เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 7039 พรหมลิขิต
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 15 เม.ย. 02, 00:05

 คุณบัวบรรณ ซื้อหนังสือมาฝาก ๓ เล่มจากงานสัปดาห์หนังสือฯที่เพิ่งจบไป
เป็นรวมงานเขียนของอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ ๒ ท่านคือดร.ศักดิ์ศรี แย้มนัดดาและรศ.วิสุทธ์ บุษยกุล
ท่านทั้งสองจบวิชาสันสกฤต ปริญญาเอก และปริญญาโท มาจาก U of Pennsylvania สหรัฐอเมริกา  

ใครเรียนอักษรศาสตร์คงรู้ว่าวิชาสันสกฤต เรียนยากเย็นแสนสาหัส  จบปริญญาเอกและโทกันไม่กี่คนในประเทศไทย
ดิฉันเอกอังกฤษ เลยไม่ได้เรียนสันสกฤตที่พวกเอกไทยเขาเรียนกัน    เลยรอดตัวไปได้ ไม่งั้นก็คงเรียนไม่จบตรีจนแล้วจนรอด

ย้อนกลับมาเรื่องเดิมค่ะ  โชคดีมากที่ดิฉันได้หนังสือ ๓ เล่มนี้มาไว้ครอบครอง
บางเรื่องไม่เคยอ่านมาก่อน อย่างเรื่อง "พรหมลิขิต"ใน วิสุทธ์นิพนธ์  เป็นเรื่องล้อเลียนเสียดสี(satire) จากหนังสือชื่อ "ธรรมกัลปทรุมะ"
ขอเล่าให้ฟังสั้นๆ

ในสมัยโน้น  เมื่อเด็กทารกคลอดออกมาครบ ๖ วัน พระพรหมจะเสด็จลงมาจารึกชะตาชีวิตลงบนหน้าผากเด็ก  
หลังจากนั้นชีวิตเด็กก็จะเป็นไปตามที่พระพรหมท่านลิขิตเอาไว้   หลีกเลี่ยงกระดิกกระเดี้ยไปจากนั้นไม่ได้  ไม่ว่าจะยากเย็นหรือแปลกพิสดารไม่น่าเชื่อยังไงก็ต้องเป็นไปตามนั้น

เรื่องกล่าวถึงปุโรหิต(หรือที่ปรึกษาของพระราชา) ชื่อ "ชฺญาณนครฺภ " เป็นคนเก่งเฉลียวฉลาดรอบรู้ไม่มีใครสู้ได้ทั้งแผ่นดิน
พระราชานรวาหนะเจ้านายของเขาทรงมีโอรสธิดา ๓ องค์  ทุกครั้งเมื่อเจ้าชายเจ้าหญิงคลอดออกมา  
พอครบ ๖ วัน   ชฺญาณนครฺภก็จะแอบไปซุ่มอยู่ในห้องเด็ก  คอยดูว่าพระพรหมจะมาจารึกชะตาอะไรลงบนหน้าผาก

โอรสองค์แรก  พระพรหมทรงลิขิตว่า
" โตขึ้น เขาจะต้องเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์   แต่ในวันหนึ่งๆ  เขาจะจับสัตว์ได้เพียงวันละตัวเท่านั้น"

โอรสองค์ที่สอง พระพรหมทรงลิขิตว่า
"โตขึ้น เขาจะมีอาชีพเป็นคนขายหญ้า  และจะมีวัวเพียงตัวเดียวสำหรับบรรทุกหญ้าไปขาย"

ในเรื่องไม่ได้บอกว่าพระโอรส ๒ องค์นี้ทำกรรมอะไรเอาไว้ถึงเคราะห์ร้ายขนาดนี้  แต่ก็ยังไม่แย่เท่าพระธิดา ซึ่งถูกพระพรหมลิขิตว่า

" โตขึ้นนางจะต้องเป็นโสเภณี  และจะได้รับแขกคืนละคนตลอดไป"

ชฺญาณนครฺภได้แต่เก็บความสลดใจเอาไว้ ไม่แพร่งพรายบอกใคร  เพราะยังไงก็แก้ไขไม่ได้  รู้ไปพ่อแม่ก็ใจเสียเปล่าๆ

เวลาผ่านไปจนเจ้าชายหญิงเริ่มโตขึ้น    มีข้าศึกมาประชิดเมือง พระราชาออกรบแล้วสิ้นพระชนม์ในที่รบ  ก็เสียเมืองแก่ศัตรู    พระโอรสธิดาพลัดพรากกระจัดกระจายกันไป
ชฺญาณนครฺภด้วยความภักดีต่อนาย ก็ออกสืบหาลูกของนายอยู่หลายปี   จนกระทั่งพบเมื่อพวกนี้โตเป็นหนุ่มสาว
ปรากฏว่าพรหมลิขิตขีดเส้นตรงเผง    เจ้าชายและเจ้าหญิงดำเนินชีวิตตามแบบที่ถูกกำหนดไว้ไม่ผิดเพี้ยน   อยู่ในสภาพยากจนน่าเวทนากันทั้งสามคน

เจ้าชายคนแรกเป็นพรานก็จับสัตว์ได้แค่วันละตัวเดียว  ต่อให้เก่งยังไงก็ไม่ได้มากกว่านั้น  คนที่สองขายหญ้าก็มีวัวเพียงตัวเดียว   จะตัดหญ้าได้มากแค่ไหนก็หาวัวตัวที่สองมาบรรทุกไม่ได้จนแล้วจนรอด ส่วนเจ้าหญิงก็กลายเป็นโสเภณีมีลูกค้าคืนละคน  ไม่พอกินอีกเหมือนกัน

ชฺญาณนครฺภก็เลยใช้สติปัญญาตัวเอง  ช่วยลูกของนายให้อยู่สุขสบายกันได้ทั้ง ๓ คน  โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพรหมลิขิตเลยสักนิดเดียว

จบนิทานไว้ค้างๆยังงี้ละค่ะ  
ลองมาทายกันไหมว่าชฺญาณนครฺภแกทำยังไง ถึงลองดีกับพระพรหมได้สำเร็จ
บันทึกการเข้า
ฟ้าฝัน
อสุรผัด
*
ตอบ: 34

ทำงานที่บริษัทดีทแฮล์ม


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 09 เม.ย. 02, 16:19

 คิด........(กุมขมับด้วยคะ)....อือ......ฮือ...
เฮ้อ...(ผ่านไป 10 นาที งานการไม่ได้ทำเลยคะ) คิดไม่ออกคะ (แสดงว่าฟ้าคงลองดีกับพระพรหมไม่ได้แน่ๆคะ) แล้วจะมาอ่านว่าชฺญาณนครฺภทำอย่างไรนะคะ    
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 09 เม.ย. 02, 16:52

 เคยเรียนแต่วรรณคดีสันสกฤตค่ะ ตอนเรียนปริญญาตรี เพราะเรียนภาษาไทยเป็นวิชาโท จำได้ว่ายากมาก ยากกว่าวรรณคดีอังกฤษหลายเท่า (ในความรู้สึกตัวเองนะคะ) พอมาตอนนี้เลยคิด คิด เท่าไรก็คิดไม่ออกซักที เหมือนคุณฟ้าฝันเลยค่ะ ขอรอฟังเฉลยดีกว่านะคะ    
บันทึกการเข้า
เมรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 22

ทำงาน - NECTEC


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 09 เม.ย. 02, 19:35

 เข้ามาวนๆดูอยู่2-3รอบแล้วค่ะ แล้วก้ิอยังคิดไม่ออกสักที
ขอเดาแบบโง่ๆได้ไหมคะเนี่ย
เอาเป็นว่า เจ้าชายคนแรกที่เป็นพรานก็ให้เลือกจับสัตว์ที่จะขายได้ราคาแพงๆ เช่น.. ช้าง แรด นกยูง .... ได้วันละตัวก็น่าจะอยู่ได้นะคะ
ส่วนคนที่สองที่ขายหญ้า และมีวัวเพียงตัวเดียว (ไม่รู้ปลูกหญ้าเองอะปล่าว) ก็ให้เลือกขนหญ้าพันธุ์ที่จะมีราคาดีๆ เหมือนกัน ไปขาย (น่าจะมีนะคะ หญ้าแบบราคาดีๆ) หรือไม่ก็อาจจะแปรรูปหญ้าก่อน ให้มันมีมูลค่าเพิ่มในตัวเองมากขึ้น
สำหรับ เจ้าหญิงที่กลายเป็นโสเภณีมีำได้ลูกค้าคืนละคน เฮ้อ อันนี้ยากจัง สงสัยต้องส่งเจ้าหญิงไปเรียนวิชาอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ไหมคะ เหมือนเกอิชา หรือ นางคณิกาชั้นสูง ที่ประมาณว่าเลือกแขกได้เองด้วย อาจจจะต้อง ดีดสีตีเป่า (เครื่องดนตรี) เก่งๆ โคลงกลอนกาพย์ฉันท์ได้ และอื่นๆ ถ้าแบบนี้รับแค่คืนละคนแต่ขอแบบรวยๆ คงพอไหวนะคะ
ปวด ขมองจัง
แล้วมาขอนั่งฟังเฉลยดีกว่าค่ะ    
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 09 เม.ย. 02, 22:59

ขอทาย(เดา)ว่า ชฺญาณนครฺภ เป็นเศรษฐีมีเงิน  เลยยอมเสียสละเพื่อนายเก่า  ด้วยการรับเป็นลูกค้าของลูกนายเก่าทั้งสาม  แล้วให้ค่าตอบแทนอย่างสูง  แม้แต่สินค้าเป็นเพียง ตัวเดียว สิ่งเดียว ครั้งเดียว    
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
มัจฉานุ
**
ตอบ: 60

ทำงานบริษัทเอกชน


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 10 เม.ย. 02, 10:27

 แอบมาเอาใจช่วยเพื่อนๆ ค่ะ  สงสัยตอนครบ 6 วันโดนลิขิตบนหน้าผากให้เป็นกองเชียร์  แหะๆ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 104

architect


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 10 เม.ย. 02, 18:54

 ขอแอบอยู่ใต้ถุนเรือนไปก่อนนะคะ  ไม่ค่อยถนัดเรื่องนิทานค่ะชอบฟังนิทานแต่แต่งเรื่องและแก้ปริศนาไม่ออกจริงๆค่ะ
มากๆนะคะ
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
แขกเรือน
อสุรผัด
*
ตอบ: 36

ทำงานเป็นลูกจ้างหลวง


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 10 เม.ย. 02, 18:55

 กำลังคิดหาความสัมพันธ์ระหว่างสามอาชีพกับหนึ่งปุโรหิต คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เลยมานั่งรอฟังเฉลยครับ
บันทึกการเข้า
เมรี
อสุรผัด
*
ตอบ: 22

ทำงาน - NECTEC


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 เม.ย. 02, 18:56

 ว่าแต่ว่า จะมีเฉลยไหมคะ
แบบว่า ... อยากทราบคำตอบจะแย่แล้วเจ้าข้า
บันทึกการเข้า
ทองรัก
พาลี
****
ตอบ: 390

นักวิจัย


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 เม.ย. 02, 20:12

 แอบมาฟังเฉลยเหมือนกันค่ะ แต่ก็คล้อยตามคุณพวงร้อย
ไปกว่าครึ่งแล้วว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถึงแม้จะยังตะขิดตะขวงใจเรื่องเจ้าหญิงกับปุโรหิตอยู่ก็เถอะค่ะ
บันทึกการเข้า
ศศิศ
พาลี
****
ตอบ: 326


อหังการ์ ล้านนาประเทศ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 เม.ย. 02, 09:14

 ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของข้าน้อย มิอาจเดาได้ขอรับ ....โปรดไขให้ข้าน้อยหายสงกาด้วยเถิด ... นะท่าน    
บันทึกการเข้า

- ศศิศ -
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 เม.ย. 02, 14:51

 ณ เรือนนี้มีบัณฑิตรุ่นใหญ่รุ่นกลางอีกหลายรุ่น ล้วนพอใจเสพสุราแกล้มประวัติศาสตร์อินเตอร์กันเป็นประจำ
จะไขปัญหาเสียก่อน ก็เกรงเหล่าผู้อาวุโสจะน้อยใจว่ายังมิทันได้ประลองเคล็ดวิชา ชิงตอบเสียแล้ว
รอจนโพสต์เข้ามาครบ ๒๐ ก่อนแล้วจะแถลงคำตอบนะท่านบัณฑิตน้อย(หูยาวขนปุกปุย)

วันนี้ร้อนเหลือเกินค่ะ อุณหภูมิอย่างทางการประมาณ ๓๘ แต่ของจริงน่าจะ 40 ขึ้นไป
ขอส่งไอศกรีมไร้แคลอรี่มาให้ชิมไปพลางๆนะคะ ก่อนจะครบ ๒๐ ค่ะ
บันทึกการเข้า
นนทิรา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 77


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 เม.ย. 02, 15:17

 เมื่อวานนี้คุยกับเพื่อนทางเมืองไทย เค้าก็บ่นให้ฟังเหมือนกันค่ะ ว่าร้อนสาหัสสากรรจ์  เค้าก็บอกอย่างที่คุณเทาชมพูบอกน่ะค่ะว่า ทางการบอกว่าอุณหภูมิประมาณ 38 องศา แต่ของจริงน่าจะเกิน 40 แล้วเค้าก็แถมต่อท้ายด้วยอีกว่า เห็นมั้ย ดูสิรัฐบาลไม่กล้าบอกความจริงกับประชาชน แม้กระทั่งอุณหภูมิก็ยังต้องโกหกประชาชน

มาเพิ่มยอดค่ะคุณเทาชมพู ถึง 20 เมื่อไหร่คุณเทาชมพูจะได้เฉลย ดิฉันปัญญาน้อยนิด คิดไม่ออกเลยจริงๆว่า ปุโรหิตจะแก้ปัญหาอย่างไร    
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 11 เม.ย. 02, 15:54

 I do not neither.

Is it still cold at your place ka, Khun Nondhira?
บันทึกการเข้า
B
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 148


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 11 เม.ย. 02, 15:57

 Sorry ka, I do not know neither.
I am not do it on purpose to increase the numbers of posting na ka Khun Taochompoo.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง