เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 3576 การแต่งเรื่องอิงประวัติศาสตร์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 11 ธ.ค. 25, 09:35

  ผู้จัดอาจเน้นความสวยงามมากกว่าถูกต้องตามยุคสมัยค่ะ   แต่ก็มีบางเรื่อง แต่งกายถูกต้องเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 13 ธ.ค. 25, 11:06

   อย่างที่ 7   การเขียนเรื่องอิงประวัติศาสตร์ควรมาจากพื้นฐานความรักเรื่องราวและเหตุการณ์ในอดีตเป็นทุนเดิมอยู่ก่อน     เพราะถ้าเขียนด้วยเหตุผลอื่น เช่น อยากจะฝีกฝีมือตนเองว่าเขียนได้เหมือนกัน   หรือคิดว่าเขียนแนวนี้แล้วส่งประกวดน่าจะได้รางวัล  ฯลฯ  คุณอาจจะเจอกับดัก  ว่าด้วยรายละเอียดต่างๆผุดขึ้นมาเป็นทิวแถว ให้ก้าวข้ามไปได้ยาก
   เช่นพระเอกเป็นขุนนางสมัยปลายอยุธยา     แต่คุณไม่รู้เลยว่าขุนนางสมัยนั้น เขาทำงานกันอย่างไร   เขามีบรรดาศักดิ์ว่าอะไร   เขาทำงานกันที่ไหน  อย่างไร  ในเมื่อสมัยนั้นไม่มีกระทรวงทบวงกรม    ถ้าไม่อ่านหรือค้นคว้าไว้ก่อน พระเอกผู้เป็นขุนนางอาจจะมีแค่ฉากที่นั่งอยู่ในบ้าน  ไม่ได้ออกไปไหน   
   พื้นฐานความรักในอดีตเช่นนี้ มีเนื้อที่กว้างไกลครอบคลุมหลายสาขาวิชา     รู้เหตุการณ์ในพงศาวดารหรือจดหมายเหตุเท่านั้นยังไม่พอ    ความรู้เรื่องภาษาในแต่ละยุคสมัยก็จำเป็นเหมือนกัน      เพราะภาษาในแต่ละยุคเช่นชื่อตัวละคร ไม่เหมือนกัน
   สามัญชนคนสมัยอยุุธยา มีชื่อตัวสั้นๆ พยางค์เดียวหรือสองพยางค์อย่างมาก     มีชื่อจำนวนมากที่ไม่แยกเพศ ชายหรือหญิงอาจชื่อ "ทอง" " เงิน" "นาก" ได้ซ้ำกัน     ความนิยมแบบนี้มีต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 5  จนถึงรัชกาลที่ 6 จึงนิยมเพิ่มเป็นสองคำ หรือยาวกว่านั้น
    ด้วยเหตุนี้  ผู้หญิงสมัยอยุธยา เรื่อยมาจนรัชกาลที่  5 จึงไม่มีชื่อว่าพัชราภา ทักษอร  อุรัสยา  ณฐพร  พิมพ์ชนก หรือเฌอมาลย์  แม้แต่จนสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่อแม่ก็ยังไม่ตั้งชื่อลูกสาวแบบนี้   เด็กหญิงยุคเบบี้บูมเมอร์ชื่ออะไร  ขอให้ดูได้จากดารารุ่นคุณปู่คุณย่า เช่นวิไลวรรณ พิศมัย  ประภาพรรณ รัตนาภรณ์ เป็นต้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 15 ธ.ค. 25, 17:14

  อย่างที่ 8  อย่าเสียดายข้อมูล
  นักเขียนมือใหม่หลายคนทำการบ้านมาอย่างดี - ดีเกินไป  คือค้นคว้ามามากมายเกือบเรียกได้ว่าอสงไขย   พอลงมือเขียน  เกิดเสียดายข้อมูลว่าอุตส่าห์ค้นมามาก   ได้ความรู้มาก    อย่ากระนั้นเลย  อย่าทิ้งมันไป  ควรเผื่อแผ่ให้คนอ่านได้รู้อย่างเราด้วย   ว่าแล้วพอลงมือเขียนถึงบทหนึ่งบทสอง   มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ค้นคว้าหาความรู้มา มากเท่าไหร่ ประดังประเดใส่ลงไปหมด
  สมมุติว่าเขียนถึงตัวละครมีบทรำ   คนเขียนไปค้นประวัติการรำในภูมิภาคมามากมาย    ตัวละครควรรำจบใน 1 ย่อหน้า  แต่ผู้เขียนร่ายยาวประวัติการรำ ลักษณะการรำ  ประเภทของการรำ  ผู้รำที่มีชื่อเสียงฯลฯ  3 หน้ายังไม่จบ   เพราะอยากให้คุ้มเหนื่อยกับที่ฉันไปอ่านมา   แบบนี้จะทำให้เรื่องกลายเป็นวิทยานิพนธ์การรำละคร   ขาดรสชาติของนวนิยาย 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 13:08

  อย่างที่ 9   ความรักยุคที่เขียนถึง
  ประวัติศาสตร์ของไทยมีหลายยุคให้เลือกได้ตามใจรัก   แต่การบ้านข้อหนึ่งที่นักเขียนต้องตอบโจทย์ให้ได้คือ
  1  ทำไมเลือกยุคนี้
  2  มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยุคนี้มากน้อยแค่ไหนมาก่อน
  3  เต็มใจจะแสวงหารายละเอียดเพิ่มเติมไหม

  ถ้าคำตอบข้อแรกคือ ความรัก  ก็ถือว่าสอบผ่าน
  เพราะความรักจะทำให้สนใจรายละเอียดทุกอย่างที่ผ่านสายตา   ทำให้ไม่เหนื่อยที่จะค้นควา้   แม้จะถาม AI ได้แต่ก็ต้องรู้ว่าบางที AI ก็ตอบผิดได้เหมือนกัน   ต้องมาตรวจสอบซ้ำ  ถ้าไม่รักก็จะไม่อดทนที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้
  ถ้าเป็นเหตุผลข้ออื่น เช่น ไม่รู้จะเลือกอะไร เขาเขียนกันไปเยอะแล้ว เลยเอาอดีตช่วงนี้ดีกว่า   ยังไม่มีใครเขียน หรือยุคนี้น่าจะเขียนง่ายกว่ายุคอื่น  แบบนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยงกับเขียนไม่จบ   เพราะยิ่งเขียน จะมีตอโผล่ขึ้นมาเป็นระยะให้สะดุด
  เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่เนื้อเรื่องเท่านั้น  แต่อยู่ที่รายละเอียดที่จะต้องทำความเข้าใจให้ดี ก่อนจะลงมือเขียน
   ถ้าเขียนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2   สมัยนั้นมีไฟฟ้าไหม   มีทีวีขาวดำหรือยัง     ความบันเทิงในยามค่ำคืนมีอะไร หรือไม่มี    ทหารญี่ปุ่นพักอยู่ที่ไหนในกรุงเทพ   ในเม่ือกรุงเทพถูกระเบิดลง   ผู้คนยังไปทำงานกันได้อย่างไร   ฯลฯ
บันทึกการเข้า
superboy
สุครีพ
******
ตอบ: 839


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 20:35

ให้รักช่วยนำทาง

อ่านสนุกดีครับอาจารย์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 23 ธ.ค. 25, 09:20

    คุณ superboy ลองเขียนดูหรือยังคะ?
   อย่างที่ 10  ความสอดคล้องระหว่างเนื้อเรื่องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
   เมื่อเริ่มคิดจะเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์   ไม่ใช่ว่าเอาปากกาจิ้มลงไปบนยุคไหนประวัติศาสตร์ แล้วบอกว่า โอเค เอายุคนี้ละ  แล้วก็สร้างตัวละครขึ้นมาชุดหนึ่ง  ใส่ลงในยุคนั้นเหมือนเอาตุ๊กตาวางลงในกล่อง
   ควรจะมีความเชื่อมโยงให้เหมาะสมระหว่างบทบาทของตัวละคร กับฉากหลังทางประวัติศาสตร์ด้วย
   ถ้าจะเขียนถึงฝรั่งสมัยอยุธยา ก็ไม่ควรเลือกรัชสมัยพระเพทราชา  เพราะท่านไล่ฝรั่งออกไปเสียครึ่งค่อน ที่เหลืออย่างโปรตุเกสก็ไม่มีบทบาททางการเมือง
   ถ้าพระเอกนางเอกทำการค้าเก่ง ก็ไม่ควรเลือกรัชกาลที่ 7  ที่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
บันทึกการเข้า
superboy
สุครีพ
******
ตอบ: 839


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 25 ธ.ค. 25, 21:37

นิยายอิงประวัติศาสตร์ให้ผมเขียนคงฉีกไปอังกฤษหรือฝรั่งเศสยุค 1905 โน่นเลยครับ สงครามทางบกเลยมาถึงกลางทะเลไล่ยิงกันตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง สนุกคนเขียนลำบากคนอ่าน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 26 ธ.ค. 25, 11:28

     คุณ superboy ทำเอาดิฉันต้องไปหาว่า ปี 1905 เกิดสงครามอะไร
    ไม่เจออังกฤษหรือฝรั่งเศส  แต่ไปเจอว่า
    1  สงครามหลักในปี ค.ศ. 1905 คือสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (ค.ศ. 1904-1905) ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิรัสเซียและญี่ปุ่นเรื่องการครอบครองแมนจูเรียและเกาหลี จบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของญี่ปุ่น  คู่สงครามลงนามในสนธิสัญญาพอร์ตสมัธ ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
    2  การเริ่มต้นของการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1905  ทำให้บัลลังก์ของซาร์นิโคลัสที่ 2 ล่มสลายลง
    ชักอยากอ่านเสียแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 02 ม.ค. 26, 11:05

  อย่างที่ 11 ภาษาที่ใช้ในการเขียน
  การเลือกใช้ภาษายุคเก่าเพื่อสร้างบรรยากาศให้คนอ่านคล้อยตามเป็นสิ่งสำคัญ    ถ้าใช้สแลงปัจจุบันให้ตัวละครสมัยอยุธยาหรือสุโขทัยพูด   จะเกิดอาการ "สะดุด" ในใจคนอ่านได้
  แต่ก็มีข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การใช้ภาษาที่แพรวพราวอลังการ  เพื่อเน้นความอลังการของเรื่อง อาจมีจุดอ่อนตรงที่คนอ่านจะติดกับกำแพงภาษาจนมองไม่เห็นเรื่อง    เพราะมัวแต่หาคำแปลศัพท์หรือตีความสำนวนอยู่
  อย่าลืมว่านวนิยายเขียนขึ้นเพื่อให้เห็น "เรื่อง" ไม่ใช่เห็น "ภาษา"
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.051 วินาที กับ 17 คำสั่ง