|
|
| ๑๏ นาฬิกาหึ่งๆ ถึงยามสอง | | ได้สามบาทคาดฆ้องประโคมสังข์
|
| พระมงกุฏปิ่นเกษนิเวศวัง | | ไม่รอรั้งร้างมิ่งพิมานเย็น
|
| ๏ พระสฐานสถิตย์เยือกยินแต่เสียง | | สุรางค์เรียงร่ำเทวศก็เหลือเข็ญ
|
| ข้าธุลีมีกรรมจึงจำเปน | | ไม่เห็นเลยหลักภพวิบัติวาย
|
| ๏ โอ้พระมิ่งโมฬีที่พึ่งโลกย์ | | ประชาโศกแสนลห้อยไม่รู้หาย
|
| ฤๅผลเวรสัตว์ทำประจำกาย | | จึงทำลายเจาะจอมกระหม่อมจง
|
| ๏ พระกฤษดาดังพรหมอุดมเดช | | ที่ทรงเพศพาหนะพระยาหงษ์
|
| เหมือนสุริเยศไขศรีรวีวงษ์ | | เมื่อเสร็จทรงกลดเยี่ยมโพยมงาม
|
| ๏ อรินทร์ราชกราบเกรงพระบารเมศ | | มงกุฏเกษสรวมชีพทวีปสาม
|
| เคยเปนฉัตรแก้วกั้นสุวรรณวาม | | ดังศศิตามส่องโลกย์สว่างวาว
|
| ๏ เย็นเกษบารเมศบรมจักร | | ที่พำนักนิ์หายหาชนาหนาว
|
| พระอานุภาพเลิศลบจบแตนดาว | | ปัจจาผ่าวอุรพารอาใจ
|
| ๏ อันปิ่นราชนิเวศน์วังบวร | | ดัษกรรื่นาบกราบไสว
|
| ถึงรัตนังอังวะที่ฦๅไกร | | ก็ปราบได้ด้วยพระฤทธิ์เดชาชาย
|
| ๏ เมื่อปางหลังที่นั่งสุรามรินทร์ | | อยุทธสิ้นย่อยยับประหารหาย
|
| เพราะไพรินทร์ลุยลามตามทำลาย | | กระหม่อมหมายเมืองล่มไม่เล็งคืน
|
| ๏ บิตุรงทรงนามธรรมิกราช | | ทั้งสามโลกย์เนียรนาศไม่อาจฝืน
|
| มายกพระสาศนาภิญยายืน | | ประชาชื่นชมโพธิสมภาร
|
| ๏ คือล้นกระหม่อมมิ่งมไหวงษ์ | | สองพระองค์เลิศฟ้ามงกุฏสฐาน
|
| แบ่งภาคจากองค์พระอวตาร | | ผ่านนิเวศน์ปราบดาด้วยบารมี
|
| ๑๑๏ จึงสิ้นยุคสุขกระเษมทั้งสามภพ | | เทพนบน้อมเกษทุกราษี
|
| สรรเสริญเดชาทั้งธาษ์ตรี | | กรชุลีโปรยทิพย์สุมาลย์มา
|
| ๏ โอ้พระคุณเคยการุญพำนักนิ์โลก | | ยิ่งวิโยคยามร้อนไม่ผ่อนหา
|
| เมื่อดับเข็ญเย็นแล้วทั้งโลกา | | ไยนิราร้างราษฏร์อนาถเนาว์
|
| ๏ ปางครั้งทศเศียรอสุรภักตร์ | | เที่ยวหาญหักสามโลกย์ได้โศกเศร้า
|
| นารายน์รามตามล้างจึงบางเบา | | บันเทาทุกข์ทั่วเทพดาคืน
|
| ๏ สุดกระเษมไตรภพสบกระสัน | | อภิวันทุกพิมานสำราญรื่น
|
| เหมือนปิ่นจอมล้นกระหม่อมเมื่อยังยืน | | หมื่นนิเวศน์วรถวายสุมาลี
|
| ๏ จึงนิพนธ์แต่หลังไว้หวังสนอง | | ให้จำลองสืบกระษัตริย์บดีศรี
|
| หนึ่งครุลหุเคียงแต่เพียงตรี | | ที่ท่านปรีชาช่วยอำนวยกลอน
|
| ๏ ใครยลอย่าเพ่อเย้ยพึ่งศึกษา | | ใช่เมธาเจนจิตรบัณฑิตย์สอน
|
| แสนถวิลถึงพระปิ่นชนากร | | สุดนิวรณ์หวั่นเทวศกำศรวญครวญ
|
| ๏ ปัญญาหญิงไหนจะพริ้งไม่คล่องเคล้า | | นี่โดยเดานึกคเนอย่าเสสรวล
|
| ถ้าชำนาญอ่านเล่นเห็นสำนวน | | ปราชช่วยปรวนเติมแต้มให้งามคำ
|
| ๏ เราใช่ราชกระวีที่เฉลียว | | ก็เสียวใจจะไม่คมเหมือนลมขำ
|
| อ่อนหัดไม่สันทัดพึ่งลองทำ | | จะริร่ำร่างลงก็งงนาน
|
| ๏ หนึ่งชุลิตฝ่าธุลีมีพระเดช | | ซึ่งก่อเกษเลื่องโลกย์ระบือหาญ
|
| เสด็จสู่สวรรค์เทวพิมาน | | ขอมัศการกรน้อมศิโรดม
|
| ๏ ถวายต่างทิพมาศมโนแผ้ว | | กราบแล้วจึงลิขิตอักษรสม
|
| โอ้พระปิ่นภพร้อนดังเพลิงรม | | ล้มพระโรคแรกประทับจะอับจ
|
| ๒๑๏ ประชวรแต่มาขมาสเหมันต์ | | รดูนั้นเดือนหนาวเปนคราวฝน
|
| สิ้นทั้งวังตั้งแต่ทุกข์รทมทน | | ถึงยุคลมิ่งแก้วเกษกำนัล
|
| ๏ เสด็จนั่งหนือบัลลังก์วิเชียรช่วง | | ประดับดวงมณฑามาแต่สวรรค์
|
| ดารารายพรายพร้อมเข้าล้อมจันทร์ | | เหมือนสุริยันย่างเยี่ยงพระเมรุทอง
|
| ๏ หมู่อับสรเฝ้ารอบหมอบรดาษ | | พร้มพระราชธิดาประนมสนอง
|
| สุวรรณผุดโพธิญาฝ่าลออง | | ให้แผ่ปองทรงปิดพระปฏิมา
|
| ๏ พระรัศมีหมองเหมือนเมื่อเดือนดับ | | ลูกวาววับหวั่นทรวงสหัสา
|
| พระฉวีเสียศรีสุนทรา | | ชลนานองเนตรตลึงแล
|
| ๏ ยลอนงค์นุชนางสนมน้อม | | งามลม่อมหมอบผจงดังวงแข
|
| เคยรองบาทจะบำราศสวาดิแด | | เหมือนจะแปรปราศจากไม่อยากยล
|
| ๏ เหนพระไทยจะเปนห่วงหน่วงถนอม | | จะไกลกล่อมขวัญให้รหวยหน
|
| จึงเรียกรศอมฤตยวิเชียรชล | | เสี่ยงกุศลซึ่งสร้างพระโพธิญาณ
|
| ๏ แม้นชนม์จะอยู่ช่วยบำรุงทวีป | | ขอให้รีบรับน้ำรศาหาร
|
| ถ้าชีวิตนั้นจะปลิดไม่เนาว์นาน | | อย่าให้พานสอดคล่องนิยมยืน
|
| ๏ เทวศว่าต่อพระภักรพระชนศรี | | แล้วทวีทรงพระวิตกถวิล
|
| พิศฐานเสร็จเสวยวารีริน | | แต่ชั้นกลิ่นกลืนกลับวิบัติเปน
|
| ๏ พระอาเจียนเวียนประทะอุรหมอง | | จึงตรัสร้องว่าโอ้มิพ้นเข็ญ
|
| เคยเปนร่มเกล้าโลกย์ไอ้อยู่เย็น | | เห็นสุเมรุเอนแล้วจะตรมตรอม
|
| ๏ สุเรตดังสุรางค์บำเรออินทร์ | | จะไกลกลิ่นกล่อมกลีบมณฑาหอม
|
| เคยสงวนนวลเฉลิมเปนเจิมจอม | | ยามถนอมแนบชื่นไม่คืนเคีย
|
| ๓๑๏ แต่ครวญคร่ำน้ำพระเนตรนั้นนองเนตร | | แสนเทวศพร้องเพราะพระสุระเสียง
|
| พระสนมรอบร่ำพิไรเรียง | | เคยชุบเลี้ยงจะนิราศพระบาทา
|
| ๏ จึงดำรัสเรียกเหล่าบุตรีสมร | | ประโลมสอนพ่อจะร้างนิราศา
|
| ดวงจิตรฝากชีวิตรพระบิตุลา | | วาศนาหาไม่จงเจียมสกล
|
| ๏ สมรยากฝากองค์ให้การุญ | | ถ้าพระคุณเคืองเข็ญไม่เปนผล
|
| จะพึ่งพ่อเล่าก็พ่อไม่ยืนชนม์ | | ยลแต่บาทนะจงตั้งภักดีตรง
|
| ๏ หนึ่งพระเสาวนีที่มียศ | | พระธิดาปรากฎมงกุฎหงษ์
|
| จงฝากกายนะอย่าหมายหมิ่นทนง | | เจ้าเปนวงษ์จงรักษ์ธุลีลออง
|
| ๏ ที่นี้ถึงเทพถือโอสถทิพย์ | | ผจงหยิบมาประมูลทูลฉลอง
|
| ไม่เสวยเลยให้เวทนาปอง | | จะต้องเนิ่นทรมานรำคาญเคือง
|
| ๏ สดับตรัสดังมัจจุราชรีบ | | ประหารชีพลูกหายทำลายเบื้อง
|
| เมรุมุ่งเคยประจำทวีปเรือง | | ถ้าล่มแล้วจะมิเนืองน้ำตาตาย
|
| ๏ บ้างค่อนอกร่ำโอ้มิควรเข็ญ | | ดังกระเดนเศียรเกล้าของเราหาย
|
| เคยปราโมทมีศุขทุกวันวาย | | เหมือนสายเนตรจะเปนสายโลหิตกอง
|
| ๏ ถึงยามกระเษมเคยแสนสำเริงรื่น | | กลับสอื้นนึกโอ้มโนหมอง
|
| แต่นั้นมาพร้อมหน้าไม่ไกลลออง | | หมายฉลองพระคุณคอยรวัง
|
| ๏ ผลัดโมงกันไม่ให้คลาดสักบาททุ่ม | | ดังเพลิงรุมร้อนอกวิตกหลัง
|
| แต่นั่งยามย่ำฆ้องจนเคาะรฆัง | | ลูกหวังฟังราชกิจจะหนักเบา
|
| ๏ ปางปิ่นโมฬีทั้งสี่ทวีป | | ดังศศิธรร่อนรีบขึ้นเหลี่ยมเขา
|
| เสวยทุกข์มิได้ศุขสถิตย์เนาว์ | | ให้เชิญเอาพระอาการนราพงษ์ ... (๔๐)
|
| ๔๑๏ พอรตินทิวาเวลาสงัด | | ดำรัสร่ำคำหวานละลานหลง
|
| ตลึงแลดูนิเวศจังหวัดวง | | ยิ่งแสนทรงพระวิโยคเมื่อยามตรอม
|
| ๏ ว่าอนิจจังครั้งนี้จะไกลเนตร | | นึกสังเวชก็แต่บุตรสุดถนอม
|
| จะพึ่งวงษ์ไม่จงเหมือนบิตุจอม | | จะร่ำโอ้ทูลกระหม่อมนิราคลา
|
| ๏ พรหมภักตรพร้อมภักตรละห้อยหวล | | แต่นี้นวลนะอย่าโหยละห้อยหา
|
| ทั้งพิมานดุสิดาสวรรยา | | ฤๅจะราแรมร้างจากปรางค์ไป
|
| ๏ แต่พื้นทรงสมญาปราสาทซื่อ | | ประสิทธินามไว้ให้ลือพิภพไหว
|
| แล้วนึกพระบิตุลายิ่งอาไลย | | จะเปลี่ยวพระไทยจินดานุชาครัน
|
| ๏ คราวณรงค์เห็นจะทรงดำริห์คิด | | เคยร่วมจิตร่วมคู่เสวตรสวรรค์
|
| ร่วมชีวิตรปลิดพรากไปจากกัน | | ร่วมสุวรรณเสวตรฉัตรกระจัดนาม
|
| ๏ จะพินทนาอยู่เออนาโถ | | จะนึกโอ้ฤๅไม่เอื้อนระคางขาม
|
| ฤาจะแสนโศกเทวศถวิลความ | | เปนเพื่อนไร้ในยามกันดารนาน
|
| ๏ พระเดชขจรนครกระษัตริย์สิ้น | | แต่พื้นผินน้อมศียรหัตถประสาน
|
| ถวายเครื่องทิพย์มาศสุมาลย์ | | บรรณาการเนื่องแน่นประนมคม
|
| ๏ ออกพระนามก็ให้ขามขยาดยศ | | เห็นปรากฎเกียรติเกินพระสยม
|
| อาณาราษฎร์ร้องถวายพระพรชม | | จนประฐมล่วงพระชนม์นรินทร์
|
| ๏ ร้อนอาศน์เทวราชอมรเมศร์ | | เทพเทวศทุกวิมานรังสิน
|
| สิบหกชั้นช่อฟ้าดุสิตอินทร์ | | ประชุมผินผันย้ายราษีจร
|
| ๏ เข้าสถิตย์สิงสู่กำภูฉัตร | | กระจัดแจ้งออกด้วยเทพสังหร
|
| หวังให้เลื่องบารมินปิ่นนคร | | กระฉ่อนภพจบหล้าลือขจาย
|
| ๕๑๏ มหัศจรรย์โลกย์ลั่นกำปนาท | | สุธาวาศไหวกระทบคูหาหาย
|
| สุเมรุเอียงแทบจะเอนอันตราย | | สายสินธุ์เปนละลอกกระฉอกฟอง
|
| ๏ พระสมุทเพียงจะทรุดไม่หยุดคลื่น | | พุชชงศ์ตื่นแผ่นน้ำผันผยอง
|
| ประทุมเกตุอาเพทดังสีทอง | | แสงส่องยลปลาดไม่อาจแล
|
| ๏ เมฆหมอกออกมัวไปทั่วทวีป | | พิรุณรีบโปรยกระสินธุ์รินกระแส
|
| ฟ้าดินวิปริตเห็นผิดแปร | | ทีนี้แน่แล้วพระจอมกระหม่อมเวียง
|
| ๏ ทั้งพโยมก็พยับพยุฝน | | ดูฤกษ์บนเทเวศถวายเสียง
|
| สุนีย์ฟาดอากาศก้องสำเนียง | | ดังเปลื่องเปลี้ยงฟ้าลั่นคำรามรน
|
| ๏ วายุพาพัดปาริกชาติ | | ก็พินาศพังรเนนไม่ตั้งต้น
|
| เสวตรฉัตรหักยับรยำยล | | ฤๅเทพดลบันดาลฟ้ามาเชิญ
|
| ๏ วิหคร้องในห้องเวหาหาว | | เหมือนเสียงสาวสมรอัปศรเหิน
|
| เหมือนสุลีรอยชลอพิมานเกิน | | คอยพระราชดำเนินเสด็จคลา
|
| ๏ บังเกิดมีองค์พระศรีมหาโพธิ์ | | นิโรธร่มฝูงสัตวมนัศา
|
| ก็แรมร่วงล่วงลับอยู่โรยรา | | กลับรย้ายอดลัดรบัดใบ
|
| ๏ เมื่อจวนจอมรพีพงษ์ทิวงคต | | โพธิ์สลดเอนล้มรทมไข้
|
| ดังมีจิตรคิดแสนเทวศใจ | | ดังอาไลยในเบื้องบดินทร์วาย
|
| ๏ หรือล้นกระหม่อมจอมดาวดึงษเดช | | แสดงเหตุแจ้งอัถกระจัดถวาย
|
| ว่าโพธิ์ทองหมองแล้วจะอันตราย | | เมื่อลูกหมายเหมือนพระจอมโลกากร
|
| ๏ ด้วยพระปิ่นจัลโลงอยุทธเยศ | | ทุกประเทศเกรงจบสยบสยอน
|
| จึงสำแดงบารเมศลือขจร | | ว่าร่มร้อนเกล้าโลกย์เคยอยู่เย็น
|
|
|
|
|
| | |
|