กระทู้เก่าในเรือนไทย มีเล่าเรื่องของเอิร์ลแห่งเมานท์แบทเทนและภรรยา เห็นจะต้องขอแรงคุณเพ็ญชมพูให้ช่วยค้นให้หน่อยนะคะ เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้ สีสันบาดตาบาดใจเกินกว่าหนังฮอลลีวู้ดจะทาบติด
เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้ สรุปความจากกระทู้
รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม : อดีตและปัจจุบันเอิร์ลแห่งเมาท์แบตเตน หรือเรียกสั้น ๆ ว่าลอร์ดหลุยส์ เมาแบตเตน จอมพลเรืออังกฤษ ผู้มีกำเนิดเป็นเจ้าชายเยอรมัน ก่อนจะกลายมาเป็นขุนนางอังกฤษ ลอร์ดหลุยส์เข้ารับราชการในราชนาวีอังกฤษ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเปิดเผยกับใครไม่ได้คือความเป็นเกย์ "เพื่อนสนิท" ของเขามีตั้งแต่ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ปรินซ์ออฟเวลส์ผู้เป็นรัชทายาท (ต่อมาสมรสกับนางซิมป์สัน และสละราชบัลลังก์), นักศึกษาหนุ่มหัวเอียงซ้ายชาวไอริช เจมส์ เจอระไมห์ วิคเตอร์ ฟิตซ์วิลเลียม เมอร์ฟี หรือเรียกสั้น ๆ ว่าปีเตอร์ เมอร์ฟี่, คู่เขยของดยุคแห่งเค้นท์ โนเอล เคาเวิร์ด
ลอร์ดหลุยส์แต่งงานกับสาวทายาทมหาเศรษฐี เอ็ดวิน่า ซินเธีย แอนเน็ตต์ แอชลีย์ (Edwina Cynthia Annette Ashley) ซึ่งเป็นรักร่วมเพศ คบได้ทั้งสองเพศเช่นเดียวกัน มีลูกสาวด้วยกัน ๒ คน ดูจากภายนอก ชีวิตการแต่งงานราบรื่นดี ทั้งนี้เพราะว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างดำเนินชีวิตตามแบบของตัวเอง ลอร์ดหลุยส์ คบชายอื่นและหญิงอื่นหลังสมรส ส่วนเอ็ดวิน่าก็คบชายอื่นมาตลอด
อย่างไรก็ตาม ชีวิตราชการของลอร์ดหลุยส์ก็ก้าวลิ่ว ๆ เจริญเติบโตด้วยดี ถึงขั้นได้เป็นอุปราชคนสุดท้ายในประวัติศาสตร์อินเดีย เอ็ดวิน่าเองก็ได้เป็นไวซรีนหรือท่านผู้หญิงของอุปราช ต้องอพยพย้ายถิ่นจากลอนดอนไปอยู่ที่อินเดีย ที่นี่เองทั้งสองก็ได้พบบุคคลน่าสนใจที่สุดในประเทศนั้น เขาคือบัณฑิตเยาวะหะราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีของอินเดีย และแล้วความรักระหว่างท่านผู้หญิงอุปราชกับนายกรัฐมนตรีอินเดียก็เกิดขึ้น โดยท่านลอร์ดทำเหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก ยังคงให้เกียรติภรรยาและท่านนายกอินเดียเสมอต้นเสมอปลายเช่นเดิม
การแต่งงานของลอร์ดหลุยส์และเอ็ดวินา เป็นอย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า a marriage of convenience (วินทร์ เลียววาริณเรียกว่า วิวาห์พาสะดวก) การแต่งงานประเภทนี้ คือชายหญิงแต่งกันด้วยเหตุผลอื่น มิใช่ด้วยความรักหรือความถูกใจอยากจะอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียอย่างปกติธรรมดา ส่วนใหญ่มีประโยชน์แอบแฝงอยู่ ความสัมพันธ์สามคนอลเวง ลอร์ดหลุยส์ เอ็ดวิน่า และเนห์รู ดำเนินต่อมาอีกหลายปี ทั้งสามต่างก็อยู่กันหน้าชื่นตาบาน
ความรักของเอ็ดวิน่าดำเนินไปจนถึงค.ศ. ๑๙๖๐ เธอเดินทางไปเที่ยวบอร์เนียว คืนหนึ่ง เธอเข้านอน แล้วก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย สี่ปีต่อมา นายกรัฐมนตรีของอินเดียก็จากโลกไปอีกคนหนึ่ง เป็นอันปิดฉากรักเรื่องนี้ลงตลอดกาล
ลอร์ดหลุยส์ก็ดำเนินชีวิตต่อไปตามลำพัง ไม่แต่งงานใหม่ จน ค.ศ. ๑๙๗๙ ท่านลอร์ดก็เสียชีวิตด้วยระเบิดที่ผู้ก่อการร้ายของ IRA (Irish Republican Army) ชื่อ โธมัส แม็กแมน (Thomas McMahon) ลอบเข้าไปผูกที่เรือ ขณะไปตากอากาศที่ไอร์แลนด์เหนือ
ภาพงานวิวาห์สุดหรู เป็นหน้าเป็นตาของลอร์ดหลุยส์และเอ็ดวิน่า มีเจ้านายพระญาติพระวงศ์ไปร่วมงานกันเพียบ
