แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าเทียบช่วงเวลากัน Agnes Chan ดังที่สุด ต่อมาไม่นานหลังจากประเดิมด้วยเพลง Sweet Dreams จากคลื่นวิทยุคลื่นนั้น คลื่นวิทยุเพลงฝรั่งแทบทุกคลื่นพร้อมใจกันเปิดเพลงของเธอ เพลงที่ดังมาก ๆ คือ Nobody’s child ฟังกันจนเลี่ยน เพลงนี้ต้นฉบับเป็นของนักร้องจากอังกฤษชื่อ Karen Young

(album แรกของเธอ มันเป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกในชีวิตของผมด้วย)
AC ต้องดังมากในฮ่องกงบ้านเกิด เพราะเธอตอกย้ำความดังของตัวด้วยการเล่นหนังด้วย มันเป็นหนังจากค่ายหนังจีนที่บ้านเรารู้จักดีคือ Shaw Brothers หนังเข้ามาฉายในเมืองไทยในปีต่อมา ที่โรงหนังรามา ตั้งอยู่แถวหัวลำโพง โดยใช้ชื่อไทยว่า ‘แอ็กเนส ชาน ยอดรัก’ ชื่อภาษาอังกฤษก็ ‘Generation Gap’ ส่วนชื่อจีนไม่รู้เพราะอ่านไม่ออก เนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับวัยรุ่นวุ่นรักของหนุ่มสาวโดยมีผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายเป็นอุปสรรคขัดขวาง เธอเล่นกับ เดวิด เจียง พระเอกสุดหล่อในยุคนั้น
ความดังของเธอถึงกับมีการเชิญตัวมาร่วมงานปฐมทัศน์หนังเรื่องนี้ด้วย
ตอนสื่อประโคมข่าวฟังแล้วอยากดูเป็นที่สุด ก็ผมเป็นแฟนของ AC แต่ทว่าชื่อโรงหนังและทำเลที่ตั้งที่เอ่ยมานี้ผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน สรุปแล้วไปไม่เป็น นี่คือข้อเสียของเด็กที่โดนเลี้ยงแบบไข่ในหิน คือไปไหนเองไม่เป็น (แทบไม่น่าเชื่อว่า ในเวลาต่อมาจะสามารถร่อนไปตามลำพังได้ทั่วโลก)
ผมชวนพี่ ๆ น้า ๆ ก็ไม่มีใครสนใจ พวกเธอชอบดูแต่หนังฝรั่ง ชวนป้าสะใภ้ที่ชอบดูหนังไทยกับจีนแต่หนังจีนเรื่องนี้เธอบอกขอผ่าน บอกว่าชอบดู หลินปอ จีบกับ หลีชิง มากกว่า
ผมเลยเปลี่ยนทิศมาชวนเพื่อนที่โรงเรียนแทน
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ไม่รู้จะเรียกว่า สนิท ได้รึเปล่า เพราะน้อยคนที่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ คือเธอเป็นนักเลงประจำชั้น เธอแกล้งดะระรานไปทั่ว แต่ยกเว้นผม เพราะเธอรู้ว่าเรามีความชอบอย่างหนึ่งเหมือนกัน คือชอบฟังเพลงฝรั่ง เพียงแต่คนละแนว ขณะผมฟังเพลง pop ที่ฮิตทั่วไป เธอฟังแต่เพลง hard rock, heavy rock, underground ว่าไปโน่น
แต่บางครั้งเพลงแนวผีเสียสติของเธอบางเพลงก็เพราะเสนาะหูผมเหมือนกันอย่าง D’yer Mak’er ของ Led Zeppelin หรือ Behind blue eyes ของ The Who
ยิ่งรู้ว่า The Park ของ Uriah Heep (ช่วงต้น ๆ ของเพลง) เป็น 1 ในเพลงโปรดของผม เธอก็เลยมีเมตตายกเว้นไม่แกล้ง เอาแค่แขวะ
วันหนึ่งในชั่วโมงวาดเขียน ผมฮัมเพลง Goodbye to love ของคณะ Carpenters ด้วยอารมณ์สุนทรีย์ เพื่อนเธอยื่นหน้าเข้ามาขัดจังหวะด้วยเสียงต่ำ ๆ ‘มึงไปอกหักที่อื่นเหอะ ไป๊ กูคลื่นไส้เพลงพวกนี้’
ผมเถียง (ในใจ) ว่า ‘ใครเค้าฮัมเพลง Highway star หรือ Smoke on the water ในชั่วโมงวาดเขียนกันวะ’
เพื่อนคนนี้แหละที่ผมตัดสินใจเสี่ยงเข้าไปกะลิ้มกะเหลี่ยถามเผื่อเธอจะสนใจทำหน้าที่พี่เลี้ยง
คำตอบที่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ ‘ไม่ไปโว้ย กูยังไม่บ้า’ เพื่อนตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ ‘มึงหาทางไปของมึงเองเหอะ’
ผมก็เลยต้องบากหน้าไปหาที่พึ่งรายอื่น ในที่สุดก็ได้เหยื่อมา 1 คน พอถึงวันนัด เธอก็พาผมขึ้นรถเมล์ไปโรงหนังรามา

จำได้ว่าที่หน้าโรงหนังคนมืดฟ้ามัวดิน ดูเหมือนคนกรุงเทพฯ จะมารวมตัวกันที่นี่กันหมด นี่ขนาดไม่ใช่วันปฐมทัศน์ที่มีการปรากฏตัวของ AC ด้วยนะ

(ภาพคัดมาจากรูปใน album แผ่นที่ 3 ของเธอ)
ในที่สุดผมก็ได้ดูหนัง แอ็กเนส ชาน ยอดรัก ตามที่ได้ตั้งใจไว้ หนังก็สนุกดี
มีคนใจดีเอาหนังเต็ม ๆ มาปล่อยด้วย
AC ร้องเพลงในหนัง จะกี่เพลงก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่า soundtrack ของหนังมารวมอยู่ในแผ่นเสียงแผ่นที่ 2 ของเธอชื่อ Original I (ตอนโน้น สับสนกับการอ่านชื่อมาก จะเป็น Original 'ไอ' หรือ Original 'วัน' ละหนอ) ซึ่งเป็นชื่อเพลงเปิดเรื่องของหนัง เป็นเพลงที่ผมว่าเพราะมากนะ อีกเพลงก็ You are 21, I am 16 (49.15) เพลงนี้วิทยุเปิดกระหน่ำ


หมายเหตุ – ตอนโตเป็นควายแล้ว ผมมีเพื่อนฝรั่งเพิ่มขึ้นมาจากการมีเพื่อนคนไทย ผมเคยเอาเพลงของ Agnes Chan ไปเปิดให้ฟัง อธิบายโหมโรงก่อนเปิดให้นิดว่าในยุคข้าเด็ก ๆ นักร้องคนนี้ดังไปทั่วประเทศไทย (หมายถึงกรุงเทพฯ) เพื่อน ๆ ทำสีหน้าแบบอยากฟังจัง แล้วผมก็เริ่มเปิดเพลงของเธอ พอได้ยิน AC เอื้อนเสียงใส ๆ ออกมา พวกมันก็พากันร้องเสียงหลง... ‘What the fuck?!?’