|
|
| | ๏ มีซินแสแก่เฒ่าได้เล่าไข
|
| ถึงเรื่องงิ้วว่าเล่นกันเช่นไร | | มีข้อใหญ่นั้นก็เป็นเช่นละคร
|
| แต่ข้อหนึ่งแกเล่าเขาประสงค์ | | มุ่งจำนงในข้างเป็นทางสอน
|
| ชี้ทางธรรม์มรรยาทแก่ราษฎร | | เหมือนละครสุภาษิตไม่ผิดกัน
|
| เราบวชนาคโกนจุกในยุคก่อน | | มีกล่าวกลอนเพราะพริ้งทำมิ่งขวัญ
|
| การขันหมากยุคเก่าท่านเล่ากัน | | มีสวดฉันท์เรียกว่าสวดมาไลย์
|
| เค้าก็คือท่านหวังจะสั่งสอน | | แต่ผันผ่อนตามนิยมสมสมัย
|
| มีเฮฮาพาสนุกเครื่องปลุกใจ | | สมกับได้มีงานการมงคล
|
| ในหมู่บ้านย่านกลางเมื่อปางก่อน | | มีโรงสอนธรรมทานการกุศล
|
| เพื่อเป็นเครื่องเรืองปัญญาประชาชน | | ในตำบลอัตคัตไกลวัดวา
|
| เรียกศาลาโรงธรรมประจำบ้าน | | เหมือนสถานที่ฝึกทางศึกษา
|
| บางคราวมีการกุศลปนเฮฮา | | เพื่อให้พาเพลิดเพลินเจริญใจ
|
| ฝ่ายจีนเขาได้มีอย่างที่ว่า | | เอางิ้วมาฝึกหัดดัดนิสัย
|
| ย่อมดูดดื่มซึมซาบปลาบปลื้มใจ | | เหมือนอย่างได้รู้เห็นที่เป็นจริง
|
| งิ้วเรื่องหนึ่งแกเล่าครั้งเยาว์อยู่ | | ได้ไปดูจำไว้ได้ทุกสิ่ง
|
| เกาะในจิตติดแน่นแม้นกับปลิง | | เลยเป็นสิ่งสอนใจจนใหญ่มา
|
| ตามเรื่องนั้นว่ามีเศรษฐีหนึ่ง | | เป็นคนซึ่งสูงชาติวาสนา
|
| มีทรัพย์สินเหลือล้นคณนา | | มีบ้างช่องแน่นหนาด้วยข้าไท
|
| ท่านเศรษฐีมีบุตรสุดที่รัก | | แกฟูมฟักใฝ่จิตพิสมัย
|
| บุตรคนเดียวแสนจะห่วงดังดวงใจ | | หวังจะให้สืบวงศ์ดำรงไป
|
| มีโรงเรียนไกลบ้านอาจารย์สอน | | กลัวลูกอ่อนลำบากไม่พรากได้
|
| อุตส่าห์จ้างครูบามาแต่ไกล | | ให้สอนในบ้านตนสู้ปรนปรือ
|
| ฝ่ายลูกเรียนผู้เดียวให้เปลี่ยวจิต | | มักเบือนบิดเบื่อชังเรื่องหนังสือ
|
| อยากได้เพื่อนพูดจาและหารือ | | พ่อก็อือออตามด้วยความรัก
|
| เกณฑ์พวกเด็กในบ้านให้อ่านด้วย | | ก็เพื่อช่วยชวนใจให้สมัคร
|
| ครั้นมีเพื่อนเรียนล้อมอยู่พร้อมพรัก | | กลับชวนชักเล่นกันไม่หมั่นเรียน
|
| ครูก็ดีจี้ไชมิได้หยุด | | แกเห็นสุดเอาใจจึงได้เฆี่ยน
|
| หวังให้กลัวอาญาตั้งหน้าเพียร | | แต่กลับเพี้ยนผิดคาดถึงขาดกัน
|
| คือบุตรท่านเศรษฐีหนีไปหา | | พ่อฟ้องว่า ครูนี้แกตีฉัน
|
| ปลอบให้เรียนก็ไม่ไปจนใจครัน | | ต้องเป็นอันเลิกกับครูที่อยู่มา
|
| อุตส่าห์จ้างครูใหม่ตามใจลูก | | แต่ไม่ถูกใจบุตรสุดจะหา
|
| ครูคนนั้นฉันเข็ดไม่เมตตา | | คนนี้ว่าจู้จี้พิรี้พิไร
|
| แต่เปลี่ยนครูอยู่ฉะนี้ไม่มีเหมาะ | | มักทะเลาะเลิกเรียนต้องเปลี่ยนใหม่
|
| พวกครูๆ เข็ดกลัวกันทั่วไป | | ถึงจะให้เงินมากไม่อยากเอา
|
| บิดาผู้รักบุตรสุดจะกลุ้ม | | ลูกเป็นหนุ่มใหญ่โตยังโง่เง่า
|
| เที่ยวจ้างครูอยู่ห่างต่างลำเนา | | ค่าจ้างเท่าไรนั้นไม่พรั่นกลัว
|
| แต่ก็ไม่ยืดไปเท่าไรนัก | | ประเดี๋ยวชักเหหันต้องสั่นหัว
|
| เผอิญมาปะครูที่รู้ตัว | | แกหวังชั่วค่าสอนสู้ผ่อนตาม
|
| ศิษย์จะรู้เท่าไรไม่ธุระ | | ชื่อเสียงจะเสียไปก็ไม่ขาม
|
| ศิษย์ผู้ใดตั้งหน้าพยายาม | | สอนให้ตามแต่รักสมัครเรียน
|
| ครูคนนี้ถูกใจอยู่ได้ยืด | | ถึงจะจืดจางการเรื่องอ่านเขียน
|
| ก็ถูกจิตศิษย์ตนย่อมวนเวียน | | อยู่จำเนียรโตใหญ่ไร้วิชา
|
| ฝ่ายพ่อแม่รักบุตรสุดจะรัก | | บุตรสมัครทางไหนมิได้ว่า
|
| ใช้เงินทองกอบกำไม่นำพา | | อยู่ไม่ช้าแกก็ตายทำลายชนม์
|
| ทรัพย์สมบัติมรดกตกแก่ลูก | | ไม่ต้องปลูกเปลืองแรงแสวงผล
|
| มีเพื่อนมาฮาฮือนับถือตน | | เฝ้าแต่ขนทรัพย์จ่ายสบายจริง
|
| เอาอะไรได้ทุกอย่างช่างสะดวก | | จะหยิบหมวกหมวกรี่เหมือนผีสิง
|
| ทุกอย่างรู้เอาใจไม่ประวิง | | ดูเหมือนชิงกันมาคราต้องการ
|
| ไม่ช้านักทรัพย์ลดหมดสะดวก | | จะหยิบหมวกหมวกกระเดียดข้างเกียจคร้าน
|
| ถ้าเผลอหน่อยคอยหนีตะลีตะลาน | | วิ่งเข้าร้านโรงจำนำไม่อำลา
|
| เพื่อนทั้งมวลล้วนหายเหมือนตายจาก | | ที่มีมากคือสหายพวกนายหน้า
|
| บ้านของท่านขายเท่าไร? ให้ราคา | | ผมช่วยค้าขายให้ด้วยไมตรี
|
| เพื่อนสนุกพลุกพล่านขายบ้านช่อง | | พอเงินทองหมดเรียบก็เงียบจี๋
|
| ต่อนี้ไปใครเยือนคือเพื่อนดี | | ไม่เช่นนี้เพื่อนโหล่โง่ระยำ
|
| บุตรเศรษฐีเป็นมาถึงครานี้ | | ไม่เห็นมีมิตรสหายมากรายกล้ำ
|
| ผิวผู้ดีมีกระดากพะอากพะอำ | | จะคิดทำการอะไรก็ไม่เป็น
|
| ต้องตรำตรากจากย่านถิ่นบ้านเก่า | | ขอทานเขาเลี้ยงตนด้วยข้นเข็ญ
|
| พักสถานศาลเจ้าทุกเช้าเย็น | | ค่อยคิดเห็นโทษตัวที่ชั่วมา
|
| คิดถึงเรื่องเก่าแก่พ่อแม่รัก | | สู้ฟูมฟักใฝ่ฝึกให้ศึกษา
|
| ตามใจลูกเหลือล้นคณนา | | ทุกสิ่งสารพัดไม่ขัดใจ
|
| คิดถึงครูผู้สอนแต่ก่อนเก่า | | บางคนเฝ้าฝึกฝนพ้นวิสัย
|
| บางคนเฝ้าจู้จี้พิรี้พิไร | | ไม่ถูกใจฟ้องพ่อก็อออือ
|
| จนเหลวไหลได้เข็ญถึงเช่นนี้ | | พ่อแม่ที่รักลูกทำถูกหรือ
|
| สิ่งใดพาเสียคนกลับปรนปรือ | | ร้องไห้ฮือบ่นว่าเหมือนบ้าบอ
|
| วันหนึ่งไปถึงถิ่นบ้านซินแส | | ก็เดินแร่เข้าไปหาตรงหน้าหมอ
|
| ร้องขอทานทันทีไม่รีรอ | | ฝ่ายท่านหมอมองหน้าไม่ว่าไร
|
| ลงท้ายแกกลอกหน้าหาว่าหลอก | | เฮ้ย. เจ้าวอกเอ็งอย่ามาไถล
|
| หลอกดูลูกสาวข้าหรือว่าไร | | หรือเข้าใจว่ากูไม่รู้ที
|
| ข้าหมอดูรู้จักลักษณะ | | อย่างมึงน่ะบอกเพศเป็นเศรษฐี
|
| รูปลักษณ์พักตร์เจ้าเผ่าผู้ดี | | ทำเช่นนี้ตั้งใจอย่างไรกัน
|
| ลูกเศรษฐีฟังว่าน้ำตาหลั่ง | | ตอบเสียงดัง "พ่อแม่รังแกฉัน!"
|
| ร้องไห้โฮซบหน้าพลางจาบัลย์ | | คนบ้านนั้นต่างพากันมาดู
|
| ท่านเจ้าข้า! พ่อแม่รังแกฉัน | | เขาใฝ่ฝันฟูมฟักฉันอักขู
|
| ฉันทำผิดคิดระยำกลับค้ำชู | | จะว่าผู้รักลูกถูกหรือไร
|
| ท่านทายฉันนั้นถูกลูกเศรษฐี | | ผู้กลีเลวกว่าบรรดาไพร่
|
| ซึ่งยังรู้กอบการงานใด ๆ | | เลี้ยงชีพได้เพียงพอไม่ขอทาน
|
| โอ๊ย! ยิ่งเล่ายิ่งช้ำระกำเหลือ | | โปรดจุนเจือเถอะท่านหมอขอข้าวสาร
|
| เหมือนช่วยชีพข้าเจ้าให้เนานาน | | จักเป็นการบุญล้นมีผลงาม
|
| ฝ่ายท่านหมอฟังเล่าสิ้นเค้าเงื่อน | | แกจึงเอื้อนโอษฐ์มีวจีถาม
|
| ข้าฟังเจ้าเล่าไปก็ได้ความ | | จึงเห็นตามพ่อแม่รังแกตรง
|
| เข็ดหรือไม่ใครรังแกอย่างแม่พ่อ | | หรือว่าพอทนดอกบอกประสงค์
|
| โอ๊ย! หนเดียวชีวิตแทบปลิดปลง | | ถ้าซ้ำสองต้องลงอวิจี
|
| อย่ารังแกอีกเลยลูกเคยเข็ด | | ขอจงเมตตาเถิดประเสริฐศรี
|
| ท่านหมอฟังยิ้มเยื้อนเอื้อนวจี | | เจ้าว่าดีสมจริงทุกสิ่งอัน
|
| ข้าไม่อยากรังแกเช่นแม่พ่อ | | ที่เจ้าขอข้าไม่อ่อนตามผ่อนผัน
|
| แม้เจ้าขอสิ่งใดข้าให้ปัน | | ก็เป็นอันข้าทำซ้ำรังแก
|
| เจ้าจะตกอวิจีไม่ดีดอก | | เจ้าจะออกปากพ้ออย่างพ่อแม่
|
| ลูกเศรษฐีตกตะลึงทะลึ่งแล | | โอ๊ย! ผมแย่ถูกล่อลงบ่อตม
|
| เมื่อไม่ให้ใครจะว่าเจ้าข้าเอ๋ย | | นี่กลับเย้ยยกคำทิ่มตำผม
|
| จะไล่ไปก็ไม่ไล่ให้ระทม | | ว่าแล้วซมซานกลับด้วยคับใจ
|
| หมอขยับจับบ่าช้าซีเจ้า | | คำที่เล่าบอกข้าน่าเลื่อมใส
|
| พ่อแม่รักลูกผิดชนิดไร | | เขาก็ได้ทุกข์ถมจนล้มตาย
|
| เวลานั้นตัวเจ้ายังเยาว์อยู่ | | จึงไม่รู้ยั้งตนจนฉิบหาย
|
| เดี๋ยวนี้เจ้ารู้สึกสำนึกกาย | | จงขวนขวายฝึกหัดดัดสันดาน
|
| ข้าจักเป็นพ่อแม่ช่วยแก้ให้ | | ต้องตามใจแต่ข้าจะว่าขาน
|
| ถ้ายอมตามข้าว่าไม่ช้านาน | | จักไม่ต้องขอทานเขาต่อไป
|
| ลงท้ายลูกเศรษฐียินดีรับ | | ไปอยู่กับซินแสแก้นิสัย
|
| ไม่ว่ามีกิจการสถานใด | | แกใช้ให้ทำสิ้นจนชินการ
|
| แกปรานีจี้ไชด้วยใจรัก | | จนรู้จักค้าขายหลายสถาน
|
| อยู่กับหมอต่อมาไม่ช้านาน | | ก็พ้นการทุรพลเป็นคนแคลน
|
| ชาวเราเอ๋ยพ่อแม่มุ่งแต่รัก | | สู้ฟูมฟักในบุตรนั้นสุดแสน
|
| แต่ความรักมักเดินจนเกินแกน | | เลยเข้าแดนทุกข์ถมระทมกาย
|
| ดังเศรษฐีรักบุตรสุดสวาท | | บุตรอุบาทว์มิได้รักสมัครหมาย
|
| เอาแต่ใจใฝ่ตามความสบาย | | พ่อแม่ตายก็เพราะตรมระทมใจ
|
| ยังมิหนำซ้ำว่าด่ากระดูก | | หาว่าถูกพ่อแม่รังแกได้
|
| แต่ชาวเราเนาเขตประเทศไทย | | คงจะไม่พบปะขอประกัน
|
| เพราะพระราชบัญญัติอุบัติแล้ว | | เหมือนดวงแก้วส่องสว่างทางสวรรค์
|
| บังคับให้ศึกษาทั่วหน้ากัน | | พระคุณธรรม์ข้อนี้ไม่มีเทียม
|
| ที่สุดนี้ชาวเราน้อมเกล้าฯ นบ | | พระจอมภพภูบดินทร์พระปิ่นเสียม
|
| พระปลุกใจไทยทั่วตั้งตัวเตรียม | | ทุกอย่างเยี่ยมยิ่งคุณวิบุลเอย ฯ
|
|
|
| | |
|