เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 529 250 ปีของอเมริกา
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


 เมื่อ 31 ธ.ค. 25, 08:59

นิตยสารดิ อีโคโนมิสต์กล่าวถึงปี 2025 ไว้อย่างแหลมคมว่า  มันคือปีที่ประชากร 7 พันล้านคนได้กลายเป็นแค่ “ผู้อยู่อาศัย” ในโลกที่มีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว (This is Donald Trump’s world. We all are just living in it).   มาถึงวันสุดท้ายของปีคำกล่าวนี้ก็ยังเป็นความจริงอยู่  และเชื่อว่าปีหน้าก็คงไม่ต่างไปจากปีนี้  เผลอๆ อาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำเพราะเป็นปีที่ทรัมป์อาจจะต้องเสียอำนาจควบคุมบางอย่างไป   เลยต้องสร้างวิกฤติใหม่ๆ ขึ้นมาหันเหความสนใจของผู้คนไปจากสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความล้มเหลวของตัวเอง  

เรายังมีเวลาอีกหลายร้อยวันในการพูดถึงความบ้าบอต่างๆ นานาที่ทรัมป์จะสรรหามาให้โลกได้ระส่ำระสายในปี 2026     วันนี้ขอพูดเรื่องเบาๆ ก่อนดีกว่า

* * * * * * * * * * * * *
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 31 ธ.ค. 25, 09:11

ผู้อ่านหลายท่านอาจจะทราบว่า   การทดลองระบอบการปกครองแบบใหม่ในนามของ “สหรัฐอเมริกา” นั้นจะมีอายุครบ 250 ปีในปี 2026 นี้แล้ว   โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ว่าใครก็คงอยากเฉลิมฉลอง  แต่ปัญหาคือมันมีคณะกรรมการสองชุดที่รับผิดชอบการจัดงานเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้   ทำให้อเมริกันชนจำนวนมากรู้สึกสับสนว่าตกลงเราจะฉลองกันยังไง และฉลองอะไรกันแน่   

เอาเรื่องฉลองยังไงก่อนเพราะมันง่ายกว่าเยอะ  อย่างที่บอกแล้วว่ามีคณะกรรมการสองชุด ชุดแรกคือ The US Semiquincentennial Commission หรือในชื่อสั้นๆ ว่า America 250 อันเป็นคณะกรรมการที่สภาคองเกรสแต่งตั้งขึ้นในปี  2016  ชุดที่สองคือ Task Force 250 ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ทรัมป์แต่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
   
America 250 ประกอบด้วยพลเรือน 16 คน   สส. และวุฒิสมาชิกจากทั้งสองพรรครวมทั้งสิ้น 8 คน และยังมีสมาชิกโดยตำแหน่งอีก 12 คนซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานอิสระต่างๆ และคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันด้วย  โดยมีอดีตปธน.จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชและภริยากับอดีตปธน.บารัค โอบามาและภริยามาดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์   ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นกลุ่มคนที่หลากหลายและสะท้อนเสียงของอเมริกันชนทั้งฝ่ายซ้ายฝ่ายขวา (bipartisan) อย่างแท้จริง   (แม้ว่าบ้านเมืองจะแตกแยกขนาดไหนก็ตาม)

ส่วน Task Force 250 นั้นก็แน่นอนต้องมีเดอะ เดียร์ ลีดเดอร์เป็นประธาน และ VP เจดี แวนซ์เป็นรอง  สมาชิกที่เหลือก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนในครม.ทรัมป์ 2.0 และตัวแทนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ทรัมป์เป็นผู้แต่งตั้งทั้งสิ้น   แค่นี้ผู้อ่านก็คงพอจะเห็นภาพได้ว่าแนวคิดของคณะกรรมการชุดนี้จะโอนเอียงไปทางไหน 

America 250 เฉลิมฉลองด้วยการจัดกิจกรรมแบบที่เราคุ้นเคย  มีทั้งการประกวดเรียงความสำหรับนักเรียนประถมโดยที่ผู้ชนะ 250 คนจะได้รางวัลเงินสดหรือไปร่วมทริปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั่วประเทศ  การส่งทีมสารคดีออกไปจดบันทึกเรื่องราวที่บ่งบอกถึงการต่อสู้และอัตลักษณ์ของคนอเมริกันซึ่งควรค่าแก่การยกย่อง   และการส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปหรือพนักงานบริษัทเอกชนต่างๆ ออกไปอาสาสมัครเพื่อสังคมและผู้ยากไร้    จุดมุ่งหมายของโครงการนี้คือทำให้พลเมือง 350 ล้านคนของอเมริกาได้มีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 250 ปีของประเทศและตระหนักถึงความหมายของความเป็นอเมริการ่วมกัน
   
ส่วน Task Force 250 นั้นเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนประชากรทั่วประเทศมาร่วมกันสวดภาวนาเพื่อความรุ่งเรืองของอเมริกาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ชม.ทั้งทางออนไลน์และตามสถานที่ต่างๆ ที่แต่ละชุมชนจะได้จัดขึ้น  อันนี้น่าจะเป็นความพยายามของทำเนียบขาวที่จะรักษาคะแนนเสียงของทรัมป์ในหมู่ฐานเสียงเคร่งศาสนามากกว่า  นอกจากนั้นก็มีการจัดการแข่งขันกีฬาสำหรับนักเรียนมัธยมปลายภายใต้ชื่อ Patriot Games (ตามชื่อหนังดังปี 1992 ที่แฮร์ริสัน ฟอร์ดเป็นพระเอก)  โดยจะคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันชายและหญิงอย่างละหนึ่งจากแต่ละรัฐและอาณานิคม  (คล้ายๆ กับหนังเรื่อง Hunger Games ที่ทำให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์กลายเป็นเซเล็บแถวหน้าของฮอลลีวูด)
 
นอกจากนั้น ทรัมป์ก็จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน UFC matches ที่ทำเนียบขาวโดยจะมีนักมวยปล้ำดังๆ มากมายมาร่วมรายการ   แม้ทำเนียบขาวจะอ้างว่าการแข่งมวยปล้ำ UFC  นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 250 ของอเมริกา  แต่มันช่างบังอิ๊ญ บังเอิญที่วันจัดงาน 14 มิถุนา 2026 นั้นเป็น....แอ่น แอน แอ๊น... วันคล้ายวันเกิดปีที่ 80 ของทรัมป์ด้วย   (คงยังจำกันได้ว่าในวันที่14 มิถุนาของปีที่แล้วซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 79 ของทรัมป์   กระทรวงกลาโหมได้จัดกองทหารมาเดินสวนสนามในกรุงวอชิงตันดีซี แล้วอ้างว่านี่คือการเริ่มต้นการเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 250 ของอเมริกา) 

ช่วงวันหยุดจะมาต่อกันเรื่อง “ฉลองอะไร” นะคะ  อันนั้นต้องใช้เวลาเรียบเรียงนิดเพราะมันต้องพูดถึง the MAGA’s version of America ด้วย   แต่ถ้าใครมีความเห็นอย่างไรก็เข้ามาแจมได้เลยค่ะ  อยากฟังจากท่านอื่นๆ ด้วย

* * * * * * * * * * * * *


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 31 ธ.ค. 25, 10:16

     เข้ามาสวัสดีค่ะ
     ขอจองที่นั่งแถวหน้า   อยากดูว่าปู่ทรัมป์จะแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรอีก
     ขอถามคุณปัญจมา (เป็นคิวแทรก) ว่าปีที่กำลังจะผ่านไป  เศรษฐกิจของอเมริกาดีขึ้นบ้างไหมคะ
     อยากรู้ว่าท่ามกลางความสุดฤทธิ์สุดเดชของปู่     แกสามารถโชว์ฝีมือในฐานะพ่อค้าเก่ามาก่อน ว่าช่วยประหยัดงบ ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้แก่พลเมืองอเมริักันได้มากน้อยแค่ไหน
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 01 ม.ค. 26, 06:48

หนูไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์เลยไม่สามารถจะให้ความเห็นแบบลงลึกได้ค่ะ  เข้าใจว่าปีที่ผ่านมานี่ถึงแม้จะมีความเสี่ยงหลายอย่างแต่เศรษฐกิจของอเมริกาก็แสดงให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นมากพอสมควร  เพราะสามารถต้านทานแรงกดดันจากเงินเฟ้อ สงคราม และภาษีทรัมป์  รวมทั้งความปั่นป่วนที่เกิดจากความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์ 2.0 ได้ในระดับที่ดีเกินคาด    คือโตน้อยแต่ก็ยังโตอยู่  ไม่ได้ถดถอย (recession) เหมือนที่นักวิเคราะห์หลายท่านกลัว 

อย่างไรก็ดี    ยังมีความเสี่ยงหลายอย่างรอเราอยู่ในปี 2026   ปัจจัยที่สำคัญยิ่งปัจจัยหนึ่งก็คือความเป็นเอกเทศของธนาคารกลาง   ส่วนหนึ่งจะมาจากการที่ประธานเฟดคนปัจจุบัน (ซึ่งเป็นคนที่ทรัมป์ไม่สามารถสั่งได้ดั่งใจนึก) กำลังจะหมดวาระลง  และทรัมป์เองก็กำลังพยายามบีบให้กรรมการบอร์ดสายเดโมแครตท่านหนึ่งต้องหลุดจากตำแหน่งจะได้ตั้งคนที่สามารถบงการให้ลดดอกเบี้ยได้มาเสียบ   นอกจากนั้นก็มีการคาดว่าผลกระทบจากภาษีศุลกากรต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโดยรวมจะชัดเจนมากขึ้นในปีนี้   เพราะผู้ประกอบการที่พยายามอั้นไม่ขึ้นราคาสินค้ามาหลายเดือน (ส่วนหนึ่งเพราะทรัมป์ขู่ไว้) อาจจะต้านทางแรงกดดันต่อไปไม่ไหว  สงครามการค้าที่เราเห็นในปีแรกของทรัมป์ 2.0  มันคงจะไม่จบลงง่ายๆ  (อย่าลืมว่าอัตราภาษีที่ทรัมป์คิดกับสินค้าจีนนั้นมันแค่ถูกพักไว้ก่อน  ไม่ได้ล้มเลิก)   แม้แต่คนที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ก็คงจะตระหนักได้ว่านโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์นั้นมันสวนทางกับคำสัญญาที่จะลดรายจ่ายของประชาชนโดยสิ้นเชิง   

และอย่างที่พูดถึงไปแล้วข้างบน  ยิ่งทรัมป์รู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียอำนาจควบคุมไปมากเท่าไหร่  เขาก็จะยิ่งทำอะไรบ้าๆ ที่สร้างความเสียหายต่ออเมริกาและโลกมากขึ้นเท่านั้น    นี่คือความเสี่ยงที่ไม่สามารถตีมูลค่าได้  ความไม่แน่นอนในส่วนนี้น่าจะส่งผลทางจิตวิทยาอย่างต่อเนื่องต่อธุรกิจ  การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจ 
บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 01 ม.ค. 26, 07:07

ส่วนเรื่องฝีมือพ่อค้าเก่าของทรัมป์นั่น  หนูว่ามันอาจจะเป็นการให้เครดิตทรัมป์มากเกินกว่าที่เขาสมควรจะได้รับนะคะ  

มีหนังสือและรายงานข่าวเชิงสืบสวนมากมายซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัมป์นั้นไม่ได้มีความสามารถหรือทักษะในการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใดเลย  ธุรกิจอสังหาก็เป็นมรดกจากพ่อ  พอเข้าไปรับช่วงบริหารต่อก็ทำให้บ.เกือบเจ๊ง  ต้องยื่นล้มละลายนับครั้งแทบจะไม่ถ้วนทั้งสำหรับตัวเองและบริษัท  ถ้าไม่ใช่เพราะเรียลิตี้โชว์ The Apprentice มันโด่งดังไปทั่วประเทศก็จะไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้แน่ๆ   (โปรดิวเซอร์ของรายการนี้ยังออกมาสารภาพเลยว่าต้องตัดต่อเยอะมากเพื่อให้ทรัมป์ดูดี  เพราะแกมักจะตัดสินใจอะไรโง่ๆ สวนกับเหตุผลและสามัญสำนึกตลอด)    

ที่ทรัมป์รวยขึ้นอีกเป็นพันล้านใน 10 ปีที่ผ่านมานี่ส่วนใหญ่มาจากการเมืองทั้งสิ้น  เพราะพอได้เป็นปธน.ทรัมป์ก็ใช้อำนาจและอิทธิพลสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตัวเองและครอบครัว  (เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้ว่าถ้าติดคุกแล้วอยากออกจากคุกเร็วๆ ก็แค่บริจาคเงินให้ทรัมป์  ไม่ก็ไปซื้อคริปโตของทรัมป์ แล้วส่งทนายไปขอให้ทรัมป์ลดโทษให้) แถมยังไปไล่ฟ้ององค์กรสื่อใหญ่ๆ ที่รายงานข่าวแบบไม่เข้าข้างตัวเอง  เพื่อบีบให้องค์กรเหล่านั้นยอมจ่ายค่าเสียหายหลายสิบล้านเหรียญฯ แลกกับการที่ไม่ต้องเป็นศัตรูกับทรัมป์   ทั้งลูกชายลูกเขยก็ใช้สถานะทางการเมืองของพ่อและพ่อตาในการหาประโยชน์ทางการเงินและการลงทุนกับต่างประเทศมาโดยตลอด   ต่างๆ เหล่านี้ยิ่งชี้ให้เห็นว่าทรัมป์ไม่ได้เป็นพ่อค้าผู้เก่งฉกาจอะไร  น่าจะเป็นได้แค่มาเฟียขู่กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น   คนอเมริกันที่ยังมองทรัมป์ว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นพวก MAGA ขวาจัดเท่านั้น  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 03 ม.ค. 26, 21:06

ต้องถามคุณปัญจมาอีกแล้ว

เห็นข่าวนี้แล้วงง
ประเทศหนึ่งสามารถบุกเข้าไปจับผู้นำของอีกประเทศด้วยข้อหาคดีอาญาได้หรือคะ
มีคำตัดสินจากศาลหรือยัง   ถ้ามี ศาลประเทศไหนคะ


บันทึกการเข้า
ปัญจมา
อสุรผัด
*
ตอบ: 283


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 09:19

นั่นล่ะค่ะ  การกลับมาของลัทธิจักรวรรดินิยมและการล่าอาณานิคม   ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องสนใจกฎหมายระหว่างประเทศหรือระเบียบโลกกันอีกแล้ว  ใครมีกำลังก็ยกกองทัพไปรุกรานประเทศอื่นกันได้ตามสบาย   ไม่ต้องอ้างด้วยว่าจะไปปลดปล่อยประชาชนผู้ถูกทรราชย์กดขี่   บอกกันตรงๆ อย่างไม่ต้องอายใครแบบที่ทรัมป์ทำให้ดูเป็นตัวอย่างเลยว่าเพื่อยึดครองทรัพยากรทางเศรษฐกิจของเขามาเป็นของเรา 

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการนี้ต่อทั้งยุโรปและเอเชียน่าจะมากมายมหาศาล  เพราะทรัมป์กำลังส่งสัญญาณบอกรัสเซียกับจีนว่า  ใครใหญ่ในทวีปไหนก็จัดการกับทวีปนั้นตามที่เห็นสมควรเลยนะ    ขอแค่ปล่อยให้ชั้นปู้ยี่ปู้ยำลาตินอเมริกาได้ตามชอบใจ ที่เหลือชั้นจะไม่ยุ่ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 11:00

เชิญคุณเพ็ญชมพูตั้งกระทู้ใหม่ในห้องหน้าต่างโลกได้เลยค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 16248



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 11:35

เสนอให้คุณเทาชมพูแยกกระทู้ใหม่หนอ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 41868

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ม.ค. 26, 11:53

https://www.reurnthai.com/index.php?topic=7531.new#new
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 20 คำสั่ง