เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 15 เมื่อ 11 ธ.ค. 25, 09:35
|
|
ผู้จัดอาจเน้นความสวยงามมากกว่าถูกต้องตามยุคสมัยค่ะ แต่ก็มีบางเรื่อง แต่งกายถูกต้องเหมือนกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 16 เมื่อ 13 ธ.ค. 25, 11:06
|
|
อย่างที่ 7 การเขียนเรื่องอิงประวัติศาสตร์ควรมาจากพื้นฐานความรักเรื่องราวและเหตุการณ์ในอดีตเป็นทุนเดิมอยู่ก่อน เพราะถ้าเขียนด้วยเหตุผลอื่น เช่น อยากจะฝีกฝีมือตนเองว่าเขียนได้เหมือนกัน หรือคิดว่าเขียนแนวนี้แล้วส่งประกวดน่าจะได้รางวัล ฯลฯ คุณอาจจะเจอกับดัก ว่าด้วยรายละเอียดต่างๆผุดขึ้นมาเป็นทิวแถว ให้ก้าวข้ามไปได้ยาก เช่นพระเอกเป็นขุนนางสมัยปลายอยุธยา แต่คุณไม่รู้เลยว่าขุนนางสมัยนั้น เขาทำงานกันอย่างไร เขามีบรรดาศักดิ์ว่าอะไร เขาทำงานกันที่ไหน อย่างไร ในเมื่อสมัยนั้นไม่มีกระทรวงทบวงกรม ถ้าไม่อ่านหรือค้นคว้าไว้ก่อน พระเอกผู้เป็นขุนนางอาจจะมีแค่ฉากที่นั่งอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน พื้นฐานความรักในอดีตเช่นนี้ มีเนื้อที่กว้างไกลครอบคลุมหลายสาขาวิชา รู้เหตุการณ์ในพงศาวดารหรือจดหมายเหตุเท่านั้นยังไม่พอ ความรู้เรื่องภาษาในแต่ละยุคสมัยก็จำเป็นเหมือนกัน เพราะภาษาในแต่ละยุคเช่นชื่อตัวละคร ไม่เหมือนกัน สามัญชนคนสมัยอยุุธยา มีชื่อตัวสั้นๆ พยางค์เดียวหรือสองพยางค์อย่างมาก มีชื่อจำนวนมากที่ไม่แยกเพศ ชายหรือหญิงอาจชื่อ "ทอง" " เงิน" "นาก" ได้ซ้ำกัน ความนิยมแบบนี้มีต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 6 จึงนิยมเพิ่มเป็นสองคำ หรือยาวกว่านั้น ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงสมัยอยุธยา เรื่อยมาจนรัชกาลที่ 5 จึงไม่มีชื่อว่าพัชราภา ทักษอร อุรัสยา ณฐพร พิมพ์ชนก หรือเฌอมาลย์ แม้แต่จนสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่อแม่ก็ยังไม่ตั้งชื่อลูกสาวแบบนี้ เด็กหญิงยุคเบบี้บูมเมอร์ชื่ออะไร ขอให้ดูได้จากดารารุ่นคุณปู่คุณย่า เช่นวิไลวรรณ พิศมัย ประภาพรรณ รัตนาภรณ์ เป็นต้น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 17 เมื่อ 15 ธ.ค. 25, 17:14
|
|
อย่างที่ 8 อย่าเสียดายข้อมูล นักเขียนมือใหม่หลายคนทำการบ้านมาอย่างดี - ดีเกินไป คือค้นคว้ามามากมายเกือบเรียกได้ว่าอสงไขย พอลงมือเขียน เกิดเสียดายข้อมูลว่าอุตส่าห์ค้นมามาก ได้ความรู้มาก อย่ากระนั้นเลย อย่าทิ้งมันไป ควรเผื่อแผ่ให้คนอ่านได้รู้อย่างเราด้วย ว่าแล้วพอลงมือเขียนถึงบทหนึ่งบทสอง มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ค้นคว้าหาความรู้มา มากเท่าไหร่ ประดังประเดใส่ลงไปหมด สมมุติว่าเขียนถึงตัวละครมีบทรำ คนเขียนไปค้นประวัติการรำในภูมิภาคมามากมาย ตัวละครควรรำจบใน 1 ย่อหน้า แต่ผู้เขียนร่ายยาวประวัติการรำ ลักษณะการรำ ประเภทของการรำ ผู้รำที่มีชื่อเสียงฯลฯ 3 หน้ายังไม่จบ เพราะอยากให้คุ้มเหนื่อยกับที่ฉันไปอ่านมา แบบนี้จะทำให้เรื่องกลายเป็นวิทยานิพนธ์การรำละคร ขาดรสชาติของนวนิยาย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 18 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 13:08
|
|
อย่างที่ 9 ความรักยุคที่เขียนถึง ประวัติศาสตร์ของไทยมีหลายยุคให้เลือกได้ตามใจรัก แต่การบ้านข้อหนึ่งที่นักเขียนต้องตอบโจทย์ให้ได้คือ 1 ทำไมเลือกยุคนี้ 2 มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับยุคนี้มากน้อยแค่ไหนมาก่อน 3 เต็มใจจะแสวงหารายละเอียดเพิ่มเติมไหม
ถ้าคำตอบข้อแรกคือ ความรัก ก็ถือว่าสอบผ่าน เพราะความรักจะทำให้สนใจรายละเอียดทุกอย่างที่ผ่านสายตา ทำให้ไม่เหนื่อยที่จะค้นควา้ แม้จะถาม AI ได้แต่ก็ต้องรู้ว่าบางที AI ก็ตอบผิดได้เหมือนกัน ต้องมาตรวจสอบซ้ำ ถ้าไม่รักก็จะไม่อดทนที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ ถ้าเป็นเหตุผลข้ออื่น เช่น ไม่รู้จะเลือกอะไร เขาเขียนกันไปเยอะแล้ว เลยเอาอดีตช่วงนี้ดีกว่า ยังไม่มีใครเขียน หรือยุคนี้น่าจะเขียนง่ายกว่ายุคอื่น แบบนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยงกับเขียนไม่จบ เพราะยิ่งเขียน จะมีตอโผล่ขึ้นมาเป็นระยะให้สะดุด เพราะปัญหาใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่เนื้อเรื่องเท่านั้น แต่อยู่ที่รายละเอียดที่จะต้องทำความเข้าใจให้ดี ก่อนจะลงมือเขียน ถ้าเขียนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สมัยนั้นมีไฟฟ้าไหม มีทีวีขาวดำหรือยัง ความบันเทิงในยามค่ำคืนมีอะไร หรือไม่มี ทหารญี่ปุ่นพักอยู่ที่ไหนในกรุงเทพ ในเม่ือกรุงเทพถูกระเบิดลง ผู้คนยังไปทำงานกันได้อย่างไร ฯลฯ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superboy
|
|
ความคิดเห็นที่ 19 เมื่อ 22 ธ.ค. 25, 20:35
|
|
ให้รักช่วยนำทาง
อ่านสนุกดีครับอาจารย์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 20 เมื่อ 23 ธ.ค. 25, 09:20
|
|
คุณ superboy ลองเขียนดูหรือยังคะ? อย่างที่ 10 ความสอดคล้องระหว่างเนื้อเรื่องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เมื่อเริ่มคิดจะเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ว่าเอาปากกาจิ้มลงไปบนยุคไหนประวัติศาสตร์ แล้วบอกว่า โอเค เอายุคนี้ละ แล้วก็สร้างตัวละครขึ้นมาชุดหนึ่ง ใส่ลงในยุคนั้นเหมือนเอาตุ๊กตาวางลงในกล่อง ควรจะมีความเชื่อมโยงให้เหมาะสมระหว่างบทบาทของตัวละคร กับฉากหลังทางประวัติศาสตร์ด้วย ถ้าจะเขียนถึงฝรั่งสมัยอยุธยา ก็ไม่ควรเลือกรัชสมัยพระเพทราชา เพราะท่านไล่ฝรั่งออกไปเสียครึ่งค่อน ที่เหลืออย่างโปรตุเกสก็ไม่มีบทบาททางการเมือง ถ้าพระเอกนางเอกทำการค้าเก่ง ก็ไม่ควรเลือกรัชกาลที่ 7 ที่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superboy
|
|
ความคิดเห็นที่ 21 เมื่อ 25 ธ.ค. 25, 21:37
|
|
นิยายอิงประวัติศาสตร์ให้ผมเขียนคงฉีกไปอังกฤษหรือฝรั่งเศสยุค 1905 โน่นเลยครับ สงครามทางบกเลยมาถึงกลางทะเลไล่ยิงกันตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง สนุกคนเขียนลำบากคนอ่าน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 22 เมื่อ 26 ธ.ค. 25, 11:28
|
|
คุณ superboy ทำเอาดิฉันต้องไปหาว่า ปี 1905 เกิดสงครามอะไร ไม่เจออังกฤษหรือฝรั่งเศส แต่ไปเจอว่า 1 สงครามหลักในปี ค.ศ. 1905 คือสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น (ค.ศ. 1904-1905) ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิรัสเซียและญี่ปุ่นเรื่องการครอบครองแมนจูเรียและเกาหลี จบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของญี่ปุ่น คู่สงครามลงนามในสนธิสัญญาพอร์ตสมัธ ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย 2 การเริ่มต้นของการปฏิวัติรัสเซียในปี ค.ศ. 1905 ทำให้บัลลังก์ของซาร์นิโคลัสที่ 2 ล่มสลายลง ชักอยากอ่านเสียแล้วค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
    
ตอบ: 41868
ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม
|
|
ความคิดเห็นที่ 23 เมื่อ 02 ม.ค. 26, 11:05
|
|
อย่างที่ 11 ภาษาที่ใช้ในการเขียน การเลือกใช้ภาษายุคเก่าเพื่อสร้างบรรยากาศให้คนอ่านคล้อยตามเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าใช้สแลงปัจจุบันให้ตัวละครสมัยอยุธยาหรือสุโขทัยพูด จะเกิดอาการ "สะดุด" ในใจคนอ่านได้ แต่ก็มีข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การใช้ภาษาที่แพรวพราวอลังการ เพื่อเน้นความอลังการของเรื่อง อาจมีจุดอ่อนตรงที่คนอ่านจะติดกับกำแพงภาษาจนมองไม่เห็นเรื่อง เพราะมัวแต่หาคำแปลศัพท์หรือตีความสำนวนอยู่ อย่าลืมว่านวนิยายเขียนขึ้นเพื่อให้เห็น "เรื่อง" ไม่ใช่เห็น "ภาษา"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|