เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 17 18 [19]
  พิมพ์  
อ่าน: 23967 คุยกันถึงวรรณกรรมระดับโลก
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 270  เมื่อ 02 ม.ค. 26, 10:59

     ตลอดการล่องเรือ ทั้งคู่ต้องพบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความไร้สติและความโหดร้ายของมนุษย์ เช่นไปเจอความขัดแย้งของสองตระกูล  ฮัคติดอยู่ตรงกลางในสงครามระหว่างสองตระกูล ที่ฟาดฟันฆ่าแกงกันอย่างดุเดือด   แต่เมื่อสอบถาม ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูตัวฉกาจ  แต่พอถามถึงสาเหตุดั้งเดิม  ก็ไม่มีใครจำได้สักคนว่าเริ่มขัดแย้งกันด้วยเรื่องอะไร  รู้แต่ว่าเห็นหน้าเป็นต้องฆ่ากัน
    อีกเรื่องคือต้องผจญกับสิบแปดมงกุฎ 2 คนที่อ้างว่าตัวเองเป็น "กษัตริย์ " โอรสของพระเจา้หลุยส์ที่ 16   และขุนนางตระกูลสูงชั้น"ท่านดยุค" ทั้งสองขอขึ้นแพมาด้วย ที่จริงเพื่อตระเวนหลอกเอาเงินคนตามเมืองต่าง ๆ จนหวุดหวิดจะทำให้จิมถูกจับได้
    ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้   คือในยุคนั้นการช่วยทาสหนีถือเป็นความผิดร้ายแรง ทั้งทางกฎหมายและศาสนา ฮัคถูกสั่งสอนมาว่าถ้าเขาช่วยทาสผิวดำให้เป็นอิสระ  เขาจะตกนรก
    ในตอนแรก ฮัคคิดจะเขียนจดหมายแจ้งที่อยู่ของจิมให้นายของจิมรู้    แต่แล้วเขาก็หวนนึกถึงความดีและความจริงใจที่จิมมีให้เขา ตลอดเวลาที่ร่อนเร่กันมาตามลำน้ำ  ฮัคตัดสินใจฉีกจดหมายทิ้ง  แล้วพูดประโยคที่กลายเป็นประโยคอมตะในวงวรรณกรรมว่า
 "All right, then, I'll go to hell!" (ตกลง งั้นฉันยอมตกนรกก็ได้!)
 ทำไมประโยคนี้ถึงโดดเด่น   ก็เพราะมาร์ค ทเวน กล้าแสดงให้เห็นว่า ระหว่างสังคมและคำสอนทางศาสนาที่ ปราศจากมนุษยธรรม    เขาสร้างให้เด็กน้อยเป็นตัวแทนคุณธรรม ที่เหนือกว่ากฎหมายและสังคมที่บิดเบี้ยวเช่นนั้น

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 271  เมื่อ 03 ม.ค. 26, 11:22

   การผจญภัยของฮัคมีเหตุการณ์รุนแรงมากกว่าในเรื่องทอม ซอเยอร์  มีทั้งฆาตกรรม พยายามฆ่า (หลายครั้ง) หลอกลวงต้มตุ๋น   ศพถูกฆ่า จนเกือบจะเป็นนิยายของผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก   ทั้งฮัคและจิมเกือบจะเอาตัวไม่รอดหลายครั้ง  จนในที่สุดจิมก็จนมุม  ถูกจับตัวได้เพื่อนำกลับไปส่งนายตามเดิม
   ตอนจบ ทอม ซอเยอร์ ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีใครคาดฝัน   เข้ามาช่วยวางแผนพาจิมหนีแบบแฟนตาซีเกินจริง (ตามสไตล์ทอม) จนเหตุการณ์วุ่นวายหนักขึ้น  สุดท้ายความจริง ทอก็เป็นคนเปิดเผยว่า แผนการพาหนีที่เขาสร้างขึ้น ทำไปเพื่อความสนุกเท่านั้นเอง   นายของจิมถึงแก่กรรม  เธอได้ระบุในพินัยกรรมขอปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ   ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถจับกุมคุมขังจิมได้อีก  จิมเป็นไทแก่ตัวโดยสมบูรณ์
    ส่วนพ่อของฮัค ที่เป็นตัวมารในชีวิตของลูก  ก็เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ต้นเรื่อง   ฮัคจึงเป็นอิสระไม่ต้องหนีไปไหนอีก
    ในตอนจบ  แทนที่จะกลับไปสู่สังคมเมืองที่ตัวเองจากมา    ฮัคเลือกที่จะเดินทางต่อไปทางตะวันตก เพราะเขาเข็ดกับสิ่งที่เรียกว่าอารยธรรมเสียแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 272  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 11:16

   แม้ว่าดูจากภายนอก  นิยายเรื่องนี้เหมือนเป็นวรรณกรรมเด็ก  แต่เอาเข้าจริง   มาร์ค ทเวนใส่เนื้อหาเข้มข้น ประชดเสียดสีสังคมร่วมสมัยเอาไว้ราวกับเป็นนิยายหนักๆสักเรื่องหนึ่ง   ข้อนี้เองคือจุดเด่นของเรื่อง  
   โลกของฮัคคือสายตาเด็กที่มองสังคมผู้ใหญ่จนทะลุถึงแก่น   สื่อสารด้วยภาษาถิ่นของเด็กน้อย ไร้การศึกษา พูดจาสำเนียงชาวบ้าน ทเวนสะกดภาษาตามแบบที่หูได้ยิน ไม่ใช่ตามหลักภาษาในตำรา    ข้อนี้ทำให้การแปลเป็นไทยยากมาก หากว่าเราไม่รู้จักภาษาถิ่นของฮัค   แต่คนอ่านชาวอเมริกันเข้าใจ
    สังคมผู้ใหญ่ในสมัยนั้นมีอะไรบ้าง   ทเวนเสียดสีได้เจ็บแสบ  อย่างเช่นระบบทาส    เขาสะท้อนความจริงว่ามันเป็นเรื่องเลวร้ายขนาดไหนที่มนุษย์ด้วยกันถูกมนุษย์อีกชนชาติหนึ่งจับลดสภาพลงไปเหมือนสัตว์เลี้ยง   ถูกซื้อขายเหมือนแพะแกะวัวควาย   เมื่อหนีก็ถูกประกาศนำจับตั้งรางวัล ราวกับเป็นวัวควายที่เตลิดหนีจากฟาร์ม  
    ที่ขำไม่ออกคือมนุษย์ที่ทำกับมนุษย์อย่างนี้ กลับได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐี เป็นผู้ดี มีคนนับหน้าถือตา  เคร่งศาสนา  ไปโบสถ์เป็นประจำ   แล้วศาสนาเอง(ในสมัยนั้น) ก็กลับสนับสนุุนแนวคิดนี้  ถึงกับประกาศว่าการช่วยให้ทาสหนีเป็นบาปต้องตกนรก   ราวกับบาปที่ไปขโมยสัตว์เลี้ยงของเพื่อนบ้าน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 273  เมื่อ 05 ม.ค. 26, 11:41

     อีกตอนหนึ่งในเส้นทางผจญภัยของฮัค ที่ผู้เขียนเสียดสีความขัดแย้งในสังคมได้เจ็บแสบ   คือฮัคไปพบเด็กชายวัยเดียวกัน ชื่อบัค แกรนเจอร์ฟอร์ด เป็นคนนิสัยดี โอบอ้อมอารีและมีความเป็นมิตรอย่างจริงใจ   เด็กทั้งสองเข้ากันได้ดี  จนบัคคะยั้นคะยอให้ฮัคตัดสินใจเลิกเดินทาง  ปักหลักอยู่กับครอบครัวแกรนเจอร์ฟอร์ดตลอดไป
     อย่างไรก็ตาม บัคเป็นผลผลิตจากสภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตมา  จึงมีนิสัยอีกด้านหนึ่งที่รุนแรงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ  โดยเจ้าตัวเองก็หารู้ตัวไม่
    กล่าวคือตระกูลแกรนเจอร์ฟอร์ดกับเชพเพิิร์ดสัน ซึ่งเป็นตระกูลคหบดีของท้องถิ่น สืบเชื้อสายมาจากผู้ดีเก่าหลายชั่วคน กลับมีความเป็นศัตรูกันชนิดไม่เผาผี   เห็นหน้าเป็นต้องฆ่ากัน   แม้แต่เด็กน้อยอย่างบัค ซึ่งพอเห็นสมาชิกคนไหนของตระกูลคู่อริผ่านมาในสายตา เป็นต้องคว้าปืนยิงเปรี้ยงทันที  เพราะได้รับการอบรมจนฝังหัวว่าตระกูลเชพเพิร์ดสันเป็นภัยคุกคามตัวฉกาจ
    วันหนึ่ง ขณะที่เดินเล่นกับฮัค บัคเห็นคนในตระกูลเชพเพิร์ดสันในระยะไกล   ก็ยิงใส่เขาในทันที
   เมื่อฮัคถามว่าคนในตระกูลเชพเพิร์ดสันทำอะไรผิดต่อบัค   บัคก็ตอบอย่างปกติที่สุดว่า
    “เขาเหรอ? เขาไม่เคยทำอะไรฉันหรอก แต่ตระกูลเราบาดหมางกัน..เท่านั้นละ”
    การกระทำของบัค เหมือนทำไปโดยอัตโนมัติ   ไม่คำนึงถึงเหตุผล   ไม่รู้สึกรู้สาต่อมโนธรรม  เขาพูดถึงความรุนแรงและความตายของทั้งสองฝ่ายราวกับว่าเป็นความสูญเสียในสงคราม  ซึ่งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงไม่ได้   ทั้งๆที่สาเหตุของความขัดแย้งเกิดขึ้นมานมนานกาเล จนลูกหลานรุ่นปัจจุบันก็ไม่รู้แล้วว่ามันมาจากเรื่องอะไร
    ข้อนี้  ทเวนเสียดสีความเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่ที่ถ่ายทอดความเคียดแค้นชิงขังของตนไปสู่เด็กรุ่นใหม่ ปลูกฝังความเกลียดชัง และอคติ จนระเบิดออกมาเป็นความรุนแรงถึงขั้นฆ่าปรปักษ์ได้โดยไม่หวนคิดสักนิดว่า-จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมถึงเกลียด  รู้แต่ว่าต้องเกลียด ต้องทำลาย
   สิ่งนี้ยังมองเห็นได้จนปัจจุบัน ในหลายวงการ  ไม่ต้องยกตัวอย่างว่าวงการอะไร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 274  เมื่อ 06 ม.ค. 26, 10:50

    ภาพเสียดสีที่คมเฉียบในเรื่องคือสองตระกูลนี้ไปโบสถ์แห่งเดียวกันในวันอาทิตย์   ต่างฝ่ายต่างพกอาวุธกันไปเต็มเพียบ  เข้าไปนั่งเคียงข้างกันในโบสถ์อย่างสงบเสงี่ยม  ฟังท่านสาธุคุณเทศน์เรื่องความรัก และปรองดองฉันพี่น้องตามหลักของศาสนา  จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับออกมาเพื่อยิงกันทันทีที่เห็นอีกฝ่ายในระยะใกล้
    ฮัคเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่ได้ตั้งใจให้ศึกระหว่างสองตระกูลระเบิดขึ้น   เมื่อเขาช่วยให้โซเฟียลูกสาวของตระกูลแกรนเจอร์ฟอร์ดกับฮาร์นีย์ลูกชายตระกูลเชพเพิร์ดสันหนีตามกันไปแต่งงาน   เพราะแอบรักกันมานาน แต่ไม่มีท่าทีว่าจะสมหวัง
    เมื่อรู้ว่าลูกรักกัน หนีไปแต่งงานกัน แทนที่พ่อแม่สองฝ่ายจะกลับคืนดีมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก็กลับตรงข้าม   ศึกใหญ่ระเบิดขึ้นทันที    ต่างฝ่ายต่างลากอาวุธออกมาระดมยิงใส่กันอุตลุด 
    ผลก็คือสมาชิกฝ่ายชายของสองตระกูลตายกันไปเป็นใบไม้ร่วง แทบไม่มีเหลือ  รวมทั้งบัค เด็กน้อยเพื่อนของฮัคด้วย     เป็นความสูญเสียที่สูญเปล่าสำหรับทุกคน    จนถึงตอนจบ แม้สูญเสียกันจนไม่มีอะไรเหลือ  ก็ยังไม่มีใครเข้าใจว่า ความบาดหมางระหว่างกันคือเรื่องเหลวไหลไร้สาระที่ต้องจ่ายราคาแพงด้วยชีวิต
   มาร์ค ทเวนสอดแทรกคำเตือนผู้อ่านถึงหายนะอันเกิดจากความเกลียดชังที่ไร้สาระ   และความไม่สมเหตุสมผลของโลกผู้ใหญ่ที่มุ่งเอาชนะคะคาน แม้จะต้องสูญเสียอย่างมหาศาลจนไม่คุ้มก็ตาม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 275  เมื่อ 07 ม.ค. 26, 12:48

   ไม่กี่วันต่อมา ฮัคและจิมช่วยชายสองคนที่กำลังถูกกลุ่มชายติดอาวุธไล่ล่า   หารู้ไม่ว่าชายทั้งสองเป็นพวกนักต้มตุ๋น    คนหนึ่งอ้างว่าเป็นขุนนางชาวอังกฤษพลัดถิ่น (ดยุคแห่งวอเตอร์บริดจ์) อีกคนเป็นทายาทที่หายสาบสูญไปนานของราชบัลลังก์ฝรั่งเศส (โอรสพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 )
      ฮัคและจิมไม่สามารถทำอะไรผู้ใหญ่ผิวขาวสองคนนี้ได้  จึงตกลงเดินทางต่อไปตามแม่น้ำกับ “ชนชั้นสูง” ทั้งสอง 
      เม่ือมาถึงเมืองหนึ่ง พวกเขาได้ยินว่าชาวเมืองคนหนึ่งชื่อปีเตอร์ วิลค์ส เพิ่งเสียชีวิต  ทิ้งมรดกส่วนใหญ่ไว้ให้น้องชายสองคน  ซึ่งกำลังจะเดินทางมาจากอังกฤษในอีกไม่กี่วัน นักต้มตุ๋นจึงสวมรอยเป็นน้องชายของวิลค์ส  หลอกจนหลานสาวสามคนของวิลค์สหลงเชื่อ  เป็นโอกาสให้ทั้งสองรวบทรัพย์สินของผู้ตายไปได้   
      ชาวเมืองบางคนเริ่มสงสัย    ฮัคตัดสินใจที่จะขัดขวางการหลอกลวง ด้วยการขโมยทองคำที่ทั้งสองหลอกเอามาจากครอบครัวของปีเตอร์ วิลค์ส      แล้วเปิดเผยทุกอย่างให้แมรี เจน พี่สาวคนโตของวิลค์สรู้ แผนการของฮัคที่จะเปิดโปงดยุคและเจ้าชายรัชทายาทกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อพี่น้องแท้ๆ ของวิลค์สเดินทางมาถึงจากอังกฤษ
     ชาวเมืองที่สงสัยจับตัวผู้ที่อ้างสิทธิ์ในมรดกของวิลค์สทั้งสองฝ่ายไว้  แต่ดยุคกับเจ้าชายรัชทายาทก็หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิดท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น โชคดีสำหรับสองพี่น้องของผู้ตายที่เจอทองคำของพี่ชาย   แต่โชคร้ายสำหรับฮัคและจิม นักต้มตุ๋นหนีรอดมาถึงแพได้ทันทีที่ฮัคและจิมกำลังจะออกเดินทาง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 276  เมื่อ 08 ม.ค. 26, 10:23

   เป็นอันว่าฮัคกับจิมไม่มีทางอื่น ต้องเดินทางต่อไปกับจอมต้มตุ๋นท้ังสอง    หลังจากหลอกลวงเล็กๆ น้อยๆ อีกสองสามครั้ง ทั้งสองก็ก่ออาชญากรรมครั้งเลวร้ายที่สุด คือขายจิมให้กับเฟลป์ส  เจ้าของฟาร์มชาวนาในท้องถิ่น อ้างว่าจิมเป็นทาสหลบหนี  นายตั้งรางวัลนำจับให้อย่างงาม
    ฮัคตามไปจนบ้านซึ่งจิมถูกคุมขัง  เจอหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งทักทายฮัคอย่างตื่นเต้นดีใจ  เรียกเขาว่า “ทอม” ฮัคจึงนึกออกว่านางไม่ใช่ใครนอกจากแซลลี่  ภรรยาไซลาส เฟลป์ส ป้าและลุงของทอม ซอว์เยอร์ ทั้งสองเตรียมต้อนรับทอมหลานชายที่ส่งข่าวว่าจะมาเยี่ยม   พอเห็นเด็กชายก็เข้าใจผิดคิดว่าฮัคคือทอม
   ฮัคก็เลยเล่นตามน้ำ  สวมรอยเป็นทอมไป เขาดักรอทอมระหว่างบ้านเฟลป์สกับท่าเรือกลไฟ   เมื่อมาถึงทอมก็แกล้งแสดงบทเป็นน้องชายของตัวเองชื่อซิด
    ด้วยนิสัยฉลาดแกมโกง ชอบเรื่องดราม่า  ทอมวางแผนสุดพิสดารเพื่อช่วยจิม ด้วยการเพิ่มอุปสรรคที่ไม่จำเป็นมากมาย ทั้งๆ ที่จิมถูกมัดไว้อย่างหลวมๆพาหนีได้ง่ายมาก    ฮัคไม่เห็นด้วยกับแผนพิสดารของทอม  แต่เขาก็ยอมทำตามเพื่อช่วยจิม
    หลังจากเตรียมแผนซับซ้อนน่าตื่นเต้นหากไร้ประโยชน์   เด็กทั้งสองเริ่มลงมือตามแผน จิมได้รับการช่วยเหลือให้หนี   แต่ชาวบ้านที่ไล่ตามยิงทอมโดนที่ขา ฮัคจึงต้องไปตามหมอ  จิมเสียสละอิสรภาพของตัวเอง ไม่ยอมหนีเพื่อพยาบาลบาดแผลของทอม   ในที่สุด   ทุกคนถูกส่งกลับไปที่บ้านของเฟลป์ส จิมถูกล่ามโซ่อีกครั้ง
     เมื่อทอมตื่นขึ้นจากอาการบาดเจ็บในเช้าวันรุ่งขึ้น   เรื่องทั้งหมดก็คลี่คลาย   ทอมเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วจิมไม่ได้เป็นทาสอีกแล้ว เพราะมิสวัตสันนายของเขาเสียชีวิตเมื่อสองเดือนก่อน   เธอพินัยกรรมให้ปล่อยจิมเป็นอิสระ     ดังนั้นแผนที่วางกันไว้แทบล้มประดาตาย จนได้รับบาดเจ็บและจิมถูกล่ามโซ่อีกครั้ง ทั้งหมดเป็นแค่เกมสนุกๆที่ทอมวางแผนไว้เพื่อความตื่นเต้นเท่านั้นเอง 
     จากนั้นป้าพอลลี่ของทอมก็ปรากฏตัวขึ้น เปิดเผยความจริงว่า "ทอม" และ "ซิด" คือฮัคและทอม จิมบอกฮัคผู้ซึ่งกังวลว่าในอนาคตเขาจะต้องกลับไปอยู่กับพ่อขี้เมาอีก   จิมจึงเปิดเผยว่าศพที่พวกเขาพบตั้งแต่แรกก่อนลงแพมาคือศพพ่อของฮัคเอง  เป็นอันว่าฮัคเป็นอิสระเช่นเดียวกับทอม
    ส่วนชาวเมืองเมื่อรู้ความจริงก็โกรธแค้นนักต้มตุ๋นสองคนมาก  ที่หลอกลวงเรื่องจิม   จึงช่วยกันจับทั้งสองทาตัวด้วยน้ำมันดินแล้วโปะขนไก่เอาไว้ทั่วตัวเป็นการประจาน  ก่อนขับไล่จากหมู่บ้าน   ทำให้ฮัคอดนึกเวทนาไม่ได้ ทั้งๆสองคนก็เลวร้ายมาก   แต่เขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ชาวบ้านตอบแทนความเลวร้ายด้วยความเลวร้ายพอกัน
    ป้าแซลลี่และสามีตั้งใจจะรับฮัคเป็นบุตรบุญธรรม แต่ฮัคซึ่งเบื่อหน่ายที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างเด็กดีมีการอบรมอยู่ในระเบียบแบบแผน   ตอบปฏิเสธ แล้วประกาศวางแผนจะออกเดินทางไปยังทางตะวันตก ที่ยังเป็นแดนเถื่อนอยู่ เพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระจากสังคม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 277  เมื่อ 08 ม.ค. 26, 14:28

  ทีนี้ก็มาถึงเหตุผลว่า ข้อบกพร่องของงานชิ้นยอดเยี่ยมของวงวรรณกรรมอเมริกันนี้คืออะไร
  ถ้าเทียบง่ายๆ ก็เหมือนมาร์ค ทเวนเป็นปฏิมากรฝีมือยอดเยี่ยม  ปั้นรูปเทพบุตร แสดงรายละเอียดตั้งแต่หัวลงมาจนถึงข้อเท้าคมเฉียบไม่มีที่ติ  แต่พอถึงเท้าซึ่งเป็นส่วนสุดท้าย กลับเอาปูนปลาสเตอร์โปะเอาไว้หยาบๆ เสียงั้นละ ทำให้คนดูซึ่งกวาดสายตาตั้งแต่ข้างบนลงมา เจอส่วนสุดท้ายเข้าถึงกับสะอึก 
  พอหายสะอึกก็ร้องโวยวายกันใหญ่
  เออเนสต์ เฮมิงเวย์ อภิมหาพญายักษ์ของวงวรรณกรรมอเมริกัน (นักอ่านไทยคงรู้จัก The Old Man and the Sea) ยกย่องเรื่องนี้อย่างสูง ว่าเป็นนิยายที่วางรากฐานของวรรณกรรมอเมริกัน 
   เขากล่าวว่า
   "วรรณกรรมอเมริกันยุคใหม่ทั้งหมด มาจากหนังสือเล่มหนึ่งของมาร์ค ทเวน ที่ชื่อว่า ฮัคเคิลเบอร์รี ฟินน์"
    และแถมว่า
    "ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีนิยายแบบนี้   และไม่มีนิยายใดเหมือนอย่างนี้ได้อีกแล้ว"
    ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะนิยายเรื่องนี้สร้างเอกลักษณ์ของอเมริกาขึ้นมาเป็นครั้งแรก  ไม่ได้เอาขนบธรรมเนียมการแต่งจากยุโรปมาใช้อย่างวรรณกรรมอเมริกันเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้     เรื่องนี้ใช้ภาษาท้องถิ่นของอเมริกา   ถ่ายทอดภาษาของจริง เนื้อหาเน้นปัญหาหลักๆ เช่น เสรีภาพ การเหยียดเชื้อชาติ และความหน้าไหว้หลังหลอก  รวมประเด็นต่างๆที่เป็นปัญหาของประเทศอยู่ในขณะนั้น
    แต่...
    พอมาถึงตอนท้ายของเรื่อง คือเมื่อจิมถูกจับตัวไป และทอม ซอเยอร์โผล่ออกมาเป็นตัวเอก    เฮมิงเวย์ก็ยุติคำชมไว้แค่นี้
    เขาเห็นว่า ตอนจบที่แท้จริงของนิยายเรื่องนี้น่าจะเป็นตอนที่จิมถูกจับตัวเป็นทาสอีกครั้ง    อะไรที่ตามมาหลังจากนั้นคือ "ความไร้สาระ"   เรื่องที่ดำเนินมาแต่ต้น มีฮัคเป็นตัวเอก  มีประเด็นสังคมที่ซับซ้อน  จู่ๆก็มีทอม ซอเยอร์จากนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่แทบไม่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันเลย  โผล่เข้ามาขโมยซีนเอาดื้อๆ
     นอกจากนี้การผูกปมให้ทอมสร้างดราม่า ช่วยจิมให้รอดพ้นด้วยวิธีการอลังการงานสร้างที่เอาเข้าจริงก็ไม่จำเป็นสักนิด   เพราะทอมรู้อยู่เต็มอกว่าแค่เดินไปบอกเจ้าของบ้านว่านายของจิมปลดปล่อยเขาเป็นอิสระแล้ว  เรื่องก็จบ    แต่นี่มาร์ค ทเวนผูกเรื่องให้ยืดเยื้อเสียจนเสียเนื้อเรื่อง    ดึงเอาทอม ซอเยอร์มาเป็นตัวเอกแทนฮัคเสียเฉยๆ   ที่สำคัญคืออิสรภาพของจิมซึ่งควรเป็นจุดเด่นของเรื่อง ก็แทบไม่ได้ขยายให้สมความสำคัญ   คนอ่านรู้แค่ว่า จิมเป็นอิสระแล้ว จบ   จากนั้นเขาจะไปไหนทำอะไร คนเขียนไม่บอกแม้แต่คำเดียว   จิมเหมือนกับเดินลงเวทีไปอย่างเงียบๆหงอยๆ  มิตรภาพของเขากับฮัคก็เหมือนกับจบลงแค่นั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 278  เมื่อ 09 ม.ค. 26, 11:51

    ตอนจบที่อ่อนยวบยาบของงานสำคัญชิ้นนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมานับครั้งไม่ถ้วน   ส่วนใหญ่นักวิชาการพยายามตีความว่า มาร์ค ทเวนต้องการสื่ออะไรกันแน่     เพราะฮัคเริ่มต้นด้วยการฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมของสังคมเพื่อช่วยเหลือจิม (ข้อนี้พอเปรียบเทียบได้กับการปฏิวัติสังคม)  แต่เขาก็ยังกลับไปเล่นเกมแบบเด็กๆ ของทอมในตอนจบของเรื่องอยู่ดี ก็เลยลงความเห็นว่า ทเวนแสดงให้เห็นว่าฮัคยังไม่สามารถเอาชนะอคติทางเชื้อชาติที่ฝังรากลึกได้ และยังไม่พร้อมที่จะโอบรับอิสรภาพที่แท้จริงอย่างเต็มที่
     ความจริงมีอยู่ว่า มาร์ค ทเวนไม่ได้แต่งเรื่องนี้รวดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างที่เรามักจะนึกว่านักเขียนดังๆเขาทำกันเช่นนั้น   มีหลักฐานว่าทเวนประสบปัญหาในการเขียนอยู่มาก   คือเขียนไปแล้วชะงัก  เก็บต้นฉบับลงลิ้นชัก  หยุดเขียนไปหลายปี
    อาการนี้อาจเรียกว่า "หมดไฟ" ในการสร้างเนื้อเรื่อง  หรือพูดอีกอย่างคือหมดสนใจที่จะสร้างฮัคให้เติบโตไปถึงวัยผู้ใหญ่   แต่เมื่อจำเป็นต้องเขียนจนจบเพื่อจะได้ตีพิมพ์  (ซึ่งนำมาทั้งเงินและกล่อง)  เขาก็หยิบต้นฉบับมาปัดฝุ่น
    ทีนี้ เกิดอะไรขึ้น  ทำไมทอม ซอเยอร์โผล่เข้ามาขโมยซีน
    ทอม ซอเยอร์เป็นตัวละครแสนรักของทเวน   เป็นเงาสะท้อนชีวิตแสนสุขในวัยเด็กของเขาและเพื่อน  ซึ่งฮัคไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้    ดังนั้นเมื่อต้องเขียนอย่างฝืดฝืนมายาวนาน   จะต้องหาทางลงจากยอดเขาให้ได้  ทเวนก็เลยหาทางออกด้วยการเรียกตัวละครทอมเข้ามาสร้างชีวิตชีวาให้เนื้อเรื่อง ตามแบบที่เป็นแนวถนัดของเขา  คือความซุกซนโลดโผนของเด็กชายในวัย 12 ปี
    เรื่องก็เลยหักมุม จากปัญหาสังคมที่เครียดหนักหน่วงมาตลอดเรื่อง  กลับไปสู่ตอนจบที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องแต่แรก  ผู้เขียนรวบรัดสู่ตอนจบแบบกระทันหัน  และทิ้งแนวคิดที่ทเวนวางไว้แต่แรก คือมิตรภาพต่างผิวระหว่างฮัคและจิม   ความเป็นไทแก่ตัวของมนุษย์ ไม่ว่าอยู่ในผิวสีใด   แนวคิดนี้จบลงดื้อๆ ไม่มีการคลี่คลาย  
    ที่สำคัญที่สุด  การตัดสินใจเลือกของฮัคว่าจะทิ้งบ้านเมืองที่เจริญอย่างทางตะวันออกไปสู่แดนเถื่อนตะวันตก   ไม่ได้แสดงถึงการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างที่ควรจะเป็น      สิ่งที่ทเวนอาจไม่ได้คิดหรือคิดไม่ทันก็คือแดนตะวันตกในยุคนั้นคือการปราบปรามอย่างดุเดือดระหว่างชนผิวขาว(ฝรั่งจากยุโรป)กับชนผิวแดง(อินเดียนแดงเจ้าของถิ่น)  ฮัคจะไปทำอะไรในฐานะไหน ก็สุดจะคาดเดาได้
    เรื่องก็เลยนำไปสู่คำว่า ambiguity  อันเป็นคำคลาสสิกในวรรณกรรมวิจารณ์    หมายถึงความคลุมเครือที่นำไปสู่การตีความได้อย่างไม่มีที่ส้ิ้นสุด   มองอย่างชาวบ้านก็คือ - เพื่อให้นักวิชาการและนักวิจารณ์มีงานทำอย่างไรล่ะ
    ที่จริง มันก็ดูกันง่ายๆ ถ้ามองด้วยสายตาของนักเขียนด้วยกัน  คือคุณปู่มาร์ค ทเวนแกย่ิ่งเขียนยิ่งเซ็ง  เพราะมันไม่ใช่แนวที่แกถนัด   ไฟก็เลยมอดเอาดื้อๆ  แต่แนวที่แกไม่ถนัดกลายเป็นสิ่งที่คนอ่านชื่นชอบกันมากมาย   นับเป็นตลกร้ายของชีวิตหรือ irony of life โดยแท้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 279  เมื่อ 09 ม.ค. 26, 17:00

     วรรณกรรมที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องสนุกมาก    ตีความได้ยาวเหยียดด้วย    คาบเกี่ยวทั้งสาขาวรรณคดีและประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส    ก็เลยไปตั้งกระทู้ใหม่แยกจากกระทู้นี้ค่ะ
     คือเรื่อง The Man in the Iron Mask  หรือบุรุษหน้ากากเหล็ก
     เชิญอ่านได้ที่นี่
      บุรุษหน้ากากเหล็ก The Man in the Iron Mask
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 [19]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.095 วินาที กับ 20 คำสั่ง