เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 5955 ข้าวปลาหน้าร้อน
Peking Man
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 06 มี.ค. 02, 14:02

อ่านไปน้ำลายก็ไหลไปแถมยังท้องร้องอีกสามที..... ถ้าพูดถึงของกินหน้าร้อน ก็คงต้องเป็นสามแซ่ (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่า) พูดแล้วก็ท้องร้องอีกพอเป็นพิธี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31237

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 06 มี.ค. 02, 17:17

เครื่องเคียงที่กินกับขนมจีนน้ำพริก เรียกว่าเหมือดค่ะ  เป็นพวกผัก
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 01:24

I love ขนมจีน.  The problem I have is that there's no decent noodles.  In the US, the restaurants just use somen noodles to fool people into thinking they're eating ขนมจีน.  It doesn't even come close loey ka.  I don't care what sauce to eat with it.  Just real ขนมจีน and lots of เหมือด.  I can eat it in any seasons. ;-)
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 02:13

อ้าว เหมือดนี่คำภาษากลางหรือครับ นึกว่าจะใช้กันแต่แถวๆบ้านผมซะอีก ถ้าภาคใต้ลงไปอีกเรียกว่า ผักเกร็ด ส่วนถ้าใช้เรียกคนว่าเหมือด ก็คือคนชอบหาเรื่องยุ่งคนอื่น จริงๆก็เพิ่งกินขนมจีนไปวันสองวันก่อน ตอนไปงานวันเกิดแม่บ้านคนไทยที่นี่ แล้วเขาทำพวกลาบ ยำ และขนมจีนให้กินกัน ยำตะไคร้ทะเลแซ่บมาก(กุ้ง ปลาหมึก หอย +ตะไคร้เยอะๆ)  อิอิ ส่วนตอนเด็กๆ เส้นขนมจีนราดน้ำปลาก็อร่อยแล้ว :-) เล็กครุฑชุปแป้งทอดเป็นยังไงครับคุณเทาชมพู

สะเดานี่ขี้นอยู่กับต้นใช่มั้ยครับ เมื่อก่อนกินแล้วมันขมมาก เขาบอกว่าสะเดาต้นนี้ขม ส่วนมะม่วงน้ำปลาหวานนี่ผมว่าไม่ต้องนั่งเรือก็ได้ครับ ได้ทุกที่ทุกเวลา อิอิ  พูดไปก็ชักเปรี้ยวปาก หาโอกาสไปซื้อที่ลอนดอนซะดีมั้ยเนี่ย ยิ้ม~~~
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 05:14

ผักกินแกล้มกับอาหารจานหลัก ทางใต้มีคำเรียกอีกคำหนึ่ง ใช่ไหมครับ ผมจำไม่แม่น เพราะไม่ได้กลับไปเยี่ยมญาติทางโน้นนาน (ผมกลายเป็นเด็กกรุงเทพฯ ไปแล้ว) ดูเหมือนจะเรียกผักเหนาะ เอ๊ะ ใช่รึเปล่าหว่า?
มีอีกคำ ตัดมาจากคำว่า สำรับ ทางใต้เรียกว่า หมรับ (อ่านกล้ำครับ ไม่ได้อ่านว่า หม - รับ แต่อ่านกล้ำว่า ม่ะ-หรับ) ยกมาเป็นสำรับผักถาดโตเต็มถาดเลย

ใบเล็บครุฑเป็นใบไม้ใบหยิกๆ เอาไปชุบแป้งทอด อร่อยกว่าเทมปูระผักอีกครับตามความคิดผม

ที่จริงผมไม่น่าจะมาร่วมวงได้ ตามหัวข้อกระทู้ เพราะอากาศตรงนี้เกิดเป็นบ้าอะไรไม่รู้ หิมะหายไปนานแล้ว อยู่ๆ ก็ตกลงมาอีก อากาศกลับไปหนาวสั่นงั่กใหม่ เลยยังกิน "ข้าวปลาหน้าร้อน" ไม่ถนัด

ไหนไหนมนุษย์ปักกิ่งก็เข้ามาในกระทู้นี้แล้วแถมเขียนไทยได้แล้วด้วย ทุกทีเคยเห็นแต่เขียนภาษามนุษย์ถ้ำ ... เอ๊ยภาษาอังกฤษ ขอเชิญเล่าเรื่องอาหารหน้าร้อนของฮ่องเต้จีน การสกัดก้อนน้ำแข็งมหึมาลากลงมาจากทางเหนือเอาไปไว้ในห้องใต้ดินของพระราชวังหลวง เพื่อใช้เป็นตู้เย็น และการจัดตั้งระบบม้าเร็วจากทางใต้ขึ้นมาเมืองหลวง ไม่ใช่เพื่อส่งข่าวราชการอะไรหรอก แต่เพื่อพระสนมฮ่องเต้จะได้กินลิ้นจี่แก้ร้อนได้ ...
เชิญเล่าครับ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 07:12

It's still a bit cold here too.  There's a drizzle just now.  So I just made noodle soup with beef balls ka.  I got sen-jan noodles freshly made.  That's enought to keep me warm ka.  There're also a lot of soup and stew recipes you can check out in http://www.recipecenter.com/' target='_blank'>http://www.recipecenter.com/ naka.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31237

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 11:06

เพิ่งได้ข่าวจากอังกฤษตอนใต้ว่าหนาวมากกก  อุณหภูมิลบต่ำกว่าศูนย์  
ไม่น่าเชื่อเลยว่าจู่ก็มาทิ้งท้ายเอาตอนปลายฤดู ทำเอานักเรียนไทยที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านกลางเดือนนี้ ต้องเจออากาศต่างกันสุดขั้ว
เวลาเข้าหน้าหนาว กินแกงส้มดอกแคแก้ไข้หัวลม   แต่คนที่จากมาจาก ศูนย์องศา มาเจอ ๓๘-๔๐ องศา จะกินอาหารแบบไหนดีคะยังนึกไม่ออก
สงสัยจะต้องจับให้กินต้มมะระ หรือแกงขี้เหล็ก  เขาว่าอาหารขมแก้ไข้ได้  แกงขี้เหล็กใส่เนื้อย่าง อร่อยนะคะ
บันทึกการเข้า
พลอย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 21:39

คุณพวงร้อยคะ เรื่องขนมจีนนี่ลองหาซื้อ rice vermicelli แห้งมาใช้ดูนะคะ เคยซื้อที่ไชน่าทาวน์ในลอนดอนค่ะ เป็นอาหารจีนค่ะ ลักษณะของเส้นจะกลมเหมือนขนมจีน เคยเห็นคนจีนเขาใช้ต้มให้พอเส้นอ่อนตัว แล้วเอามาผัดอีกที แต่ถ้าต้มต่อไปสักสิบนาที (ต้องใส่น้ำเยอะมากๆเพราะแป้งจะออกมาเยอะ) เส้นจะนิ่ม แล้วเอามาล้างน้ำสักรอบเพื่อเอาแป้งออก ลักษณะของเส้นที่ได้จะเหมือนขนมจีนเลยค่ะ

คนจีนเขาบอกว่าแบบนี้เป็นที่นิยมมากในเมืองจีน โดยจะต้มพออ่อนตัวแล้วเอามาผัดกับผักและเนื้อสัตว์อย่างที่บอก เห็นเวลาที่ผัดเขาจะค่อยๆเติมน้ำลงไปเพื่่อให้เส้นนิ่มลง ก็เลยบอกเขาว่าในเมืองไทยจะกินแบบสดเลย และเส้นก็นิ่มกว่านี้มาก ไม่เคยเห็นแบบแห้งอย่างนี้เลย เขาบอกว่าแปลกจริง ก็ห่อที่เขาซื้อมาน่ะ Made in Thailand นะ (แต่ห่อพิมพ์ภาษาจีนเต็มไปหมดค่ะ)

ตกลงว่าขนมจีนเป็นอาหารจีนหรืออาหารไทยกันแน่คะนี่ (ออกนอกประเด็นหรือเปล่าคะ)
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 07 มี.ค. 02, 23:11

Thanks for your advice ka, K. พลอย.  I tried that before but it's too soft ka.  Only fresh noodles has the 'give' that is not just soft but firm too.  Rehydrated noodles is no longer firm ka.  



The noodle is the most important part.  In Laos, they prefer it to be very เหนียว, not chewy but has 'give' or bounce.  Regular noodles made from rice flour, kneaded and extruded is not enough.  They ferment raw rice for a wk then knead and boil the flour ball then knead again for a long tim before extruding into boiling water.  The result is a bit sour noodles but the texture is superb.  Then the they pour this really thin soup on it.  Not very good but I like the bouncy noodles ka.



I found Vietnamese noodle they called Bun Hai, or something like that.  It's similar to ขนมจีน from Central Thailand.  Noodles is called เฝอ in Virtnamese that Laotian adopted.  But for ขนมจีน I guess it comes from 'Bun' reads like  ปุ้น that Laotian calls ข้าวปุ้น to distinguish from เฝอ which is กวยเตียว(sorry, I can't type complete Thai right now).



So K พลอย ka, I'm cursed na ka - can't be satisfied with unauthentic things. 555
บันทึกการเข้า
พลอย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 08 มี.ค. 02, 20:42

เห็นด้วยกับคุณพวงร้อยค่ะว่าไม่เหมือนขนมจีนอย่างบ้านเราจริงๆค่ะ และได้ความรู้เรื่องการทำขนมจีนด้วย ต้องขอบคุณด้วยค่ะ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ารสและกลิ่นเปรี้ยวนิดๆของขนมจีนเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งค่ะ ดังนั้นการใช้เส้นแบบแห้งนั้นนอกจากไม่เหนียวแล้วยังขาดกลิ่นนี้อีกด้วย แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ก็ต้องใช้แก้ขัดไปก่อนในเวลาอยากขนมจีนเอามากๆน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 09 มี.ค. 02, 05:14

เพิ่งมีวาสนาได้ชิมขนมจีนซาวน้ำเป็นอาหารมื้อกลางวันวันสตรีสากล (8 มี.ค.) ครับ ผมว่าขนมจีนซาวน้ำเป็นอาหารแก้ร้อนได้ดีเหมือนกัน เบาดี ไม่หนักเกินไป และสับปะรดก็ชื่นใจดี ที่นี่หาไม่ได้หรอกครับตามร้านอาหารไทย เผอิญมีคนใจดีทำเลี้ยง พวกเราเลยได้กินขนมจีนซาวน้ำโฮมเมดกัน
บันทึกการเข้า
Peking Man
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 09 มี.ค. 02, 11:15

He he he... so sorry to keep everyone waiting.... but I had an essay to finished and a talk with my advisor to prepare... so didn't manage to drop by within these few days....



But anyhow, with K. NKH ( I think that's right, I was getting it confused with NHK..he he he... my fault!) comment... as for the facts concerning the chinese emperors and how they during the winter time had people moved ice to their palace to keep for further use. From what I have heard and read so far, I can tell that that is true... but how long have they been doing it I am not so clear on that. But the thing I know is that during the summer time, ice is a commodity that only the privilege few would have to ask  like the emperor himself for some due to its rarity. If you want the easiest place to read about how they store the ice in the palace in Thai, you can try reading "Gim Yong" novel titled แปดเทพอสูรมังกรฟ้า and I think that he mentions it in like the last half of the story.....



As for the story of the lychees, this certain incident of course took place during the Tang dynasty during the reign of emperor Xuan Zong ( Li Long Ji ) and it was written into a poem that was passed down to later generations... though I can not recall the name of the piece nor the poet. But it was said that since lychees ( I guess that they might have it also in Chang'an [present day Xi'an]) but they are probably as nice as the ones in present day area of Guang Dong ( so sorry again that I can not remember the name of the 13 or 15 administrative areas during that time), which until the present day is still famous for lychees, esp. a variety which the seeds are very small that the people call it " seeds like sticky rice feature( refering to the size and shape of the seed of the lychee ). Well at the request of lady Yang's pleading for fresh lychee, the emperor had orders for them to be brought to the capital through the system of horse relays ( back then in order to gets news to other parts of the country the quickest way was through an elaborate networks of horsemen) and instead of taking months, through this practice the lychees seems to manage to reach the capital which is like thousands of miles away in 2 or 3 days I guess ( at an unimaginable cost of manpower and expenses ).



Another thing that popped into my mind is how in the late Qing court they managed to perfume the palace's halls, I read in this book recalling the days of a woman lady in attendant of the empress dowager, Ci'xi, and she mentions that Cixi's personal quarter was fragranced with several piles of apples that had to be brought from very far places in the south and put in to a special container for them at the corner of the quarters, and they would let it stand there for about a week, and throw it away... no one was to eat it afterwards... really throw it away and bring in a new batch.



The most extreme of extravegance in the royal Qing court must be the feast that is called "Man Han Quan Xi" or in Thai หม่านฮั่นฉวนสี ( roughly translation) which according to books which I have read snd it involves a 3 day 3 night banquet and entertainment and suppose to have 108 dishes and supposedly made from an unimaginable range of items... exp. dogs, camel, monkey, bear, elephant and others just to name a few...... can you imagine that.... 3 days 3 nights of feastings... and from all those animals.... Hmm.... the ultimate in royal feasts I must imagine.



He he he... hope that it did not deviate too much from the topic given above.
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 10 มี.ค. 02, 21:44

แหม..แล้ว มีใครจะแจกเมนู  อาหารผู้สูงอายุบ้างไหมคะ
เคยได้ยินมาว่า คนเราพออายุมากขึ้น  ตับไต อ่อนล้า เลยหันไปชอบ ของเย็นๆ ขมๆ  แล้วปรุงอาหารด้วยมะระ นี่มีสุตรไหนไหมคะที่ไม่ขม
 
แต่ ขม แบบแกงขี้เหล็ก  นี่ของโปรดเลยค่ะ ยิ่งกินกับขนมจีน ยิ่งอร่อยค่ะ  กินแล้วหลับสบาย  สงสัยพรุ่งนี้  ต้องไปตามหาแกงขี้เหล็กมา มากินซะแล้วค่ะ  นอนหลับไม่สบายมาหลายวัน ....
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 19 คำสั่ง