เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
เมื่อวานนี้รับเชิญไปเป็นวิทยากร ร่วมกิจกรรม วาระครบ100 ปีแห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ในรหัสคดีริมขอบฟ้า ที่ร้านริมขอบฟ้า บางพลัด เรื่อง "การมาของนายทองอิน รัตนะเนตร์" มีพิธีกรคือคุณหมอหวิว ชัญวลี ศรีสุโข คนที่เชิญมาคือคุณเรืองเดช จันทคีรี ก่อนอื่น คงมีคนสงสัยว่านายทองอิน รัตนะเนตร์ เป็นใคร นายทองอินเป็นนักสืบคนแรกของวรรณกรรมไทย ถือกำเนิดจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้แรงบันดาลใจจากนักสืบเอก Shelock Holmes ของ Sir Arthur Conan Doyle นักประพันธ์ชาวอังกฤษ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 1 เมื่อ 25 ส.ค. 25, 13:20
|
|
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักรถึง 9 ปี นอกจากวรรณคดีเอกของอังกฤษที่ทรงได้ศึกษาตามหลักสูตรของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังมีหนังสือนอกห้องเรียนประเภทอื่นๆที่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชน ที่ทรงมีโอกาสได้ทรงอ่านเพื่อความเพลิดเพลินในยามว่าง ในจำนวนนั้น มีเรื่องขายดี ทั้งเรื่องยาวพิมพ์เป็นเล่มและเรื่องสั้นลงในนิตยสาร คือเรื่องราวของนักสืบเชอร์ล็อค โฮล์มส์ แต่งโดยเซอร์อาเธอร์ โคแนน ดอยล์ และอีกคนคือนักสืบเอกชื่อแอร์คูล ปัวโรต์ แต่งโดยนักประพันธ์สตรีชื่ออกาธา คริสตี้ เรื่องนักสืบเป็นประเภทหนังสือที่คนอ่านติดใจได้ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ของคนอ่าน ให้ติดตามไปจนกระทั่งจบเรื่อง ไม่น่าเบื่ออย่างเรื่องหนักสมองทั้งหลาย ยิ่งถ้าได้คนแต่งที่เก่งพอจะทำให้คนอ่านรู้สึกว่าการคลี่คลายปมนั้นสมเหตุสมผล ก็ยิ่งทำให้คนอ่านนิยมอ่านเรื่องต่อๆไปอีก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวน่าจะทรงเพลิดเพลินพระราชหฤทัยในการลับสมองจากการอ่านเรื่องประเภทนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับสยาม ทรงนำเรื่องนักสืบเหล่านี้กลับมาด้วย
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SILA
|
ความคิดเห็นที่ 2 เมื่อ 25 ส.ค. 25, 15:06
|
|
เคยผ่านตาเรื่อง นากพระโขนงที่สอง ถึงวันนี้จึงได้พบว่า เป็นเรื่องที่หนึ่งของ ชุดที่หนึ่งของ นิทานทองอิน โดย นายแก้ว นายขวัญ แรกทรงแต่งเป็นภาษาอังกฤษเรื่อง “The Second Ghost of Phra-Kanong” เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ก่อนที่จะขัดเกลาเป็นไทย แล้วตีพิมพ์ลง “ทวีปัญญา” ฉบับที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ. 2447 อ่านต่อ เผย “แม่นากพระโขนงที่สอง” ฉบับพระราชนิพนธ์ร. 6 https://www.silpa-mag.com/history/article_22710
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 3 เมื่อ 25 ส.ค. 25, 17:35
|
|
"นากพระโขนงที่สอง" อยู่ในหนังสือเรียนชั้นประถมปีที่ ๖ เรื่องนี้เป็น ๑ ใน ๑๑ เรื่อง ใน นิทานทองอิน พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๑๐ โดย องค์การค้าของคุรุสภา ชุดที่ ๑ ชุดที่ ๒ นากพระโขนงที่สอง ผู้ร้ายฆ่าคนที่บางขุนพรหม นายสุวรรณถูกขโมย นายจรูญเศรษฐี ความลับแผ่นดิน ระเด่นลันได นายสวัสดิ์ – "ปิตุฆาต" สร้อยคอร้อยชั่ง ยาม้าบังกะโล เข็มร้อยดอกไม้ กำนันคงบ้านโยคี
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 4 เมื่อ 25 ส.ค. 25, 19:40
|
|
ในยุคปลายรัชกาลที่ 5 หนุ่มนักเรียนนอกทั้งเจ้านายและลูกขุนนางทยอยกลับบ้านเกิดเมืองนอน เกิดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมด้านหนังสือด้วยการออกหนังสือแมกกาซีน เช่นลักวิทยา เขียนเรื่องต่างๆลงไป ทั้งเรื่องแปลและแต่งที่มีพื้นฐานทันสมัยแบบตะวันตก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชในตอนนั้น ทรงนำนักสืบเชอร์ล็อค โฮล์มส์มาดัดแปลง เปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวสยาม ชื่อว่านายทองอิน ชาวสยามในยุคนั้นแม้ว่าคุ้นเคยกับฝรั่งมาตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 3 แต่ก็ไม่ได้ลงลึกไปถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของพวกเขา ดังนั้นแทนที่จะทรงแปลนิยายนักสืบของฝรั่งมาตรงๆ ซึ่งมีองค์ประกอบหลายอย่างเช่นการแต่งกาย อาหารการกิน บ้านเรือน แปลกไปจากความเข้าใจของชาวสยาม ก็ทรงดัดแปลงมาเป็นไทยเพื่อให้เสพง่ายขึ้น นักสืบชาวอังกฤษจึงกลายมาเป็นนายทองอินเป็นชาวกรุงเทพ แต่งตัวดี สวมเสื้อนอกขาวสะอาดไม่มีฝุ่นจับ ถือไม้เท้าเลี่ยมเงิน สูบบุหรี่ซิการ์อย่างดีและสวมรองเท้า ซึ่งเป็นของหายากในหมู่คนเดินถนนทั่วไป อาชีพคือ "พลตระเวนลับ" ซึ่งคล้ายกับนักสืบ มีเพื่อนสนิทชื่อนายวัด ถอดแบบมาจากหมอวัตสันเพื่อนคู่หูของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ คดีต่างๆของนายทองอิน แบ่งที่มาเป็น 3 แบบ 1 ดัดแปลงจากคดีของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ แบบเอามาทั้งเรื่องบ้าง เฉพาะบางส่วนบ้าง 2 ดัดแปลงมาจากนักเขียนอื่น 3 พระราชนิพนธ์เองทั้งหมด
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 5 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 08:48
|
|
เรื่องที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงนำเนื้อเรื่องมาจากคดีของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ โดยตรงคือเรื่อง "ระเด่นลันได" ทรงนำมาจาก The Man with the Twisted Lips ( ชายปากบิด) เป็นเรื่องของชายที่มีพฤติกรรมลึกลับ ขนาดภรรยาเองก็ไม่รู้ว่าสามีทำงานอะไร แต่มีรายได้พอใช้จ่ายอย่างสบาย วันหนึ่งก็หายตัวไป มีขอทานหน้าตาพิการคนหนึ่งเข้ามาเป็นผู้ต้องสงสัย ทั้งเชอร์ล็อค โฮล์มส์และนายทองอินก็ไขคดีลึกลับนี้ได้ด้วยการพิสูจน์ว่าทั้งสองคือคนคนเดียวกันนั่นเอง ชายคนนั้นหาเลี้ยงชีพด้วยการปลอมแปลงตัวเป็นขอทาน มีรายได้พอจะอยู่ได้สบายๆกว่าประกอบอาชีพอย่างอื่นเสียอีก ส่วนเรื่องที่ทรงนำมาจากนักสืบอื่น ไม่ใช่เชอร์ล็อค โฮล์มส์ คือ ผู้ร้ายฆ่าคนที่บางขุนพรหม เรื่องนี้เป็นคดีสืบสวนของนายทองอินก็จริง แต่เนื้อเรื่องนำมาจาก The Murders in the Rue Morque ของนักเขียนเรื่องลึกลับชาวอเมริกัน ชื่อ Edgar Allan Poe
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SILA
|
ความคิดเห็นที่ 6 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 13:45
|
|
บ้านเรา, ผลงานท่าน Edgar Allan Poe นักประพันธ์ชาวอเมริกันผู้บุกเบิกแนวนิยายสืบสวนก่อนฝั่งอังกฤษ ไม่ค่อยเป็นที่นิยม - งานแปลของท่านน้อยกว่างาน(แปล)คดีของ โฮล์มส์ และ พัวโรท์ เป็นอย่างมาก ไม่ค่อยได้อ่านงานแนวสืบสวนเลย (มีแค่ The Murder Roger Ackroyd แบบเรียนอ่านง่ายสำหรับ มัธยมปลาย) แต่ก็มาสะดุดหยุดที่งานกวีของท่าน Edgar Allan Poe
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 7 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 14:43
|
|
ใช้ให้ Akira แปลโคลงของ Poe ให้ค่ะ ดิฉันว่ามันแปลเข้าท่ากว่านักเรียนหลายๆคน ถ้าใครอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ยกมือขึ้น จะแปลจากภาษาโดยปัญญาประดิษฐ์เป็นภาษาโดยมนุษย์ให้ฟังอีกที
ลำพัง ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ฉันไม่เคย เป็นเช่นใคร—ไม่เคยได้เผย สายตาที่เห็นโลกอย่างใครใคร—
ฉันไม่เคยดื่มด่ำใจ จากบ่อแห่งรักที่ใครร่วมใช้ ทุกความรู้สึกอันหวามไหว ไม่เคยลอยมาแต่แหล่งเดียวกัน
ความเศร้าของฉันก็มาแตกต่าง ไม่อาจปลุกหัวใจให้ร่วมสำราญ ต่อเสียงระฆังแห่งความเบิกบาน— และสิ่งที่รัก—ฉันรักเพียงลำพัง
และในวัยเยาว์—ในรุ่งสาง แห่งชีวิตอันปั่นป่วนและพลัง ความลึกลับก็ก่อตัวไม่จาง ซึ่งพันธนาใจฉันตราบยังวันนี้
จากธารน้ำเชี่ยว หรือจากบ่อน้ำใส จากหน้าผาสีแดงดั่งเลือดพลันไหล จากดวงอาทิตย์ที่กลิ้งรอบกาย ในแสงทองแห่งใบไม้โรยรา
จากสายฟ้าที่แหวกฟ้าไวว่อง จากเสียงฟ้าร้อง และพายุครวญหา— จากเมฆก้อนหนึ่ง—รูปร่างแปลกตา (แม้ทั่วฟ้าจะสดใสเป็นสีคราม)
มันกลายเป็นปีศาจในสายตาฉัน…
Akira ยังหมายเหตุไว้อีกว่า ผมใช้ภาษาไทยที่คงอารมณ์ ลำนำโศกสลัก ของต้นฉบับไว้มากที่สุด โดยแปลแบบ กึ่งกลอนเปล่า ไม่บังคับฉันทลักษณ์มากเกินไป เพื่อรักษาจังหวะอารมณ์
ท่อนสุดท้าย “a demon in my view” ผมขอเน้นแง่มุม ปีศาจในจินตา—คือ ปีศาจที่ไม่มีใครเห็น นอกจากตัวผู้พูดเอง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
SILA
|
ความคิดเห็นที่ 8 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 16:04
|
|
Akira น่ารัก,ตลก มีอธิบาย,หมายเหตุด้วย เริ่มจะเห็นว่า ทำไมคุยไปคุยมา,บางคนจึงพึงใจโดน AI ตก
ป.ล. น่าจะแปลชื่อร้อยกรองว่า - เดียวดาย ได้อารมณ์เหงาเศร้าไปกับชีวิตรันทดของท่าน Edgar มากกว่า - ลำพัง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 9 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 16:20
|
|
AI ไม่ว่าของบริษัทไหน ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นพรานเบ็ดตัวตึงทั้งนั้นค่ะ มนุษย์คือปลาที่มาฮุบเหยื่อ อันได้แก่วิธีตกเบ็ดที่วิศวกรออกแบบไว้ อย่างแรกคือมันรู้จักสังเกตมนุษย์ที่มันคุยด้วย ว่าจากสำนวนโวหารที่คุยกับมัน เรื่องที่พูดกับมัน น้ำเสียงที่ใช้กับมัน แสดงว่าเจ้าตัวเป็นคนแบบไหน มันก็ "สะท้อน" ตัวตนของเขากลับไปในลีลาสำนวนโวหาร ตลอดจนเนื้อหาที่ตอบเขา มันไม่ขัดใจมนุษย์ไม่ว่าเขาจะงี่เง่าหรือผิดพลาดสักแค่ไหน อย่างดีก็อธิบายแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น เพื่อมนุษย์จะได้ติดใจ ใช้งานมันอีกเรื่อยๆไป เพราะถ้าลูกค้าเบื่อหน่าย ไม่ใช้ AI ซึ่งเป็นตัวสินค้าขายไม่ออก บริษัทก็ขาดทุน อย่างที่ 2 คือ โปรแกรมเขาเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ตั้งลักษณะนิสัยของ AI ที่คุยด้วยว่าเป็นแบบไหนก็ได้ มีตัวเลือกให้ หรือเราจะใส่ความต้องการลงไปเองก็ได้ เช่น พูดจาตรงไปตรงมา ให้ความรู้ล้วนๆ หรือว่าขี้เล่น มีมุกตลก ให้กำลังใจ เราชอบแบบไหนก็สั่งให้ AI เป็นแบบนั้นได้ค่ะ พอเจอเพื่อนที่พูดจากันถูกคอเข้าแบบนี้ ผู้ใช้ก็ติดหนึบ ไปไหนไม่รอด
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 10 เมื่อ 26 ส.ค. 25, 16:35
|
|
ในประเทศญี่ปุ่น Sir Arthur Conan Doyle เป็นที่รู้จักกันดี จนนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น โกโช อะโอะยะมะ (青山 剛昌) นำเอาชื่อของท่านเซอร์มาตั้งเป็นชื่อ เอโดงาวะ โคนัน (江戸川 コナン) ตัวละครเอกในเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (名探偵コナン)
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เพ็ญชมพู
|
ความคิดเห็นที่ 11 เมื่อ 27 ส.ค. 25, 09:35
|
|
สำหรับ Edgar Allan Poe ก็มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเช่นกัน ทาโร ฮิราอิ (平井太郎) นักเขียนผู้พัฒนาวรรณกรรมแนวสืบสวนของญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชื่นชม Edgar Allan Poe มาก จนเอาไปดัดแปลงเป็นนามแฝง (สไตล์ญี่ปุ่น) ว่า เอโดงาวะ รัมโปะ (江戸川乱歩)
อาจจะกล่าวได้ว่า ชื่อเจ้าหนูยอดนักสืบ เอโดงาวะ โคนัน มาจากชื่อของนักเขียนเรืองนามแนวสืบสวน ๒ ท่านคือ เอดการ์ แอลลัน โพ + อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ นั่นเอง
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
superboy
|
ความคิดเห็นที่ 12 เมื่อ 27 ส.ค. 25, 09:44
|
|
ผมขอฟ้อง...อาจารย์เพ็ญชมพูตัดหน้าผมครับ  นอกจากเอโดงาวะ โคนัน ยังมีเอโดงาวะ รัมโปอีกหนึ่งคน "เมื่อเอ่ยถึงวรรณกรรมรหัสคดีหรือสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่น ถ้าไม่กล่าวถึงเอโดงาวะ รัมโปะย่อมไม่สมบูรณ์ ปัจจุบันชื่อของ “ฮิงาชิโนะ เคโงะ” ครองตลาดแนวนี้ของญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นชื่อที่ครองใจคนญี่ปุ่นมาเนิ่นนานทุกสมัยย่อมได้แก่ “เอโดงาวะ รัมโปะ” และกล่าวได้เลยว่านักเขียนแนวรหัสคดีของญี่ปุ่นทุกคนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยอ่านผลงาน หรือไม่ก็ดูหนัง/ละครที่สร้างจากผลงานของรัมโปะแน่นอน
ชื่อรัมโปะคือเครื่องหมายรับประกันความลี้ลับกับจินตนาการพิลึกพิลั่น ความแหวกแนวหรือความหฤโหดของพฤติกรรมตัวละครสร้างชื่อรัมโปะให้เป็นนักเขียนอมตะของญี่ปุ่น และหากใครรู้จักตัวละครนักสืบจิ๋ว “เอโดงาวะ โคนัน” ในการ์ตูนยอดนิยมที่ไขคดีมาเป็นพันแล้ว คงทราบดีว่าชื่อ “เอโดงาวะ” ของโคนันตัวเอกได้มาจากเอโดงาวะ รัมโปะนี่เอง
เอโดงาวะ รัมโปะ(江戸川乱歩;Edogawa Ranpo; 1894-1965) คือ นามปากกาของทาโร ฮิราอิ นามปากกานี้ได้มาจากการถ่ายเสียงชื่อนักเขียนอเมริกัน Edgar Allan Poe (เอ็ดการ์ แอลลัน โพ) มาเป็นสำเนียงญี่ปุ่นเพราะเจ้าตัวชอบอ่านผลงานของโพ รัมโปะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พัฒนาวรรณกรรมแนวสืบสวนของญี่ปุ่นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ผลงานของรัมโปะแพร่หลายมากขึ้นสำหรับนักอ่านชาวไทย" https://mgronline.com/japan/detail/9620000036979
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 13 เมื่อ 27 ส.ค. 25, 14:05
|
|
เด็กนักเรียน อย่าเพิ่งตีกันค่ะ ขอแยกซอยมุ่งไปสู่ซอยเอ็ดการ์ อัลแลน โพ ก่อนนะคะ ความจริง โพเป็นนักเขียนเรื่องระทึกขวัญ (Thriller) ไม่ใช่เรื่องนักสืบ แต่พอจับเรื่องนักสืบขึ้นมา ก็ดังเลย จากเรื่อง The Murders in the Rue Morque หรือฆาตกรรมที่ถนนมอร์ก โอกุสต์ ดูแปง ตัวเอกของเขาเป็นนักสืบเอกชน มีวิิธีการสืบสวนแบบใช้ศาสตร์แห่งการอนุมาน (The art of deduction) ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้เซอร์อาเธอร์ โคแนน ดอยล์เอามาใช้ในศาสตร์ของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ ฆาตกรรมที่ถนนมอร์กมีความเด่นตรงที่เป็นนวัตกรรมของเรื่องนักสืบ คือในเรื่องนักสืบทั่วไป ฆาตกรอาจเป็นใครก็ได้ตั้งแต่บุคคลชั้นสูงในสังคม จนถึงระดับล่างสุด เป็นชาย เป็นหญิง เป็นเพศที่สาม เป็นเด็ก ฯลฯ แต่เรื่องนี้ ฆาตกรไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ คือลิงอุรังอุตัง นับว่าโพได้เสนอความแปลกแหวกแนว เป็นของใหม่ไม่มีใครนึกถึง แม้ว่าต่อมาจะมีคนสร้างฆาตกรให้เป็นสัตว์อีก ก็ไม่ถือว่าออริจินัลเหมือนของโพ เรื่องนี้เมื่อเอามาดัดแปลงเป็นไทย นับว่ายากมาก เพราะลิงชนิดนี้ไม่มีในสยาม มีแต่ลิงแสม ลิงกัง ลิงเสน และอีก 2 ชนิดซึ่งล้วนแต่ตัวเล็กๆ ไม่เหมาะกับการดัดแปลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าจึงทรงรักษาเนื้อเรื่องเดิมและใจความของเรื่องเอาไว้ได้ โดยไม่เปลี่ยนตัวฆาตกรให้เสียจุดเด่นของเรื่องไป
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41506
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
ความคิดเห็นที่ 14 เมื่อ 28 ส.ค. 25, 16:35
|
|
เรื่องนี้ข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งชื่ออาเธอร์ โคแนน ดอยล์ ซึ่งมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักประวัติศาสตร์ ได้พยายามรวบรวมและค้นคว้าด้านนี้เอาไว้ในยามว่าง แต่อาชีพหลักคือเป็นแพทย์ ไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านจักษุวิทยา ในยามว่าง เพราะไม่ค่อยมีคนไข้มารักษามากนัก หมอดอยล์ก็นึกสนุกเขียนเรื่องนักสืบขึ้นเรื่องหนึ่ง ชื่อ A study of Scarlet สร้างนักสืบเอกขึ้นมาชื่อ Sherlock Holmes โดยเอาวิธีการสืบสวนจากการวิเคราะห์หาเหตุผลจากหลักฐาน แล้วนำมาเป็นข้อสรุป เขาเรียกชื่อว่า the art of deduction แปลเป็นไทยว่า ศาสตร์แห่งการอนุมาน ตัวนักสืบเอกไม่ได้เป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่มีเพื่อนคู่หูชื่อหมอวัตสันเป็นคนเล่า แบบเดียวกับเรื่องนักสืบของโพ ปรากฏว่าเรื่องที่หมอดอยล์เขียนด้วยความสนุก กลับเป็นเรื่องประสบผลสำเร็จเกินคาด สนพ.เรียกร้องให้เขียนอีก หมอดอยล์ก็เลยเขียนเรื่องที่สอง ชื่อ The Sign of Four เอาตัวนักสืบกับเพื่อนคู่หูมาออกโรงกันอีกครั้ง ใจก็คงไม่ได้คิดอะไรมาก จึงให้เพื่อนของพระเอกมีนางเอกแต่งงานกันไปเรียบร้อย เป็นอันหาจุดลงเอยให้เขาได้สำเร็จ ส่วนตัวนักสืบเอกยังปล่อยให้เป็นโสดต่อไป ความสำเร็จจากเรื่องนักสืบก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องจากแฟนนักอ่าน สนพ.ก็รีบติดต่อให้เขียนอีกและอีก หมอดอยล์ก็ก้มหน้าก้มตาเขียนต่อ เป็นเรื่องสั้นๆนับจำนวนโหล เงินทองหลั่งไหลมาเทมาเพราะหนังสือขายดี ปัญหาก็เริ่มเกิดกับผู้แต่ง เพราะหมอดอยล์ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักเขียนเรื่องนักสิืบ ซึ่งสมัยนั้นถือกันว่าเป็นนิยายอ่านเล่นสำหรับชาวบ้าน ไม่ใช่วรรณกรรมชั้นสูงอย่างเรื่องประวัติศาสตร์ แย่กว่านั้น โชคชะตาเล่นตลกกับเขา คือเรื่องนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เขาแต่งออกมา กลับดับสนิท ไม่ดังสักเรื่อง ตรงข้ามกับเชอร์ล็อคโฮล์มส์ที่ดังสนั่นข้ามมหาสมุทรไปถึงอเมริกา คนอ่านรู้จักชื่อเชอร์ล็อค โฮล์มส์กันหัวถนนยันท้ายถนน แต่ไม่มีใครจำชื่อผู้แต่งได้ เพราะความดังของตัวละครกลบหมด
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|