เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 7157 พราหมณ์กินพรหม
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 26650

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 02 พ.ค. 02, 18:57

 เรื่องนี้มาจาก นิยายเบงคลี ของเสฐียรโกเศศ ค่ะ เป็นเรื่องตลก ไม่เกี่ยวกับเชาวน์ปัญญาไหวพริบอย่างเรื่อง พรหมลิขิต
แต่ก็พอจะมีอะไรให้ทายกันเล็กๆน้อยๆ บ้าง

เป็นเรื่องของพราหมณ์เฒ่า ซึ่งอาภัพไม่ซ้ำกับมนุษย์คนใด   คือตั้งแต่เกิดมา   แกไม่เคยกินข้าวอิ่มกะเขา  กินได้แค่ครึ่งกระเพาะก็มีเหตุให้หยุดกิน   หรือมีข้าวพอกินได้แค่นั้นทุกครั้ง

สาเหตุคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลา  ลองแปลกๆยังงี้ละก็ไม่มีใครอีก   คือพระพรหม(น่าจะเป็นองค์เดียวกับที่ถูกปุโรหิตลองดี) ลิขิตว่าแกมีสิทธิ์กินข้าวได้แค่ครึ่งอิ่มเท่านั้น  

ตาพราหมณ์แกก็อยู่แบบอดๆอยากๆมาจนแก่   วันหนึ่ง พระราชาเกิดใจดี  เลี้ยงอาหารพราหมณ์ทั้งเมือง     ตาพราหมณ์แกก็ไปร่วมรับเลี้ยง
 แต่ความที่แกแก่แล้ว กว่าจะกะย่องกะแย่งไปถึงคนอื่นเขาก็กินกันหมด   พระราชาเห็นพราหมณ์มาล้าหลังอีกคนก็สั่งเจ้าพนักงานให้จัดเลี้ยงเป็นพิเศษคนเดียว
พนักงานก็ยกสำรับข้าวปลาอาหารดีๆมาเพียบ พราหมณ์ดีใจว่าคราวนี้ได้กินอิ่มเสียทีเป็นครั้งแรกในชีวิต
ลงนั่งกินอย่างเป็นสุข   พอกินไปได้ครึ่งกระเพาะพอดีเป๊ะ   เจ้ากรรม  ก่อนหน้านี้ ใครไม่รู้ดันเอาหม้อดินขึ้นไปแขวนไว้บนเพดานเหนือหัวพราหมณ์   หม้อเกิดหล่นลงมาใส่ชามข้าว  ข้าวหกกระจายหมดชาม
เป็นอันว่าต้องหยุดกินแค่นั้น

พราหมณ์ก็ไปลาพระราชา  พระราชาถามว่ากินอิ่มแล้วหรือ พราหมณ์แกก็ตอบตามตรงว่า กินได้แค่ครึ่งเดียวเพราะหม้อหล่นลงมาข้าวหกกระจายเปื้อนหมด  ไม่ได้กินจนอิ่ม
พระราชาพิโรธที่เกิดเหตุ  จึงปลอบพราหมณ์ว่าไม่เป็นไร   พรุ่งนี้เชิญมาอีกครั้งจะคอยดูไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอีก

วันรุ่งขึ้น  พระราชาก็สั่งมหาดเล็กเจ้าพนักงานเก็บกวาดสถานที่ให้ดี    คอยนั่งเฝ้าระวังระไวไม่ให้มีอะไรมาขัดขวางอาหารมื้อใหม่นี้อีก  
ถึงเวลาพราหมณ์ก็มากินข้าว   คราวนี้พนักงานทั้งหลายนั่งระวังกันแปดทิศไม่ให้เกิดเหตุใดๆได้อีกเป็นอันขาด

ร้อนถึงพระพรหม  เพราะตามพรหมลิขิต ตาพราหมณ์แกมีสิทธิ์กินได้แค่ครึ่งท้องเท่านั้น   ทำบาปอะไรไว้ไม่ได้บอกในเรื่อง
คราวนี้พระราชาสั่งคนนั่งเฝ้าแน่นหนาจนหาช่องโหว่ไม่พบ   ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคสักอย่างเดียว
พระพรหมหมดท่า   ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยแปลงเป็นกบทองไปอยู่ในชามข้าว    หวังว่าพราหมณ์มองเห็นกบในข้าวจะสะอิดสะเอียน ทิ้งชามข้าวไม่ยอมกิน   ก็จะเป็นไปตามพรหมลิขิตเช่นเดิม

แต่คราวนี้  พราหมณ์แกกินเอร็ดอร่อย  ไม่ทันดูว่ามีกบอยู่ในข้าว เลยกินกบเข้าไปด้วย    กินไปจนอิ่มก็ไปลาพระราชา
 บอกว่าเกิดมาเพิ่งกินข้าวอิ่มมื้อนี้เป็นครั้งแรก แล้วแกก็สรรเสริญอวยชัยให้พร  พระราชาก็ประทานเงินแถมไปตามสมควร   พราหมณ์ก็ลาพระราชากลับบ้านไปหาลูกเมียอย่างมีความสุข

ตาพราหมณ์แกแฮปปี้แล้วก็จริง แต่เรื่องยังไม่จบ  เพราะบนสวรรค์เกิดเรื่องปั่นป่วนโกลาหลในวันนั้น  เนื่องจากพระพรหมเกิดหายไป  เทวดาหากันทุกชั้นฟ้าก็ไม่พบ

เล่ามาถึงแค่นี้  ก็ถึงเวลารอ ๒๐ ความเห็นอีกแล้วละค่ะ
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 13:22

 I do not know what to guess, verything goes around comes around na ka.

Anyway, the Brahma should have been cooked as a fried frog before he was eaten! His taste would have been better than it was.
บันทึกการเข้า
พลอย
อสุรผัด
*
ตอบ: 7


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 17:04

 ไม่ทราบต้องทายอะไรเช่นกันค่ะ
แต่ก็มายกมืออีกครั้งค่ะ จะได้ฟังต่อเร็วๆ    
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 17:39

 ขอทายว่า ทำอย่างไร พราหมณ์ถึงจะยอมคายพระพรหมออกมาใช่ไหมคะ ไม่เช่นนั้นแล้วคงปั่นป่วนโกลาหลกันทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์เป็นแน่แท้    
บันทึกการเข้า
จดิษฐ์ มหันปรเมตรพงษ์
อสุรผัด
*
ตอบ: 44


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 17:48

 ตลกดีครับ
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 17:55

 เอ ยอมคายออกมาก็กลายเป็นว่าไม่อิ่มสิ
บันทึกการเข้า
เมรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 22

ทำงาน - NECTEC


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 20:53

 กบ (พระพรหมปลอมตัว) ลงไปอยู่ในกระเพาะ ก็คงไม่สนุกนักนะคะ ทั้งตัวกบและตัวพราหมณ์
แต่ เอ... จะว่าไปแล้ว พ่อพราหมณ์กินครบอิ่มแล้วเนี่ย ก็น่าจะถือว่าพระพรหม ทำงานบกพร่องสินะคะ (ต่อให้กบในท้องจะป่วนจนต้องสำรอกออกมาครึ่งกระเพาะ ก็น่าจะถือว่าเป็นเรื่องภายหลัง) สงสัยพระพรหม ต้องโดนปลดหรือเปล่าคะ(แล้วเลือกตั้งหาพระพรหมองค์ใหม่) ส่วนคำสาบที่เกิดจากพระพรหมองค์เก่าก็น่าจะยกเลิกไป เพราะพลาดไปเสียแล้ว ต่อจากนั้นไปตาพราหมณ์ก็คงกินได้เต็มกระเพาะ(ถ้ามีกะตังค์พอ)
ชักเลื่อนเปื้อนใหญ่แล้วนะคะ ไม่เอาดีกว่า นั่งฟังคนอื่นมั่ง
บันทึกการเข้า
เมรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 22

ทำงาน - NECTEC


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 20:54

 ขอแก้คำผิดนิดนึงค่ะ คำสาปค่ะ มิใช่คำสาบ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 15 เม.ย. 02, 23:38

 อืมม ใครคิดสูตรยาทำให้แหวะได้คงเป็นพระเอกแน่ งานนี้ ฮ่าๆๆ
บันทึกการเข้า
caeruleus
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 06:55

 เดาไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แต่มาช่วยเพิ่มยอด จะได้อ่านคำตอบเร็วๆ    
บันทึกการเข้า
ป่านแก้วและใยไหม
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 42


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 09:05

 พราหมณ์รับประทานกบไปตั้ง หนึ่งตัว  แถมเป็นกบพระพรหมแปลงมาเสียอีก   คงจะปวดท้องแย่เลยค่ะ   น่าจะให้เข้าห้องผ่าตัดไปผ่าท้องแบบ ผ่าตัดไส้ติ่งเลยนะคะ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 09:05

 แหม! คุณเปี้ยว คิดอะไรได้ละเอียดรอบคอบขนาดนั้นคะ
กินจนอิ่ม กลับบ้านแล้ว ไปคายที่บ้านก็ถือว่าไม่ผิดกติกาซิคะ
อิอิ
บันทึกการเข้า
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 09:12

 สวรรค์ปั่นป่วนขนาดนี้ สงสัยตาพราหมณ์คงจะต้องตกลงกับพระพรหมแล้วล่ะค่ะ ว่าถ้าพราหมณ์ยอมสำรอกพระพรหมออกมา พระพรหมก็จะต้องเปลี่ยนคำลิขิต ให้ตาพราหมณ์ได้กินอิ่มหมีพีมันได้ทุกมื้อทุกคราว แต่จะตกลงกันท่าไหนก็ไม่ทราบนะคะเพราะพระพรหมตอนนี้เป็นกบอยู่ในท้อง ตาพราหมณ์ก็คงจะต้องมีวิชาอยู่ซักหน่อยถึงจะพูดกับกบซึ่งอยู่ในท้องได้....

ไม่รู้แล้วค่ะ เดาไปเรื่อย รอฟังคำเฉลยดีกว่า ความเห็นที่ 12 แล้วค่ะคุณเทาชมพู อีก 8 ความเห็นเท่านั้น
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 09:16

 อันนี้ก็เดาเหมือนกันค่ะ
ถ้าเป็นทองรักนะคะ สงสัยจะต้องเรียกค่าตอบแทนจากพระพรหม
ให้คุ้ม (กับที่ต้องอาภัพ กินข่าวไม่อิ่มมาเกือบตลอดชีวิต) ก่อนที่จะยอมคายพระพรหมออกมาค่ะ

มาช่วยเพิ่มยอดเหมือนกันค่ะ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 เม.ย. 02, 13:48

 ตายแล้ว ป่านนี้พระพรหม มิถูกย่อยเป็นโปรตีนไปแล้วหรือคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006, Simple Machines LLC
XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.159 วินาที กับ 19 คำสั่ง