เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

ข้อมูลเบื้องต้น

พระราชนิพนธ์: พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

บทประพันธ์

๏ แสนรักสุดรักภิรมย์สมร
ทุกอนงค์ทรงลักษณ์อันสุนทรสถาวรพูนสวาดิสวัสดี
ประกอบศักดิ์สมบูรณ์จำรูญเนตรอัคเรศงอนงามจำเริญศรี
แสนกระสันปั่นป่วนฤดีทวีมีมโนเสน่ห์น้อมถนอมนวล
อันราคีมิให้เคืองระคางข้องปองประคองนิ่มเนื้อนวลสงวน
หวังสวาดิมิรู้ขาดอารมณ์ครวญเป็นที่ชวนชูชื่นทุกอิริยา
เกษมสุขภิรมย์สมสมานเคยสำราญมิได้แรมนิราศา
ไม่นิราศขาดชมสักเวลาบำเรอล้อมพร้อมหน้าไม่ราวัน
นิจจาเอ๋ยโอ้กรรมจึงจำไกลมาซ้ำให้ทุเรศร้างมไหศวรรย์
ก็เพราะมีอริราชไภยันเข้าหักหั่นด่านแดนบุรีรมย์
จึงต้องกรูกรีธาพลากรมาจำจรจากสุขเกษมสม
สารพัดสิ่งสวัสดิ์ที่เคยชมก็นิยมให้วิโยคด้วยจำเป็น
เมื่อวันออกนาเวศทุเรศสถานแสนสงสารสุดอาลัยใครจะเห็น
พี่เคยทัศนาเจ้าทุกเช้าเย็นเพราะเกิดเข็ญจึงต้องละสละมา
ครั้นถึงด่านดาลเทวษทวีถึงคะนึงในให้หวนละห้อยหา
ถึงนางนองเหมือนพี่นองชลนายิ่งอาทวาอาวรณ์สะท้อนใจ
ครั้นถึงโขลนทวารยิ่งลานแลให้หวาดแหวอารมณ์ดังจะล้มไข้
จนลุล่องคลองชลามหาชัยย่านไกลสุดสายนัยน์ตาแล
เหมือนอกเราที่นิรามาทุเรศเหลือสังเกตมุ่งหามาห่างแห
ระกำเดียวเปลี่ยวดิ้นฤดีแดจนล่วงกระแสสาครบุรีไป
ลุสถานบ้านบ่อนาขวางให้อางขนางร้อนรนกมลไหม้
ถึงย่านซื่อเหมือนพี่ซื่อสังวรณ์ใจมิได้มีลำเอียงเที่ยงธรรม์
เมื่อถึงสามสิบสามคดแล้วแคล้วแคล้วเหมือนจะกลับมารับขวัญ
คล้ายคล้ายอัสดงพระสุริยันต์ก็บรรลุถึงคลองสุนักข์ใน
พอชลาถอยถดลงลดฝั่งเรือคั่งเคืองเขินไม่เดินได้
พลพายรายกันลงเข็นไปเหมือนเข็ญใจเคืองจิตที่จากมา
ครั้นเพลาสุริยาอรุณเรืองแสงประเทืองเบื้องบูรพ์ทิศา
พอตกลึกแล้วให้ล่องนาวาคลาประทับท่าเมืองสมุทบุรีรมย์
อันฝูงชนชาวบ้านย่านนั้นผิวพรรณไม่รื่นรวยสวยสม
ไม่เป็นที่ชวนชื่นอารมณ์ชมยิ่งเกรียมตรมสุดแสนระกำใจ
ให้ปั่นป่วนหวนสวาดิประหวัดหาจะดูใครไม่พาใจชื่นได้
จึงให้ออกนาวาคลาไคลรีบไปตามสายชลธี
อันเรือหลังดั้งกันสิ้นทั้งหลายก็พายแซงแข่งขึ้นไปอึงมี่
โห่สนั่นครั่นครื้นทั้งนาวีมีแต่ความเกษมสุขไปทุกคน
เสียงเส้าเร้าเร่งพลพายเหมือนรักหมายสายสวาดิทุกขุมขน
ให้อักอ่วนป่วนจิตจลาจลถึงตำบลบางกุ้งเป็นคุ้งเลี้ยว
ยิ่งลับไม้ไกลเนตรทุเรศสถานให้แดดาลหวั่นหวั่นกระสันเสียว
ดังเอกามาแต่นาวาเดียวเปลี่ยวสวาดินิราศไร้ภิรมย์ชม
มาถึงย่านนกแขวกแสกส่งเสียงฟังสำเนียงถอนใจเพียงใจล่ม
เคยยินเสียงประโคมขานสำราญรมย์โอ้ครั้งนี้มาระงมแต่เสียงนก
แสนทุเรศเวทนานิจจาเอ๋ยนี่ใครเลยจะเล็งเห็นในอก
ได้ระกำช้ำใจมาหลายยกหวังจะป้องปิดปกให้พ้นภัย
มิให้หมู่พาลาอาธรรม์มาย่ำยีเขตขัณฑ์บุรีได้
จึงสู้สละรักหักใจมาทนเทวษอยู่ไกลเอกา
ถึงบำหรุเหมือนพี่บำราศรักให้อักอ่วนครวญใคร่อาลัยหา
ครั้นลุราชบุรีภิรมยาที่อาทวาหักอารมณ์ค่อยสมประดี
จึงรีบรัดจัดหมู่โยธาให้อยู่รักษาบุรีศรี
ครั้นอรุณเรืองแรงแสงรวีก็จรลีนาเวศทุเรศจร
ด่วนเดินโดยทางชลมารคแสนลำบากด้วยร้างแรมสมร
กระหายหิวหวิวใจให้อาวรณ์แต่ข้อนข้อนขุ่นเข็ญเป็นนิรันดร์
ถึงท่าราบเหมือนที่ทาบทรวงถวิลยิ่งโดยดิ้นโหยหวนครวญกระสัน
ด้วยได้ทุกข์ฉุกใจมาหลายวันจนบรรลุเจ็ดเสมียนตำบลมา
ลำลำจะใคร่เรียกเสมียนหมายมารายทุกข์ที่ทุกข์คะนึงหา
จึงรีบเร่งนาเวศครรไลคลาพอทิวากรเยื้องจะสายัณห์
ก็ลุยังวังศิลาท่าลาดชายหาดทรายแดงดังแกล้งสรร
จึงประทับแรมรั้งยังที่นั้นพอพักพวกพลขันธ์ให้สำราญ
พรั่งพร้อมล้อมวงเป็นหมู่หมวดชาวมหาดตำรวจแลทวยหาญ
เฝ้าแหนแน่นนันต์กราบกรานนุ่งห่มสคราญจำเริญตา
ต่างว่าจะเข้าโหมหักศึกห้าวฮึกขอขันอาสา
ไม่คิดกายขอถวายชีวาพร้อมหน้าถ้วนทั่วทุกตัวไป
แต่ตริการที่จะผลาญอรินราชจนโอภาสแสงจันทร์จำรัสไข
ให้ขุกคิดอาวรณ์สะท้อนใจถึงอนงค์นางในไม่รู้วาย
ด้วยเคยทอดทัศนาไม่รารักภิรมย์พักตร์ร้องรำบำเรอถวาย
บ้างเฝ้าแหนหมอบเมียงเรียงรายกรกรายโบกพัชนีพาน
ยิ่งเร่าร้อนถอนทอดฤทัยทุกข์เมื่อเคยสุขหรือมาเสื่อมทุกสิ่งสมาน
จนลืมหลงที่ดำรงดำริการแต่เดือดดาลอารมณ์ไม่สมประดี
จนเพลาสิบทุ่มยิ่งรุ่มร้อนให้ยกพลนิกรออกจากที่
กระบวนทัพซับซ้อนมามากมีโห่มี่สะเทือนก้องท้องวาริน
ถึงม่วงชุมเหมือนเมื่อเคยประชุมเฝ้ายิ่งร้อนเร่ารื้อกำหนัดประหวัดถวิล
ยามเสวยเคยเห็นเป็นอาจิณแดดิ้นถึงเนื้อวิมลมาลย์
แสนเทวษเสื่อมสิ้นสิ่งสวาดิด้วยนิราศแรมร้างห่างสถาน
ถึงยามชื่นมิได้ชื่นสำราญบานแต่นี้นานสวาดิเว้นไม่เห็นใคร
ถึงปากแพรกซึ่งเป็นที่ประชุมพลพร้อมพหลพลนิกรน้อยใหญ่
ค่ายคูเขื่อนขัณฑ์ทั้งนั้นไซร้สารพัดแต่งไว้ทุกประการ
จึงรีบรัดจัดโดยกระบวนทัพสรรพด้วยพยุหทวยหาญ
ทุกหมู่หมวดตรวจกันไว้พร้อมการครั้นได้ศุภวารเวลา
ให้ยกขึ้นตามทางไทรโยคสถานทั้งบกเรือล้วนทหารอาสา
จะสังหารอริราชพาลาอันสถิตอยู่ยังท่าดินแดง
ครั้นเดือนสามวันแรมเก้าค่ำย่ำรุ่งสี่บาทอรุณแสง
จึงให้ยกพหลรณแรงล้วนกำแหงหาญเหี้ยมสงครามครัน
ไปโดยพยุหบาตรรัถยาพลนาวาตามไปเป็นหลั่นหลั่น
สะพรึบพร้อมหน้าหลังดั้งกันโห่สนั่นสะเทือนท้องนทีธาร
รีบเร่งพลพายให้เร่งพายฝืนสายชลเชี่ยวฉ่าฉาน
ถึงตำแหน่งแก่งหลวงศิลาดาลชลธารไหลเชี่ยวเป็นเกลียวมา
แต่จำเพาะเตราะตรอกซอกทางแก่งเกาะขัดขวางอยู่หนักหนา
แสนลำบากยากใจที่ไคลคลาใครจะเห็นเวทนาบรรดามี
สองวันบรรลุถึงวังยางคะนึงวังอ้างว้างเกษมศรี
เคยเป็นสุขทุกทิวาราตรีโอ้ครานี้มีกรรมมาจำไกล
ถึงบางลานยิ่งดาลทรวงสมรให้ขุ่นข้อนอารมณ์หม่นไหม้
จึงเร่งรีบนาวาคลาไคลมาถึงไศลชลธีศีขรินทร์
สูงสง่าตรงโตรกโดดเดี่ยวอยู่ริมสายชลเชี่ยวกระแสสินธุ์
พรายแพร้วดังแก้วแกมนิลปักษิณบินร้องระงมไพร
บ้างจับไม้รายเรียงบนเชิงเขาบ้างง่วงเหงาหาคู่พิสมัย
นกเอ๋ยยังรู้มีอาลัยอกเราหรือจะไม่เวทนา
ครั้นบรรลุถึงศาลเทพารักษ์อันพิทักษ์ปากน้ำประจำท่า
มีแต่ศาลสันโดษอยู่เอกาคิดมาเหมือนอกพี่ที่จากจร
เห็นอารักษ์แล้วคิดสังเวชจิตมาไร้มิตรเหมือนพี่ร้างแรมสมร
สารพัดจะวิบัติอนาทรแต่ร้อนแรมตามทางทุเรศมา
ครั้นมาถึงวังนางตะเคียนพิศเพี้ยนมิ่งไม้ใบหนา
คั่งเคียงเรียงเรียบริมชลาสาขารื่นร่มสำราญใจ
ต้นไม้เปลาเปลาอยู่สล้างเหมือนไม้กระถางวางเรียงงามไสว
ชมพลางพลางรีบนาวาไปบรรลุล่วงมาได้หลายตำบล
มาทางพลางแสนคะนึงหานัยนาแลลับไพรสณฑ์
ยิ่งแดดาลร่านร้อนทุรนทนจนลุดลเขาท้องไอยรารมย์
เป็นช่องชั้นเชิงผาศิลาลาดรุกขชาติรื่นรวยสวยสม
ไพจิตรพิศพรรณอยู่น่าชมลมพัดพากลิ่นสุมาลย์มา
มีท่อธารน้ำพุดุดั้นตลอดลั่นไหลลงแต่ยอดผา
เป็นโปลงปล่องช่องชั้นบรรพตาเซ็นซ่าดังสายสุหร่ายริน
บ้างเป็นท่อแถวทางหว่างบรรพตเลี้ยวลดไหลมาไม่รู้สิ้น
น้ำใสไหลซอกศิขรินทร์แสนถวิลถึงสวาดิไม่คลาดคลา
เกษมสุขสรงสนานสำราญเริงบันเทิงจิตพิศวงหรรษา
ชะลอได้ก็จะใคร่ชะลอมาให้เป็นที่ผาสุกทุกนางใน
คิดเคยเมื่อเคยสรงสนานสุธาธารทิพรสสดใส
อันหอมหวนอวลอบสุมาลัยมาร้างไร้สุคนธกำจร
เจ้าเคยถวายภูษาสุธาสรงอันบรรจงทิพรสเกสร
เคยไพบูลย์ด้วยตรุณนิกรทีนี้มาจำจรอยู่เอกา
ชมเขาลำเนาพนาวาสแสนสวาดิไม่วายถวิลหา
ถึงไทรโยคปลายแดนนัครามิให้หยุดโยธาเร่งคลาไคล
แต่เห็นทางท่าชลานั้นเป็นเกาะแก่งขัดขั้นล้วนเนินไศล
ยากที่นาวีจะหลีกไปจึงสั่งให้รอรั้งยั้งนาวา
เร่งรีบคชสารอัสดรบทจรตามแถวแนวพฤกษา
ชมพรรณมิ่งไม้นานาบ้างทรงผลปนผกาเขียวขจี
ลางต้นสาขาดูน่าชมรื่นร่มมิดแสงพระสุรศรี
สดับเสียงปักษาสุวาทีลิงค่างบ่างชะนีวิเวกดง
เสนาะเสียงจักจั่นสนั่นไพรแม่ม่ายลองไนในป่าระหง
เรไรร้องหริ่งหริ่งอยู่ริมพงส่งเสียงดังสำเนียงอนงค์นวล
คิดคล้ายละม้ายเหมือนดนตรีจำเรียงรี่เรื่อยโรยโหยหวน
ยิ่งซับซาบอาบชื่นอารมณ์ชวนกำสรวลว้าเหว่ทุเรโรย
ฟังแต่เสียงสำเนียงนกวิหคร้องวิเวกก้องเกริ่นไพรฤทัยโหย
รุกขชาติแกว่งกวัดสะบัดโบยลมโชยคันธรสจรุงใจ
ตะวันรอนอ่อนแสงจะอัสดงเหล่าจัตุรงค์เตรียมกายทั้งนายไพร่
แรมร้อนนอนแนวพนาลัยเขตไศลป่าระหงดงดอน
นอนเดียวเปลี่ยวเทวษทวีทุกข์ไม่มีสุขเร่าร้อนสะท้อนถอน
แสงจันทร์ส่องสว่างกลางอัมพรยิ่งอาวรณ์หวังสวาดิไม่ขาดคิด
วายุพัดพานดวงศศิธรเขจรจรบังเมฆมิดสนิท
พิรุณโรยโปรยปรายใบไม้ชิดสะท้านจิตเจียนจักเป็นไข้ใจ
เย็นฉ่ำน้ำฟ้าละอองฝนมาทนเทวษครั้งนี้จะมีไหน
ถึงทั้งหลายหนาวกายได้ผิงไฟไม่เหมือนพี่หนาวใจที่ในทรวง
เห็นดาวดึกนึกหวนรัญจวนหาในอุราเพียงทับด้วยเขาหลวง
อันหาบหามที่เขาตามมาทั้งปวงไม่หนักทรวงเหมือนพี่หนักอาลัยไกล
เขาหนักหาบถึงที่ก็ได้พักพี่หนักรักนี้ไม่ปลงเอาลงได้
มีแต่คอนข้อนทุกข์ทุกวันไปจะเห็นใจหรือที่ใจการุญกัน
แต่นอนนิ่งกลิ้งกลับไม่หลับสนิทยิ่งคิดคิดก็ยิ่งโทมนัสสันต์
จนอรุณเรืองศรีรวีวรรณจึงให้ยกพลขันธ์ยาตรา
ออกจากเนินผาศิลาพนัสเร่งรัดทวยหาญทั้งซ้ายขวา
ไปตามแถวแนวในพนาวาพอสุริยาสายัณห์ลงรอนรอน
ก็ถึงด่านท่าขนุนโดยหมายให้ตั้งค่ายตามเชิงสิขร
แล้วรีบเร่งพหลพลนิกรทั้งลาวมอญเขมรไทยเข้าโจมตี
ทัพพม่าอยู่ยังท่าดินแดงแต่งค่ายรายไว้เป็นถ้วนถี่
ทั้งเสบียงอาหารสารพันมีดังสร้างสรรค์ธานีทุกประการ
มีทั้งพ่อค้ามาขายร้านรายกระท่อมพลทุกสถาน
ด้านหลังท่าทางวางตะพานตามละหานห้วยน้ำทุกตำบล
ร้อยเส้นมีฉางระหว่างค่ายถ่ายเสบียงมาไว้ทุกแห่งหน
แล้วแต่งกองร้อยอยู่คอยคนจนตำบลสามสบครบครัน
อันค่ายคูประตูหอรบตบแต่งสารพัดเป็นที่มั่น
ทั้งขวากหนามเขื่อนคูป้องกันเป็นชั้นชั้นอันดับมากมาย
ให้ทหารเข้าหักโหมโรมรันสามวันพวกพม่าก็พังพ่าย
แตกยับกระจัดพลัดพรายทั้งค่ายคอยน้อยใหญ่ไม่ต่อตี
ให้ติดตามไปจนแม่กษัตรเหล่าพม่ารีบรัดลัดหนี
บ้างก็ตายก่ายกองในปัถพีด้วยเดชะบารมีที่ทำมา
ตั้งใจจะอุปถัมภกยอยกพระพุทธศาสนา
จะป้องกันขอบขัณฑสิมารักษาประชาชนแลมนตรี
จะบำรุงทั้งฝูงสุรางค์รักให้อัคเรศเป็นสุขจำเริญศรี
ครั้นเสร็จการผลาญราชไพรีก็ให้กรีธาทัพกลับมา
ทั้งทิวาราตรีไม่หยุดหย่อนด้วยอาวรณ์ทนเทวษถวิลหา
แสนคะนึงถึงสวาดิไม่คลาดคลาแต่พร่ำปรารภนั้นเป็นอาจิณ
จิตเจ็บจะขาดด้วยนิราศรสจะอดไว้ก็สุดอาลัยถวิล
อันบำราบรบราชไพรินถึงจะไร้ศรศิลป์ที่ชิงชัย
ก็พอจะพยายามตามตีให้ชนะไพรีจงได้
จะสู้สงครามรักนี้หนักใจด้วยไร้ศรรสสวาดิจะราวี
อันแสนศึกทั้งหลายก็พ่ายแพ้ยากแต่จะรบรักให้หน่ายหนี
ที่ลำบากแต่หลังในครั้งนี้สุดที่จะปรับทุกข์กับผู้ใด
อันฝูงสุรางค์นางทั้งหลายยังค่อยอยู่สุขสบายหรือไฉน
หรือในจิตคิดอ่านประการใดอย่าอำไว้จงแจ้งแต่จริงเอย ฯ
             

เชิงอรรถ

อ้างอิง

เครื่องมือส่วนตัว