จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

Jonathan Livingstan Seagull

จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล

โดย ริชาร์ด บาค

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช - แปล

...

หนังสือแปลเล่มนี้ขออุทิศให้ สมบัติ ภู่กาญจน์ นางนวล ผู้ซึ่งได้ขวนขวาย เร่งเร้าและเร่งรัดให้แปลจนเสร็จขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่กี่วัน และ ขอขอบคุณ จัตวา กลิ่นสุนทร นางนวล ที่ช่วยทำให้เป็นรูปเล่มขึ้นมาได้

คึกฤทธิ์ ปราโมช

...

จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล

ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช - แปล

...

คำนำ

ในระยะต่อไปนี้ ผมจะแปลหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งชื่อ Jonathan Livingston Seagull ลงในคอลัมน์นี้วันต่อวันไปจนกว่าจะจบ ซึ่งคาดว่าคงจะไม่กินเวลานานจนเกินไปนัก

หนังสือเล่มนี้ได้พิมพ์ออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลาปีเศษแล้ว วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๖ ปรากฎว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในอันดับหนังสือขายดีที่สุด (Best Seller) อันดับที่ ๓ ติดต่อกันมาเป็นเวลาถึง ๕๗ อาทิตย์ นับว่าเป็นหนังสือขายดีที่สุดที่ติดอันดับอยู่ได้นานมาก แสดงว่าเป็นหนังสือที่มีผู้สนใจอ่านมากที่สุด

ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ชื่อ นายริชาร์ด บาค (Richard Bach) เป็นทั้งคนเขียนหนังสือและนักบิน และได้เคยแต่งหนังสือมาแล้วสามเล่มเกี่ยวกับธรรมะในการบินทั้งสิ้น ในระยะสิบปีที่แล้วมานี้นายริชาร์ด บาค ได้เป็นบรรณาธิการนิตยสารการบินฉบับหนึ่ง และได้เขียนบทความสารคดีและนิยายเรื่องสั้นเกี่ยวกับการบินมาแล้วกว่าร้อยเรื่อง นายริชาร์ด บาค เคยเป็นนักบินในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกามาก่อน ถึงปัจจุบันนี้ชีวิตของนายริชาร์ด บาค เกือบจะไม่มีขาดเครื่องบินเลย

ผมเองได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นครั้งแรกเมื่อประมาณสองสัปดาห์มานี้เอง เมื่ออ่านแล้วก็เกิดความจับใจในธรรมะที่ได้แสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีทั้งมนุษยธรรมและ "ธรรมอันเป็นความจริงแห่งชีวิต ตรงตามที่พระพุทธเจ้าผู้ซึ่งเป็นพระบรมศาสดาและสรณะของผมได้ทรงแสดงไว้เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้วมากมายหลายอย่าง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง "สิกขา" หรือศึกษา คือการเรียนรู้อันประกอบด้วยอิทธิบาทสี่ อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ไปจนถึงความหลุดพ้นเป็นเสรี อันทำให้เกิดกรุณาขึ้นในตัวของผู้หลุดพ้น เป็นผลที่ได้เกิดขึ้นแก่องค์พระพุทธเจ้าหลังจากที่ได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว นายริชาร์ด บาค ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้จะได้เคยศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาบ้างหรือหาไม่ผมไม่มีทางจะทราบได้ แต่เท่าที่สังเกตจากข้อความในหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมก็เข้าใจเอาเองว่าคงจะไม่เคย "หากเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งแลเห็นพระพุทธคุณและพระธรรมคุณเป็นอัศจรรย์" เพราะพระธรรมนั้นเป็นความจริงอันอยู่เหนือกาลเวลา วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้ที่พากเพียรศึกษาวิทยาการไม่ว่าจะเป็นสาขาใดเอง แม้แต่การบิน เมื่อถึงขั้นสุดท้ายแล้วก็ย่อมจะแลเห็นพระธรรมด้วยตนเอง ถึงจะไม่รู้แจ้งแทงทะลุ ก็ยังแลเห็นและเข้าใจในแก่นสารของพระธรรมนั้น

ด้วยความจับใจดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผมจึงได้แปลหนังสือเล่มนี้ขึ้นด้วยความประสงค์ที่จะให้ได้อ่านกันแพร่หลายในหมู่คนไทยที่อาจยังติดขัดในการอ่านภาษาอังกฤษ การแปลนั้นได้พยายามรักษาทั้งสำนวนโวหารและอรรถของผู้แต่งในภาษาอังกฤษไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เกือบจะไม่มีการเรียบเรียงต่อเติมแต่อย่างใดเลย จะมีบ้างก็เพียงเล็กน้อยในเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญเพื่อให้ฟังเป็นภาษาไทยและเข้าหูคนไทยยิ่งขึ้นเท่านั้น ในที่นี้ก็ใคร่ขอเรียนท่านที่อ่านภาษาอังกฤษได้สะดวกอยู่แล้วว่าท่านควรจะได้หาต้นฉบับภาษาอังกฤษมาอ่าน เพราะจะได้อรรถรสจากหนังสือเล่มนี้ยิ่งกว่าที่จะได้จากคำแปลของผมแน่นอน เพราะการถ่ายความจากภาษาหนึ่งออกเป็นอีกภาษาหนึ่งย่อมจะให้ได้ความสมบูรณ์ไม่ง่ายนัก

คนที่ผมอยากจะให้อ่านหนังสือเล่มนี้คือคนไทยทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาและนักเรียน เพราะจะได้กำลังใจในอันที่จะเล่าเรียนและทำประโยชน์ต่อไปได้มาก สำหรับคนที่เคยได้เล่าเรียนวิชาจากผมโดยตรงไม่ว่าจะเป็นวิชาใด ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด และไม่ว่าจะมากหรือน้อย ผมขอถือโอกาสนี้ส่งข่าวมาให้ทราบว่า

"ผมอยากให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ทุกคน จะอ่านจากภาษาอังกฤษหรือจะอ่านจากคำแปลนี้ก็ได้ แต่ขอให้อ่านให้ได้ และในการอ่านนั้นขอได้โปรดใช้ความคิดให้มากประกอบไปด้วย อย่าอ่านเพียงสักแต่ว่าผ่านสายตาไป นกนางนวลมันรักศิษย์ของมันฉันใด ผมก็รักพวกคุณทุกคนฉันนั้น"

...

ต้นฉบับ - พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๑๖,

จากหน้า ๕ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน เริ่มพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖ ถึงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๖

...

ตอนที่ ๑

ตอนนั้นเป็นเวลาเช้า พระอาทิตย์แรกขึ้นได้ปิดทองระลอกระยับไปทั้งทะเลที่ไม่มีคลื่น ในระยะทางหนึ่งไมล์จากฝั่ง เรือหาปลาลำหนึ่งกวนน้ำทะเลให้เป็นคลื่น และคำที่หมายถึงการบินมื้อเช้าได้กระจายไปในอากาศ จนกระทั่งนกนางนวลเป็นฝูงประมาณพันตัวมาบินโฉบเฉี่ยวและสู้กันเพื่อเศษอาหาร เป็นวันวุ่นวายอีกวันหนึ่งที่เพิ่งจะเริ่มขึ้น

แต่ว่าห่างไกลออกไป อยู่คนเดียวไกลเกินเรือหาปลาและฝั่งทะเล จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล กำลังซ้อมบินอยู่ในระยะสูงร้อยฟุตบนฟ้า เขาหย่อนเท้าที่มีพังผืดลง ยกปากขึ้นสูง และใช้แรงอย่างหนักที่จะรักษาวงโค้งที่ออกจะเจ็บปวดไว้ในปีกทั้งสองของเขา วงโค้งนี้หมายถึงการบินอย่างช้า แล้วเขาก็บินช้าลงจนลมที่ปะทะกับหน้าเขานั้นกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบ จนกระทั่งมหาสมุทรหยุดนิ่งอยู่กับที่ ณ เบื้องล่างแห่งตัวของเขา เขาหรี่ตาลงด้วยสมาธิอันเคร่งเครียด อั้นลมหายใจไว้ บังคับให้ปีกโค้งเข้า ... อีกเพียง ... หนึ่งนิ้ว แล้วขนเขาก็ฟูทั้งตัว เขาเสียหลักและร่วงลงมาจากระดับที่บินอยู่

นกนางนวลนั้นก็อย่างที่ท่านรู้อยู่แล้วว่าไม่มีวันที่จะเสียหลัก ไม่มีเสียระดับ การเสียระดับบินคือการเสียหน้าและเสียเกียรติ

แต่จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล ผู้ซึ่งไม่ละอาย ผู้ซึ่งกางปีกออกอีกครั้งให้เป็นโค้งอันสั่นระรัว - ทำให้บินช้าลง ช้าลง และเสียระดับอีกครั้งหนึ่งนั้น - ไม่ใช่นกธรรมดาสามัญ

นกนางนวลส่วนใหญ่ไม่สนใจที่จะเรียนรู้ให้เกินไปกว่าการบินอย่างธรรมดาที่สุด - รู้เพียงแต่ว่าจะออกจากฝั่งเพื่อหาอาหารแล้วบินกลับฝั่งอย่างไร การบินไม่ใช่เรื่องสำคัญ การกินต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับนกนางนวลตัวนี้การกินไม่ใช่สิ่งสำคัญเลย การบินเท่านั้นที่สำคัญ สำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมด จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล รักที่จะบิน

เขาได้สังเกตเห็นแล้วว่าความคิดเช่นนี้ไม่ใช่ทางที่จะหาความนิยมจากนกตัวอื่นๆ แม้แต่พ่อแม่ของเขาเองก็ต้องร้อนใจในเมื่อจอนะธันใช้เวลาเป็นวันๆ อยู่คนเดียวเพื่อร่อนในระดับต่ำเป็นร้อยๆ เที่ยวทดลองดู เขาไม่รู้เหตุ เช่นเวลาที่เขาบินเหนือน้ำในระยะที่ต่ำกว่าความยาวระหว่างปลายปีกข้างหนึ่งของเขาจนถึงปลายปีกอีกข้างหนึ่ง ทำไมเขาจึงอยู่ในอากาศได้นานกว่าธรรมดาและใช้แรงแต่น้อย การร่อนของเขาไม่ได้จบลงด้วยการทิ้งตัวลงในทะเล แต่เขาจะหย่อนปลายเท้าลงมาให้ถูกน้ำบังเกิดเป็นคลื่นยาวตามหลังมา จนเขาถึงผิวน้ำด้วยเท้ากดแน่นไว้สองข้างตัวทำให้เพรียวลม เมื่อเขาปล่อยตัวให้ไถลไปตามผิวน้ำจนถึงฝั่งแล้วไถลเลยขึ้นไปบนหาดทรายแล้วเดินกลับมาวัดรอยไถลของเขาบนทรายว่าเป็นระยะทางกี่ก้าว พ่อแม่ของเขาก็จะร้อนใจเอาจริงๆ

"ทำไม จอน ทำไม ?" แม่ของเขาถาม "ทำไมเจ้าจึงทำตัวให้เหมือนนกอื่นในฝูงเขาไม่ได้ ? มันยากนักหรือลูก ? ทำไมไม่ทิ้งการบินต่ำๆ เอาไว้ให้พวกนกกระทุงและนกอัลบาตรอสเขาทำกัน ? ทำไมเจ้าไม่กินอะไรเลย ? จอน เจ้าผอมจนเหลือแต่ขนกับกระดูกแล้ว"

"ผมไม่ถือหรอกแม่ว่าผมจะเหลือแต่ขนกับกระดูก ผมเพียงแต่อยากรู้ว่าผมจะทำอะไรได้บ้างและทำอะไรไม่ได้บ้างในอากาศ ผมอยากรู้เท่านั้นเอง"

"ฟังทางนี้บ้าง จอนะธัน"พ่อเขาพูดอย่างไม่ดุดันนัก "หน้าหนาวจะมาถึงอีกไม่นานนัก เรือปลาก็จะมีน้อยลง ปลาที่เคยว่ายบนผิวน้ำก็จะลงลึก ถ้าเอ็งอยากจะเรียนอะไรก็ควรจะเรียนเรื่องอาหารและการหากิน เรื่องการบินมันก็ดีอยู่หรอก แต่เอ็งจะกินการร่อนเข้าไปไม่ได้ อย่าลืมว่าเหตุที่เอ็งต้องบินก็เพื่อหากินเท่านั้น"

จอนะธันพยักหน้ารับอย่างอยู่ในโอวาท เขาจะพยายามทำตัวเหมือนนกนางนวลอื่นไปสักวันหรือสองวัน เขาพยายามจริงๆ ทั้งร้องเสียงแหลมและสู้กับนกอื่นเป็นฝูงตามท่าปลาและเรือปลา บินโฉบเข้าคว้าเอาเศษปลาบ้าง เศษขนมปังบ้าง แต่ถึงจะพยายามอย่างไรก็ไปไม่รอด

ไม่เห็นจะเป็นเรื่องอะไรเลย ! เขานึกในใจขณะที่ปล่อยปลาหัวอ่อนตัวหนึ่งให้หลุดจากปากให้แก่นกนางนวลแก่ที่กำลังบินไล่เขามา เราอาจใช้เวลาทั้งหมดนี้เล่าเรียนวิธีบิน มีเรื่องที่จะต้องเรียนมากเหลือเกิน ! ไม่นานนัก จอนะธัน นางนวล ก็ออกไปอยู่ตัวเดียวอีก ไกลออกไป หิว มีความสุข และเรียน

วิชาที่เรียนคือความเร็ว และภายในเวลาเพียงอาทิตย์เดียวเขาได้ที่ฝึกซ้อม เขาก็รู้เรื่องความเร็วมากกว่านกนางนวลที่บินเร็วที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่

ในระยะสูงหนึ่งพันฟุต กระพือปีกให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเขาก็ปักหัวลง ดำดิ่งจากอากาศมาสู่คลื่นในทะเล และเขาก็ได้เรียนรู้ว่าเพราะเหตุใดนกนางนวลจึงบินดิ่งลงมาด้วยกำลังปีกไม่ได้ ภายในเวลาเพียงหกวินาทีเขาพุ่งตัวลงมาด้วยความเร็วถึงเจ็ดสิบไมล์ต่อชั่วโมง ความเร็วเช่นนี้ทำให้ปีกไม่เที่ยงและเสียแรงตอนกระพือปีกขึ้น

ครั้งแล้วครั้งเล่าผลก็เกิดขึ้นอย่างเดียวกัน ถึงเขาจะพยายามและใช้ความสามารถอย่างสุงสุด เขาก็ไม่สามารถจะควบคุมทิศทางแห่งการบินได้ในความเร็วอันสูง

บินขึ้นไปถึงพันฟุต บินด้วยความเร็วสุงสุดตรงไปข้างหน้าก่อน จากนั้นก็ปักหัวลง กระพือปีกเพื่อดำเอาหัวลง แล้วก็ทุกครั้งที่ปีกซ้ายของเขาต้องติดขัดเมื่อกระพือขึ้นทำให้ตัวโคลงมาทางซ้ายอย่างแรง แข็งปีกขวาไว้ไม่กระพือเพื่อให้ตัวโคลงกลับ แต่แล้วตัวเขาก็กระเด็นอย่างกับลูกไฟจากเตาไฟไปทางขวา หมุนติ้วไปเลย

เขาพยายามสุดความสามารถตอนกระพือปีกขึ้น พยายามถึงสิบครั้ง แต่ทั้งสิบครั้งเมื่อเขาถึงความเร็วเจ็ดสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง ขนตามตัวเขาก็ตีกลับกระจุยกระจาย หมดความทรงตัว แล้วก็ร่วงโครมลงมาในน้ำ ในทีสุดเขาก็นึกออกขณะที่ตัวเปียกชุ่มน้ำโชกว่ากุญแจไขปัญหานี้ก็คือการกางปีกไว้เฉยๆ ในความเร็วสูง กระพือปีกจนได้ความเร็วห้าสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมงแล้วก็กางปีกนิ่งไว้

จากระดับสูงสองพันฟุตเขาลองดูอีกครั้ง คราวนี้หมุนตัวดำดิ่งลงมา ปีกกางออกเต็มที่และกางปีกแข็งคงที่ไว้เมื่อผ่านความเร็วเกินกว่าห้าสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมงมาแล้ว เขาต้องใช้กำลังอันมหาศาลแต่ก็เป็นผลสำเร็จ ภายในสิบวินาทีเขาพุ่งผ่านอากาศลงมาด้วยความเร็วเก้าสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง

จอนะธันได้ทำสถิติความเร็วแห่งโลกสำหรับนกนางนวลขึ้นแล้ว

แต่ชัยชนะนั้นก็มีอยู่ประเดี๋ยวเดียว พอถึงตอนที่เขาจะพุ่งตัวขึ้นจากการดำดิ่ง ขณะที่เขาขยับเปลี่ยนมุมปีกของเขา เขาก็พังไปอย่างที่เคยมาแล้ว และในความเร็วเจ็ดสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมงนั้นเขาพังเหมือนกับไดนาไมท์ระเบิด จอนะธัน นางนวล เหมือนกับระเบิดกลางอากาศแล้วตกผางลงมาบนท้องทะเลซึ่งแข็งเหมือนกับปูด้วยอิฐ

เมื่อเขาฟื้นตัวได้สตินั้นเป็นเวลาค่ำมืดไปนานแล้ว และเขาก็ลอยอยู่กลางแสงจันทร์บนพื้นมหาสมุทร ปีกของเขารู้สึกเหมือนกับว่าเป็นแท่งตะกั่ว แต่น้ำหนักของความล้มเหลวนั้นดูเหมือนจะวางอยู่บนหลังของเขาหนักยิ่งกว่า เขาอ่อนใจอยากให้น้ำหนักนั้นมันค่อยๆ ถ่วงเขาลงไปให้ถึงก้นทะเลเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป

ขณะที่เขาจะจมลงไปในน้ำนั้นมีเสียงกร้าวๆ ประหลาดดังขึ้นในใจเขา "ไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้ เราเป็นนกนางนวล เราถูกจำกัดด้วยธรรมชาติ ถ้าเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้มากเรื่องการบิน เราก็คงจะได้มีแผนการบินและสมอง ถ้าเราเกิดมาเพื่อบินเร็ว เราก็คงจะได้มีปีกอันสั้นอย่างนกเหยี่ยวและกินหนูเป็นอาหารแทนปลา พ่อแกว่าถูกแล้วเราต้องลืมความโง่เขลานี้เสีย เราต้องบินกลับบ้านไปเข้าฝูงและพอใจว่าเราเป็นอะไร เป็นแต่เพียงนกนางนวลที่มีอะไรหลายอย่างจำกัด

เสียงนั้นจางหายไปและจอนะธันก็เห็นด้วยกับเสียงนั้น เวลากลางคืนนกนางนวลควรจะอยู่บนฝั่ง และตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเขาสาบานว่าเขาจะเป็นนกนางนวลธรรมดา ซึ่งจะทำให้ทุกคนสบายใจกว่าเก่า เขาถีบตัวอย่างอ่อนแรงขึ้นจากน้ำและบินไปสู่พื้นแผ่นดิน รู้สึกยินดีว่าเขาได้เรียนรู้วิธีทุ่นแรงในการบินระดับต่ำ

ไม่เอา เขานึกในใจ เราเลิกเด็ดขาดที่จะเป็นอย่างที่เคยเป็น ไม่สนใจกับสิ่งที่ได้เรียนรู้อีกต่อไปแล้ว เราเป็นนกนางนวลเหมือนกับนกนางนวลตัวอื่นๆ และจะบินเหมือนกับนกนางนวล คิดได้อย่างนั้นเขาก็บินขึ้นสูงร้อยฟุตแล้วกระพือปีกเร็วขึ้นพุ่งตัวไปสู่ฝั่งทะเล

เขาสบายใจขึ้นเมื่อได้ตกลงใจว่าจะเป็นแต่นกตัวหนึ่งในฝูง ต่อไปนี้จะไม่มีอะไรที่จะผูกมัดเขาไว้กับอำนาจที่คอยผลักดันเขาให้เรียนวิชา จะไม่มีการประลองความรู้และไม่มีความล้มเหลวอีกต่อไป และมันก็สวยดีเหมือนกันที่จะหยุดคิดสักที แล้วเขาก็บินไปในความมืด มุ่งไปยังแสงไฟที่อยู่บนชายหาด

มืด เสียงกร้าวดังขึ้นอีกอย่างตกใจ นกนางนวลไม่มีวันที่จะบินมืดๆ

จอนะธันไม่มีปัญญาที่จะฟังเสียงนั้น สวยดีเขานึก แสงจันทร์และแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับอยู่บนผิวน้ำเหมือนกับแสงไฟบอกระยะเป็นทางไว้ตลอดคืน และทุกอย่างดูสงบนิ่ง ...

ลงเดี๋ยวนี้! นกนางนวลไม่บินกลางคืน! ถ้าเจ้าเกิดมาเพื่อบินกลางคืนเจ้าก็คงจะมีตาอย่างนกเค้าแมว เจ้าจะต้องมีแผนการบินเป็นสมอง! เจ้าคงจะได้มีปีกสั้นของเหยี่ยว

และ ณ ที่นั้นในเวลากลางคืน อยู่ในอากาศสูงร้อยฟุต จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล ก็หลับตาแล้วเบิกตาโตเป็นระยะ ความทุกข์ ความตั้งใจของเขาหายไปหมด

ปีกสั้น! ปีกสั้นของเหยี่ยว!

นั่นคือคำตอบ! ไอ้เรามันโง่บัดซบไปเอง! เราต้องการเพียงปีกอันนิดเดียวเท่านั้นอง สิ่งที่เราควรต้องทำก็คือหุบปีกส่วนใหญ่ไว้ และบินด้วยปลายปีกนิดเดียวเท่านั้น! ปีกสั้น!

เขาบินขึ้นไปสูงสองพันฟุตเหนือทะเลอันดำมืด และโดยไม่ได้คำนึงถึงความวิบัติหรือความตายแม้แต่ขณะจิต เขาเอาหัวปีกแนบเข้าไว้ข้างตัวอย่างแน่น เหลือปลายปีกที่แคบเหมือนมีดสั้นแพลมออกไปรับลม แล้วเขาก็ทุ่มตัวดำดิ่งลงมา

เสียงลมกระทบหัวดังเหมือนเสียงร้องของสัตว์ใหญ่ที่ดุร้าย เจ็ดสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง ร้อยยี่สิบไมล์ และยิ่งเร็วขึ้นไปอีก การต้านทานลมด้วยความเร็วร้อยสี่สิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมงไม่หนักเท่ากับตอนที่ต้องต้านลมด้วยความเร็วเจ็ดสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง และด้วยการบิดปลายปีกเบาๆ ที่สุดเขาก็ถอนตัวออกจากการดำดิ่งและบินระดับหวือไปเหนือคลื่น - ลูกปืนใหญ่สีเทาใต้แสงจันทร์

เขาหรี่ตาให้เหลือเป็นเพียงเส้นผ่าเล็กนิดเดียวเพื่อกันลม แล้วก็เกิดความปิติ หนึ่งร้อยสี่สิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง และควบคุมการบินได้ตลอด! ถ้าเราดำดิ่งจากระยะห้าพันฟุตแทนที่จะเป็นเพียงสองพัน ก็น่าคิดว่าจะเร็วเพียงไหน ...

คำสัตย์สาบานของเขาเมื่อครู่นี้เขาลืมหมดแล้วเหมือนกับถูกกวาดไปจนหมดด้วยกระแสลมอันแรงเร็ว แต่เขาก็ไม่รู้สึกผิดในการที่ผิดสัญญาที่ทำไว้ด้วยตนเอง สัญญาแบบนั้นเหมาะแต่กับนกนางนวลที่ยอมรับเอาธรรมดาโลก นกนางนวลที่ได้แตะต้องกับความประเสริฐของวิชาที่ได้เรียนรู้แล้ว จะทำสัญญาแบบนั้นเพื่อประโยชน์อันใด?

ได้เวลาพระอาทิตย์ขึ้น จอนะธันก็ฝึกซ้อมอีกจากระดับห้าพันฟุต เรือหาปลามองดูเหมือนเศษผงลอยอยู่บนท้องน้ำสีน้ำเงินอันราบเรียบ ฝูงนกนางนวลที่ออกหากินมื้อเช้ามองดูเหมือนกับฝุ่นละอองที่ปลิวอยู่เป็นวงกลม

เขามีชีวิต ตัวสั่นสะเทือนเล็กน้อยด้วยความโสมนัส มีความภาคภูมิใจว่าสามารถควบคุมความกลัวของตนได้ ครั้นแล้วก็หุบหัวปีกเข้ามาทันทีทันใด

ยื่นปลายปีกสั้นออกไปให้ได้มุมและพุ่งตัวดิ่งลงไปสู่ทะเล เมื่อผ่านระยะทางลงมาได้สี่พันฟุตเขาก็ถึงความเร็วขั้นสุดท้าย ลมที่ปะทะอยู่นั้นกลายเป้นกำแพงเสียงที่กั้นเขาไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวเร็วกว่านั้นได้ เขากำลังบินตรงลงมาด้วยความเร็วสองร้อยสี่สิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง เขากลืนน้ำลายในคอ รู้ตัวว่าหากปีกของเขาเกิดกางออกในขณะนั้น เขาจะถูกลมเป่าให้ขาดออกจากกันเป็นนกนางนวลชิ้นเล็กชิ้นน้อยล้านชิ้น แต่ความเร็วนั้นคืออำนาจ และความเร็วคือความร่าเริงเบิกบานใจ และความเร็วคือความงามอันบริสุทธิ์

เขาถอนตัวจากการดำดิ่งในระยะหนึ่งพันฟุต ปลายปีกสั่นสะเทือนด้วยลมมหายักษ์ ทั้งเรือและฝูงนกนางนวลกำลังแกว่งไกวและมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกทีในเส้นทางบินของเขา

เขาหยุดไม่ได้ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะบินเลี้ยวอย่างไรในความเร็วขนาดนั้น

ถ้าชนกันเข้าก็ตายทันที

เขาได้แต่หลับตา

เหตุที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น ตอนหลังตะวันขึ้นก็คือ จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล บินหวือฝ่ากลางฝูงนกนางนวลที่บินออกหากินมื้อเช้าด้วยความเร้วสองร้อยสิบสองไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง ตาก็หลับด้วยเสียงหวีดหวิวอันเกิดจากลมและขนนกกระทบกัน เคราะห์ยังดีที่โชคชาตานกนางนวลยังยิ้มให้เขาอยู่ ครั้งนี้จึงไม่ปรากฎว่ามีนกตัวใดต้องเสียชีวิต

ถึงตอนที่เขาชูปากขึ้นฟ้า เขายังอยู่ในความเร็วอันร้อนแรงถึงหนึ่งร้อยหกสิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง เมื่อเขาเพลาความเร็วลงได้ยี่สิบไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง เขากางปีกออกได้ เรือหาปลาดูเหมือนกับเศษขนมปังในทะเลสี่พันฟุตข้างล่าง

ความคิดของเขามีแต่ชัยชนะ ความเร็วขั้นสุดท้าย! นกนางนวลบินได้สองร้อยสิบสี่ไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง! เป็นการก้าวออกมาจากวัฏฏะหรือวงจรแห่งชีวิต เป็นขณะหนึ่งที่ใหญ่ยิ่งที่สุดในประวัติแห่งฝูงนกนางนวล และขณะนั้นยุคใหม่ก็เกิดขึ้นแก่จอนะธัน นางนวล เมื่อเขาบินออกไปยังที่ฝึกบินอันเปลี่ยวของเขา เขาหุบปีกแล้วดำดิ่งลงมาจากเพดานบินสูงถึงแปดพันฟุต เขาตั้งหน้าที่จะหาความรู้ทันทีว่าจะบินเลี้ยวได้อย่างไร

เขาพบว่าขนปลายปีกเพียงเส้นเดียวหากขยับไปเพียงเศษของนิ้ว จะทำให้เลี้ยงตัวได้ในวงกว้างอย่างราบรื่นด้วยความเร็วอันสูงมาก ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องนี้เขาก็ได้เรียนรู้ว่าถ้าขยับขนเกินกว่าหนึ่งเส้นด้วยความเร็วขนาดนั้น จะผลักตัวเขาให้หมุนติ้วไปเหมือนกับลูกปืนยาว ... และจอนะธันก็ได้บินแบบโลดโผนเป้นนกนางนวลตัวแรกของโลก

เขาไม่มีเวลาเหลือที่จะไปคุยกับนกตัวอื่นในวันนั้น แต่ฝึกบินเรื่อยไปจนตะวันตกดินแล้วนาน เขาค้นพบการบินที่เรียกว่าแบบวงกลมตั้งหมุนระดับช้า หมุนปิดจังหวะ ควงสว่านหงายท้อง หมุนตัวทางตั้งต้นนอก ตีลังกา

เมื่อจอนะธันกลับมาถึงฝูงบนหาด ก็เป้นเวลากลางคืนเต็มที่แล้ว เขาเวียนหัวและเหนื่อยที่สุด แต่ด้วยความดีใจ เขาบินแบบวงกลมตั้งเข้าไปจนถึงที่ก่อนที่จะลงจับก้ทำการหมุนระดับเร็วเสียด้วย พอฝูงนกรู้เข้าถึงเรื่องที่เขาออกจากวงจรไปได้เถิด เขานึก เขาจะต้องดีใจกันเป็นบ้า ต่อไปนี้ชีวิตจะมีอะไรต่ออะไรขึ้นอีกพิลึกกึกกือ แทนที่จะบินพะเยิบพะยาบออกไปที่เรือหาปลาแล้วก็บินกลับ

เครื่องมือส่วนตัว