สยามกู้อิสสระภาพตนเอง
จาก ตู้หนังสือเรือนไทย
ข้อมูลเบื้องต้น
ปรารพภ์
ต่างประเทศที่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศสยาม ว่าโดยย่อมีอยู่ ๒ ประการ :-
ประการที่ ๑ เข้ามาโดยเป็นสัตรู เพื่อเอาประเทศสยามไปเป็นเมืองออก หรือล้างทำลายไม่ให้ตั้งตัวได้ โดยเกรงว่าจะเป็นสัตรูต่อไปเป็นอาทิ แต่ข้อนี้ไม่ต้องกล่าว เพราะไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้.
ประการที่ ๒ เข้ามาโดยเป็นไมตรี เพื่อส่งสินค้าเข้ามาจำหน่าย หรือแสวงหาสินค้าส่งออกไปจำหน่าย หรือเผยแพร่ลัทธิศาสนา จึงต้องมีสัญญาทางพระราชไมตรี.
แต่สัญญาทางพระราชไมตรีที่ทำขึ้นนั้นฝ่ายใดมีอำนาจมากกว่าฝ่ายนั้นก็ทำเอาเปรียบ ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งแม้จะรู้เท่าก็ต้องยินยอม โดยเล็งเห็นกาลในอนาคตว่า ถ้าไม่ยินยอมอย่างน้อยก็คงนำความเดือดร้อนมาให้แก่ประเทศของตนอย่างมากก็เป็นข้าศึกกันขึ้น อันนั้นได้แก่ประเทศสยามของเรา.
แต่ถึงดังนั้น ถ้าต่างประเทศมีธรรม ยึดถือสัญญาทางพระราชไมตรีตรงไปตรงมาก็ยังดี นี่หาเป็นเช่นนั้นไม่ พอมีเรื่องขึ้นต้องแปลสัญญากันอีกครั้งหนึ่ง ประเทศที่มีอำนาจมากก็แปลสัญญาโน้มเข้าหาความหมายที่ตนจะได้เปรียบ ประเทศสยามก็ต้องยอมจำนน และยอมเสียเปรียบทุกสิ่งทุกอย่าง.
เหตุที่ประเทศสยามเป็นประเทศที่ว่าง่าย และตั้งอยู่ในศีลธรรมนี่เองกลายเป็นคุณขึ้น คือดำรงอิสสระภาพอยู่ได้จนบัดนี้ เสมือนคนที่ถูกรังแกเสียเหลือเกินก็ไม่สู้ การที่ไม่สู้นี้เองทำให้ผู้รังแกมิรู้ที่จะหาเหตุอะไรได้อ้างเอามาล้างอิสสระภาพ.
จริงอยู่ในอดีตสมัยเมื่อประเทศสยามไม่มีเสียง การเมืองได้เสียไปบ้าง ดังที่กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่เมื่อสบโอกาสอันเหมาะพอมีช่องที่จะผดุงการเมืองให้ฟื้นฟูขึ้น พระยากัลยาณไมตรีที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ จึงไปเจรจาการเมืองกับต่างประเทศ และได้เป็นผลสำเร็จมาคั่นหนึ่ง ดังที่ได้ปรากฎอยู่ในหนังสือเล่มนี้.
ความจริง การที่พระยากัลยาณไมตรีไปเจรจาสำเร็จผลได้ก็โดยอาศัยที่ประเทศสยามมีคุณธรรมดังกล่าวแล้วแต่เบื้องต้น เป็นหตุให้พระยากัลยาณไมตรียกขึ้นอ้างได้เต็มปาก แต่อย่างไรก็ตาม จะลืมบุญคุณของพระยากัลยาณไมตรีหาได้ไม่.
ชาวเราควรจำไว้ว่า แม้ประเทศเราจะยังเป็นประเทศเล็กอยู่ก็ดี ต่างประเทศเขาแลดูเราอยู่เสมอ ข้อสำคัญการที่จะดำรงประเทศให้เป็นอิสสระภาพอยู่ได้ นอกจากการทหารการเศรษฐกิจและอื่นๆ แล้ว ยังมีอีกข้อหนึ่งคือ ความประพฤติทั่วๆ ไปในสิ่งที่เป็นธรรมเป็นต้นว่า เหตุที่เขายอมให้คนของเราอยู่ในอำนาจศาลเรา ก็โดยเชื่อว่า คนของเราจะได้รับความชอบธรรมเพียงพอ ที่เขาแลดูนั้นไม่ใช่แต่แลดูฉะเพาะคนของเขา เขาแลดูคนของเราด้วยว่า การบังคับบัญชาคนของเราเป็นไปโดยชอบธรรมหรือไม่ ถ้าหากว่าเราไม่ประพฤติในสิ่งที่เป็นธรรมแก่คนของเรา เขาก็เห็นใจเรา แม้แต่คนของเรายังเป็นถึงเช่นนั้น ไหนเล่าเขาจะไว้ใจให้คนของเขาเข้ามาอยู่ในอำนาจศาลเรา ส่วนชาวเมืองทุกคนก็ต้องประพฤติตนของตนอยู่ในสิ่งที่ชอบธรรม มิฉะนั้นเขาก็หาไว้ใจไม่ เห็นได้ง่าย เช่น เมื่อกำลังพระยากัลยาณไมตรีเจรจาการเมืองอยู่กับประเทศฝรั่งเศสเพื่อทำสัญญาใหม่ ขณะนั้นฝรั่งเศสกล่าวว่ามีคนไทยคนหนึ่งกระทำร้ายร่างกายภรรยาที่ปรึกษากฎหมายฝรั่งเศส ทำให้การเจรจาความเมืองนั้นชะงักไป (ดูข้อความในหนังสือเล่มนี้หน้า๓๐, ๓๑)
ประเทศจีนอันเป็นประเทศที่มีอาณาจักรกว้างขวางมาก ทั้งเศรษฐกิจก็ดีกว่าเรามากมาย แต่กระนั้นต่างประเทศยังไม่ยอมให้คนของเขาอยู่ในอำนาจศาลจีน ทั้งนี้เพราะเหตุอะไร ก็เพราะเขายังไม่ไว้วางใจนั่นเอง.
โดยนัยนี้ ชาวเราทุกคนซึ่งหวังจะให้ประเทศของเราเป็นอิสสระภาพอยู่ได้ชั่วกัลปาวาสานต์เพื่อให้หลานเหลน ฯลฯ ของเราได้รับศานติสุขแล้ว พึงประพฤติตนอยู่ในหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทอญ.
พระยาวินัยสุนทร
วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๒
....................
คำนำของเรื่อง
ดอกเตอร์ ฟรานซิส บี. แสย๎ร ผู้เขียนเรื่องนี้ เป็นบุตรเขยของประธานาธิบดีวิลสันแห่งสหปาลีรัฐอเมริกา เมื่อปลายรัชชกาลที่ ๖ ได้เข้ามารับราชการเป็นที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ณ กรุงสยาม และได้เป็นฑูตออกไปเจรจาการเมืองขอเปลี่ยนสัญญาทางพระราชไมตรีกับมหาประเทศต่างๆ ในยุโรป โดยความพยายามของดอกเตอร์แสย๎ร สัญญาทางพระราชไมตรีฉบับสุดท้ายระวางประเทศสยามกับนาๆ ประเทศในยุโรปจึงสำเร็จลงได้โดยเรียบร้อย ดอกเตอร์แสย๎รได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยากัลยาณไมตรี และรับพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้าเป็นบำเหน็จความชอบ เมื่อการงานเรียบร้อยแล้ว พระยากัลยาณไมตรีได้กรบถวายบังคมลาออกจากหน้าที่กลับไปยังสหปาลีรัฐอเมริกา และเข้ารับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนธรรมะระวางประเทศในมหาวิทยาลัยฮาวาด แต่ยังคงยอมตัวเป็นข้าราชการของประเทศสยามอยู่โดยไม่รับพระราชทานเงินเดือนเลย เวลานี้มีตำแหน่งเป็นตุลาการยามประจำศาลนาๆชาติในกรุงเฮก พระยากัลยาณไมตรีผู้นี้เป็นคนมีนิสัยซื่อตรง ดังเห็นได้ในคำบรรยายในเรื่องที่ได้เขียนลงในหนังสือพิมพ์แอตแลนติกมันทลี ซึ่งแปลออกสู่กันฟังเพื่อเป็นความรู้แห่งชาวเราต่อไปนี้แล้ว.
.................... ๎
เชิงอรรถ
สยามกู้อิสสระภาพตนเอง โดยพระยากัลยาณไมตรี (ดอกเตอร์ฟรานซิส บี. แสย๎ร), ม.ล. ฉอ้าน อิศรศักดิ์ แปลและเรียบเรียง
ที่มา
หนังสือพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพคุณหญิงวินัยสุนทร (เพี้ยน พลกุล) ณวัดสระเกษ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๒ พิมพ์ที่โรงพิมพ์ "เดลิเมล์" ถนนสี่พระยา. โทรศัพท์ ๕๕๓๘
