เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 4472 ทำไม วิกฤตการณ์วังหน้า จึงไม่ได้ถูกบบรจุไว้ในประวัติศาสตร์ไทย
อัญขยม
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 25 มี.ค. 02, 12:41

อันที่จริง ในช่วงต้นแห่งรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง   ราชอาณาจักรสยามได้     บัง
เกิดเหตุการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคง       ทั้งราชบัลลังก์ และ ความอยู่รอดของประเทศ
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของคนไทยเอง นั่นคือ ความต้องการอำนาจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในขณะนั้น  ผู้ซึ่งได้รับพระ ราชทานอิศริยยศเป็นถึง "สมเด็จเจ้าพระยา"  แต่ทว่าบุคคลผู้นี้เองที่เป็นดำเนินการใหญ่ผู้เบื้องหลัง มาตรหมายจะเถลิงตนขึ้นเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน โดยใช้ พระบรมวงศานุวงศ์วังหน้าบางพระองค์ เป็นเครื่องมือ  และ เหตุกาณ์นี้ยังบานปลายถึงขั้นมีการยิงปืนใหญ่ต่อสู้กันระหว่าง วังหลวงแลวังหน้า ซึ่งก็ถือเป็น บุณบารมีประเทศสยามที่ผู้ชนะ คือ วังหลวง
แต่เหตุไฉรเหตุการณ์นี้จึงมิได้ถูกจารึกไว้ให้ อนุชน รุ่นหลังได้รับทราบ โดยการบบจุไว้เป็นส่วนหนึ่งในตำราเรียน  จะด้วยไม่สามารถยอมรับความจริง ตามนิสัยประจำชาติกระนั้นหรือ ทั้งที่เหตุการณ์นี้ เป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญมาก  กระทั่งจำต้องมีพระบรมราชโองการล้มล้างธรรมเนียมการมี วังหน้า ของราชอาณาจักรสยามในท้ายที่สุด
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 12 มี.ค. 02, 12:20

ไม่เคยได้ยินว่าถึงขั้นมีการสู้รบกันอย่างที่ว่านะครับ เป็นเพียงความตึงเครียดทางการเมืองเท่านั้น

ประวัติศาสตร์ที่คุณอัญขยมพูดถึงคงจะหมายถึงแบบเรียนประวัติศาสตร์ (เพราะเรื่องนี้หาอ่านได้ทั่วไป ไม่ได้มีการปิดบังกันแต่ประการใด) คงต้องยอมรับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมานั้นมีมากมาย จะให้อยู่ในแบบเรียนทั้งหมดคงไม่ได้ การคัดเลือกว่าเรื่องราวใดควรอยู่หรือไม่ควรอยู่ในแบบเรียนอยู่ที่จุดมุ่งหมายของแบบเรียนเป็นสำคัญ เท่าที่เป็นมานั้นจะเน้นในเรื่อง"ชาติ" ฉะนั้นเนื้อหาส่วนมากจึงเป็นเรื่องสงครามระหว่าง"ชาติ" ความชื่นชมต่อบรรพชนผู้รัก"ชาติ" และความภูมิใจในอดีตอันรุ่งเรืองของ"ชาติ"เสียมาก คงจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทีเดียวว่าเรื่องใดควรบรรจุลงในแบบเรียนหรือไม่ มีกระทู้เก่าๆที่เคยคุยกันเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว คงต้องลองอ่านดู โดยส่วนตัวผมเองไม่เห็นว่าเรื่องวิกฤตการณ์วังหน้าควรอยู่ในแบบเรียนแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันอย่างละเอียดอ่อนกับสถาบันกษัตริย์ ไม่ได้มีส่วนต่อชาติหรือประชาชนในทางตรงครับ
บันทึกการเข้า
อัญขยม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 13 มี.ค. 02, 06:09

ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า คนไทยไม่ยอมรับความจริงกระนั้นหรือ และ การเรียนการสอนวิชาสังคมในประเทศไทยตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เป็นการสอนที่ "บูรณาการ" เลย สักแต่จะสอนแต่ถ่ายเดียว  หาได้ปลูกฝังหลักการแยกแยะและวิเคาระห็เหตุการณ์ดังเช่นที่ควรจะเป็นไม่

อยากจะประกาศให้ทราบว่า อันที่จริงแล้ว เหตุการณ์นี้ น้อยมากที่จะมีการบันทึกไว้ให้ สาธาณชนได้รับทราบ  ที่แน่นอนที่สุดคือ แม้ สมเด็จเจ้าพระยาผู้นั้น จะกระทำการใหญ่ประสงค์ร้ายต่อราชบัลลังค์แต่ก็ยังมีผู้สรรรเสริญอยู่มาก แม้กระทั่งหนังสือประวัติศาสตร์บางเล่ม  รวมทั้งได้มีการ นำชื่อของสมด็จเจ้าพระยาผู้นั้น มาใช้ตั้งชื่อตึกด้วย

และ เหตุการณ์นี้  ผู้ตั้งกระทู้ได้รับทราบมาจาก หนังสือเรียนของ "โรงเรียนกวดวิชา"  ซึ่งได้มีการบบรจุไว้  (เนื่องจากการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ของ ทบวงมหาวิทยาลัย ได้บรรจุเหตุการณ์นี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งของเนื่อหาวิชาสังคมที่จะออกสอบ ) ตามนี้ เราจะสรุปว่าอย่างไรกันดี แท้จริงแล้ว โรงเรียนตามระบบ หรือ โรงเรียนกวดวิชา ดีกว่ากันแน่
บันทึกการเข้า
อัญขยม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 13 มี.ค. 02, 06:10

ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า คนไทยไม่ยอมรับความจริงกระนั้นหรือ และ การเรียนการสอนวิชาสังคมในประเทศไทยตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้เป็นการสอนที่ "บูรณาการ" เลย สักแต่จะสอนแต่ถ่ายเดียว  หาได้ปลูกฝังหลักการแยกแยะและวิเคาระห็เหตุการณ์ดังเช่นที่ควรจะเป็นไม่

อยากจะประกาศให้ทราบว่า อันที่จริงแล้ว เหตุการณ์นี้ น้อยมากที่จะมีการบันทึกไว้ให้ สาธาณชนได้รับทราบ  ที่แน่นอนที่สุดคือ แม้ สมเด็จเจ้าพระยาผู้นั้น จะกระทำการใหญ่ประสงค์ร้ายต่อราชบัลลังค์แต่ก็ยังมีผู้สรรรเสริญอยู่มาก แม้กระทั่งหนังสือประวัติศาสตร์บางเล่ม  รวมทั้งได้มีการ นำชื่อของสมด็จเจ้าพระยาผู้นั้น มาใช้ตั้งชื่อตึกด้วย

และ เหตุการณ์นี้  ผู้ตั้งกระทู้ได้รับทราบมาจาก หนังสือเรียนของ "โรงเรียนกวดวิชา"  ซึ่งได้มีการบบรจุไว้  (เนื่องจากการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ของ ทบวงมหาวิทยาลัย ได้บรรจุเหตุการณ์นี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งของเนื่อหาวิชาสังคมที่จะออกสอบ ) ตามนี้ เราจะสรุปว่าอย่างไรกันดี แท้จริงแล้ว โรงเรียนตามระบบ หรือ โรงเรียนกวดวิชา ดีกว่ากันแน่
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 13 มี.ค. 02, 11:58

อยากประกาศให้คุณอัญขยมทราบเหมือนกัน (แฮ่ แฮ่ เลียนแบบ) ว่าหนังสือที่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้มีอยู่หลายเล่มและ "หาได้ทั่วไปตามร้านหนังสือ" "ผู้ที่มีความสนใจ" สามารถซื้ออ่านได้โดยไม่ได้มีข้อจำกัดแต่อย่างใดนะครับ

อีกประการหนึ่ง ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองในยุคนั้นจะตึงเครียดมาก แต่ก็ไม่ถึงกับมีการใช้กำลังพยายามยึดอำนาจอะไรกัน ประกอบกับวัฒนธรรมการนับถือคนใหญ่คนโตแบบไทยๆ การจะตั้งชื่อตึกตามชื่อท่าน (อาจจะโดยลูกหลานท่านด้วยซ้ำ) ก็คงจะไม่แปลกอะไรถ้ามองในแง่นี้

ในเรื่องการเรียนการสอนแบบ "บูรณาการ" นั้น ขอทำความเข้าใจกับคุณอัญขยมใหม่สักนิด เพราะว่ามันหมายถึงการสอนแบบหลายรายวิชาประกอบกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณอัญขยมกำลังพูดถึงแม้แต่น้อย เดี๋ยวจะสับสนไปกันใหญ่ครับ

เรื่องที่คุณอัญขยมว่าเรื่องนี้ถูกบรรจุเป็นเนื้อหาที่จะออกสอบในวิชาสังคมของข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย คุณอัญขยมแน่ใจแล้วหรือ เพราะถ้าไม่อยู่ในแบบเรียนก็ไม่ควรนำมาออกสอบ ถ้าเป็นจริงอย่างนั้นคงต้องมีการร้องเรียนเพื่อแก้ไขในส่วนนี้ด้วย จะเพิ่มในแบบเรียนหรือเอาออกจากข้อสอบคงต้องเลือกเอา จะมาลักลั่นอย่างนี้คงไม่เหมาะ แต่ประการหนึ่งที่ผมอยากติงไว้ ผมเคยเห็นหนังสือเรียนกวดวิชาเคมีของสำนักที่ดังที่สุดในยุคนี้(ของน้องญาติๆกัน) ด้วยความสนใจว่าทำไมถึงดังมากก็เลยเปิดดูสักหน่อย สิ่งที่ผมพบคือ เนื้อหา 90% ไม่แตกต่างจากตำราเรียน สสวท. ส่วน 10% ที่เหลือนั้น หยิบมาจากตำราเรียนของนิสิตปีที่ ๑ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางเอามาออกข้อสอบมหาวิทยาลัย และก็ไม่ได้ช่วยให้เด็กจะมีพื้นที่ดีขึ้นในการเรียนมหาวิทยาลัย(เพราะท่องล้วนๆและไม่ได้เป็นแก่นสารอะไร) หลังจากผมหยิบดูวิชาอื่นๆ(ซึ่งน้องคนนี้เรียนพิเศษอย่างหนักสัปดาห์ละกว่า 30 ชั่วโมง) ก็มีลักษณะเดียวกัน น้องคนนี้เป็นเด็กเรียนดี แต่เมื่อผมทดสอบด้วยโจทย์เชิงแก้ปัญหาที่ยากหน่อย(ในพื้นความรู้ของเขา) กลับทำไม่ได้

ผมไม่ได้บอกว่าการเรียนพิเศษไม่ดี แต่อยากจะบอกว่าเนื้อหาบางอย่างที่ขยายออกไปนั้น บางครั้งผู้เขียนก็ไม่รู้จริงและเขียนผิดๆถูกๆอยู่มาก ผมอยากให้เด็กไทยทำความเข้าใจในเนื้อหาที่อยู่ในชั้นเรียนให้ดี และเอาเวลาไปอ่านหนังสือต่างๆตามความสนใจจะดีกว่า จะทำให้โลกกว้างขึ้น ดีกว่าอยู่ในโลกของตำราเรียนกับสถาบันกวดวิชาครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 17 มี.ค. 02, 06:27

ถ้าอยากฟังด้วยใจบริสุทธิ์อยากรู้เรื่องนี้จริงๆ ก็คงจะยกเป็นประเด็นถกกันต่อได้ แต่ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในวงคุยปักใจเชื่อไปอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว วงถกหรือวงคุยนั้นก็จะคุยกันไม่สนุกหรือคุยกันไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นงั้นผมขอไม่คุยด้วยนะครับ

ลองเซิฟๆ สอบข้อเท็จจริงก่อนเล่นๆ ก็ได้
- มีการยิงปืนใหญ่ต่อสู้ระหว่างวังหลวงกับวังหน้า? ทะเลาะกันแรงถึงยังงั้นเชียวหรือ? ไม่ใช่เรื่องว่าไฟไหม้วังหลวงแล้วทหารวังหน้าจะเข้าไปช่วยดับไฟ ทหารวังหลวงไม่ให้เข้า หรือ? ผมรู้มายังงั้นครับ ถ้าจะว่ากันต่อเรื่องความตึงเครียดระหว่างวังหน้ากับวังหลวงที่มีมาก่อนนั้น ก็ยังว่ากันต่อไปได้อีกยาว แต่ผมไม่คิดว่าถึงขั้นลากปืนใหญ่มายิงรบกันกลางเมือง
- บทบาทของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ในวิกฤตการณ์เรื่องนี้ เป็นอย่างไรแน่? เป็นผู้ยุยงวางแผนอยู่เบื้องหลังจริงหรือ? หรือเป็นผู้พยายามไกล่เกลี่ยวังหน้ากับวังหลวง? ที่ผมรู้มาเป็นอย่างหลัง กระทู้นี้ตั้งข้อกล่าวหาท่านไว้ร้ายแรงมากนะครับ แล้วมาตั้งข้อหาตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องหรือจำเลยก็ตายไปนานแล้ว ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาแก้ตัวด้วย ผมว่าจะไม่ค่อยแฟร์สำหรับท่านและลูกหลานท่านนะ
- ในปัจจุบัน มีการพยายามปกปิดเหตุการณ์นี้ไม่ให้สาธารณชนไทยรู้ จริงหรือ? ผมว่าไม่นะ เรื่องนี้ถ้าจะหาอ่านจริงๆ ก็หาได้สบาย อย่างผมก็รู้เรื่องนี้นี่ ขนาดไม่ใช่นักประวัติศาสตร์นะ การไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในตำราเรียน ไม่ได้แปลว่ามีแผนการความพยายามปกปิดให้เป็นเรื่องลึกลับอะไร ตามที่กระทู้ว่าและพยายามลากโยงต่อไปถึงว่าคนไทยมีนิสัยประจำชาติไม่ยอมรับความจริง แล้วยังพยายามลากโยงไปถึงว่าระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว และ ฯลฯ
จะโยงไกลไปหน่อยแล้วมังครับ ผมอ่านแล้วเหนื่อย ข้อสรุปก่อนของท่านมากจัง ยังไม่ได้ถกกันก็ด่วนสรุปอะไรต่ออะไรเยอะแยะแล้ว

ถ้ามีผู้สนใจเรื่องนี้จริงๆ ไปตั้งกระทู้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเรื่องนี้อีกกระทู้ ผมอาจจะไปร่วมวงแสดงความเห็นด้วย ถ้าผมว่าง แต่ถ้าจะหาเรื่องว่ากันโดยไม่ค่อยจะมีมูล และโดยไม่ต้องการฟังใครแล้วละก็ ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยครับ เชิญว่าของท่านไปคนเดียวตามสบายเถิด ไหนๆ ท่านก็ไม่ได้ต้องการฟังใครจริงๆ จังๆ อยู่แล้ว

คุณ CH กลับกันเสียทีหรือครับ? ไปกินขาหมูหม่านโถวไหม ผมเลี้ยงเอง
บันทึกการเข้า
อัญขยม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 18 มี.ค. 02, 05:26

อันที่จริงแล้ว เนื้อหาส่วนที่ได้คัดมานี้ อาจกล่าวได้ว่า เป็น ประมวลพระราชพงศาวดารที่น่าเชื่อถือที่สุด

สังเกตตได้จาก เหตุการณ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหม รังสี) ท่านก็ได้มี ดำริ ถึง สมเด็จเจ้าพระยาผู้นั้นว่า
"ขอให้เป็นผู้คํ้า บัลลังก์" (คือ คอยรักษาบัลลังก์ มิใช่ ยึดเอา ราชบัลลังก์ มาเป็นของตัวเอง) ก็ด้วยเพราะเหตุการณืนี้นั่นเอง

และ นอกจากนี้ แนวพระราชดำริ ยกเลิก ตำแหน่งวังหน้า ก็ เป็นส่วนที่ สอดคล้อง กับเหตุการณ์นี้ด้วย

ดังนั้นขอให้ ลองทบทวนดูอีกครั้ง เพราะ คนสว่นใหญ่จะคิดเช่นนี้เสมอ
บันทึกการเข้า
ท่องเว็บ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 26 มี.ค. 02, 00:41

เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นน่าหลงไหล เพราะไม่มีใครรู้จริง
แค่การที่จะหาคำตอบจากเรื่องเดียวกันแต่คนละคนก็หาที่จะตรงกันไม่ ทุกครั้งไป ลองใช้สติปัญญาไตร่ตรองดูเถิด
ว่าเมือเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วภายหลังน่าที่จะเกิดอะไรขึ้น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.048 วินาที กับ 18 คำสั่ง