กาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดง

จาก ตู้หนังสือเรือนไทย

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

ข้อมูลเบื้องต้น

พระนิพนธ์: เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์

บทประพันธ์

( เนื้อความตอนต้นสูญหาย )

๏ เกลื่อนกรูหมู่จัตุรงค์เปนกันกงเรียบเรียงไป
ทรงช้างระวางในเทพลีลาหลังคาทอง ฯ
๏ เกลื่อนกรูหมู่แห่ห้อมเรียงไสว
เสด็จพุดตาลทองไคลหว่างเขรื้อง
ทรงช้างระวางในมีชื่อ
เทพลีลาเยื้องย่างแห้นหลังดี ฯ
๏ เครื่องสูงเพราเพริศพรายชมชุมสายซ้ายขวาเคียง
ธงไชยธงฉานเรียงปี่กลองชนะตะเต่องครึม ฯ
๏ กลองทองตีครุ่มครึ้มเดิรเรียง
จ่าตะเติงเติงเสียงครุ่มครื้น
เสียงปี่รี่เรื่อยเพียงกระเวก
แตร้นแตร่นแตรฝรั่งขึ้นหวู่หวู้เสียงสังข์ ฯ
๏ นักสนมกรมชแม่มี่ขี่ช้างกูบรูปโลมใจ
พักตราอ่าผ่องใสนุ่งห่มโอ่โสภาจริง ฯ
๏ นักสนมกรมชแม่เจ้าทั้งหลาย
ขี่ช้างกูบดาวรายแจ่มหน้า
พักตราผ่องใสสายสุดสวาท
นุ่งห่มโอ่โถงผ้าอร่ามริ้วทองพราย ฯ
๏ เพริศเพราเหล่านางห้ามรูปทรงงามตามเสด็จไป
ผมมวยรวยริมไรม่านปีกนกวกวงวัง ฯ
๏ เพริศเพราเหล่านางห้ามงามนัก
รูปงามตามแลลักษณ์ลูบท้อง
ผมมวยรวยไรอรรคชาเยศ
ม่านปีกนกปกป้องห่อหุ้มเดิร ฯ
๏ เที่ยวเล่นเปนเกษมสุขแสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง
เร่งร่ายผายผาดผังหัววริกรื่นชื่นชมไพร ฯ
๏ สุขเกษมเปรมหน้าเหลือบลืมหลัง
แสนสนุกปลุกใจหวังวิ่งหรี้
เดิรร่ายผายผันยังชายป่า
หวัวร่อรื่นชื่นชี้ส่องนิ้วชวนแล ฯ
๏ พังพลายหมู่ลายหซร้องในเถื่อนท้องร้องระงมดง
ธารน้ำคร่ำกันลงเล่นน้ำแน่นแคร้นชมกัน ฯ
๏ ฝูงช้างสล้างใหญ่น้อยพังพลาย
ทอกโทนพินายหลายส่ำถ้วน
ทองแดงเผือกเนียมรายในเหล่า
ลงท่าน้ำดำป้วนเล่นร้องฮูมแปร๋น ฯ
๏ กระบือโคโขล่ร้องเที่ยวเขาเสี้ยมเสี้ยวเสียวใจหาย
เลมหล้าอาหารชายป่าริมทุ่งวุ้งวงเขา
๏ กระบือโคโขล่ร้องเที่ยวเขาเสี้ยมเสี้ยวเสียวใจหาย
เขาเซี่ยมเซียวใจหายทดน้ำ
เลมหล้าอาหารชายริมป่า
ลงล่องท่องท้องน้ำปลักแฉ้กลางตม ฯ
๏ กวางทรายร่ายกินหญ้าสุกรป่าพาพวกจร
สุนัขในไล่เห่าหอนตามเปนหมู่พรูเพรียกเสียง ฯ
๏ กวางทรายร่ายเสพย์หญ้าดงดอน
หมูป่าพาเพื่อนจรลูกล้อม
สุนัขจิ้งจอกหอนหลายเหล่า
เปนหมู่พรูเพรียกห้อมเห่าอื้ออึงเสียง ฯ
๏ กระทิงวิ่งทั้งคู่ล่ำเติบตรูดูกำยำ
หน้าด่อนท่อนตัวดำเขาเข้าวงก่งรอมงาม ฯ
๏ กระทิงวิ่งทั้งคู่ขันขำ
ล่ำเติบดูกำยำโป่งป้อม
หน้าด่อนท่อนตัวดำแรงเลิศ
เขาเค่าวงก่งง้อมแปล่มเสี้ยมรอมงาม ฯ
๏ มีหมีพีดำขลับขึ้นไม้ผับฉับไวถึง
เรี่ยวแรงแขงขันขึงกัดโพรงไม้ได้ผึ้งกิน ฯ
๏ มีหมีดำขลับหน้าเปนมัน
ขึ้นไม้ผับฉับพลันขบขึ้ง
เรี่ยวแรงแขงข้างขยันสามารถ
กัดฉีกไม้ได้ผึ้งคาบเคี้ยวพลางหวาน ฯ
๏ เสือโคร่งยงปีปเปรี้ยงแอบโอนเฉียงเสียงพึงกลัว
ร้ายยวดหนวดเพราพัวลองเล็บเล่นเผ่นโผนผาย
๏ เสือโคร่งยงปีปเปรี้ยงสยองหัว
ศัพทสำเนียงพึงกลัวทั่วแคว้น
ร้ายยวดหนวดเพราพัวตามุ่ง
ลองเล็บเล่นเผ่นแหล้นโลดเลี้ยวโผนผาย ฯ
๏ เสือเหลืองเมืองเชื่องหน้าอ้ายพรานป่าล่ากินฉมัน
เรี่ยวแรงแขงดุจกันกับเสือโคร่งโกงเสมอสมาน ฯ
๏ เสือเหลืองยงแยกเขี้ยวยิงฟัน
อ้ายด่างลายสพายสมันคาบเคี้ยว
ปีปเปรี้ยงเสียงขยาดขยันไวว่อง
ปูนเปรียบเสือโคร่งเลียวโลดแล่นเสมอสมาน ฯ
๏ เสือดาวคร่าวขึ้นไม้วิ่งว่องไวได้โดยพลัน
สัตว์ใดไปใกล้มันโจนยุดถนัดกัดกินไป
๏ เสือดาวคร่าวขึ้นไม้มองขยัน
วิ่งว่องไวฉับพลันนั่งไม้
สัตว์ใดใกล้กลายมันในร่ม
โจนยุดถนัดกัดได้ขย้ำก้มกินหลัง ฯ
๏ ลมาดผาดเริงแรงฟันฟางแขงแกล้งกัดวัลย์
เถาใหญ่ใกล้ปากมันกัดขาดสนิธติดปากไป ฯ
๏ ลมาดอาจร่านเหรี้ยวแรงขยัน
ฟันฟางคางแข็งวัลย์กิ่งเกี้ยว
เถาใหญ่ใกล้ปากมันคาคาบ
กัดขาดสนิทติดเขี้ยวย่ำย้ำกินพลาง
๏ โคแดงแจ้งกินอยู่ยืนเป็นหมู่คู่เคียงคลา
ลูกน้อยค่อยตามมาเที่ยวเล็มรบัดกัดปลายกิน ฯ
๏ โคแดงแจ้งอยู่ล้อมกินเกลียง
ยืนเป็นหย่อมพร้อมเพรียงพรั่งหน้า
ลูกน้อยค่อยตามเคียงแนมแม่
เที่ยวเล็มรบัดกัดหญ้าอ่อนอ้วนปลายเคลีย ฯ
๏ โคเพลาะฉะเพาะทุ่งออกแร่งเป็นศอกหนอกสูงเถลิง
เขาโตโคล่ร้องเริงเมียลูกน้อยค่อยตามกัน
๏ โคเพลาะฉะเพาะทุ่งแหล้นลองเชิง
แร่งศอกหนอกสูงเถลิงเถื่อนเถ้า
เขาโตโคล่ร้องเริงชมหมู่
เมียลูกน้อยค่อยเคล้าแม่เนี้ยวกินนม ฯ
๏ ฝูงฟานผ่านเถื่อนถ้องเดิรปีบร้องก้องพงไพร
เที่ยวกินถิ่นฐานใดมีน้ำหญ้าอาหารเนา ฯ
๏ ฝูงฟานผ่านเถื่อนถ้องแถวไศล
เดิรเปิบร้องก้องไพรเกลื่อนกลุ้ม
เที่ยวกินถิ่นฐานใดแดนโป่ง
มีหญ้าน้ำผงพงผุ้มบ่ายเข้านอนเนา ฯ
๏ ลมั่งพรั่งดงกว้างเขาสองข้างกางโจงโครง
รูปร่างกวางโอ่โถงฝีเท้าวิ่งยิ่งกว่ากวาง ฯ
๏ ลมั่งเขาคู่ตั้งกางโกง
สองข้างเคียงโจงโครงแตกต้น
รูปร่างกวางโอ่โถงดีกว่า
ฝีเท้าวิ่งยิ่งพ้นแล่นล้ำเลยกวาง ฯ
๏ สิงคนัดเขาเสี้ยมเสี้ยวบิดเปนเกลียวเรียวสูงแหลม
ตัวต่ำดำมอมแมมย่อมแล่นโลดโดดโจนลอย ฯ
๏ สิงคนัดเขาเสี้ยมเซี่ยวสูงแหลม
บิดเปนเกลียวเรียวแนมคู่หยื้น
ตัวต่ำดำมอมแมมคราวตื่น
ย่อมแล่นโลดโดดขึ้นสู่ฟ้าโจนลอย ฯ
๏ เลียงผาอยู่ภูเขาหนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย
รูปร่างอย่างแพะหมายขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน ฯ
๏ เลียงผาอยู่พ่างพื้นภูเขา
หนวดภู่ดูเพราเขาไปล่ท้าย
รูปร่างอย่างแพะเอามาเปรียบ
ขนเหม็นสาบหยาบร้ายกลิ่นเกล้าเหมือนกัน ฯ
๏ งูเหลือมเอื้อมพันไม้หางกระหวัดไว้ใฝ่อาหาร
เนื้อกวางย่านเดิรพานหย่อนตัวกระหวัดรัดกลมกิน ฯ
๏ งูเหลือมเกี่ยวไม้ใฝ่อาหาร
หางกระหวัดโยนยานแย่งไว้
เนื้อกวางสุกรฟานเดิรด่วน
หย่อนตัวกระหวัดรัดไว้ปากอ้าอมกิน ฯ
๏ งูเหลือมกินสุกรอึ้งทึ่งนอนห่อนเลื้อยไป
หน่อไม้ขึ้นมาไชท้องแทงตลอดรอดคลาคลืน ฯ
๏ งูเหลือมกินลมั่งเนื้อกวางฟาน
บ่ห่อนสุดคลาคลานอิ่มอึ้ง
นอนใกล้ก่อไผ่สานแซมหน่อ
แทงตลอดหลังขาดขรึ้งเมื่อเลื้อยคลายไป ฯ
๏ หมูเม่นเห็นพรอมแพรมขนตัวแหลมแซมนักหนา
ใครปะจะจับมาพองขนสบัดสลัดถูกแทง ฯ
๏ หมูเม่นขนเสี้ยมทั่วกายา
ขนแหลมแซมหนั่นหนาแน่นซร้อง
ใครปะจะจับมาดูเล่น      ก็ดี
พองขนสบัดสลัดต้องติดหน้าถูกแทง ฯ
๏ เสือปลาล่ากินปลาริมน้ำท่าหาเหยื่อแฝง
ปลาว่ายสวายหางแดงฉวยได้ถนัดกัดเร่กิน ฯ
๏ เสือปลาปลาเวียนหว้ายตีแปลง
ริมท่าหาเหยื่อแฝงอยู่ใกล้
ปลาว่ายสวายหางแดงเปนหมู่
ฉวยถูกถนัดกัดได้คาบเว้เร่กิน ฯ
๏ กระต่ายหลายพงศ์พรรค์เต้นชมจันทร์หันตัวตาม
ซ่อนซุ้มชุมเหลือหลามยามออกเล่นเต้นชมกัน ฯ
๏ กระต่ายหลายพวกพ้องพรรค์งาม
ชมชื่นแสงจันทร์ตามไล่เหล้น
ซ่อนซุ้มชุมเหลือหลามหลายเหล่า
ยามเมื่อออกเล่นเต้นโลดเลี้ยวชมกัน ฯ
๏ เสือกระต่ายลายเขียนขีดตัวกระจิดนิดกว่าแมว
อยู่ป่าตาบั้งแบ๊วขบกระตายแล้วแง้วคำราม ฯ
๏ เสือกระต่ายลายขีดขั้นเปนแถว
กระจิดกว่าแมวเหมือนแมวปากเขี้ยว
อยู่ป่าตาบั้งแบ๊วมองหมอบ
ขบกระต่ายตายเดี้ยวย่ำย้ำคำราม ฯ
๏ กระจงกระจิดเตี้ยวิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู
เหมือนกวางอย่างตาหูมีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง ฯ
๏ กระจงกระจิดหน้าเอนดู
เดินร่อยเรี่ยงามตรูกระจ้อย
เหมือนกวางอย่างตาหูตีนกีบ
มีเคี่ยวขาวน้อยช้อยแนบข้างเคียงสอง ฯ
๏ ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ยชนีอุ่ยอุ้ยร้องหา
ฝูงค่างหว่างพฤกษาต่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง ฯ
๏ ฝูงลิงยวบยาบต้นพวาหนา
ฝูงชนีมี่กู่หาเปล่าข้าง
ฝูงค่างหว่างพฤกษามาสู่
ครอกแครกใส่ไขว่คว้างโลดเลี้ยวโจนปลิว ฯ
๏ ลิงลมชมเชยคู่ขึ้นนั่งอยู่ผู้คนหมาย
ลมพัดบัดเดียวหายพัดทิศใดไปตามลม ฯ
๏ ลิงลมชมคู่ต้นยางทราย
คนนั่งตั้งใจหมายยื่นกล้วย
ลมพัดบัดเดียวหายวิววู่
พัดทิศใดไปด้วยด่วนคล้าย ตามลม ฯ
๏ ลิงจุ่นงุ่นเงื่องเซื่องค่อยกระเตื้องเงื่องคลาคลาน
หางสั้นมันงมงานจับตัวไล่ได้ง่ายดาย ฯ
๏ ลิงจุ่นงุนหง่อยหน้าซมซาน
ค่อยกระเตื้องเงื่องคลาคลานร่ายไม้
หางสั้นมันงมงานกินอยู่
จู่จับเอาตัวได้ง่ายแท้ควรเห็น ฯ
๏ ฝูงบ่างบ้างแดงด่างไต่หมากปรางบ้างแบนโผ
คนดูอยู่อะโขย่อมทิ้งไล่ให้มันบิน ฯ
๏ ฝูงบ่างแดงด่างบ้างตัวโต
ไต่หมากปรางแบนโผแล่นไม้
คนดูอยู่อะโขเนืองนั่ง
ย่อมทิ้งยิงกระสุนให้ผึ่งท้องแบนบิน ฯ
๏ ตะกวดเหี้ยเมียเข้าไข่ในโพรงไม้ได้เปนรัง
ตัวน้อยกระจ้อยหวังรูปจรเข้เล่ห์เหมือนกัน ฯ
๏ ตระกวดเหี้ยเมียเข้าไข่ตื่นตรัง
โพรงไม้อยู่เปนรังด่วนดั้น
ตัวน้อยกระจ้อยหวังดูรูป
อย่างจรเข้เล่ห์นั้นห่อนเพี้ยนเหมือนกัน ฯ
๏ ลินแล่นแผ่นดินหลายเห็นคนอายซ่อนหน้าตา
คนเขาเอาตัวมาขดตัวไว้ไม่คลี่คลาย ฯ
๏ ตัวลินเปนเกร็ดถั้วกายา
หัวหางขดหน้าตาซ่อนไว้
คนเขาเอาตัวมาดูบ่อย
ยื้อคร่าแกะแคะได้ไม่เขยื้อนคลาคลาย ฯ
๏ ตัวตุ่นงุนคลาคลานได้อาหารเข้าในโพรง
ชอบกลต้นสำโรงเข้าเคล้าคู่อยู่เปนรัง ฯ
๏ ตัวตุ่นค่อยเตื่องเต้นหลังโกง
ฉวยสัตว์เข้าในโพรงไต่เต้า
ชอบกลต้นสำโรงรังร่ม
พาคู่เคียงคลาเคล้าอยู่ดี รวงรัง ฯ
๏ ฝูงอ้นด้นแผ่นดินกินรากไผ่ใบรวกผุย
ปล่องเห็นเปนขี้ขุยคุ้ยดินร่วงกลวงเปนโพรง ฯ
๏ ฝูงอ้นด้นข่วนฟุ้งดินขจุย
รากไผ่ไม้รวกผุยกัดแหง้น
เห็นช่องปล่องดินขุยขุดอยู่
ดินร่วงกลวงทางแหล้นลอดเลี้ยวในโพรง ฯ
๏ กระเห็นเต้นคล้ายคล้ายลายพรอมแพรมแกมดำเหลือง
ไต่บนต้นหมากเฟืองลูกสุกห่ามตามกันกิน ฯ
๏ กระเห็นเต้นต่ายเหนื้องมาเนือง
ลายด่างดำแกมเหลืองเล่าเหลื้อง
ไต่บนต้นหมากเฟืองกินเฟื่อง
หางด่องกิ่งไม้เปลื้องคล่ำคล้ายชายคลาย ฯ
๏ กระเอื้อยเลื้อยหางยาวด่างดำขาวราวลูกอิน
สุกพร้อมย่อมมากินเห็นเต้นไต่ไปตามกัน ฯ
๏ กระเอื้อยเลื้อยพู่ห้อยหางยาว
ลูกอินกินเมื่อคราวแก่ต้น
รูปร่างด่างดำขาวเขียนขีด
ตื่นเต้นไต่ไปพ้นอยู่บ้างเบาบาง ฯ
๏ กระแตไต่ไม้กระจ้อยตัวน้อยน้อยโจนเรี่ยเรี่ย
โพรงปูอยู่กับเมียหางพัวเรียวเที่ยวไปมา ฯ
๏ กระแตไต่กิ่งน้อยตามเมีย
ตัวกระจ้อยโจนเรี่ยร่ายไม้
โพรงปรูอยู่เย็นเลียโลมลุก
หางพู่เรียวเที่ยวไหล้คู่เลี้ยวไปมา ฯ
๏ ชมชมดรสกลิ่นกล้าหน้าเซี่ยมแสล้มแนมคู่เคียง
เล่าฤาชื่อชมดเชียงคนหานักมักตามรอย ฯ
๏ ชมดเชียงเกลี้ยงกลิ่นกล้าหอมชวย
แชล่มคางหางพู่สวยเซี่ยมหน้า
ยืนคู่อยู่เคียงรวยรวยกลิ่น
คนตามถามชื่อข้าคงขึ้น ขายรอย ฯ
๏ กระรอกหางพัวพู่โพรงไม้อยู่คู่ไล่ตาม
หางสลวยละลวยงามวิ่งไปมาน่าเอนดู ฯ
๏ กระรอกหางพู่เหล้นปลายมะขาม
โพรงไม้คู่อยู่ตามโลดไหล้
หางสลวยละลวยงามขาวผ่อง
วิ่งไวไปมาให้ชื่นหน้าเอนดู ฯ
๏ ป้องข่างอย่างปึ้งก่ามาแปลกกันมันรู้บิน
เหนียงในใต้คางกินอาหารได้ไป่รู้เลย ฯ
๏ ป้องข่างอย่างปึ้งข่าคล้ายโดยถวิล
แปลกแต่รู้แบนบินไล่ขู้
เหนียงในใต้คางกินสัตว์เสพย์
อาหารใดไปรู้ห่อนแจ้งใจเอย ฯ
๏ ตุกคู่หมู่ตุกแกอึ่งอ่างแย้แลบึ้งแตน
ผึ้งหลวงรวงเลื้อยแขวนบนปลายไม้ใหญ่รังรวง ฯ
๏ ตุกแกคุกตูร้องคนแหงน      ดูนา
แย้บึ้งปึ้งก่าแตนต่อเฝ้า
ผึ้งหลวงรวงเลื้อยแขวนรังเรียบ
บนปลายไม้ใหญ่เถ้าแผ่นตั้งรวงเรียง ฯ
๏ งูเขียวเที่ยวเลื้อยแลพบตุกแกย่อมสู้กัน
ตุกแกกัดงูพันแรงงูมากปากคลาคลาย
๏ งูเขียวสายม่านเลื้อยลายมัน
พบตุกแกกวดขันเกี่ยงกล้า
งูขบกัดงูพันรัดรอบ
แรงมากปากคลายอ้าออกให้งูพลัน ฯ
๏ งูเขียวรัดตุกแกตุกแกแก่คางแขงขยัน
กัดงูงูยิ่งพันอ้าปากง่วงล้วงตับกิน ฯ
๏ งูเขียวแลเหลี่อมพ่นพิศพลัน
ตุแกคางแขงขยันคาบไว้
กัดงูงูเร่งพันเนดเครียด
ปากอ้างูจึงได้ลากล้วงตับกิน ฯ
๏ ยูงทองย่องเยื้องย่างรำรางชางฟ่างปลายหาง
ปากหงอนอ่อนสำอางช่างรำเล่นเต้นตามกัน ฯ
๏ ยูงทองย่องย่างเยื้องรำฉวาง
รายร่ายฟ่ายเฟื่องหางเฉิดหน้า
ปากหงอนอ่อนสำอางลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้าปีกป้องเปนเพลง ฯ
๏ นกเขาเค้าเคียงคู่ก่งคอคูคู่ขานขัน
กระทาทักปักกรอกันข้างขันไขว่ไล่ลายชม ฯ
๏ นกเขาขันคู่คู้เคียงขยัน
คอเก่งคูขานขันคั่นหน้า
กระทาทักปักกรอกันเสียงเฉื่อย
ลามไล่ไขว่ขวัญจ้าแปลกขู้ชนแทง ฯ
๏ ไก่ป่าจ้าเสียงเตี้ยพาลูกเมียเขี่ยหากิน
เห็นคนก่นวิ่งบินเข้าเร้นรอกซอกซอนหาย ฯ
๏ ไก่ป่าขันเจื่อยแจ้วกลางดิน
ลูกเมียเขี่ยหากินกกเหล้น
เห็นคนก่นวิ่งบินถามตื่น
ซอกซอนซ่อนตัวเร้นพุ่มไม้สูญหาย ฯ
๏ ไก่ฟ้าอ้าสดแสงหัวสุกแดงแทงเดือยแนม
ปีกหางต่างสีแกมสีแต้มต่างอย่างวาดเขียน ฯ
๏ ไก่ฟ้าหน้ากล่ำกล้าปากแหลม
หัวแดงแฝงเดือยแนมเนื่องแข้ง
ปีกหางต่างสีแกมลายลวด
ตัวด่างอย่างคนแกล้งแต่งแต้มขีดเขียน ฯ
๏ นกหว้าหน้างามลายคือดาวรายพรายเพริศเพรา
เที่ยวกินถิ่นลำเนาพาคู่เคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
๏ นกหว้าหน้าเปรียบแต้มดรูเฉลา
ตัวลายพรายดาวเพราเพริศหน้า
เที่ยวกินถิ่นลำเนาเคยอยู่
เคียงคู่เคล้าเฝ้าหล้าเก็บลิ้มเล็มกิน ฯ
๏ พังพอนจรเคล้าคู่พบพานงูอยู่สู้กัน
งูเห่าเอาขนดพันพังพอนผันหันตัวตาม ฯ
๏ พังพอนจรเคล้าคู่เรียงรัน
พบพานงูสู้กันขบเขี้ยว
งูเห่าเอาขนดพันรัดรวด
พังพอนจรผันเลี้ยวปลดเปลื้องตัวตาม ฯ
๏ นกกดอดทนสู้พบงูเห่าเอาปีกบัง
งูโพนพังพานหวังจะขบตอดบรอดเลย ฯ
๏ นกกดอดทนสู้งูขลัง
งูขบเอาปีกบังเข็ดเขี้ยว
งูเลิกพังพอนหวังขบตอด
ตอดบรอดเลยเลี้ยวหลีกเลี้ยวสูดหนี ฯ
๏ ดูหนูสู่รูงูงูสุดสู้หนูสู้งู
หนูงูสู้ดูอยู่รูปงูทู่หนูมูทู ฯ
๏ ดูงูขู่ฝุดฝู้พรูพรู
หนูสู่รูงูงูสุดสู้
งูสู้หนูหนูสู้งูอยู่
หนูรู้งูงูรู้รูปทู้มูทู ฯ
๏ นกกระเรียนเวียนลงหนองตรอมเที่ยวย่องร้องแกร๋แกร๋
ริมทุ่งกระทุงลอยแพเดียรดาษแลแหล่เหลือหลาย ฯ
๏ นกกระเรียนเวียนว่อนน้ำเลงแล
ลงย่องร้องแกร๋แกร๋แจ้มจ้า
ริมทุ่งกระทุงลอยแพลงล่อง
บินกลาดกลุ้มท้องฟ้าร่อนร้องเหลือหลาย ฯ
๏ นกแก้วแจ้วเสียงใสคลอใคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลาผาแขกเต้าเหล่าโนรี ฯ
๏ นกแก้วแจ้วรี่ร้องเร่หา
ใกล้คู่หมู่สาลิกาแวดเคล้า
นกตั้วผัวเมียมาสมสู่
สัตวาผ่าแขกเต้าพวกพ้องโนรี ฯ
๏ นกกระจิบกระจาบมั่วปากตะกั่วชายชมพู
นกไส้นกกรอดดูจ้อแจ้อยู่ดูเพรียกไพร ฯ
๏ กระจิบกระจาบน้อยน่าเอ็นดู
ปากตะกั่วชายชมพูแห่งห้อม
นกไส้กรอดดูพูพองปีก
จอแจพรังพรั่งพร้อมเพรียกร้องในไพร ฯ
๏ กางเขนรำเขนหางบ่าวขุนพลางกางปีกรา
จินโจ้แกงจืดมาร้องแจ้วจ้าป่าวังเวง ฯ
๏ กางเขนรำไต่ต้นพฤกษา
บ่าวขุนกางปีกราปากอ้า
จินโจ้แกงจืดมาพูดเพรียก
นกพริกร้องแจ้วจ้าป่าก้องวังเวง ฯ
๏ นกขมิ้นเหลืองหลากหลายมีสพายหมายสองคาง
เหลืองอร่ามงามปีกหางเห็นสำอางช่างมีพรรณ ฯ
๏ นกขมิ้นเหลืองก่ำป้องปีกหาง
มีสพายหมายสองคางค่างแก้ม
เหลืองอร่ามงามปีกหางเห็นเลิศ
สร้อยสำอางอย่างแต้มแต่งให้มีพรรณ ฯ
๏ ชมคู่หมู่ซั้งแซวร้องโฉดแก้วแล้วบินไป
เลียนนกหกใดใดย่อมเลียนได้ให้เสียงแมว ฯ
๏ ซั้งแซวเสียงแจ้วส่งเอาใจ
ร้องโฉดแก้วบินไปมุ่งไม้
เลียนนกสิ่งใดใดเหมือนอยู่
ไม่เพี้ยนเลียนได้ไท้เล่ห์ร้องเสียงแมว ฯ
๏ นกคุ่มซุ่มอยู่นอนในดงดอนส้อนไคลคลา
ลายเลือนเหมือนนกกระทาแต่ตัวน้อยค่อยเก็ยกิน ฯ
๏ นกคุ่มซุ่มอยู่ข้อยไปมา
ดงดอนซ่อนกายากระจ้อย
ลายเลือนเหมือนนกกระทากระแจ่ม
แต่ว่าตัวน้อยน้อยค่อยเถี้ยวเก็บกิน ฯ
๏ นกเงือกอยู่ในโพรงไม้ผัวฟักไข่เมียผันผาย
เล่นชู้อยู่เสบยสบายผัวหมายไว้ให้รวงรัง ฯ
๏ นกเงือกอยู่ซอกไม้เรียงราย
ผัวฟักเมียผันผายด่วนได้
เล่นชู้อยู่เสบยสบายลืมคู่
ผัวอดอาหารให้อยู่เฝ้ารวงรัง
๏ ชาติบุษป์พุทธชาตซาบกุหลาบกนาบทั้งสองทาง
เบงระมาดยี่สุ่นกางกลีบบานเพราเหล่าดาวเรือง ฯ
๏ ชาติบุษป์พุทธชาติขึ้นเคียงกลาง
กุหลาบกนาบสองทางกลิ่นฟุ้ง
เบงระมาดยี่สุ่นกางตรงกลีบ
สาวสาวฉวยชิงหยุ้งเก็บร้อยรอยกรอง ฯ
๏ เพกาสาเกกุ่มไม้ตาตุ่มทุมราชา
สุกรมมะยมพวาไม้หมากข้าขานางเปล้า ฯ
๏ เพกาฝักย้อมกุ่มผลหนา
ตาตุมทุมราชาเนื่องหน้า
สุกรมมะยมพวาชมพู่
สาเกไม้หมากข้าอิกเปล้าขานาง ฯ
๏ กะจายสยายซร้องนางผ้าสไบบางนางสีดา
ห่อห้อยย้อยลงมาแต่ค่าไม้ใหญ่สูงงาม ฯ
๏ กะจายสยายคลี่ซร้องนงพงา
สไบบางนางสีดาห่อห้อย
ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมาโบยโบก
แต่ค่าไม้ใหญ่น้อยแกว่งเยื้องไปมา ฯ
๏ กะเช้าเจ้าบรรจงปากแฉกตรงทรงหาบหาม
แล่งปืนของพระรามรูปงามดีมีสืบมา ฯ
๏ กะเช้านางแต่งเจ้าผจงงาม
ปากแฉกทรงหาบหามห่วงห้อย
แล่งปืนของพระรามยังอยู่
รูปร่างงามน้อยน้อยงอกขึ้นสืบมา ฯ
๏ เล็บนางงามแสล้มต้นนางแย้มแกมดองดึง
สุพรรณิกากากระทังดอกราชพฤกษ์ซีกไทรไตร ฯ
๏ เล็บนางนวยแน่งน้อยพอพัง
นางแย้มแกมดองดึงอีกอ้อย
สุพรรณิกากากระทังบานแบ่ง
ราชพฤกษ์ซีกดวงย้อยพู่เพี้ยงไทรไตร ฯ
๏ ชงโคตะโกตะขบหว้าต้นตุมกากาฝากลง
ชอบกลต้นมหาหงส์มะเดื่อดูกลูกนมแมว ฯ
๏ ชงโคตะโกหว้าดาดดง
ตุมกากาฝากลงติดไม้
นมแมวมหาหงส์เห็นอยู่
มะเดื่อดูกลูกออกได้แส่ทั้งสอยกิน ฯ
๏ กำจัดสลัดไดขึ้นบนพื้นภูภู่เขาสูง
แคคางยางยูงดูงต้นตะแบกแปลกกันบาน ฯ
๏ สลัดไดกำจัดต้นหางยูง
บนภูภู่เขาสูงหย่งหยื้น
แคคางยางยูงดูงตรงโตรด
ตะแบกแปลกกันขึ้นเกลื่อนกลุ้มบานไสว ฯ
๏ แคฝอยข่อยเข็มข้าต้นกาลาน่าดอกบาน
งิ้วงับพลับพลึงปานนิ้วมือเรียมเปรียบเทียนกลึง ฯ
๏ แคฝอยข่อยแข่ขึ้นขนัดขบาน
เข็มกาลาดอกบานที่แจ้ง
งิ้วงับพลับพลึงปานมือเรียม
นิ้วแน่งงามดังแกล้งฟั่นด้วยเทียนกลึง ฯ
๏ พุมเรียงเคียวคัดเค้าต้นปู่เจ้าเหล่าจิงจำ
ต้นองุ่นขนุนสำมลอมะก่อสะตอสะเตียน ฯ
๏ พุมเรียงเคียงคัดเค้าบานช้ำ
ปู่เจ้าเหล่าจิงจำไขว่ขึ้น
ต้นองุ่นขนุนสำมลอมาก
มะกอสะตอสะเตียนพื้นเลี่ยนเกลี้ยงตลิบเตียน ฯ
๏ กำจายรายท้องที่ต้นลิ้นจี่ทีทางจร
กลำเพาะเงาะเรียงสลอนสท้อนพวงพะงวงชุม ฯ
๏ กำจายรายทีท้องดงดอน
ลิ้นจี่ที่ทางจรป่ากว้าง
กลำเพาะเงาะเรียงสลอนทรงลูก
สท้อนลางสาดสล้างลูกเลื้อยพะงวงชุม ฯ
๏ จิงจ้อยอยมโดยดวงรายโรยโชยชายชม
ฉิ่งชี่ถี่ทางสมร่มรื่นสนุกปลุกปลื้มใจ ฯ
๏ ยมโดยยอจิ่งจ้อสลอนสลม
ดวงโรยโชยชายชมชื่นหน้า
ฉิ่งชี่ถี่ทางสมเย็นเฉื่อย
ร่มรื่นสนุกริกหร้าปลุกปลื้มใจหญิง ฯ
๏ กล้วยไม้ห้อยต่ำเตี้ยนมตำเรียเรี่ยทางไป
หอมหวังวังเวงใจว่ากลิ่น แก้ว แล้วเรียมเหลียว ฯ
๏ กล้วยไม้ห้อยย้อยคลี่ดวงไสว
นมตำเรียรายไปกลิ่นกล้า
หอมหวังวังเวงใจรสราด
ว่ากลิ่นแก้วแล้วข้าหยุดยั้ง      แลเหลียว ฯ
๏ ทองกวาวคราวดอกแดงเชิงจำแจงแดงเหียนหัน
ลำไยไม้มูกมันเคี่ยนตะเคียนเลี่ยนรังเรียง ฯ
๏ ทองกวาวคราวดอกพร้อมแดงฉัน
เชิงจำแจงเหียงหันเหี่ยวต้น
ลำไยไม้มูกมันเฟืองฝ่อ
เคี่ยมตะเคียนเลี่ยนต้นหมู่ไม้รังเรียง ฯ
๏ เจตพังดีสีเสียดสรลพรมคดปนคนทาดง
เล็บครุฑสุดสูงระหงต้นเต่าร้างกร่างแต้วกะโดน ฯ
๏ สรลสร้อยสีเสียดขึ้นเปนกง
พรมคดคนทาดงด่านกว้าง
เจตพังคีสูงระหงพังอาด
เล็บครุฑต้นเต่าร้างกร่างแต้วกะโดนหนา ฯ
๏ ตรดตรวยสลวยร่มชื้อสะตอสะตือชื่อหลายมาน
มะหาดมะตาดแสมสารมะตูมมะขวิดจิตมูลเพลิง ฯ
๏ ตรดตรวยสลวยร่มชื้อเสถียรสถาน
สะตอสะตือชื่อหลายมานมากพ้น
มะหาดมะตาดแสมสารสนับสนุ่น
มะตูมมะขวิดติดต้นดกไม้เจตมูล ฯ
๏ ปอเป้งเตงเตยตาลสรลตระการปานหางโต
ต้นทองตรองตองโพสักสูงสุดพุดซากะถิน ฯ
๏ เตยตาลตอป่านเป้งเตงอะโข
สรลเปรียบหางสิงห์โตต่ำผุ้ม
ต้นทองตรองตองโพทเลเรียบ
พุทราสักสูงกลุ้มค่าไม้กะถินงาม ฯ
๏ ปรูปะระกำดกต้นรกฟ้าหญ้านางแฝง
พัวพุ่มชุมแสงแซงลูกติดต้นหล่นลงเนือง
๏ ปรูประเดียรดาดด้วยระกำแดง
รกฟ้าหญ้านางแฝงผากเหรื้อง
พัวพุ่มชุมแสงแซงกางกิ่ง
ลูกดกตกลงเหนื้องกลาดกลุ้มกลางกิน ฯ
๏ พาดไฉนตะไคร้มะนาวเทียนช้างน้าวหาวนนทรี
ชเอมเขล็นเบญจกานีหงอนไก่สลับทับทิมบาน ฯ
๏ พาดไฉนตะไตร้เนื่องมะนาวมี
ช้างน้าวหาวนนทรีหนาดน้ำ
ชเอมเขล็นเบญจกานีเทียนป่า
หงอนไก่ทับทิมกล้ำกลีบช้อยแดงฉัน ฯ
๏ น้อยหน่าหนาเปนเหล่าน้อยเหน่เล่าเต้าตามชม
นางนวลนวลนางสมหว้านน้ำกลุ้มกทุ่มนาขนาน ฯ
๏ น้อยหน่าน่าลูกพร้อมโตกลม
น้อยเหน่เต่าตามชมชื่นผุ้ม
นางนวลนวลนางสมโสภิศ
หว้านน้ำมีเกลื่อนกลุ้มกทุ่มท้องนาขนาน ฯ
๏ ไผ่เทศงามผาดผุดต้นเล็บครุฑพุทธรักษา
ทองสิบอย่างงามนานาเข้าตอกแตกแปลกดอกขาว ฯ
๏ ไผ่เทศงามเงื่อนแต้มเลขา
เล็บครุฑพุทธรักษาโทษคุ้ม
ทองสิบอย่างตรุตรางามเลิศ
เข้าตอกแตกดวงกลุ้มแปลกด้วยดอกขาว
๏ มังคุดลมุดหมากเหม้าเหล่าทุเรียนเนียรภูสี
มูลมังสังกรณีมีร้อนลิ้นอินทผาลำ ฯ
๏ มังคุดลมุดหมากเหม้ามากมี
ทุเรียนเนียรภูสีค่าค้อม
มูลมังสังกรณีมีมาก
ต้นร้อนลิ้นชื้นล้อมหมู่ไม้อินทผล ฯ
๏ แทงทวยกล้วยกุตีบต้นปีปไสวไข่เน่าหอม
พองลมพนมพนอมน่องโลดเลียบหลาหลกปะโลง ฯ
๏ แทงทวยกล้วยกลีบเลื้อยเครืองอม
ปีปไสวไข่เน่าหอมทั่วเบื้อง
พองลมพนมพนอมลำเจียก
โลดเลียบหลาหลกเหนื้องน่องต้นปะโลงสาร ฯ
๏ หมากม่วงพวงพรวนย้อยพิมเสนห้อย สอยมากิน
สุกห่ามตามใจถวิลเอาตะกร้อซอเกี่ยวลง ฯ
๏ หมากม่วงพวงห่ามย้อยยามเห็น
พรวนพิมเสนเหลืองเปนปากกร้อ
หมอนทองม่วงมันเย็นเดิรสู่
สอยแส่พลางหัวหร้อหล่นกลุ้มชิงกัน ฯ
๏ หมากม่วงดิบห่ามฝานใส่ในจานพานตบะรอง
นั่งล้อมห้อมเนืองนองจิ้มน้ำปลางาปิกิน ฯ
๏ หมากม่วงดิบห่ามให้ปอกฝาน
งาปิน้ำปลาจานจุ่มจิ้ม
นั่งล้อมห้อมกินกรานกินอยู่
เข็ดฟันฝันหน้ายิ้มอิ่มเอื้อน ราถอย ฯ
๏ ชมร่มไม้ไทรไตรเรไรไพรแว่วแจ้วเสียง
เรื่อยเฉื่อยสำเนียงเพียงปี่รีเสนาะเพราะเพลงเครง ฯ
๏ เดิรเพลินชมร่มไม้ไทรไตร
สดับศัพท์เรไรไพรแว่วแจ้ว
ระกำรำไยไพรเลือนเถื่อน
มังคุดลมุดแต้วแก้วกุ่มกถุ้มทรม่วงมะงวง ฯ
๏ หัวลิงหมากลางลิงต้นลางลิงแลหูลิง
ลิงไต่กะไดลิงลิงโลดคว้าประสาลิง ฯ
๏ หัวลิงหมากเรียกไม้ลางลิง
ลางลิงหูลิงลิงหลอกชู้
ลิงไต่กะไดลิงลิงห่ม
ลิงโลดฉวยชมผู้ฉีกคว้าประสาลิง ฯ
๏ ปุ้มไก่แลหงอนไก่ต้นหางไก่ แลสร้อยไก่
โหราเดือยไก่ไก่ให้เทียนไก่ไก่จับนอน ฯ
๏ ปุ้มไก่หงอนไก่ต้นเรียงไสว
หางไก่แลสร้อยไก่กกก้อง
โหราเดือยไก่ไก่เมียงม่าย
ต้นเทียนไก่ไก่ร้องไก่เตี้ยจับขัน ฯ
๏ เพกาต้นตุมกาโยทกากรรณิกา
ชุมกาแลสาบกาต้นมะกากาจับนอน ฯ
๏ เพกาตุมกาต้นกาลา
โยทกากรรณิกาถี่ก้อง
ชุมกาและสาบกากาสู่
ต้นมะกาการ้องจับไม้กาหลง ฯ
๏ ธารไหลใสสอาดมัจฉาชาติดาษนานา
หวั่นหว้ายกินไคลคลาตามกันมาให้เห็นตัว ฯ
๏ ธารไหลใสสอาดน้ำรินมา
มัจฉาชาตินานาหวั่นหว้าย
จอกสร่ายกินไคลคลาเชยหมู่
ตามคู่มาคล้ายคล้ายผุดให้เห็นตัว ฯ
๏ นั่งเล่นเห็นหมู่ปลาพรั่งพรูมาเหล่าเหลือหลาย
กินเข้าเอาโปรยปรายปลามาใกล้ได้เห็นตัว ฯ
๏ นั่งชมปลาหมั่วหมู่เรียงราย
พรูพรั่งมาเหลือหลายว่ายหวิ้ง
กินเข้าเอาโปรยปรายลงบ่อย
ปลาว่ายใกล้ได้ทิ้งห่อเข้าดูปลา ฯ
๏ ปลาแปปแลปลาเป้าปลาเข้าเม่าปลาคางเบือน
ปลาม้าหน้าคนเหมือนปลากดกรายสวายหางแดง ฯ
๏ ปลาดุกปลาแปบเป้าแลเลือน
เข้าเม่าเหล่าคางเบือนมุ่งหม้าย
ปลาม้าหน้าคนเหมือนคนอยู่
ปลากดกรายสวายหว้ายโบกน้ำหางแดง ฯ
๏ ตะตรับคอยตรับหูหมู่ปลาบู่ว่ายเวียนแฝง
สร้อยส้าปลาหมอแขยงปลาแมงภู่หมู่กระทุงเหง ฯ
๏ ปลาตะตรับคอยกะตั้งหูแขง
ปลาบู่ว่ายเวียนแฝงฝั่งน้ำ
สร้อยส้าปลาหมอแขยงสังกวาด
แมงภู่ดูโลดล้ำพรั้งพร้อมกะทุงเหง ฯ
๏ ปลาอ้าวปลาเนื้ออ่อนว่ายมาก่อนปลาหนามหลัง
กระแหหางแดงหวังเข้าสู่ทุ่งมุ่งเลมไคล ฯ
๏ ปลาอ้าวเนื้ออ่อนหญ้าตัวบัง
มาก่อนปลาหนามหลังอยู่หน้า
กระแหหางแดงหวังคลาแหล่ง
เข้าสู่ทุ่งเลมหล้าเหยื่อย้ำกินไคล ฯ
๏ ปลากะโห้ชโดแฝงช่อนชวาดแชวงแฝงครัน
หน้าสั้นปลานวลจันทร์ปลาอ้องแอ้งปลาเสือหมู ฯ
๏ ปลาชะโดกะโห้ใฝ่แฝงกัน
ช่อนชวาดแชวงสูบครันว่ายแว้ง
หน้าสั้นอิกนวลจันทร์หลายเหล่า
ปลาทุกท้องอ้องแอ้งหมึกเหม้าเสือหมู ฯ
๏ กดคลังปลาสังมีปลากระดี่ปลาดุกอุย
พ่นน้ำกระจายกระจุยปลาหูช้างช้างเหยียบซิว ฯ
๏ กดคลังปลากสังหว้ายชายงุย
ปลากระดี่ปลาดุกอุยแอบข้าง
พ่นน้ำกระจายกระจุยหลายเหล่า
ปลาชื่อหูช้างช้างเหยียบบี้ปลาซิว ฯ
๏ เทโพแลเทพาตะเพียนพาพาพวกจร
ไอ้บ้าปลาสลุมพอนผักพร้าเพรี้ยแลหนวดพราม ฯ
๏ เทโพพาพวกพ้องเทพา
ปลาตะเพียนปลากาพาคู่เคี้ย
สลุมพอนไอ้บ้าปลาหลายหมู่
ปลาผักพร้ามาเพรี้ยว่ายไหล้หนวดพราม ฯ
๏ ฝูงนาคมากหมู่มาดำน้ำท่าหาอาหาร
ฝูงปลามาพะพานขบได้ถนัดกัดกินเนือง ฯ
๏ ฝูงนาคมากหมู่หมั้วดาขนาน
ดำน้ำหาอาหารแกล่กล้ำ
ฝูงปลามาพอพานพะปาก
ขบถนัดกัดใต้น้ำผุดขึ้นกินเนือง ฯ
๏ งูเหลือมคอกระหวัดไม้หางกระหวัดไว้ใฝ่อาหาร
วิดน้ำในห้วยธารโพงไปมาเอาปลากิน ฯ
๏ งูเหลือมแบนท้องแผ่คือกะดาน
วิดน้ำหาอาหารใฝ่กล้ำ
โครมครุ่นในห้วยธารเสียงฉ่า
โพงสาดไปให้น้ำซ่านสิ้นกินปลา
๏ งูเหลือมบนกิ่งไม้ใบหนาใส่ซ่อนซอน
แกกาช้างวานรพอมาใกล้ได้ฉวยกิน ฯ
๏ งูเหลือมบนค่าไม้ใบสลอน
คางซบแนบแอบนอนซ่อนเร้น
กาแกค่างวานรลืมร่าง
งูขบถนัดกัดเน้นค่อยกล้ำกลืนกิน ฯ
๏ จรเข้หลายว่ายเคียงคู่เป็ดปนหมู่ภู่เข้าไป
เป็ดบินสิ้นตกใจคนพิศเพ่งเล็งแลดู ฯ
๏ จรเข้ใหญ่น้อยว่ายชลใส
ภู่ตามเป็ดน้อยไปเรื่อยรี้
เป็ดน้ำดำตกใจบินตื่น
คนคร่ำเลงแลชี้บอกให้กันดู ฯ
๏ เป็ดหงส์ลงธาราคล่ำดำหาปลาตะเพียนเวียน
ไล่ลัดฉวัดเฉวียนหาปลาแปบแทบทันกัน
๏ เป็ดหงส์ลงท่องท้องธารา
เตร็จคล่ำดำหาปลาก่ายหว้าย
แชวงแขยงม้ากากดหลด
ได้แปบแทบกายหม้ายอ่าวค้าวตะเพียนเวียน ฯ
๏ ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่ฝังไข่ไว้ในหาดทราย
ตริวคราวเต่าม่านลายผุดดำคล้ายว่ายเห็นตัว ฯ
๏ ตะพาบน้ำคลานขึ้นไข่ตีนตะกาย
ฝังไข่ในหาดซายกลบเกลี้ยง
ตริวตราวขุนม่านลายตระเต่า
ดำผุดคล้ายว่ายเพี้ยงก่ายกลุ้มหนาตัว ฯ
๏ ปูกุ้งลอยก่งก้ามแลเหลื่อมหลามย่ามเหยื่อหา
หอยโข่งหอยขมตาวัวก็มีที่ท้องธาร ฯ
๏ ปูกุ้งลอยก่งก้ามไคลคลา
เหลือหลามย่ามเหยื่อหาสู่ส้อง
หอยโข่งหอยขมตาวัวเกลื่อน
สารพัดมีที่ท้องท่าน้ำธารสินธุ์ ฯ
๏ เถาวัลย์พันพฤกษาถีบชิงช้าช้าแกว่งไกว
ทำเพลงวังเวงไพรส่งเสียงเรื่อยเฉื่อยละคอนเครง ฯ
๏ เถาวัลย์พันไม้หย่อนลงมา
สาวนั่งถีบชิงช้าห่วงห้อย
ทำเพลงวังเวงอารมณ์ชื่น
เสียงส่งเพราะดอกสร้อยฉ่ำร้องละคอนเกรง ฯ
๏ ลมพัดมาเรื่อยเรื่อยเย็นชวยเฉื่อยสำราญใจ
ปูผ้านอนหลับในใต้ร่มไม้ไทรสาขา ฯ
๏ ลมพัดมาเฉื่อยชื้อเย็นใจ
ปูผ้านอนหลับใหลกลาดกลุ้ม
ฟูกหมอนเรียงกันไปหลายเหล่า
นอนอยู่ใต้ไทรผุ้มร่มไม้ไพศาล ฯ
๏ ลางนามอาบน้ำท่าทาขมิ้นหอมพึงชม
ทาแป้งแกล้งหวีผมผัดหน้านวนยวลใจชาย ฯ
๏ ลางนางตักน้ำท่าอาบองค์
ขัดขมิ้นเหลือบรรจงลูบน้ำ
หวีเกล้าเอาเทริดทรงผมปีก
ผัดหน้านวนงามล้ำยั่วเย้าใจชาย ฯ
๏ จบเสร็จชมนกไม้ในแหล่งไหล้พนัศสถาน
หญิงชายฟังสำราญที่ผิดอ่านวานแต้มเขียน ฯ
๏ จบเสร็จชมนกไม้โคลงการ
ชมแหล่งไพรพนัศสถานเถื่อนกว้าง
หญิงชายชื่นชมบานใจโลกย์
ใคร่อ่านวานเติมบ้างช่วยแต้ม เขียนลง ฯ
เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ เจ้าทรงเขียน
ไชยเชษฐสุริย์วงศ์ เพียรเลิศหล้า
แต่งไว้ให้สถิต เสถียรในโลกย์
จำเนียรกาลนาน ช้าอ่านอ้างสรรเสริญ ฯ
เจ้าฟ้า หนุ่มน้อยราชกุมาร
ธรรม์ ธำรงกลอนการยั่วแย้ม
ธิเบศร์ วราสถานไชยเชษฐ
สุริย์วงศ์ ทรงโคลงแต้มแต่งไว้วานสงวน ฯ
เจ้าฟ้า เลิศล้ำโพธิสมภาร
กรมขุน หลวงพญากรานกราบเกล้า
เสนา นราบานใจชื่น      ชมนา
พิทักษ์ รักษาเช้าค่ำด้วยใจเกษม ฯ
จบ จนจอมโลกย์เจ้าคืนวัง
พิตรสถิตยบัลลังก์เลิศหล้า
ริ ร่างกาพย์โคลงหวังชนโลก      อ่านนา
บูรณ์ พระโคลงเจ้าฟ้าธิเบศร์เจ้าจงสงวน ฯ
๏ อักษรเรียบเรียงถ้อยคำเพราะ
ผู้รู้อ่านสารเสนาะเรื่อยหรี้
บรู้อ่านไม่เหมาะตรงเทิ่ง      ไปนา
ทำให้โคลงทั้งนี้ชั่วช้าเสียไป ฯ
๏ อักษรสรรค์สร้างช่างชุบจาน
โคลงก็เพราะเสนาะสารแต่งไว้
ผู้รู้อ่านกลอนการพาชื่น      ใจนา
ผู้บ่รู้อ่านให้ขัดข้องเสียโคลง ฯ
             

เชิงอรรถ

อ้างอิง

เครื่องมือส่วนตัว