เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 3950 เห็นฝั่งเมืองไทยแล้ว ....
นกข.
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 05 ก.พ. 02, 04:51

วันก่อนนี้ดูหนังลิเกฝรั่งเรื่องอะไรก็จำไม่ได้ เป็นหนังเรื่องอิงพงศาวดารยุโรป มีฉากหนึ่งที่ตัวละครกลับจากภาคพื้นทวีปยุโรปมาอังกฤษ พอเห็นหน้าผาขาวที่โดเวอร์ก็เป็นอันรู้ว่ากำลังจะถึงฝั่งอังกฤษแล้ว สำหรับคนที่จากแผ่นดินอังกฤษไปไกลไปนาน หน้าผาขาวริมทะเลนั้นคือสัญลักษณ์ของการกลับมาถึงบ้าน

เมื่อสมัยก่อนโน้นการเดินทางระหว่างประเทศยยังต้องใช้เรือ จะเป็นเรือสำเภา เรือสำปั้น เรือกำปั่น หรือต่อมาจะเป็นเรือกลไฟก็ตามแต่ พี่น้องตระกูลไรท์ยังไม่ได้คิดเครื่องบิน และลักษณะของบ้านเมืองต่างๆ ที่จะปรากฏแก่ตาผู้เดินทางก็มักจะเป็นความประทับใจที่ได้จากมุมมองจากในเรือเป็นครั้งแรก

ที่ปากประตูเข้าสู่โลกใหม่ คือสหรัฐฯ สมัยที่ผู้อพยพจากโลกเก่าในยุโรปยังหลั่งไหลมาโลกใหม่โดยทางเรือ ภาพประทับใจภาพแรกที่ผู้อพยพเหล่านั้นเห็น คืออนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพที่ปากอ่าวหน้ามหานครนิวยอร์ก ซึ่ง "ยืนชูประทีปแห่งความหวังอยู่หน้าปากประตูทอง"  แต่ถ้าเข้าเมืองสหรัฐฯ ทางอีกด้านหนึ่งของทวีปคนละฝั่งมหาสมุทร คือที่ซานฟรานซิสโก ก็จะผ่าน "ประตูทอง"  อีกบานหนึ่ง คือสะพานโกลเด้น เกท

สมัยก่อน สยามได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เขียวชะอุ่มชุ่มชื้นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ขนาดที่ว่าคนจีนที่หนีความลำบากและความกันดารมาจากเมืองจีน ลงเรืองหัวเขียวหรือเรือหัวแดงมาจากซัวเถา พูดกันต่อๆ มาว่า พอล่องเรือมาจนเห็นชายฝั่งเขียวๆ มีต้นไม้เขียวไปหมด ก็นั่นแหละถึงสยามแล้ว เป็นอันเย็นใจได้ว่ารอดตายแล้ว แผ่นดินนี้อุดมสมบูรณ์ ไม่อดตายแน่ นอกจากความเขียวขจีของพืชพรรณสมัยโน้น ที่ปากน้ำสมุทรปราการยังมีสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเรือกำลังจะเข้ามายังสยาม ดินแดนของพระพุทธศาสนา คือพระสมุทรเจดีย์ องค์สีขาวมีผ้าแดงพันเด่น เห็นพระเจดีย์นี้ก็แปลว่ากำลังจะพ้นจากมหาสมุทรเข้าแน่น้ำ เข้าเมืองไทยแล้ว

สมัยนี้พวกเราเดินทางด้วยเครื่องบิน ประเดี๋ยวเดียวก็ไปได้รอบโลก การรอนแรมไปในเรือนานๆ กว่าจะถึงที่หมายไม่ค่อยมีแล้ว และสัญลักษณ์ที่หมายของบ้านเมืองต่างๆ ที่เห็นได้จากทางเรือก็ค่อยๆ ลดความสำคัญลงไป ตัวผมเองไปต่างประเทศมาหลายครั้ง กลับจากต่างประเทศมาเมืองไทยก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็นั่งเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง ไม่เคยได้เห็นพระเจดีย์ปากน้ำเลย (ยกเว้นเวลาไปเที่ยวเมืองสมุทรปราการ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับการกลับมาถึงเมืองไทยจากเมืองนอก)

แต่ถึงกระนั้นก็ดี ทุกครั้งที่เครื่องบินตีวง ลดระดับลงมาตำกว่าระดับเมฆ เตรียมร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ผมได้เห็นภาพท้องทุ่งนาสีเขียวขจีสดใสเบื้องล่าง หรือบางทีก็เป็นสีทองอร่ามจากหน้าต่างเครื่องบินทีไรก็เต็มตื้นด้วยความสบายใจว่า เรามาถึงบ้านแล้ว ทุกครั้งทุกหนไป

... ตราบเท่าที่ยังมีทุ่งข้าวเขียวขจีให้ผมเห็นจากเครื่องบิน ภาพวิวภาพนี้จะยังมีให้ผมเห็นได้อีกถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ประการแรก ความเจริญของบ้านเมืองกำลังค่อยๆ แผ่ออกไปกลืนทุ่งนาสีเขียวให้หดลงๆ ทุกที ประการที่สอง ถ้าเขาทะเลาะกันเรื่องหนองงูเห่าเสร็จและย้ายสนามบินไปแล้ว ผมก็ยังไม่ทราบว่าวิวจากเครื่องบินที่กำลังจะร่อนลงที่สนามบินแห่งใหม่จะเป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 ม.ค. 02, 04:03

สำหรับผม นั่งเครื่องบินไปลงที่ไหน ก็ไม่รู้สึกว่าอบอุ่นที่สุด เท่าเวลาที่เครื่องบินตีวงร่อนลงที่สนามบินดอนเมืองเลยครับ อยู่ที่เมกามาก็ปีที่ 5 แล้ว กลับบ้านไป 2 ครั้ง แต่ทั้งสองครั้งที่เครื่องบินร่อนลงแล้วออกมาก็รู้สึก ขึ้นมาในใจทุกครั้งว่าเรากลับบ้านแล้ว
บันทึกการเข้า
B
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ม.ค. 02, 18:13

When I saw BKK. from the plane the first time I went back home, I realized the saying "There's no place like home."



Khun NKK. ka, Tan Suang U in "Letters From Thailand" by Khun Botan wrote to his mother that when he looked over the Thai coastline from the ship, BKK. (in 1945) had a great many trees; many of them were coconut palms.
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ม.ค. 02, 18:41

ตอนที่เครื่องร่อนลงที่ดอนเมือง มันจะมีตึกทรงไทยอยู่หลังนึงครับ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นทรงหลายเหลี่ยมด้านเท่า อยู่ใกล้ถนนไปรังสิต ผมจะเห็นประจำตอนเครื่องร่อนลง แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าเป็นตึกอะไร แต่วินาทีที่รู้สึกว่าถีงเมืองไทยจริงๆคือตอนที่ล้อเครื่องบินแตะพื้นครับ ช่วงที่กำลังร่อนใกล้ๆพื้น เหมือนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ รอทำหน้ายิ้มแป้นตอนวินาทีที่ล้อแตะพื้น

กัปตันไทยนำเครื่องลงได้นิ่มที่สุดในโลก ขอบอก ยิ้ม ตอนโผล่หน้าออกจากตีกไปนั่งแทกซี่นี่จะร้อนวูบทันที ทำให้มั่นใจขี้นว่าลงไม่ผิดประเทศ เย้ ! ผมว่าทุ่งนาเมืองไทยมันเขียวแบบเขียวขจีอย่างที่คุณ นกข. ว่าครับ ประเทศทางยุโรปจะเขียวปนน้ำตาลหรือปนส้มเป็นส่วนใหญ่
บันทึกการเข้า
เรไร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 ม.ค. 02, 23:57

เอาเพลงมาฝากคนใกล้ฝั่ง เอ๊ย!  คนไกลบ้าน ที่ได้เห็นฝั่ง ค่ะ

บ้านเรา

บ้านเรา... แสนสุขใจ
แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา
คำว่าไท ซึ้งใจเพราะใช่ทาสเขา
ด้วยพระบารมีล้นเกล้าคุ้มเราร่มเย็นสุขสันต์
รุ่งทิพย์ ฟ้าขลิบทอง
พริ้วแดดส่องสดใส งามจับใจมิใช่ฝัน
ปวงสตรีสมเป็นศรีชาติเฉิดฉัน
ดอกไม้ชาติไทยยึดมั่นหอมทุกวันระบือไกล
บุญนำพากลับมาถึงถิ่น
ทรุดกายลงจูบดิน ไม่ถวิลอายใคร
หัวใจฉันใครรับฝาก เอาไว้
จากกัน แสนไกล ยังเก็บไว้หรือเปล่า
เมฆจ๋า ฉันว้าเหว่ใจ
ขอวานหน่อยได้ไหม  ลอยล่องไปยังบ้านเขา
จงหยุดพักแล้วครวญรับฝากกับสาว
ว่าฉันคืนมาบ้านเก่า
ขอยึดเอาไว้เป็นเรือนตาย ....
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 09 ม.ค. 02, 00:48

ขอบคุณครับ

ว่าแต่ว่าหัวใจผมน่ะ ใครที่รับฝากเอาไว้ ห่างกันแสนไกล ยังเก็บไว้หรือเปล่า?ฮืม? หรือว่า รับฝากไว้นาน ไม่ได้มาเอา ตั๋วฝากหมดอายุ เลยเลหลังหัวใจผมไปแล้ว?ฮืม

เอ ไอ้เราก็เพ้อเจ้อ ยังไม่ได้กลับบ้านเราสักหน่อย แล้วสาวที่จะให้เมฆไปครวญรักฝากไปก็หายังไม่ได้ด้วย เอาหัวใจกลับมาไว้ในอกตัวเองก่อนแล้วกันครับ

ผมนึกว่า ตึกทรงไทยๆ ที่คุณเปี้ยวพูดถึง จะใช่อนุสรณ์สถานแห่งชาติหรือเปล่าก็ไม่รู้ อนุสรณ์สถานแห่งชาติก็อยู่แถวๆ รังสิตเลยดอนเมืองไป เป็นอนุสาวรีย์ที่ทางการทหารสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพในหน้าที่ สร้างมาทีหลังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ซึ่งมีวัตถุประสงค์เดียวกัน) แต่ดูเหมือนอนุสาวรีย์ชัยฯ จะเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากกว่ามาก

ใครมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของประเทศต่างๆ มาเล่าอีกครับ เชิญครับ

สลับฉากด้วยโจ๊ก ไหนๆ ก็เปลี่ยนสมัยไปเป็นสมัยเรือบินไม่ใช่สมัยเรือสำเภาแล้ว โจ๊กเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นบนเครื่องบิน เป็นโจ๊กเก่าครับ หลายปีแล้ว

บนเครื่องบินลำหนึ่ง ผู้นำสหรัฐฯ ผู้นำไทย กับผู้นำโซเวียตรัสเซียนั่งอยู่ เครื่องบินฝ่าเข้าไปในเมฆหนาทึบ มองไม่เห็นอะไรเลย สักพัก ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เปิดหน้าต่างยื่นแขนออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็ประกาศว่า ไอรู้ว่าตอนนี้เครื่องกำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ
อีกสองคนถามว่า - รู้ได้ไง?
ประธานธิบดีสหรัฐฯ ดึงมีอกลับเข้ามาในเครื่องบิน ปรากฏว่ามีขนนกอินทรีติดเต็มไปหมด
เลขาธิการพรรคโซเวียตเอาบ้าง พอเครื่องบินบินไปสักพักก็ยื่นมือออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน แล้วก็ประกาศด้วยความมีชัยว่า - กะร้าชโช่ - ไอก็รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เรากำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าโซเวียต -
อีกสองคนถามว่า รู้ได้ไง?
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิต์โซเวียตแบมือออกมาให้ดู ปรากฏว่ามีขนหมีขาวเต็มอุ้งมือไปหมด
นั่งมาได้สักพัก นายกไทยก็เอาบ้าง ยื่นมืออกไปนอกหน้าต่างที่ยังมีเมฆขาวคลุ้มมองไม่เห็นอะไรเหมือนเดิมแล้วก็บอกว่า อาฮ้า- ผมรู้แล้วว่าตอนนี้เราเข้าเขตไทยแล้ว
อีกสองคนถามว่า รู้ได้ไง?
ท่านนายกฯ ตอบว่า รู้สิ ก็นาฬิกาโรเล็กซ์ของผมถูกปลดไปแล้ว....
บันทึกการเข้า
อำแดงริน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 ม.ค. 02, 21:05

ถึงบ้าน....เป็นความรู้สึกร่วมของคนส่วนใหญ่จริงๆค่ะ
...อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา....

หลายปีแล้วตอนที่ดิฉันไปทำpart time ที่กทม.ช่วงเสาร์อาทิตย์
ส่วนใหญ่เลิกงานตอนเย็น กว่าจะมาถึงบ้านก็ใกล้ค่ำ
หรือไม่ก็ค่ำไปแล้ว
ทุกครั้งที่ขับรถมาถึงสี่แยกบางแพ(แยกใหญ่ที่จะเลี้ยวกลับบ้าน)
ดิฉันจะรู้สึกสบายใจ คลายความเหนื่อยความเกร็งที่ต้องขับรถ
มาเป็นระยะทางเกือบ100กม. เมื่อนึกว่าอีกเดี๋ยวก็จะได้กลับไปอยู่
ที่ที่คุ้นเคยอีกแล้ว...^_^
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 00:14

เอามาฝากค่ะ ถ่ายเองเมื่อตอนกลับบ้านปีที่แล้วแล้วบินไปเชียงใหม่ ภาพนี้ตอนเครื่องกำลังขี้นจากดอนเมืองจะบินไปเชียงใหม่ค่ะ แม่เจ้าพระยาของเรา คิดถึงจังเลย
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW912x007.jpg'>
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 00:17

เวลาเห็นตึกนี้จากหน้าต่างเครื่องบินจะดีใจเป็นที่สุด ถึงบ้านแล้ว คงเหมือนชาวอังกฤษเห็นหน้าผาขาวที่โดเวอร์ค่ะ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW912x008.jpg'>
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 00:23

อ่าเรื่อง บูรพา อาจาร์ย ว วินิจฉัยกุลบรรยายฉากตอนเรือที่พาเจ้าชายสยามและแหม่มแคทรีนเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีค้นลำภูเรียงรายเป็นทิวแถว ไม่ทราบว่าต้นลำภูเป็นยังไงคะ ไม้ดอกหรือไม้ผลคะ ใครมีภาพให้ดูบ้างคะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 03:58

ผมก็ไม่ค่อยรู้จักต้นลำภูครับ รู้แต่ว่า เป็นต้นไม้ยืนต้นอย่างหนึ่ง แต่ก่อนแถวบางลำพูมีอยู่มาก และเป็นต้นไม้ที่หิ่งห้อยชอบมาเกาะทำให้สว่างวอมแวมตอนกลางคืน

ใครมีภาพต้นลำภู/ลำพู ? บ้างครับ
บันทึกการเข้า
โกโบริ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 11:00

ต้นลำภูหรือครับ สงสัยต้องไปดูในหนังเรื่องคู่กรรมครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 11:04

หาในเน็ตแล้วไม่มีภาพต้นลำพูเลยค่ะ  
เป็นไม้ยืนต้น  มีผลเล็กๆแต่กินไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่เคยเห็นใครกินกัน    ชอบขึ้นริมน้ำ   เป็นที่อาศัยของหิ่งห้อย
บางลำพูได้ชื่ออย่างนี้เพราะเมื่อก่อนมีต้นลำพูมาก  ตอนนี้เหลืออยู่ต้นเดียว  อยู่ทางถนนพระอาทิตย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ถ้าอยากดูภาพคล้ายๆกับในเรื่อง"บูรพา" ก็มีการนำชมต้นลำพูที่สมุทรสาคร   นักท่องเที่ยวนั่งเรือไปดูหิ่งห้อยบนต้นลำพูริมคลองค่ะ  อาจจะไม่มากเท่าในหนังสือ  แต่ก็พอจะวาดภาพตามไปได้
บันทึกการเข้า
Gi
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 14:31

มาต่อขำขัน คุณ นิลฯ
ช่างไหนๆ ก็ไม่เท่าช่างไทยหรอก...

3 สหายวิศวกรจาก อเมริกา ฝรั่งเศส และ ญี่ปุ่น นัดกันมาเที่ยวแวะพักผ่อนที่เมืองไทย
ร่วมกันเรียกรถ Limousine ของโรงแรมไปส่งที่ downtown ใช้เส้นทางถนนพหลโยธินมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

อเมริกา - ช่างก่อสร้างประเทศไอ เก่งที่สุดในโลก อย่างสะพานโกลเด้นเกต นะ 6 เดือนก็สร้างเสร็จแล้ว

ฝรั่งเศส - ทำเป็นคุย หอคอยไอเฟล ของไอนะ 3 เดือนเอง

ญี่ปุ่น - อะไร พวกลื้อไม่ใช้เทคโนโลยีเลย  ใช้คอมพิวเตอร์จัดการอย่างประเทศอั้วสิ  หอคอยโตเกียว เดือนเดียว ก็เสร็จแล้ว

เอี๊ยดดดดด..............
ไม่ทันขาดคำของคนญี่ปุ่น รถ Limousine ก็หยุดกระทันหันจากการกระทืบเบรกอย่างแรง ก่อนจะเข้าแยก อนุสาวรีย์ชัยฯ

3 ชาติ - เฮ้ย ไดร์เวอร์ ขับรถประสา อะไรหว่า

พนักงานขับรถโรงแรม - ซอรี่ ๆๆ คือว่า เมื่อเช้านี้ ผมขับผ่านตรงนี้ อนุสาวรีย์ ข้างหน้านี้ ยังไม่มี เลย นี่น่า....
บันทึกการเข้า
สตาร์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 10 ม.ค. 02, 18:00

ขอชี้จุดที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์ในภาพของคุณส้มหวาน

เป็นภาพคุ้งน้ำเจ้าพระยาบริเวณปากเกร็ด มีเกาะเกร็ด และวิวไกลออกไป  แต่วัดพระนางเรือล่มโดนปีกเครื่องบินบังอยู่

กรมชลประทานนั้น อาจกำหนดบริเวณกว้างเกิน แต่ความยาวจากถนนจรดแม่น้ำแน่นอนค่ะ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW912x014.jpg'>
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 19 คำสั่ง