เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
อ่าน: 12205 คุยกันเรื่องวิลเลียม ซอมเมอเซท มอห์ม (William Somerset Maugham)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 21 ส.ค. 25, 10:22

    มอห์มมีแนวคิดที่เขาโปรดปรานอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาพลักษณ์ภายนอก (Appearance) ขัดแย้งกับ ความเป็นจริง (Reality)     เรื่องนี้เขาสะท้อนไว้ในสังคมชาวอังกฤษในเรื่อง
    ขออธิบายภูมิหลังของเรื่องเพิ่มเติมสำหรับคนที่อาจนึกภาพไม่ออก เพราะไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมของใคร  คือในยุคอาณานิคมที่มหาอำนาจชาวยุโรปเข้ามาครอบครองประเทศในเอเชียแทบไม่มีเหลือ     จะมีชนชั้นแบ่งกันชัดเจนระหว่างฝรั่งเจ้าอาณานิคมและชาวพื้นเมือง  (หรือที่จริงคือคนเจ้าของประเทศ)  
    อะไรบ้างน่ะหรือคะ?
    ในเรื่องนี้  ชาวอังกฤษจะไม่ปะปนกับชาวพื้นเมือง   แค่ยอมให้ทำงานด้วยได้ ตามความจำเป็น   เช่นเป็นลูกน้องในสำนักงาน  เป็นคนรับใช้ในบ้าน เป็นคนงานในสวนยาง   แต่จะไม่แต่งงานด้วย หรือแม้แต่ได้เป็นเมียเก็บก็ถือว่าไม่สมควร
    เมื่อแฮมมอนด์ไปได้หญิงจีนมาเป็นเมียแบบไม่เปิดเผย แต่รู้กัน     คนอังกฤษด้วยกันก็ถือว่าเขา "ลดตัวลงต่ำ"ไปมาก  ประพฤติตนไม่เหมาะสม     สำหรับเลสลีแล้ว  ถือเป็นการตบหน้าเธออย่างแรงที่ชู้บังอาจไปคบกับผู้หญิงคนละชนชั้นกว่าเธอ    ยิ่งเขาพูดใส่หน้าเธอว่าเขาเลือกผู้หญิงคนนั้น  ขอตัดขาดจากเธอเพราะเขาเบื่อเธอเต็มประดาแล้ว    เธอจึง "ประหาร" เขาให้สมกับความผิดสองซ้ำสองซ้อน คือนอกใจเธอ และหมิ่นประมาทสถานภาพชาวอังกฤษของเธอด้วย
    อีกข้อหนึ่งคือชาวอังกฤษยังฝังแน่นในค่านิยมภาพลักษณ์สะอาดและศีลธรรมดีงาม ซึ่งตกทอดมาตั้งแต่สมัยวิคตอเรียน   คือคนดีก็ขาวสะอาด ส่วนคนชั่วก็ดำสนิท    ไม่ยอมรับว่าผู้คนไม่ว่ามุมไหนของโลกย่อมมีทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง
     ค่านิยมนี้ทำให้สังคมอังกฤษในเรื่องนี้มองคนจากเปลือกนอก  เมื่อเลสลีเป็นสุภาพสตรีชาวอังกฤษทุกกระเบียดนิ้ว    ส่วนแฮมมอนด์มีประวัติไม่ดีเพราะไปเกลือกกลั้วกับหญิงพื้นเมือง     เมื่อเกิดเรื่องพวกเขาจึงเทใจว่าเป็นธรรมดาที่ผู้หญิงอย่างเลสลีต้องรักษาศักดิ์ศรีมิให้ชายใดล่วงเกิน   ถึงฆ่าคนตายก็เพราะจำเป็น  เธอเป็นวีรสตรีในสายตาพวกอังกฤษ
     จอยซ์มองเห็นข้อนี้   ถ้าหากว่าเขาปล่อยให้ความจริงถูกแฉออกมา ว่าชาวอังกฤษก็มีหญิงร้ายชายเลว ไร้ศีลธรรมพอกัน    สังคมอังกฤษก็จะสั่งสะเทือน อับอายขายหน้าชาวบ้าน   ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเก็บความเป็นจริง และรักษาภาพลักษณ์ภายนอกเอาไว้อย่างที่ควรจะเป็น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 21 ส.ค. 25, 10:49

   เรื่องที่ 2 ที่มอห์มนำเสนอในงานทุกชิ้นของเขา   ได้แก่ความซับซ้อนของมนุษย์ (The Complexity of Human Nature):
        ตัวละครเอกในเรื่องนี้ คือเลสลี   กับโรเบิร์ต ผู้สามี
        พูดถึงนางเอกก่อนค่ะ 
   เลสลีมีความซับซ้อนมากกว่านางร้ายในหนังดราม่าทั้งหลาย    ถ้าพูดถึงอุปนิสัยด้านอื่นๆ ก็ไม่ปรากฏว่าเธอเลวร้ายตรงไหน    การที่เธออยู่กินกับโรเบิร์ตมาหลายปี เขาเองรักและเชื่อมั่นในตัวเธออย่างสูง  แสดงว่าผัวเมียอยู่กันมาได้ราบรื่น   ไม่ได้ทะเลาะตบตีเกลียดชังกัน  เธอทำหน้าที่ภรรยาที่ดีพร้อมไม่บกพร่องในสายตาสามี   
        แต่เธอคบชู้
        ผู้หญิงคบชู้ ส่วนใหญ่ถ้าไม่เก่งจริง สามีมักจับได้  เลสลีสามารถซ่อนพฤติกรรมได้สนิทจนโรเบิร์ตไม่เคยระแวงแม้แต่น้อยนิด   เพราะเธอรู้จักวางแผน  ในความเป็นจริงเธอหลงรักแฮมมอนด์ตั้งแต่เจอหน้า จากนั้นก็แอบมีสัมพันธ์ลับกับเขา  แต่เธอฉลาดพอจะเสแสร้งทำให้สามีเข้าใจว่าเธอไม่ค่อยชอบหน้าชายคนนี้    เขาจึงเป็นได้เพียงคนรู้จักห่างๆ ไม่เคยไปหามาสู่สนิทสนม นอกจากมีธุระจำเป็น  โรเบิร์ตก็เข้าใจเช่นนี้มาตลอด  ที่แท้เพื่อความเนียนที่จะนัดพบแต่ละครั้งโดยไม่มีใครสงสัย    ทุกครั้ง เธอรอจนสามีไม่อยู่บ้าน นัดแฮมมอนด์มาหาในยามดึก   เมื่อคนรับใช้ไปนอนที่เรือนพักนอกบ้านใหญ่กันหมดแล้ว
      สิ่งที่เธอเข้าใจซ่อนอีกอย่างหนึ่งคืออารมณ์  ภายนอกเธอใจเย็น สงบเสงี่ยม สำรวม ต่อหน้าสามีและคนภายนอก  แต่ภายในเธอเร่าร้อน  รุนแรง  อารมณ์พร้อมจะพุ่งสูงถึงขีดสุดในด้านรักและหึงหวง   มีความโกรธแค้นรุนแรงถึงขั้นฆ่าคนได้  ตัวตนจริงแสดงออกเฉพาะคนที่เธอผูกพันทางอารมณ์ด้วยเท่านั้น   สำหรับสามีที่เป็นคนดี ซื่อตรงและภักดีต่อเธอเสมอต้นเสมอปลายแต่เธอไม่เคยรักเขา   เธอจึงไม่เคยแสดงด้านนี้ออกมาเลย
     มอห์มบอกเราอ้อมๆผ่านทางตัวละครว่า คนที่ดูดีที่สุดก็อาจจะมีด้านที่มืดมิดที่สุดได้  ถ้าหากว่ามีสิ่งมากระทบจุดอ่อนให้อารมณ์ด้านมืดของเขาได้เปิดเผยตัวออกมา
     ขอแยกซอยอีกหน่อยค่ะ 
     บอกอ้อมๆแล้วกันว่า เราทั้งหลายก็อาจเคยเจอบุคคลที่ดูดีงามน่าเลื่อมใสอย่างที่สุด  แต่มีด้านมืดมิดที่สุดอย่างน่าตกตะลึง  จนเกิดคำถามว่า "มันเป็นไปได้ยังไง" 
    มอห์มก็ให้คำตอบไว้ในกรณีของคุณนายเลสลีนี่ละค่ะ
    คราวหน้าจะมาพูดถึงโรเบิร์ตบ้าง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8463


ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 21 ส.ค. 25, 14:00

คั่นรายการ สั้นๆ

          พวกผู้ดีอังกฤษ มีคราบนิยมฝังแน่นเรื่องคุณธรรม, ศีลธรรม เคลือบอยู่บนเปลือก แต่เบื้องลึก
บางคนก็คือ Hypocrite ผู้ก่อเรื่องอื้อฉาวกล่าวขาน โดยเฉพาะเมื่ออยู่นอกราชอาณาจักร
(ทั้งนี้ทั้งนั้น, ในราชอาณาจักรเองก็มีหลายตำนานเล่าขานต่อๆ กันมา บางเรื่องก็ได้รับการถ่ายทอดขึ้นจอเงิน)

คู่สร้าง คู่สม scandal ในตำนาน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 22 ส.ค. 25, 11:07

     กระทู้เก่าในเรือนไทย มีเล่าเรื่องของเอิร์ลแห่งเมานท์แบทเทนและภรรยา   เห็นจะต้องขอแรงคุณเพ็ญชมพูให้ช่วยค้นให้หน่อยนะคะ
     เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้  สีสันบาดตาบาดใจเกินกว่าหนังฮอลลีวู้ดจะทาบติด

     กลับมาถึงตัวละครสองชาย ใน The Letter  เรื่องรักสามเส้าของหนึ่งหญิงสองชาย
     โรเบิร์ต ครอสบี สามีของเลสลี และเจฟ แฮมมอนด์ ชู้รักของเธอ เป็นผู้ชายที่พระเจ้า(ที่จริงคือมอห์ม) สร้างขึ้นมาคนละขั้วของเพศชาย  อะไรที่ฝ่ายหนึ่งมี อีกฝ่ายหนึ่งขาด   อะไรที่ฝ่ายแรกขาด ฝ่ายหลังมี    ก็ไม่น่าแปลกที่ผู้หญิงอย่างเลสลีเลือกเจฟ แฮมมอนด์เป็นรักแท้แทนจะมอบให้สามีผู้มีรักแท้ให้เธอ
     โรเบิร์ตเป็นผู้ชายประเภทคุณนายแม่ทั้งหลายไม่เกี่ยงงอนที่จะยกลูกสาวให้   เขาเป็นชายฐานะดี  นิสัยเอางานเอาการ ทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะให้ครอบครัวมั่นคงยิ่งๆขึ้นไป  ไม่เที่ยวเตร่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่พนัน  ไม่เจ้าชู้  นิสัยใจคอซื่อตรง เป็นมิตรกับคนร่วมสังคมเดียวกัน     เมื่อแต่งงานแล้ว เขาก็มอบความรักและซื่อสัตย์ให้ภรรยาแต่เพียงผู้เดียว    เห็นคุณค่าความดีของเธอในฐานะแม่ศรีเรือน
     แต่...
     เขาไม่มีเสน่ห์ 
     เขาไม่ใช่คนรูปหล่อ เป็นผู้ชายตัวใหญ่เทอะทะ  หน้าตาซื่อๆแต่แววตาเมตตาอ่อนโยน    ไม่ใช่คนอ่อนหวาน  ไม่เอาใจ  ไม่โรแมนติก   ไม่มีของขวัญสวยๆ หรือรู้จักชวนภรรยาไปพักผ่อนในสถานท่องเที่ยวงามๆ    เขาพอใจจะตรวจงานในสวนยางตอนกลางวัน  กลับบ้านมากินอาหารมื้อค่ำ  อาจจะไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนบ้านบ้างบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็เข้านอนตรงเวลา
    เขาอาจจากบ้านไปธุระในเมืองอืื่นทีละ 2-3 วัน  ถ้าภรรยาไม่ขอไปด้วยเขาก็ปล่อยให้เธออยู่บ้าน  เพราะเขารู้ว่าเธอปลอดภัย ในเมื่อมีคนรับใช้หลายคนคอยดูแลอยู่  ด้านส่วนตัวเขาเป็นคนเฉยๆ ไม่เรียกร้อง  ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้ง    ถ้าภรรยาไม่เอ่ยปากขออะไรเป็นพิเศษ เขาก็ถือว่าเธอพอใจกับสภาพเป็นอยู่ เช่นเดียวกับเขา
    ส่วนเจฟ แฮมมอนด์
    เป็นหนุ่มนักผจญภัย   อดีตทหารอาสาในสงครามที่มาประจำอยู่ที่มลายา  อายุสามสิบปลายๆ รูปหล่อ ผมสีเข้มหยักศกและดวงตาสีฟ้างาม   ปราดเปรียวคล่องแคล่วในสังคม  เต้นรำได้และเล่นบิลเลียดเก่ง   เป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างที่สาวน้อยเห็นแล้วอยากกรี๊ด    ส่วนนิสัย   ชาวอังกฤษด้วยกันส่ายหน้าว่า "เจ้าชู้ตัวพ่อนะ นายคนนี้"
    เลสลีหลงรักเขาตั้งแต่พบกัน   แฮมมอนด์ดูออก เขาจึงตอบสนองอย่างเต็มใจเหมือนตอบสนองผู้หญิงทุกคนที่ทอดสะพานมา     ส่วนผิดถูกหรือเสี่ยงอันตรายขนาดไหน นักผจญภัยอย่างเขาไม่กลัวอยู่แล้ว
    โรเบิร์ตไม่ใช่ตัวอันตราย  ตัวจริงคือเลสลี    เมื่อแฮมมอนด์สลัดเธอทิ้งไปเหมือนรองเท้าเก่าๆ  เขาก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 22 ส.ค. 25, 13:02

    ปฏิกิิริยาแรกของโรเบิร์ต ครอสบีเมื่อพบว่าภรรยากลายเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย   เขาประณามแฮมมอนด์ และเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเลสลีทำลงไปเพราะป้องกันตัว   
    แต่ต่อมาเขารู้จากจอยซ์ ทนายความว่ามีจดหมายของเลสลีเขียนนัดแฮมมอนด์มาพบ  ถ้าเปิดเผยก็อาจพลิกคดีจากป้องกันตัวเป็นฆ่าคนตาย   โรเบิร์ตถามว่าเธอเขียนถึงแฮมมอนด์เรื่องอะไร      จอยซ์ตอบตามคำบอกเล่าของเลสลีว่า เธอขอพบเพื่อปรึกษาเรื่องจะซื้อปืนเป็นของขวัญวันเกิดให้สามีในเดือนหน้า
     มอห์มไม่ได้บรรยายว่าโรเบิร์ตคิดหรือรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับคำตอบนี้  (ตามนิสัยของผู้เขียนที่จะไม่อธิบายอะไรตรงๆ) บอกแต่ว่าเลือดฉีดขึ้นหน้าเขาจนแดงก่ำ  จากนั้น เขาตกลงจ่ายเงินค่าปิดปากจำนวนถึง 10,000 ปอนด์ มากเกือบจะทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว 
    หลังจากจ่ายเงินค่าปิดปาก  โรเบิร์ตขอจดหมายมาจากมือของจอยซ์    เขาพูดสั้นๆว่า
    " ผมไปธุระต่างเมืองในคืนนั้น เพราะมีคนต้องการขายปืน   ผมก็เลยเดินทางไปซื้อ"
    จบตอนนี้  ไม่มีคำอธิบายมากกว่านี้
    ข้ามไปตอนเลสลีได้รับคำตัดสินว่าไม่มีความผิด    ทุกคนมาแสดงความยินดี  คุณนายจอยซ์ภรรยาทนายความจัดเลี้ยงอาหารกลางวันรับขวัญให้เธอกับสามี  พร้อมกับเชื้อเชิญให้พักอยู่ที่บ้านสักระยะ แทนที่จะกลับบ้านที่เคยมีฆาตกรรม
    แต่โรเบิร์ตปฏิเสธ ไม่ยอมอยู่ฉลองกับภรรยา เขาบอกว่าจะต้องรีบกลับไปทำงานในสวนยาง   ทำให้คุณนายจอยซ์แอบบ่นว่า ช่างไม่นึกถึงใจภรรยาเสียบ้างเลย
    มอห์มบอกอะไรระหว่างบรรทัดบ้าง?
    1  โรเบิร์ตรู้ว่าภรรยาโกหกทนายเรื่องนัดแฮมมอนด์มาปรึกษาจะซื้อปืนเป็นของขวัญให้เขา    เพราะเธอรู้ว่าเขาไปต่างเมืองเพื่อไปซื้อปืน   ข้ออ้างจึงเป็นความเท็จเห็นๆ
    2  ทั้งที่รู้  เขาก็ยอมจ่ายเงินค่าปิดปากจำนวนมหาศาล   มิฉะนั้นเธอต้องติดคุก  จดหมายถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ ความลับก็ถูกแฉออกมา ทำลายชื่อเสียงและชีวิตภายหน้าของเธอหมดสิ้น
    3  เขายังต้องการรักษาเกียรติ และสถานภาพทางสังคมของทั้งสองไว้ 
    4 แม้ไม่ได้รับโทษทางกฎหมาย  แต่ทั้งสองก็ต้องอยู่กันแบบตายทั้งเป็น  ขมขื่นและชิงชังกัน   นับว่ากฎแห่งกรรมมาได้ในหลายรูปแบบด้วยกัน 
    ผู้ชายจืดชืดแสนน่าเบื่ออย่างโรเบิร์ตกลับเป็นชายที่รู้จักรักษาเกียรติยศของตนและภรรยา   รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากขวากหนามมากที่สุด   แม้จะต้องแลกด้วยความสุขทั้งชีวิตก็ตาม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16146



ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 22 ส.ค. 25, 17:35

กระทู้เก่าในเรือนไทย มีเล่าเรื่องของเอิร์ลแห่งเมานท์แบทเทนและภรรยา   เห็นจะต้องขอแรงคุณเพ็ญชมพูให้ช่วยค้นให้หน่อยนะคะ เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้  สีสันบาดตาบาดใจเกินกว่าหนังฮอลลีวู้ดจะทาบติด

เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้ สรุปความจากกระทู้ รักร่วมเพศในวังบัคกิ้งแฮม : อดีตและปัจจุบัน

เอิร์ลแห่งเมาท์แบตเตน หรือเรียกสั้น ๆ ว่าลอร์ดหลุยส์ เมาแบตเตน จอมพลเรืออังกฤษ ผู้มีกำเนิดเป็นเจ้าชายเยอรมัน ก่อนจะกลายมาเป็นขุนนางอังกฤษ ลอร์ดหลุยส์เข้ารับราชการในราชนาวีอังกฤษ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเปิดเผยกับใครไม่ได้คือความเป็นเกย์  "เพื่อนสนิท" ของเขามีตั้งแต่ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ปรินซ์ออฟเวลส์ผู้เป็นรัชทายาท (ต่อมาสมรสกับนางซิมป์สัน และสละราชบัลลังก์), นักศึกษาหนุ่มหัวเอียงซ้ายชาวไอริช เจมส์ เจอระไมห์ วิคเตอร์ ฟิตซ์วิลเลียม เมอร์ฟี หรือเรียกสั้น ๆ ว่าปีเตอร์ เมอร์ฟี่, คู่เขยของดยุคแห่งเค้นท์ โนเอล เคาเวิร์ด

ลอร์ดหลุยส์แต่งงานกับสาวทายาทมหาเศรษฐี เอ็ดวิน่า ซินเธีย แอนเน็ตต์ แอชลีย์ (Edwina Cynthia Annette Ashley) ซึ่งเป็นรักร่วมเพศ คบได้ทั้งสองเพศเช่นเดียวกัน มีลูกสาวด้วยกัน ๒ คน ดูจากภายนอก  ชีวิตการแต่งงานราบรื่นดี ทั้งนี้เพราะว่าต่างคนต่างอยู่  ต่างดำเนินชีวิตตามแบบของตัวเอง  ลอร์ดหลุยส์ คบชายอื่นและหญิงอื่นหลังสมรส ส่วนเอ็ดวิน่าก็คบชายอื่นมาตลอด  

อย่างไรก็ตาม ชีวิตราชการของลอร์ดหลุยส์ก็ก้าวลิ่ว ๆ เจริญเติบโตด้วยดี  ถึงขั้นได้เป็นอุปราชคนสุดท้ายในประวัติศาสตร์อินเดีย เอ็ดวิน่าเองก็ได้เป็นไวซรีนหรือท่านผู้หญิงของอุปราช  ต้องอพยพย้ายถิ่นจากลอนดอนไปอยู่ที่อินเดีย ที่นี่เองทั้งสองก็ได้พบบุคคลน่าสนใจที่สุดในประเทศนั้น เขาคือบัณฑิตเยาวะหะราล เนห์รู  นายกรัฐมนตรีของอินเดีย และแล้วความรักระหว่างท่านผู้หญิงอุปราชกับนายกรัฐมนตรีอินเดียก็เกิดขึ้น โดยท่านลอร์ดทำเหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก ยังคงให้เกียรติภรรยาและท่านนายกอินเดียเสมอต้นเสมอปลายเช่นเดิม

การแต่งงานของลอร์ดหลุยส์และเอ็ดวินา เป็นอย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า a marriage of convenience (วินทร์ เลียววาริณเรียกว่า วิวาห์พาสะดวก) การแต่งงานประเภทนี้ คือชายหญิงแต่งกันด้วยเหตุผลอื่น มิใช่ด้วยความรักหรือความถูกใจอยากจะอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียอย่างปกติธรรมดา  ส่วนใหญ่มีประโยชน์แอบแฝงอยู่ ความสัมพันธ์สามคนอลเวง  ลอร์ดหลุยส์ เอ็ดวิน่า และเนห์รู ดำเนินต่อมาอีกหลายปี ทั้งสามต่างก็อยู่กันหน้าชื่นตาบาน

ความรักของเอ็ดวิน่าดำเนินไปจนถึงค.ศ. ๑๙๖๐  เธอเดินทางไปเที่ยวบอร์เนียว  คืนหนึ่ง เธอเข้านอน แล้วก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย   สี่ปีต่อมา นายกรัฐมนตรีของอินเดียก็จากโลกไปอีกคนหนึ่ง เป็นอันปิดฉากรักเรื่องนี้ลงตลอดกาล

ลอร์ดหลุยส์ก็ดำเนินชีวิตต่อไปตามลำพัง ไม่แต่งงานใหม่ จน ค.ศ. ๑๙๗๙ ท่านลอร์ดก็เสียชีวิตด้วยระเบิดที่ผู้ก่อการร้ายของ IRA (Irish Republican Army) ชื่อ โธมัส แม็กแมน (Thomas McMahon) ลอบเข้าไปผูกที่เรือ ขณะไปตากอากาศที่ไอร์แลนด์เหนือ

ภาพงานวิวาห์สุดหรู เป็นหน้าเป็นตาของลอร์ดหลุยส์และเอ็ดวิน่า มีเจ้านายพระญาติพระวงศ์ไปร่วมงานกันเพียบ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16146



ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 22 ส.ค. 25, 18:35

มอห์มมีแนวคิดที่เขาโปรดปรานอยู่อย่างหนึ่ง คือ ภาพลักษณ์ภายนอก (Appearance) ขัดแย้งกับ ความเป็นจริง (Reality)

When you choose your friends, don't be short-changed by choosing personality over character.

William Somerset Maugham



บุคลิกหน้าตาที่น่ารัก
ใช่หมายจักบอกบ่งส่งนิสัย
จะคบคนต้องดูที่ภายใน
อย่าปล่อยให้ภายนอกมาหลอกลวง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 22 ส.ค. 25, 19:01

 ยิ้ม
ขอบคุณมากค่ะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8463


ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 23 ส.ค. 25, 09:58

             คู่กับ หญิงคบชู้(นำความตาย)สู่ชาย ก็คือ ชายถูกสวมเขาที่ฝรั่งเขาเรียกอย่างเย้ยหยันว่า Cuckold
(ต่อมา,คำนี้ยังหมายถึงชายที่มีรสนิยมทางเพศเบี่ยงเบน)
            ภาพของพ่อพระโรเบิร์ตในนิยายนี้คือภาพตัวแทนของ Cuckold

            สังคมอังกฤษคุ้นเคยและพอทน,รับได้กับเรื่องชู้หนุ่มสาวมานาน เคสตัวอย่างที่โด่งดังจนนำมาขึ้นจอเงินคือ
ชู้รัก Lady Caroline Lamb ที่มี cuckold คือ William Lamb -  Lord Melbourne นักการเมืองมากฝีมือที่
ต่อมาขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วน lover คือ กวีเอกของอังกฤษ Lord Byron
            แวดวงไฮโซรับรู้เรื่องการคบชู้อย่างออกนอกหน้าของเลดี้ที่ต่อมาพฤติกรรมการแสดงออกเริ่มเพี้ยนจัดจน
สังคมรับไม่ได้เริ่มออกแรงกดดัน แต่ท่านลอร์ดผู้ประเสริฐ(หรือผู้...) ยืนหยัดข้างภรรยา ( "stood or fell together"
with his wife) และยังคงปฏิบัติหน้าที่การเมืองอย่างมีประสิทธิภาพจนสังคมยอมรับและแยกเรื่องการเมืองกับการมุ้งได้
ท่านลอร์ดไม่ได้หย่าขาดจากเลดี้หากแยกกันอยู่ 3 ปี ก่อนที่เธอจะสิ้นลมโดยมีท่านลอร์ดอยู่ด้วยในเวลานั้น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 23 ส.ค. 25, 10:29

      ผู้ชายอังกฤษในยุคโน้น โดยเฉพาะพวกมีหน้ามีตาในสังคมที่พวกเขาสังกัดอยู่ ไม่ว่าชนชั้นสูงหรือชนชั้นกลาง มักจะยอมกลืนเลือดมากกว่าจะแฉเบื้องหลังกันออกมาให้ฉาว    การหย่าถือเป็นเรื่องอัปยศ ไม่ใช่เฉพาะกับผู้หญิง  แต่ผู้ชายเองก็โดนด้วย 
      อาจมีข้อยกเว้นบ้าง  เช่นผู้หญิงสมัครใจขอหย่าเอง    หรือหลักฐานนอกใจแพร่หลายออกมาจนดิ้นไม่หลุด จำต้องหย่า
      การตัดสินใจ "ทน" แบบนี้ เกิดจากลักษณะของชาวอังกฤษที่ชอบเก็บความรู้สึก ไม่แสดงอารมณ์ออกมา   นิยมแสดงออกก็คือกิริยาและอารมณ์ที่ขัดเกลาออกมาแล้วอย่างดี   จนเป็นที่มาของคำว่า "ผู้ดีอังกฤษ"   ส่วนใจลึกลงไปจะคลุ้มคลั่ง อาละวาดกราดเกรี้ยวยังไง ก็ค่อยแสดงตอนอยู่ลำพัง
     โรเบิร์ตเลือกเส้นทางอย่างชายอังกฤษสมัยนั้นพึงเลือก  เพราะเป็นการรักษาหน้าตาและเกียรติยศเอาไว้ได้ครบถ้วน   แต่ใจเขารู้สึกอย่างไร มอห์มบอกให้คนอ่านเดากันเอง จากการที่เขาไม่ยอมอยู่ฉลองความสำเร็จของภรรยา แต่กล่าวขอตัวว่าจะต้องไปทำงานในสวนยาง
    เราก็คงเดาได้ว่า สามีภรรยาคู่นี้ก็คงกลับไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน   เมื่อมีแขกมาหาก็ต้อนรับแขกด้วยกิริยาดีหาที่ติมิได้   ถ้าไปงานก็เคียงคู่ไปด้วยกัน    แต่เมื่ออยู่กันสองคนตามลำพัง   ต่างก็พยายามหลีกหนีอีกฝ่ายเท่าที่จะทำได้ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง  แต่ทนทุกข์ทรมานทุกครั้งที่เห็นหน้ากัน   เพราะจะมีคำเหล่านี้ผุดขึ้นมาเสมอ โดยไม่ต้องพูดออกมาดังๆ
    " ฉันรู้ว่าเธอมีชู้   ฉันจำต้องเสียเงินแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพื่อกอบกู้ผู้หญิงเลวอย่างเธอ" 
    " ฉันรู้ว่าคุณรู้ว่าฉันมีชู้   คุณจำต้องช่วยให้ฉันรอดจากคุก  แต่ใจคุณไม่มีวันยกโทษให้ฉันเลย"
    ทั้งคู่อยู่กันแบบตายทั้งเป็น  จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายจากไปเสียก่อน จึงจะพบอิสรภาพ
     
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 23 ส.ค. 25, 10:34

    เล่าเรื่องหนักๆมาหลายเรื่องแล้ว   เรื่องสั้นต่อไปเป็นเรื่องเบาหน่อยค่ะ   เบาตามมาตรฐานของมอห์มนะคะ บอกไว้ก่อน
    ชื่อ Jane ค่ะ
    เป็นเรื่องเสียดสีล้อเลียนสังคมตามสไตล์ของมอห์ม    ต้องอธิบายกันยาวหน่อยกว่าจะเข้าใจ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8463


ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 23 ส.ค. 25, 11:12

ส่งท้ายอีกนิดหนึ่ง

            จาก Lady Caroline ตำนานจากอังกฤษยุคต่อมาเมื่อศตวรรษที่แล้วซึ่งไม่มีใดเทียบก็คือ Lady Diana
ผู้รับบท cuckquean (ผู้หญิงที่สามีมีชู้) ก่อนที่จะมอบบท cuckold ให้แก่สวามีหลากหลายวาระ ตามที่,ปีนี้,
Vanity Fair ลงสกู๊ปย้อนรอยอดีตเรื่องรักราวเทพนิยายกลับกลายเป็นฝันสลายและการไขว่คว้าของเจ้าหญิง
ผู้สูญเสียจนเสียศูนย์ (มากมายจนต้องอ่านข้ามๆ)

https://www.vanityfair.com/style/story/inside-princess-dianas-loves-heartbreaks-and-true-romances?srsltid=AfmBOooGmN-SA5EYO5VankStK4VKNNhEubAHjWqbm1LAyV-NjWmdeLBL
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 25 ส.ค. 25, 10:11

     กรณีของไดอาน่าน่าเห็นใจว่า ชาร์ลส์เป็นฝ่ายนอกใจมาแต่ต้น  แล้วก็ยังเชิดชูเมียน้อยอย่างเปิดเผยในแวดวงเพื่อนฝูง  โดยที่ราชสำนักก็ไม่อาจจัดการสิ่งใดได้    ควีนมีแต่บอกให้ทนทำหน้าที่ต่อไป   ในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ  ควีนทั้งหลายต่างก็ต้องทนเล่นบทบาทเมียหลวงอย่างหน้าชื่นอกตรมจนตายจากกันไปทั้งนั้น
     แต่ผู้หญิงในศตวรรษที่ 20 ไม่เหมือนในศตวรรษก่อนๆ  เธอไม่ยอมรักษาหน้าสามีอีกต่อไป
     ในเมื่อทั้งสองขาดจากกันตามพฤตินัยแล้ว  ไดอาน่าจึงมีคนรู้ใจคนใหม่  แต่เจ้าคนใหม่นี่ดันกลายเป็นผู้ชายเฮงซวย กินในที่ลับ ไขในที่แจ้งเพื่อแลกกับเงินก้อนโต   คนต่อมาก็ต่างชาติต่างศาสนา แต่งงานกันไม่ได้   ส่วนคนสุดท้ายก็พาเธอไปสู่จุดจบที่น่าเศร้า
    ขอเริ่มต้นที่เรื่องใหม่  Jane
    เรื่องนี้เล่าผ่านสายตาของผู้เล่าเรื่อง (ซึ่งก็น่าจะเป็นมอห์มเอง)  เริ่มต้นว่าเขาไปธุระที่ลอนดอน ก็เลยแวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าคนหนึ่งชื่อคุณนายทาวเออร์  เป็นแม่ม่ายค่อนข้างจะไฮโซวัย 50 กว่า แต่อวดเพื่อนฝูงเสมอๆว่า เธอดูอ่อนกว่าวัยเหมือนอายุ 40 เท่านั้น
    คุณนายทาวเออร์กำลังรับรองญาติคนหนึ่ง ชื่อเจน ฟาวเลอร์  เป็นพี่สะใภ้ของเธอ   สามีของเจนหรือพี่ชายของคุณนายทาวเออร์เป็นข้าราชการอยู่ที่อินเดีย เพ่ิงจะเสียชีวิตไป  จากนั้น แม่ม่ายเจนเดินทางกลับมาอังกฤษ 
    สิ่งที่ช็อกคุณนายไฮโซผู้นี้มากก็คือเจนบอกเธอว่า กำลังจะแต่งงานใหม่   เจนผู้ซึ่งอายุ 50 กว่า กล้าที่จะแต่งงานใหม่ในวัยที่เป็นย่ายายได้แล้ว    มิหนำซ้ำเจนยังไม่ใช่สาวแส้อะไร เป็นผูู้หญิงผมหงอก แต่งตัวเชย  หน้าตาก็เชย ไม่ได้ตกแต่งให้ดูสะสวยแม้แต่น้อย 
     และที่ช็อกกว่านี้คือ เจนบอกว่าคู่หมั้นอายุน้อยกว่าเธอ
     คุณนายทาวเออร์แน่ใจว่า ผู้ชายคนนี้เป็นนักปอกลอก  แต่งงานเพื่อหวังเงินจากแม่ม่ายเศรษฐีนีอย่างเจน
     เธอแทบเป็นลมล้มตึงเมื่อคู่หมั้นของเจนปรากฏตัวขึ้น
     เขาเป็นชายหนุ่มในวัยยี่สิบกลางๆ  แต่งกายดี   หน้าตาผ่องใสสดชื่น    กิริยามารยาทดีไม่มีที่ติ  ดูเป็นลูกผู้ดีทุกกระเบียดน้ิ้ว  และมีอาชีพเป็นสถาปนิก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 27 ส.ค. 25, 14:19

   เมื่อมีโอกาสอยู่ด้วยกันกับเจน คุณนายทาวเออร์ตีโพยตีพายเป็นการใหญ่ถึงความไม่เหมาะสม ระหว่างเจน กับกิลเบิร์ต   ประหนึ่งว่าป้ากำลังจะแต่งงานกับหลาน   ในยุคนั้น อายุขัยของคนเฉลี่ยราวๆ 60 ปี  เจนอายุราว 52  ก็ประมาณว่าเธออายุสัก 70 แล้วในสมัยนี้    ผู้หญิงอายุปูนนี้ควรจะเข้าวัดเข้าวา สวดมนตร์ภาวนา หรือถักเสื้อไหมพรมให้หลานเล็กๆ  ไม่ใช่ไปฮันนีมูนในยุโรปกับหนุ่มอายุคราวหลาน ไม่ใช่ลูก   
   แต่เจนก็ใจเย็นอย่างน่าอัศจรรย์   เธอไม่ได้เดือดร้อนหรือหวั่นไหวกับปฏิกิริยาของน้องสาวอดีตสามี  ที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมให้เลิกคิด     เธอยังตัดสินใจเข้าโบสถ์แต่งงานแล้วไปยุโรปกับกิลเบิร์ต ตามแผนเดิม
   เวลาผ่านไป 2 ปี    ผู้เล่าเรื่องกลับมาลอนดอน  ไปร่วมงานเลี้ยงที่มีไฮโซเต็มทั้งงาน รวมทั้งคุณนายทาวเออร์ด้วย   ในงานนี้เขาพบด้วยความอัศจรรย์ใจว่าเจนอยู่ในงาน  ด้วยรูปลักษณ์เปลี่ยนไปจนเขาจำไม่ได้ในตอนแรก   เธอเลิกแต่งกายชุดดำเชยๆอย่างแม่ม่าย แต่มาแต่งกายเท่ เก๋ ไม่ซ้ำแบบใคร   เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนแว่นตา  กลายเป็นผู้หญิงโดดเด่น ด้วยความช่วยเหลือของกิลเบิร์ตที่คอยออกแบบเสื้อ และเปลี่ยนโฉมภรรยาตามคำขอของเธอ   เจนก็เลยกลายเป็น "ไฮโซเจน" อย่างเต็มปาก
   ที่สำคัญ ไม่ว่าเจนเข้าไปในงานสังคมไหน  เธอกลายเป็นดาวเด่นของงาน  ด้วยคำสนทนาที่ใครต่อใครชอบฟังกันนักหนา  ไม่ว่าเจนเอ่ยอะไรออกมา จะมีคนหัวเราะถูกอกถูกใจ  พอใจ  ขำขันกับสิ่งที่เธอพูด     แม้แต่คนใหญ่คนโตก็อยากจะเข้ามาคุยด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41506

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 28 ส.ค. 25, 17:13

     เรื่องยังไม่จบแค่คุณป้ากลายเป็นเจ้าหญิงซินเดอเรลลา    แต่ยังมีตอนต่อไปอีก
     คือเจนบอกน้องสาวสามีเธอว่า  เธอกำลังจะขอหย่าขาดจากกิลเบิร์ต  เพื่อไปแต่งงานกับนายพลเรือสูงวัยที่เธอพบในงานเลี้ยง
     คุณนายทาวเออร์ซึ่งเคยตีโพยตีพายไม่ให้เจนแต่งงานกับหนุ่มคราวลูกหลาน ถ้าอยากมีสามีใหม่ก็ควรเลือกชายสูงวัยด้วยกันจะน่าเกลียดน้อยกว่า      บัดนี้ก็ตีโพยตีพายอีกเป็นครั้งที่สอง ว่าไม่ควรหย่าสามีหนุ่มที่ไม่ได้ทำผิดอะไร  เพื่อไปแต่งงานกับตาแก่ เพราะเป็นการกระทำที่น่าเกลียดมาก   
    เจนอธิบายว่าไม่ต้องห่วงเรื่องกิลเบิร์ต   เพราะเธอกับว่าที่สามีคนใหม่วางแผนไว้แล้วว่า เม่ือไปเที่ยวกันในยุโรป  จะไปพักที่บ้านของเขา   เขามีหลานสาวอยู่คนหนึ่งวัยเหมาะสมกับกิลเบิร์ต   เธอก็จะชักนำให้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นภรรยาคนใหม่ของกิลเบิร์ต  เขาจะได้มีหญิงสาววัยเดียวกันเป็นคู่ครอง   จะได้ไม่เสียดายเธออีก
    ส่วนเรื่องสุดท้าย  เมื่อถูกถามว่าเธอคุยอะไรในงาน ผู้คนถึงขำขันถูกอกถูกใจนักหนา   เจนตอบว่า
    " ฉันเพียงแต่พูดความจริง   คนในสังคมพวกนั้นไม่เคยรู้ว่าความจริงเป็นยังไง  เพราะไม่มีใครเคยพูดกับเขา   พอได้ยินเขาก็เห็นเป็นเรื่องแปลกจากทุกเรื่องที่เคยได้ยินมาก่อน  เขาก็เลยชอบใจ"
    จบ
    คราวหน้าจะมาอธิบายต่อค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.086 วินาที กับ 19 คำสั่ง