เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 22 23 [24]
  พิมพ์  
อ่าน: 92845 มิอาจห้ามใจ มิอาจไม่แชร์
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 345  เมื่อ 24 ม.ค. 26, 09:26

          ไม่เห็นรูป, แต่มีข่าวประกาศว่า ไปรษณีย์ไทยปรับราคาเมื่อ 5 มีนาคมปีก่อน

          จดหมายอากาศ     50 บาท/ฉบับ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 346  เมื่อ 24 ม.ค. 26, 09:47

             สัปดาห์ก่อน นึกถึงการ์ตูนประทับใจเคยดูเมื่อหลายปีก่อนแต่ก็ไม่ได้พยายามค้นหา
             ยูทูบรู้ใจ(ได้ไง?) สองวันต่อมาการ์ตูนเรื่องนั้นก็โผล่มาให้ได้ชื่นชมอีกครั้ง

รางวัล ออสการ์ ประเภทหนังสั้น เมื่อปี 2001

Father and Daughter - by M. Dudok de Wit



        บาดแผลใจในวัยเด็กไม่ลบเลือน
        ฤดูกาลหมุนผ่านเหมือนวงล้อจักรยาน
        เด็กน้อยเติบโตล่วงสู่วัยใบไม้สีน้ำตาล
        ได้พบพานอีกครั้งหลังความตาย

บางรายละเอียดที่ชอบคือ ตอนท้ายที่จอดจักรยานแล้วล้มแล้วล้มอีก ในที่สุดจึงปล่อยให้ล้มลงอยู่ตรงนั้น
และ ดนตรีประกอบที่เบาและเนิบช้าลงตามกาล โดยเฉพาะในตอนท้าย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 347  เมื่อ 24 ม.ค. 26, 09:49

          ดนตรีประกอบจากเพลง Waves of the Danube

ผลงานประพันธ์ Iosif Ivanovici เมื่อปี 1880



ใส่คำร้องได้เป็นเพลง Anniversary Song เมื่อปี 1946



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 348  เมื่อ 24 ม.ค. 26, 10:06

         แต่ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 1926 ทำนองนี้ได้ถูกนำมาใช้ในเพลงเศร้า In Praise of Death โดยศิลปินเกาหลี Yun Sim-deok
บันทึกเสียงที่ โอซากา สถานศึกษาดนตรีคลาสสิคที่เธอได้พบรักต้องห้ามกับหนุ่มเกาหลีมีภรรยาแล้ว ทั้งสองตัดสินปัญหา(จบ)ชีวิต
ด้วยการกระโดดลงทะเลระหว่างการโดยสารเรือเดินสมุทรกลับเกาหลี



เกาหลีนำเรื่องราวมาสร้างเป็นหนัง เคยชมเมื่อหลายปีก่อน

เปิดเรื่อง



ปิดเรื่อง

บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 349  เมื่อ 14 ก.พ. 26, 11:38

              ศุกร์ 13 ที่ผ่านไป ไม่มีเค้าความหวาดหวั่น เพราะวันต่อมาคือ 14 กุมภา วาเลนไทน์
              ได้ฟังเพลงรัก หลากหลายเพลง หนึ่งในนั้นคือ Love Story (Where do I begin?)
และ ได้อ่านเรื่องราวย้อนความหลังครั้งหนังเรื่องนี้มาเข้าฉายในบ้านเราที่ พาราเมาท์
              ประโยคจับใจจากหนังที่ยังจำได้ดี มีความว่า  Love means never having to say you're sorry

นางเอก, สะใภ้ไร้ทรัพย์ศักดิ์ที่พ่อสามีเศรษฐีรังเกียจ ต้องออกมาใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันอย่างขัดสน เธอลืมกุญแจเข้าบ้านไม่ได้
นั่งเหน็บหนาวรอเขากลับมา เมื่อเขาเห็นสภาพนางแล้วเอ่ยว่า ขอโทษ เธอตอบเขาด้วยประโยคข้างต้น  



               บ้านเราแปลความเป็นคำไพเราะว่า หากจะรักก็ต้องลืมคำว่าเสียใจ
และ
               ประโยคนี้ได้ถูกกล่าวอีกครั้งในตอนท้ายเรื่อง เมื่อพ่อมาพบลูกเพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือ(เมื่อสายไปแล้ว) ลูกบอกว่า
เจนนี่ตายแล้ว พ่อกล่าวคำเสียใจ ลูกบอก  Love means never having to say you're sorry แล้วเดินจากไปเพียงลำพัง



              ตามบทหนังดั้งเดิมเขียนไว้ว่า Love means not ever having to say you're sorry

              โดยความหมาย บ่งถึง ความรักแท้ที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจและการให้อภัย โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยคำขอโทษ

(แต่ฝ่ายตรงข้ามเห็นต่างบอกว่า นี้คือลักษณะของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ)

เสด็จฯ ทอดพระเนตรเมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๑๔


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41928

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 350  เมื่อ 14 ก.พ. 26, 13:14

             ตามบทหนังดั้งเดิมเขียนไว้ว่า Love means not ever having to say you're sorry
              โดยความหมาย บ่งถึง ความรักแท้ที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจและการให้อภัย โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยคำขอโทษ
              (แต่ฝ่ายตรงข้ามเห็นต่างบอกว่า นี้คือลักษณะของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ)
        น่าสนใจมาก ทำไมถึงเห็นเช่นนั้นล่ะคะ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 8569


ความคิดเห็นที่ 351  เมื่อ 14 ก.พ. 26, 15:55

          คหสต. ว่า ดูเป็นการพร้อมยอมทั้งสิ้นในแบบโรแมนติกอุดมคติเกินไป,เกินจริง นึกถึงตัวละครในนิยาย
ที่มักเป็นฝ่ายหญิงผู้ถูกกระทำซ้ำแล้วก็ยอมทน ส่วนฝ่ายชายก็ไม่ได้รู้สึก,สำนึก ไม่เคยขอโทษ เห็นเป็นของตาย

เอไอ บอกว่า

ความหมายในเชิงโรแมนติก - ในหนังสื่อว่าหากคนสองคนรักและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง พวกเขาจะให้อภัยกันได้โดย
ไม่ต้องรอคำขอโทษ เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าอีกคนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายความรู้สึก หรือเป็นการยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ
ของกันและกันจนมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไปได้

ประโยคนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า "ไม่เป็นความจริง" ในชีวิตคู่:

      Ali MacGraw (นางเอก) เคยให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่ามันเป็นเรื่อง "โกหกทั้งเพ" (Crock)
      จอห์น เลนนอน (John Lennon) เคยล้อเลียนประโยคนี้ว่า "ความรักหมายถึงการต้องพูดขอโทษทุกๆ 15 นาทีต่างหาก"
      ใน What's Up, Doc? (1972) เมื่อป้าบาร์บกล่าวประโยคนี้ใส่ ไรอัน โอนีล เขาตอบกลับหน้าตายว่า



       ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ส่วนใหญ่มองว่า การขอโทษอย่างจริงใจ คือกุญแจสำคัญของความรักที่ยั่งยืน
มากกว่าการเพิกเฉยต่อความผิดพลาดโดยอ้างคำว่ารัก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 22 23 [24]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง