เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 8637 มหาตมะ คานธี กับ Satyagraha
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 03 ม.ค. 02, 10:13

ปีใหม่แล้วผมขอทำตัวมีสาระหน่อยครับ ฮุๆๆ ปรับปรุงครับ ... ปรับปรุง

คือบังเอิญไปอ่านประวัติของคานธีแล้วเกิดความสงสัยเกี่ยวกับหลักธรรมของคานธี
ที่เรียกว่า Satyagraha ไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรครับ

ตอนเด็กๆเคยได้ยินว่า "อหิงสา" แต่ในหนังสือฝรั่งบอกว่า
อหิงสา หรือ Ahimsa แปลว่าการไม่ฆ่า (Non-killing)

ในหนังสือบอกว่า Satyagraha เดิมนั้นแปลว่า Steadfastness in a good cause
(นี่ก็แปลไม่ถูกเหมือนกัน งงมากครับ ฮืม?) หนังสือบอกว่าคานธีเปลี่ยนความหมายนิดหน่อย
โดยเพิ่มหลักการของอหิงสาเข้าไปด้วย

รบกวนท่านคุณเทาชมพู คุณนกข และท่านผู้รู้ท่านอื่นๆช่วยอธิบายให้ผมด้วยครับจะขอบพระคุณมาก

เอาประโยคเด็ดของคานธีมาฝากให้อ่านเล่นกันครับ

" Non-violence is the greatest force at the disposal of Mankind.
It is mightier than the mightiest weapon of destruction devised by the ingenuity of man."

M.K. Gandhi
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 01 ม.ค. 02, 22:21

ผมว่าบินลาเดนน่าจะศึกษาหลักอหิงสา และนำเอาหลักการของคานธีมาใช้บ้างนะครับ
น่าจะได้ผลดีกว่าไปถล่มตึก
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 01 ม.ค. 02, 22:32

รู้สึกว่าจะเป็น "สัตยาเคราะห์" นะครับ

น่าจะเป็นการต่อสู้โดยยึดหลักอหิงสา ผมก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ต้องรบกวนผู้รู้มาอธิบายเพิ่มเติม

มีรูปของมหาตมะ คานที  ตอนหนุ่มๆ มาฝากครับ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW900x002.jpg'>
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 01 ม.ค. 02, 22:59

พอดีไปค้นเจอหนังสือของอาจารย์กีรติ บุญเจือ อาจารย์ได้ให้ความหมายของสัตยาเคราะห์ ไว้ว่า

 การต่อต้านการดื้อแพ่ง คือไม่ใช้กำลังหรืออาวุธเข้าต่อสู้เพื่อล้มอำนาจการปกครอง แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งแม้จะถูกทำโทษอย่างไรก็ยอม สัตยาเคราะห์ จึงต้องใช้ควบคู่กับอหิงสา  ซึ่งแปลว่า ไม่เบียดเบียน ไม่โกรธ ไม่ผูกพยาบาท และไม่มุ่งร้าย อหิงสาอาจจะใช้เป็นอิสระจากสัตยาเคราะห์ก็ได้ แต่ถ้าหากใช้สัตยาเคราะห์ จำเป็นต้องมีอหิงสาด้วยเสมอ

รู้สึกว่าจะมีคนให้ความหมายของสัตยาเคราะห์ที่สั้นกว่านี้ ในทำนองที่ว่า ไม่ยอมปฎิบัติตามกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม แต่ยินดีรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายนั้น ๆ เพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายยังคงอยู่

ผมได้อ่านประวัติของท่านมหาตมะ คานธี  เมื่อประมาณ ๓ เดือนที่แล้ว แนวปฏิบัติบางอย่างของท่าน ได้จุดประกายให้ผมปฎิบัติตาม เช่นการดำรงชีวิตอยู่อย่างสมถะ ลด ละ เลิก ใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นในการดำรงชีวิตออกเสีย มีบางครั้งที่ผมอยากหันไปรับประทานผักและผลไม้อย่างท่านบ้าง แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ใจตัวเองทุกที ทำไม่ได้..

จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าท่านมหาตมะ คานธี เป็นผู้ยกระดับชีวิตของคนวรรณะจัณฑาลให้สูงขึ้น แล้วก็เปลี่ยนชื่อเป็น หริจัณฑ์ หรืออะไรนี่แหละครับ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 01 ม.ค. 02, 23:16

ว้าว คุณแจ้ง ขอบคุณครับ
ผมก็กำลังอ่านประวัติของมหาตมะ คานธีเหมือนกัน
เอาไว้มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านซ่อมเสร็จก่อนจะคัดมาฝากกันนะครับ
ตอนนี้ขออ่านที่คุณแจ้งเอามาฝากก่อน เหอๆๆๆ
บันทึกการเข้า
บัวบรรณ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 00:02

ขอบคุณความรู้ที่คุณแจ้งนำมาฝากกันค่ะ
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 00:36

I think Ahimsa should be translated as "non-violence" rather than "non-killing". Gandhi highly respected the Buddha as the Great Teacher of Ahimsa.



Satyagraha is - as Khun Jor and Khun Jaeng said - "Steadfastness in Good Cause." It means you stick to something you believe to be the Truth, without wavering. (Satya means Truth.)  In practice, Gandhi applied the term to include the meaning "civil or peaceful disobedience", which means not obeying or cooperating with the British colonial authorities, but in a civil or peaceful ways, and ready to accept any consequences from that without swaying from one's faith.





Harichan, the new name Gandhi gave to the lowest caste or the "untouchables" means "God's People". Hari - one name of God in Hinduism. Chan - chon - as in prachachon "people". But Khun Jaeng's "Harichanda" sounds to me like "God's booze"... (probably for a drunken god...)  ;-)



Gandhi's Ahimsa and Satyagraha ways of fighting became the model for those political fighters against Apharthied regime in South Africa, including Melson Mandella and Bishop Desmond Tutu.
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 01:49

I don't think of bin Laden now, but I sincerely hope that both India and Pakistan will use the Gandhian principles.
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 02:29

ครับ หริจัณฑ์ของผมกลายเป็นน้ำจัณฑ์ของพระนารายณ์ไปเลย  ผิดจากความหมายจริงๆไปมาก ผมลองค้นดูแล้วก็ยังไม่ทราบว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูกต้อง ค้นไปคนมาก็ไปเจอเว็บนี้เข้าซะก่อน เป็นเทศนาของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เกี่ยวกับมหาตมะ คานธี  เห็นว่ามีสาระมากจึงนำมาแบ่งปันกันอ่านครับ

http://www.panya.iirt.net/read/all-html/kandhee.html' target='_blank'>http://www.panya.iirt.net/read/all-html/kandhee.html
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 03:45

Spell (in Thai) "Chon" Chor. Chang and Nor. Nu, as in "PrachaCHON" Krab.



"Harichan" means God's People.



I just kid you on God's booze... ;-D
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 03:51

Sorry. Mandella's first name is Nelson krab, not Melson.



Do you remember Gandhi's teaching on "the Seven Sins"? These seven sins are not the same as in Christianity. I only remember one sin "wealth without working" - or something like that. Gandhi believed everyone should work. Everybody has a duty to do.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 10:31

หริชน = ชนของพระเจ้า

ในรัชกาลที่ ๖   เวลาถอดอักษรโรมันเป็นไทย  ตัว J ถอดเป็นตัวช.ช้าง  c ถอดเป็นตัวจ.จาน  ch เป็นได้ทั้ง จ และ ฉ  เพราะเรามีตัวอักษรมากกว่าบาลีสันสกฤต

หริชน  harijan(a)?

seven sins ที่ว่ามาคุณนคค.ดูเหมือนจะเคยเขียนไว้ในเรือนไทย    แต่ดิฉันหาไม่พบค่ะ จำได้ว่าเคยอ่านและพิมพ์ลงกระดาษไว้
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW900x011.gif'>
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 17:27

ผมก็ไม่แน่ใจว่าในภาษาอังกฤษ (หรือจะพูดให้ถูกไม่ใช่ภาษาอังกฤษแต่เป็นการถอดรูปคำภาษาแขกเป็นอักษรโรมัน) นั้น เป็น Harijan หรือ Harichan ครับคุณเทาชมพู ผมอาจจะจำผิด แต่ว่าในภาษาไทยนั้นใช้ว่า หริชน แน่ๆ ตามที่อาจารย์กรุณา - เรืองอุไร ถอดไว้

นึก ๆ ดูแล้วก็น่าจะเป็น Harijan อย่างคุณเทาฯ ว่ามากกว่าแฮะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 17:42

ตรวจสอบแล้ว ใช่จริงๆ ครับ Harijan แปลว่า ชนของพระเจ้า เป็นภาษาฮินดี (ที่มีรากมาจากภาษาสันสกฤต) ถอดเป็นรูปไทยก็คือ หริชน เป็นชื่อที่คานธีคิดขึ้นใหม่ใช้เรียกพวกวรรณะต่ำสุดในอินเดีย ให้พวกเขามีความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองขึ้น คานธีคิดชื่อนี้ระหว่างที่ต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดียครับ

พวกชนชั้นต่ำสุดในอินเดียน่าสงสาร ถูกดูถูกกดขี่เหยียดหยามสารพัด คานธีเองเป็นหนึ่งในคนวรรณะสูงที่มีจิตใจสูงไม่กี่คนที่เห็นใจชนวรรณะต่ำ ชนชั้นสูงส่วนใหญ่มักรังเกียจพวกนี้ จนแม้เมื่ออินเดียได้เอกราชแล้วและรัฐบาลอินเดียประกาศว่าประชาชนอินเดียเป็นประชาชนเหมือนกันเท่าเทียมกันหมด ไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ ก็ยังต้องต่อสู้กับอคติทางสังคมอีกมากเพื่อยกระดับของหริชนพวกนี้ ร่วมสมัยกับคานธีหรือหลังคานธีนิดหน่อย มีชนชั้นต่ำท่านหนึ่งที่มีความสามารถเฉลียวฉลาดอย่างสูง มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนจนได้เป็นดอกเตอร์และเป็นผู้เป็นกำลังสำคัญในการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ท่านคือ ดร. อัมเบดก้าร์ ดูเหมือนหลังจากท่านมหาตมาคานธีสิ้นชีพไปแล้วและอินเดียเป็นประเทศเอกราชแล้ว ดร. อัมเบดการ์ได้เป็นผู้นำชนชั้นจัณฑาลกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ประกาศตนเป็นพุทธศาสนิก เพราะในพุทธศาสนานั้น ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะใดๆ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 02 ม.ค. 02, 18:04

เอ ... นาย นคค. คู่แฝดผมเคยเขียนไว้ในเรือนไทยเหรอฮะ ทำไมผมจำไม่ยักกะได้ ปกตินายนี่ไปเขียนอะไรไว้ที่ไหนผมน่าจะรู้....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง