เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 10671 พระราชวังแวร์ซายล์ (ภาคสอง)
ดร.ภัทริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 20 ก.พ. 02, 20:44

เสินเมอ  ตี้ฟัง  เขออี่ อิ่วหลั่นฉิง หนี่ เจี้ยเซ่า เจี้ยเซ่าปา
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 20 ก.พ. 02, 21:18

ขอบคุณครับ
ยังอดไม่ได้ ขออภัยครับ

คุณดวง ถ้าชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้ระบอบถนอมประภาสนั้นเป็นไปโดยปกติ แล้วเหตุการณ์วันมหาวิปโยคเกิดขึ้นได้อย่างไรไม่ทราบ อารมณ์ร่วมของประชาชนมาจากไหนครับ คุณกำลังจะบอกงั้นหรือว่า วีรชนทุกคนที่สละชีวิตในวันนั้นมีชีวิตเรื่อยๆ มาเรียงๆ เป็นปกติ แล้วจู่ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็เป็นบ้า ลุกขึ้นมาล้มรัฐบาลเล่นโดยไม่มีเหตุผล ?

ไม่เป็นการหมิ่นน้ำใจวีรชนสมัยนั้นไปหน่อยหรือครับ หมิ่นมากกว่าที่คุณเกรงใจเพื่อนคุณที่ฝรั่งเศสจนไม่กล้าถามว่าไปแวร์ซายล์บ่อยไหม "เพราะค่าเข้าชมวังก็แพง"  เอ๋อ?ฮืมฮืม? ทำไมไปเกรงใจตรงนั้น ยังไม่เห็นเหตุ แต่ทีกล่าวหาคนอื่นว่ายกเมฆ คุณพูดได้ กล่าวว่าเมืองไทยสมัยเผด็จการถนอมประภาสเป็นเรื่องปกติ คุณพูดได้ sense ในเรื่องความเกรงใจของคุณนี่ แปลกประหลาดมากครับ

ถ้าคุณไม่ให้ผมเรียกสมัยโน้นว่า ระบอบทหาร โดยอ้างเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยโน้นไม่ได้แตกต่างอะไรจากสิ่งที่เราได้มีได้รับอยู่ในสมัยนี้ภายใต้ประชาธิปไตยเลย มันก็เป็นปกติเหมือนๆ กันนั่นแหละ ก็น่าเศร้าว่าคุณไม่รู้คุณค่าของสิ่งที่คุณเองได้รับอยู่เดี๋ยวนี้ โดยที่คนรุ่นก่อนคุณขึ้นไปเขาไม่มีโอกาสได้ และเขาปรารถนาที่จะได้จนได้ต่อสู้เพื่อให้คนรุ่นหลังอย่างคุณได้รับในสิ่งที่มีค่า แต่คุณไม่เห็นคุณค่าเลย

ผมเรียกสีสีหนึ่งว่า สีเขียวขี้ม้า เพราะมันเป็นสีเขียวขี้ม้าจริงๆ คุณอาจจะไม่ชอบคำว่าขี้ม้า ก็บอกกันดีๆ ได้ อาจพอจะเลี่ยงเรียกเสียเป็น สีกากีแกมเขียว ได้ เพราะจะเรียกชื่ออย่างไรในสารัตถะมันก็อันเดียวกัน แต่คุณจะปฏิเสธว่ามันไม่ใช่สีเขียวซักหน่อย เป็นสีชมพูต่างหาก นี่ ผมกล้ำกลืนไม่ลงครับ ผมตาไม่บอดสี
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 21 ก.พ. 02, 05:45

หลายปี เป็นสิบปีหลังปี 2516 คือปี 2535 เมื่อเกิดกรณีพฤษภาทมิฬ และเหตุการณ์สิ้นสุดลงได้ด้วยพระบารมีแต่เราก็เสียเลือดและน้ำตาไปแยะแล้ว (คุณดวงเกิดทันแน่ๆ) จำได้ไหมว่ามีพักหนึ่งหลังเหตุการณ์ใหม่ๆ แม้แต่ทหารธรรมดาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มของคุณสุจินดาก็ยังผวา ไม่กล้าสวมเครื่องแบบ? ทำไมทหารถึงกลัว เพราะเขารู้ว่าในความรู้สึกของประชาชนตอนนั้นทหารทั้งหมดในฐานะกลุ่ม มีภาพลบรุนแรง ไม่ได้แยกเป็นนายพล ก. นายพล ข. ความทรงจำของประชาชนที่เขาเกิดทันหรือที่เขาศึกษาประวัติศาสตร์ของตัวเอง เขาจำย้อนกลับไปได้ถึงตอนที่กลุ่มทหารมีอำนาจทางการเมือง และประชาชนเขาไม่ได้แยกอย่างที่ใครในกระทู้นี้จะแยกว่า เฮ่ย - เรื่องของจอมพลแปลกเผ่าสฤษฎิ์ผินถนอมประภาสณรงค์สงัด... นายพลไม่กี่คน เท่านั้น ประชาชนเขามองว่านี่เป็นการกระทำของกลุ่มทหาร ถ้าทำสำเร็จได้ขึ้นครองบ้านเมือง ก็เป็นระบอบปกครองโดยทหาร ประชาชนเขารู้สึกอย่างนั้น แล้วเวลาเขารู้สึกอย่างนั้นเขาไม่ได้มาเปิดตำราหรอกครับว่าที่เขารู้สึกแบบนี้นี่ ตรงกับทฤษฎีเล่มไหน หน้าไหน ย่อหน้าไหน ตำราของใคร "ของชาติใด ภาษาใด" แล้วก็ความรู้สึกร่วมที่สั่งสมกันมาทำนองนี้นี่แหละ ที่นำไปสู่การรวมพลังกรณีวันมหาวิปโยค คุณคิดหรือว่าประชาชนเขาแค่ไม่ชอบหน้าคุณถนอม ซึ่งโดยส่วนตัวท่านเป็นคนยิ้มๆ น่ารักจะตายไป หรือไม่ชอบหนวดจิ๋มคุณประภาส แค่ 2 คน เขาสั่งสมความรู้สึกมาตั้งแต่ท่านแปลกท่านเผ่าท่านสฤษฎิ์ท่านผิน.... และกลุ่มทหารคนอื่นๆ เข้ามาบริหารประเทศเล่นกันอยู่ในกลุ่ม ต่างหากเล่า ท่านสองคนกับลูกชายคือคุณณรงค์น่ะเป็นสัญลักษณ์ของระบอบของกลุ่มทหารครับ กลายเป็นเป้าไป

หลังกรณีพฤษภาทมิฬ นายทหารระดับสูงที่ผมเคารพสองสามคน หนึ่งในนั้นคือท่าน ผบ.ทบ. เดี๋ยวนี้ ออกมาพูดถึงการที่ทหารจะกลับกรมกองที่ตั้งละ ไม่ออกมามีบทบาททางการเมืองอีก ทำไมท่านใช้คำว่า "ทหาร"  เพราะท่านเองก็รู้อยู่ชัดๆ ว่าทหารในฐานะกลุ่ม แต่ก่อนนี้มีบทบาทยังไงบ้างในการเมืองไทย ไม่เห็นมีใครไปท้วงท่านว่าท่านพูดไม่ถูก หรือว่าท่าน "ยกเมฆ"  ทหารอีกหลายคนอย่าง พลทหารน้อยนายร้อยตรีนกข. ฯลฯ ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยทุกนายสักหน่อย ผบ.ทบ. ท่านพูดยังงั้นได้ไง ไหนกางตำราตอบครูมาซิ ตำราเล่มไหน ... ผมจำได้ว่าไม่มีใครตั้งคำถามอย่างนั้นกะท่านเลยครับ สักคนเดียวก็ไม่มี

เอาละเลิกกันจริงๆ ที ลากกลับมาฝรั่งเศสใหม่ก็แล้วกัน การปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 ได้ล้มล้างสิ่งที่เรียกว่า Ancient regime ลงไป ใครช่วยแปลทีว่าผมควรจะเรียกเป็นภาษาไทยยังไง  ระบอบเก่า -อุ๊บ....
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 21 ก.พ. 02, 11:20

เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแวซายลส์จบไปจากกระทู้นี้ได้แล้วนะคะ
ระหว่างรอคุณนกข.มาเล่าถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส ขอคั่นด้วยเรื่องเบาๆ
คุณนกข.ไม่มีเวลาเดินไปทางด้านหลัง ถึงตำหนักที่เรียกว่า Le petit Trianon หรือตริอานงน้อย สถานที่นี้เป็นที่พักผ่อน มารีอังตัวแน็ตต์โปรดปรานมาก   เห็นว่าภายในสวยงามจุ๋มจิ๋ม เหมาะกับรสนิยมสตรี
ใกล้ๆกันคือบ้านนาที่สร้างไว้ ๑๒ หลังเป็นหมู่บ้านที่พระนางลงมาเล่นเป็นสาวชาวนา รีดนมวัวเล่น อะไรพวกนี้
เมื่อราวๆต้นศตวรรษที่ ๒๐ นักท่องเที่ยวมาเดินเที่ยวกันแถวนี้  บรรยากาศก็คงคล้ายๆกับคุณนกข.ไปเยือน
มีสตรี ๒ คน  คนหนึ่งเป็นครูใหญ่  เดินชมบริเวณไปด้วยกัน  ก็พลันแปลกใจที่เห็นทหารยามแต่งตัวแปลกๆเดินกันเป็นหมู่
นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวอื่นๆก็หายไปกันหมด  เธอสองคนผ่านไปตรงนี้ก็เห็นสตรีสาวสวยนั่งวาดรูปอยู่อย่างสบายใจ
แต่งกายเหมือนศตวรรษที่ ๑๘
เธอทั้งสองก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ว่าอะไรจนพ้นบริเวณ  กลับไปบ้านก็บันทึกเอาไว้  
เมื่อมีโอกาสกลับไปอีกครั้ง จึงมาพบทีหลังว่าภาพที่เธอเห็นไม่มีในยุคนั้น
เขา(คือนักอะไรทั้งหลายที่ชอบเรื่องลึกลับ)สันนิษฐานว่าเป็นการซ้อนเหลื่อมของเวลา เธอกลับไปในยุคของมารีอังตัวแน็ตต์ในช่วง ๑๕ นาที
ระวังปาฏิหาริย์มีจริงนะคะ
บันทึกการเข้า
ทองรัก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 21 ก.พ. 02, 13:06

ฟังคุณเทาชมพูเล่าแล้วอยากให้ปาฏิหาริย์มีจริงบ้างจังเลยค่ะ เพราะเคยอ่านเรื่องคำสารภาพของ
มารี อังตัวแน็ตต์ของคุณนิดาแล้วชอบมาก สงสารเธอจังเลยค่ะ ไม่ค่อยอยากจะคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของเธอที่ทำให้เกิดการปฏิวัติขึ้นในฝรั่งเศส ทองรักเคยไปแวร์ซายครั้งหนึ่งเมื่อ เกือบสิบปีที่แล้ว จำไม่ได้ว่าได้ไปเดินเล่นแถว le petit Trianon หรือเปล่า แต่จำห้องกระจก และสวนในพระราชวังได้ค่ะ พอดีไปช่วงเดือนพฤษภาคม เลยมีโอกาสได้ไปชมสวน
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 21 ก.พ. 02, 22:17

ไม่ได้ไปตริอานองใหญ่ ตริอานองน้อยทั้ง 2 แห่งครับคราวนี้ เวลาน้อย ติดเอาไว้ก่อน
เรื่องทำนองมิติที่สี่ที่ว่าเรื่องนี้นั้นผมก็เคยได้ยิน ว่ากันว่าผู้หญิงสาวโบราณที่นักท่องเที่ยวได้เห็นนั้น คือพระนางมารีอังตัวเนตต์เองด้วยซ้ำ
สวนและน้ำพุของแวร์ซายลส์ ดูในรูปสวยมาก ไม่ได้ไปเห็นของจริงครับเพราะอากาศหนาว ดอกไม้ต้นไม้ไม่งามเหมือนในรูป และดูเหมือนเขาจะไม่เปิดน้ำพุเอาด้วยซ้ำตอนผมไป

ผมคิดเล่นๆ อยากจะให้มีใครทำการศึกษาว่า พระราชวังของเราที่ลพบุรี ได้อิทธิพลอะไรจากแวร์ซายลส์มาบ้างไหม รู้ว่ามีนายช่างฝรั่งเศสมาช่วยสร้างในสมัยพระนารายณ์มหาราช เท่าที่รู้เห็นว่ามีการตัดถนนโดยส่องกล้องสำรวจ มีการวางท่อประปา แต่ผมคิดว่าเป็นเทคโนโลยีฝรั่งธรรมดาๆ ทั่วไป อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องจำเพาะเจาะจงกับสถาปัตยกรรมจากแวร์ซายลส์
บันทึกการเข้า
ตา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 02:39

เคยไปสมัยยังเรียนอยู่ 10กว่าปีมาแล้วทั้ง 2ที่ค่ะ เสียดายวันนั้นยังไม่รู้จักคุณ นกข. เลยยังไม่ทันนึกถึงสถาปัตยกรรมเปรียบเทียบอย่างที่ว่า ค่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 04:54

ถ้ามีอิทธิพลบ้างก็อาจจะน้อยครับ เพราะอันหนึ่งเป็นตึกทรงฝรั่ง อันหนึ่งเป็นทรงไทย ผมก็คิดเล่นๆ ไปเท่านั้น
แต่ตึกพระเจ้าเหาที่เราเรียกกันที่ลพบุรีนั้น เดาไม่ออกว่ามาจากคำอะไร เหาในภาษาไทยเป็นสัตว์น่ารังเกียจไม่ควรจะเป็นชื่อวัง  หรือจะมาจาก - house? แต่นั่นก็เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาฝรั่งเศสหรือโปรตุเกส สมัยโน้นอังกฤษมีอิทธิพลสูงถึงขนาดนั้นในราชสำนักไทยหรือ ยังสงสัย
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 09:50

จำได้ว่าเมื่อตอนไปพระราชวังแวร์ซายล์เมื่อปีที่แล้วผมได้ไปดูตำหนักตริอานงน้อย
ที่คุณเทาชมพูกล่าวถึงด้วยครับ ถ่ายรูปไว้สองสามภาพ ขอเวลาไปค้นกรุภาพเก่าก่อนนะครับ
แล้วจะมาสแกนให้ชมกัน

เคยอ่านที่ไหนไม่ทราบรู้สึกว่าตำหนักตริอานงน้อยนี่สร้างตามแบบหมู่บ้านในออสเตีย
เพราะพระนางมารีอังตัวแน็ตต์คิดถึงบ้านทำนองนั้น เป็นของเล่นของราชินี
ูตำหนักที่ว่าก็น่ารักดีครับ แต่พอคุณเทาชมพูว่ามีอาถรรพ์ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า
บรรยากาศแถวนั้นวังเวงดีแท้ๆ บรื๋อๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 10:01

คุณนกข.คงได้อ่านเรื่องอาถรรพณ์เรื่องเดียวกัน  ผู้หญิงสาวสวยนั่งวาดรูปที่หญิงชาวอังกฤษเห็น มีผู้วิเคราะห์ว่าคือควีนมารีนั่นละค่ะ

พระเจ้าเหา เคยได้ยินอาจารย์ที่สอนมาบอกว่า มาจาก หาว แปลว่า ฟ้า  พระเจ้าเหาหรือเจ้าฟ้าซึ่งเป็นคำเรียกกษัตริย์ทางเหนือยุคก่อนสุโขทัย  

ถ้าคุณจ้อมีโอกาสไปอีก เดินแถวนั้นเจอเข้าบ้างละก็ดังสนั่นแน่ๆค่ะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 11:07

ปารีสคงอีกนานครับกว่าจะมีโอกาสได้ไปอีก .... ไม่มีใครออกค่าตั๋วครับ เหอๆๆ
แต่กลางเดือนหน้านี้จะไปโรงเรียนที่อิตาลี 2อาทิตย์ครับ แหะๆๆ ฝรั่งเขาออกสตางค์ให้
ถ้ามีเวลา(และสตางค์)พอ อาจมีโอกาสไปเดินลอยชายแถวๆ เวนิส กับ ฟอเรนส์ ครับ

คุณเทาชมพู พอจะช่วยแนะนำบ้างได้ไหมครับ ว่าที่ไหนน่าไปเยี่ยมชมบ้าง
ผมจะได้ไปถ่ายรูปเอามาประดับเรือนไทยเหมือนเดิมครับ แหะๆๆ
(ขออภัยเจ้าของกระทู้ครับ ออกนอกหัวข้อไปหน่อย)
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 13:25

คุณจ้อคะ ...นครวาติกัน ค่ะ ขอภาพสวยๆของ วิหาร เซนต์ปีเตอร์ด้วยนะคะ  ภาพวาดที่ฝ้าเพดานน่ะ เขาลือกันว่า ฝีมือ MICHELANGLO  เชียวนะคะ  แล้วยัง รูปปั้นแกะจากหินอ่อน งานชิ้นเอกฝีมือ ศิลปิน MICHELAGELO อีกแหละค่ะ
อย่าลืมเอามือไปแหย่ไปที่ THE MOUTH OF  TRUTH  นะคะ จำมาจากหนังฝรั่งค่ะ  น้ำพุ Trevi ด้วยค่ะ  มีน้ำพุ ที่ชื่อคล้ายๆ สองที่ อีกที่ คือ Tivoli  แต่อยู่นอกกรุงโรมไปหน่อยค่ะ จำไม่ได้ว่า น้ำพุไหนนะคะ  ที่เขาไปโยนเหร๊ยญทิ้งไว้ เผื่อจะได้กลับไปอีกที

เคยเรียนวิชาประวิต์ศาสตร์ศิลป ที่กรุงโรมมีที่เที่ยวเยอะมากค่ะ
บันทึกการเข้า
ดร.ภัทริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 22 ก.พ. 02, 23:25

ได้เคยฟังมาจากผู้มีความรู้ค่ะ เลยขอเข้ามาแจมเรื่องพระราชวังที่ลพบุรี สักนิดนะคะ พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ ว่ากันว่าได้รับอิทธิพลทางด้านศิลป จากแขกเปอร์เชียส่วนหนึ่ง มีเอกลักษณ์คือเล่น ฟอร์ม โค้งแหลมที่อาคาร เช่น ประตูทางเข้า  ส่วนความงามทาง landscape   คือ การจัดสวนโดยรอบอาคาร  ซึ่งคงจะเป็นของใหม่ สำหรับสมัยนั้น มีสวนดอกไม้ประดับ ทั้งยังมีการขุด สระน้ำ ประดับด้วยน้ำพุ  ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความก้าวหน้าทางชลประทาน จากชาวฝรั่งเศส ทราบว่ามีการเดินท่อมาจากแหล่งน้ำนอกเมือง โดยใช้หลักความลาดชันของพื้นที่ในการส่งน้ำ

ส่วนความงามนั้น จะงามแค่ไหน ในปัจจุบันไม่เหลือความสมบูรณ์ ของสภาพอาคาร คงมีแต่บันทึกของชาวต่างชาติ ที่บรรยายชมความงาม เท่านั้น ความยิ่งใหญ่สวยงามทางอาคาร คงจะเทียบกันกับ พระราชวังแวซายส์ในปัจจุบันไม่ได้  นารายณ์ราชนิเวศน์แทบจะทรุดโทรมลงทันที ที่สิ้นแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ฟังเขาเล่ากันมาว่า การเมืองในสมัยนั้นค่อนข้างไม่สงบ  ปลายรัชกาลยิ่งวุ่นวาย  พระนารายณ์ ทรงประชวรที่ลพบุรี ขุนนางดูจะทราบถึงปัญหาที่จะตามมา  พระองค์จึงมีพระราชดำริ ให้ข้าราชบริพาร ที่จงรักภักดี บวช เพื่อหนีภัย และมีพระบรมราชโองการ ประกาศ ให้พระราชวังให้เป็นเขตขันธสีมา หรือพูดง่ายๆยกเป็นที่วัด และบวชกันในวัดเลยทันที  เมื่อเวลาผ่านไป พระราชวังแห่งนี้จึงร้าง ขาดการดูแลเอาใจใส่ มาได้รับการซ่อมแซมภายหลังอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร์

แต่จากบันทึกของบาทหลวงบูเวต์  เล่าว่า  สมเด็จพระนารายณ์เสด็จประทับที่เมืองลพบุรีนี้ ปีละเกือบเก้าเดือน     ในพระราชวัง..ซึ่งเป็นเหมือนแวซายส์ของพระองค์  เพราะพระองค์ไม่ต้องปิดขังพระองค์เอง ไว้เหมือนที่ทรงทำที่อยุธยา  ......คำว่า  แวซายส์ของชาวฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 17 ไม่ได้หมายถึงเพียงที่ซึ่งสวยงามเท่านั้น แต่หมายถึงที่ซึ่งพระราชาฝรั่งเศส หลบจากปารีส ให้พ้น จากการ ฉ้อฉล  ทางการเมืองด้วย  คำเปรียบเทียบนี้ จึงส่อนัยทางการเมืองอยู่ด้วย
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 23 ก.พ. 02, 08:46

มาแล้วครับรูปถ่ายของตำหนัก Le petit Trianon

เป็นบ้านเล็กๆครับ ไม่เล็กมากนักแต่ผมคิดว่าคงให้คนจริงๆเข้าไปอยู่ไม่ได้

ดูในรูปอาจจะใหญ่กว่าของจริงไปหน่อยหนึ่ง
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW960x043.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 23 ก.พ. 02, 08:47

ลองเข้าไปดูใกล้อีกหน่อย น่ารักดีเหมือนกัน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW960x044.jpg'>
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.063 วินาที กับ 19 คำสั่ง