ลิลิตพระลอ

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

ข้อมูลเบื้องต้น

ผู้แต่ง: ไม่ปรากฏนาม

บทประพันธ์

สรรเสริญอยุธยา

ร่าย
๑ ศรีสิทธิฤทธิไชย ไกรกรุงอดุงเดชฟุ้งฟ้า หล้ารรัวกลัวมหิมา รอาอานุภาพปราบทุกทิศ ฤทธิรุกราญผลาญพระนคร รอนลาวกาวตาวตัดหัว ตัวกลิ้งกลาดดาษดวน ฝ่ายข้างยวนแพ้พ่าย ฝ่ายข้างลาวประลัย ฝ่ายข้างไทยไชเยศ คืนยังประเทศพิศาล สำราญราษฎร์สัมฤทธิ พิพิธราชสมบัติ พิพัฒนมงคล สรสกลสีมา ประชากรเกษมสุข สนุกทั่วธรณี พระนครศรีอโยธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมยศโยคยิ่งหล้า ฟ้าฟื้นฟึกบูรณ์ ฯ
             
โคลง ๔
๒ บุญเจ้าจอมโลกเลี้ยงโลกา
ระเรื่อยเกษมสุขพูลใช่น้อย
แสนสนุกศรีอโยธยาฤๅร่ำ ถึงเลย
ทุกประะเทศชมค้อยค้อยกล่าวอ้างเยินยอ ฯ
๓ รู้มลักสรบศาสตร์ถ้วนหญิงชาย
จักกล่าวกลอนพระลอเลิศผู้
ไพเราะเรียบบรรยายเพราะยิ่ง เพราะนา
สมปี่ลู้เสียงลู้ล่อเล้าโลมใจ ฯ
๔ สรวลเสียงขับอ่านอ้างใดปาน
ฟังเสนาะใดปูนเปรียบได้
เกลากลอนกล่าวกลการกลกล่อม ใจนา
ถวายบำเรอท้าวไท้ธิราชผู้มีบุญฯ
             

เมืองสรวง

ร่าย
๕ กล่าวถึงขุนผู้ห้าว นามท่านท้าวแมนสรวง เปนพระยาหลวงผ่านเผ้า เจ้าเมืองสรวงมีศักดิ์ ธมีอัคเทพีพิลาส ชื่อนางนาฎบุญเหลือ ล้วนเครือท้าวเครือพระยา สาวโสภาพระสนม ถ้วนทุกกรมกำนัล มนตรีคัลคับคั่ง ช้างม้ามั่งมหิมา โยธาเดียรดาษหล้า หมู่ทกล้าทหาร เฝ้าภูบาลนองเนือง เมืองออกมากมียศ ท้าวธมีเอารสราชโปดก ชื่อพระลอดิลกล่มฟ้า ทิศตะวันออกหล้า แหล่งไล้สีมา ท่านนาฯ
             

เมืองสรอง

ร่าย
๖ มีพระยาหนึ่งใหญ่ ธไซร้ทรงนามกร พิมพิสาครราช พระบาทเจ้าเมืองสรอง สมบัติหลวงสองราชา มีมหิมาเสมอกัน ทิศตะวันตกไท้ท้าว อคร้าวครองครองยศ ท้าวธมีเอารสราชฦๅไกร ชื่อท้าวพิไชยพิษณุกร ครั้นลูกภูธรธใหญ่ไซร้ ธก็ให้ไปกล่าวไปถาม นางนามท้าวนามพระยา ชื่อเจ้าดาราวดี นางมีศรีโสภา เปนนางพระยาแก่ลูกไท้ ลูกท้าวธได้เมียรัก ลำนักเนตรเสนหา อยู่นานมามีบุตร สุดสวาทกษัตริย์สององค์ ทรงโฉมจันทรงามเงื่อน ชื่อท้าวเพื่อนท้าวแพง จักแถลงโฉมเลิศล้วน งามถี่พิศงามถ้วน แห่งต้องติดใจ บารนี ฯ
             

ท้าวแมนสรวงยกไปรบเมืองสรอง

ร่าย
๗ เมื่อนั้นไท้แมนสรวง พญาหลวงให้หา หัวเมืองมาริปอง ว่าเมืองสรองกษัตริย์กล้า อย่าช้าเราจะรบ ชิงพิภพเป็นเมืองออก เร่งบอกให้เรียบพล นายกคณชุมกัน ครันเทียบพลเศิกเสร็จ ท้าวธเสด็จพยุหบาตร ลีลาศจากพระนคร คลี่นิกรพลพยู่ห์ สู่แดนศึกบ่มิช้า เดียรดาษพลช้างม้า เพียบพื้นภูมิน ฯ
             

ท้าวพิมพิสาครราชขาดคอช้าง

ร่าย
๘ ส่วนนรินทรราชา พิมพิสาครราช พระบาทครั้นได้ยิน ว่าภูมินทร์แมนสรวง ยกทัพหลวงมากระทั่ง ท้าวธก็สั่งพลออกรับ ตับตามกันเดียรดาษ พระบาทเสด็จบ่มิช้า พลหัวหน้าพะกัน แกว่งตาวฟันฉะฉาด แกว่งดาบฟาดฉะฉัด ซ้องหอกซัดยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายรบบ่มิคลา ข้างขวารบบ่มิแคล้ว แกล้วแลแกล้วชิงข้า กล้าแลกล้าชิงขัน รุมกันพุ่งกันแทง เข้าต่อแย้งต่อยุทธื โห่อึงอุดเอาชัย เสียงปืนไฟกึกก้อง สะเทือนท้องพสุธา หน้าไม้ดาปืนดาษ ธนูสาดศรแผลง แขงต่อแขงง่าง้าง ช้างพะช้างชนกัน ม้าผกผันคลุกเคล้า เข้ารุกรวนทวนแทง ระแรงเร่งมาหนา ถึงพิมพิสาครราช พระบาดขาดคอช้าง ขุนพลคว้างขวางรบ กันพระศพกษัตริย์ หนีเมื้อเมืองท่านไธ้ ครั้นพระศพเข้าได้ ลั่นเขื่อนให้หับทวาร ท่านนา ฯ
             

เมืองสรองป้องกันเมืองได้ ท้าวแมนสรวงถอยทัพ

ร่าย
๙ งานรักษาพระนคร ท้าวพิชัยพิษณุกรกันเมืองได้ ไท้แมนสรวงเสด็จคืน ท้าวพิชัยยืนครองพิภพ ปลงพระศพราชบิดาแล้วไสร้ ธก็ให้สองพระงาหน่อเหน้า ไปอยู่ด้วยย่าเจ้าวังเดียว กับสองนางเฉลียวฉลาด พี่เลี้ยงราชธิดา โดยธตราชื่อชื่น ชื่อนางรื่นแลนางโรย โดยรักษาสองอ่อนท้าว สองสมเด็จเสด็จด้าว สู่ห้องเรือนหลวง ท่านแล ฯ
             

พระลอครองเมืองสรอง

ร่าย
๑๐ เมื่อนั้นไท้แมนสรวง พระยาหลวงผู้มีศักดิ์ ให้ไปกล่าวนางลักษณวดี นางมีศรีสวัสดิ์ลออ ให้แก่พระลอดิลก ยกเปนอัคมหิษี มีบริพารพระสนม ถ้วนทุกกรทกำนัล ประกอบสรรพสมบูรณ์ จึงนเรนทร์สูรราชบิดา สวรรคาไลยแล้วเสด็จ พระลอเสด็จเสวยราชย์ โฉมอภิลาสสระผม ดิสฟ้าชมบรู้ โฉมพระลอเลิศแก้ว กว่าท้าวแดนดิน แลนา ฯ
             

ยอโฉมพระลอ

โคลง ๒
๑๑ รอยรูปอินทร์หยาดฟ้ามาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม แลฤๅ ฯ
๑๒ พระองค์กลมกล้องแกล้งเอวอ่อนอรอรรแถ้ง
ถ้วนแห่งเจ้ากูงาม บารนี ฯ
๑๓ โฉมผจญสามแผ่นแพ้งามเลิศงามล้วนแล้
รูปต้องติดใจ บารนี ฯ
๑๔ ฦๅขจรในแหล่งหล้าทุกทั่วคนเที่ยวค้า
เล่าล้วนยอโฉม ท่านแล ฯ
๑๕ เดือนจรัสโพยมแจ่มฟ้าผิบได้เห็นหน้า
ลอราชไซร้ดูเดือน ดุจแล ฯ
๑๖ ตาเหมือนตามฤคมาศพิศคิ้วพระลอราช
ประดุจแก้วเกาทัณฑ์ ก่งนา ฯ
๑๗ พิศกรรณงามเพริศแพร้วกลกลีบบงกชแก้ว
อีกแก้มปรางทอง เทียบนา ฯ
๑๘ ทำนองนาสิกไท้คือเทพนฤมิตไว้
เปรียบด้วย ขอกาม ฯ
๑๙ พระโอษฐ์งามยิ่งแต้มศศิอยู่เยียวยะแย้ม
พระโอษฐ์โอ้งามตรู บารนี ฯ
             
ร่าย
๒๐ พิศดูคางสระสม พิศศอกกลมกลกลึง สองไหล่พึงใจกาม อกงามเงื่อนไกรสร พระกรกลงวงคช นิ้วสลวยชดเล็บเลิศ ประเสริฐสรรพสรรพางค์ แต่บาทางค์สุดเกล้า พระเกศงามล้วนเท้า พระบาทไท้งามสม สรรพนา ฯ
             

พระเพื่อนแพงรัญจวน

โคลง ๔
๒๑ ขับซอยอราชเที้ยรทุกเมือง
ฦๅเล่าพระลอเลืองทั่วหล้า
โฉมบาบพิตรเปลืองใจโลก
สาวหนุ่มฟังเปนบ้าอยู่เพี้ยงโหยหน ฯ
๒๒ เล่าฦๅโฉมท้าวทั่วเมืองสรอง
ขจรข่าวถึงหูสองพี่น้อง
รทวยดุจวัลย์ทองครวญไคร่ เห็นนา
โหยลห้อยในห้องอยู่เหยี้ยมฟังสาร ฯ
๒๓ พระแพงพระเพื่อนเพี้ยงพิศวง
นับอยู่ในใจจงจอดไท้
มลักเห็นดอกกลหลงฉงนเงื่อน อยู่นา
อกอ่อนรทวยไหม้สรากหน้าตาหมอง ฯ
             

นางรื่นนางโรยเป็นคู่คิด

๒๔ นางโรยนางรื่นขึ้นไปเยือน
เห็นราชสองหมองเหมือนดั่งไข้
ทุกวันดุจดวงเดือน งามชื่นไส้นา
หมองดั่งนี้ข้าไหว้บอกข้าขอฟัง หนึ่งรา ฯ
๒๕ ผิวไข้พูลพยาธิไซร้ยาหาย ง่ายนา
ไข้หลากทั้งหลายใครช่วยได้
ไข้ใจแต่จักตายดีกว่า ไสร้นา
สองพี่นึกในไว้แต่ถ้าเผาเผือ ฯ
             
โคลง ๒
๒๖ ข้าฟังเหลือที่พร้องสองสมเด็จพระน้อง
กล่าวนี้กลใด ฯ
๒๗ ใดขัดใจแม่ ณ เกล้าสองสมเด็จพระเจ้า
บอกไว้งานเผือ ฯ
             
ร่าย
๒๘ เจ็บเผือเหลือแผ่นดิน นะพี่ หลากระบิลในแหล่งหล้า นะพี่ บอกแล้วจะไว้หน้าแห่งใด นะพี่ ความอายใครช่วยได้ นะพี่ อายแก่คนไสร้ท่านหัว นะพี่ แหนงตัวตายดีกว่า นะพี่ สองพี่อย่าถามเผือ นะพี่ เจ็บเผือเหลือแห่งพร้อง โอ้เอนดูรักน้อง อย่าซ้ำจำตาย หนึ่งรา ฯ
             
ร่าย
๒๙ ข้าไหว้ถวายชีพิต เผือข้าชิดข้าเชื่อ เขือดังฤๅเหตุใด ธมิไว้ใจเท่าเผ้า สองแม่ ณ หัวเจ้า มิได้เอนดูเผือฤๅ ฯ
             
โคลง ๔
๓๐ เสียงฦาเสียงเล่าอ้างอันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใครทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับไหลลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้าอย่าได้ถามเผือ ฯ
๓๑ สิ่งนี้น้องแก้วอย่าโศกา นะแม่
เผือจักขออาสาจุ่งได้
ฉันใดราชจักมาสมสู่ สองนา
จักสื่อสารถึงไท้หากรู้เปนกล ฯ
๓๒ ความคิดผิดรีตได้ความอาย พี่เอย
หญิงสื่อชักชวนชายสู่หย้าว
เจ็บเผือว่าแหนงตายดีกว่า ไสร้นา
เผื่อหากรักท้าวท้าวไป่รู้จักเผือ ฯ
๓๓ ไป่ห่อนเหลือคิดข้าคิดผิด แม่นา
คิดสิ่งเปนกลชิดชอบแท้
มดหมอแห่งใดสิทธิ์จักสู่ ธแม่
ให้ลอบลองท้าวแล้อยู่ได้ฉันใด ฯ
             
ร่าย
๓๔ ภายในสองนางขอบ ว่ามิชอบภายนอก ดอกห้ามว่าผิดใหญ่ เขือคิดใช่ความดี มีผู้รู้น่ากลัว เสียตัวเผือลูกไท้ จะไว้ผิดในแหล่งหล้า จะไว้หน้าแห่งหนใด ข้าเดาใจสองสบ พบกระแหน่สองศรี ใจกษัตรีมีเสียชอบ เราจะประกอบจงควร ซึ่งสองครวญจุ่งได้ ไว้ความร้ายแก่เรานา ข้าก็ว่าสองพงาอยู่เกล้า สองท้าวเจ้าไป่รู้ ไว้เผือผู้อาสา ครานี้พี่ บ ผิด ความคิดสอง บได้ สองบพิตรจักไว้ สองพี่เลี้ยงเยียใด ฯ
             
ร่าย
๓๕ ข้าจะใช้ชาวในผู้สนิท ชิดชอบอัชฌาสัย ไปซื้อขายวายล่อง แล้วให้ท่องเที่ยวเดิร สรรเสริญสองโฉมศรี ทั่วบุรีพระลอ ขับซอยอยศอ้าง ฦๅลูกกษัตริย์เจ้าช้าง ชื่นแท้ใครเทียม เทียบนา ฯ
             

ยอโฉมพระเพื่อนพระแพง

โคลง ๔
๓๖ ทุกเมืองมีลูกท้าวนับมี มากนา
บเปรียบสองกษัตรีพี่น้อง
พระแพงแม่ศรีสวัสดิ์ยิ่ง คณนา
พระเพื่อนโฉมยงหย้องอยู่เพี้ยงดวงเดือน ฯ
๓๗ โฉมสองเหมือนหยาดฟ้าลงดิน
งามเงื่อนอัปสรอินทร์สู่หล้า
อย่าคิดอย่าควรถวิลถึงยาก แลนา
ชมยะแย้มทั่วหน้าหน่อท้าวมีบุญ ฯ
๓๘ หมื่นขุนถ้วนหน้าส่ำหัวเมือง ก็ดี
อย่าใคร่อย่าคิดเคืองสวาทไหม้
สมภารส่งสองเรืองสองรุ่ง มานา
สองราชควรท้าวไท้ธิราชผู้มีบุญ ฯ
             

พระลอรัญจวน

โคลง ๒
๓๙ ยอยศสองอ่อนท้าวฦๅทั่วทุกแดนด้าว
ลอราชได้ฟังสาร ฯ
๔๐ ฟังตระการอยู่เกล้าให้เร่งเบิกเขาเข้า
มาสู่โรงธาร ท่านแลฯ
๔๑ ฟังสารสองหนุ่มเหน้าจอมราชครวญคิดอ้า
อคร้าวหัวใจ ท่านนา ฯ
๔๒ มลักนึกในคแคล้วผิพี่มีบุญแก้ว
พี่เพี้ยงไปสม เจ้านา ฯ
             
ร่าย
๔๓ ชมข่าวสองพี่น้อง ต้องหฤทัยจอมราช พระบาทให้รางวัล ปันผ้าเสื้อสนอบ ขอบใจสูเอาข่าว มากล่าวต้องติดใจ บารนี ฯ
             
โคลง ๒
๔๔      ฉันใดกูจักได้สมพระนุชน้องไท้
อ่อนท้าวทั้งสอง ฯ
๔๕ ท้าวธจำนองโคลงอ้างโคลงบพิตรเจ้าช้าง
ชื่อแท้ใดเทียม เทียบนา ฯ
             
โคลง ๔
๔๖ เรียมฟังสารอ่านอ้างอันผจง กล่าวนา
ถนัดดั่งเรียมเห็นองค์อะเคื้อ
สองศรีสมบูรณ์บงกชมาศ กูเอย
นอนแนบสองข้างเนื้อแนบเชื้อ ชมเชย ฯ
             
โคลง ๒
๔๗ พระกรเกยผากไท้มือลูบทรวงไล้ไล้
ทำเล่ห์ให้เขาเห็น ฯ
             

นางพี่เลี้ยงใช้คุณไสย

ร่าย
๔๘ เปนปฤศนาแล้วไส้ ธ ก็ให้เลี้ยงดูโดยขนาด เขาก็ลาพระบาทเมื้อเมือง หน้ารุ่งเรืองชมชื่น ไปบอกแก่นางรื่นนางโรย โดยยุบลทุกสึ่ง จึ่งสองนางพี่เลี้ยง ทูลแด่สองเนื้อเกลี้ยง ถี่ถ้วนสารแสดง ฯ
             
ร่าย
๔๙ จึ่งแสวงหายายมด ไปจรดผู้ยายำ จำเอาแต่ผู้สิทธิ์ รู้ชิดใช้กลคล่อง บอกทำนองทุกอัน ครัน ธ ช่วยลุไซร้ ตูจะให้ ลาภจงครัน จะให้รางวัลจงพอ ครั้นพระลอสมสองแล้ว อยู่ช่างยายมดแก้ว อะคร้าวใครปาน เปรียบเอย ฯ
             
โคลง ๓
๕๐ ยายฟังสารยายสั่นหัวยายเคยแต่ตัวชั่วตัวช้า
ยายจักลองเจ้าหล้าบ่ได้หลานเอย ฯ
             
โคลง ๒
๕๑ ยายเคยใครอย่าไส้ยายช่วยยายชักให้
ถ่องแท้จักไป สู่นา ฯ
             
ร่าย
๕๒ ยายว่าเยียกระใดเขาทุกผู้ ตูรู้จักเขาทั่วหน้า ย่อมชั่วช้ามิเปนกล เห็นแต่ตูสามคนแก่แม่มดเถ้า แก่เจ้าแม่มดใหญ่ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็เต้า เว้นแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ธรู้ศิลป์รู้ศาสตร์ ธ มีอำนาจมีบุญ คุณตูไกลท่านไท้ สองราชนั้นฤๅได้ อาจยื้อฤๅถึง เลยนา ฯ
             
ร่าย
๕๓ ดังจึงตูจะรู้จัก หมอสิทธิศักดิ์สามคน รู้พระมนต์มีฤทธิ์ ลูกศิษย์ปู่สมิงพราย ยายก็นำไปบอก จึงจรอกหมอแล้วมา ข้าก็เข้าไปสู่ ปู่หมอเถ้าเจ้าหมอหลวง บำบวงบอกทุกประการ วาน ธ ช่วยกังวล หมอกล่าวกลยายมด ตูนี้ยศยังต่ำ ลองแต่ส่ำพอดี พอแรงผีแรงมนต์ เจ้าสากลผ่านหล้า หน้าผู้ใดจะลองลุ สนองนางทุทรฮู ว่า ธ เอนดูรู้จัก ผู้มีศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีฤทธิ์มีอำนาจ อาจลอง ธ มาได้ ตูจะให้ลาภจงเต็มกอง ตูจะให้ทองเต็มโกฎิ ทั้งผู้บอกโสดจะรางวัล เชิญบอกพลันอย่าช้า จงดูรู้จักหน้า ท่านให้เต็มใจ หนึ่งรา ฯ
             
ร่าย
๕๔ หมอว่าในใต้ฟ้า ทั่วแหล่งหล้าผู้ใด ใครจักเทียมจักคู่ ปู่เจ้าปู่สมิงพราย ธ ว่าให้ตายก็ตายทันเห็น ธว่าให้เปนก็เปนทันใจ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็บอยู่ จะไปสู่ท่านไส้ ไว้ตูจะนำไป เถ้าว่าทางไกลจรล่ำ วันนี้ค่ำสองนางเมือ พรุ่งนี้เช้าเขือเขียวมา สองนางลาสองเถ้า ไปบอกแก่สองเจ้า สองอ่อนท้าวยินดี ยิ่งนา ฯ
             

พระเพื่อนพระแพงทำอุบายป่วย

โคลง ๔
๕๕ สองศรีเสวภาคย์ได้ฟังสาร
ถนัดดั่งพระภูบาลจักเต้า
คือสุริยส่องบัวบานสรดร่อ กันนา
เกรงเกลือกเยียวความเร้ารั่วรู้ฤๅดี ฯ
๕๖ สองกรกลเกียดเกี้ยวกรรชิด
แสร้งใส่กลปกปิดเงื่อนไว้
ความขำซ่อนซอนมิดงำแง่ งามนา
เอาชอบลอบปนให้แปลกร้ายเปนดี ฯ
๕๗ พี่เลี้ยงเห็นเล่ห์แล้วยินฉงน อยู่นา
สองใส่กลเหนือกลใช่น้อย
ไหว้พระย่ายังยลหลานราช ฤๅแม่
สองอยู่สองเศร้าสร้อยสรากหน้าตาหมอง ฯ
๕๘ หมอดูหมอว่าให้รับขวัญ
ขวัญอ่อนเขจรจรัลจิ่มฟ้า
ขวัญเที่ยวทั่วแดนบรร-พตป่า ดงนา
ให้รับขวัญอย่าช้าพรุ่งเช้าวันดี ฯ
๕๙ ย่าเจ้าฟังข่าวร้อนอาดูร เดือดนา
เขือเร่งเร็วไปทูลแด่ไท้
พระภูบดินทร์สูรย์ปิตุราช สองนา
ข้าพี่เลี้ยงไปไหว้บอกท้าวทุกอัน ฯ
๖๐ ครั้นฟังธิราชร้อนรนใจ อยู่นา
หมอจักเอาอันใดเร่งให้
ไปรักเรียกขวัญในเขาปู่ พระเอย
หมอสั่งเขือข้าได้ชอบช้างตัวเร็ว ฯ
๖๑ เขือไปอุปกาศแล้วเขือมา
ทูลแด่สองธิดาอยู่เกล้า
สองฟังหฤหรรษาชมชื่น ใจนา
สองพี่เร็วไปเช้าช่วยน้องจงพลัน ฯ
๖๒ เบิกเอาช้างต้นชื่อเทียมลม ธพี่
กับพระพายุพลันสมชื่อแท้
เทียมใจเลิศแลชมฝีย่าง มันนา
เร็วเร่งเร็วนักแล้เลิศด้วยเดิรพลัน ฯ
             
โคลง ๒
๖๓ ไก่ขันเขียวผูกช้างมาเทียบทั้งสองข้าง
แนบข้างเกยนาง ฯ
๖๔ ไป่สันทางสั่งไท้พระแต่งจงสรรพไว้
เยียวปู่เจ้าเรามา ฯ
๖๕ เผือจักลาแม่ ณ เกล้าจักอยู่เยียวเจียนรุ่งเช้า
จักช้าทางไกล ฯ
             

นางพี่เลี้ยงไปหาหมอเฒ่า

ร่าย
๖๖ ขึ้นช้างไปผผ้าย มาคคล้ายโดยทาง ถับถึงกลางจรอกปู่ หมอเถ้าอยู่แลเห็น แสร้งแปรเปนโฉมมลาก เปนบ่าวภาคบ่าวงาม สองถึงถามหาปู่ ปู่หัวอยู่ยแย้ม ข้อยว่าสองแสล้ม มาแต่ด้าวแดนใด ฯ
             
โคลง ๒
๖๗ สองคนึงในใคร่รู้ลูกหลานปู่ฤๅผู้
อื่นโอ้ไป่งาม บารนี ฯ
๖๘ กามกรรหายยั่วข้างคิดแต่จักช้าช้าง
ท่านไส้จักเป็น ป่วยนา ฯ
             
ร่าย
๖๘ บนานเห็นเปนปู่ รูปเถ้าอยู่ดูหลาก สองประจากษ์ตกใจ ใครจักปูนปู่ได้ ปู่ช่วยสองลูกไท้ แต่นี้ฤๅไป อื่นเลย ฯ
             
โคลง ๒
๗๐ เสียไฟเป่าหิ่งห้อยแรงปู่นี้รู้น้อย
เผือไป่รู้เลยนอ ฯ
             

หมอเฒ่าพานางพี่เลี้ยงไปหาปู่เจ้า

ร่าย
๗๑ เชิญปู่หมอขึ้นขี่ ขับช้างปรี่ปรึงตาม ทั้งสามไปรร่าย บ่ายหน้าสู่เขาเขียว เหลียวแลทางจรลิ่ว เหลียวแลทิวเทินป่า ฝ่าแฝกแขมแกมเลา ดงประเดาประดู่ หมู่ไม้ยางไม้ยูง ตเคียนสูงสุดหมอก พยอมดอกมุ่งเมฆ อเนกไม้หลายพรรณ มีวัลย์เวียนเกี้ยวกิ่ง ไม้แมกมิ่งใบรบัด ลมพานพัดรลอก ดอกดวงพวงเผล็ดช่อ กระพุ่มห่อเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการกลิ่นหอมหื่น ชื่นซรุกลูกเหลืองล่อน ใบอ่อนต้นลำอ้วน กิ่งก้านแกมงาม ฯ
             
ร่าย
๗๒ ตามกันไป บ หึง ถึงตีนเขาแต่ล่าง แลลิงค่างบ่างชนี ผีผิวร้องน่ากลัว หัวหูพองอยู่คคร้าม เสือสางด้ามด้อมทาง แรดควายขวางขวัดอยู่ หมู่กระทิงเที่ยวป่า วัวลานล่าเลมไพร หมู่หมีไปคคล้าย นางช้าผ้ายคคล่ำ บรู้กี่ส่ำตามสาร งูพพานพิษกล้า งูเหลือมคว้ารัดควาย เยียงผาผายปีนป่าย ฝ่ายช้างพังเซราซรึก สัตว์พันฦกพันลาย หมอมิกลัวกลายจระคล่าย เข้าป่าไปคลายคล้าย ด่วนดั้นโดยทาง ฯ
             
ร่าย
๗๓ เอนดูสองนางตกใจกลัว รรัวหัวอกสั่น ลั่นททึกททาว สราวตามหมอผะผ้ำ เห็นแนวน้ำบางบึง ชรทึงธารห้วยยหนอง จรเข้มองแฝงฝั่ง สรพรั่งหัวขึ้นขวักไขว่ ช้างน้ำไล่แทงเงา เงือกเอาคนใต้น้ำ กล่ำตากระเหลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย ฝ่ายหนปลายไม้แมก ฟังเสียงแสรกเง้างูด ทิ้งทูดบ่นพพึมเสียง เค้ากู่เคียงคู่ร้อง ก้องดงดุจตระหวาด ผาดฟังตกใจกลัว หมอเถ้าหัวไปพลาง โลมสองนางอย่าตกใจ บเปนใดดอกนะแม่ กระแหน่นี้จะเจ้า พระปู่เราหากทำเอง หมอมิกลัวเกรงสักสิ่ง ขับช้างวิ่งขึ้นเขา เคร่ากันไปบหึง ถับถึงแต่ตีนเขา หมอเถ้าลงจากช้าง ไว้สองนางอยู่แต่ไกล หมอจึ่งเข้าไปสู่ ปู่เจ้าปู่สมิงพราย ถึงถวายกรกราบไห้ บอกว่าพระหลานไท้ เพื่อนท้าวแพงทอง ฯ
             
โคลง ๒
๗๔ ทำงนสองเท่าฟ้ามาทำบวงให้ข้า
นำพี่เลี้ยงสองมา ฯ
๗๕ ปู่เจ้าว่าหมอไส้ไปเรียกมาให้ใกล้
แทบนี้อย่าขาม ฯ
๗๖ หมอบอกความสองเจ้าพระปู่ให้สองเข้า
ไปสู่แล้วเชิญเขือ ฯ
๗๗ สองเห็นเสือกราบเฝ้าคร้ามกลัวก้มกรานเข้า
ไปกราบไหว้ทั้งสอง ฯ
             
ร่าย
๗๘ ตามองเสือพรับ เห็นเสือกลับเปนแมว แถวจราศศุภลักษณ์ มลักเห็นโฉมปู่เจ้า แปรรูปเถ้าหงอกสกาว คิ้วขาวขนตาเผือก กลับตระเลือกเปนบ่าว พึงมล่าวโฉมกล้องแกล้ง งามอรรแถ้งโถงเถง ทรงลักเลงเสสรวล สคราญครวญงามถนัด รบัดเปนกลางแก่ ตระแหน่รูปลักษณดี มีมารยาทเสี่ยมสาร สองถวายสการบาชา อันแต่งมาทุกสึ่ง จึ่งทูลสารสองไท้ สองราชก้มกราบไหว้ พระบาทเจ้ากูมา ฯ
             
โคลง ๒
๗๙ ทุกขธิดาเท่าฟ้าเห็นแต่พระเจ้าข้า
พระปู่เจ้าองค์เดียว ฯ
๘๐ ขับเขียวมาแต่เช้าสองให้เชิญพระเจ้า
โปรดเปลื้องทุกข์หลาน ท่านเทอญ ฯ
๘๑ เชิญช่วยภารลุแล้วเงินแลทองกองแก้ว
อเนกข้าขอถวาย ฯ
๘๒ กามกรรหายเหิ่มไหม้พระช่วยพระชักให้
ลอราชพ้นความตาย ฯ
             
ร่าย
๘๓ ปู่ไป่ผายตอบถ้อย อยู่น่อยหนึ่งบมินาน ปู่ก็ธิญาณเล็งดู กูจะช่วยควรฤๅมิควร รู้ทั้งมวลทุกอัน ด้วยผลกรรม์เขาแต่ก่อน ทำหย่อนหย่อนตึงตึง ส่วนจะถึงบมิหยุด เท่าว่าจะพลัดสุดพลันม้วย ด้วยผลกรรมเขาเอง แต่เพรงเขาทั้งสอง ทำบุญปองจะไจ้ ขอได้พึ่งบุญตู ปู่ดูเสร็จจึ่งว่า สองนางอย่ากล่าวอ้าง ถึงสินจ้างสินบล ตนกูจักไปสู่ ถึงที่อยู่สองเจ้า เขือเข้าไปก่อนกล่าว ข่าวดังนี้ให้ฟัง กูจะไปภายหลังบช้า ผิมิวันนี้อ้า พรุ่งนี้กูถึง ฯ
             
ร่าย
๘๔ สองพึงใจคำปู่ ไหว้รับอยู่บมิวาง สองนางสนองคำตอบ ขอบคำพระปู่เจ้า เสมออำมฤตร้อยเต้า มาโสรจให้สร่างสเบย ฯ
             
ร่าย
๘๕ พระเอยเขือข้ามา จักตายช้าตายมอด เนื้อนกหลอดหนทาง สางแสกทูดคูดเค้า ขอพึ่งบุญพระเจ้า จงพ้นความกลัว ฯ
             
โคลง ๒
๘๖ ปู่หัวอยู่ยะแย้ม ข้อยว่าสองแสล้ม
อย่าร้อนใจเขือ ฯ
             
โคลง ๓
๘๗ สองนางเมือเห็นวันจงทันออกปากป่า
ไปว่าหลานแก้วถ้าถ้าท่านทูลสาร ฯ
             

กระบวนกลับชมไพร

ร่าย
๘๘ มินานนางโรยนางรื่น ไหว้ปู่ชื่นชมลา กับหมอมาขึ้นช้าง เลียบเดิรข้างตีนเขา คืนไต่เต้าตามทาง เหลียวหลังพลางจะไจ้ ชมไม้ไหล้สอาด เหมือนปราสาทพิศาล คือพิมานมนเทียร อาเกียรณ์แกมดอกแดง แสงดุจปัทมราค ภาคใบเขียวสรด คือมรกตรุ่งเรือง ดอกเหลืองเพียงทองสุก ขาวดุจมุกดาดาษ โอภาสพรรณพิจิตร พิพิธภูมิลำเนา งามเอาใจใช่น้อย คล้อยลงถึงดินต่ำ เลงสบส่ำพฤกษา งามพอตาตาดู เพราะพอหูหูฟัง นกประนังกันร้อง เพราะไพรก้องป่าก้อง เพรียกพื้นพงพี ฯ
             
ร่าย
๘๙ เสียงโนรีสาริกา สัตวาฝูงดุเหว่า แขกเต้าเคล้าคลิ้งโคลง นกเอี้ยงโองคู่เคียง เสียงแซงแซวภูรโดก โคกม้าม่ายนางนวล กระสาสรวลกระสันต์ กางเขนขันแผ่แพน แอ่นอกจอกจิบกด ขุนยูงชดขนฟ้อน กระหย้อนหางฟฟาย นางยูงรายรอบเฝ้า ทรายทองเคล้าคู่เคียง ระมั่งเมียงม่ายคู่ เกลื่อนกล่นอยู่คคล่ำ บรู้กี่ส่ำกี่สาร เห็นตระการสรนุก จริวจราวซุกจรจรัล บรู้กี่พรรค์ปูปลา นกหกดาดาษอยู่ หงส์เหิรสู่สระสรง เป็ดน้ำลงลอยล่อง ทุงทองท่องจรจรัล จากพรากพรรค์ฟูมฟอง คับแคครองคู่หว้าย ดอกบัวผ้ายจับบัว ภมรมัวเมาซราบ อาบลอองเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการดอกบัวแดง แฝงบัวขาวคลี่คล้อย สร้อยสัตบรรณบงกช รรวยรสกลิ่นจงกล นิโลตบลโกมุท อุบลบุษบัวเผื่อนฉลับ ป่ากลัวกลับกลายสรนุก สำราญสุขเปรมปรีดิ์ ช้างเร็วรี่ผาดผัง ถึงวังใกล้ปราสาท รับขวัญราชธิดา ขวัญสองมาสมสู่ อยู่กับองค์อ่อนไท้ ไฟแดดอย่ารู้ไหม้ ไข้อย่ารู้ถึง แม่เลย ฯ
             
โคลง ๒
๙๐ คำนึงใดอย่าแคล้วลุลาภโดยใจแก้ว
อยู่เคล้าฤๅคลา หนึ่งเลย ฯ
             

ตั้งโรงพิธีรับปู่เจ้า

ร่าย
๙๑ ส่วนธิดาทั้งสอง ตั้งเตียงทองรองราชอาสน์ พิดานดาษดัดบน เทียบขนนเขนยตระสัก ม่านปักแพร้วแพรพรรณ สรรพของหอมหาได้ สรรพดอกไม้หาถ้วน ล้วนแก้วต่างข้าวตอก ช่อดอกไม้เงินทอง ของกินสรรพอาหาร ตระการแกล้มเหล้าเข้า แต่งไว้รับปู่เจ้า ว่าแต่งไว้รับขวัญ ฯ
             
โคลง ๒
๙๒ ไป่ทันว่าจะแจ้วพระปู่เจ้ามาแล้ว
ก่อนแล้ถึงเรือน ฯ
             
ร่าย
๙๓ เห็นหาวเหมือนจรคลุ้ม ชรอุ้มบนเวหา สองสงกาจะไจ้ สองประนมมือไหว้ รอยปู่เจ้าเรามา ฯ
             
โคลง ๒
๙๔ แลหาสองพี่เลี้ยงเห็นแต่ไกลมาเพี้ยง
ดั่งได้กินเมือง ฯ
๙๕ ประนังเนืองนั่งเฝ้าข้าจึ่งลงช้างเข้า
มากราบไหว้สองนาง ฯ
๙๖ สองแลพลางสองไหว้ใดดั่งนี้รอยไท้
ปู่เจ้าเราฤๅ ฯ
๙๗ เขาว่าคือท่านแท้พระปู่เสด็จมาแล้
อย่าได้สงกา ฯ
๙๘ มาจะอาราธน์ปู่เจ้ากรประนมตั้งเกล้า
กราบไหว้ทั้งหลาย ฯ
๙๙ ปรายข้าวตอกดอกไม้ถวายธูปเทียนทองไหว้
กราบเกล้าสดุดี ฯ
๑๐๐ พระมียศยิ่งฟ้าขอพระเอนดูข้า
ท่านให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ
             

ปู่เจ้าสำแดงตนทำอาถรรพ์

โคลง ๔
๑๐๑ สองผจงอาราธนไหว้อารักษ์
ขอท่านแสดงสิทธิศักดิ์อย่ากั้ง
ขอเปนที่พำนักนิตยแด่ เผือนา
ขอพระปู่เจ้าตั้งแต่งให้เปนตัว ฯ
๑๐๒ บัดเดี๋ยวพระปู่ให้เห็นองค์ ท่านนา
งามรูปงามโฉมยงอะเคื้อ
บผอมบพีทรงบหนุ่ม งามนา
บแก่ผมผิวเนื้อปากคิ้วตาตรู ฯ
๑๐๓ สองเจ้าเห็นปู่เจ้าสองชม ชื่นนา
สองกราบกรบังคมเคี่ยมไหว้
สองถวายเครื่องอุดมสบสิ่ง แลนา
ผจงแต่งบูชาไท้ปู่เจ้าจงเอา ฯ
๑๐๔ ปู่เห็นสองเจ้าเพ่งภักดี อยู่นา
ใจปู่ปองปรานีหนุ่มเหน้า
ปู่เอากระยาศรีผจงแต่ง ถวายนา
เห็นปู่รักสองเจ้าพี่น้องยินดี ฯ
๑๐๕ แล้วสองกราบไหว้บ่ำบวงสรวง ท่านนา
ความยากแถลงทั้งปวงถี่ถ้อย
ขอพระช่วยชูทรวงทุกข์เทวษ ไส้พ่อ
ลุลาภเขือข้าข้อยท่าได้โดยจง ฯ
๑๐๖ จักถวายแก้วเก้าโกฏิเงินทอง
แลสิ่งแลเกวียนกองลาภให้
วัวควายเผือกเขาทองหงส์ห่าน หมูนา
เป็ดไก่เหล้าเข้าไหว้ปู่เจ้าแทนคุณ ฯ
๑๐๗ ปู่ฟังปู่ว่าอ้าอดสู บารนี
สองอย่าบนบานตูเกลียดจ้าง
ภักดีสิ่งเดียวดูดียิ่ง ดีนา
ความโรคเขือจักร้างอย่าร้อนใจเขือ ฯ
๑๐๘ ใช่กลผีไส้ขาดมเมอมา อยากนา
เร่ร่อนขวนขวายหาเตร่ต้อง
ขุกเท็จกล่าวมารษาจำท่าน บนนา
ทำบาปมาเลี้ยงท้องร่างร้ายฤๅอาย ฯ
๑๐๙ เรานี้เราเทพเจ้าจอมผา ไส้นา
เขาใส่สมญาเราปู่เจ้า
แรงบุญส่งสนองมาพูนเพิ่ม แลแม่
เสวยพิภพล้านเข้าชั่วฟ้าล่มกัลป์ ฯ
๑๑๐ สิทธิฤทธิเรืองเดชน้อยผลบุญ ส่งนา
สร้างกุศลเปนทุนบ่ร้อน
สมบัติดั่งมีกุลไหลหลั่ง มานา
สรรพพิภพช้าช้อนเลิศล้วนสมบูรณ์ ฯ
๑๑๑ ปู่เห็นสองเจ้าปู่ปรานี นักนา
จักช่วยสองกษัตรีย์อย่าร้อน
จักเชิญพระลอลีลาสู่ สองนา
สองแม่อย่าไข้ข้อนอยู่ถ้าฟังสาร ฯ
๑๑๒ สองไหว้สองกราบเกล้าสองถาม
ยังเท่าใดขุนงามจักเต้า
ปู่เฉลยใช่คนทรามคนชั่ว นะแม่
ขุนขี่เกล้าหน่อเจ้าแผ่นผู้มีบุญ ฯ
๑๑๓ หมอเถ้าหมอแก่แก้คุณความ มากนา
จักกำหนดโดยถามไป่ได้
หลานเอยค่อยพยายามฤๅรอด เราเลย
บร่างนานนักไท้ธิราชผ้ายถึงเรา ฯ
             
โคลง ๒
๑๑๔ สองนงเยาว์เคร่าถ้าแม้ว่าเห็นพระช้า
จึ่งให้ไปเตือน ปู่เทอญ ฯ
๑๑๕ เตือนสองสระเกศแก้วพระประสิทธิ์ให้แล้ว
ปู่เจ้าลาสอง ฯ
๑๑๖ มองตาเมิลปู่ผ้ายหายบัดเดี๋ยวเห็นคล้าย
คลาศเพี้ยงลมลิว ฯ
             
ร่าย
๑๑๗ เฉียวฉิวถึงที่อยู่ ปู่เอาไม้เลี้ยงไม้ไล่ ไม้ไผ่ไขว่ลูกลม เขียนพระตนกลมอยู่กลาง เขียนสองนางข้างแลองค์ สองอนงค์กอดรูปท้าว โนมน้าวชักชวนมา ยันต์มายารายรอบ รายขอบทั้งสี่คู่ ปู่ชปณมนต์เมิลไม้ ยางใหญ่ได้เจ็ดอ้อม ปู่ปั่นมือตีค้อม ยอดตั้งติดดิน ฯ
             

พระลอคลุ้มคลั่ง

ร่าย
๑๑๘ ครั้นยางยินคำปู่ ใจพระลออยู่บมิกลม ปู่เอาลูกลมปักปลายยาง วางมือบัดเดี๋ยวดาย ปลายไม้ผายยยัน ใบไม้ผันยย้าย คล้ายลุกตรงตระบัด ลมพัดลูกลมผัน กลกังหันคคว้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ปั้นเพี้ยงลมผัน ฯ
             
โคลง ๔
๑๑๙ ฝันเห็นพระเพื่อนไท้แพงทอง
สองแนบนอนแนมสองตราบไท้
สองศรีสอดกรตระกองกอดราช แลนา
ชวนชักไปไล้ไล้สู่บ้านเมืองสรอง ฯ
             
โคลง ๒
๑๒๐ พระทองผทมตื่นขึ้นสทึ่นเที้ยรสรอื้น
ประหว่าโอ้โหยหา ฯ
             
ร่าย
๑๒๑ บ่คลาสมปฤดีบพิตร พระสนมสะกิดกันดู เห็นพระภูธรพิการ จึ่งเอาสารพิกล ดลแด่ภควดี ชนนีนาถรู้ข่าว ร้อนผผ่าวหฤทัย ธไปยังลูกบพิตร ท้าวธเห็นผิดแก่ตา ธ ก็ว่า บาบงกชจอมใจ พ่อเปนใดแก่อกแม่ ท้าวก็ทูลแด่แม่ ณ หัว วันนี้ตัวขาสั่น ใจข้าปั่นผัดผัน คืนนี้ฝันเห็นถนัด ว่าสองกษัตริย์เพื่อนแพงทอง นอนแนบสองข้างข้า หน้าแนบหน้าอิงอร สองสอดกรกอดเกื้อ โลมลูบเชื้อเชิญไป ใจข้าไหวดังจะผก อกข้าปั่นดังจะคว่ำ ทุกข์บรู้กี่ส่ำแสนเศร้า จักใคร่เต้าไปหา เยียวลูกลาแม่ ณ เกล้า ขอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวเอนดู ลูกรา ฯ
             

พระแม่ให้นายแก้วนายขวัญหาหมอมาแก้ได้

โคลง ๔
๑๒๒ ออกท้าวฟังลูกไท้ทูลสาร
ถนัดดังใจจักลาญสวาทไหม้
น้ำตาท่านคือธารแถวถั่ง ลงนา
ไห้บรู้กี่ไห้สรอื้นอาดูร ฯ
๑๒๓ ตีอกโอ้ลูกแก้วกลอยใจ แม่เอย
เจ้าแม่มาเปนใดดั่งนี้
สมบัติแต่มีในภพแผ่น เรานา
อเนกบรู้กี้โกฏิไว้จักยา พ่อนา ฯ
๑๒๔ นายแก้วจักอยู่เร้งไปหา
เร็วเร่งพระโหรมาอย่าช้า
หาหมู่หมื่นแพทยาหมอภูต มานา
หาแม่มดถ้วนหน้าหมู่แก้กฤติยา ฯ
๑๒๕ นายขวัญหาจุ่งถ้วนทั้งหลาย
ทุกหมื่นขุนมุลนายช่วยไล้
เถมิลไพร เร่งขวนขวายยาป่า มานา
ยาเทศทั้งปวงไว้ฝ่ายข้างชาวคลัง ฯ
๑๒๖ คลังกูคลังลูกแก้วกูนา
จักจ่อมจ่ายเยียวยาหน่อเหน้า
สิ้นทั้งแผ่นดินราแม่ลูก ก็ดี
สิ้นแต่สินจงเจ้าแม่ได้แรงคืน ฯ
๑๒๗ ขวนขวายถึงขนาดพร้อมเพรียงกัน
หมอว่าใดทำสรรพ์สิ่งนั้น
บนานพระลอพลันสรว่าง เสบยนา
ถ้อยหมู่หมอมาหั้นท่านให้เหลือเฟือ ฯ
๑๒๘ ออกท้าวธิราชได้แรงรมย์
นางพระยาพระสนมชื่นหน้า
มนตรีไพร่เมืองชมสดชื่น เสบยนา
ลอบพิตรเจ้าหล้าสว่างคลุ้มหายมัว ฯ
             

ปู่เจ้าเพิ่มกำลังอาถรรพ์

โคลง ๒
๑๒๙ สองบัวบุษป์อยู่ถ้าฟังข่าวพระลอช้า
อกร้อนคือไฟ ฯ
๑๓๐ ให้ไปเตือนปู่เจ้าปู่ว่ามีหมอเถ้า
แก่แก้คุณเรามากนา ฯ
             
ร่าย
๑๓๑ ปู่ก็เอาธงสามชาย รายยันต์มากกว่าเก่า เขียนพระลอเจ้าอยู่กลาง เขียนสองนางแนบสองข้าง กอดเจ้าช้างรัดรึง ชักทึงท้าวชวนเต้า แล้วปู่เป่าตะเคียนใหญ่ เก้าอ้อมใช่สามาญ ปลายไม้กรานก้มลง ปู่เอาธงปักผลักขึ้น ต้นไม้ฟื้นฟฟั่น ใบไม้สั่นฟฟัด ลัดลุกขึ้นยืนตรง ลมลิ่วธงททัด พัดถูกธงทท้าว ลมสร้าวเสียวเฉียวฉิว ปลิวกระพือยาหยูก ถูกพระองค์ท่านไท้ ถนัดดังสองนางไล้ ลูบให้แลเห็น องค์นา ฯ
             

พระลอฟั่นเฟือนหนักขึ้น

ร่าย
๑๓๒ ท้าวธเปนหนักเล่ากว่าก่อน ดังเห็นสองอ่อนแก่ตา มาชักไท้ธสู่หย้าว มาเชิญท้าว ธ สู่เรือน ใจท้าว ธ เฟือนฟฟั่น สั่นพระองทท้าว น้าวพระองค์ยยัน ผันพระพักตร์บพิตร ไปยังทิศตวันออก เขาจึงบอกนาฎบุญเหลือ ธ รีบเมือยังลูกไท้ ไห้มาพลางรันทด สลดฤทัยพระองค์ ทรุดนั่งลงแลพระพักตร์ พระลอลักษณดิลก ทาบตีอกร้องไห้ มือทุ่มทรวงไล้ไล้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ
             
โคลง ๔
๑๓๓ เจ้าไข้ทุกข์แม่เพี้ยงภูเขา ลูกเฮย
เจ้าเคลื่อนทุกข์บางเบาสว่างร้อน
มาเห็นพ่อเงียบเหงาหนักกว่า ก่อนนา
ทุกข์เร่งซ้อนเหลือซ้อนยิ่งฟ้าทับแด ฯ
๑๓๔ หญิงชายเหลือแหล่งหล้าฤๅยล ยากนา
เห็นแต่เราสองคนคู่ม้วย
ฉันใดพ่อกับตนเปนดั่ง นี้นา
แม้พ่อตายตายด้วยพ่อแล้จอมใจ แม่เอย ฯ
๑๓๕ นายขวัญนายแก้วเร่งขวนขวาย หนึ่งรา
หาหมู่หมอทั้งหลายทั่วหน้า
มาเร็วเร่งยาสายสมรแม่ เร็วรา
เดิรด่วนอย่าได้ช้าช่วยด้วยหัวใจ ฯ
๑๓๖ หาสิ้นสบส่ำถ้วนมดหมอ
ทั้งแผ่นดินฤๅหลออยู่ได้
มาแก้พระเลืองลอฤๅเคลื่อน คลายเลย
พระแม่ไท้เห็นไท้ลูกท้าวพิศวง ฯ
๑๓๗ ท่านไท้ชุมถ้วนมิ่งมนตรี ท่านนา
เผยม่านผายเสาวนีย์ท่านพร้อง
สมเด็จปิ่นภูมีศวรราช เรานา
ยา บหายไข้ข้องสวาทแค้นคาใจ ฯ
๑๓๘ ตรวจไตรหาหน้าหมู่มดหมอ
ดีจะยังเหลือหลออยู่บ้าง
สิ่งใดจะพึงพอคิดเร่ง คิดนา
ใดชอบทำอย่าร้างเร่งเทิ้ญเร็วทำ ฯ
             

หมอสิทธิไชยแก้ได้

ร่าย
๑๓๙ มนตรีจำพระกฤษฎีกา ตรวจหาหมอทุกผู้ จึงรู้ว่าหมอสิทธิไชย นั้นออกไปอยู่ป่า รู้มลักกว่าทั้งหลาย คุรพันลายพันลึก ตรึกไตรศาสตราคม บันสมสิทธิสามรรค ชำงัดโดยคุณโดยฤทธิ์ ธประกาศิตเสร็จสรรพ เขาเร่งรับปู่เข้ามา ปู่ตั้งลากูณฑ์พิธี พลีเทพผู้มีฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิมนตราคม บันสมทํโดยศาสตร์ ให้พระลอราชหายหลง ให้ท้าวธสรงอุทกมนต เจ้าสากลสว่างเสบย เสวยโอสถประสิทธิ์ อันมีฤทธิ์พิเศษ สระพระเกศพระสกนธ์ ตั้งมณฑลสามชั้น บั้นในไว้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล ทวารนอกไว้ปิศาจ อากาศไว้ภูตคณา อยู่รักษาทุกแห่ง แล้วแต่งการเอิกเกริก เบิกสมโภชพิธี เป็นบายศรีทำขวัญราช พระบาทให้รางวัล สรรพ์อุปโภคพิพิธ แก่หมอสิทธิไชย หมอถัดไปโดยลำดับ ให้สำรับเสื้อผ้า ให้แก่หมอถ้วนหน้า ผู้อยู่เฝ้ารักษา ท่านนา ฯ
             

ปู่เจ้าเกณฑ์พลผีป่ายกไปรบเมืองสรวง

โคลง ๔
๑๔๐ เอ็นดูสองราชไท้ธิดาท่านนา
ท่าบ่เห็นโหยหาอกไหม้
พระลอราชจักมาฤาไป่มาเลย
สองราชละห้อยไห้แต่ถ้าภูบาล ฯ
๑๔๑ จึ่งใช้สองพี่เลี้ยงไปพลัน
ถามปู่เป็นฉันใดดั่งนี้
ข้าไปบังคมคัลพระปู่ แลนา
พระปู่เฮยยังกี้เมื่อท้าวจักมา ฯ
๑๔๒ ปู่เล็งเห็นทั่วแล้วทุกอันนาแม่
บอกข่าวเขาแก้กันแต่งเฝ้า
มดหมอจักเทียมทันเขายากนักนา
ไว้ปู่จักกลอยเถ้าต่อด้วยเข้าเอง ฯ
             
โคลง ๒
๑๔๓ เขืออย่าเกรงเกลือกข้าสองจักพลันเห็นหน้า
พระบาทท้าวจักถึง แม่แล ฯ
             
ร่าย
๑๔๔ ปู่รำพึงถึงเทพดา หากันมาแต่ป่า มาแต่ท่าแต่น้ำ มาแต่ถ้าคูหา ทุกทิศมานั่งเฝ้า พระปู่เจ้าทุกตำบล ตนบริพารทุกหมู่ ตรวจตราอยู่ทุกแห่ง ปู่แต่งพระพนัสบดี ศรีพรหมรักษ์ยักษกุมาร บริพารภูตปีศาจ ดาเดียรดาษมหิมา นายกคนแลคน ตนเทพผู้ห้าวท้าวผู้หาญ เรืองฤทธิ์ชาญเหลือหลาย ตั้งเป็นนายเป็นมุล ตัวขุนให้ขี่ช้าง บ้างขี่เสือขี่สีห์ บ้างขี่หมีขี่หมู บ้างขี่หมูขี่เงือก ขี่ม้าเผือกผันผาย บ้างขี่ควายขี่แรด แผดร้องก้องน่ากลัว ภูตแปรตัวหลายหลาก แปรเป็นกากภาษา เป็นหัวกาหัวแร้ง แสร้งเป็นหัวเสือหัวช้าง เป็นหัวกวางหัวฉมัน ตัวต่างกันพันลึก ละคึกกุมอาวุธ เครื่องจะยุทธ์ยงยิ่ง เต้นโลดวิ่งระเบง คุกเครงเสียงคะครื้น ฟื้นไม้ไหล้หินผา ดาดดากันผาดเผ้ง ระเร้งร้องก้องกู่เกรียง เสียงสะเทือนธรณี เทียบพลผีเสร็จสรรพ ปู่ก็บังคับทุกประการ จึ่งบอกสารอันจะใช้ ให้ทั้งยามนตร์ดล บอกทั้งกลอันจะทำ ให้ยายำเขาเผือด มนตราเหือดหายศักดิ์ ให้อารักษ์เขาหนี ผีเขาแพ้แล้วไซร้ กูจึ่งจะใช้สลาเหิร เดิรเวหาไปสู่ เชิญพระภูธรท้าว ชักมาสู่สองหย้าว อย่าคล้าคำกู สั่งนี้ ฯ
             
โคลง ๔
๑๔๕ น่าดูพล ปู่เจ้าจอมผา
อึงอึดอัมพรคลาคลาดเต้า
ผีผาภูตคณา นับโกฏิเกรียงแฮ
ไคลคลี่พลคลาเต้าด่วนได้โดยโพยม ฯ
๑๔๖ พิศเพี้ยนผีพวกพ้องเพียงพล มารแฮ
เต็มป่าพฤกษ์ไพรสณฑ์แหลกหลู้
บนานก็มาดลแดนราช
ผีฝ่ายแดนขุกรู้เร่งเร้งเรียกกัน ฯ
             
ร่าย
๑๔๗ มากลากลาดกันแดน ผีแขกแค้นเข่นขุก ผีแดนรุกรบพุ่ง แล่นไล่ยุ่งโลดเต้น บ้างหลบบ้างหลีกเร้น บได้ตอบตี ฯ
             
โคลง ๔
๑๔๘ ผียยุ่งรบกับด้วยผีแขวง แดนนา
ผีทุ่มผีไล่แทงผาดผ้าย
ผันแผงแผดรบแรงร้องเร่ง พลนา
ผีแขกรุกราญร้ายรบเร้ารอนผลาญ ฯ
             
ร่าย
๑๔๙ ผียยุ่งรบกัน ครรชิตฤทธิราวี ผีทุ่มผีไล่แทง รบแรงผันเผ็งแผด ผีเจ้าแจดจ้ายจ้าย ร้องเร่งพลคล่ำคล้าย ผาดผ้ายรุกราญ ฯ
             

หมอสิทธิไชยหมดทางแก้

ร่าย
๑๕๐ ผีบันดาลไฟคคลุ้ม ให้ควันกลุ้มเวหา ด้วยแรงยาแรง มนต์ ผีแดนทนทานยาก จึ่งฝากข่าวแก่ลม กึกก้องอมพรมี่ ลัดพลัดปรี่ปรึงมา บอกแก่เทพดาเสื้อเมือง ฟ้าหล้าเหลืองอุบาทว์ อากาศคลุ้มเปนควัน ฟ้าเครงครรชิตผ่า ใจเมืองบ้าดังจะผก หัวอกเมืองดังจะพัง เทพดาฟังฟฟั่น ตกใจสั่นระรัว กลัวฤทธิ์พระปู่ ผู้มีเดชเกรียงไกร หมอสิทธิไชยเล็งเห็น ทีนี้เข็ญเกิดใหญ่ ปู่หมอใคร่ใจดู ครูกูชี้ให้เห็น อันเปนนั้นปรตยักษ์ ด้วยสิทธิศักดิ์ผีสาง จึ่งทูลแด่ออกนางนาฎชนนี ฟังคดีอัศจรรย์ ว่าจะกันกันบได้ ให้มาเห็นเข็ญปลาด ทุกประ การนาฎพิลาป สองมือทาบตีอกไห้ ใครจักช่วยเจ้าได้ ลูกแก้วกับตน แม่เฮย จอมใจแม่ฮา ฯ
             
โคลง ๔
๑๕๑ ปู่หมอใดดั่งนี้อกกู
เชิญปู่เล็งแลดูก่อนไส้
ปู่เอยเอนดูตูเชิญช่วย ตูรา
ปู่ช่วยลุจักให้กึ่งแล้เมืองหลวง
๑๕๒ ปู่ดูปู่ว่าพ้นแรงนัก แม่ฮา
เทพดาสิทธิศักดิ์ท่านใช้
ผีสางสุรารักษ์เราพ่าย หนีนา
ยาท่านเติมมาให้เสื่อมข้างยาเรา ฯ
๑๕๓ ที่สู้ดูที่สิ้นจักกัน แลนา
ทุกเทพผีสางสรรพ์พ่ายแพ้
ยังยาหยูกทุกอันเราเสื่อม ไปนา
มนต์แลยาจักแก้ท่านได้ฉันใด ฯ
๑๕๔ ปรานีออกท้าวราชมารดา ท่านนา
ฟังเร่งแสนโศกาหมื่นไหม้
น้ำตาบ่เสบยตาแถวถั่ง ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้แหบแห้งหัวใจ ฯ
             

พระลอเสวยสลาเหิน ขอลาไปหาพระเพื่อนพระแพง

ร่าย
๑๕๕ ผีภายในแล่นออก แลนา ผีภายนอกแล่นเข้า แลนา เทพดาปู่เจ้าสั่ง แลนา มาทำดั่งปู่สอน แลนา ให้ย่อหย่อนทุกสิ่ง แลนา จึ่งให้สารไปกล่าว แลนา จึ่งให้ข่าวไปถึง แลนา สมึงพรายผู้เถ้า แลนา ปู่เจ้าฟังแล้วไส้ แลนา ปู่จึ่งใช้สลาเหิร แลนา เดิรเวหาไปสู่ แลนา ตกลงอยู่รคน แลนา ปนหมากเสวยท่านไท้ แลนา ครั้นท่านได้หยิบเสวย แลนา บนานเลยลอราช แลนา ใจจะขาดรอนรอน แลนา ถึงสายสมรพี่น้อง คิดบลุเลยข้อง ขุ่นแค้นอาดูร ฯ
             
โคลง ๔
๑๕๖ ท้าวทูลธิราชไท้ชนนี
ไหว้บาทบงกชศรีใส่เกล้า
ข้าพระอยู่มามีใจเหนื่อย พระเอย
จักใคร่ลาพระเจ้าเที่ยวเหล้นพนาสนฑ์ ฯ
๑๕๗ ออกท้าวฟังลูกไท้ทูลลา ท่านนา
เจ้าแม่เปนใดนาดั่งนี้
มดหมออยู่รักษาสงวนราช นะพ่อ
สุดกำลังเขาชี้ยากแท้ทุกอัน ฯ
๑๕๘ ผีสางเขาส่งซ้ำเติมมา มากนา
มนตรมายายาหยูกซ้ำ
วันใดราชลีลายกย่าง ไปนา
อกแม่ผอมไข้ขว้ำหล่มหล้มพระองค์ ฯ
๑๕๙ พระลอลาบ่ได้ทนทุกข์ อยู่นา
บัดนั่งบัดนอนลุกละห้อย
ไอศวรรย์บ่เปนสุขเสวยโศก ไส้นา
โหยคนึงเสน่ห์สร้อยบ่ได้สร่างเสบย ฯ
๑๖๐ นางเมืองนั่งแนบเฝ้าจอมกษัตริย์
ถนอมบาทบงกชรัตน์ใส่เกล้า
พระสนมรำเพยพัดไกวแกว่ง วีนา
พระราชชนนีเล้าลูบไล้โลมขวัญ ฯ
๑๖๑ พระลอบสร่างเศร้าศรีหมอง อยู่นา
หลับมเมอหาสองหนุ่มหน้า
เคลิ้มไคล้หวาดใจปองหองไป่ ลุเลย
คิดคนึงโอ้อ้าใคร่กลั้นใจตาย ฯ
๑๖๒ ตื่นขึ้นวอนว่าข้าจักไป
ประพาสชมไพรพลางไล่ช้าง
ชมพนมพนาไลยพลางไล่ มฤคนา
ชมป่าดงพงกว้างเถื่อนถ้ำสระศรี ฯ
๑๖๓ ออกท้าวฟังลูกไท้ปรารมภ์ อยู่นา
ปากว่าจะไปชมช่อไม้
ครั้นไปจะไปสมสองนาฎ แลนา
ใส่เล่ห์วอนไจ้ไจ้จักห้ามฉ้นใด ฯ
๑๖๔ หาโหรหาถ้วนมิ่งมนตรี
หาปู่สิทธิไชยลีลาศเต้า
แถลงคำแก่นกษัตรีย์ทุกสิ่ง แลนา
โหรว่าจักห้ามเจ้าแผ่นหล้าฤๅฟัง ฯ
๑๖๕ สิทธิไชยทูลแด่เจ้าจอมกษัตริย์
แม้นเทพมาทัดทัดบ่ได้
มนตรีว่าเห็นขัดทุกสิ่ง แลนา
จักส่งสารถึงไท้สืบสร้องกลความ ฯ
             
โคลง ๒
๑๖๖ ธขอบคำความมนตรีกลกล่าวดีชอบแท้
แก้อื่นบได้แก้ดั่งนี้เห็นควร ฯ
๑๖๗ จึ่งเสด็จยวรยาตรเต้ากล่าวแก่พระลอเจ้า
พ่อเฮ้ยปรานี แม่รา ฯ
             
ร่าย
๑๖๘ แม่ฟังคำพ่อว่า ใคร่เล่นป่าชมเขา แม่เดาใช่คำจรึง พ่อคำนึงอื่นไส้ พระบอกจงจริงให้ แม่รู้เต็มใจ หนึ่งรา ฯ
             
โคลง ๒
๑๖๙ ข้ารำพึงอื่นแท้จะบอกความจริงแล้
พระห้ามขัดใจ ลูกนา ฯ
๑๗๐ สิ่งใดพอใจแก้วยังห่อนฤๅให้แคล้ว
ขัดข้องใจขุน แม่นา ฯ
๑๗๑ เปนตามความชอบแล้วจ้กแต่งตามใจแก้ว
ก่ำพร้าฤๅขืน อื่นเลย ฯ
๑๗๒ พระเอยหัวใจข้าคิดใคร่ไปเห็นหน้า
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
๑๗๓ ความปองลูกบ่ได้บ ร้างเห็นหน้าไท้
ธิราชแล้นะหัว ลูกเอย ฯ
๑๗๔ ลาบัวบาทเจ้าหล้าไปสู่สองแล้วข้า
จึ่งผ้ายคืนมา ฯ
             

พระแม่อาดูร

โคลง ๔
๑๗๕ เจ้าไปแล้วเจ้าจักคืนเมือ ลูกเอย
เนื้อสู่เสือฤๅเสือจักไว้
ฟังคำพ่อคิดเหลือเหลือที่ คิดนา
คิดบ่ได้ล้วนได้แต่ร้อนฤๅเสบย ฯ
๑๗๖ โดย ธ คิดชอบถ้อยคลองความ
จักแต่งไปสู่ถามพี่น้อง
จักรับพงางามสองสู่ พระนา
ได้ง่ายฤๅขัดข้องเท่าเส้นยองใย ฯ
๑๗๗ ดำริห์โดยราชนี้เยียวนาน
เยียวพ่อสองเยาวมาลย์ห่อนให้
ทางไกลเที่ยวทูลสารยลยาก พระเอย
ข้าพระไปเองได้ง่ายแท้ทุกอัน ฯ
๑๗๘ พ่อไปแล้วนะเจ้าคืนมา รอดฤๅ
บ รอดเลยราชาอย่าผ้าย
ยาอีกสิ่งมนตราคมยิ่ง ยานา
ผีก็ร้ายคนร้ายรอดได้กลใด ฯ
๑๗๙ เมืองเราอุบาทว์ร้ายแรงนัก ลูกเอย
เขาส่งผีสางศักดิ์ข่มแล้ว
ฤๅบาปิ่นไตรจักรจักรอด ฤๅพ่อ
หล้มแผ่นดินหล้มแก้วแม่หล้มไอศวรรย์ ฯ
๑๘๐ รอยท้าวทูลบาทเบื้องบุญขจร
พระปู่เขาเรารอนขาดเกล้า
เขาคุมเคียดจักหลอนทำโทษ แทนนา
ฤๅพ่อจักไปเข้าสู่เงื้อมมือเข็ญ ฯ
๑๘๑ ถึงกรรมจักอยู่ได้ฉันใด พระเอย
กรรมบ่มีมีใครฆ่าข้า
กุศลส่งสนองไปถึงที่ สุขนา
บาปส่งจำตกช้าช่วยได้ฉันใด ฯ
๑๘๒ ผิไปแล้วและถึงกรรม์ ก็ดี
ตกนรกแสนศัลย์หมื่นไหม้
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์เพราะอยู่ ก็ดี
บ อยู่เลยลาไท้ธิราชแล้วจักไป ฯ
๑๘๓ ทาบตีอกไห้พ่างเมือมรณ์
คำแม่สอนสุดสอนบ่ได้
รอยกรรมราชจักหลอนจักล่อ พระฤๅ
รู้เท่ารู้เว้นไว้กลัดกลุ้มมัวมน ฯ
๑๘๔ จำศีลบท่อยถ้วนเจ็ดวัน ลูกเอย
คลังคลี่ทานผลปันเท่าฟ้า
ขอมีลูกใจธรรม์ชายชอบ ใจนา
แม่จึ่งได้เจ้าหล้าแม่แล้สุดใจ แม่เอย ฯ
๑๘๕ สิบเดือนอุ้มท้องพระลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสักหนึ่งน้อย
ตราบพระปิ่นไตรจักรเสด็จคลอด มานา
ถนอมอาบอุ้มค้อยคอ้ยลูบเลี้ยงรักษา ฯ
๑๘๖ แลวันสามคาบป้อนเปนนิตย์
บมิให้ใครทำผิดแผกเจ้า
แสนสงวนคู่ชีวิตฤๅใคร่ กลายเลย
เทียรผดุงคุ้งเท้าตราบรู้เสวยเอง ฯ
๑๘๗ บรรจงกับเข้าแต่งของเสวย
บ มิได้เลินเล่อเฉยหนึ่งน้อย
สรรพเครื่องพระลูกเฮยไตรตรวจ แต่งนา
บ วางใจกึ่งก้อยแก่ผู้ใดทำ ฯ
๑๘๘ แต่น้อยแม่พร่ำเลี้ยงรักษา พ่อนา
จนเจริญชนมาตราบได้
สมบัติผ่านภูวดาถวัลยราช
ฤๅพ่อจำจากให้แม่นี้ตรอมตาย ฯ
๑๘๙ คงชีพหวัดได้พึ่งภูมี พ่อแล
ม้วยชีพหวังฝากผีพ่อได้
ดังฤๅพ่อจักลีลาจาก อกนา
ผีแม่ตายจักได้ฝากให้ใครเผา ฯ
๑๙๐ สุดใจสุดแม่ห้ามภูธร
สอนบ่ฟังแม่สอนจักเต้า
หนักใจหนักอาวรณ์ทุกข์ใหญ่ หลวงนา
แม่อยู่ตั้งแต่เศร้าโศกร้อนฤๅเสบย ฯ
๑๙๑ ลูกเอยจากแม้โอ้กรรมใด นาพ่อ
ตั้งแต่คิดเด็จไปสู่สร้อย
แม่เดียวอยู่อาไลยทนเทวษ แลนา
มาแม่จะชมน้อยหนึ่งให้คลายใจ ฯ
             

พระแม่จุมพิตสั่ง

โคลง ๔
๑๙๒ ชมปรางชมผากเผ้าริมไร เกศนา
เชยปากตาตรูไตรเพริศพริ้ง
ชมพักตรดั่งแขไขขวัญเนตร
บพิตรพ่องามสิงคลิ้งจูมแก้มเชยกรรณ ฯ
๑๙๓ จูบนาสิกแก้วแม่หอมใด ดุจนา
จูบเคียงคางคอใจจักขว้ำ
จูบเนื้อจูบนมใสเสาวภาคย์ พระเอย
จูบไหล่หลังอกซ้ำจูบข้างเชยแขน ฯ
๑๙๔ จักเชยพระลูกถ้วนสรรพางค์
พระลูกประนมกรพลางจึ่งพร้อง
พระควรจูบแต่กลางกระหม่อม ไส้นา
แก้มเกศพระเจ้าต้องสั่งข้าพระควร ฯ
๑๙๕ ลูกรักแก้วแม่เอ้ยปรานี แม่รา
พระบาทบงกชศรีใส่เกล้า
ฤๅบาปิ่นภูมีทัดแม่ ใยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้าสั่งเจ้าจอมใจ ฯ
๑๙๖ พระรักพระว่าไว้เหนือหัว
ข้าบาทบงกชกลัวบาปได้
พระคุณโปรดเปนตัวสอนสั่ง มานา
ข้าไป่แทนคุณไท้เท่าเส้นใยยอง ฯ
๑๙๗ รอยกรรมจักจากเจ้าจอมกษัตริย์
รอยบาปเพรงจำพลัดออกท้าว
พระคุณไป่แทนขัดใจดั่ง นี้นา
ยาหยูกเขาโน้มน้าวลูกให้ใหลหลง ฯ
             

พระแม่ประทานโอวาทและอำนวยพร

ร่าย
๑๙๘ เมื่อนั้นอนงคเทพี ชนนีนาฎราชรันทด สลดหฤทัยดั่งจะหว่า ท้าว ธ ก็ว่าเจ้าลอลักษณ์ แม่รักเจ้าแม่นา รักยิ่งตายิ่งตัว รักยิ่งหัวยิ่งชีพ แต่นี้จอมทวีปแม่จะจาก พรากแม่พรากพระบุรี ศรีกษัตริย์มีเจ็ดสิ่ง พระมิ่งแม่จงจำ ยำคำแม่อย่าคลา รีตท้าวพระยาอย่าคลาด อย่าประมาทลืมตน อย่ารคนคนเท็จ ริรอบเสร็จจึ่งทำ คิดทุกคำจึ่งออกปาก อย่าให้ยากแก่ใจไพร่ ไต่ความเมืองจงตรง ดำรงพิภพให้เย็น ดับเข็ญนอกเข็ญใน ส่องใจดูทุกกรม อย่างมชมความเท็จ ริรอบเสร็จเกื้อทางธรรม์ ทีจะกันกันจงหมั้น ทีจะคั้นคั้นจงเปนกล ส่องต้นหนคนใช้ เลือกหาใจอันสัตย์ ดัดมนตรีโดยยุกติ์ ปลุกใจคนให้หาญ ผลาญเพรียงไพร่เพรียงเมือง อาญาเรื่องเรื้อยราษฎร์ กันนิกรอาจเกื้อไพรี ดับกลีอย่าให้ลุก อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าล่ามม้าสองปาก อย่าลากพิษตามหลัง อย่าให้คนชังลักแช่ง แต่งคนให้คนรัก ชักชวนคนสู่ฟ้า เบื้องหน้าเทพยอยศ จงปรากฎชอบแล้ว อย่าได้แคล้วรำพึง คำนึงอย่ารู้มลาย จงอย่าหายยศพ่อ ต่อม้วยฟ้าหล้าสวรรค์ กัลปประลัยอย่ารู้ลาญ ภูบาลเจ้าจงจำ ตามคำแม่โอวาท พ่อสุดสวาทแก่แม่เฮย จงสวัสดิ์แก่เจ้าเทอญ ฯ
             
โคลง ๔
๑๙๙ จงเจริญศรีสวัสดิ์เรื้องเดชา
ทุกข์โศกโรคไภยาอย่าพ้อง
ศัตรูหมู่พาลา พาลพ่ายฤทธิ์พ่อ
เสวยสุขอย่าเคืองข้องขุ่นแค้นอารมณ์ ฯ
๒๐๐ ขอลุสมสบสร้อยสองนาง
ขออย่าลุเล่ห์ทางเสน่ห์นั้น
ขอคิดอย่าใจจางคำแม่ สอนนา
ขอพ่อเร็วคืนกั้นขอบแคว้นไกรกรุง ฯ
๒๐๑ ขอฝากฝูงเทพไท้ภูมินทร์
อากาศพฤกษาสินธุ์ป่ากว้าง
อิศวรนรายณ์อินทร์พรหเมศ ก็ดี
ช่วยรักษาเจ้าช้างอย่าให้มีไภย ฯ
๒๐๒ ได้คืนชีพิตเจ้าจอมกษัตริย์
จักแต่งธงธวัชฉัตรเพริศแพร้ว
เทียนทองระย้ารัตนงามชื่น ตาแฮ
เป็ดไก่บายศรีแก้วแต่งแก้สบสถาน ฯ
             
โคลง ๒
๒๐๓ ท้าวฟังสารท่านไท้บังคมก้มกราบไหว้
รับถ้อยคำสอน ฯ
๒๐๔ รับพรใส่เศียรไว้แก้เกศเช็ดบาทไท้
ท่านท้าวชนนี ท่านนา ฯ
๒๐๕ กรชลีเหนือเกล้าลาสมเด็จท้าวเจ้า
สู่ท้องโรงธาร ฯ
             

พระลอโองการสั่งเสนามนตรี

ร่าย
๒๐๖ โองการสั่งมนตรี ผู้ภักดีต่างใจ อยู่ระไวต่างองค์ ดำรงรั้งรักษา ภาราเราจงบำรุง ผดุงราษฎร์อย่าให้เคือง ศัตรูเมืองเร่งบำบัด หนึ่งจอมกษัตริย์แก่นไท้ ถนอมบาทบงกชไว้ เหมือนเมื่อเที้ยรกูยัง ฯ
             
ร่าย
๒๐๗ แล้วตรัสสั่งขุนพล พวกพหลเหี้ยมหาญ เร่งเตรียมการพยุหบาตร จัตุรงคราชเรืองรบ ครบทุกหมู่ทุกหมวด ตรวจให้สรรพโดยเขบ็จ จัดให้เสร็จโดยขบวร กูจักยวรยาตรเต้า ในวันรุ่งพรุ่งเช้า แต่งตั้งเตรียมพลัน ฯ
             

พระลอสั่งลาพระชายา

ร่าย
โคลง ๒
๒๐๘ เสร็จผายผันสู่ห้องเรือนหลวงโลมลาน้อง
อยู่เจ้าจงดี แม่ฮา ฯ
๒๐๙ เรียมจะลีลาศเต้าอยู่แม่อยู่อย่าเศร้า
ไป่ช้าคืนสม แม่แล ฯ
๒๑๐ ลักษณวดีกรมทรวงสร้องทุกข์แทบเลือดตาย้อย
เนตรน้ำนองนูน ฯ
๒๑๑ นบนิ้วทูลเจ้าหล้าพระองค์อาจละข้า
บาทไว้ผู้เดียว พระเอย ฯ
๒๑๒ ทางไกลเปลี่ยวสัตว์ร้ายผีคนองหลอนคล้าย      
ทำเล่ห์ให้เห็นตัว ฯ
๒๑๓ กลัวศัตรูฝ่ายหน้าหลังพระเสียใจข้า
ดุจดับแก้วสองดวง ฯ
๒๑๔ ขอห้ามหวงเจ้าหล้าอยู่ปกเกศเกล้าข้า
พระบาทท้าวอย่าไป ฯ
             
โคลง ๔
๒๑๕ สิ่งใดในโลกล้วนอนิจจัง
คงแต่บาปบุญยังเที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรังตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้ก่อเกื้อรักษา ฯ
๒๑๖ จากนุชเรียมขุ่นไข้อารมณ์ เรียมนา
จากที่สมไปสมเกลือกแคล้ว
ผิจักอยู่อกกรมเกรียมสวาท นาแม่
จำพี่จำจากแก้วไป่ช้าคืนสม ฯ
๒๑๗ พระไปแม้พระได้สมสอง
ไหนจะคืนคงครองครอบเกล้า
อย่าคิดอย่าจงปองสองปล่อย มาฤๅ
สองจักลองโลมเล้าอยู่ว้าวังขัง ฯ
๒๑๘ จำจากใช่จากด้วยชังสมร แม่นา
จากแม่รักฤๅรอญขาดได้
เด็จบัวแม่เด็จอรยังเยื่อ ใยนา
ไปบ่ลืมน้องไท้อย่าร้อนรนทรวง ฯ
             

(บทที่ ๒๑๘ ฉบับสมุดไทยเป็นดังนี้)

๒๑๘ จำจากจำราศสร้อยสายสมร พี่นา
มนตรยายำจำจรไต่เต้า
อยู่ฤาสมสุขอรชาเยศ เลยแม่
แม้มิตายจากเจ้าจักบ้าเสียคน ฯ
             
๒๑๙ สุดทานสุดทัดท้าวสุดบุญ
ทรงโศกพัตรซบซุนร่ำไห้
เหนือบาทยุคลขุนครวญคร่ำ ไปนา
สยายเกศเช็ดบาทไท้ธิราชไว้เปนเฉลิม ฯ
๒๒๐ เห็นโศกเพิ่มโศกท้าวกลอยนาง
พลางพระโลมนุชพลางปลอบน้อง
อย่าโศกจะเปนลางในพฤกษ์ ไพรนา
ดับทุกข์ดับเทวษข้องขุ่นแค้นเสียโฉม ฯ
๒๒๑ เสร็จโลมเสร็จสั่งเจ้าจอมสนม
สนมอยู่อย่าเกรียมกรมอกไหม้
ปวงนางรับคำคมบัวบาท ท่านนา
ซบสอึกสอื้นไห้แซร่ซร้องแรงโรย ฯ
๒๒๒ เสียงโหยเสียงไห้มี่เรือนหลวง
ขุนหมื่นมนตรีปวงป่วยซ้ำ
เรือนราษฎร์ร่ำตีทรวงทุกข์ทั่ว กันนา
เมืองจะเย็นเปนน้ำย่อมน้ำตาครวญ ฯ
๒๒๓ เห็นไห้ทุกหมู่ถ้วนหญิงชาย
ใจสั่นรันทดกายท่านไท้
สูเอยอย่ากรรหายเหิมโศก นักนา
ทุกข์นักมักเกิดไข้มักไข้พลันตาย ฯ
             
ร่าย
๒๒๔ โศกเสื่อมคลายใจราช เสร็จสั่งนาฎสั่งสนม ถ้วนทุกกรมกำนัล ท้าว ธ บ ทันไสยา แสงจันทราโอภาส ดาราดาษดารก ตกต่ำคล้อยเจียนรุ่ง ผกายพรึกพุ่งอัมพรา ไก่ตื่นตาปรบปรือ ปีกกระพือขันเร้า เสียงดุเหว่าเกริ่นร้อง เสด็จสู่ห้องบังคน นางถวายชลเอางาน ภูบางสู่ที่สรง ชำระพระองค์ บ นาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นลลุง ปรุงปนทองธารทรง ผจงสนับเพลาบวร ภูษาภรณ์เลื่อมลาย รัดพัสตรพรายไพจิตร พิศชายไหวยยาบ ชายแครงคาบเครือวัลย์ พิพิธพรรณเสื้อสนอบ รัดอุระรอบเรืองรอง สังวาลตรองตาบประดับ ทับทรวงแสงร่วงรุ้ง พลอยเพ็ชรพุ่งยรรยง ทรงทองกรจำรัส พาหุรัดรูปมังกรกลาย ธำมรงค์พรายเพริศแพร้ว มกุฎแก้วแสงใส ทรงพิไชยอาวุธเสร็จ บพิตรเสค็จนวยนาด ดั่งพระยาราชไกรสร จากศิขรคูหารัตน์ บัดถึงเกยบมินาน ขุนช้างชาญควาญขับ ประทับเทียนเกยแก้ว ทรงคอคชสารแล้ว เคลื่อนแคล้วพลพฤนท์ ฯ
             

ยาตรา

โคลง ๒
๒๒๕ แตรสังข์พิณพาทย์ฆ้องเสียงประโคมครื้นก้อง
แหล่งหล้ากรุงไกร ฯ
             
โคลง ๔
๒๒๖ พระยาไชยนุภาพล้ำเลิศเหลือ
ชาญชำนิเศิกเสือปราบแผ้ว
งามสรรพลักษณเจือใจราช สงวนนา
ข่ายภู่รัตคนแพร้วเพริศพร้อมดาวทอง ฯ
๒๒๗ สองขอยอยศไท้มหิมา
ดูดั่งองค์อมราสู่หล้า
พาหนะดุจคเชนทราจอมเทพ เปรียบฤๅ
พลดั่งพลหยาดฟ้าแหล่งหล้าสรรเสริญ ฯ
             
ร่าย
๒๒๘ ธงหน้าเดินนำพล ธงโบกบนสัญญา เคลื่อนพลดาโดยด่วน ถ้วนทุกหมู่ทุกหมวด ขุนตำรวจสารวัด จัดแจงเดิรคู่เคียง ม้าเดิรเรียงเดิรราย ขยายระยะโดยควร นายถือทวนหมายมาด ภู่แดงดาษปลิวปลาย สพายแล่งศรมหิมา เครื่องอาชายรรยง งามบรรจงเพริศแพร้ว ล้วนแก้วก่องแกมมาศ อัศวชาติสินธพ แลเลิศลบเผ่นผยอง ลองเชิงร้องเครงครืน สู้ศึกยืนบ่มิพ่าย นายขี่ขับเข้มแขง ล้วนตำแหน่งยศเจ้าหล้า ขุนม้าหมื่นม้าครัน พันม้านายม้ามาก พิศโสภาคย์โสภา มากดาษดาแต่งแง่ แผ่ตนตามเจ้าหล้า แห่ไปหน้าก็มาก แห่หลังหลากเหลือหลาย แห่ฝ่ายซ้ายดาษดา แห่ฝ่ายขวาดาษเดียร พิศเพียนพร้อมงามสรรพ คณนานับบมิถ้วน ล้วนม้าลักษณม้าเลิศ เฉกโฉมเฉิดแห่งหล้า พิศยิ่งงามถ้วนหน้า ยิ่งม้าเมืองบน ฯ
             
ร่าย
๒๒๙ แลพวกพลยรรยง ธงนำพลยยับ ดับกองร้อยกองพัน แห่กองทันกองแล่น แห่แหนแน่นขุนหมื่น ดูระรื่นมหิมา คณนาไปสล้าง พวกพลด้างพลดาบ พลกำซาบธนู ดูพลหอกพลห้าว ดูพลง้าวพลงาม พลเขนตามเสโลห์ โตมรสลอนปืนไฟ ย่อม พลไกรโอ่อ่า งามสง่าพรรณราย ไพร่เดิรนายเดิรดับ สำหรับถ้วนขุนหาญ ขี่สารสูงแกล้วกล้า ดาบหน้าสลาบครุฑควร เดิร โดยขบวรแหนแห่ นายแวงแหล่เหลือหลาย นายแวงซ้ายแวงขวา นายแวงหน้าแวงหลัง แวงจัตุลังคบาท รักษาราชนฤบดี นายแวงสี่ตีนช้าง ช้างพระคชกรรกง แวงองครักษ์ตำรวจ กวดขันแหนแห่ห้อม ล้อมพระคชสำหรับ ขับทวิรถรัตนาสน์ พลหน้าดาษดูยง อลงกฎกุญชร บวรวิภูษา เครื่องราชาธิราช งามถึงขนาดเพริศพร้อม งามเครื่องงามพลห้อง เสด็จไท้พระบาท ท่านนา ฯ
             
ร่าย
๒๓๐ ดูดาษกลิ้งกลดพรรณราย บดชุมสายพรายพรรณ มยุรฉัตรชั้นเพราพริ้งเพริศ กรรชิงเฉิดตรูตราโลก พัดโบกพัดจามร พัดภูธรยยาบ สองตราบข้างยยับ ประดับกษัตริย์ กำนัลสรรพโภคพิพิธติดตาม คานหามเก้าอี้ บ รู้กี้หมู่สังกัด ขนัดนายพลแกล้วกล้า แห่หนหน้าเหลือแหล่ แห่หนหลังเหลือหลาย แห่หนซ้ายเหลือตรา แห่หนขวาเหลือไตร นอกจากไปสองฝ่าย เปนข่ายขอบกรรกง ยรรยงศัพทไกรเกรียง เสียงแตรสังข์พาทย์ฆ้อง กึกก้องเสทือนธรณิน ไท้ธิบดินทรลีลา มีมหิมาอาจอง ดูยรรยงกว่าชิ่นแล ฯ
             
โคลง ๔
๒๓๑ พระองค์โอภาสเพี้ยงศศิธร
เสด็จดุจเดือนเขจรแจ่มฟ้า
ดวงดาวดาษอัมพรเรียงเรียบ
ดูดุจพลเจ้าหล้ารอบล้อมเสด็จโดย ฯ
             

ครวญ

โคลง ๔
๒๓๒ พระเลงแลราษฎร์รั้วเรือกสวน เรือกนา
พิศไร่นานึกอวรอ่อนไท้
ป่านี้รูปรอยครวญถึงพี่
อกอ่อนรทวยไหม้คร่ำแค้นใครโลม ฯ
๒๓๓ จักไปบใคร่แคล้วเทพี พี่เอย
จักใคร่คืนคิดศรีฝ่ายหน้า
ไปดีอย่าไปดีใดดั่ง นี้นา
คิดเร่งอ้างว้างว้าห่วงหน้าคิดหลัง ฯ
๒๓๔ หนหลังเสาวภาคย์ล้วนความรัก
ยาหยูกเขาขลังนักฝ่ายหน้า
จักคืนพระลอลักษ์ฤๅใคร่ คืนเลย
ตัดฝ่ายคืนเจ้าหล้าแต่ตั้งจักไป ฯ
             
ร่าย
๒๓๕ คลี่ไคลพลคล้ายคล้าย แลนา เร่งฝ้ายเร่งคลาดคลา แลนา ล่วงแดนนาแดนไร่ แลนา ไต่ทางหลงทางหลาย แลนา กลายถิ่นฐานบ้านนอก แลนา ต้นหนบอกตำบล แลนา ให้หยุดพลเอาทับ แลนา ไพร่พรึบจับการจวน แลนา แต่งตามขบวนเขบ็จ แลนา ท้าว ธ เสด็จพพลาทอง แลนา เสนานองนั่งเฝ้า ลอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวมหิมา ฯ
             
ร่าย
๒๓๖ พี่เลี้ยงข้าถนอมบาท ชาวมหาดเปนกำนัล เฝ้าคั่งคัลโดยกำหนด พระสุริยลดลงต่ำ จะใกล้ค่ำระเรื่อย ลมฉ่ำเฉื่อยฉุนสมร พระภูธรคำนึง ถึงพระราชเทพี ลักษณวดีเพื่อนภิรมย์ โฉมสนมหนุ่มหน้า มือลูบอกโอ้อ้า ด่วนร้างเรียมตรอม อยู่แลฯ
             
โคลง ๔
๒๓๑ พระองค์โอภาสเพี้ยงศศิธร
เสด็จดุจเดือนเขจรแจ่มฟ้า
ดวงดาวดาษอัมพรเรียงเรียบ
ดูดุจพลเจ้าหล้ารอบล้อมเสด็จโดย ฯ
๒๓๒ พระเลงแลราษฎร์รั้วเรือกสวน เรือกนา
พิศไร่นานึกอวรอ่อนไท้
ป่านี้รูปรอยครวญถึงพี่
อกอ่อนรทวยไหม้คร่ำแค้นใครโลม ฯ
๒๓๓ จักไปบใคร่แคล้วเทพี พี่เอย
จักใคร่คืนคิดศรีฝ่ายหน้า
ไปดีอย่าไปดีใดดั่ง นี้นา
คิดเร่งอ้างว้างว้าห่วงหน้าคิดหลัง ฯ
๒๓๔ หนหลังเสาวภาคย์ล้วนความรัก
ยาหยูกเขาขลังนักฝ่ายหน้า
จักคืนพระลอลักษ์ฤๅใคร่ คืนเลย
ตัดฝ่ายคืนเจ้าหล้าแต่ตั้งจักไป ฯ
             
ร่าย
๒๓๕ คลี่ไคลพลคล้ายคล้าย แลนา เร่งฝ้ายเร่งคลาดคลา แลนา ล่วงแดนนาแดนไร่ แลนา ไต่ทางหลงทางหลาย แลนา กลายถิ่นฐานบ้านนอก แลนา ต้นหนบอกตำบล แลนา ให้หยุดพลเอาทับ แลนา ไพร่พรึบจับการจวน แลนา แต่งตามขบวนเขบ็จ แลนา ท้าว ธ เสด็จพพลาทอง แลนา เสนานองนั่งเฝ้า ลอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวมหิมา ฯ
             
ร่าย
๒๓๖ พี่เลี้ยงข้าถนอมบาท ชาวมหาดเปนกำนัล เฝ้าคั่งคัลโดยกำหนด พระสุริยลดลงต่ำ จะใกล้ค่ำระเรื่อย ลมฉ่ำเฉื่อยฉุนสมร พระภูธรคำนึง ถึงพระราชเทพี ลักษณวดีเพื่อนภิรมย์ โฉมสนมหนุ่มหน้า มือลูบอกโอ้อ้า ด่วนร้างเรียมตรอม อยู่แลฯ
             
โคลง ๔
๒๓๗ เห็นเดือนดุจดั่งหน้าเพาพงา พี่เอย
เรียมเรียกนงนุชมาพี่ถ้า
เลงแลเหล่าเห็นตรากต่าย เปล่านา
เดือนยะแย้มแย้มหน้าใคร่กลั้นใจตาย ฯ
๒๓๘ เห็นดาวเดียรดาษห้องเวหา
เหมือนหมู่สาวสนมมาใฝ่เฝ้า
พิศดูย่อมดาราเรียงรอบ ไปนา
โอ้อ่อนสาวสนมเหน้าหนุ่มร้างแรมสมร ฯ
             
โคลง ๒
๒๓๙ นอนเดียวเปลี่ยวอ้างว้างกรกอดอกไห้ช้าง
จากชู้เมียไกล อกนา ฯ
๒๔๐ พิศไพรเพยียรวดเร้าหอมกลิ่นกลกลิ่นเจ้า
พี่ฟุ้งหอมขจร บารนี ฯ
๒๔๑ นกสมสมรปากป้อนถนัดดั่งเจ้าเยียวอ้อน
อ่อนให้เรียมโลม ฯ
๒๔๒ คิดถึงโฉมอ่อนอ้าถนัดดั่งจะเห็นหน้า
หนุ่มเหน้าสุดใจ พี่เอย ฯ
๒๔๓ ฉันใดสองพี่เลี้ยงบปากสักคำเพี้ยง
ดั่งใบ้ฤๅควร นะพี่ ฯ
๒๔๔ วานช่วยสรวลแก้หน้าชาวนอกฉันนี้อ้า
พี่เอ้ยวานดู หนึ่งรา ฯ
             
โคลง ๔
๒๔๕ เห็นบ้าน บ ดุจบ้านเมืองเรา พี่เอย
เรือนโรงรุกรุยเขารูปร้าย
บ เห็นที่จักเอาสักหยาด เลยพี่
เห็นดั่งนี้สู้หม้ายอยู่แล้ฤๅแล ฯ
๒๔๖ พระเอยอาบน้ำขุ่นเอาเย็น
ปลาผอกหมกเหม็นยามอยากเคี้ยว
รุกรุยราคจำเปนปางเมื่อ แคลนนา
อดอยู่เยียวดิ้วเดี้ยวอยู่ได้ฉันใด ฯ
๒๔๗ ยามไร้เด็ดดอกหญ้าแซมผม พระเอย
หอมบ่หอมทัดดมดั่งบ้า
สุกกรมรำดวนชมเชยกลิ่น พระเอย
หอมกลิ่นเรียมโอ้อ้ากลิ่นแก้วติดใจ ฯ
๒๔๘ สองนายสนองนาถถ้อไปมา
พระหากเจรจาใจจอดน้อง
หัวใจหนึ่งโหยหาสองเพื่อน แพงนา
ใจหนึ่งนึกนางห้องหนุ่มหน้าพระสนม ฯ
             
โคลง ๒
๒๔๙ พระตนกลมแก่นไท้กรกอดหมอนม่ายไหม้
สวาทว้าหัวใจ ฯ
๒๕๐ เดือนสุทธิใสส่องฟ้าลอบพิตรเจ้าหล้า
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
             

ชมดง

ร่าย
๒๕๑ คลี่ไคลพลผาดผ้าย แลนา คลับคล้ายถึงท่งนา แลนา คลับคลาถึงท่งหญ้า แลนา หัวหน้าเข้าพงเลา แลนา พลเทาถึงพงแฝก แลนา พงแขมแซกคาพง แลนา ถึงป่าดงป่าแดง แลนา เห็นระแหงแหล่งไหล้ แลนา เห็นหมู่ไม้หนั่นหนา แลนา ราชาชมชื่นชี้ แลนา คือไม้หมู่นี้นี้ ชื่อโอ้นามใด แลนาฯ
             
โคลง ๒
๒๕๒ พนจรใจจำหมั้นทูลชื่อไม้นั้นนั้น
แด่ไท้ทุกอัน ฯ
๒๕๓ ครั้นธรู้ตระหนักแล้วลอราชชมไม้แก้ว
เหมือนดั่งแก้วกลอยใจ พี่นา ฯ
             
โคลง ๔
๒๕๔ แอ่นเคล้าเหมือนแม่เคล้าคลอคลึง พี่นา
หอมกลิ่นเรียมคิดถึงกลิ่นเจ้า
สุกรมพยอมพึงใจพี่ พระเอย
เหมือนกลิ่นอรหนุ่มเหน้าพี่ต้องติดใจ บารนีฯ
๒๕๕ นางแย้มเหมือนแม่แย้มยินดี ร่อนา
ต้องดุจมือเทพีพี่ต้อง
ช้องนางคลี่เกศีนุชคลี่ ลงฤๅ
รักดุจเรียมรักน้องร่วมรู้รักเรียม ฯ
๒๕๖ ยมโดยประดุจเจ้าจงโดย
ใบโบกคือนุชโชยเรียกข้า
เรียมเห็นเกดเรียมโหยหาเกศ นุชแม่
วัลย์โอบเอวไม้อ้าอ่อนน้อมเอวเรียม ฯ
๒๕๗ เล็บมือนางนี้ดั่งเล็บนาง เรียมนา
ชมม่านนางหวังต่างม่านน้อง
ชมพูสไบบางนุชคลี่ ลงฤๅ
งามป่านี้ไม้ปล้องแปลกปล้องคอศรี ฯ
             
ร่าย
๒๕๘ พระลอเสด็จลีลา ชมพฤกษาหลายหลาก สองปลากข้างแถวทาง ยางจับยางชมฝูง ยูงจับยูงยั่วเย้า เปล้าจับเปล้าแปลกหมู่ กระสาสู่กระสัง รังเรียงรังรังนาน ไก่ครานไต่หงอน ไก่ ไผ่จับไผ่คู่คลอ ตอดตอจับไม้ตอด ตับคาลอดพงคา คล้าคลาจงจับคล้า หว้าจับหว้าลอดแล คับแคจับแคป่า ดอกบัวล่าชมบัว กระเวนวังนัวกระเวนดง ช่างทองลงจับทองยั้ว แขกเต้าตั้วเต้าแขก ไต่ไม้แมกไปมา บ่รู้กี่คณาชมผู้ ขมพิหคเหิรรู้ เรียกร้องหากัน ฯ
             
โคลง ๔
๒๕๙ กาจับกาฝากต้นตุมกา
กาลอดกาลาการ่อนร้อง
เพกาหมู่กามาจับอยู่
กา ม่าย มัดกาซร้องกิ่งก้านกาหลง ฯ      
๒๖๐ ตาเสือเสือผากผ้ายหนีทาง
กวางแนบหูกวางฟานฟิดเร้น
ช้างน้าวหมู่บงทรางซอนอยู่
ช้างลอดอ้อยช้างเหล้นป่าลี้ลับดง ฯ
๒๖๑ ลางลิงลิงลอดไม้ลางลิง
แลลูกลิงลงชิงลูกไม้
ลิงลงไล่ลมติงลิงโลด หนีนา
แลลูกลิงลางไหล้ลอดเลี้ยวลางลิง ฯ
             
ร่าย
๒๖๒ หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก ปริง ปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนามีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ แลนา ฯ
             
โคลง ๒
๒๖๓ ไม้เครือไม้กุ่มก้อมค้อมเกี้ยวกลลำย้อม
ยอดม้วนใบงาม บารนี ฯ
๒๖๔ ดอกดวงทรามช่อช้อยหอมตลบอบสร้อย
เร่งน้อยใจถึง แม่ฮา ฯ
๒๖๕ คำนึงหลังห่วงหน้าใจพี่เพี้ยงเปนบ้า
เพื่อร้างแรมสมร มาแล ฯ
             

สั่งทัพกลับเมือง

ร่าย
๒๖๖ พระพเนจรหล่ำ ได้หลายค่ำหลายวัน ถึงแดนอันจนิยต กำหนดพระราชสีมา ตั้งพพลาทัพหลวง ทั้งปักปวงป่าดาดาษ งามถึงขนาดควรชม ถ้วนทุกกรมมนตรี เฝ้าภูมีเดียรดาษ พระลอราชเจ้าช้าง จึ่งเอื้อนโองการอ้าง ดั่งนี้เสนา ฯ
             
โคลง ๒
๒๖๗ จักลีลาไปช้าสูทั้งหลายนี้อ้า
กลับบ้านสำราญ ก่อนเทอญ ฯ
             
โคลง ๔
๒๖๘ มานานจรหล่ำแล้ถึงแดน
ควรส่งพลแสนคืนสู่หย้าว
ทุกคนเอนดูแคลนครวญลูก เมียนา
กูคนึงถึงท้าวเพื่อนไท้แพงทอง ฯ
๒๖๙ มนตรีต่างเนตรไหว้บทมาลย์
จบบาทธุลีธารใส่เกล้า
ขอพระจงอยู่บานใจก่อน พระเฮย
สามสี่วันพระเจ้าจึ่งให้พลเมือ ฯ
๒๗๐ นานนักกว่าชิ่นแล้มนตรี
ไปพรุกควรพอดีอย่าช้า
ครั้นนานราชธานีเราเปลี่ยว อยู่นา
เยียวออกท้าวเจ้าถ้าข่าวถ้าฟังสาร ฯ
๒๗๑ ซร้องนิ้วนบบาทไท้บุญขจร
ไหว้อยู่สลอนต่างดอกไม้
เสมอสัตวภูธรชุบปลูก ไส้พ่อ
ทุกสิ่งเหนือหน่อไท้ก่อเกื้อทุกอัน ฯ
๒๗๒ ขอโดยเสด็จราชไท้ทรงธรรม์
คืนขอบเสวยไอศวรรย์ผ่านหล้า
ผิไปแลถึงกรรม์ดีกว่า คืนพ่อ
ยากสิ่งใดไส้ข้าคิดได้อาสา ฯ
๒๗๓ ไปหน้าคิดใคร่ไส้คืนหลัง
เกรงแผ่นดินเกรงทังออกท้าว
สูเคยเมื่อกูยังครองแผ่น ดินนา
ครองแผ่นดินทุกด้าวอย่าให้ใครแคลน ฯ
๒๗๔ ฝากเมืองช้างม้าไพร่พลหลวง
ฝากนอกในทั้งปวงแหล่งหล้า
อย่าลืมหมั่นไตรตวงผิดชอบ ดูนา
ฝากออกท้าวเจ้าฟ้าผากแก้วกลอยสมร ฯ
๒๗๕ สั่งมนตรีถี่ถ้วนทุกกรม
รับราชโองการสมใส่เกล้า
น้ำตาถั่งอารมณ์รักราช แลนา
ขอบพิตรพระเจ้าอย่าช้าเสด็จมา ฯ
๒๗๖ สูถึงพระบาทไท้ชนนี ท่านนา
ทูลว่าจอมกษัตรีย์ลูกไท้
เสวยสวัสดิ์สำราญมีสุขอยู่ ไส้นา
โอนมกุฎเกล้าไหว้พระบาทเจ้ากูมา ฯ
๒๗๗ แล้วสูไปไหว้แจ่มจอมกษัตริย์ พี่เอย
ทูลว่ากูเสวยสวัสดิ์ห่อนไข้
จักพลันสู่สมรัตน์ชาเยศ ไส้นา
อย่าลห้อยไห้ให้อยู่ถ้ารับเรียม ฯ
             

แปลงตน

ร่าย
๒๗๘ ธ ก็ให้เตรียมแต่ง แบ่งปันคนผู้สนิธ อันเชื้อชิดภูบาล ประมาณร้อยหนึ่งไว้ โดยเสด็จไท้ธิบดี ธ ก็สั่งมนตรีแลไพร่ฟ้า ช้างม้าคลี่คืนเมื้อ โองการเชื้อสองพี่ คิดที่เราจะไป ก็ให้ผูกกระไดข่าวคอย ผู้รู้รอยชาวด่าน หว่านความรักชักชิด ครั้นเข้าสนิธไมตรี จึ่งบอกคดีโดยปอง ให้เงินทองผ้าเสื้อ เผื่อใจชักเข้ามา จงเจรจาให้ชอบใจ เปนภายในชักชิด ว่าบพิตรประสาท ให้พระราชทานรางวัล เงินทองครันอิ่มอก อย่าปิดปกกังวล บอกยุบลให้เห็น ตัว ธ เปนขุนด่าน พี่เลี้ยงท่านเปนหมื่นแขวง นายแวงเปนหัวพัน ชาวกำนันเปนไพร่ ไขว่ชื่อถ้วนทุกคน เรียกกันกลชาวด่าน บล่านทางเลียบคอย ไขรอยปิดเงื่อนงำ ความขำ บ ให้แพร่ง จงแต่งแง่ให้เปนกล พบผู้คนทักทาย กลายถิ่นฐานบ้านป่า เขาถามว่าจงถนัด บอกจงชัดชื่อเสียง มาแต่เวียงเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนเมือง ยังจะเคืองฤๅจะคล่อง บอกจงถ่องจงแท้ โดยยุบลนี้แล้ อย่าได้อำอวม ฯ
             
โคลง ๒
๒๗๙ บุญพระสรวมตูข้าพระแต่งกลบเกลื่อนหน้า
ชอบแท้ทุกอัน ฯ
๒๘๐ พระจะพลันไปไส้ไว้แต่สองนายให้
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
๒๘๑ ถึงทวารไพรฝ่ายนั้นดูดุจชวนกันดั้น
ป่าด้นดงหา ฯ
๒๘๒ ตูไหว้ลาพระ ณ เกล้าไว้แต่สองนายเฝ้า
พระบาทแล้วเขาไป ฯ
             
ร่าย
๒๘๓ เมื่อนั้นท้าวไคลคลา ล่วงแดนนาแดนราษฎร์ สอง นายนาถนำทาง ธ วางเพศท้าวผู้มีบุญ ทำทรงขุนด่านแล้ว ทรงเสื้อผ้าหมวกแก้ว บ ให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ
             
โคลง ๒
๒๘๔ เสด็จโดยด่านดงกว้างยลรอยคนรอยช้าง
กษัตริย์ด้วยเปนสาม ฯ
             
ร่าย
๒๘๕ ตามสองนายนำนาถ ท้าว ธ ลีลาสคลาไคล เสด็จไปโดยอันดับ เอาทับทุกดำบล ดลทวารไพรที่อยู่ ชาวด่านหมู่สำคัญ ชวนกันบอกโดย ธ สั่ง ทำกลดั่ง ธ สอน เห็นภูธรเสด็จพัก ชาวป่าทักไต่ถาม เข้าบอกนามชื่อเสียง ขุนด่าน เวียงมาเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนไป เขาก็ไรเอาคำนัล บังคัลท้าว ธ ทุกคน ตำบลทวารไพรหั้น ถึงตำบลนั้นนั้น ท่านผ้าย บ หึง ฯ
             

ครวญถึงพระมารดา

ร่าย
๒๘๖ ถึงแม่น้ำกาหลง ปลงช้างชิดติดฝั่ง นั่งสำราญรี่กัน แล้ว ธ ให้ฟันไม้ทำห่วง พ่วงเปนแพสรรพเสร็จ ธ ก็เสด็จข้ามแม่น้ำแล้วไส้ ให้แผ้วที่ประทับ ดุจสำหรับขุนด่าน แล้วท่านเสด็จสรง สีเผ้าผงชำระ สระพระเกศเสร็จแล้ว ใจราชคิดแคล้วแคล้ว ถึงท่านไท้มารดา ท่านนา ฯ
             
โคลง ๒
๒๘๗ คิดปรานีออกไท้รอยราชละห้อยไห้
ถึงลูกแล้ ณ หัว ลูกเอย ฯ
             
โคลง ๔
๒๘๘ เจ็บรักเจ็บจากช้ำเจ็บเยียว ยากนา
เจ็บใคร่คืนหล้งเหลียวสู่หย้าว
เจ็บเพราะลูกมาเดียวแดนท่าน
เจ็บเร่งเจ็บองค์ท้าวธิราชร้อนใจถึง ลูกฤๅ ฯ
๒๘๙ เจ็บถึงบิตุราชแล้วถึงกู เล่านา
เจ็บอยู่คนเดียวดูละห้อย
เจ็บเยียวราชศัตรูดูหมิ่น แคลนนา
เจ็บเร่งเจ็บค้อยค้อยชอบม้วยเมือมรณ์ ฯ
๒๙๐ ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อเมียตน
เมียแล่พันฤๅดลแม่ได้
ทรงครรภ์คลอดเปนคนฤๅง่าย เลยนา
เลี้ยงยากนักท้าวไท้ธิราชผู้มีคุณ ฯ
๒๙๑ อย่าไปพหน้าจักคืนเมือ ฤๅพี่
หาสมเด็จบุญเหลือเลิศไท้
จรทกจรเทิญเขือวานช่วย ริรา
บาปสิ่งใดจำให้ลูกร้อนใจถึง ฯ
             

เสี่ยงน้ำ

ร่าย
๒๙๒ บัดนั้นจึ่งสองนาย ถวายกรกชประนม บังคมทูลบมิช้า ว่าข้าบาทสรวมชีพ เจ้าจอมทวีปโองการ พระภูบาลจักเต้า เข้ายังเมืองมิ่งคืน ข้าบาทยืนยลชอบ อย่าเยียวลอบไปเลย ควรเสวยสวัสดิ์ครองด้าว ด้วยสมเด็จน้องท้าว ท่านไท้ชนนี ท่านเทอญ ฯ
             
โคลง ๔
๒๙๓ จักไปจักเปลี่ยวข้างทรชน
ครั้นจะคืนเยียวคนกล่าวร้าย
ว่าท้าวปิ่นสากลใจขลาด นักนา
พูลโทษทุรยศหว้ายว่าร้ายแหนงตาย ฯ
             
โคลง ๓
๒๙๔ สองนายเกลี้ยงกล่าวทูลว่านเรศูรท่านไท้
ใครจะเอื้อมติได้เท่าเผ้าฤๅมี พระเอย ฯ
             
โคลง ๔
๒๙๕ จักไปสักน้อยหนึ่งจึ่งคืน นาพี่
หน้าก็ยืนหลังยืนชอบได้
เกรงเยียวแต่ผีขืนจำอยู่ ไส้นา
เยียวบ่คืนเห็นไท้ธิราชผู้มีบุญ ฯ
๒๙๖ มากูจะเสี่ยงน้ำนองไป ปรี่นา
น้ำชื่อกาหลงไหลเชี่ยวแท้
ผิวกูจะคลาไคลบ รอด คืนนา
น้ำจุ่งเวียนวนแม้รอดไส้จงไหล ฯ
๒๙๗ ครั้นวางพระโอษฐน้ำเวียนวน อยู่นา
เห็นแก่ตาแดงกลเลือดย้อม
หฤทัยรทดทนทุกข์ใหญ่ หลวงนา
ถนัดดั่งไม้ร้อยอ้อมเท่าท้าวทับทรวง ฯ
๒๙๘ บ ให้คนรู้เรื่องฝืนใจ อยู่นา
ขึ้นจากสรงเสด็จในอาสน์ไท้
ยังสุวรรณพพลาไชยใจดั่ง นี้นา
ปิดม่านละห้อยไห้ออกท้าวบุญเหลือ ลูกเอย ฯ
๒๙๙ พระตายจงลูกได้เห็นผี ท่านนา
ผีลูกตายกษัตรีย์แม่ได้
เผาศพลูกอย่ามีอุจาด ราแม่
ฤๅบ่ร้างเผาผีไท้บ่ร้างได้เผาผี ลูกเอย ฯ
             
โคลง ๒
๓๐๐ ลูกตายก็ตายแล้วเจ็บ บ เห็นหน้าแก้ว
เกิดเกล้ากูมา ฯ      
๓๐๑ น้ำตาไหลหลั่งไห้เปนเลือกตกอกไหม้
ออกท้าวฤๅเห็นลูกเอย ฯ
๓๐๒ ลางเข็ญเห็นแห่งน้ำอกลูกเพี้ยงผกขว้ำ
ออกท้าวใจบุญลูกเอย ฯ
๓๐๓ เปนขุนยศยิ่งฟ้าฤๅบาปจำหว้ายหล้า
หล่มหล้มตนเดียว ฯ      
๓๐๔ จะเหลียวเหลียวบได้เหยียบแผ่นดินผิดไส้
อยู่เต็มบาทา พระเอย ฯ
             
โคลง ๔
๓๐๕ เคยเปนจอมโลกเจ้าไอศวรรย์
ร้อยเอ็ดเมืองราชคัลคั่งเฝ้า
มาตกถึงกลางอรร-ณพแต่ เดียวนา
เยียว บ เห็นหน้าเจ้าลูกแล้ บ เห็น ลูกเลย ฯ
             

ให้สืบทางวังเวียง

ร่าย
๓๐๖ ท้าว ธ เปนทุกข์เท่าฟ้า คิดหยั่งหน้าหยั่งหลัง ระวังองค์บพิตร ปิด บ ให้คนเห็น เปนทุกข์ดุจเริงรื่น แสร้งทำชื่น เผยม่าน เรียกชาวด่านริปอง สูนำสองพี่เลี้ยง เพี้ยงหฤทัยไปดู ที่ควรกูจะหยุดยั้ง ที่จะกั้งจะปิด ให้จงชิดจงชอบ ที่จะลอบจะเล็ด จงเปนเขบ็จเปนกล ที่สถลมารคจงถ่อง ท่องทางคดจงซื่อ ท่องทั้งชื่อดำบล ที่จะชุมพลช้างม้า ดูทั้งหน้าทั้งหลัง ระวังทั้งใกล้และไกล ตาไปใจส่องแล้ สองพี่พิศจงแท้ ถี่ถ้วนเขบ็จการ ฯ
             
โคลง ๒
๓๐๗ รับสารกษัตริย์สั่งแล้วไหว้บาทบงกชแก้ว
จึ่งผ้ายลีลา ฯ
๓๐๘ มิคลาคำสั่งท้าวดูที่ทางทุกด้าว
ถี่ถ้วนใจจำ ฯ
๓๐๙ นำสองนายสู่ส้องทำเปนพี่น้อง
ด้วยหมู่บ้านเทียมทาง ฯ
๓๑๐ เอาสินสกางสอดจ้างแขงดังเหล็กเงินง้าง
อ่อนได้โดยใจ ฯ
๓๑๑ เปนผ่ายในสนิธแล้วกระแหน่นายขวัญแก้ว
กล่าวเกลี้ยงคำหวาน ฯ
๓๑๒ บอกอาการถี่ถ้อยเขาว่าอย่าแคลนน้อย
หนึ่งไว้งารตู ฯ
             
ร่าย
๓๑๓ ข้าก็เข้าไปดูอุทยาน หมู่พยาบาลสวนไท้ ให้สินจ้างชักชิด เงินทองปิดปากไว้ ใช้ใดได้ทุกประการ ข้าก็ไปดูทวารเวียงวัง ดูทั้งเรือนสองกษัตริย์ ที่ขัดข้าเห็นถ่อง ที่คล่องข้าเห็นถี่ ทุกที่ข้าเห็นถ้วน ม้วนทั้งมวลข้าใส่ใจ ห่อนให้ใครเห็นได้ ซ่อนเงื่อนงำแง่ไว้ เกียจกั้นเปนกล ฯ
             
ร่าย
๓๑๔ แล้วไต่หนทางเสร็จ เตร็จบ้านทางชื่อซร่อง สองนายท่องทางป่า ง่าเงยไปคล้ายคล้าย จรผ้ายไปถึงหั้น ดั้นทางไปบหึง ถึงสมเด็จเจ้าตน ไหว้ทูลกลกระแหน่ เห็นที่แง่ที่มิด ทูลโดยกิจแล้วล้วน เขียนขีดขบวงถวายถ้วน ถี่ถ้อยทุกประการ ฯ
             
ร่าย
๓๑๕ พระภูบาลตรัสตรอง ไว้ช้างสองม้าสี่ ให้อยู่ที่นายด่าน ท่านก็เลือกคนสามสิบทัศ อาจสามารถโดยเสด็จ คนเจ็บสิบไว้เล่า อยู่ด้วยเหล่าช้างม้า เจ้าหล้ายั้งสำราญ หยุดท่าวารวันดี ฝ่ายสองศรีพี่เลี้ยง ฟังราชโองการเกลี้ยง กล่าวถ้าทูลสนอง ท่านนา ฯ
             

พระลอตามไก่

โคลง ๔
๓๑๖ เมื่อนั้นสองราชไท้ธิดา
สองอยู่คอยหนหาท่านไท้
พี่นางรื่นโรยราช้าไป่ มาเลย
รักเร่งวานไปไหว้ปู่เจ้าเราเตือน ฯ
๓๑๗ ข้าไปเตือนปู่เจ้าจอมผา แม่ฮา
ปู่ว่าพระลอมาฝั่งน้ำ
กาหลงฝ่ายแดนราชาคร่ำ ครวญนา
มาจะให้ไปซ้ำชักท้าวเสด็จพล้น ฯ
             
ร่าย
๓๑๘ ปู่กระสัลถึงไก่ไพรพฤกษ์ ปู่ลำฦกไก่ไก่ก็มา บรู้กี่คณากี่หมู่ ปู่เลือกไก่ตัวงาม ทรงทรามไวยทรามแรง สร้อยแสงแดงพพราย ขนเขียวลายยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลายหงส์สิบบาท ขอบตาชาดพพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ ขันขานเสียงเอาใจ เดือยงอนในสีระรอง สองเท้าเทียมนพมาศ เพียงฉลุชาดทารงค์ ปู่ก็ใช้ผีลงแก่ไก่ ไก่แก้วไซร้บมิกลัว ขุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน เสียงขันขานแจ้วแจ้ว ปู่ก็สั่งแล้วทุกประการ มินานผาดโผนผยอง ลงโดยคลอง บ หึง ครั้นถับถึงพระเลืองลอ ยกคอขันขานร้อง ตีปีกป้องผายผัน ขันเอื้อยเจื้อยไจ้ไจ้ แล้วไซ้ปีกไซ้หาง โฉมสำอางสำอาจ ท้าว ธ ผาดเห็นเปนตระการ ภูบาลบานหฤทัย งามพอใจพอตา มิทันทาธารทำรง ทรงมกุฎภูษาสรรพ จับพิไชยอาวุธราชพล บันดล ธ ลุกไล่ หวังได้ไก่ตัวงาม ยกทัพตามจอมราช ครั้นคลาดไก่อยู่ท่า เห็น ธ ช้าไก่ขันเรียก ไก่กระเหลียกตาดู ครั้นภูธรจะทัน ไก่ค่อยผันค่อยผาย ระร่ายรายตีนเดิร ดำเนิรหงส์ยกย่าง ครั้นเห็นห่างไก่หยุด ครั้นจะสุดแดนป่า ครั้นจะผ่าแดนบ้าน ไก่ทำคร้านมารยา เห็นไก่ช้า ธ ก็สาว ไก่เหิรหาวหายเนตร ภูเบศร์ดูอับทิศ บพิตรคิดพระองค์ โอ้กูมาหลงแก่ไก่ ไก่ผีไขว่เอากู ท้าว ธ เหลียวดูพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวคำเกลี้ยง ถี่ถ้วนทั้งมวล ฯ
             

แปลงเป็นพราหมณ์เข้าชมอุทยาน

ร่าย
๓๑๙ แต่นี้ควรระมัด ประหยัดอย่าลืมตน บอกทุกคนทุกผู้ ให้รู้แล้วจึ่งไป คลาไคลถึงบ้านมิตร เขาสกิดกันบอก ชาวบ้านนอกมาไหว้ อันเชิญไท้ ้ธ เข้าสู่ อยู่ ณ ที่ควรเสด็จ เสร็จเขาถวายโภชนาหาร เชิญ ธ สำราญคืนหนึ่ง ซึ่งไว้นั้นสิบคน ถึงตำบลบ้านหน้า ไว้คนห้าแลช้าง ฝ่ายข้างโดยเสด็จไท้ นับถ้วนได้สิบห้า หน้าโน้นไว้สิบคน ถึงตำบลหนึ่งเล่า แต่สวนเปล่า บ มีคน พฤกษาสนลำเลือน มีเรือนเปล่าสงัด เขาเชิญกษัตริย์อาไศรย บมิไกลสวนอ่อนไท้ เขาประนมมือไหว้ นั่งเฝ้าเรียงรัน ฯ
             
ร่าย
๓๒๐ เขาถวายคำนัลคำนับ สำรับโภชนาหาร น้ำอบธารสรงเสวย ฟูกผ้าเขนยสอาด ผ้าไหมลาดปูกรอง ถามสองนายทุกประการ เครื่องภูบาลแต่งเสร็จ ส่วนสมเด็จนฤเบศร์ ท่านแปรเพศเปนพราหมณ์ ทรงนามเจ้าสรีเกศ ใคร่เห็นประเทศมาชม มาแต่สยมภูวนาถ สองนายชาติคฤหัสถ์ ชื่อนายรัตน์นายราม ปรามกันทั่วทุกคน อย่าลืมตนลืมปาก เพื่อเหตุฝากความรัก เขาชักเชิญสองนายและไพร่ ไปล่ไปยังเหย้าเรือน เลือนอาหารเล่าเข้า เขาว่าเชญยชาวเจ้า พี่น้องมาเอา ฯ
             
ร่าย
๓๒๑ เขาเลี้ยงดูทุกคน โดยดำบลทุกแห่ง อยู่บัดแบ่งยามเย็น ท้าว ธ ใคร่เห็นสวนน้องนาฎ พระบาทเสด็จ บ มิช้า เขาก็นำเจ้าหล้า ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
             
โคลง ๒
๓๒๒ ข้ากระใดอยู่เฝ้าบอกข่าวพระลอเจ้า
สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ
๓๒๓ ชวนกันไปนั่งไหว้เชิญบพิตรท่านไท้
พระพาสเหล้นอุทยาน ฯ
๓๒๔ ภูบาลบานหน้าไท้ชมดอกไม้ต้นไม้
ลูกไม้พอใจ บารนี ฯ
๓๒๕ เสด็จดูในแหล่งหล้าแย้มโอษฐ์ปราไสอ้า
ขอบน้ำใจสู บารนี ฯ
๓๒๖ สวนใครหนอใคร่รู้สวนสมเด็จท้าวชู้
ท่านแล้พระทอง ฯ
๓๒๗ จึ่งจำนองโคลงอ้างถวายแด่บพิตรเจ้าช้าง
ท่านผู้มีบุญ แลนา ฯ
             
โคลง ๔
๓๒๘ ข้าไหว้พระบาทผู้อุดม
เชิญบพิตรเสด็จชมช่อไม้
อุทยานสำราญรมย์สองราช แลพ่อ
สรรสนุกไม้ไหล้แหล่งเหล้นสองศรี ฯ
๓๒๙ พระชมการะเกดแก้วหอมหา ยากนา
หอมหื่นกลเกศารวดเร้า
พระชมมุลิลาลานสวาท
ชมดอกไม้เกี้ยวเกล้าเพื่อนไท้แพงทอง ฯ
๓๓๐ นางแย้มเหมือนแม่แย้มยวนสมร
ใบโบกกลกวักกรเรียกไท้
ช้องนางคลี่สร่ายขจรโบกเรียก พระฤๅ
เชิญราชชมไม้ไหล้กิ่งก้มถวายกร ฯ
๓๓๑ นกหกจับแมกไม้เรียงรัน
ร้องรี่รับขวัญขวัญท่านท้าว
กระสากระสรวลศัลย์ถึงราช
จับมสังแซ่งน้าวคู่เคี้ยงเรียงรมย์ ฯ
๓๓๒ แขกเต้าเต้นเต้าแขกขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักรปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชักเชิญราช แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้าค่อยเคล้าคลอสมร ฯ
๓๓๓ เชิญไท้ธิราชท้าวชมสระ
ชมดอกบัวบานระดะคลี่คล้อย
ปูปลาเต่าจราจระจรัลดาษ เดียรนา
แมลงภู่คลึงเคล้าสร้อยเสียดสร้อยเสาวคนธ์
             

คะนึงนาง

โคลง ๒
๓๓๔ พระเสด็จจดลนั่งแล้วพระคำนึงน้องแก้ว
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
             
โคลง ๓
๓๓๕ สองนายเชิญ ธ บรรทมค่ำแล้วลมลาดไม้
โหยละห้อยท้าวไท้ค่อยพร้องโคลงครวญ ฯ
             
โคลง ๔
๓๓๖ สองอวลอรเพี้ยงชีพชีพิต พี่เอย
เรียมจากบุรีฤทธิ์รีบเต้า
บ เห็นพงาผิดใจพี่ พระเอย
โอ้คำนึงน้องเหน้าคร่ำแค้นครวญสมร ฯ
๓๓๗ ใฝ่ใคร่ดวงดอกสร้อยเสาวคนธ์
รสลำดวนหอมกลกลิ่นแก้ว
พระพายรำเพยดลแดคร่ำ ครวญนา
เดือนส่องแล้วฟ้าแผ้วไป่ผ้ายสมศรี ฯ
๓๓๘ มลุลีหอมหื่นฟุ้งมลิวัน
ปรูประยงคุ์หอมหรรษ์หื่นห้า
หอมกลกลิ่นจอมขวัญขวัญพี่ พระเอย
หอมห่อนเห็นหน้าหน้าใคร่กลั้นใจตาย ฯ
๓๓๙ หื่นหอมรสสร้อยเปล่าแดดาย
แลพิหคเหลือหลายแหล่งไล้
นกเอยส่งสารถวายถึงนาฎ พระนา
ให้พระนุชท้องไท้แม่รู้ข่าวเรียม ฯ
๓๔๐ สาลิกาวานส่งสร้อยสารกู หนึ่งรา
แถลงแด่สองพธูพี่น้อง
ทรหนอยู่ทรหูหาอ่อน อวลนา
เห็นแต่นกหกร้องร่ำร้องรนสมร ฯ
๓๔๑ สัตวาวานช่วยร้อนเร็วไป หนึ่งรา
บอกข่าวพระลอไกลกลิ่นชู้
เสด็จมาอยู่อาไศรยสวนราช นี้นา
ให้จงสองท้าวรู้ที่ร้อนแรมศรี ฯ
๓๔๒ โนรีเร็วเร่งผ้ายผันผยอง หนึ่งรา
ไปสู่มนเทียรทองอ่อนไท้
ทูลสารอันเชิญสองกษัตริย์แม่ มานา
มาระเมียรไม้ไหล้แหล่งเหล้นอภิรมย์
๓๔๓ ภูระโดกดุเหว่าร้องเสียงใส บารนี
เสียงเสนาะเอาใจใช่น้อย
สูรักเร่งเร็วไปถึงอ่อน อวลนา
เชิญแม่มาสวนสร้อยสว่างร้อนใจเรียม ฯ
๓๔๔ นกหกบินร่อนร้องไปมา อยู่นา
ซอนซอกจับพฤกษาเสียดเร้น
บ ทูลข่าวธิดาถวายแด่ เรียมเอย
บ้างไต่ไม้บ้างเต้นรี่ร้องจอแจ ฯ
             
ร่าย
๓๔๕ พระลอเลงแลนก ฟังวิหคเปนดาย สองนายนวดพระบาท ถวายอภิวาทบังคม ทูลว่าอย่าปรารมภ์เดือดไหม้ พรุ่งจะสมน้องไท้ เพื่อนท้าวภิรมย์ ฯ
             
โคลง ๒
๓๔๖ เชิญ ธ บรรทมแท่นแก้วจักจั่นเสียงแจ้วแจ้ว
กล่อมท้าวสว่างรมย์ ฯ
๓๔๗ ลมขจรคันธดอกไม้ท้าว ธ คิดกลิ่นไท้
ออกท้าวทั้งสอง ฯ
๓๔๘ เดือนระรองส่องหล้าพระจะเชยชมหน้า
หนุ่มหน้าบัวศรี ฯ
             
ร่าย
๓๔๙ พระลอมีหฤทัย รไมยาภิรมย์ ชื่นชมคำพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวกลอนเกลี้ยง กล่อมท้าวนิทรา ฯ
             

ทำนายฝันพระลอ

ร่าย
๓๕๐ ข้าก็ซบหลับกับพระบาท พระลอราช ธ ก็ฝัน ทั้งนายขวัญนายแก้ว หลับแล้วฝันต่างต่าง พ่างพระบาทยุคล ตนท้าว ธ ก็ตื่นตระบัด ดัดพี่เลี้ยงเจ้าหล้า บอกฝันพลัน บ ช้า ช่วยแก้ความฝัน ฯ
             
โคลง ๔
๓๕๑ พี่ขวัญพี่แก้วพี่ชวนกัน ฟังรา
เขือกล่อมกูกูฝันดั่งนี้
ฝันทรงสังวาลย์วรรณนุชนาฎ นางงาม
สองอุรคะเกี้ยวกี้ตื่นขึ้นขวัญหาย ฯ
๓๕๒ น้องฝันเห็นกอดแก้วกลอยใจ
ฝันว่าอ่อนเสด็จในแท่นแก้ว
มะเมอตื่นหลงใหลหาอ่อน อวลนา
ฝันว่าน้องต้องแร้วราคหมั้นตรึงสมร ฯ
๓๕๓ ฝันทรงภูษิตจ้าใสสุทธิ์
พระเกศทัดธารบุษป์กลิ่นฟุ้ง
ไปทิศอุไทยอุตดมยิ่ง นั้นนา
ฝันว่าอ่อนเล่นถุ้งทั่วท้องสระศรี ฯ
๓๕๔ หัตถ์ขวาฝันเคล้นดอกโกมล
กรกอดดอกจงกลฝ่ายซ้าย
ตะเพียนหวั่นไหวชบชมช่อน ไส้นา
ลิงโลดพรวนทองหว้ายหว่างสร้อยสระศรี ฯ
             
ร่าย
๓๕๕ สองนายทายฝันไท้ ท้าวธจะได้ดั่งจินดา พระราชาอย่าเศร้า พรุ่งจักสมน้องเหน้า หน่อท้าวมีบุญ แลนา ฯ
             
โคลง ๔
๓๕๖ นายแก้วทูลกล่าวแก้ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณทั้งคู่ งามนา
พระจะสมน้องหน้าหนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
๓๕๗ นายขวัญฝันไท้ดุจศศิธร
สาวเทพทูลบทจรกึ่งเกล้า
ฝันพระชื่นชมอรลุลาภ แลพ่อ
พระจะสมน้องเหน้าหน่อท้าวทันใจ ฯ
             
ร่าย
๓๕๘ ในเมื่อข้าสองนาย ถวายซึ่งศุภนิมิต บพิตรหย่อนอารมณ์ ชมฝันสองพี่เลี้ยง ดุจดั่งสองเนื้อเกลี้ยง มากล่อมท้าวสว่างรมย์ ฯ
             

พระเพื่อนพระแพงครวญถึงพระลอ

ร่าย
๓๕๙ เอนดูอุดมดวงดอกไม้ สองเพื่อนไท้แพงกษัตริย์ เสด็จในรัตนบรรทม ปรารมภ์ใจอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง เพื่อชู้นานถึง ฯ
             
ร่าย
๓๖๐ คิดคำนึง บ ลุ ทุเทาแก้มสร่ายเกศ สองเปนเทวษพิศวงหลงหาราชจะไจ้ ไห้ บ รู้กี่คาบ อาบไนยนามพุธารา โศกาดูรพิลาป ค่อยกระซาบคำเกลี้ยง แก่พี่เลี้ยงทั้งสอง ความเผือปองคลาศแคล้ว แม้ บ สมชู้แก้ว พรุ่งนี้เผือตาย ฯ
             
ร่าย
๓๖๑ สองนางถวายบังคม ประนมยุคลนางนาฎ โลมสองราชธิดา ว่าสองพงาพระพี่ ใช่ที่พ้นกำหนด เชิญค่อยงดอยู่ถ้า มิร้างนานจักช้า ชู้ท้าวมาสม แม่แล ฯ
             
โคลง ๓
๓๖๒ สองอย่าปรารมภ์กระสัลแม้มิวันพรุ่งเช้า
ลอราชจักเสด็จเต้าสู่สร้อยสวนขวัญ ฯ
             
ร่าย
๓๖๓ ฉันใดพี่จึ่งรู้ ผู้ใดใครมากล่าว ข่าวบพิตรเจ้าหล้า เร็วพี่บอกอย่าช้า ท่านท้าวเสด็จมา แม่นฤๅ ฯ
             
ร่าย
๓๖๔ สองราประนมมือสนอง ว่าพระทองแม่ ณ เกล้า ธ ผู้เถ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้นิมิตสกุณ อันเปนคุณเปนโทษ ทีนี้โสดเกษมศรี จักมีพลันบช้า ใจเผือข้าชื่นชม ดุจพระตนกลมเจ้าช้าง มาอิงอ่อนอ้อมข้าง สองอยู่เกล้าแก่ตา พี่นี้ ฯ
             
ร่าย
๓๖๕ สองชายายินชอบ ขอบคำสองพี่นาง ควรไว้กลางกระหม่อม สองพี่ย่อมมีคุณ แก่เขือปุนเปรียบฟ้า เผือพี่น้องนี้ถ้า แต่ตั้งจะสนอง คุณเขือ ฯ
             
โคลง ๔
๓๖๖ แต่น้อยสองพี่เลี้ยงสองเผือ
คุณพี่ทั้งสองเหลือที่อ้าง
ทีนี้โสดสองเขือควรช่วย เผือนา
ลุลาภสมเจ้าช้างเลิศแท้คุณเขือ ฯ
             
โคลง ๒
๓๖๗ กล่าวดีเจือใจแล้วสองพระพี่เลี้ยงแก้ว
กล่าวเล้าโลมสอง อรนา ฯ
             

ทำนายฝันพระเพื่อนพระแพง

ร่าย
๓๖๘ พระทองอย่าปรารมภ์ เชิญ ธ บรรทมให้สำราญ มินานแม่ ณ เกล้า ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง ฯ
             
ร่าย
๓๖๙ อย่าหมองใจหนุ่มหน้า บรรทมถ้าพระลอ เผือจะซอกล่อมแก้ว กล่าวแล้วสองนางนอน พี่เลี้ยงกรกอดบาท ซอกล่อมนาฎแม่ ณ เกล้า นอนแม่นอนเทอญนะเจ้า พี่เอ้ยทั้งสอง อ่อนนา ฯ
             
โคลง ๔
๓๗๐ แท่นทองถเถือกแก้วจรูญจรัส
แพรฟูกปักหมอนรัตน์เพริศแพร้ว
ขนนเขนยพิดานดัดดาวดาษ เฉลานา
มุ้งม่านผจงกั้งแก้วแก่นไท้ทั้งสอง ฯ
๓๗๑ เชิยสองพระพี่น้องบรรทม
ขวัญอ่อนอย่าปรารมภ์ร่ำร้อน
พระลอจะพลันสมสองราช แลแม่
สองแม่อย่าไข้ข้อนอยู่ถ้าเชยชม ฯ
๓๗๒ ลมพัดเชิญท่านท้าวเสด็จมา หนึ่งรา
ลมแล่นเวหาหาท่านไท้
พฤกษเทพบดีอารักษ์เร่ง พระรา
ดาวดาษเดือนต่างไต้ส่องท้าวเสด็จดล ฯ
๓๗๓ สองฟังสองพี่เลี้ยงสองซอ
ซอว่าพระเลืองลอจักเต้า
ไพเราะแก่หูพอใจนาฎ แลนา
เสียงเสนาะสองเจ้าพี่น้องนิทรา ฯ
             
โคลง ๒
๓๗๔ สองธิดาหลับแล้วสองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ซอกล่อมท้าวกลอยหลับ เล่านา ฯ
             
ร่าย
๓๗๕ ดับนั้นสี่นางฝัน เห็นอัศจรรย์นิมิต ติดใจจำชมชื่น ตื่นตระบัดอ่อนไท้ พระเพื่อนคิดจำได้ กล่าวแก้ความฝัน ฯ
             
โคลง ๔
๓๗๖ ฝันว่าได้ดอกฟ้ามามือ
หอมยิ่งหอมงามฤๅเปรียบได้
มาลาดิลกคือเฉลิมโลก ไส้แฮ
เป็นปิ่นทิพยทัดไว้กึ่งเกล้า สองเผือ ฯ
             
โคลง ๒
๓๗๗ ยินดีเหลือที่อ้างแพงนุชนอนแนบข้าง
ค่อยแก้ความฝัน ฯ
             
โคลง ๔
๓๗๘ ฝันว่าสุริเยศท้าวเสด็จมา
เปนปิ่นปักเกศากึ่งเกล้า
พระจันทรส่องพักตราต่างแว่น ทองนา
ดาวดาษทายทัดเกล้าดุจสร้อยแซมผม ฯ
             
ร่าย
๓๗๙ สองพี่ชมฝันไท้ ท้าว ธ จะได้ดั่งใจจง ความจำนงลุลาภ อาบสหัสธารา เปนนางพระยานางเมือง แก่พระลอเลืองดิลกโลก เรืองยศโยคเชยชม พระตนกลมเจ้าช้าง ลอราชมาอ้อมข้าง สองอ่อนท้าวสมสมร แม่นา ฯ
             
โคลง ๒
๓๘๐ จงลุโดยพรพี่เลี้ยงฟังทั้งสองพี่เพี้ยง
พี่ให้เสวยสวรรค์ พี่เอย ฯ
             
ร่าย
๓๘๑ นางโรยหรรษ์ชมชื่น นางรื่นยกยอกร ไหว้บทอรสองหน่อไท้ สองพี่เลี้ยงสองไหว้ สองแม่แล้ทูลแถลง ฯ
             
โคลง ๔
๓๘๒ พี่เลี้ยงพี่รื่นแก้ฝันถวาย
ฝันอ่อนเอาดาวรายรอบเกล้า
ฝันงูกระหวัดสายสมรแกล่ กลืนนา
ลอราชจักพลันเต้าแขกท้าวทั้งสอง ฯ
๓๘๓ นางโรยสนองนาฎข้ากลอยฝัน
ฝันอ่อนเสวยไอศวรรย์ฟากฟ้า
สองเสวยอมฤตปัญจรสร่วม กันนา
ลอบพิตรเจ้าหล้าพรุ่งนี้มาถึง แม่แล ฯ
             
ร่าย
๓๘๔ ฝันพึงใจแก้แล้ว ราตรีแผ้วพระฮาม ยามอรุณอร่ามเรื่อฟ้า พระพี่พระน้องถ้า รุ่งเพี้ยงพันปี ฯ
             
ร่าย
๓๘๕ เสียงปักษีดุเหว่า เขากทาเหล่าภูรโดก โคกม้าม่ายเมียงกัน สุโนกขันแจ้วแจ้ว ไก่แก้วขันไจ้ไจ้ ครั้นรุ่งรางจักได้ ไปเยียนราชด้าวสวนขวัญ ฯ
             

นางรื่นนางโรยไปดูลาดเลาที่อุทยาน

ร่าย
๓๘๖ พระจันทรส่องแสงเสร็จ พระสุริยเสด็จอุไทย นกตระไนนกลาง เฉวียนฉวางจับจอมไม้ แสดงข่าวไท้เสด็จคลา ฟังเสียงกากระภอก บอกข่าวท้าวเสด็จดล ตนพี่เลี้ยงสองนาง ชมลางดีจะไจ้ ไหว้สองกษัตริย์บพิตร ทูลว่าได้นิมิตสกุณี ประจักษ์ดีแก่ตาข้า รอบจะพบเจ้าหล้า ธิราชแล้ ณ หัว พี่เอย ฯ
             
โคลง ๒
๓๘๗ สองชัวชมชื่นแท้สองพี่เร็วเชิญแล้
อย่าช้าเร่งไป หนึ่งรา ฯ
             
ร่าย
๓๘๘ ข้ากระไดกระแหน่ แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดาจอมราช ขึ้นช้างคลาดไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า สั่งผู้เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชายชาวนอกสองคน พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา ครั้นเช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
             

นายแก้วนายขวัญซุ่มรออยู่ในสระ

ร่าย
๓๘๙ สองนายระไวระวัง เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทางตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ เขาบอกไปคือ ธ สั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅบ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพสิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์ ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่าเกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ หนึ่งเลย ฯ
             
โคลง ๒
๓๙๐ สองเจ็บใจละห้อยเอะอาตมมาช้าหน้อย
หนึ่งให้เสียใจ      บารนี ฯ
๓๙๑ เยียฉันใดกูจักได้เห็นเล่านาให้ให้
ลาภแล้สองรา ฯ
๓๙๒ บุญมีมาอย่าช้าใช่อื่นเลยเจ้าหล้า
กับพี่เลี้ยงทั้งสอง ฯ
๓๙๓ มองหนหาตาแห้งเห็นแต่ไกลกล้องแกล้ง
ไต่เต้าตามกัน ฯ
๓๙๔ มาพลันแลดูนี้สูบอกแก่ตูกี้
นี้ฤๅชาวเรา ฯ
๓๙๕ เขาเห็นเขาว่าแท้สองนายมาพู้นแหล้
เพื่อนเจ้าชีพราหมณ์ แลนา ฯ
             
โคลง ๓
๓๙๖ สองนางงามแว่นไวชายเข้าไปใกล้แล้ว
แสร้งใส่กลให้แคล้วบ ให้เขาเห็น ฯ
             
โคลง ๒
๓๙๗ ที่นี้เปนง่ายแท้ลุลาภสองเราแหล้
เพื่อนเอ้ยเต็มใจ บารนี ฯ
๓๙๘ สองลงในสระเร้นจะลอบลักดูเหล้น
อย่าให้เห็นเรา ฯ
๓๙๙ สองนายมา บ มิช้าครั้นชุ่มจะใกล้อ้า
ค่อยผ้ายโชยชาย ฯ
๔๐๐ ทอดกรกรายย่างเยื้องเข้าสู่อุทยานเบื้อง
ฝ่ายสร้อยสวนขวัญ ฯ
๔๐๑ เห็นคนจรัลเมื่อกี้หายแห่งใดบัดนี้
บ ให้เห็นตัว ฯ
๔๐๒ น่าใคร่หัวหลากแท้เราเลียบเล็งดูแหล้
เปล่าถ้วนทุกพาย ฯ
             

สี่พี่เลี้ยงในสระ

ร่าย
๔๐๓ สองนายลงในสระ สองนายพะสองนาง ค่อยหัวพลางยยิ้ม คอยเมื่อสองมาปิ้ม ดอกแสร้งถามขา ฯ
             
โคลง ๔
๔๐๔ สองนายมาแต่ด้าวแดนใด
มาบ่เกรงกลัวใจอาจแท้
ดังฤๅจึ่งลงในสระราช นี้นา
เร็วเร่งขึ้นพลันแม้ไม่ขึ้นเปนความ ฯ
๔๐๕ พี่จะขึ้นเจ้าอย่าขับหนี
มาแต่เมืองไกลลีลาศเต้า
เห็นสระสนุกมีใจใคร่ ชมนา
เรียมบ่ได้รู้เจ้าอย่าเผ้อคุกคาม ฯ
๔๐๖ เรียมมาสวนนี่ไส้นฤมล พี่เอย
แลบ่เห็นสักคนหนึ่งเฝ้า
เห็นสระสนุกชลจักอาบ ตนนา
ฤๅและมามีเจ้าว่าให้เรียมอาย ฯ
๔๐๗ เรียมลาสองแม่แล้ทรามรัก พี่เอย
จะอยู่จะอายนักกว่านี้
เปนชายแลหญิงผลักหนีหน่าย ตนนา
เพราะบ่เห็นแก้วกี้จึ่งได้มาลง ฯ
๔๐๘ พี่ขุนไปด่วนขึ้งนักหนา เล่านา
ผิดคาบเดียวพันคราด่วนพ้อ
เยียวชายชั่วหลงมาแลว่า ไส้พ่อ
ผิดเพื่อ บ เห็นน้อโทษข้าขอษมา ฯ
๔๐๙ เยียวเห็นแลเคียดไส้ใจบุญ พี่เอย
ผิบ่อเห็นฤๅฟุนเท่าเฝ้า
ฟังอ่อนอมฤตฉุนใจชื่น ชมนา
ได้กล่าวผิดใจเจ้าจุ่งเจ้าอดออม ฯ
๔๑๐ พี่ขุนจะอาบน้ำเชิญลง อาบรา
ลงอาบในสระสรงสว่างร้อน
ขัดสีธุลีผงสะเหงื่อไคนา
แล้วเก็บฝักบัวปล้อนเปลือกสิ้นกินพลาง ฯ
             
ร่าย
๔๑๑ สองนายฟังสองนาง ผลัดผ้าพลางลงอาบ ทำสุภาพลเมียด คำลเอียดเอาใจ เผืออาบในสระแล้ว เสมออาบน้ำทิพยแก้ว แลน้อง ณ หัว พี่เอย ฯ
             
โคลง ๔
๔๑๒ กินบัวอร่อยโอ้เอาใจ บารนี
สโรชข่าวฉันใดใคร่รู้
เชิญพี่จุ่งไปในบัวฝ่าย นั้นนา
ได้อมฤตรสสู้อย่าแล้ไปสวรรค์ ฯ
๔๑๓ แม่โรยรักอย่าได้โรยใจ หนึ่งรา
นำแขกเราไปในฝ่ายนั้น
จะเก็บจะกินใดโดยท่าน เถิดแม่
เจ้าช่วยเก็บให้หั้นจุ่งให้เต็มใจ ฯ
๔๑๔ นางโรยนางเรียกด้วยคำงาม
ขวัญอ่อนดังขวัญกามยั่วแย้ม
ใบบัวหนั่นหนาตามกันลอด ไปนา
หอมกลิ่นบัวรสแก้มกลิ่นแก้มไกลบัว ฯ
๔๑๕ ใบบัวบัวข้าขอบใจบัว
ดอกดั่บจะหัวรัวเรียกเต้า
เชยชมภิรมย์ชัวชมซาบ บัวนา
ถนัดดั่งเรียมชมเจ้าพี่เหล้นกับตน ฯ
๔๑๖ บัวนมบัวเนตรหน้าบัวบาน
บัวกลิ่นขจรหอมหวานรสเร้า
บัวสมรละลุงลาญใจบ่า นี้นา
บัวบาทงามจวบเท้าเกศแก้วงามจริง ฯ
๔๑๗ โกมุทกาเมศแก้วโกมล พี่เอย
หอมกลิ่นจงกลกลกลิ่นแก้ว
จงกามินีปนรสร่วม กันนา
จงกอบอย่ารู้แคล้วก่อเกื้อกรีฑา ฯ
๔๑๘ สนุกบัวซ้อนดอกบัวพระ พี่นา
ปลาช่อนปลาไส้พระดอกไม้
สลิดโพตะเพียนพะกันชื่น ชมนา
รวนเพรียกแนมหลิ่งไส้เหยื่อหย้ามฟูมฟอง ฯ
๔๑๙ สนุกข้างนี้แนบจอมใจ พี่เอย
สองสนุกกันในฝ่ายนั้น
ทำขวัญสนุกใดจักดุจ นี้นา
หนีซอกซอนซ้ำหั้นเชิดชู้เทียมรงค์
๔๒๐ สรงสนุกน้ำแล้วกลับสนุกบก เล่านา
สองร่วมใจกันยกย่างขึ้น
ขึ้นพลางกอดกับอกพลางจูบ
สนุกดินฟ้าฟื้นเฟื่องฟุ้งฟองกาม ฯ
๔๒๑ สอนนางนำแขกขึ้นเรือนสวน
ปัดฟูกปูอาสน์ชวนชื่นชู้
สองสมพาสสองสรวลสองเสพย์
สองฤดีรสรู้เล่ห์พร้อมเพรียงกัน ฯ
๔๒๒ เสร็จสองสมพาสแล้วกลกาม
สองอ่อนสองโอนถามชื่อชู้
สองมาแต่ใดนามใดบอก ราพ่อ
ให้แก่สองเผือรู้ชื่อรู้เมืองสอง ฯ
             

นายแก้วนายขวัญเสียกล เผยความจริง

ร่าย
๔๒๓ สองนายฟังสองนาง แสร้งบอกพราง บ บอกชื่อ เผือนี้ชื่อเจ้ารามรัตน์ นัดกันมาจะค้า พลัดมาท่าทางทบ พอประสบเจ้าพราหมณ์ ทรงนามเจ้าศรีเกษ ใคร่เห็นประเทศมาด้วย พอประสบหน้าสร้วย พี่แล้จอมสมร ฯ
             
ร่าย
๔๒๔ เผืออยู่ในรมยนคร มโนหรราชธานี บุรีรมย์บอกแจ้ง จะอยู่ด้วยกล้องแกล้ง แต่นี้ฤๅไป จากเอย ฯ
             
โคลง ๒
๔๒๕ สองตกใจละลั้งละเลิดผิดอันตั้ง
ต่อรื้อฉันใด ฯ
๔๒๖ ธ มาในเมืองนี้มีเครื่องค้ามากี้
สิ่งข้าขอถาม ฯ
             
โคลง ๓
๔๒๗ ขุนนางอยู่ไกลกันบ่ทันนัดกันได้
สองแม่ถามไจ้ไจ้สะทื้นสะเทิ้นไปมา ฯ
             
โคลง ๒
๔๒๘ บอกเร็วราเครื่องค้าบ บอกได้อึหน้า
ใครให้ราหัว บารนี ฯ
๔๒๙ พรางตัวเองดั่งนี้หน้าใช่หน้าสับปลี้
มาไขว่ถ้อยเอาเผือ ฯ
             
ร่าย
๔๓๐ เครื่องค้าเหลือผู้ซื้อ กะหมั่ง สินตัวยื้อมิถึง กะหมั่ง มิบอกจริงบอกพราง กะหมั่ง ทรงขุนนางอะเคื้อ กะหมั่ง เนื้อชาววังใช่ช้า โฉมใช่โฉมคนค้า หน้าใช้หน้ากริกกริว ฯ
             
โคลง ๒
๔๓๑ มาจะหัวให้หายหิวอยากเข้าเชิญบอกอันจริงเจ้า
แก่น้องอย่าอำ หนึ่งรา ฯ
๔๓๒ สองสนองคำอ่อนพร้องจะบอกจริงแก่น้อง
อย่าเย้นหยันตู ฯ
๔๓๓ พระภูธรอยู่เกล้าลอราชพระเสด็จเต้า
เผือพี่เลี้ยงมาตาม ฯ
๔๓๔ ขุนงามบอกข่าวไท้เสมอดั่งสองนางได้
ผ่านเฝ้าไอศวรรย์ ฯ
             
โคลง ๔
๔๓๕ ตวันเจียนจากฟ้ามามือ
จักใคร่ถือเดือนถือก็ได้
เมรุทองละอองปือปือรอด ไปนา
ขอท่านเชิญท้าวไท้ธิราชเจ้าเสด็จมา ฯ
๔๓๖ พระเสด็จมาอยู่ด้าวแดนใด พี่เอย
มาอยู่ในสวนใครใคร่รู้
พระองค์ท่านเสด็จในสวนเปล่า เขานา
พระเปลี่ยว บ มีผู้เพื่อนไท้เสด็จเดียว ฯ
๔๓๗ ตีอกออกปากโอ้พระภู เบศร์เฮย
มาอยู่ฉันใดดูละห้อย
บ เคยยากอกตูจักหว่า แลพ่อ
โหยสอื้นค้อยค้อยคร่าวน้ำตาไหล ฯ
๔๓๘ เอนดูสองท่านผ้ายไปพลัน
ถึงบาทบงกชคัลเคี่ยมไหว้
ขอเชิญปิ่นไอศวรรย์เสด็จยาตร มานา
เผือจะเชิญสองไท้ธิราชพู้นมาพลัน ฯ
๔๓๙ แต่จักท่าไหว้บาทบงกช
น้อมศิรามพุชจรดกึ่งเกล้า
ขอรับอมฤตรสพจนาตถ์ ไปนา
ถึงพระนุชน้องเหน้าท่านถ้าฟังสาร ฯ
๔๔๐ สองนายกรกอดเกี้ยวสองนาง
มือสอดเสียดเอวบางลูบท้อง
พิศพลางจูบชมพลางเรียมสั่ง สองแม่
มิใคร่ไคลคลาศน้องหนึ่งเล้ยกับตน ฯ
๔๔๑ สองนางซบแนบเนื้อสองนาย
พระลูกเอยจักผายคลาดแคล้ว
พระไปจากเสมอตายทีหนึ่ง แลพ่อ
รักเร่งมาพลันแก้วช่วยน้องอย่านาน ฯ
๔๔๒ไปสองสามย่างแล้วเหลียวมา เล่านา
เจ้าพี่เอยเรียมคลาคลาศแคลัว
เผือไปแต่ตัวหาจอมราช ไส้นา
ใจอยู่เชยชมแก้วพี่ไส้กับตน ฯ
๔๔๓ เผือข้านับอยู่ไส้ขุนงาม ลูกเอย
อยู่แต่ตัวใจตามท่านแท้
ไปมาอย่านานทรามรักท่วม เราเฮย
เชิญเร่งเร็วพลันแม้อยู่ช้าเผือตาย ฯ
             

นางพี่เลี้ยงไปเชิญเสด็จพระลอ

โคลง ๒
๔๔๔ สองนายไป บ มิช้าถึงสมเด็จเจ้าหล้า
กราบเกล้าทูลสาร ฯ
๔๔๕ ทูลอาการทุกข้อบรรยายแต่ต้นหน้อ
มาถี่ถ้วนความใน ฯ
             
โคลง ๔
๔๔๖ เผือข้าพบพี่เลี้ยงสองศรี
ใจจอดจอมกษัตรีย์อยู่เกล้า
ขอเชิญปิ่นภูมีควรราช
จงบพิตรพระเจ้าอย่าช้าเสด็จจร ฯ
๔๔๗ พระลอลีลาศคล้อยไคลคลา
งามดุจสีหลีลาจากถ้ำ
สองนางอยู่คอยหาเห็นราช มานา
ลุกแล่นรับแลล้ำหยาดฟ้าลงดิน ฯ
๔๔๘ สองถึงสองกราบไหว้บทมาลย์
เชิญบพิตรภูบาลอยู่เกล้า
ยังรมยพิมานสถานประพาส พระเอย
เรือนสำราญน้องเหน้าท่านไท้ทั้งสอง ฯ
             
โคลง ๒
๔๔๙ พระลอสนองพี่เลี้ยงสองพระนุชเนื้อเกลี้ยง
สุขอยู่รื้อฉันใด ฯ
๔๕๐ สองจอมใจอ่อนไท้องค์ บ ไข้ใจไข้
ละห้อยโหยหา ท่านนา ฯ
             
ร่าย
๔๕๑ พระราชาลีลาศ พระบาทขึ้นเรือนสอง กุณฑีทองน้ำหอม ถนอมล้างพระบาทยุคล พิมลพัสตร์เช็ดบาท เหยียบผ้าลาดเสด็จดล บนบรรยงค์ไสยาสน์ เสด็จเหนืออาสน์อิงองค์ พระบาทบงกชพัก ทักปราไสสองนาง สองไหว้พลางจึ่งทูล ข้าแต่นเรสูรอยู่เกล้า พระเจ้าเคยขึ้นช้างลงม้า คานหามท่ารับราช ผ้าลาดแล้วเกือกทอง รองพระบาทซ้ำซ้อนอ่อนเรียบ ดังฤๅมาเหยียบดินเดินเพียงไพร่ ไต่ทางป่าท่าดงรก อกเผือข้าดั่งจะคราก อ้าลำบากพระองค์ ซบเศียรลงกราบไหว้ พระบาทฤๅมาได้ ยากพ้นประมาณ ดังนี้ ฯ
             
โคลง ๒
๔๕๒ ภูบาลสนองพี่เลี้ยงสองพี่ปรานีเพี้ยง
พระญาติผู้พึงใจ ฯ
๔๕๓ ยากนักใดดุจด้วยเพราะใคร่เห็นหน้าสร้วย
สองอ่อนท้าวแลนา ฯ
๔๕๔ ปรานีราอย่าช้ารักเร่งให้เห็นหน้า
หน่อท้าวทั้งสอง ฯ
             
โคลง ๔
๔๕๕ พระทองเสด็จอยู่นี้อย่าคลา
สองพี่ขุนรักษาอยู่เกล้า
เผือข้าชลีลาพระบาท แลพ่อ
หับกุญแจเร้นเจ้าแผ่นหล้าลับองค์ ฯ
๔๕๖ หัวอกจักครากแล้เขือเห็น
นับอยู่ในใจเปนดั่งบ้า
สองเขือพี่อย่าเย็นใจเร่ง ไปรา
เอาข่าวถึงน้องหน้าหนุ่มเจ้าจอมสมร ฯ
๔๕๗ แม้สองเจ้าตั้งใคร่เห็นกัน นาพี่
เชิญพระนุชมาพลันอย่าช้า
แม้นานอ่อนฤๅทันเห็นชีพ เรียมเลย
ฝากแต่พระศพถ้าอ่อนให้เผาผี ฯ
๔๕๘ สองไหว้พระบาทแล้วสองลา
สองสั่งสองนายตาค่อยเคล้า
ตาสองลอบแลหาเมียงม่าย กันนา
จวนจวบตาท้าวเจ้าลอบต้องตาเขา ฯ
๔๕๙ สองนางจรจากห้องโหยหวล สวาทนา
เมียงแต่หางตาสรวลสั่งชู้
สองนายลูบอกครวญครางแต่ ใจนา
เจียรจากดั่งนี้ผู้อื่นนั้นฤๅมี ฯ
             

นางพี่เลี้ยงแจ้งข่าวแก่พระเพื่อนพระแพง

ร่าย
๔๖๐ ข้าลีลาถึงนอก ครั้นออกแล้วทั้งสอง กุญแจทองใส่ทวาร เอาลูกดาลไปด้วย อิ่มอกย้วยไคลคลา ลีลาขึ้นช้างผ้าย คลับคล้ายเข้าทวารเวียง จิตต์จ่อเมียงสองเจ้า ลงช้างเข้ายังวัง ทอดตายังปราสาท เห็นสองราชกษัตรีย์ ในช่องสีหบัญชร ดุจอัปสรสู่หล้า เยี่ยมหน้าดุจดวงเดือน เหมือนแว่นฟ้าทั้งคู่ ต่างตาดูอยู่คอยทาง เห็นสองนางพี่เลี้ยง หน้าชื่นสดใสเพี้ยง พ่างท้าวเสด็จมา ฯ
             
โคลง ๒
๔๖๑ มาสองราจะร้องถามเถิดฤๅพระน้อง
จุ่งได้แรงใจ หนึ่งรา ฯ
๔๖๒ คิดนึกไปชอบเหรื้องความรั่วรู้ทุกเบื้อง
พระย่ารู้ฤๅดี ฯ
๔๖๓ มาจะตีตนตายจุ่งแล้วสองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ยกย่างช้าเยียใด ดั่งนี้ ฯ
๔๖๔ ทวารวังในว่าใกล้ฤๅแลวันนี้ไส้
ขยดออกรื้อดูไกล บารนี ฯ
             
ร่าย
๔๖๕ ถึงบันไดสองขึ้น แลนา ถึงพ่างพื้นปราสาท แลนา เข้าใกล้บาทยุคล แลนา ไหว้เจ้าตนทูลข่าว แลนา บอกกล่าวถ้วนทุกอัน แลนา รับขวัญยอมือไหว้ บัดนี้ขวัญท้องไท้ มาสู่แล้ว ณ หัว พี่เอย ฯ
             
โคลง ๔
๔๖๖ จอมขวัญพระพี่เอ้ยบุญสอง
โฉมราชงามคือทองแท่งแท้
คือเทพดาผยองมาสู่ พระนา
ในโลกนี้สุดแล้แต่ท้าวองค์เดียว ฯ
๔๖๗ พระสอนพระสั่งข้าพระศรี พี่เอย
ผิแลพลันพบธีเบศร์ไท้
แม้นานแต่พบผีจอมราช แลแม่
ฝากแต่พระศพไว้เถิดให้เราเผา ฯ
๔๖๘ พี่เอยแก้วฟ้าหยาดมามือ นาพี่
รักยิ่งชีพิตฤๅใคร่แคล้ว
ครั้นด่วนนักจักฦๅความเล่า แลพี่
ลาย่าเปนเจ้าแล้วด่วนได้โดยใจ ฯ
             

ทูลลาเจ้าย่าไปเที่ยวอุทยาน

โคลง ๔
๔๖๙ สองท้าวยังย่าไท้ทูลทรง
พระบาทสองศรีผจงใส่เกล้า
สองเสด็จแนบแนมองค์อิงแท่น
ละเลี่ยนสองเฟี้ยมเฝ้าย่าต้องติดใจ ฯ
๔๗๐ ย่าชมหลานแก้วยอดเยาวมาลย์
สองดุจบงกชบานใหม่หน้า
สองศรีล่ำเภาพาลเพ็ญภาค กูเอย
นวดย่าได้แรงอ้าอ่อนรู้ถือถนอม ฯ
๔๗๑ ชูหน้าสองหนุ่มหน้าเชยชม
สองอ่อนงามสระสมใช่น้อย
ใจดีอ่อนอุดมใครคู่ สองนา
สองนวดฟั้นค้อยค้อยย่าได้แรงรมย์ ฯ
๔๗๒ อย่ากดใจฟั้นย่านานนัก
อุตส่าห์เยียวสองภักดิ์ใฝ่ไข้
สองนางรื่นโรยรักษาอย่า ลืมนา
เตือนอ่อนสรงเสวยไล้ลูบแป้งผัดผิว ฯ
๔๗๓ เผือข้าแฝงบาทไหว้บทมาลย์
สุขสิ่งใดปูนปานเปรียบได้
พิศพักตร์ดุจบัวบานฤๅใคร่ คลายเลย
เสมออมฤตไล้ลูบแล้ลืมเมือ ฯ
๔๗๔ สองเจ้ารักย่าให้ติดใจ บารนี
อ้าอีกฟังเสียงใสอ่อนพร้อง
สองศรีกล่าวเสนาะใดจักดุจ นี้นา
เสมออมฤตต้องย่าได้แรงจริง ฯ
๔๗๕ ย่ารักมิใคร่ให้ไกลตัว
เยียวย่าเตือนเพราะกลัวเกลือกไข้
ย่าสงวนยิ่งสงวนหัวใจย่า ไส้นา
เทียรย่าเตือนไจ้ไจ้อย่าน้อยใจเขือ ฯ
๔๗๖ อิริยาบถสี่ไส้สงวนองค์ อ่อนเอย
นอนนั่งยืนเดิรจงอย่าเว้น
สองศรีสมบูรณ์บงกชมาศ กูเอย
นอนนั่งยืนเดิรเหล้นแต่งให้เสมอก้น ฯ
๔๗๗ เผือข้ามิใคร่ผ้ายไปไกล ท่านนา
ตัวจากใจอาไลยท่านไท้
ขอลาบพิตรไปประพาส พระเอย
สมสนุกเล่นไหล้แหล่งสร้อยสวนขวัญ ฯ
๔๗๘ เชิญสองพระพี่น้องเสด็จไป
สรงสระพลางชมไพรดอกไม้
ยามเย็นจึ่งคลาไคลยูรยาตร มานา
สองราชฟังแล้วไหว้ย่าเจ้าลาเมือ ฯ
             
โคลง ๒
๔๗๙ ยินดีเหลือที่อ้างเราจะพบเจ้าช้าง
ธิราชแล้เต็มใจ บารนี ฯ
             

พระเพื่อนพระแพงเสด็จอุทยาน

ร่าย
๔๘๐ คืนเข้าในปราสาท เสร็จสองราชเสด็จสรง แล้วสองทรงพระบรัด ผัดพักตร์ดุจดวงเดือน เก้าเกศเหมือนสาวสวรรค์ นุ่งแพรพรรณลายเลิศ พพรายพริ้งเพริศประไพ สไบสมบูรณ์บรรจง ทรงเครื่องเสร็จยูรยาตร ลีลาศดุจอัปสร ทวยทอดกรนวยนาด ถึงเกยมาศบรรยง สองเสด็จทรงกรินี มีจำลองจำหลักลาย รูป สัตว์กลายช้อยชด อลงกตกูบแก้ว ช้างชื่นงามแพร้วแพร้ว เครื่องช้างงามยง ยิ่งนา ฯ
             
ร่าย
๔๘๑ ยยับธงมยุรฉัตรทอง รังรองกรรชิงรัตน์ พัดโบกพัดจามร สาวสลอนโดยเสด็จดาษ พี่เลี้ยงราชตามกษัตริย์ ไปตระบัด บ หึง ถึงประตูอุทยาน คานหามทองรับราช ลีลาศเทียบมนเทียร พี่เลี้ยงเจียนใจแกว่น แล่นก่อนไขประตู ส่วนพระภูธรบรรจง ทรงมกุฎภูษา พัสตราภรณ์อจินต์ งามเงื่อนอินทรหยาดฟ้า เร้นอยู่เรือนรัตน์ถ้า แนบเนื้อสองสนอง ฯ
             
ร่าย
๔๘๒ สองนายซ่อนข้างแท่น นางรื่นแล่นปูอาสน์ ให้สองราชเสด็จออก นอกให้ข้าไทเฝ้า ส่วนชาวเจ้ากำนัล เคียมคัลโดยระบอบ นางโรยนอบนบว่า ส่วนพระย่า ธ สั่งไส้ ให้เผือข้าหมั่นตัก เตือนสองลักษณ์ไสยาสน์ สองนางนาฎใส่กล ว่าบัดเดี๋ยวดลเอิญจะนอน นางรื่นกรประนมไหว้ ทูลว่าพระย่าไท้ธิราช พระบาทสั่งทุกอัน ชาวกำนัลเปนพยาน มินานด่วนลืมคำ ธ จะจำตูต้องโทษโพย นางโรยเร่งช้กม่าน เชิญสองท่านเสด็จเข้า ส่วนชาวเจ้ากำนัลนั้น ครั้นจะอยู่ท้าว ธ จะมิหลับ ขับกันลงเล่นไหล้ ชมดอกไม้วัลย์เครือ แต่สองเผือนี้จะเฝ้า สองท้าวเจ้าจอมราช ครั้นฝูงนางคลาศคลาลงแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว หับถี่ถ้วนทุกทวาร ฯ
             
โคลง ๒
๔๘๓ มินานสองพี่เลี้ยงไหว้บาทบงกชเกลี้ยง
เชิญอ่อนท้าวเสด็จใน ฯ
๔๘๔ สองอ่อนใจแจ่มฟ้าฟังพี่เลี้ยงเชิญช้า
ซ่อนช้าอายใจ ฯ
             
โคลง ๔
๔๘๕ พี่เอยแต่น้อยเกิดตนมา
ยังไป่เคยเดียงสาสักน้อย
จักไปดั่งฤๅนาวานช่วย ริรา
อายเร่งอายค้อยค้อยหนึ่งไส้เผือกลัว ฯ
๔๘๖ ณ หัวเจ้าข้าใช่เด็กเลย
แม้บ่เคยจำเคยจึ่งได้
พระทองแก่เรียมเอยอย่าเหนี่ยว ราแม่
ฤๅบ่เอนดูไท้ ธิราชแล้ณ หัว พี่เอย ฯ
๔๘๗ พระลอแฝงม่านเข้ามาฟัง
ฟังอำเภอสองยังหนุ่มแท้
พระเสด็จนั่งแนบหลังสองอยู่ ไส้นา
สองไป่รู้ยังแก้พี่เลี้ยงไปมา ฯ
๔๘๘ พี่เอยรักท้าวยิ่งหัวใจ นาพี่
เจ็บบ่เคยฉันใดดั่งนี้
เผือคิดเร่งเดียงในใจยาก จริงนา
วานพี่ทั้งสองชี้เล่ห์ให้เผือเห็น ฯ
๔๘๙ สองฟังสองค่อยยิ้มผินสรวล
ใครห่อนสอนพระอวรอ่อนได้
วันสองแรกรักครวญถึงราช นั้นนา
ใครสั่งสอนสองให้ละห้อยโหยหา ฯ
๔๙๐ มิสอนก็อย่าร้ามาหยัน อีกรา
มิเอนดูอกกันดั่งนี้
เห็นเดือนตวันวันคืนก่อน เผือนา
ถามว่า บ รู้ผี้ว่ารู้ฤๅถาม ฯ
๔๙๑ พระเอยจะบอกได้ฉันใด
พระจักเคียงถนัดในที่ไท้
มินานอย่าอาไลยเลยราช
น่อยหนึ่งพระจักได้เล่ห์นั้นเปนเอง ฯ
             

พระลอพบพระเพื่อนพระแพง

โคลง ๔
๔๙๒ พระลออด บ ได้ขิกหัว
สองนาฎตกใจกลัวสดุ้ง
พระพักตรดุจดวงบัวบานร่อ กันนา
เผยม่านแพรพรรณวุ้งออกให้เห็นองค์ ฯ
๔๙๓ สองเห็นโฉมเจ้าแผ่นภูวดล
งามเงื่อนทินกรกลแว่นฟ้า
ลืมอายอ่อนลืมตนตาต่อ พระนา
พิศ บ่ พรับโอ้อ้าเทพไส้ยาไฉน ฯ
๔๙๔ ดำรงใจได้อ่อนอายซบ อยู่นา
สองบังคัลเคารพกราบไหว้
โฉมสองชื่นตาสบใจราช แลนา
พิศพี่พิศน้องไท้ท่านท้าวลืมตน ฯ
๔๙๕ บัวทองเด็ดแต่น้ำเอามา แลนา
แลว่าดวงดาราหยาดฟ้า
ฤๅจันทรจากเวหาหาพี่ พระเอย
เรียมเร่งคิดหน้าหน้าหนุ่มหน้าติดใจ ฯ
๔๙๖ สองนาฎพิศราชรื้อวางตา
จอมราชพิศพักตราอ่อนไท้
บ วางเนตรเลยนาบานร่อ สองรา
สองนาฎไหว้แล้วไหว้เล่าไหว้บทมาลย์ ฯ
๔๙๗ นางโรยนางรื่นไหว้พิศภู เบศร์เฮย
พิศอ่อนสองศรีตรูเตรียบเฝ้า
แลนางก็ลืมดูจอมราช
แลราชลืมดูเจ้าพี่น้องทั้งสอง ฯ
             

ชมโฉมสามกษัตริย์

โคลง ๔
๔๙๘ พิศไท้ไท้ว่าไท้ทินกร
พิศอ่อนคือศศิธรแจ่มฟ้า
พิศดูอิ่มอกอรใดดั่ง นี้นา
เดือนยแย้มแย้มหน้าออกรื้อฉันใด ฯ
๔๙๙ เพื่อนโรยวานช่วยตั้งตาดู หนึ่งรา
เราว่าพระเราตรูยิ่งผู้
โฉมพระพี่มาชูงามเร่ง งามนา
ทุกเทพอันรอบรู้แต่งท้าวทั้งสาม ฯ
๕๐๐ พิศดูสิไป่ได้วางตา
สามแผ่นภพฤๅหาดุจได้
บุญเราบ่านี้นานางรื่น กูเอย
เราจึงเห็นสามไท้ธิราชผู้มีบุญ ฯ
๕๐๑ สองนายเจ้าน้องอยู่ไหนมา ดูรา
มาช่วยพิศพักตราอยู่เกล้า
สุดใจบ่านี้นาเฉลิมโลกย์ แลเฮย
สามบพิตรพระเจ้าพี่น้องงามสม ฯ
             
ร่าย
๕๐๒ สองนางชม บ มิวาย ส่วนสองนายผู้เชี่ยวชาญ ค่อยก้มกรานเข้าไป นั่งแต่ไกลกราบบาท ไท้ธิราชสามกษัตริย์ ชรดัดนิ้วประนม บังคมเคารพราช ชมโฉมนาถทั้งสาม งามติดตาติดใจ ในแผ่นดินใต้ฟ้า เห็นแต่พระเจ้าหล้า พี่น้องทั้งสาม บารนี ฯ
             
โคลง ๔
๕๐๓ งามยงงามยิ่งแม้แมนมา แต่งฤๅ
โฉมระทวยทอตาแหล่งหล้า
สมนักบ่านี้นาสรบ่า นี้นา
สดกว่าสดโอ่อ้าอ่าโอ้เอาใจ ฯ
๕๐๔ พี่เลี้ยงทั้งสี่ไหว้สามกษัตริย์
เชิยบาทบงกชรัตน์อยู่เกล้า
เสด็จยังผธมสวัสดิ์ไสยาสน์ พระเอย
เยียวเหนื่อยพระองค์เจ้าพี่น้องทั้งสาม
๕๐๕ พระลอลีลาศฟ้าดินไหว
สองนาฎโดยเสด็จไตรแผ่นพื้น
สามกษัตริย์ทอดกรไกวเงยง่า งามนา
โฉมดุจเดือนดาวขึ้นส่องฟ้าดินบน ฯ
             

เข้าหอ

โคลง ๔
๕๐๖ นางโรยนางรื่นร้างบทรัช
เช็ดบาททั้งสามกษัตริย์ใส่เกล้า
เชิญเสด็จภิรมย์สวัสดิ์ไสเยศ
สองอ่อนอเคื้อเฝ้าอยู่เพี้ยงสาวสวรรค์ ฯ
๕๐๗ พี่เลี้ยงปิดม่านแล้วรับขวัญ ท่านนา
ขวัญอ่อนอย่าไกลกันกับไท้
ขวัญสองแม่คือวัลย์เวียนรอบ พระนา
ขวัญราชคงคือไม้มาศเกี้ยววัลย์กรอง ฯ
๕๐๘ สองนางลาราชไหว้บทมาลย์
ถึงนอกสองหับทวารท่านไว้
หับแล้วบ่ทันนานยังพี่ นายนา
นั่งแต่ไกลกามไหม้สวาทเพี้ยงไฟฟอน ฯ
             
โคลง ๒
๕๐๙ รัญจวนสมรหมื่นกลั้นเพราะเพื่อภักดีหมั้น
จึ่งกลั้นใจคง ฯ
๕๑๐ รู้อายองค์ยากแท้ผิบ่รู้อายแล้
ง่ายพ้นประมาณ ฯ
๕๑๑ เรือนสำราญอยู่เหล้นเร่งว่าร้ายแรงเต้น
โลดร้ายฤๅอาย ฯ
๕๑๒ ทั้งหลายชี้กำด้นทำ บ รู้รุกร้น
ฝ่ายร้ายฤๅแคลง ฯ
             
โคลง ๔
๕๑๓ แรงรักแรงราคร้อนรนสมร
ยงยิ่งเปลวไฟฟอนหมื่นไหม้
มนเทียรปิ่นภูธรเปนที่ ยำนา
ขืนข่มใจไว้ได้เพื่อตั้งภักดี ฯ
๕๑๔ เรานี้เราเผ่าผู้ภักดี
ผิดเท่าธุลีกลัวเกลียดใกล้
ผิผิดกึ่งเกศีแหนงว่า ตายนา
ดีกว่าเปนคนให้ท่านชี้หลังตน ฯ
             
โคลง ๒
๕๑๕ สี่คนคิดชอบถ้อยสอนสั่งกันค้อยค้อย
สว่างร้อนไฟกาม ฯ
๕๑๖ ส่วนสามกษัตริย์แก่นท้าวกรโอบองค์โน้มน้าว
แนบเนื้อเรียงรมย์ ฯ
๕๑๗ เชยชมชู้ปากป้อนแสนอมฤตรสข้อน
สวาทเคล้าคลึงสมร ฯ
๕๑๘ กรูเกี้ยวกรกอดเกื้อเนื้อแนบเนื้อโอ่เนื้อ
อ่อนเนื้อเอาใจ ฯ
๕๑๙ พักตราใสใหม่หม้าหน้าแนบหน้าโอ่หน้า
หนุ่มหน้าสรสม ฯ
๕๒๐ นมแนบนมนิ่มน้องท้องแนบท้องโอ่ท้อง
อ่อนท้องทรวงสมร ฯ
๕๒๑ สมเสน่หอรใหม่หมั้วกลั้วรสกลั้วกลิ่นกลั้ว
เกลสกลั้วสงสาร ฯ
๕๒๒ บุษบาบานคลี่คล้อยสร้อยแลสร้อยซ้อนสร้อย
เสียดสร้อยสระศรี ฯ
๕๒๓ ภุมรีคลึงคู่เคล้ากลางกมลยรรเย้า
ยั่วร้องขานกัน ฯ
๕๒๔ สรงสระสวรรค์ไป่เพี้ยงสระพระนุชเนื้อเกลี้ยง
อาบโอ้เอาใจ ฯ
๕๒๕ แสนสนุกในสระน้องปลาชื่นชมเต้นต้อง
ดอกไม้บัวบาน ฯ
๕๒๖ ตระการฝั่งสระแก้วหมดเผ้าผงผ่องแผ้ว
โคกฟ้าฤๅปูน ฯ
๕๒๗ บุญมีมาจึงได้ชมเต้าทองน้องไท้
พี่เอ้ยวานชม หนึ่งรา ฯ
๕๒๘ พระเพื่อนสมสมรแล้วลอราชเชยชมแก้ว
แก่นไท้แพงทอง เล่านา ฯ
๕๒๙ ละบองบรรพหลากเหล้นบ เหนื่อย บ ได้เว้น
เหิ่มชู้สมสมร ฯ
๕๓๐ ดุจอัสดรหื่นห้าแรงเร่งเริงฤทธิ์กล้า
เร่งเร้งฤๅเยาว์
๕๓๑ ดุจสารเมามันบ้างาไล่แทงงวงคว้า
อยู่เคล้าคลุกเอา ฯ
๕๓๒ ประเล้าโลมอ่อนไท้แก้วพี่เอยเรียมได้
ยากด้วยเยาวมาลย์ ฯ
๕๓๓ เอนดูวานอย่าพร้องเชิญพระนุชนิ่มน้อง
อดพี่ไว้เอาบุญ ก่อนเทิญ ฯ
             
โคลง ๔
๕๓๔ พระคุณพระพี่พ้นคณนา
พระเอนดูนุชราท่านไท้
เผือข้าไป่เดียงสาสักหยาด พระเอย
พระค่อยถนอมน้องไว้เพื่อนท้าวใจบุญ ฯ
๕๓๕ บ เปนใดเจ้าพี่อย่าแคลน
รักแม่สุดดินแดนกว่าฟ้า
เรียมสงวนพระนุชแสนสงวนยิ่ง ตัวนา
ยามหนึ่ง บ เห็นหน้าอ่อนท้าวเรียมตาย ฯ
๕๓๖ บ มลายสมรเร่งเร้งฤทธิรงค์
สองอ่อนระทวยองค์ละห้อย
ความรักดุจทิพยสรงโสรจชื่น
บัดชื่นบัดเศร้าสร้อยสร่างสร้อยสรดใส ฯ
๕๓๗ สะเทือนฟ้าฟื้นลั่นสรวงสวรรค์
พื้นแผ่นดินแดยรรหย่อนไส้
สาครคลื่นอึงอรรณพเฟื่อง ฟองนา
แลทั่วทิศไม้ไหล้โยกเยื้องอัศจรรย์ ฯ
๕๓๘ ขุนสีห์คลึงคู่เคล้าสาวสีห์
สารแนบนางคชลีลาสเหล้น
ทรายทองย่องยงกรีฑาชื่น ชมนา
กะต่ายกะแตเต้นตอบเต้าสมสมร ฯ
๕๓๙ ทินกรกรก่ายเกี้ยวเมียงบัว
บัวบ่บานหุบกลัวภู่ย้ำ
ภุมรีภมรมัวเมาซราบ บัวนา
ซอนนอกในกลีบกล้ำกลิ่นกลัวเกสร ฯ
๕๔๐ บ คลาไคลน้อยหนึ่งฤๅหยุด อยู่นา
ยังใคร่ปองประติยุทธ์ไป่ม้วย
ปรานีดอกบัวบุษป์บ ชื่น ชมนา
หุบอยู่ บ บานด้วยดอกสร้อยสัตบรรณ ฯ
             

ตะวันเจียนจิ่มฟ้า อาลัย

โคลง ๒
๕๔๑ ตระวันเจียนจิ่มฟ้าสองพี่เลี้ยงทูลอ้า
จะค่ำแล้วพระเอย ฯ
๕๔๒ พระทองเผยม่านแล้วเรียกพระพี่เลี้ยงแก้ว
ทั้งสี่เข้าไปใน ฯ
๕๔๓ ริสุดใจจึ่งลี้ซ่อนเงื่อนกลนี้นี้
อย่าให้เห็นกล ฯ
๕๔๔ ไหว้บัดดลท่านไท้รับราชเสาวนีไว้
กึ่งเกล้าทูลทรง ฯ
๕๔๕ เชิญพระสรงสว่างร้อนเสด็จอ่างทองเดียวซ้อน
อาบด้วยสองศรี ฯ
๕๔๖ บุษบาบีเสียดสร้อยจรดฤดีเหล้นน้อย
หนึ่งได้แรงองค์ ฯ
๕๔๗ จากสรงเสด็จแท่นแก้วแต่งแง่งามเสร็จแล้ว
แนบเนื้ออิงอร ฯ
๕๔๘ พี่เลี้ยงกรลูบเกล้ายกเครื่องเสวยเทียบเข้า
แต่งตั้งเตรียมถวาย ฯ
๕๔๙ สองสายสมรอ่อนไหว้เตือนบพิตรเชิญไท้
ธิราชเจ้ากูเสวย ฯ
๕๕๐ ชูคางเชยหน้าสร้วยเชิญอ่อนท้าวเสวยด้วย
พี่ร้าทั้งสอง ฯ
๕๕๑ ของเสวยสวรรค์ไป่เพี้ยงเพราะพระนุชเนื้อเกลี้ยง
แนบเนื้อเรียมเสวย ฯ
๕๕๒ ทรามรักเอยปากป้อนรสยิ่งรสฟ้าอ้อน
สวาทข้อนสงสาร ฯ
๕๕๓ เสวยสำราญเสร็จแล้วสองพระพี่เลี้ยงแก้ว
นบท้าวทูลเตือน ฯ
๕๕๔ ตวันจะเลื่อนลับฟ้าจอมราชเจ้าอย่าช้า
อ่อนเอ้ยยามควร ฯ
             
โคลง ๔
๕๕๕ พระอวร บ ใคร่แคล้วคลาเรียม
เรียมราชพิศสองเสงี่ยมละห้อย
สามกษัตริย์เดือดแดเกรียมกรมสวาท แลนา
หน้าแนบหน้าค้อยค้อยคล่าวน้ำตาไหล ฯ
๕๕๖ เอนดูสองอ่อนท้าวทรามรัก ท่านนา
ก้มกราบลงกับตักท่านไท้
น้ำตาโสรจสรงพักตร์แถวดั่ง ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้สอื้นอาดูร ฯ
๕๕๗ อ้าพระปิ่นเกล้าแผ่นธรณินทร์
แต่แรกเรียมฟังยินข่าวไท้
จักกินบ่เปนกินครวญใคร่ พระนา
นอนบ่เปนนอนไข้สวาทถ้าฟังสาร ฯ
๕๕๘ บุญบลทุกเทพย์เจ้าจอมผา
ทั้งเทพย์พฤกษาสิงหมู่ไม้
ขอพระช่วยราชาเชิญสู่ สมนา
ลุลาภแล้วจักไหว้ปู่เจ้าทุกสถาน ฯ
๕๕๙ เงินทองกองโกฏิแก้วทูลถวาย
สารสอดงาทองควายเผือกผู้
บุญบลร่นร้องขวายขวนรอด มานา
แม้บ่สมท้าวชู้อย่าแล้มีผัว ฯ
๕๖๐ จึ่งพระเสด็จเต้าแขกทำขวัญ
รักไป่ทันถึงวันด่วนร้าง
ดังฤๅจะจากฉันใดดั่ง นี้นา
กรกอดองค์เจ้าช้างร่ำไห้หิวโหย ฯ
๕๖๑ ระทดด้วยนุชน้องระทวยองค์ ท่านนา
ซรอนพระพักตร์ซบลงสอื้น
เหนือหลังสมบูรณ์บงกชมาศ กูเอย
มิใคร่เงยหน้าขึ้นจากเจ้าจอมสมร ฯ
๕๖๒ เรียมสุขเสวยสุขเพี้ยงอมรินทร์ อ่อนเอย
ครั้นแรกเรียมฟังยินข่าวน้อง
บินลุพี่จักบินมาสู่ นุชนา
มาบ่ได้ข่ายข้องสวาทเพี้ยงเขาขัง ฯ
๕๖๓ เมืองกว้างช้างม้าสู้ละเสีย อ่อนเอย
เสียแม่เสียเมียมาสู่น้อง
เสียสนมดุจดวงพเยียงามแง่ งามนา
มาแต่ตัวเข้าข้องข่ายท้าวทั้งสอง ฯ
๕๖๔ พี่พบน้องเพี้ยงแต่ยามเดียว
คือเชือกผสมสามเกลียวแฝดฝั้น
ดังฤๅจะพลันเหลียวคืนจาก เรียมนา
เจ้าจากเรียมจักกลั้นสวาทกลั้นใจตาย ฯ
๕๖๕ มิรักแลจึ่งเจ้าจำไป จากนา
แม้ว่ารักฤๅไคลคลาศได้
เอโกเด็ดเดี่ยวไกลมาแต่ ตัวนา
เจ้าจะละเรียมไว้ก่ำพร้าคนเดียว ฯ
๕๖๖ ฟังคำจอมราชร้อนฤๅวาย
มาจะตีตนตายจุ่งแล้ว
พระไฉนว่าราญสายใจจาก พระนา
ฤๅใคร่ไกลพระแก้วกึ่งเส้นเกศา ฯ
๕๖๗ สองกษัตริย์สนองนาถถ้อยไปมา
สูริยเรื่อยเรียงเวหาคลาศคล้อย
เขาเตือนราชชายาจักค่ำ พระเอย
ครั้นค่ำไส้ต้องถ้อยใหญ่แล้เปนความ ฯ
             

พระลอลอบเข้าอยู่ในวัง

โคลง ๒
๕๖๘ ไหว้สามกษัตริย์ ใช่ช้าจากแต่บัดเดี๋ยวอ้า
ค่ำไส้คืนสม เล่านา ฯ
๕๖๙ พระตนกลมปิ่นเกล้าช่วยว่าให้น้องเหน้า
ท่านท้าวเสด็จไป หนึ่งรา ฯ
๕๗๐ โอ้อาไลยค่อยพร้องเชิญพระนุชนิ่มน้อง
อ่อนผ้ายลีลา ก่อนเทอญ ฯ
๕๗๑ สองธิดากราบไหว้ชูพระพักตร์น้องไท้
จูบท้าวทั้งสอง สั่งนา ฯ
๕๗๒ พักตราหมองสวาทไหม้ไหว้บาทละห้อยไห้
ค่อยผ้ายลีลา ฯ
๕๗๓ เหลียวหลังมาคะค้อยน่าเอนดูน้องน้อย
สั่งท้าวสนองสาร ฯ
๕๗๔ อย่านานนักอยู่เกล้าเชิญบพิตรพระเจ้า
เร่งผ้ายหาเผือ ฯ
๕๗๕ เรียมเจ็บเหลือที่พร้องจักใคร่ไปด้วยน้อง
จากน้องเสมอตาย ฯ
             
ร่าย
๕๗๖ พี่เลี้ยงถวายบังคม ประนมเชิญสองเสร็จ เสด็จถึงเกยทั้งสอง คานหามทองรับราช หมู่นางดาษบริพาร พี่รื่นชาญเชิงแก้ ซ่อนแง่งำเงื่อนมิด ปิดประตูไว้เสร็จ โดยเสด็จถึงทวารใหญ่ ใส่กลว่าลืมเครื่อง เบื้องในรัตนไสยา แม่โรยมาจะไปดู จงเปิดประตูไว้ท่า ไปบช้าบหึง ถึงเรือนรมย์พิมาน ไขทวารออกไส้ ให้นางโรยอยู่เฝ้า นางรื่นเข้ารับราช สองนายนาดมาตาม ยามค่ำคลุ้ม บ เห็นหน้า ลอบพิตรเจ้าหล้า กับพี่เลี้ยงปลอมไป ฯ
             
โคลง ๓
๕๗๗ ถึงทวารในเรือนหลวงคล้ายถึงคลวงสองท้าว
เชิญราชเสด็จขึ้นหย้าวอยู่เร้นเรือนโรย ฯ
             
โคลง ๒
๕๗๘ สองนางโดยเสด็จไท้สองซ่อนสองนายไว้
บ ให้เห็นตัว ฯ
๕๗๙ ราตรีมัวมืดฟ้าเชิญบพิตรเจ้าหล้า
ลอบขึ้นสมศรี ฯ
๕๘๐ ภัควดีดวงดอกไม้เสด็จออกมารับไท้
ธิราชเข้าไปใน ฯ
๕๘๑ เยียใดพระอยู่ช้าพระจะละให้ข้า
พี่น้องตรอมตาย ฯ
๕๘๒ ถวายกรจูงเจ้าหล้าขึ้นบนแท่นทิพย์อ้า
อ่อนได้แรงรมย์ ฯ
๕๘๓ พระตนกลมเสด็จแล้วเหนือฟูกผ้าเขนยแก้ว
พระพี่น้องผจงถวาย ฯ
๕๘๔ ม่านแพรพรายเลิศล้นหูนากหูทองพ้น
พิศพื้นลายทอง ฯ
๕๘๕ ดอกไม้กรองเรียบร้อยหอมตระหลบอบห้อย
แห่งห้องไสยา ฯ
๕๘๖ พิดานดาดาษแก้วเฉลามาศฉลับแพร้วแพร้ว
เพริศกั้งกษัตรีย์ ฯ
             
โคลง ๔
๕๘๗ ผ้าต้นตีค่าล้วนทองถวาย
ถวายกระแจะจรุงลายลูบไล้
สลาพานมกรรายรัตนแต่ง ถวายนา
พระกระยาเสวยไท้อ่อนท้าวผจงถวาย ฯ
๕๘๘ เสวยแล้วสามท่านไท้เสวยรมย์
หับประตูทองผทมท่านไว้
สองนางพี่ไปสมสองพี่ นายนา
สรวลสนุกไล้ไล้คู่เคล้าคลึงสมร ฯ
๕๘๙ สองท้าวซอนซ่อนไท้เปนกล
รู้แต่นางสองคนพี่เลี้ยง
ประมาณกึ่งเดือนดลจรหล่ำ แลนา
สรวลสนุกเล่นเพี้ยงบรู้โรยแรง ฯ
             

ความแตก

ร่าย
๕๙๐ ลางคาบแสดงดุจไข้ ลางคาบไท้ ธ สำราญ ลางคาบบานใจเหล้น ลางคาบเร้นส้อนองค์ ซุบซิบทรงเงื่อนแง่ แต่พี่เลี้ยงเข้าใน ใครใคร บ ให้เข้า ฝูงชาวเจ้าพระกำนัล สกิดกันลอบเจรจา บัดนี้น่าหลากแท้ สองอยู่เกล้าเราแล้ กับพี่เลี้ยงเปนกล ฯ
             
โคลง ๒
๕๙๑ ควันความจนรั่วรู้ผู้หนึ่งเห็นสกิดผู้
หนึ่งให้แลดู ฯ
             
โคลง ๓
๕๙๒ ดอกขายหูขายตาดอก บ นำพารู้
ขจรข่าวถึงท้าวผู้พ่อไท้ทั้งสอง ฯ
             
โคลง ๒
๕๙๓ ลอบมามองลูกไท้เคียดคู่ไฟฟ้าไหม้
แฝกฟุ้งไฟเข็ญ ฯ
๕๙๔ ลอบแลเห็นเจ้าหล้าลอราชงามโอ่อ้า
อาจให้หายฟุน ฯ
๕๙๕ รอยบุญเขาส่งให้ไกลกว่าไกลเปนใกล้
ยิ่งใกล้อัศจรรย์ ฯ
๕๙๖ ลักชมขวัญคะค้อยลอราชนี้เท่าร้อย
อยู่เงื้อมบทจร ฯ
๕๙๗ ได้ภูธรดุจได้ฟ้าแลดินมาไว้
อยู่เงื้อมมือเรา ฯ
๕๙๘ เอาเปนเขยแขกแก้วยศโยคฤๅรู้แล้ว
เลิศพ้นประมาณ ฯ
             

ความพยาบาทของพระย่า

ร่าย
๕๙๙ ภูบาลแสร้งแสดงองค์ สองไหว้บงกชบาท พระลอราชค่อยถาม สองบอกนามปิตุราช พระบาทไท้เลืองลอ ธ ก็ยอกรกชประนม ถวายบังคมชมชื่น ยื่นความชอบนอบทูล ว่านเรสูรเจ้าหล้า ข้าร้างราชสมบัติ สลัดเสียเสร็จสล้าย หว้ายแต่ตัวมาหา พระปิตุราธิราช ข้าขอฝากอาตม์ประยูร เปนตระกูลเดียวด้วยไท้ ไว้เปนเอกวงศา เท่ากัลปาวสาน ภูบาลครั้นได้ยิน บานอรพินทุ์หฤทัย ประไพพักตรพิลาศ ยิ่งกว่าราชผู้ใหญ่ ได้ท้าวไส้สัมฤทธิ์ บพิตรพิศพระราชา มาเปนเอกเอารสราช ด้วยนางนาฎสองศรี พ่อจะให้ดูวันดีเดือนชอบ แล้วจะประกอบการวิวาห์ ท้าว ธ พจนาดังนี้เสร็จ ธ ก็เสด็จยังมนทิราไลย ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราชบิดา แล้วลอบมาดูถูก ประมาทลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอนให้ฟัน เราจะให้บั่นให้แล่ ทุกกระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี ปิ่นธรณีนาถมิฟัง ย่าไปยังวังย่า ว่าแก้หมู่ทกล้าทหาร ข้าผู้ชำนาญผู้ใหญ่ ใส่กลว่าท่านไท้ ธ ให้ไว้เปนงารตู ตูจะให้สูทั้งหลายฆ่า ว่าผู้ดูชาดูแคลน แหนความเราจงมิด ปิดความเราจงทั่ว ใครให้รั่วความขำ จะทำทัณฑ์ถึงขนาด ดาบปาดคอจงม้วย ด้วย บ ยำคำเรา เขาก็รับพระราชฎีกา ขันอาสาอคร้าว ท้าวธิราชท่าดู เล่ห์กลตูจะเอา เขาก็ลอบแต่งกันกั้น ครั้นราตรีดึงสงัด เขาก็สพัดสามรอบ ล้อมเขตนิเวศน์วัง ขัง บ ให้คนเข้าออก เขาจึงบอกแก่นายแก้วนายขวัญ สองฟังพลันยังจอมกษัตริย์ ทูลระหัสทุกประการ ภูบาลยิ้มแย้มหัว บมิกลัวเร่งองอาจ ดูดุจราชไกรสีห์ ครวีอาวุธภุชพล ตนนายแก้วนายขวัญ ขันอาสาเจ้าหล้า เผือข้าแจ้งใจถวาย ขอตายก่อนพระองค์ สองอนงค์อนุช น้อมศิรามพุชกับบาท ไท้ธิราชสาหส ธ ก็โลมบงกชกษัตรีย์ สองภัควดีอย่าตกใจ บเปนใด ณ สองศรี มีพระสาสนชมชัว ค่อยยิ้มหัวเหล้นพลาง สองนางจึ่งชมชื่น ยื่นใจจริง บ มิช้า เผือข้าก็กษัตริย์ชาติ ใจบมิขลาดกลัวตาย บมิเอาชายอื่นเปนคู่ บมิอยู่ให้ไทดูช้า บมิอยู่ให้ข้าดูแคลน ครั้นพระเมือแมนเมืองฟ้า เผือข้าตายตามราช พระบาทอย่าอาไลย สองเปลื้องสไบซ้ำซ่อน ทรงผ้าอ่อนร่อนดาบ อยู่ตราบข้างจอมกษัตริย์ บัดนางโรยแลนางรื่น ชื่นชมใจเชื่อแท้ แม้สามกษัตริย์สู่ฟ้า เผือจะเปนข้าผู้ใด ใครเขาจะเกรงจะขาม ขอตายตายเจ้าตน อยู่เมืองบนด้วยไท้ ไว้ยศให้คนชม ถวายบังคมนฤเบศร์ สองแปรเพศดุจชาย ห่มเสื้อกรายดาบง่า นางรื่นร่าไปสู่ อยู่ด้วยนายแก้วฝ่ายขวา นางโรยมาด้วยพลัน อยู่ด้วยนายขวัญฝ่ายซ้าย บมิผ้ายจากเจียนกัน เห็นอัศจรรย์จอมราช พระบาทเสด็จอยู่กลาง สองนางแนบสองข้าง เจ้าช้างจูบสองศรี สองกษัตริยีย์จูบท้าว สองนายน้าวสองนาง กอดกันพลางชมเชย มินานเลยเขาเข้า เท่าถึงทวารปราสาท นายแก้วฟาดดาบฟัน นายขวัญแทงสุดทาว ลาวฝูงข้าพ่ายหนี ตีกันปือขึ้นคลุก ท้าว ธ ก็รุกโรมฟัน ตายทับกันกลากลาศ หัวขาดตกเปนกลุ่ม เขาเร่งทุ่มหินผา ดากันเข้าระเร้ง ไม้ไล่เท้งฝาทลาย ส่วนสองนายพี่เลี้ยง รำร่อนรับอยู่เพี้ยง ดังช้างเมามัน ฯ
             

ความสวามิภักดิ์ถึงขนาด

ร่าย
๖๐๐ ผันเข้าคลุกรุกรบ หลบหลีกปืน บ ให้ตอก หลบหลีกหอก บ ให้ต้อง เขาเร่งซ้องปืนยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายเร่งมาหนา ข้างขวาเร่งมามาก เข้าทุกปลากรุกโรม สองนายโจมฟันเฟื่อง เครื่องพลัดตัวหัวขาด เขาก็สาดศรยึง ตรึงนายแก้วยะยัน ต้องนายขวัญท่าวทบ นางรื่นรบรุกฟัน นางโรยผันผาดแทง ด้วยปลายแวงกุมปัก เขา บ รู้จักว่าผู้หญิง เขาก็ยิงต้องสองนาง วางมาสู่ผีผัว ทอดตัวทับสองนาย ตายตามกันทั้งสี่ ท้าว ธ เห็นพี่เลี้ยงราช พระบาทชื่นชมนัก น่ารักใคร่ใจเขา เยียวเรามิเหมือนได้ สองอ่อนไท้จึ่งร้องหัว เขาสิมิกลัวความพินาศ ดังฤๅเผือกษัตริย์ชาติจะกลัวตาย ไว้ความอาย บ รู้แล้ว สิ้นชีวิตฤๅแคล้ว อยู่เคล้าฤๅคลา พระเลย ฯ
             

สามกษัตริย์เข้าสู้

โคลง ๔
๖๐๑ พระแก้วพระอยู่เกล้าอย่าไฉน
เผือจักตายฤๅไคลคลาดไท้
พระเอยอย่าอาไลยเยียวอยู่ พระนา
ตายเมื่อใดจักได้ดั่งนี้ฤๅมี ฯ
๖๐๒ ครั้นตายก็เกิดขึ้นกับกัน
เสวยพิภพสรวงสวรรค์ฟากฟ้า
เปนคนแลคนหยันฤๅอยู่ พระเอย
เท็จอยู่ บ เห็นหน้าอยู่เกล้าแหนงตาย ฯ
๖๐๓ บ เริ่มเขาสี่ไส้ยังตาย
เผือเผ่ากษัตริย์ฤๅผายจากไท้
รักตัวแต่กลัวอายหฤโหด พระเอย
รักราชตายด้วยได้อยู่ได้ฉันใด ฯ
             
โคลง ๒
๖๐๔ ฟังจอมใจอ่อนท้าวพระหัวอยู่อคร้าว
ยั่วยิ้มยินดี ร่อนา ฯ
๖๐๕ สองกษัตรีย์เจ้าหล้าแกล้วกว่าแกล้วใจกล้า
กว่ากล้ากลัวอาย ฯ
๖๐๖ บ กลัวตายเท่าเผ้ากรกระลึงตาวเต้า
ต่อข้างดัสกร แลนา ฯ
             

ขัตติยมรณ์

ร่าย
๖๐๗ ไล่ฟอนฟันผันแทง แวงวัดตัดหัวขา ดูมหิมาทั้งสาม งามเงื่อนดังราชสีห์ ครวีอาวุธองอาจ เอิบอำนาจ บ มิกลัว ยิ้มแย้มหัวเล่นพลาง กางกรรอนรำรบ น้าวพิภพสำทับ เขาขับกันเข้ารบรอบ ดุจหอบฟางทอดไฟ เขาอยู่แต่ไกลบมิใกล้ ให้โทรมยิงสามกษัตริย์ ธ ก็เอาดาบวัดกระจัดกระจาย เขาเข้าหลายเหลือป้อง จึ่งปืนต้องพระองค์ สองอนงค์บมิกลัว เอาตัวออกรับปืน ยืนอยู่กับจอมราช เขาก็เร่งสาดศรพิษ ติดสามกษัตริย์สพรั่ง เลือดตกหลั่งถั่งลง สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพิตพร้อมกัน ยืนอยู่ฉัน บ มิตาย เขาทั้งหลายกลัวไกล ข่าวขจรไปบมิมิด ถึงท้าวพิษณุกร ภูธรด่วนเสด็จมา เห็นสองธิดาสุดสวาท แลพระบาทลอดิลก เลือดตกอาบทั้งตน ยืนอยู่กล บ มิตาย ธ ก็ฟายน้ำเนตรจะไจ้ เรียกลูกไท้แลเขยขวัญ เรียกฉันใดก็ บ มิพร้อง ต้องฉันใดก็ บ มิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง เจ้าช้างจึงรู้ฉบัด ว่าสามกษัตริย์เสวยกรรม ธ ก็ทำฉันธ บ มิโกรธ ว่าฆ่านักโทษทั้งหลาย ตายตามกันหนำใจ แต่ผู้ใดกล้าสามารถ อาจอาสามาล้างเขา ให้มาเอารางวัล ผู้ใดอันแกล้วหาญ จะบำนาญยิ่งรู้หลัก เราจะให้ศักดิ์เปนขุน ปูนเปนหมื่นเปนพัน เขาก็หากันมา บ มิช้า มาถ้วนหน้า บ หลอได้ ธ ก็ให้เอาเชือกสรวมคอ ปอสับรัดมัดศอก แล้วให้เอาหอกร้อยขา ตราชื่อถ้วนทุกคน ก็ให้ฟันกลฟันหยวก ดาบจวกกลิ้งเกลือกตาย ส่วนหมู่นายนั้นไส้ ธ ก็ให้ต้มให้คลอก แต่ตนย่าดอกไส้ ให้แล่ใช่แม่ตัวเจ้าหล้า ธ ก็ให้ฆ่าให้ลำบาก ลากเอาศพเสียเสร็จ ธ ก็เสด็จยังลูกไท้ ไห้ บ รู้กี่ไห้ โอ้ลูกแก้วกับตน พ่อเอย ฯ
             
โคลง ๒
๖๐๘ สองงามกลแว่นฟ้าทุกข์เท่าใดเห็นหน้า
ลูกแก้วกลอยหาย ฯ
๖๐๙ มาจะตายด้วยลูกแก้วเจ็บพ่อ บ รู้แล้ว
อยู่ได้ฉันใด ฯ
๖๑๐ หัวใจพ่อผกขว้ำทุกข์บรู้กี่ซ้ำ
สองอ่อนไท้ธิดาพ่อเอย ฯ
             

สองพระมารดรพิลาป

ร่าย
๖๑๑ ส่วนสมเด็จดาราวดี พระชนนีรู้ข่าว ทะทึกท่าวทรุดสยบ ซรบซรอนลงฟะฟั่น สั่นหฤทัยทะทาว ชาวแม่ถนอมพระองค์ แล้ว ธ ก็ทรงคานหาม ไห้ตามเสด็จเดียรดาษ ถึงปราสาทสองศรี ภัควดีอ่อนละลวน ระทวยดุจวัลย์ทองท่าว น้ำตาคล่าวหลั่งหลาม ชูคานหาม ธ ขึ้น ถึงพ่างพื้นเรือนรัตน์ เห็นสามกษัตริย์สิ้นชนม์ ธ ก็ทอดตนตีอก ผกกลิ้งเกลือกไปมา แม่มาหาแก้วแม่ เคียดใดแก่แม่นา เจ้ามิเจรจาด้วยแม่ มิแต่งแง่ให้แม่ชม มิหวีผมให้แม่เชย มิเงยหน้าให้แม่จูบ มิลูบน้ำดอกไม้ไล้พระองค์ มิทรงกระแจะจรุงชมด มิเสวยรสเข้าปลา สองจะลีลาสู่ฟ้า ละแม่เปนกำพร้า เจ้าแม่เอ้ยปรานี แม่รา ฯ
             
โคลง ๒
๖๑๒ ยินดีใดด่วนม้วยเยื้อนปากปราไสยด้วย
แม่ให้เต็มใจหนึ่งรา ฯ
๖๑๓ ใดผิดใจสองเจ้าควรเคียดฤๅจึ่งเต้า
แขกฟ้าทั้งสอง ฯ
๖๑๔ หมองใจใดด่วนผ้ายสองอย่าคิดยินร้าย
แก่แม่ร้า ณ หัวแม่เอย ฯ
๖๑๕ อ้าชรมัว ธ เมือเช้าสีพระทนต์ทะนะเจ้า
แม่เอ้ยกับตนแม่ฮา ฯ
๖๑๖ ลงบังคนทนะแก้วออกจากบังคนแล้ว
เชิญอ่อนท้าวสองสรงเล่านา ฯ
๖๑๗ ทรงบรัดผัดหน้าแต่แง่ทรงสอิ้งผ้า
ย่างเยื้องมาหาแม่รา ฯ
๖๑๘ สองมาเรียบดอกไม้ถวายธูปเทียนทองไหว้
พระบาทสร้อยสรรเพ็ชญ์หนึ่งรา ฯ
๖๑๙ แล้วเสด็จมาทะนะเจ้าเจ้าแม่มาเสวยเข้า
แก่แม่ร้าสุดใจแม่เอย ฯ
             
ร่าย
๖๒๐ เตือนฉันใดก็ บ มิพร้อง ต้องฉันใดก็ บ มิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ห้าม บ ให้สองขาน แม่ฤๅ ฯ
             
โคลง ๒
๖๒๑ พระภูบาลปิ่นเกล้าปิตุราชพระเสด็จเต้า
แขกท้าวฤๅแลพ่อเอย ฯ
๖๒๒ บ แปรพักตรต่อไท้บ สั่งสักคำไว้
แก่แม่เล้ยสุดใจแม่เอย ฯ
             
โคลง ๔
๖๒๓ เยียใดแก่ชีพนี้นิศผล
นับว่าตัวเปนคนคู่บ้า
บ เห็นลูกกับตนตนอย่า เปนเลย
ตายจุ่งพลันเห็๋นหน้าลูกแก้วทั้งสอง ฯ
๖๒๔ สบกษัตริย์พระญาติไห้อึงอุด อยู่นา
สบส่ำสาวสนมทรุดท่าวไห้
ปวงนางกำนัลสุดถึงไพร่ เมืองนา
คนหนึ่งฤๅอดได้เกลือกกลิ้งกลางดิน ฯ
๖๒๕ เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้ทุกเรือน
อกแผ่นดินดูเหมือนจักขว้ำ
บ เห็นตะวันเดือนดาวมืด มัวนา
แลแห่งใดเห็นน้ำย่อมน้ำตาคน ฯ
             
โคลง ๒
๖๒๖ สาวสนมจนแก่นไท้ไห้เจ็บไห้แสบไห้
เลือดน้ำตาไหล แลนา ฯ
๖๒๗ ปรีชาไวแว่นแท้ใจแก่นกษัตริย์กล้าแล้
จึงตั้งใจตรง ฯ
๖๒๘ สองพระองค์สร่างไห้สองบพิตรท้าวไท้
จึ่งห้ามทั้งหลาย ฯ
๖๒๙ ครั้นวายเสียงไห้แล้วสองราชชมใจแกล้ว
แก่นไท้ทั้งสาม ฯ
๖๓๐ ยืนตายงามเลิศแล้รู้ว่าใจกษัตริย์แท้
บ ให้ใครปูน ฯ
๖๓๑ ทั้งสองขุนพี่เลี้ยงนางรื่นนางโรยเพี้ยง
เทพไส้ไป่ปาน ฯ
๖๓๒ ใจหาญตายก่อนเจ้าเปนเพื่อนตายคลึงเคล้า
คู่หน้ารักใจ บารนี ฯ
๖๓๓ ทุกคนในแหล่งหล้าเสียงสรรเสริญถ้วนหน้า
ทั่วทั้งเมืองมี่ มีแล ฯ
๖๓๔ ธรณีฦๅลั่นฆ้องเสียงเสนาะฟ้าร้อง
เรียกท้าวยังสวรรค์ ฯ
             
ร่าย
๖๓๕ มี่อึงอรรณพไห้ เมืองหลวงไข้ทุกด้าว สมเด็จท้าวพิไชยพิษณุกร ธ ให้นำบังอรราชเทพี ดาราวดีเสด็จไป สู่คฤหาไลยพระองค์ ธ ให้สรงศพสามกษัตริย์ จัดสรรพภูษา ตราสังทั้งสามพระองค์ ผจงโลงทองหนึ่งใหญ่ ใส่สามกษัตริย์แล้วไส้ ธ ก็ให้แต่งโลงหนึ่งแล้ว ใส่ขุนแก้วแลนางรื่น โลงหนึ่งใส่หมื่นขวัญแลนางโรย ทำโดยรีตศพเสร็จ ธ ก็เสด็จยังปราสาท ให้หาราชศิลปี มีโองการบังคับ ให้สำหรับพระเมรุ เกณฑ์กำหนดทุกกรม ให้แต่งพนมอัษฐทิศ พิพิธราชวัติฉัตร กลิ้งกลดธวัชบรรฎาก หลายหลากภาคบุษบก กระหนกวิหคเหมหงส์ บรรจงภาพจำเนียม ลางพนมเทียมอัสดร ลางมกรเทียมยยับ ประดับขับเข็นรถ อลงกฎคชสาร อลงการคชสีห์ สารถีสถิตชักรถ ชดกรกระลึงกุมแสง รำจำแทงองอาจ เผ่นผงากขับสารสีห์ เทียมนนทรีชำนรรสึงห์ ดึงไดฉบับจับกัน สรรพ์อสุราสุรครุฑ มนุษย์ภุชงค์คนธรรพ์ บรรเขบ็จภาพเรียงราย ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระธาราวเทียน โคมเวียนโคมแว่นผจง โคมรหงฉลักเฉลา เสาโคมเรียงสล้าย เถลิงต้ายเตี้ยกำแพง แชลงราชวัติชวาลา บูชาศพสามกษัตริย์ แล้ว ธ ก็ตรัสให้หา ทูตานุทูตมาไซร้ ให้จำทูลพระราชสาส์น อีกบรรณาการทั้งหลาย ไปถวายแด่พระบาท ไท้ธิราชบุญเหลือ เครือทินกรราชชนนี ภควดีฟังพจนสาร ถ้วนทุกประการประกาศ ธ มิอาจที่จะดำรง พระองค์ท้าว ธ อยู่ได้ ไท้สยบซบเหนือหมอน พระกรปิดพระพักตร ไห้ร่ำรักลูกไท้ ไห้บรู้กี่ไห้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ
             
โคลง ๒
๖๓๖ ชนนีกลัวดั่งนี้ห้ามเจ้า บ รู้กี้
ท่านเจ้าฤๅฟัง แม่เลย ฯ
             
ร่าย
๖๓๗ หวังสิ้นชนม์ด้วยไข้ แก่แม่รา สิ้นชีพไท้ด้วยผี แก่แม่รา ในบุรีเราแม่ลูก แก่แม่รา แม่จะยาหยูกจงเต็มใจ แก่แม่รา ดังฤๅพ่อไปตายเมืองท่านม้วย แก่แม่เรา ด้วยหอกตาวหลาวดาบ แก่แม่รา ด้วยกำซาบปืนยา ดังนี้ ฯ
             
โคลง ๔
๖๓๘ แม่สงวนมาแต่ตั้งมีครรภ์ลูกเอย
บเบกษาสักอันหนึ่งน้อย
ถึงพระผ่านไอศวรรย์เสวยราช แลพ่อ
รักลูกรักได้ร้อยส่วนล้ำรักตัว ฯ
๖๓๙ ใช่เปนไท้ท้าวแต่พอดี ลูกเลย
เปนมกุฎกษัตรีย์ผ่านเผ้า
ท้าวร้อยเอ็ดเมืองมีมาส่วน พระนา
ทูลบาทบงกชเจ้าแม่เที้ยรทุกวัน ฯ
๖๔๐ เสวยสุขปราสาทเพี้ยงเมืองสวรรค์ ลูกเอย
เสด็จออกโรงกษัตริย์คัลคั่งเฝ้า
หัวเมืองหมื่นขุนพันนายไพร่ พลนา
เฝ้าบาทบงกชเจ้าคู่ท้าวเมืองแมน ฯ
๖๔๑ พิศช้างคือคู่ช้างอมรินทร์ ลูกเอย
ม้าคู่อัศวทินกรหยาดฟ้า
รี้พลเพียบธรณินมีมั่ง เกษมนา
เมืองบพิตรเจ้าหล้าแม่เพี้ยงเมืองสวรรค์ ฯ
             
ร่าย
๖๔๒ กรรมใดดลออกไท้ ไห้รักราชเอารส กำสรดสั่นสรรพางค์ ออกนางพ่างจะพินาศ เอนดูราชเทพี ลักษณวดีครั้นฟัง แล่นยังราชอยู่เกล้า อีกชาวเจ้าพระสนม เพื่อนภิรมย์เจ้าหล้า ถ้วนหน้าหา บ มิอยู่ สู่สำนักท่านไท้ เห็น ธ ไห้ทูลถาม ถ้อยความใด ธ พิลาป ครั้นฟังทาบตีอก สทก ผมเผ้าเกล้าทรสาย ทอดตนตายวายทรวง ให้ระลวงฦๅลั่น สนั่นทั่วทั้งเวียง ฟังเสียงไห้ดั่งจะหว่า ใจเมืองบ้าดั่งจะผก หัวอกเมืองดั่งจะพัง ทังแผ่นดินทั่วหน้า ไห้ร่ำรักเจ้าหล้า พ่างเพี้ยงตัวตาย ฯ
             
โคลง ๒
๖๔๓ ไห้มิวายมิม้วยประดุจจักตายด้วย
ท่านท้าวทุกคน ฯ
๖๔๔ จึงมนตรีผู้เถ้าดัดดำรงชาวเจ้า
อย่าไห้คิดความก่อนรา ฯ
๖๔๕ แผ่นดินหวาม บ รู้คิดจงหนักทุกผู้
อย่าได้ดูเบา ฯ
๖๔๖ เอากันมากราบไหว้แถลงถี่ถ้อยแด่ไท้
ธ ราชเจ้าตนฟัง ฯ
๖๔๗ หนหลังเกรงแหล่งหล้าพระบาทคิดหนหน้า
อยู่เกล้าเสวยกรรม ฯ
๖๔๘ คิดผิดแผกแผ่นขว้ำผีก็จักซ้ำด้ำ
แต่ถ้าผลักพลอย ฯ
๖๔๙ คิดขอบรอยตอบถ้อยจงอย่ามีผิดน้อย
หนึ่งไส้เปนผล ฯ
๖๕๐ ไว้บัดดลอยู่เกล้าคิดจงหนักพระเจ้า
แต่งหน้าหนุนหลัง ฯ
             

แบ่งธาตุสามกษัตริย์ไว้ สองเมือง

โคลง ๔
๖๕๑ พระฟังพระขอบข้ามนตรี
คิดจักไปปลงผีลูกแก้ว
เกรงเมืองเกลือกจักมีคนกล่าว แคลนนา
แหนงจักตายจงแล้วอย่าให้คนเห็น ฯ
๖๕๒ เร่งหาผู้รู้รอบทุกการ
เฉลียวฉลาดไวโวหารถ่องถ้อย
สิบขุนใหญ่อย่านานเตรียมแต่ง พลันนา
เงินก็ร้อยทองร้อยชั่งให้เอาไป ฯ
๖๕๓ แก้วเก้าสบสิ่งผ้าแพรพรรณ
แลสิ่งจงครามครันอย่าช้า
ช้างม้าไพร่พลสรรเอาแต่ เร็วนา
ไปแต่งการเจ้าหล้าแม่เที้ยวต่างตัว ฯ
๖๕๔ บรรณาการเจ้าแผ่นดินสรอง
กับพระชนนีสองพี่น้อง
เขียนสาส์นใส่ลานทองเร็วเร่ง ไปนา
สงวนชอบอย่าให้ข้องข่าวร้ายถึงเรา ฯ
๖๕๕ เสร็จศพจอมราชแล้วขอรับ
พระธาตุสามกษัตริย์กับพี่เลี้ยง
สูลาจุ่งคำนับผจงแต่ง มานา
ประกอบถ้อยคำเกลี้ยงอย่าให้หมองเรา ฯ
             
ร่าย
๖๕๖ ธ ให้เอาแขกไว้ ลาท่านไท้ธิราช ธ ก็ประสาทรางวัล พลันสำเร็จแล้วไส้ ธ ก็ให้แต่งทูตข้างนี้ บ ให้ห่าง ไปพ่างทูตข้างนั้น บ มิช้า เขาก็ตั้งหน้าไป บ มินาน ถึงถวายสาส์นคำนับ แลทรัพย์อันจะแต่งศพ เจ้าพิภพ ธ ให้ประกอบ สำหรับชอบทุกประการ ครั้นแล้วงารศพเสร็จ ท้าว ธ เสด็จถวายพระเพลิง เถกิงการมหิมา เปนมหามหรสพ ตลบดุริยางคดนตรี ตีฆ้องกลองครื้นเครง ละเวงศัพท์แตรสังข์ ประดังเสียงกึกก้อง ท้องธรณีนฤนาท ดุจฟ้าฟาดพสุธา ดุจสาครครรชิต ชวลิตโชติชวาลา ดูเหลือตราเหลือไตร พิศประไพไพโรจน์ ชวยโชติช่วงชัชวาลย์ อเนกนุประการงามล้วน ถ้วนทุกสิ่งโอฬาร ครั้นแล้วการสำเร็จ สมเด็จบพิตร ธ ให้สำรับ ประดับเครื่องอันจะรับธาตุ พระบาท ธ จึ่งให้แบ่ง ธาตุสามกษัตริย์แห่งละกึ่ง ครึ่งไว้หอพระญาติ ธาตุกึ่งให้แขกรับ ธ ก็ให้ประดับมรรคา รัถยารวดอลงกฎ รจนาไปถึงแดน ให้แห่แหนส่งธาตุ ส่วนพระบาทบุญเหลือ กษัตริย์ให้ประดับรัถยามา รจนารับพระธาตุ ยังรัตนราชธานี บุรีสรวงสะพิศาล ธ ก็แต่งกุฏคารปราสาท ผจงไว้ธาตุสามกษัตริย์ ถัดสองข้างซ้ายขวา รจนามนทีรแล้ว ขวาขุนแก้วแลนางรื่น ซ้ายหมื่นขวัญแลนางโรย ท้าว ธ แต่งโดยใจภักดิ์ มหึมานักพันแพ่ง แต่งอเนกนุประการ ถวายพระทานจอมกษัตริย์ แด่พระรัตนไตรย ไขคลังทานทั่วหล้า ถ้วนหน้ารับแล้วไส้ ธ ก็ให้ประดิษฐาน อลังการสถูปเจดีย์ สามกษัตรีย์มหิมา ซ้ายขวาสถูปพี่เลี้ยง เพี้ยงจะปือแหล่งหล้า สู่เมืองฟ้าเมืองบน หนสมเด็จพิไชยพิษณุกร ภูธรทำดุจเดียว เทียวส่งสารเสน่หา ให้ไปมา บ มิขาด บอกพระราชกำหนด กฎหมายวันอันบรรจธาตุ สองกษัตริย์ราชแต่งการ ดูพิศาลสองสิมา เปนมโหฬาราดิเรก อเนกทานทั่วหล้า ทุกทั่วชนถ้วนหน้า สทื้นเทื้อนทำบุญ ส่งนา ฯ
             
โคลง ๔
๖๕๗ ทุกขุนทุกไพร่ฟ้ามุลนาย
ทุกทั่วหญิงชายทังแหล่งหล้า
ทำบุญส่งบุญถวายถึงราช แลนา
สวามิภักดิ์ตั้งหน้ารุ่งรู้เห็นบุญ ฯ
             

จบเสร็จมหาราชเจ้า นิพนธ์

โคลง ๔
๖๕๘ เปนศรีแก่ปากผู้ผจงฉันท์
คือคู่มาลาสรรเรียบร้อย
เปนถนิมประดับกรรณทุกเมื่อ
กลกระแจะต้องน้อยหนึ่งได้แรงใจ ฯ
๖๕๙ จบเสร็จมหาราชเจ้านิพนธ์
ยอยศพระลอคนหนึ่งแท้
พี่เลี้ยงอาจเอาตนตายก่อน พระนา
ในโลกนี้สุดแล้เลิศล้ำ คุง สวรรค์ ฯ
๖๖๐ จบเสร็จเยาวราชเจ้าบรรจง
กลอนกล่าวพระลอยงยิ่งผู้
ใครฟังย่อมใหลหลงฤๅอิ่ม ฟังนา
ดิเรกแรกรักชู้เหิ่มแท้รักจริง ฯ
             

เชิงอรรถ

อ้างอิง

เครื่องมือส่วนตัว