะตอบโต้เท่านั้น   ถ้ายุโรปเปลี่ยนแนวทางจากการเยินยอท่านผู้นำและไม่ขัดคอแกออกสื่อมาเป็นแข็งกร้าวไม่อ่อนข้อ  ทรัมป์จะยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม หรือจะมองว่ายุโรปออกจากค่าย FAFO แล้วต้องใช้ไม้อ่อนหรือ TACO เท่านั้น

ยังไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้เพราะไม่มีลูกแก้วมหัศจรรย์ที่จะดลบันดาลให้มองเห็นอนาคต  ที่สำคัญ ทรัมป์นั้นเป็นคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไม่อยู่กับร่องกับรอย  การคาดหมายปฏิกิริยาตอบโต้จากทรัมป์จึงเป็นไปได้ยากลำบาก ใครจะบอกได้อย่างมั่นใจว่าถ้ายุโรปบลัฟฟ์กลับแข็งกร้าวใส่และรอดูว่าใครจะกระพริบตาก่อนแล้วมันจะทำให้ทรัมป์แหยง  เกิดมันทำให้ความขัดแย้งบานปลายยิ่งขึ้นจนแนวร่วมแอตแลนติกเหนือต้องล่มสลายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ  มันเป็นเดิมพันที่สูงมากจนอาจไม่มีใครกล้าเสี่ยง
 
ที่สำคัญ ยุโรปเองไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่าไหร่  มีผู้นำยุโรปบางชาติไม่อยากทำให้ทรัมป์โมโหเพราะกลัวว่าถ้ารัสเซียเข้ามาบุกตัวเองเหมือนที่ทำกับยูเครนแล้วจะไม่มีสหรัฐฯ คอยช่วย   ส่วนบางชาติก็พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ   นอกจากนั้น  ชาติที่ไม่ได้อยู่ติดชายแดนรัสเซียอย่างฟินแลนด์หรือเอสโตเนียก็ไม่ค่อยอยากจะเอาตัวเข้าไปยุ่งกับอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ ในระยะยาวสักเท่าไหร่   (ขนาดไทยมีแต้มต่อเหนือเมียนมาร์ยังไม่ยอมเข้าไปแทรกแซงการเข่นฆ่าประชาชนของทหารในประเทศเพื่อนบ้านเลย)   ยิ่งไปกว่านั้น  นาโตเองก็ยังต้องพึ่งพาสหรัฐฯ อยู่มากในเรื่องการจัดหาอาวุธให้ยูเครน  และที่สำคัญกว่าอาวุธก็คือดาวเทียมและความสามารถของสหรัฐ ในเรื่องข่าวกรองทางทหารซึ่งไม่มีชาติไหนเทียบเคียงได้

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 20 คำสั่ง