บันทึกความทรงจำบางเรื่อง

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ข้อมูลเบื้องต้น

บันทึกความทรงจำบางเรื่อง

ของ หม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต

คำนำ

บันทึกความทรงจำของแม่นี้ ท่านจดลงไว้ด้วยความตั้งทัยที่จะให้พิมพ์เป็นหนังสือแจกในงานพระราชทานเพลิงศพของท่านเอง ลูกๆ จึงได้จัดพิมพ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของท่าน ตามธรรมดาแม่ไม่ใช่นักเขียน แม้แต่จะเขียนจดหมายถึงลูกๆ หลานๆ ท่านก็มักบ่นว่า "เขียนไม่เป็น ไม่รู้จะเขียนอย่างไร" อยู่เสมอ ฉะนั้นหนังสือบันทึกความทรงจำนี้คงจะทำความประหลาดใจให้แก่ผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับท่านเป็นอันมาก เหตุที่ท่านมีมานะพยายามเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงไว้ได้ถึงเพียงนี้ เป็นเพราะท่านมีควมปรารถนาอันแน่วแน่ที่จะบันทึกเรื่องที่เกี่ยวกับสองพระองค์ที่ท่านรักอย่างยิ่งนั้นไว้ มิให้สูญไปเสียนั่นเอง ถ้าท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์หรือความเพลิดเพลินจากบันทึกความทรงจำของแม่นี้บ้างแม้เพียงเล็กน้อย และหากมีญาณวิถีที่จะทรงทราบได้ ท่านก็คงจะทรงยินดีเป็นอันมาก

คำปรารภ

เหตุที่ข้าพเจ้าคิดจดความจำนี้ขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้เชิญพระศพทูนหม่อมมาจากเกาะชวา ตั้งพระศพที่พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตร เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑ ถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๑ กองทัพเรือได้บำเพ็ญกุศลถวาย เป็นเวลาที่ข้าพเจ้าสบาย จึงได้ไปในงานพิธีนี้ด้วย เมื่อได้เห็นนายทหารเรือทั้งกองขึ้นไปบนพระที่นั่ง ก็ไม่รู้จักใครเลยสักคนเดียว ข้าพเจ้าขอบใจมากที่กองทัพเรือยังไม่ลืมทูนหม่อม แต่รู้สึกเศร้าใจอย่างไรพิกล เมื่อเสร็จพิธีกุศลแล้ว หลวงสินธุ์สงครามชัย แม่ทัพเรือ ได้ถามลูกชายว่าทูนหม่อมได้ทรงทำการสิ่งใดในทหารเรือบ้าง ลูกชายบอกว่า "ถามแม่คงจะตอบได้ดี" หลวงสินธุ์ฯ จึงได้ลุกมาหาและสอบถามข้าพเจ้าถึงเรื่องทูนหม่อมทรงงานสิ่งใดระหว่างทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ข้าพเจ้ากำลังตื้นตันไปด้วยความเศร้าเลยบอกปฏิเสธไปว่าไม่ทราบ เขาได้ถามถึงเรื่องเพลงต่างๆ ที่ทรงแต่งประทานแตรวงทหารเรือ หลวงสินธุ์ฯ ได้ถามถึงร่าง ข้าพเจ้าได้ตอบว่าไม่มี หลวงสินธุ์ฯ ได้พูดต่อไปว่าคงจะสูญหายตอนสงคราม ภายหลังข้าพเจ้าฟังวิทยุ ได้ยินแตรทหารเรือบรรเลงเพลงแขกมอญบางขุนพรหม และดอกไม้ไทรที่ทูนหม่อมทรงแต่ง หลวงสินธุ์ฯ คงจะไม่ทราบว่าเป็นเพลงของทูนหม่อม หลวงสินธุ์ฯ คนนี้ข้าพเจ้าเคยเห็นครั้งแรกเมื่อพระยาราชวังสันพี่ชายพาไปทูลลาทูนหม่อมเพื่อไปศึกษาวิชาทหารเรือยังต่างประเทศ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ที่ได้เห็นและได้พูดด้วย หลวงสินธุ์ฯ ปรารภว่าจะพิมพ์หนังสือแจกในงานถวายพระเพลิงพระศพทูนหม่อม ข้าพเจ้าแนะนำให้วานพระยาศราภัยฯ แต่งจะได้เรื่องละเอียดดี เพราะเขาทำงานใกล้ชิดกับทูนหม่อมอยู่หลายปีตลอด จนออกจากทหารเรือ

ภายหลังข้าพเจ้ามานึกเสียใจที่ได้ปฏิเสธหลวงสินธุ์ฯ ไป เพระแท้จริงเรื่องที่เสด็จไปทรงงานทหารเรือ บัดนี้ไม่มีใครค่อยทราบกันแล้วว่าได้ทรงทำอะไรบ้าง เพราะผู้ที่ทำงานร่วมกันกับท่านครั้งนั้นก็เป็นคนผู้ใหญ่ทั้งนั้น เวลานี้ก็ล่วงลับไปหมดแล้ว เมื่อแรกเสด็จไปทรงงานพระชันษายังไม่เต็ม ๒๓ ปี ข้าพเจ้าอายุ ๑๗ ปีเศษ ผู้ที่ทำงานร่วมกับท่านมามากคือ มหาแสง นนทสุต (พระแสงสิทธิการ) ซึ่งเป็นเสมียนประจำพระองค์ ภายหลังได้เป็นนายเวร เป็นผู้ร่างคำสั่งและข้อบังคับต่างๆ บัดนี้ก็ถึงแก่กรรมไปแล้ว

ข้าพเจ้าจึงได้มารื้อฟื้นความทรงจำขึ้น และจดเรื่องราวตามที่ทราบจากทูนหม่อมทรงเล่าประทานเท่าที่จะจำได้ แต่อาจจะมีผิดพลาดสับสนกันโดยนำเรื่องก่อนมาเล่าทีหลังและเรื่องเกิดทีหลังมาเล่าก่อน เพราะเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้มิได้บันทึกไว้ และขณะที่มาเขียนความทรงจำลงนี้ อายุข้าพเจ้าก็เข้า ๖๒ ปีแล้ว ขอให้ท่านทั้งหลายที่ได้อ่านหนังสือนี้จงถือเพียงว่าได้ฟังยายแก่เล่านิทานเท่านั้น สำหรับลูก, หลาน, เหลน ของข้าพเจ้า ก็จะได้ทราบว่าบรรพบุรุษของตนได้ทำงานให้กระทรวงทหารเรือเจริญขึ้นได้อย่างไร.

เชิงอรรถ

ที่มา

บันทึกความทรงจำบางเรื่อง ของหม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต

พิมพ์ในงานเมรุ ณ สุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙

เครื่องมือส่วนตัว