|
|
| | ๏ นิราศรักหักใจอาลัยหวน | |
|
| ไปพระแท่นดงรังตั้งแต่ครวญ | | มิได้ชวนขวัญใจไปด้วยกัน | |
|
| ด้วยอยู่ห่างต่างบ้านนานนานปะ | | เหมือนเลยละลืมนุชสุดกระสันต์ | |
|
| แต่น้ำจิตคิดถึงทุกคืนวัน | | จะจากกันทั้งรักพะวักพะวน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ในปีวอกนักษัตรอัฐศก | | ชะตาตกต้องไปถึงไพรสณฑ์ | |
|
| ลงนาวาหน้าวัดพระเชตุพน | | พี่ทุกข์ทนถอนใจครรไลจร | |
|
| เหลืออาลัยเหลียวหลังจะสั่งน้อง | | เฝ้ามองมองมุ่งเขม้นไม่เห็นสมร | |
|
| เห็นวัดโพธิ์โสภาสถาพร | | สง่างอนงามพริ้งทุกสิ่งอัน | |
|
| โอ้วัดโพธิ์เป็นวัดกษัตริย์สร้าง | | ไม่โรยร้างรุ่งเรืองดังเมืองสวรรค์ | |
|
| แต่ตัวเรียมร้างนุชสุดรำพัน | | สักกี่วันจะได้คืนมาชื่นชม | |
|
| ขอเชิญเทพรักษามารศรี | | อย่าให้มีอันตรายเท่าปลายผม | |
|
| ถึงคนอื่นขืนแข่งมาแต่งลม | | ขออย่าให้ทรามชมนั้นยอมยิน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ พี่สั่งพลางโศกพลางมากลางน้ำ | | ถึงหน้าตำหนักแพกระแสสินธุ์ | |
|
| เห็นนางในใสสดหมดมลทิน | | ทำดีดดิ้นดัดจริตสะกิดกัน | |
|
| พี่ชมโฉมนางงามเมื่อยามโศก | | แสนวิโยคถึงนุชสุดกระสันต์ | |
|
| ทำเมินเฉยเลยลับไปฉับพลัน | | พี่กลืนกลั้นอาลัยไว้ในทรวง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาตะบึงถึงคลองบางกอกน้อย | | ยิ่งเศร้าสร้อยเสียใจเป็นใหญ่หลวง | |
|
| โทมนัสกลัดกลุ้มถึงพุ่มพ่วง | | จนเลยล่วงครรไลเข้าในคลอง | |
|
| เห็นตลาดท้องน้ำประจำขาย | | บ้างแจวพายอึงอื้อมาซื้อของ | |
|
| เห็นสาวสาวแม่ค้าน่าประคอง | | พี่มองมองประตาน่าเอ็นดู | |
|
| ชั่งงามเหมือนโฉมเฉลาเยาวยอด | | ยังไม่ถอดกำไรใส่ตุ้มหู | |
|
| น่าสงสารคอนพายมาขายพลู | | ถ้าได้อยู่กับพี่จะดีครัน | |
|
| พี่จะได้ครอบครองเป็นสองฝ่าย | | ไม่หน้าหน่ายแก้วตาจนอาสัญ | |
|
| โอ้ว่าจิตคิดไปไม่ได้กัน | | รักเท่านั้นเถินอย่ารักเอานักเลย ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงวังหลังเป็นวังสงัดเงียบ | | เย็นยะเยียบรักรานนิจาเอ๋ย | |
|
| แต่ก่อนเปรื่องเรืองฟ้าสง่าเงย | | พระคุณเคยปกเกล้าชาวบูรี | |
|
| สามพระองค์ทรงชำนาญในการศึก | | ออกสะอึกราญรบไม่หลบหนี | |
|
| แต่ครั้งพวกพม่ามาราวี | | พระต้อนตีแตกยับอัปรา | |
|
| ทุกวันนี้มีแต่พระนามเปล่า | | พระผ่านเกล้านิพพานนานหนักหนา | |
|
| เสียดายองค์พงศ์ขษัตริย์ขัติยา | | ชลนานองเนตรสังเวชวัง | |
|
| แล้วหวนคิดถึงนุชยิ่งสุดหมอง | | พี่มิได้อยู่ครองเหมือนแต่หลัง | |
|
| จะร่วงโรยแรมร้างเหมือนอย่างวัง | | อนิจจังจากมายิ่งอาลัย ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบ้านบุบุขันสนั่นก้อง | | เขาหลอมทองเทถ่ายละลายไหล | |
|
| ทรวงพี่ร้อนเหมือนหนึ่งทองในทองไฟ | | ทำกระไรร้อนเราจะเบาบาง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงวัดทองทองทาบอยู่ปลาบเปล่ง | | พี่แลเล็งเนื้อทองยิ่งหมองหมาง | |
|
| คิดไปถึงแหวนทองของน้องนาง | | เคยสำอางใส่อวดประกวดกัน | |
|
| พี่เคยขอแหวนยอดน้องทอดให้ | | มาสอดใส่นิ้วขวับแล้วรับขวัญ | |
|
| โอ้อกเอ๋ยเคยชื่นทุกคืนวัน | | คิดถึงขวัญนัยนาให้อาวรณ์ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงวัดชีปะขาวให้เศร้าสร้อย | | นาวาลอยลับไปไกลสมร | |
|
| พี่กล้ำกลืนโศกาอาทร | | สะท้อนถอนจิตใจไม่สบาย ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงตำบลบางระมาดอนาถจิต | | เหมือนพี่คิดมุ่งมาดสวาทหมาย | |
|
| ก็ได้สมชมน้องประคองกาย | | แล้วกลับกลายพลัดพรากไปจากทรวง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงวัดไก่เตี้ยยิ่งเสียจิต | | พี่นิ่งคิดเสียดายไม่หายห่วง | |
|
| ยิ่งแลลับแก้วตาสุดาดวง | | ครรไลล่วงล่องลอยนาวามา ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงวัดพิกุลให้ฉุนชื่น | | หอมระรื่นดอกดวงพวงบุปผา | |
|
| ดอกพิกุลหล่นกลาดดาษดา | | ถ้าน้องมาเห็นจะเก็บไว้ร้อยกรอง | |
|
| น่าถนอมหอมกรุ่นพิกุลเอ๋ย | | แมลงภู่เชยคลึงเคล้าเป็นเจ้าของ | |
|
| แต่ตัวเรามิได้อยู่เป็นคู่ครอง | | ทิ้งให้น้องโหยหนอยู่คนเดียว | |
|
| สักเมื่อไรจะได้กลับมารับขวัญ | | เห็นหลายวันยังจะไปถึงไพรเขียว | |
|
| เป็นทุกข์ถึงน้องหญิงจริงจริงเจียว | | พี่ก็เปลี่ยวเปล่าใจอาลัยครวญ | |
|
| ดูเพื่อนกันที่เขามาเป็นผาสุก | | ไม่มีทุกข์ทัศนาพฤกษาสวน | |
|
| บ้างก็ชี้ชมพวงมะม่วงพรวน | | บ้างก็ชวนชักชี้ให้พี่ดู | |
|
| เห็นต้นไม้ชื่อพ้องกับน้องรัก | | เพื่อนเขาทักถูกชื่อให้ครือหู | |
|
| พี่ก้มหน้านิ่งเฉยไม่เงยดู | | กลัวเขารู้เรื่องราวจะฉาวไป ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ เห็นไม้โศกเป็นดอกออกระดะ | | โศกปะทะสองซ้ำจะทำไฉน | |
|
| โอ้โศกต้นเข้าระคนกับโศกใจ | | ทำกระไรโศกเราจะเบาลง | |
|
| เห็นดงรักริมคลองทั้งสองฟาก | | ยิ่งรักมากมัวจิตพิศวง | |
|
| พี่รักดอกรักจูบรักรูปทรง | | รักจนหลงเหลือรักหนักอุรา | |
|
| เห็นรักหักเหมือนรักพี่เริดร้าง | | จะเว้นว่างเชยชิดกนิษฐา | |
|
| ยิ่งคิดถึงงามชื่นกลืนน้ำตา | | แล้วรีบมาในวนชลธาร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบางกรวยให้ระทวยระทดทอด | | แทบม้วยมอดมรณังสิ้นสังขาร | |
|
| พี่แข็งขืนกลืนกล้ำที่รำคาญ | | ทำชื่นบานแย้มเยื้อนกับเพื่อนกัน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาตะบึงลุถึงบางอ้อยช้าง | | ไม่วายว่างวิโยคยิ่งโศกศัลย์ | |
|
| นั่งคะนึงถึงนุชสุดรำพัน | | แล้วผายผันรีบมาในวาริน | |
|
| กระทั่งถึงบางขนุนให้ขุ่นจิต | | นั่งพินิจนึกในน้ำใจถวิล | |
|
| เห็นขนุนหนามหนาไม่น่ากิน | | แต่รสกลิ่นภายในชอบใจคน | |
|
| เหมือนรูปชั่วใจดีเจ้าพี่เอ๋ย | | ไม่เลือกเลยสุดแท้แต่กุศล | |
|
| ที่รูปดีใจชั่วตัวซุกซน | | ไม่เป็นผลคบยากลำบากใจ | |
|
| แต่ตัวน้องของพี่นี้ดีพร้อม | | ควรถนอมแนบชิดพิสมัย | |
|
| งามประเสริฐเพริศพริ้งทุกสิ่งไป | | ทั้งน้ำใจดีนักน่ารักจริง | |
|
| โอ้อาลัยใจหายเสียดายโฉม | | เคยประโลมเลียมกอดแม่ยอดหญิง | |
|
| มาพลัดพรากจากนุชสุดประวิง | | อนาถนิ่งหนาวใจอยู่ในเรือ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงบางขุนกองให้หมองหมาง | | ระยะทางที่จะไปยังไกลเหลือ | |
|
| โอ้แต่นี้มีแต่จะหนาวเนื้อ | | ไม่ได้เสื้อมาห่มยิ่งตรมใจ | |
|
| สุดรำพันอั้นอกวิตกนัก | | ด้วยความรักเหลือล้นพ้นวิสัย | |
|
| แต่โศกเราเซ้าซี้พิรี้พิไร | | จนครรไลล่วงทางมากลางชล ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบ้านจีนจีนมีที่นี่หรือ | | จึงเรียกชื่อจีนจามให้ความฉงน | |
|
| ชื่อบ้านจีนแล้วทำไมไทยปน | | โอ้ตำบลนี้วิบัติอัศจรรย์ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงบ้านนายไกรฤทัยหมอง | | คิดถึงเรื่องไกรทองยิ่งโศกศัลย์ | |
|
| เขาเรืองฤทธิ์คิดฆ่าชาละวัน | | แล้วชมขวัญโฉมศรีวิมาลา | |
|
| เมื่อนางกลับเป็นจระเข้เที่ยวเร่ร่อน | | ไกรทองนอนคนเดียวเปลี่ยวนักหนา | |
|
| คิดถึงน้องร้องไห้ฟายน้ำตา | | อุปมาเหมือนเรานี้เศร้าใจ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงวัดอุทยานรำคาญจิต | | แล้วเพ่งพิศพฤกษาบุปผาไสว | |
|
| เหมือนสวนสวรรค์ขั้นฟ้าสุราลัย | | หอมดอกไม้น่าดมลมรำเพย | |
|
| ถ้าน้องมากับพี่จะชี้บอก | | ว่าโน่นดอกสาระภีเจ้าพี่เอ๋ย | |
|
| รสสุคนธ์คนชมภิรมย์เชย | | เหมือนพี่เคยชมน้องที่ห้องนอน | |
|
| เรียมครวญพลางห่างพ้นตำบลวัด | | โทมนัสน้อยใจอาลัยสมร | |
|
| พระสุริยงทรงรถบทจร | | ก็รีบร้อนเรือมาด้วยเร็วพลัน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบางระนกบางโคเวียงเคียงกันอยู่ | | เหมือนอย่างคู่เชยชมภิรมย์ขวัญ | |
|
| ทั้งสองบางปากบางไม่ห่างกัน | | อัศจรรย์บ้านนี้ดีสุดใจ | |
|
| แต่ตัวพี่ผู้เดียวมาเที่ยวท่อง | | ให้ห่างห้องห่างมิตรพิสมัย | |
|
| เฝ้าครวญคร่ำรำพึงตะบึงไป | | ดั่งเปลวไฟเผาอกวิตกมา ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงโรงหีบเห็นเขาหีบแต่น้ำอ้อย | | ดูหยดย้อยรองไว้ได้นักหนา | |
|
| พี่รักน้องถ้าจะรองเอาน้ำตา | | คงมากกว่าน้ำอ้อยแล้วกลอยใจ | |
|
| ชะรอยรักโฉมฉายมาหลายชาติ | | เป็นบุพเพสันนิวาสหรือไฉน | |
|
| ยิ่งคิดถึงแก้วตาสุดอาลัย | | ในจิตใจพี่นี้ไม่มีสบาย ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบางม่วงเห็นพวงมะม่วงห้อย | | คิดจะสอยก็ไม่สมอารมณ์หมาย | |
|
| จะปีนต้นเล่าก็ยากลำบากกาย | | พี่นึกอายนิ่งอดเหมือนมดแดง | |
|
| อดมะม่วงอดได้พี่ไม่อยาก | | เป็นแต่ปากพูดแยบให้แอบแฝง | |
|
| แต่อดชมพี่นี้ตรมอุราแรง | | ไม่รู้แห่งที่จะอดซึ่งรสชม | |
|
| ชมอื่นก็ไม่ชื่นเหมือนชมน้อง | | ประสมสองสมจิตสนิทสนม | |
|
| ถึงจะได้ดอกฟ้าลงมาดม | | ในอารมณ์พี่ก็ยังไม่ยินดี | |
|
| ไม่ชอบเหมือนทรามเชยพี่เคยชิด | | พี่ยิ่งคิดถึงน้องให้หมองศรี | |
|
| ไม่เห็นกันวันหนึ่งเหมือนครึ่งปี | | หัวอกพี่ร้อนเริงดั่งเพลิงกอง | |
|
| อนาถจิตคิดไปแล้วใจหาย | | ไม่เว้นวายกำสรดสลดหมอง | |
|
| พี่เหลียวกลับลับคุ้งเฝ้ามุ่งมอง | | เรือก็ล่องลอยมาในสาคร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบางใหญ่ใหญ่แต่ชื่อเขาลือเล่า | | ไม่ใหญ่เท่าทุกข์พี่ที่จากสมร | |
|
| พี่ทุกข์เท่าฟ้าดินคิรินทร | | ไม่หยุดหย่อนโศกาน้ำตาคลอ | |
|
| มาตามทางบางใหญ่ไกลนักหนา | | ไม่เห็นหน้าน้องแก้วพี่แล้วหนอ | |
|
| มาถึงด่านด่านเรียกให้เรือรอ | | แล้วเลยต่อไปในวนชลธาร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงวัดส้มเกลี้ยงพอเที่ยงสาย | | สกนธ์กายร้อนเริงดังเหลิงผลาญ | |
|
| เห็นส้มเกลี้ยงน่าจะกลืนให้ชื่นบาน | | เปรี้ยวหรือหวานก็ไม่รู้ดูแต่ตา | |
|
| อันส้มสูกลูกไม้ทั้งหลายหมด | | ไม่เหมือนรสมิ่งมิตรขนิษฐา | |
|
| ครรไลเลยหลีกเลี่ยงส้มเกลี้ยงมา | | ไม่รอรารีบรัดตัดตำบล | |
|
| ไม่รู้จักชื่อบ้านรำคาญจิต | | นั่งพินิจแนวทางมากลางหน | |
|
| จนออกทุ่งมุ่งดูพระสุริยน | | เมฆหมอกมนหมองมัวเหมือนตัวเรา | |
|
| โอ้สงสารสุริยาฟ้าพยับ | | จะเลื่อนลับยุคุนธรศิงขรเขา | |
|
| พระอาทิตย์ดวงเดียวเปลี่ยวเหมือนเรา | | กำสรดเศร้าโศกมาเอกากาย | |
|
| ถึงมีเพื่อนเหมือนพี่ไม่มีเพื่อน | | เพราะไม่เหมือนนุชนาฏที่มาดหมาย | |
|
| มีเพื่อนเล่นก็ไม่เหมือนกับเพื่อนตาย | | มีเพื่อนชายก็ไม่เหมือนกับเพื่อนชม | |
|
| ถึงจะมีวิมานสถานทิพย์ | | ให้ลอยลิบเลิศมนุษย์สุดประถม | |
|
| ถ้าไม่มีคู่เคียงเรียงภิรมย์ | | จะเตรียมตรมตรึกหาเป็นอาจิณ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาตะบึงลุถึงหัวโยงเชือก | | เป็นโคลนเทือกท้องนาชลาสินธุ์ | |
|
| คลองก็เล็กน้ำตื้นเห็นพื้นดิน | | ไม่น่ากินน้ำท่าระอาใจ | |
|
| ต้องจ้างโยงโยงเรือเหลือลำบาก | | ให้ควายลากเรือเลื่อนเขยื้อนไหว | |
|
| ผูกระนาวยาวยึดเป็นพืดไป | | ทั้งเจ๊กไทยปนกันสนั่นอึง | |
|
| ไม่พักแจวพักถ่อให้รอรา | | เป็นราคาจ้างประจำลำสลึง | |
|
| ควายก็เดินดันดังกันกังกึง | | พอเชือกตึงเรือตามกันหลามมา | |
|
| จนพลบค่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อย | | พระจันทร์ลอยเด่นดวงช่วงเวหา | |
|
| ดาวประดับวับวามอร่ามตา | | ดูท้องฟ้าอ้างว้างกลางอัมพร | |
|
| ดูแลทุ่งทุ่งก็กว้างเป็นว่างเปล่า | | เหมือนอกเราว่างเว้นไม่เห็นสมร | |
|
| เห็นแต่ทุ่งกับป่ายิ่งอาวรณ์ | | อนาถนอนนิ่งนึกคะนึงนาง | |
|
| ไม่มีมุ้งยุงกัดสะบัดหนาว | | ทั้งลมว่าวพัดต้องยิ่งหมองหมาง | |
|
| เห็นเพื่อนเรือเมื่อจวนจะรุ่งราง | | มีมุ้งกลางกอดเมียอยู่เคลียคลอ | |
|
| แสนอาภัพก็แต่เราช่างเปล่าปลอด | | ไม่ได้กอดเหมือนอย่างเขาหนอเราหนอ | |
|
| นอนก็อัดอุดอู้คุดคู้งอ | | ในใจคอคับแคบแทบจะตาย | |
|
| ทั้งคับใจคับที่เจ้าพี่เอ๋ย | | ไม่หลับเลยจนสว่างกระจ่างฉาย | |
|
| เขาโยงเรือรีบรุดไม่หยุดควาย | | มาจนสายจึงพ้นตำบลโยง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงด่านบ้านนอกออกแม่น้ำ | | ดูลึกล้ำน่ากลัวตะเข้โขง | |
|
| พี่นั่งขืนเรือไว้มิให้โคลง | | แจวชะโลงล่องน้ำมาลำเดียว ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงลานตากฟ้าเวลาเช้า | | ยิ่งโศกเศร้าเสียใจอาลัยเหลียว | |
|
| เป็นทุ่งนาหญ้ารกวิหคเกรียว | | กะทุงเที่ยวเลียบหนองคอยมองปลา | |
|
| ถ้าแม้นพี่เป็นนกผกโผผิน | | จะโบยบินไปรับมิตรขนิษฐา | |
|
| นี่ตัวพี่เป็นมนุษย์สุดปัญญา | | จะไปมาสารพัดขัดกันดาร | |
|
| ทำกระไรขวัญใจจะได้รู้ | | พี่คิดอยู่ถึงนุชสุดสงสาร | |
|
| เชิญพระพายพัดพาเอาอาการ | | ให้ข่าวสารทราบจิตวนิดา | |
|
| ยิ่งรำพันตันจิตให้คิดถึง | | แทบประหนึ่งจะเด็ดดิ้นสิ้นสังขาร์ | |
|
| เรือก็ล่องตามคลองแม่น้ำมา | | ไม่รอรารีบผลัดกันแจว ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงงิ้วรายหมายคุ้งมุ่งเขม้น | | พี่แลเห็นต้นงิ้วเป็นทิวแถว | |
|
| แต่ตัวน้องพี่มองไม่เห็นแล้ว | | เห็นแต่แนวแม่น้ำนั้นร่ำไป ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงบ้านสามประทวนหวนละห้อย | | น้ำเนตรย้อยซึมโซมชโลมไหล | |
|
| ให้หิวหอบบอบช้ำระกำใจ | | พลางครรไลล่องลอยนาวามา ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงนครไชยศรีมีโรงเหล้า | | เป็นของเมาตัดขาดไม่ปรารถนา | |
|
| ไม่เมาเหล้าเมาแต่รักหนักอุรา | | เมายิ่งกว่าเมาเหล้ายิ่งเศร้าใจ | |
|
| อันเมารักมักหลงพะวงรัก | | ใครจะชักฉุดไว้ก็ไม่ไหว | |
|
| กำลังมึนเมามัวไม่กลัวใคร | | คงจะไปหารักที่พักพิง | |
|
| อันทุกข์โศกโรคร้อนนอนไม่หลับ | | เกิดสำหรับร่างกายทั้งชายหญิง | |
|
| ด้วยรักกันฟั่นเฝือเหลือประวิง | | อนาถนิ่งนอนนึกระลึกกัน | |
|
| พี่พลัดพรากจากรักมาพักนี้ | | แทบชีวีเชษฐาจะอาสัญ | |
|
| ดั่งศรศักดิ์ปักอกวิตกครัน | | ให้อัดอั้นอึดใจครรไลจร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบางแก้วมองเขม้นไม่เห็นแก้ว | | เห็นแต่แนวคงคาพฤกษาสลอน | |
|
| มีวัดหนึ่งโตใหญ่ใกล้สาคร | | สง่างอนช่อฟ้าศาลาตะพาน | |
|
| ดูเบื้องบนอาวาสก็ลาดเลี่ยน | | ต้นตะเคียนร่มรกปกวิหาร | |
|
| มีทั้งสระโกสุมปทุมมาลย์ | | บ้างตูมบานเกสรอ่อนละออ | |
|
| พี่คิดถึงบัวทองของน้องแก้ว | | ยังผ่องแผ้วพรรณรายเสียดายหนอ | |
|
| กำลังสดมิได้เศร้าน่าเคล้าคลอ | | พี่เคยขอชมเล่นไม่เว้นวัน | |
|
| ตั้งแต่พี่พลัดพรากมาจากน้อง | | มิได้ต้องบัวทองประคองขวัญ | |
|
| ชมแต่บัวริมน้ำยิ่งรำพัน | | แสนกระสันต์โศกเศร้าจนเข้าคลอง | |
|
| พระสุริย์ฉายสายแสงขึ้นแข็งกล้า | | รับเรือมามิได้หยุดพี่สุดหมอง | |
|
| ยิ่งร้อนแดดแผดพยับอับละออง | | ไม่ผุดผ่องผิวคล้ำระกำใจ | |
|
| โอ้อกเอ๋ยเคยอยู่แต่ร่มร่ม | | ได้เชยชมชิดน้องไม่หมองไหม้ | |
|
| ถึงจะร้อนก็คงเย็นไม่เป็นไร | | แม่ดวงใจเคยพัดให้พี่นอน | |
|
| เมื่อยามหนาวแนบกายพี่หายหนาว | | ไม่ขดคราวเป็นสุขสโมสร | |
|
| เมื่อไรอีกจะได้แนบอุระนอน | | จะอาวรณ์วุ่นวายไปหลายวัน | |
|
| โอ้ปานนี้แก้วพี่จะเป็นไฉน | | สำราญใจหรือว่าน้องจะโศกศัลย์ | |
|
| พี่จากเจ้าเยาวมาลย์มานานครัน | | ยังไม่ทันสั่งความแม่ทรามเชย | |
|
| เป็นแต่ลอบชมชิดไม่สิทธิ์ขาด | | แรมนิราศร้างมานิจจาเอ๋ย | |
|
| ถ้าแม้นมาดคลาดเคลื่อนไม่เหมือนเคย | | ไม่อยู่เลยจะสู้ตายด้วยอายคน | |
|
| ขอเดชะความรักเป็นหลักแหล่ง | | ช่วยตบแต่งให้เขาเห็นว่าเป็นผล | |
|
| ขอเชิญเทพทุกสถานพิมานบน | | ช่วยเข้าดลใจมิตรให้ติดตาม ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ รำพันพลางทางมาถึงวัดสิงห์ | | พี่นั่งนิ่งนึกไปฤทัยหวาม | |
|
| ประณมหัตถ์ทัศนาพระอาราม | | แล้วมาตามคลองน้อยละห้อยใจ ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงวัดท่าเป็นท่าที่เรือจอด | | ไปเปล่าปลอดเรือแพแลไสว | |
|
| สิ้นหนทางคงคาชลาลัย | | จะขึ้นไปเดินป่าพนาวัน | |
|
| สัปบุรุษหยุดเรืออยู่พร้อมหน้า | | เสียงเฮฮาอึงอื้อหฤหรรษ์ | |
|
| เป็นพวกพ้องเข้าประสบสมทบกัน | | จะผายผันพวกเดียวก็เปลี่ยวใจ | |
|
| ไปจ้างเกวียนชาวนาสิบห้าเล่ม | | บรรทุกเต็มพร้อมกันเสียงหวั่นไหว | |
|
| ทั้งหนุ่มสาวเถ้าแก่ออกแซ่ไป | | จะเดินไพรให้สนุกไม่ทุกข์ร้อน | |
|
| เขาออกเกวียนพร้อมหน้าเวลาบ่าย | | แลดูควายเดินระดับสลับสลอน | |
|
| เจ้าของหวดตะพดให้บทจร | | เกวียนสะท้อนกงสะเทือนเขยื้อนดัง | |
|
| ดูดุมวงกงหมุนเป็นฝุ่นฟุ้ง | | คนเดินมุ่งมาดมาทั้งหน้าหลัง | |
|
| ถืออาวุธกันภัยระไวระวัง | | ไม่รอรั้งรีบมาเป็นช้านาน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงบ้านธรรมศาลาพนาสณฑ์ | | เป็นบ้านคนใหญ่โตรโหฐาน | |
|
| เขาบอกว่าบ้านนั้นแสนกันดาร | | ตำข้าวสารกรอกหม้อแต่พอกิน | |
|
| ดูเหย้าเรือนเคหาน่าสังเวช | | เต็มทุเรศรุงรังไปทั้งสิ้น | |
|
| ถึงยากจนทนสู้เขาอยู่ชิน | | ไม่ทิ้งถิ่นที่ทางให้ร้างโรย | |
|
| แต่ตัวเราร้างนุชมาสุดเนตร | | แสนทุเรศร่ำไห้ไม่วายโหย | |
|
| ไม่มีความแช่มชื่นสะอื้นโอย | | มีแต่โกยทุกข์ล้นมาเดินทาง | |
|
| ดูคนอื่นชื่นแช่มเขาแย้มยิ้ม | | ไม่เหงาหงิมเหมือนพี่ที่หมองหมาง | |
|
| พูดผู้หญิงหยอกเอินให้เพลินพลาง | | มาตามทางหิมวันสนั่นมา ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงพระโฑณารามพราหมณ์เขาสร้าง | | เป็นพระปรางค์แต่บูราณนานนักหนา | |
|
| แต่ครั้งตวงพระธาตุพระศาสดา | | พราหมณ์ศรัทธาสร้างสรรค์ไว้มั่งคง | |
|
| บรรจุพระทะนานทองของวิเศษ | | พี่น้อมเกศโมทนาอานิสงส์ | |
|
| จุดธูปเทียนอภิวันท์ด้วยบรรจง | | ถวายธงแพรผ้าแล้วลาจร | |
|
| ดูสองข้างมรรคาล้วนป่าไผ่ | | คนตัดใช้ทุกกอตอสลอน | |
|
| หนามแขนงแกว่งห้อยรอยเขารอน | | บ้างเป็นท่อนแห้งหักทะลักทะลุย | |
|
| ที่โคนไผ่ไก่ป่ามาซุ่มซุก | | บ้างกกกุกเขี่ยดินกินลุกขลุ่ย | |
|
| พอเห็นคนวนบินดินกระจุย | | เห็นรอยคุ้ยรอบข้างหนทางจร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ บรรลุถึงพระประธมประทับหยุด | | สัปบุรุษเซ็งแซ่แลสลอน | |
|
| แวะขึ้นไปไหว้พระประธมประณมกร | | สโมสรโสมนัสนมัสการ | |
|
| ต่างระรื่นชื่นจิตพิศวง | | เทียวเวียนวงไหว้รอบขอบสถาน | |
|
| พระปรางค์ใหญ่มีอยู่แต่บูราณ | | สูงตระหง่านยอดเยี่ยมเทียมอัมพร | |
|
| มีบันไดขึ้นไปถึงทักษิณ | | แลเห็นสิ้นทุกทิศจิตสยอง | |
|
| ดูต้นไม้ในป่าเหมือนหญ้าบอน | | ระเนนนอนแนบชิดติดสุธา | |
|
| ดูแผ่นดินรายรอบเป็นขอบคัน | | เป็นหมอกควันแลไปไกลนักหนา | |
|
| ข้างพื้นล่างกลางลานชานชลา | | มีพฤกษาร่มรื่นเป็นพื้นทราย | |
|
| พี่ชมพลางทางนบอภิวาท | | สุคนธชาติบุปผาบูชาถวาย | |
|
| สัปบุรุษพร้อมพรั่งทั้งหญิงชาย | | กราบถวายวันทาแล้วลาลง | |
|
| เที่ยวเลี้ยวลัดทัศนาพระอาวาส | | ดูอนาถน้ำจิตพิศวง | |
|
| บริเวณวัดวาเป็นป่าดง | | ดูงวยงงร่วงรามาช้านาน | |
|
| พระประธมของบรมกษัตริย์สร้าง | | เป็นพระปรางค์ใหญ่โตรโหฐาน | |
|
| สูงเท่านกเขาเหินเกินทะยาน | | พระยาพาลก่อสร้างไว้ล้างกรรม | |
|
| เธอหลงฆ่าบิตุรงค์ทิวงคต | | เขารู้หมดเรื่องความไม่งามขำ | |
|
| เธอทำผิดคิดเห็นไม่เป็นธรรม | | จึงกลัวกรรมก่อสร้างพระปรางค์ทอง | |
|
| พี่ได้ฟังเรื่องราวเขาเล่ามาก | | เมื่อยามยากนึกไปฤทัยหมอง | |
|
| ไหว้พระปรางค์ทางนึกระลึกน้อง | | ให้ตามตรองเตรียมใจครรไลลา | |
|
| มาถึงเกวียนเจียนใจจะขาดหาย | | เหลียวดูซ้ายแล้วก็แปรมาแลขวา | |
|
| เห็นผู้หญิงอื่นอื่นไม่ชื่นตา | | แล้วรีบมาพร้อมกันสนั่นดัง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ข้ามห้วยหนองคลองบึงถึงอ้ายก้อง | | สกุณร้องรัญจวนถึงนวลหงส์ | |
|
| พอโพล้เพล้เวลาจะค่ำลง | | ให้งวยงงง่วงเหงาเศร้าฤทัย | |
|
| เสียงจักจั่นแจ้วแจ้วให้แว่วหวาด | | หนาวอนาถนึกน่าน้ำตาไหล | |
|
| ยะเยือกเย็นเส้นหญ้าพนาลัย | | วังเวงใจจรมาในราตรี | |
|
| แล้วหยุดนอนในป่าเวลาดึก | | คะนึงนึกถึงน้องยิ่งหมองศรี | |
|
| หักใบไม้ปูลาดกวาดธุลี | | กองอัคคีรอบเกวียนเวียนระวัง | |
|
| บ้างกินโภชนากระยาหาร | | ต่างสำราญสู่สมอารมณ์หวัง | |
|
| บ้างก็หาร่มไม้ชิดให้ปิดบัง | | พอยับยั้งกายตามยามกันดาร | |
|
| แต่ตัวพี่นอนกลางหว่างต้นไม้ | | ยกมือไหว้เทวดาพฤกษาสาณฑ์ | |
|
| อย่าให้มีโพยภัยสิ่งใดพาน | | นมัสการแปดทิศแล้วนิทรา | |
|
| จนดึกดื่นเดือนสว่างกระจ่างแจ้ง | | จำรัสแสงส่องสอดลอดพฤกษา | |
|
| น้ำค้างพรมลมว่าวหนาวอุรา | | พี่ห่มผ้าซ้อนผืนไม่ชื่นใจ | |
|
| ไม่อุ่นเหมือนแนบกายสายสวาท | | โศกไสยาสน์เกลือกกลับไม่หลับใหล | |
|
| ลุกขึ้นนั่งหลังอิงแล้วผิงไฟ | | ได้ยินไก่เถื่อนขันสำคัญยาม | |
|
| เสียงจังหรีดกรีดกริ่งระหริ่งร้อง | | เย็นสยองเยี่ยมย่างเข้ายามสาม | |
|
| จนแสงทองส่องฟ้าสง่างาม | | เรืองอร่ามรุ่งรางสว่างวัน | |
|
| ต่างคนก็ตื่นขึ้นพร้อมหน้า | | แล้วรีบมาเร็วไวในไพรสัณฑ์ | |
|
| ระยะทางกลางไพรยังไกลครัน | | แรมอรัญทุเรศสังเกตมา | |
|
| หนทางเกวียนเตียนโล่งตลอดลิ่ว | | สะพรั่งทิวแถบไม้ไพรพฤกษา | |
|
| ระบัดใบรมรื่นพื้นสุธา | | ดาษดาดอกดวงก็ร่วงราย | |
|
| บ้างทรางผลหล่นหนักเป็นอักนิฐ | | ไม่พักปลิดก็ได้ดังใจหมาย | |
|
| ถ้าน้องมาเห็นจะพาพี่สบาย | | จะชวนสายสุดที่รักให้ชมดง | |
|
| ถ้าเหาะได้พี่จะกลับไปรับน้อง | | มาชมท้องทุ่งท่าป่าระหง | |
|
| ยิ่งคิดถึงมิ่งมิตรจิตพะวง | | แทบจะปลงชีวาลีลาจร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงลาดหญ้าไทรหัวใจหาย | | ตะวันสายเสียใจด้วยไกลสมร | |
|
| เห็นไฟป่าไหม้ป่ายิ่งอาวรณ์ | | ทรวงพี่ร้อนเริงแรงดังแสงไฟ | |
|
| เห็นลมพัดหัดควันไปปั่นป่วน | | เหมือนลมหวนโหยจิตพิสมัย | |
|
| เห็นหนองน้ำน้ำชุ่มสนุ่นไคล | | เหมือนน้ำใจที่พี่ช้ำระกำตรอม | |
|
| ไม่มีสุขทุกข์โศกด้วยโรครัก | | อกจะหักเสียด้วยร้างห่างถนอม | |
|
| เดินก็เหนื่อยเมื่อยหนักสะบักสะบอม | | จนซูบผอมผิวคล้ำสิ้นน้ำนวล ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงโป่งลูกวัวน่ากลัวผี | | เสียงชะนีโหยไห้พิไรหวน | |
|
| พี่คิดว่าเสียงนางมาครางครวญ | | ให้รัญจวนจรมาในอารัญ | |
|
| เห็นต้นไทรใหญ่โตรโหฐาน | | สูงตระหง่านเงื้อมป่าพนาสัณฑ์ | |
|
| พี่หยุดยั้งนั่งนบอภิวันท์ | | พลางรำพันนึกในฤทัยปอง | |
|
| คิดถึงเรื่องอุณรุทกับอุษา | | พระไทรพาอุ้มสมภิเษกสอง | |
|
| แล้วเทวาพาพรากมาจากน้อง | | พระร่ำร้องหานางเหมือนอย่างเรา | |
|
| พี่จากนุชสุดใจมาไกลนัก | | ไม่เห็นพักตร์ทรามประโลมโฉมเฉลา | |
|
| เห็นแต่ทิวทางเดินเนินลำเนา | | พี่สร้อยเศร้าโศกาลาพระไทร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงหนองโพธิ์โพธิ์มีที่ริมหนอง | | ต้นโพธิ์ทองปากป่าคนอาศัย | |
|
| ครั้นลมพัดกวัดแกว่งพลิกแพลงใบ | | ที่ภายใต้ร่มรื่นชื่นอุรา | |
|
| พี่นั่งนบอภิวันท์แล้วผันผาย | | ไม่เหือดหายโหยหวนรัญจวนหา | |
|
| เห็นนกไม้ในดงพงพนา | | ไม่เห็นหน้านิ่มมวลยิ่งครวญคราง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงห้วยหมอนทองมองเขม้น | | และไม่เห็นหมอนทองยิ่งหมองหมาง | |
|
| คิดถึงหมอนเคยนอนกับหมอนนาง | | ทั้งหมอนข้างหมอนอิงเคยพิงกาย | |
|
| เจ้าเคยจัดปัดปูไม่รู้ขาด | | พี่ไสยาสน์ด้วยทุกคืนไม่ตื่นสาย | |
|
| มาเดินป่าคราวนี้ไม่มีสบาย | | ใบไม้รายรองนอนหมอนไม่มี | |
|
| โอ้สงสารอาตมานิจจาเอ๋ย | | ยังไม่เคยจากน้องจึงหมองศรี | |
|
| ช่างจำเพาะเคราะห์ร้ายเมื่อปลายปี | | ไม่มีดีขัดสนพ้นประมาณ | |
|
| ด้วยราหูจู่จับเข้าทับลักคมน์ | | นิราศรักร้อนใจดังไฟผลาญ | |
|
| พี่รักน้องมิได้อยู่เป็นคู่นาน | | มาเกิดการกำจัดวิบัติเป็น | |
|
| พระเคราะห์พามาไกลถึงไพรสัณฑ์ | | สักกี่วันจะได้กลับมาเล็งเห็น | |
|
| โอ้ที่นอนหมอนข้างจะร้างเย็น | | ใครจะเคล้นเคล้าน้องประคองนอน | |
|
| วิตกพลางทางเลยครรไลล่วง | | ข้ามห้วยห้วงคงคามาสลอน | |
|
| บ้างโห่ร้องกับป่าพนานอน | | ทุเรศร้อนรีบรัดตัดตำบล ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงห้วยกระบอกซอกธารสถานที่ | | หนองจะมีคงคาต่อหน้าฝน | |
|
| ฤดูแล้งแห้งหายสิ้นสายชล | | มีแต่ต้นไม้ล้างข้างลำธาร | |
|
| ต้นซึกซากโศกไทรมะไฟป่า | | เคี่ยมมะค่าคางแคแสมสาร | |
|
| กระเบียนกระบากหมากลิงมะพร้าวตาล | | สุดประมาณหมู่ไม้ที่ในดง | |
|
| ขี้เกียจกล่าวราวป่าจะช้าถึง | | รีบตะบึงมาในไพรระหง | |
|
| จนเบี่ยงบ่ายสายแสงพระสุริยง | | อุตส่าห์ทรงกายเดินดำเนินจร ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ มาถึงห้วยปลากดเขาปลดเกวียน | | เป็นที่เตียนหยุดประทับสลับสลอน | |
|
| ลงอาบน้ำดำเกล้าบรรเทาร้อน | | เห็นสาครลึกซึ้งเป็นบึงโต | |
|
| ทั้งสองฟากครึ้มครึกล้วนพฤกษา | | มีมัจฉาพรั่งพรูอยู่อักโข | |
|
| ฝูงสวายว่ายเรียงเคียงเทโพ | | ดุกชะโดโดดดิ้นเข้ากินไคล | |
|
| ตะเพียนทองล่องลอยอยู่พ้นน้ำ | | กระดี่ดำแหวกว่ายอยู่ไหวไหว | |
|
| ตะโกกกาปลาสร้อยก็ลอยไป | | เข้าแฝงใบจอกกระจับให้ลับกาย | |
|
| ยิ่งชมปลาอารมณ์ให้ร้อนจิต | | นึกถึงคู่ชีวิตแล้วใจหาย | |
|
| ถ้าน้องมาถึงนี่กับพี่ชาย | | จะชวนสายสุดที่รักลงสรงชล | |
|
| พี่จะชี้ให้ดูหมู่มัจฉา | | ที่ว่ายมาเกลือกกลับอยู่สับสน | |
|
| แล้วจะชวนเก็บฝักหักอุบล | | ให้นิรมลชมธารสำราญใจ | |
|
| โอ้ว่าเหล่าเต่าปลานิจจาเอ๋ย | | อย่าผุดเลยหามีใครชมไม่ | |
|
| น้องของเรามิได้ดูด้วยอยู่ไกล | | ผุดให้ใครชมเล่านะเต่าปลา | |
|
| โอ้ว่าน้ำเอ๋ยน้ำในลำห้วย | | น้ำไม่ช่วยล้างทุกข์ให้สุขา | |
|
| ดีแต่ล้างเหงื่อไคลในกายา | | กับล้างหน้าล้างร้อนให้ผ่อนเย็น | |
|
| จะล้างทุกข์ของพี่นี้สุดยาก | | พี่ทุกข์มากอยู่ในใจใครไม่เห็น | |
|
| ชะตาตกอกเอ๋ยไม่เคยเป็น | | มิได้เว้นว่ายวายคลายรำคาญ | |
|
| เห็นสิ่งไรใจหวนให้ครวญคร่ำ | | ทุกย่านน้ำแนวหนองคลองละหาน | |
|
| ใครจะเป็นเช่นพี่ไม่มีปาน | | เหลือประมาณที่รักภัคินี | |
|
| ถึงงามขำทำผิดสักร้อยครั้ง | | พี่ก็ยังรักใคร่ไม่หน่ายหนี | |
|
| ไม่หึงหวงล่วงว่าไม่ด่าตี | | ด้วยปรานีอดออมถนอมกัน | |
|
| ถึงจะรักหญิงอื่นสักหมื่นโกฏิ | | ไม่ปราโมทย์เหมือนนุชสุดกระสันต์ | |
|
| มักเบื่อหน่ายหายงามไม่ข้ามวัน | | ไม่เหมือนขวัญนัยนาสัจจาจริง | |
|
| ถึงสุดสิ้นฟ้าดินไม่สิ้นรัก | | จะฟูมฟักเฝ้าประคองแต่น้องหญิง | |
|
| ถึงยากเย็นเข็ญใจก็ไม่ทิ้ง | | จะรักมิ่งนิรมลจนวันตาย | |
|
| ให้น้องรักรักพี่อย่างนี้บ้าง | | อย่าเริดร้างรสรักให้หักหาย | |
|
| จงคิดถึงยามสะเบยเคยสบาย | | อย่าลืมวายรสร่วมภิรมย์ชม | |
|
| รำพันพลางทางแลดูพวกเพื่อน | | ออกกล่นเกลื่อนรายเรียงเสียงขรม | |
|
| ลงอาบน้ำดำดุดบ้างผุดจม | | เอาโคลนตนขว้างกันสนั่นไป | |
|
| พวกผู้หญิงปลิงกัดสะบัดร้อง | | ขึ้นจากหนองปลดปลิงวิ่งไสว | |
|
| ที่บางคนกล้าแข็งแรงสุดใจ | | ก็แล่นไล่เอาเถิดเกิดพนัน | |
|
| พวกผู้ชายว่ายับอยู่สับสน | | ได้นางคนหนึ่งแรงแข็งขยัน | |
|
| ขยุ้มขยำคลำปะแล้วละกัน | | เสียงสนั่นเฮฮาในวารี | |
|
| แล้วขึ้นจากคงคาเวลาบ่าย | | ทั้งหญิงชายปรีดิ์เปรมเกษมศรี | |
|
| ก็ออกเกวียนพร้อมกันด้วยทันที | | เกวียนของพี่ออกหน้าพากันจร | |
|
| ระรวยรื่นชื่นหอมพะยอมสด | | คันธรสโรยร่วงพวงเกสร | |
|
| ต้องพระพายชายช่ออรชร | | แมลงภู่ฟอนเฝ้าเคล้าประคองชม | |
|
| แมลงภู่เป็นคู่ของบุปผา | | บูราญว่าเห็นจริงทุกสิ่งสม | |
|
| หญิงกับชายก็เป็นคู่ชูอารมณ์ | | ชั่วปฐมกัปกัลป์พุทธันดร | |
|
| ใครมีคู่พลัดคู่ไม่มีสุข | | มักเกิดทุกข์ใหญ่ยิ่งกว่าสิงขร | |
|
| เหมือนตัวเรียมร่ำรักหนักอุทร | | ด้วยจากจรมิได้อยู่เป็นคู่เชย | |
|
| โอ้แม่ดวงพวงพุ่มปทุมทิพย์ | | ดูลิบลิบลอยฟ้านิจจาเอ๋ย | |
|
| พี่ยังจำกลิ่นได้ไม่ลืมเลย | | เป็นคู่เชยชื่นจิตชีวิตเดียว | |
|
| ยิ่งคิดไปใจตื้นสะอื้นไห้ | | พลางครรไลเลยมาในป่าเขียว | |
|
| เห็นค่างลิงวิ่งโลดกระโดดเกรียว | | บ้างกลับเหลียวหลังหลอกตะคอกคน | |
|
| บางลิงก็เกาะกิ่งพฤกษาโหน | | บางลิงโจนจับคว้าผลาผล | |
|
| ขี้เกียจดูหมู่ลิงวิ่งซุกซน | | ก็รีบรนเร็วมาในป่าดอน ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ พระสุริยายอแสงลงแฝงเฝือ | | ถึงพระยาพายเรือไม่หยุดหย่อน | |
|
| ที่ย่านนั้นดูสนุกน่านั่งนอน | | เป็นทรายอ่อนขาวสะอาดประหลาดตา | |
|
| แต่ปางก่อนเป็นลำแม่น้ำกว้าง | | ดูสองข้างยังเห็นเป็นฝั่งฝา | |
|
| แต่น้ำแห้งเหือดหายสายชลา | | เป็นสุธารื่นราบดังปราบลาน | |
|
| ยิ่งพินิจคิดไปแล้วใจหาย | | ก็ผันผายล่องลัดพ้นสถาน | |
|
| พระสุริยงลงลับโพยมมาน | | ก็ข้ามบ้านโป่งมาเข้าป่ารัง ฯ
|
|
|
|
|
| ๏ ถึงพระแท่นแสนสนุกทุกข์ค่อยหาย | | เห็นรังรายใจปลื้มจนลืมหลัง | |
|
| พวกหญิงชายสัปบุรุษก็หยุดยั้ง | | เข้าแอบบังพฤกษาริมอาราม | |
|
| พอพลบค่ำทำที่จะอาศัย | | บ้างปักไม้เกะกะแล้วสะหนาม | |
|
| บ้างกองไฟจุดไต้ตะเกียงตาม | | ดูอร่ามรายเรียงเคียงกันไป | |
|
| แล้วพักผ่อนนอนหลับระงับงีบ | | จะแสงทองส่องทวีปสว่างไสว | |
|
| เอาธูปเทียนบุปผาสุมาลัย | | ชวนกันไปไหว้พระแท่นแผ่นศิลา | |
|
| ในระหว่างนางรังทั้งคู่ค้อม | | คำนับน้อมกิ่งก้านก็สาขา | |
|
| แต่ไม้รังยังรักพระศาสดา | | อนิจจาเราเกิดไม่ทันองค์ | |
|
| เห็นแต่แท่นแผ่นผายังปรากฏ | | แสนกำสรดเศร้าจิตพิศวง | |
|
| น้ำเนตรหยัดหยดย้อยเป็นฝอยลง | | คิดถึงองค์พระสัพพัญญุตญาณ | |
|
| พระองค์โปรดเทวดาและมนุษย์ | | ให้สูงสุดสิ้นโอฆสงสาร | |
|
| พระชนม์ได้แปดสิบก็นิพพาน | | โปรดประทานศาสนาไว้ห้าพัน | |
|
| พระองค์เกิดในบูรีกบิลพัสดุ์ | | เป็นกษัตริย์ศรีสุขเกษมสันต์ | |
|
| มานิพพานในป่าสาละวัน | | ถ้าเกิดทันแล้วจะทูลอาราธนา | |
|
| มิให้องค์ทรงญาณนิพพานก่อน | | ให้ถาวรอยู่สืบพระศาสนา | |
|
| ยิ่งคิดไปใจหายฟายน้ำตา | | แทบชีวาจะพินาศเพียงขาดใจ | |
|
| และเห็นก้อนพระโลหิตประดิษฐาน | | ยิ่งสงสารสังเวชน้ำเนตรไหล | |
|
| ประคองวางกลางเกล้าเฝ้าพิไร | | แล้วกราบไหว้ตั้งวางไว้อย่างเดิม | |
|
| ดูพระแท่นแล้วก็แสนจะสังเวช | | ถ้าเรืองเดชจะนิมิตมณฑปเสริม | |
|
| จะสร้างวัดจัดแจงตกแต่งเติม | | ไว้เฉลิมโลกาสถาพร | |
|
| นี่จนจิตฤทธีหามีไม่ | | ยิ่งคิดไปก็ยิ่งทอดฤทัยถอน | |
|
| โอ้พระแท่นแผ่นเผาอยู่ป่าดอน | | แต่ปางก่อนที่นี่เป็นที่เมือง | |
|
| ชื่อกรุงโกสินรายสบายนัก | | เป็นเอกอัครออกชื่อย่อมลือเลื่อง | |
|
| ทั้งแก้วแหวนเงินทองก็นองเนือง | | ไม่ฝืดเคืองสมบัติกษัตรา | |
|
| มีสวนแก้วอุทยานสำราญรื่น | | ดูดาดดื่นดอกดวงพวงบุปผา | |
|
| ปลูกไม้รังตั้งแท่นแผ่นศิลา | | คือแผ่นผาอันนี้ท่านนิพพาน | |
|
| ของพระยามลราชประสาทไว้ | | ย่อมแจ้งใจทุกประเทศเขตสถาน | |
|
| ที่สำคัญมั่นหมายหลายประการ | | สมนิพพานเรื่องเทศน์สังเกตฟัง | |
|
| แต่บ้านเมืองสูญหายกลายเป็นป่า | | พยัคฆาอาศัยดังใจหวัง | |
|
| พระอุทยานร้างราเป็นป่ารัง | | อนิจจังอนาถจิตอนิจจา | |
|
| เดชะบุญได้นบอภิวาท | | ไม่เสียชาติที่ได้พบพระศาสนา | |
|
| รำพันพลางทางก้มบังคมลา | | ถอบออกมาเที่ยวชมพนมเนิน | |
|
| ขึ้นคิรีที่ถวายพระเพลิงเผา | | บันไดเล่าลดหลั่นเป็นขั้นเขิน | |
|
| ขึ้นถึงยอดทอดตาดูน่าเพลิน | | เหมือนเหาะเหินเห็นรอบขอบมณฑล | |
|
| ดูทางทิศบุรพาน่าวิเวก | | เห็นเทียมเมฆกลุ้มเกลื่อนเลื่อนเวหน | |
|
| ข้างทิศใต้ทิวไม้เป็นหมอกมน | | แลดูคนตัวนิดนิดติดสุธา | |
|
| เห็นเขาใหญ่ไกลตะคุ่มชอุ่มเขียว | | ดูลดเลี้ยวหลายหลากชะวากผา | |
|
| พยับลมกลมกลืนกับพื้นฟ้า | | ทัศนานั่งแลอยู่แต่ไกล | |
|
| พินิจพลางทางเดินบนเนินผา | | เห็นศิลาแวววามงามไสว | |
|
| รรณรายพรายแพรวดูแววไว | | แลวิไลเลื่อมเลื่อมละลานตา | |
|
| บ้างเป็นก้อนกลิ้งกลมบ้างคมแหลม | | เป็นแก้วแกมเกิดก้อนชะง่อนผา | |
|
| เป็นที่เทพนิรมิตด้วยฤทธา | | พิจารณาสมความตามบาลี | |
|
| เป็นก้อนแก้วแวววาบประปราบแสง | | คือเครื่องแต่งพระศพพระชินสีห์ | |
|
| จึงเกิดเป็นบรรพตปรากฏมี | | ด้วยเป็นที่ถวายเพลิงเชิงตะกอน | |
|
| ยิ่งพิศดูภูผาน้ำตาตก | | อยากใคร่ยกโยกยอดให้ถอดถอน | |
|
| มาปลูกฝังตั้งวางกลางนคร | | ให้ถาวรวันทาบูชาชม | |
|
| ยกไม่ไหวจนใจไม่มีฤทธิ์ | | สุดจะคิดขุดหินแผ่นดินถม | |
|
| แล้วลงจากเขาเขินเนินพนม | | เที่ยวเดินชมบุปผาชาติดาษดา | |
|
| เห็นลั่นทมลมพัดสลัดร่วง | | เป็นพุ่มพวงกลิ่นหอมทั้งจอมผา | |
|
| ต้นงอกขึ้นตามพื้นพสุธา | | ดาษดาร่มรื่นด้วยพื้นทราย | |
|
| เป็นสายหยุดหยุดยืนค่อยชื่นจิต | | พี่ยิ่งคิดถึงนุชที่สุดหมาย | |
|
| ได้หยุดชมหยุดเชยเคยสบาย | | ทั้งหยุดก่ายหยุดกอดแม่ยอดรัก | |
|
| มะลิลาเหมือนพี่มาไม่ลาน้อง | | ให้ขัดข้องอุทรดังศรปัก | |
|
| กระลำพักได้พบประสบพักตร์ | | มาไกลนักนึกถึงคะนึงครวญ | |
|
| เห็นนางแย้มเหมือนหนึ่งแก้มแม่แย้มยิ้ม | | ดูเพราพริ้มสุดงามทรามสงวน | |
|
| อบเชยเหมือนพี่เชยเคยชมชวน | | ให้นิ่มนวลนอนแนบแอบอุรา | |
|
| กาหลงเหมือนพี่หลงลานสวาท | | เบญจมาศเหมือนพี่มาดเสน่หา | |
|
| พี่ชมพรรณบุปผาชาติหวาดวิญญาณ | | แล้วชมป่าไม้รังสะพรั่งไป | |
|
| ไม่มีไม้อื่นปนต้นสล้าง | | ดูกิ่งกางคดค้อมน้อมไสว | |
|
| เป็นดอกดวงร่วงผลัดสะบัดใบ | | ที่ภายใต้ราบรื่นด้วยพื้นทราย | |
|
| เสียงเรไรจักกระจั่นสนั่นก้อง | | สกุณร้องเพรียกหูไม่รู้หาย | |
|
| ประดุจเสียงขับรำบำเรอราย | | ร้องถวายพระแท่นในแดนดง | |
|
| ฟังวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์ | | อัศจรรย์จับจิตพิศวง | |
|
| พี่เที่ยวทั่วบริเวณจังหวัดวง | | จนเลยหลงลัดทางมากลางไพร | |
|
| เห็นพะยอมยางยูงสูงสลอน | | ดูซับซ้อนโศกสนต้นไสว | |
|
| ตะลิงปลิงปลิงปรางมะทรางไทร | | ประคำไก่กันเกราสะเดาดง | |
|
| กระถินกระทิมชุมแสงดังแกล้งดัด | | เป็นคันฉัตรชูเชิดระเหิดระหง | |
|
| ปลิงประดู่ปรูเปรียงพุมเรียงดง | | โลดทะนงอินทะนิลและอินจันทน์ | |
|
| เป็นพวงผลหล่นกลาดลงดาษดื่น | | ระดะพื้นพสุธาวนาสัณฑ์ | |
|
| มะขามป้อมน้อมกิ่งลงชิงกัน | | เสียงสนั่นเฮฮาในป่าดอน | |
|
| พี่เดินพลางทางดูหมู่วิหค | | บ้างโผผกบินจับสลับสลอน | |
|
| นกกะลิงจับกิ่งกาหลงนอน | | กระจาบจรจากรังไปพรั่งพรู | |
|
| อีลุ้มเหล่าเขาชวากระทาขัน | | เบญจวรรณบินผวาเที่ยวหาคู่ | |
|
| นกนางนวลโนรีสีชมพู | | น่าเอ็นดูแต่เจ้าสาลิกาทอง | |
|
| พี่คะนึงถึงสาลิกาแก้ว | | ค่ำลงแล้วใครจะอยู่เป็นคู่สอง | |
|
| จะเศร้าทรวงง่วงงงอยู่กรงทอง | | หรือจะล่วงลอยบินไปกินไกล | |
|
| จวนจะค่ำร่ำตรึกนึกถวิล | | นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน | |
|
| มานอนเพื่อนพี่บ้างในกลางไพร | | ให้ชื่นใจเชษฐาสักราตรี | |
|
| พิลาปร่ำคร่ำครวญชวนละห้อย | | พี่ก็พลอยคร่ำครวญถึงนวลศรี | |
|
| พระสุริยายอแสงแฝงคิรี | | เสียงชะนีโหยหวนรัญจวนใจ | |
|
| เห็นเสือด้อมทรายเดินเนินพนัส | | เล็มระบัดใบหญ้าที่อาศัย | |
|
| วิ่งคะนองลองเชิงละเลิงใจ | | เห็นคนไปวิ่งซอกตอมตรอกเตริน | |
|
| หมีกระโดดหมูดุดเที่ยวมุดแฝง | | แรดก็แรงกินหนามไม่ขามเขิน | |
|
| ชะมดฉะมันหันหาพากันเดิน | | ละมั่งเมินมองเมียงฟังเสียงคน | |
|
| กระรอกกระแตแย้ตุ่นเที่ยวดุนดุด | | บ้างคุ้ยขุดดินป่าพนาสณฑ์ | |
|
| พี่เที่ยวเดินดูสนุกทุกตำบล | | ก็ต่างคนต่างสำราญบานฤทัย | |
|
| ครั้นเย็นย่ำค่ำมืดขมุกขมัว | | พี่นึกกลัวกลับมาที่อาศัย | |
|
| พระจันทร์ส่องท้องฟ้าพนาลัย | | จุดดอกไม้เพลิงพลามตามตะเกียง | |
|
| ถวายพระแท่นอุทิศตั้งจิตหวัง | | จุดพลุดังก้องลั่นสนั่นเสียง | |
|
| กระจายฟุ้งพลุ่งใหญ่ไฟพะเนียง | | ขึ้นสูงเพียงปลายรังดังสะท้าน | |
|
| บ้างก็จุดอ้ายตื้อเสียงหวือหวูด | | กรวดก็ฉูดพุ่งประหลาดอยู่ฉาดฉาน | |
|
| มีคนดูกรูเกรียวเที่ยวสำราญ | | ประกอบการบูชาประสาจน | |
|
| บ้างก็เล่นเต้นรำทำสมโภช | | ด้วยปราโมทย์มุ่งหมายฝ่ายกุศล | |
|
| บ้างโกนเกล้าเข้าบวชแล้วสวดมนต์ | | บ้างนั่งบ่นภาวนาหลับตาไป | |
|
| บ้างก็ร้องแก้เพลงกันเครงครื้น | | คนพั่งยืนยัดเยียดเบียดไม่ไหว | |
|
| เขาเล่นเรื่องขุนแผนแสนอาลัย | | เมื่อจรไปรับน้องวันทองมา | |
|
| บ้างก็ร้องสักระวาใส่หน้าทับ | | ลูกคู่รับเรียบรัดไม่ขัดขวาง | |
|
| ข้างเสภากุมกรับขยับพลาง | | แล้วครวญครางถึงพิมนิ่มอนงค์ | |
|
| พี่พาทย์รับขันขานประสานเสียง | | ก็กลมเกลี้ยงกล่อมจิตพิศวง | |
|
| คนมาฟังนั่งพร้อมล้อมเป็นวง | | บ้างขึ้นลงอัดแอเสียงแซ่เซ็ง | |
|
| จนดึกดื่นครื้นครั่นสนั่นมี | | ชวนกันตีระฆังดังหง่างเหง่ง | |
|
| สัปบุรุษพร้อมกันเมื่อวันเพ็ง | | พระจันทร์เปล่งเปลื้องปลดหมดมลทิน | |
|
| ดารารายพรายพร่างน้ำค้างย้อย | | หวนละห้อยโหยจิตคิดถวิล | |
|
| หักใบไม้ลงนอนกับดอนดิน | | เขาหลับสิ้นเสียงเงียบยะเยียบเย็น | |
|
| พี่นอนโศกเศร้าจิตพิศวง | | พอค่ำลงวันนั้นก็ฝันเห็น | |
|
| ว่าโลมลูบจูบน้องประคองเคล้น | | แม่เนื้อเย็นหยิกข่วนว่ากวนใจ | |
|
| พี่กล่าวคำร่ำปลอบให้ชอบชื่น | | ระเริงรื่นชื่นจิตพิสมัย | |
|
| สะดุ้งตื่นรื่นรสสุมาลัย | | น้ำค้างไพรพร่างพรมลมรำเพย | |
|
| โอ้น้ำค้างกลางหาวหนาวละห้อย | | อย่าหยดย้อยหยุดบ้างน้ำค้างเอ๋ย | |
|
| โอ้ดอกดวงพวงพะยอมอย่าหอมเลย | | พี่อยากเชยชมชูเรณูนวล | |
|
| โอ้พระจันทร์อันสว่างกระจ่างแจ้ง | | อย่าเข้าแฝงเมฆมนลมบนหวน | |
|
| ขอชมต่างหน้าน้องละอองนวล | | อย่าเพ่อด่วนลับเหลี่ยมเมรุไกร | |
|
| โอ้ว่าดวงดาราในอากาศ | | เดียรดาษแวมวามงามไสว | |
|
| ลอยประโลมเลื่อมฟ้านภาลัย | | เหมือนดวงใจของพี่ที่เลื่อนลอย | |
|
| พี่อยากได้ดวงดาวอันวาววับ | | นึกขยับแล้วขยาดไม่อาจสอย | |
|
| ชมแต่แสงสุกสว่างอยู่พร่างพร้อย | | พี่บุญน้อยนึกปองไม่ต้องการ | |
|
| ครั้นแสงทองรองเรืองอร่ามฟ้า | | สกุณาร่ำร้องก้องประสาน | |
|
| ดาวก็เลื่อนเดือนก็ลับโพยมมาน | | รวีวารส่องภพจบสกล | |
|
| ก็ชวนกันวันทาลาพระแท่น | | พี่สุดแสนเสียดายฝ่ายกุศล | |
|
| ให้ครวญคร่ำร่ำรักพระทศพล | | ก็ต่างคนต่างสะอื้นกลืนน้ำตา | |
|
| พี่ปลดเปลื้องเครื่องภูษิตอุทิศถวาย | | แล้วคลี่คลายคลุมพระแท่นที่แผ่นผา | |
|
| ก็ชื่นชมโสมนัสด้วยศรัทธา | | แล้วก้มหน้าตรวจน้ำเป็นคำไทย | |
|
| ขอเดชะภูษาอานิสงส์ | | เมื่อปลดปลงชีวิตให้คิดได้ | |
|
| อย่ามีมารผจญเข้าดลใจ | | เทพไทจงเห็นเป็นพยาน | |
|
| ขอให้ข้าได้ตรัสตัดกิเลส | | จะข้ามเขตแว่นแคว้นแดนสงสาร | |
|
| ให้สำเร็จประโยชน์โพธิญาณ | | เข้านิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย | |
|
| ขอให้สมปรารถนาอย่าช้านัก | | สิ่งใดรักขอให้สมอารมณ์หมาย | |
|
| ให้พบพระทุกชาติอย่าคลาดคลาย | | อย่าให้ตายกลางอายุปัจจุบัน | |
|
| ตั้งแต่ชาตินี้ไปจนได้ตรัส | | อย่าข้องขัดทรัพย์สินทุกสิ่งสรรค์ | |
|
| การสิ่งใดที่หยาบบาปทุกอัน | | การสิ่งนั้นอย่าได้พบประสบเลย | |
|
| ครั้นตรวจน้ำสำเร็จเสร็จธุระ | | พี่ลาพระแท่นทองนะน้องเอ๋ย | |
|
| ประดิษฐ์กลอนอ่อนใจด้วยไกลเชย | | ไม่หมดเลยเรื่องรักนี้หนักจริง | |
|
| ถึงฟ้าดินอิสินธรศิงขรเขา | | ไม่หนักเท่าทุกข์พี่นี้สักสิ่ง | |
|
| เมื่อยามนอนนอนคิดจิตประวิง | | อนาถนิ่งนึกถึงตะบึงไป | |
|
| ใช่จะแกล้งแต่งประกวดอวดฉลาด | | ทำนิราศรักมิตรพิสมัย | |
|
| ด้วยจิตรรักกาพย์กลอนอักษรไทย | | จึงตั้งใจแต่คำแต่ลำพัง | |
|
| หวังจะให้ลือเลื่องในเมืองหลวง | | คนทั้งปวงอย่าว่าเราบ้าหลัง | |
|
| ถ้าใครเป็นก็จะเห็นว่าจริงจัง | | ประดุจดังน้ำจิตเราคิดกลอน | |
|
| ขอเดชะถ้อยคำที่ร่ำเรื่อง | | ให้ลือเลื่องเลิศลักษณ์ในอักษร | |
|
| ขอเชิญไทเทวราชประสาทพร | | ให้สุนทรลือทั่วธานีเอย ฯ
|
| | |
|