พงษาวดารเมืองละแวก ฉบับสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี (นักพระองค์เอง)

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ข้อมูลเบื้องต้น

(คัดจากคำนำประชุมพงษาวดารภาคที่ 4 ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เมื่อปีเถาะ สัปตศก พ.ศ. 2458)

หนังสือพงษาวดารเมืองละแวกที่พิมพ์ในประชุมพงษาวดารภาคที่ ๔ นี้ มีบานแพนกปรากฎรู้ได้ว่านักพระองค์เอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงเปนพระราชบุตร บุญธรรมมาแต่ยังเยาว์ แลพระราชทานอภิเศกเปนสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี ศรีสุริโยดม บรมสุรินทรา มหาจักรพรรดิราช บรมนารถบพิตร ออกไปครองกรุงกัมพูชาเมื่อปีขาลฉศก จุลศักราช ๑๑๕๖ พ.ศ. ๒๓๓๗ สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีออกไปอยู่กรุงกัมพูชา ส่งหนังสือพงษาวดารฉบับนี้เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย โปรดให้แปลเปนภาษาไทยสำเร็จเมื่อณวันพฤหัศบดี เดือน ๗ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีมโรงอัฐศก จุลศักราช ๑๑๕๘ พ.ศ. ๒๓๓๙ คิดสันนิฐานดูเข้าใจว่า ในเวลานั้นหนังสือพงษาวดารเขมรจะไม่มีฉบับที่ดีอยู่ในกรุงเทพ ฯ เมื่ออภิเศกสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีออกไปครองเมือง เห็นจะมีรับสั่งออกไปให้สืบหาหนังสือพงษาวดารเขมรส่งเข้ามาถวาย ในเวลานั้นกรุงกัมพูชาก็กำลังยับเยิน ด้วยถูกข้าศึกภายนอกเข้าไปตี แลเกิดเหตุจลาจลภายในติดต่อกันมากว่า ๒๐ ปี สมเด็จพระนารายน์รามาธิบดีเทียวสืบเสาะหาหนังสือพงษาวดาร จึงได้แต่ฉบับนี้มาถวายเปนฉบับอย่างย่อแลข้อความไม่ถูกถ้วน แต่เชื่อได้ว่าเปนหนังสือพงษาวดารเขมรฉบับแรกที่ได้มาในครั้งกรุงรัตนโกสิน ทรนี้ ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้นักพระองค์ด้วง โอรสสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี ซึ่งได้เปนสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี สืบเสาะหาหนังสือพงษาวดารเขมรถวายอิกครั้ง ๑ สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดีส่งพงษาวดารเขมรเข้ามาถวายอิกฉบับ ๑ เนื้อความถ้วนถี่ถูกต้องพิศดารดีกว่าพงษาวดารเมืองละแวกที่ได้มาเมื่อครั้ง รัชกาลที่ ๑ เข้าใจว่าจะถึงรวบรวมหนังสือเก่าที่หาได้ แลมาประชุมพระยาพระเขมรแต่งเรื่องเพิ่มเติมต่อมากเพราะมีเรื่องพงษาวดารลงมา จนถึงปีขาลสัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๑๘๐ พ.ศ. ๒๓๖๑ ตรงสมัยในรัชกาลที่ ๒ กรุงรัตนโกสินทรนี้ หนังสือพงษาวดารเขมรฉบับที่ได้มาในรัชกาลที่ ๔ นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้แปลเปนภาษาไทย สำเร็จเมื่อณวันพฤหัศบดี เดือน ๘ บุรพาสาธ แรม ๖ ค่ำ ปีเถาะสัปตศก จุลศักราช ๑๒๑๗ พ.ศ. ๒๓๙๘ แลได้พิมพ์แล้วในหนังสือประชุมพงษาวดารภาคที่ ๑

ต่อมาเมื่อหาหนังสือรวบรวมเข้าหอพระสมุดวชิรญาณ เมื่อตั้งเปนหอพระสมุดสำหรับพระนคร ข้าพเจ้าได้ให้สืบสวนที่กรุงกัมพูชาจะหาหนังสือพงษาวดารเขมรอิก ได้ความว่าฉบับที่แปลครั้งรัชกาลที่ ๔ นี้ เปนฉบับดีที่สุดที่เขามีอยู่ เขากลับถามว่าที่ในกรุงเทพฯ นี้ มีหนังสือพงษาวดารเขมรฉบับอื่นที่ดีกว่าฉบับนั้นบ้างหรือไม่ ถ้ามีขอให้ช่วยคัดให้ไปไว้สำหรับกรุงกัมพูชา ตามความที่ปรากฎดังแสดงมานี้ เปนยุติได้ว่า หนังสือพงษาวดารเขมรที่แปลเมื่อในรัชกาลที่ ๔ นั้น เปนพงษาวดารเขมรที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในเวลานี้

เนื้อหา

พงษาวดารเมืองลแวก
บานแพนก

๏ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ จุลศักราช ๑๑๕๘ ปีมโรงอัฐศก พระรามาธิบดี (นักพระองค์เอง) ถวายพระราชพงษาวดาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หลวงพจนาพิจิตรแปล ขุนสารประเสริฐ ขุนมหาสิทธิ นายชำนิโวหารแปลออกเปนคำไทย ไว้ณหอหลวง ๚

ตัวพงษาวดารเมืองลแวก

๏ ศักราช ๑๒๖๘ ปีจออัฐศก สมเด็จพระมหานิพานเสวยราชสมบัติพระนครศรีโสทรราชธานี ทรงพระราชศรัทธาทำนุบำรุงพระสาสนา ขณะนั้นสมเด็จพระรามาธิบดีผู้เปนพระราชบุตรสมเด็จพระมหาจักรพัตราธิราช ได้เสวยราชสมบัติกรุงพระนครศรีอยุทธยา สมเด็จพระรามาธิบดีมีพระราชโองการตรัสให้เจ้าไส้เจ้าเทวดาจำทูลพระราชสาสนเปนทางพระราชไมตรีมายังกรุงกัมพูชาธิบดี สมเด็จพระมหานิพานมิไว้พระไทย ให้จับเจ้าไส้เจ้าเทวดาฆ่าเสีย ครั้นอยู่มา ๕ ปี สมเด็จพระมหานิพานสวรรคต พระญาติวงษ์เสนาบดีแต่งการพระบรมศพถวายพระเพลิงแล้ว นักพระไถลผู้เปนน้องเขยได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระราชศรัทธาสร้างพระวิหารกุฎี สร้างพระพุทธรูปทองคำสองพระองค์ ปิดทองคำเปลว ๒๒ พระองค์ เสวยราชย์อยู่ ๑๑ ปีสวรรคต ราชวงษ์เสนาบดีถวายพระเพลิงแล้ว นักพระศรีครูผู้เปนพระอนุชาได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระราชศรัทธาสร้างกุฎีถวายเปนสงฆทานแลสร้างพระวิหารบนเนินเขายังมิสำเร็จ เสวยราชสมบัติได้ ๕ ปีสวรรคต แต่งการถวายพระเพลิงแล้ว พระราชนัดดาได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระนามพระบรมถาเขมาราชา สร้างพระวิหารกุฎี สร้างพระพุทธรูป ๑๘ พระองค์ ให้เอาพลอยเพ็ชรเจียรไนประดับพระพุทธรูป เสวยราชย์ได้ ๓ ปีสวรรคต แต่งการถวายพระเพลิงเสร็จ พระอนุชาได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อสมเด็จพระลำพังบรมราชาธิราช มีเดชานุภาพเปนอันมากเสวยราชย์ได้ ๕ ปีแล้ว ๚

๏ ฝ่ายสมเด็จพระรามาธิบดีพระนครศรีอยุทธยากับพระบากระษัตร พระบาอัฐ พระดำบองพิท ผู้เปนพระราชบุตร ยกทัพออกมาล้อมพระนครหลวง พระเจ้าลำพังราชาธิราชให้รบต้านทานเปนสามารถ กำหนดปีหนึ่งก็ยังมิได้เมือง สมเด็จพระลำพังราชาธิราชสวรรคต พระอนุชาเสวยราชย์ได้ ๓ เดือนสวรรคตนักพระลำพังได้เสวยราชสมบัติ ให้รบพุ่งป้องกันพระนครไว้ได้เดือนหนึ่ง นักพระลำพังก็สวรรคตในปีรกา สมเด็จพระรามาธิบดีก็ได้พระนครหลวง ดำรัสให้พระบากระษัตรผู้เปนพระราชบุตรผู้ใหญ่อยู่ครองพระนครหลวง พระบาอัฐ พระลำบองพิท ผู้น้องอยู่ช่วยราชการ จึงให้กวาดครัวอพยพได้เก้าหมื่น แล้วยกกลับเข้าไปกรุงศรีอยุทธยา แลพระเจ้าบากระษัตรเสวยราชย์อยู่กรุงกัมพูชาธิบดีได้ ๓ ปีสวรรคต พระบาอัฐได้เสวยราชสมบัติ ๓ ปีก็สวรรคต พระลำบองพิทเสวยราชย์ได้เดือนหนึ่งสวรรคต ๚

๏ ฝ่ายนักโพรกผู้เปนเจ้าพญากลเมฆ หลานพระบรมถาเขมาราชาแลเจ้าพญากลเมฆได้เสวยราชสมบัติ มีพี่นางหนึ่ง น้องสัตรีหนึ่ง พี่นางมีราชบุตรองค์หนึ่ง ชื่อเจ้าพญาอินทราชา น้องสัตรีนั้นมีพระ ราชบุตรสององค์ ชื่อเจ้าพญาคำขัดหนึ่ง ชื่อเจ้าพญาแก้วฟ้าหนึ่ง เจ้าพญากลเมฆยกนางสันทนิตราผู้บุตรให้ครองรักกันกับอินทราชาผู้หลาน แล้วจะให้เจ้าพญาอินทราชาเสวยราชย์แทนพระองค์ เจ้าพญาคำขัดลอบฆ่าเจ้าพญาอินทราชาเสีย จึงเอานางสันทนิตรามาเปนภรรยา เจ้าพญากลเมฆทรงพระโกรธ มิให้เจ้าพญาคำขัดเสวยราชย์ จะให้ขุนเทพ มนตรีเสวยราชย์แทนพระองค์ ครั้นขุนเทพมนตรีมาถึงกลางทาง เจ้าพญาคำขัดกับพรรคพวกฆ่าขุนเทพมนตรีเสีย แลเสนาบดีทั้งปวงกราบทูลอ้อนวอนเจ้าพญากลเมฆจะขอให้พญาคำขัดเสวยราชย์ เจ้าพญากลเมฆก็หายโกรธ เสวยราชย์มากำหนดได้ ๓ ปี จะยกราชสมบัติให้พญาคำขัดทรงพระนามรามาธิบดีแลนางสันทนิตรานั้นเปนพระมเหษี ทรงพระนามสมเด็จพระภควดีศรีสันทนิตรา แล้วมีพระมเหษีองค์หนึ่ง เปนบุตรเจ้าเมืองบางคาง มีพระราชบุตรสองพระองค์ องค์หนึ่งชื่อเจ้าพญาคามยาต องค์หนึ่งชื่อนางสันทนิตรา พระเจ้าคำขัดมีเดชานุภาพ แลพระนครนั้นเคยขึ้นพระนครศรีอยุทธยาก็มิได้ไปอ่อนน้อม พระเจ้าคำขัดก็ยกกองทัพเข้ามาจะตีเอาพระนครศรีอยุทธยา ครั้นมาถึงคลองสมรรถไชย แล้วยกล่วงเข้าไปถึงด่านสำโรงแขวงเมืองจันทบูรบางคาง กวาดได้ครัวอพยพเปนอันมาก แล้วยกกลับมาถึงกลางทาง ๚

๏ ขณะนั้นเจ้าแขกจามยกกองทัพเรือมาตีเมืองจัตุรมุข ได้พระพุทธรูปทองเงิน แล้วให้นายทหารแขกจามคุมพลยกขึ้นมารบถึงคลองพระเพ็ชร ๚

๏ ฝ่ายพระเจ้าคำขัดยกกลับมาถึงพระนครหลวง จึงแต่งกองทัพออกรบทัพจามเปนสามารถ แขกจามก็มิได้พ่ายแพ้ พระเจ้าคำขัดอาราธนาขอไชยชะนะแก่พระธรณี ครั้นเพลาค่ำเข้าที่พระบรรธมทรงพระสุบินว่า นางพระธรณีเสด็จมาตรงพระภักตร์ แล้วประกาศว่า พระองค์อย่าทรงพระวิตกเลย จะมีไชยชะนะแก่ข้าศึกเปนมั่นคง ครั้นเพลารุ่งเช้าพระเจ้าคำขัด ยกกองทัพออกไปจะรบด้วยข้าศึก พระธรณีนิมิตรเปนอสรพิศม์เลื้อยมาตรงพระภักตร์ โหราถวายพยากรณ์ทำนายว่า พระองค์จะมีไชยชะนะแก่ข้าศึก พระเจ้าคำขัดก็ทรงเรือพระที่นั่งนราชลธีพิมาน พร้อมด้วยเรือมุขมนตรีซ้ายขวาน่าหลังโดยกระบวนยกเข้าไป พระองค์ทรงเกาทัณฑ์ยิงข้าศึก เรือรบต่อเรือรบได้รบกันเปนสามารถ ฝ่ายเจ้าเมืองจามกับนายทัพนายกองทั้งปวง แลเห็นพระเจ้าคำขัดเปนสี่กร ให้สดุ้งตกใจกลัวเดชานุภาพมิได้เปนใจรบพุ่ง แลนายทัพนายกองพระเจ้าคำขัดก็ให้แจวเรือรบเข้าไล่ฆ่าฟันเหล่าแขกจามล้มตายเปนอันมาก แลอศพนั้นเกลื่อนไปทั้งคลองพระเพ็ชร เจ้าเมืองจามก็แตกไป ทแกล้วทหารเขมรจับได้จามเชลยเปนอันมาก พระเจ้าคำขัดก็ให้รับพระพุทธรูปทองเงินมา แล้วยกกองทัพเข้าเมือง แล้วพาเจ้าพญาแก้วฟ้าผู้เปนพระอนุชายกกองทัพเข้ามาจะตีกรุงพระนครศรีอยุทธยา ครั้นยกมาถึงเมืองพิศณุโลก จึงให้สร้างพระวิหารทิศอาคเณย์ แล้วยกล่วงเข้าถึงปลายแดนพระนครศรีอยุทธยา รบพุ่งตีปลายแดนเห็นไม่ได้ทีแล้วก็กวาดเอาครัวอพยพกลับออกมาใกล้เมืองพิศณุโลก ให้สร้างเมืองรมยบุรี ให้เจ้าพญาแก้วฟ้าเปนเจ้าเมืองแล้วยกเข้าเมือง ครั้นอยู่มาพระสนมใส่ยาพิศม์ให้พระเจ้าคำขัดเสวยเสด็จสวรรคต พระญาติวงษ์และเสนาบดีแต่งการถวายพระเพลิงแล้ว พระราชมารดาให้ลงไปรับเจ้าพญาแก้วฟ้าขึ้นมาเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามสมเด็จพระศรีธรรมโศกราชาธิราชรามาธิบดี พระองค์เสวยราชย์ทรงทศพิธราชธรรมมาได้ ๓ ปี แลข่าวนั้นขจรไปถึงสมเด็จพระบรมราชาธิราชผู้ผ่านพระนครศรีอยุทธยา จึงให้เตรียมช้างม้ารี้พลเสด็จยกกองทัพออกมาล้อมเมือง พระเจ้าศรีธรรมโศกราชไว้ได้ประมาณ ๗ เดือน พระเจ้าศรีธรรมโศกราชจึงนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะสององค์ ๆ หนึ่งชื่อพระธรรมกิจ องค์หนึ่งชื่อพระสุคนธ์ กับขุนมโนรถ ขุนมงคล ออกไปถวายพระนครแก่พระบรมราชาธิราช พระเจ้าศรีธรรมโศกก็สวรรคต สมเด็จพระบรมราชาธิราชให้แต่งการพระศพพระราชทานเพลิงแล้ว แลเมืองพิศณุโลกนั้น ให้สร้างวัดถวายพระธรรมกิจชื่อวัดพระเชตุพน สร้างวัดน้อยถวายพระสุคนธ จึงให้เจ้าพญาแพรดผู้เปนราชบุตรอยู่ครองเมืองพระนครหลวง ทรงพระนามชื่อพระอินทราชา แล้วกวาดครัวอพยพได้ประมาณสี่หมื่นยกกลับไปพระนครศรีอยุธยา ๚

๏ ฝ่ายพญาคามยาตขณะเมื่อเสียเมืองนั้นหนีไปอาไศรยอยู่ณบ้านตันหัก แลนายบ้านนั้นชื่อขุนพลาไชย พาพรรคพวกมาพิทักษ์รักษาพญาคามยาต ครั้นอยู่มาปีหนึ่งพญาคามยาตแต่งกลอุบายเอาดาบใส่ในแงสุราผนึกปลอมเข้าไปกับของทั้งปวง เข้าไปถวายพระอินทราชา ๆ ให้เปิดแงออก ผู้ซึ่งเอาของนั้นก็ชักเอาดาบในแงเข้าฟันพระอินทราชาตายจับพระมเหษีหนึ่ง พระสนมหนึ่ง พญาคามยาตได้เสวยราชย์ณเมืองพระนครหลวง ทรงพระนามสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดีศรีธรรมิกราช พระมเหษีฝ่ายขวาทรงพระนามสมเด็จพระสันทมิตรา มีราชบุตรสามองค์ ๆ หนึ่งชื่อเจ้าพญาคำขัด องค์หนึ่งชื่อนางพระเกษ องค์หนึ่งชื่อนางลุดทอง ยกพระสนมไทยชื่อนางเกสรเปนพระมหษีฝ่ายซ้ายทรงพระนามพระอินทมิตรา แลพระอินทมิตรานี้เปนน้องร่วมพระราชบิดากับพระอินทราชา พระมเหษีโทชื่อท้าวอรรคราช มีราชบุตรีชื่อพระเทพกัลยา มเหษีโทอิกองค์หนึ่งชื่อท้าวเทพเดชะ เปนบุตรเจ้าเมืองไศล มีบุตรชื่อเจ้าพญาศรีราชา พระสนมชื่อแม่นางคงมีบุตร ๓ องค์ ชื่อนักนางปราบ ชื่อเจ้าพญาบันดิษราชหนึ่ง ชื่อเจ้าพญาโทก พระสนมชื่อแม่นางวรมาลา มีบุตรชื่อนักนางเทพสาขา พระสนมชื่อ แม่นางสุกมีบุตรชื่อเจ้าพญาราม แลเจ้าพญาเดียรราชาราชบุตรพระมเหษีฝ่ายซ้ายนั้นครองกันกับนักนางพศรี ผู้บุตรขุนทรงพระอินท์ มีบุตรคลอดปีเถาะ ชื่อเจ้าพญาธรรมราชา แลนักนางพศรีกับนางเกสรซึ่งเปนพระมเหษีฝ่ายซ้ายนั้นเปนญาติพญาศรีราชเดโชไทย แลนักนางปราบราชบุตรีมีบุตรชื่อเจ้าพญาจัน แลนักนางเทพสาขาราชบุตรีมีบุตรชื่อ นักนางท้าวพทอง

๏ ครั้นอยู่มาสมเด็จพระบรมราชาธิราช เสด็จยกลงไปอยู่เมืองจัตุรมุข ได้ช้างเผือกไว้เปนมงคลช้างหนึ่ง แล้วได้ไม้กฤษณาลอยมาแต่แม่น้ำลาวเอามาทำตลุงช้างเผือก ๚

๏ ครั้นอยู่มาสมเด็จพระบรมราชาธิราช ยกกองทัพไปตั้งอยู่ตำบลท่าระกา แล้วยกล่วงไปตีเมืองจันทบูรได้ด้วยพระเดชานุภาพ แล้วยกกลับมาเสวยราชย์อยู่ช้านานเสด็จสวรรคต พระญาติวงษ์แลเสนาบดีแต่งการถวายพระเพลิงแล้ว เจ้าพญาคำขัดราชบุตรขึ้นไปเสวยราชสมบัติอยู่ณเมืองพระนครหลวง ทรงพระนามสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี พระมเหษีทรงพระนามสมเด็จพระภควดีศรีพระเกษ มีพระราชบุตรหนึ่งสมเด็จพระนารายน์รามาธิบดีเสวยราชย์ได้ ๒๕ ปี พระองค์ทรงศีลเปนปขาวอยู่แล้วสวรรคต แต่งการถวายพระเพลิงแล้ว ฝ่ายเจ้าพญาศรีราชา เจ้าพญาเดียรราชา พี่น้องรบชิงราชสมบัติกัน เจ้าพญาศรีราชาผู้พี่แตกไปตั้งอยู่ณเมืองเชอระโยง เจ้าพญาเดียรราชาได้เสวยราชย์อยู่เมืองพระนครหลวง ทรงพระนามสมเด็จพระศรีโสไทย ฝ่ายเจ้าพญาศรีราชายกกองทัพมารบพระศรีโสไทยผู้น้อง ๆ จับเจ้าพญาศรีราชาได้ ให้ฆ่าเสียตำบลโพล้างดาว ๚

๏ ขณะเมื่อสมเด็จพระศรีโสไทยเสวยราชย์มานั้นมิได้ไว้พระไทยพระธรรมราชา จะให้ฆ่าเสีย นางเกสรผู้เปนพระไอยกีรู้เหตุให้ลอบทูลเจ้าพญาธรรมราชา ๆ หนีไปอาไศรยณบ้านตรันอาก ซ่องสุมผู้คนได้เปนอันมาก แล้วยกกองทัพมารบพระศรีโสไทย พระศรีโสไทยทานมิได้หนีไปอยู่บ้านจงระนัก ซ่องสุมรี้พลได้เปนอันมาก ยกกลับมารบเจ้าพญาธรรมราชา เจ้าพญาธรรมราชาหนีไปอยู่บ้านทำเลอมเหนือเขาพนมรุ้ง เกลี้ยกล่อมชาวบ้านชาวเมืองตวันออกได้พร้อมมูลยกกองทัพกลับมารบได้เมือง พระศรีโสไทยหนีมาอยู่ตำบลปรำบีโฉมเมืองลแวก จึงให้เจ้าไชยมนตรีขุนนางยกกองทัพไปตั้งอยู่ตำบลตรวยลังว้า ฝ่ายพระธรรมราชา ขณะเมื่อหนีไปอยู่ทำเลอมนั้น ได้เปนมิตรสันถวะกันกับเจ้ากวย ครั้นได้พระนครหลวงแล้ว จึงให้มีหนังสือกำหนดไปขอกองทัพเจ้ากวย ณเมืองตบง ขมุม ให้ยกมาช่วยรบพระศรีโสไทยณเมืองลแวก ครั้นได้กำหนดกองทัพเจ้าพญาธรรมราชากับกองทัพกวยก็ยกไปรบพระศรีโสไทย พระศรีโสไทยทานมิได้ก็ทิ้งครัวเสียหนีไป กองทัพพระธรรมราชาจับได้พระสนมแลพรรคพวกพระศรีโสไทยเปนอันมาก แลเจ้าไชยมนตรีนั้นนำนักนางพระเกษมเหษีพระนารายน์รามาธิบดีหนีไปอยู่เมืองโพธิสัตว พระศรีโสไทยนั้นหนีเข้าไปพระนครศรีอยุทธยา แลเจ้าพญาราชบุตรนักนางพระเกษนั้นขึ้นเสวยราชย์อยู่ณเมืองโพธิสัตว ฝ่ายพระธรรมราชายกกองทัพตามไปรบถึงเมืองโพธิสัตวเจ้าพญายกออกรบต้านทาน เจ้าพญาธรรมราชาเห็นเหลือกำลังก็ถอยมาตั้งอยู่เมืองบริบูรณ์ ฝ่ายมหาพัน กะเหรี่ยงขุนครุธ พาพรรคพวกมาอยู่รักษาเจ้าพญาเมืองโพธิสัตว ๚

ที่มา

เครื่องมือส่วนตัว