เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 4344 เสน่ห์นี้เป็นไฉน
เด็กติดเกาะ
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 08 ต.ค. 00, 12:00

เคยดูหนังผีเกี่ยวกับเรื้องตุ๊กตาเสียหัวค่ะ มีใครรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง แล้วก็เกี่ยวกับเวศมนต์คาถาเนี่ยมีกำเนิดมาอย่างไร เช่นการเสกหนังควายเข้าท้อง หรือการทำเสน่ห์ แล้วก็อย่างอื่นอีกเยอะแยะไปหมดเลย มาจากพราหมณ์อินเดียหรือเปล่าค่ะ

แล้วอีกอย่างหนึ่งคือคำว่า ไฉน เนี่ยหมายความว่าอะไร แล้วสะกดถูกหรือยังค่ะ
บันทึกการเข้า
LAT59
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 03 ต.ค. 00, 00:00

เคยดูในหนังไทยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันน่ะ  
บันทึกการเข้า
ทิด
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ต.ค. 00, 00:00

เขาเรียกว่า "ตุ๊กตาเสียกะบาล" เลยครับ ไม่ใช่เสียหัว ^_^
เขาเอาไว้แทนคนเพื่นเป็นข้ารับใช้ผีเจ้า หรือเทพารักษ์ครับ
ส่วนเรื่องเวทย์มนต์บ้างก็ว่ามาจากทางอินเดีย ผ่านมาทางเขมร
บ้างก็ว่ามาจากเขมรโดยตรง แต่ถ้าลองมองดูทั่วๆแล้ว
ทุกชาติในโลกจะมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเวทย์มนต์ทั้งนั้นครับ
ทางฝรั่งเขาแบ่งเวทย์มนต์ออกเป็นสองประเภทคือ มนต์ขาว
ซึ่งเป็นเวทย์มนต์ที่นักบวชใช้ กับมนต์ดำที่พ่อมดแม่มดใช้
กลับมาที่เรื่องเวทย์มนต์คาถาแบบที่มีเรื่องเล่ากันในบ้านเรา
เคยอ่านมาว่าเป็นการท่องบ่นเพื่อบังคับจิตให้เป็นสมาธิครับ
อาจจะฝึกหรือใช้ร่วมกับการฝึกกสิณ (ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า)
คือการเพ่งวัตถุต่างๆที่กำหนดไว้เช่น เพ่งน้ำได้กสิณน้ำ
เพ่งดินสีอรุณได้กษินดิน เพ่งเปลวไฟก็จะได้กสิณไฟครับ
การได้กสิณก็คือการได้สมาธิระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถรวมจิตให้เป็นกำลัง
เพื่อบังคับวัตถธาตุ สิ่งของ หรือปรากฏการณ์ต่างๆ ได้
เวทย์มนต์ หรือคาถาเป็นบทท่องที่ใช้ร่วมกันกับการฝึกจิตที่ว่านี้ครับ  
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ต.ค. 00, 00:00

ตุ๊กตาเสียกบาล เป็นพิธีอย่างหยึ่งมีมาแต่สุโขทัยค่ะ  จำได้คร่าวๆว่า เวลาเด็กป่วย   ผู้ใหญ่เชื่อว่าเป็นเพราะผีจะมาเอาไป เพราะอัตราการตายของเด็กทารกสูงมาก  ก็ปั้นตุ๊กตาและเครื่องเซ่นไปวางที่ทางสามแพร่ง แล้วหักคอตุ๊กตาเสีย  แทนเด็ก  ให้ผีรับเครื่องเซ่นไป  ถือว่าจะทำให้เด็กหายป่วยไข้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 05 ต.ค. 00, 00:00

ตอบคุณเด็กติดเกาะ
ไฉน= ฉันใด     เป็นภาษาเก่า ใช้ในวรรณคดีมากกว่าเป็นภาษาพูด
แปลว่า ทำไม  อะไร ก็ได้
อย่างในเพลง "มนต์สวาท" ซึ่งดัดแปลงมาจาก ลาวครวญ ก็ขึ้นต้นว่า
"ฉันเป็นไฉน  ประหลาดใจหวั่นไหววิญญาณ์  มีแต่กลุ้มอุรา ใจพะว้าพระวัง"
พระเอกกำลังภายในชอบใช้กันค่ะ  อย่าง " ไฉนกล่าว" = ทำไมท่านถึงพูดยังงั้น
 
บันทึกการเข้า
ลุงแก่
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 05 ต.ค. 00, 00:00

พวกวิชาไสยศาสตร์ของไทยเรานั้นรับอิทธิพลมาจากทางเขมร ฅึ่งเขมรรับมาจากอินเดีย
อีกทอดหนึ่ง ทางพุทธศาสนาเรียกวิชาพวกนี้ว่า "เดรัจฉานวิชา" คือ เป็นวิชาความรู้ที่ไม่ได้
นำไปสู่การพ้นทุกข์ แต่ทำให้หลงงมงายอยู่แต่ในความทุกข์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 ต.ค. 00, 00:00

เอาวิธีทำเสน่ห์มาฝากค่ะ
ครานั้นเถรขวาดราชครู.............พิเคราะห์ดูปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
หยิบขี้ผึ้งปากผีมิทันนาน...........เอาเถ้าพรายมาประสานประสมพลัน
ลงอักษรเสกซ้อมแล้วย้อมถม......เป่าด้วยอาคมแล้วจึงปั้น
เป็นสองรูปวางเรียงไว้เคียงกัน.......ชักยันต์ลงชื่อศรีมาลา
อีกรูปหนึ่งลงชื่อคือพระไวย.......เอาหลังติดกันไว้ให้ห่างหน้า
ปักหนามแทงตัวทั่วกายา.........แล้วผูกตราสังมั่นขนันไว้
ซ้ำลงยันต์พันด้วยใบเต่ารั้ง.......ให้เณรจิ๋วไปฝังป่าช้าใหญ่
(วิธีนี้คือทำให้พระไวยเกลียดชังห่างเหินศรีมาลา  ส่วนที่ทำให้พระไวยหันไปหลงรักสร้อยฟ้า มีส่วนประกอบแบบนี้)
แล้วปั้นรูปสร้อยฟ้ากับพระไวย....เอาใบรักซ้อนใส่กับเลขยันต์
เถรนั่งบริกรรมแล้วซ้ำเป่า........พอต้องสองรูปเข้าก็พลิกผัน
หันหน้าคว้ากอดกันพัลวัน........เอาสายสิญจน์เข้ากระสันต์ไว้ตรึงตรา
รูปนี้จงฝังไว้ใต้ที่นอน.............ไม่ข้ามวันก็ร่อนลงมาหา
แล้วเสกแป้งน้ำมันจันทน์ทา......ประสมด้วยว่านยาน้ำมันพราย
แป้งน้ำมันอย่างหลังๆนี่เอาไว้ทาตัว เพิ่มเสน่ห์ไงคะ

มีกรรมวิธีทำเสน่ห์อีก ๒ อย่างชื่อว่าหงส์ร่อนมังกรรำ  ผู้หญิงใช้ทำเสน่ห์ให้สามีหลงรัก  ใครจำได้บ้างคะ  ดิฉันจำได้คร่าวๆเท่านั้นเอง   คิดว่าไม่ควรอ่านก่อนจะกินอาหารค่ะ
แล้วปั้นรูป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30492

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 06 ต.ค. 00, 00:00

พอดีไปเจอเรื่องทำเสน่ห์ ที่มีบันทึกอยู่ในพระราชพงศาวดาร สมัยรัชกาลที่ ๔  เรียกว่าเป็นคดีทำเสน่ห์ประวัติศาสตร์ก็ได้
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอาการประชวรเรื้อรังมาหลายปี   วันหนึ่ง เสวยก๋วยเตี๋ยว  พบว่ามี เส้นขน อยู่ในของเสวย  ก็เลยเป็นเรื่องอื้อฉาวกันว่าทรงถูกทำเสน่ห์
เมื่อทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็โปรดเกล้าฯให้ไต่สวน  บรรดาตุลาการสอบสวนแล้ว ได้ผู้ต้องสงสัยมาหลายคน
คนสำคัญคือเจ้าจอมมารดากลีบ ซึ่งเป็นเจ้าจอมคนโปรด มีพระราชโอรสธิดาถึง ๙ พระองค์  นอกจากนี้มีผู้ร่วมสมคบอีก ๘ คน  ส่วนพนักงานห้องเครื่องต้นแม้ไม่ได้ลงมือทำ แต่ก็รู้เห็นแล้วเฉยเสีย เลยโดนลงโทษด้วย
ไต่สวนยังไม่ทันจบเรื่อง  สมเด็จพระปิ่นเกล้าฯเสด็จสวรรคต   ผู้กระทำผิดไม่ได้รับโทษถึงประหาร แต่เจ้าจอมมารดากลีบถูกเนรเทศ และบ่าวไปสุโขทัย  หมอเสน่ห์ติดคุก  คนอื่นๆก็ได้รับโทษมากบ้างน้อยบ้างไปตามความผิด
 
บันทึกการเข้า
ศุภศจี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 09 ต.ค. 00, 00:00

ดูเหมือนว่าไสยศาสตร์เนี่ย เราน่าจะเอามาจากคัมภีร์อาถรรพเวทของพราหมณ์ในอินเดียนะคะ (อันนี้เดาเอาน่ะค่ะ) แต่ไม่ทราบว่าเราเอามาจากเขมรอีกต่อหนึ่งหรือเปล่า
ดูเหมือนศาสนาพุทธ ก็มีเวทมนต์เหมือนกัน แต่เราเรียกว่า ปริต แต่สาระสำคัญเปลี่ยนไปมากเลยค่ะ เวทมนต์ของพราหมณ์เขาเน้าการสาปแช่งให้ศัตรูมีอันเป็นไป แต่ของพุทธเน้นการแผ่เมตตาให้กับสัตว์โลก
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.03 วินาที กับ 19 คำสั่ง