เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 7791 ภูมิปัญญาไทยในอาหารไทย
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 29 พ.ย. 01, 00:13

เรื่องกินเหล้านี่บางที่ก็เป็นดาบสองคมนะครับ บางทีก็กินแล้วได้มิตรภาพ
บางทีกินแล้วก็ได้เลือด ถึงตายเอาก็มี เป็นเพราะอุปนิสัยตอนเมาของแต่
ละคนนี่แหละ พวกเมาตลก เมาขี้คุยนี่ไม่เท่าไหร่ แต่พวกเมาหาเรื่อง เมาเจ้าชู้
นี่ควรระวังครับ เขม่นกันได้ง่ายๆ ผมว่าถ้าไม่ใช่เพื่อสังคมแล้วอย่าไปกิน
มันเลยครับ หรือกินได้บ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่อย่าถึงกับเมามาย เพราะถ้าเมาแล้ว
เสียสติก็มีแต่ผลเสียต่อตัวเอง  ไม่มีผลดีเลย พระพุทธเจ้าท่านถึงบัญญัติ
เอาไว้เป็นศีลข้อห้า เพราะฉะนั้นเหล่าสาธุชนพึงละเว้นครับ

แต่เรื่องพรรค์นี้บางทีก็พูดยากครับ คนเราอยู่ในสังคมมันก็ต้องมีบ้างเหมือนกัน
อย่างผมเวลาไปงานต่างๆ บางทีก็จิบๆ เอา หรือถ้าจะกินกันจริงๆ ก็ต้องโอกาส
พิเศษ เช่นนัดรวมเพื่อนรวมฝูงที่ไม่ค่อยได้เจอกัน ส่วนมากก็จะไปนั่งกินเบียร์
ตามแพริมเขื่อนบ้าง สวนอาหารริมบึงบ้าง อาศัยที่เหมาะๆ แดดร่มลมเย็น นั่งกินกันไป
คุยเรื่องการบ้านการเมือง เรื่องสัพเพเหระ  พอครึ้มๆ หน่อยก็เลิก ไม่ถึงกับเมามาย
เช้ามาก็ทำงานได้ ไม่แฮ้งค์ไม่ปวดหัว

ผมถือคติอยู่อย่างคือเวลากินเหล้าจะไม่กินกับญาติครับ กลัวเกิดปัญหาเวลากินเหล้า
แล้วขัดคอกัน หรือเมาแล้วลำดับญาติกันไม่ถูก ไม่รู้ว่าใครเป็นลุงเป็นหลาน
เป็นน้าเป็นอา เด็กก็ไม่เคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่ทำตัวให้น่านับถือ อย่างนี้ผมว่าเป็น
เรื่องที่น่าเกลียด

สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อกระทู้เป็นภูมิปัญญาไทยในการกินเหล้าแล้วมั้งครับ หลุดกระทู้ไปแล้ว
แม่หญิงเล่นตั้งคำถามอ่อยเหยื่ออย่างนี้คนเค้ารู้ทันหมดน้า...อ้อ แต่บางคนเมาแล้ว
ก็น่ารักนะครับ อย่างเมาแล้วหลับอยู่ในห้องน้ำอะไรพวกเนี้ย น่าร้ากกก น่ารักจริงๆ..
บันทึกการเข้า
นกกางเขน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 29 พ.ย. 01, 01:18

ตกลงเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วหรือครับ?
เจ้าของกระทู้คงไม่ว่านะ ผมขอร่วมวงเรื่องเมานี่หน่อย

ภาษิตภาษาลาตินประโยคหนึ่ง มีว่า In Vino Veritas แปลว่า ในสุรามีความจริง "อันความจริงรู้ได้ในสุรา" แปลเป็นไทยอีกทีก็ว่า บางคนเวลาพอเมาแล้วก็เปิดปากเปิดความในใจคิดจริงๆ ยังไงจะเล่าหมด  รวมทั้งเรื่องที่ปกติเวลาไม่เมาจะไม่พูดด้วย ภาษิตบทนี้พระบาทสมเด็จพระมุงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลถอดเป็นโคลง หาอ่านได้ในกระทู้ข้างบนครับ

ดังนั้น สำหรับหนุ่มบางคน ถ้าเขาเมาจนเก็บความรู้สึกในใจไว้ไม่ได้เผลอพูดบอกรักใครออกมา ก็เชื่อได้ว่าเขาพูดจริง รักเธอจริง โดยเฉพาะถ้าปกติเขาไม่กล้าพูด แต่ทั้งนี้ไม่แน่ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เมาแล้วเผยความนัย ที่เมาแล้วพล่ามเรื่อยเปื่อยไปโดยไม่รู้ว่าตัวพูดอะไร เอาสาระไม่ได้ สร่างแล้วจำไม่ได้เลยก็มี

รูปแบบหรือแพทเทิร์นพฤติกรรมของคนๆ หนึ่งเวลาเมาจะเป็นอย่างไร ปรมาจารย์ขี้เมาท่านว่าจะแสดงออกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่คนนั้นกินเหล้าจนเมาเป็นหนแรก ถ้าหนแรกเมาแล้วร้องไห้ กินเหล้าเมากี่หนๆ ก็จะร้องไห้ตลอด ถ้าหนแรกร้องเพลงก็ร้องเพลงตลอด ถ้าหนแรกท้าตีท้าต่อยก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดเหมือนกัน เท็จจริงไม่ทราบครับ เขาว่ากันยังงั้น (ผมยังเชื่อว่าคนเราน่าจะหัดกันได้ เช่น เคยเมาแล้วอาละวาดก็หัดใหม่ให้เป็นเมาแล้วปากหวานแทน)

ส่วนผม ในงานของผม พยายามไม่เมา หรือที่จริงพยายามไม่ดื่มก่อน แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องดื่ม ก็ต้องระวังไม่ให้เมา หรือถ้ามึนๆ เข้าไปแล้ว ก็ต้องไม่ให้เมามากเกินไปจนครองสติไม่อยู่เป็นอันขาด ที่ที่ผมเคยไปทำงานอยู่ 2 แห่ง คือที่เมืองจีนกับที่เมืองมองโกเลียนั้นเขามีทัศนคติเกี่ยวกับการกินเหล้าที่ทำให้งานของผมยาก ตรงต้องกินเหล้ากับเขาด้วยนี่แหละครับ โดยเฉพาะคนมองโกล ดูเหมือนจะถืออยู่ในทีว่าถ้าคุณไม่ยอมเมาจนหัวทิ่มบ่อกับเขา เขาจะรู้สึกคล้ายๆ กับว่าคุณไม่ยอมเป็นเพื่อนเขาจริง มีอะไรในใจปิดบังกันอยู่หรือจึงไม่ยอมเมากับเขา แต่ถ้าลงได้เมาหัวทิ่มบ่อกะเขาไปหนหนึ่งแล้ว จะเจรจาพูดคุยอะไรก็ง่ายขึ้น ส่วนคนจีนนั้นคงไม่ถึงอย่างนั้น แต่ก็เลี้ยงกันบ่อยเหลือเกิน (ถ้าอ่านสามก๊กจะเห็นประโยคหนึ่งบ่อยๆ ว่า "ว่าแล้วก็แต่งสุราอาหารมาเลี้ยงดูกัน") การเจรจาเกิดขึ้นหน้าเหล้าหน้าข้าวก็มีบ้างบางที แต่บางทีก็กินเหล้ากินข้าวกันเฉยๆ แต่ที่สำคัญกว่าประเด็นการเจรจาคือ ความรู้สึก ถ้ารู้สึกดีต่อกันแล้วทีหลังเวลาเจรจา (ตอนนอกโต๊ะอาหาร) มันก็ง่ายขึ้น แล้วคนจีนเขาชอบเลี้ยงอาหารสารพัดอย่าง พุงหลามเลย จนเคยมีเพื่อนชาติอื่นในปักกิ่งบ่นว่าทำงานติดต่อกับเมืองจีนคนจีนนี้ ต้องมีอวัยวะสองอย่างแข็งแรงเป็นพิเศษ คือกระเพาะต้องดี เพราะเลี้ยงบ่อย เลี้ยงทีมาเป็นชุดหลายจานด้วย ถ้าเครื่องย่อยชำรุดก็เห็นจะทำงานไม่ได้ อีกอย่างตับต้องดี เพราะดื่มกันบ่อยเหลือเกิน เดี๋ยวๆ ก็กันเปย... กันเปย ผมก็ว่าสำหรับผมไม่รู้นะ ผมอุทิศตับของผมให้ความสัมพันธ์ไทยจีนไปแล้ว...

ที่สนุก แต่บ่อยนักก็แย่ อีกอย่างหนึ่ง เหมือนเกมชิงไหวพริบกัน คือการที่ต่างคนต่างก็กินเหล้า เฮฮาสนุกสนานทำเป็นเมาด้วยกัน แต่ห้ามเมาจริงๆ เด็ดขาด กรอกเข้าไปเถอะ ประกวดว่าใครคอแข็งกว่ากัน พูดเล่นเรื่อยเปื่อยไป แต่ห้ามเมามายจนเผลอสติเด็ดขาด เพราะเราก็ตั้งใจเงี่ยหูฟังเขาเผลอ และเขาก็ตั้งใจล้วงตับเราตอนเราเผลอเหมือนกัน in vino veritas ครับ เกมนี้เล่นบ่อยไม่ไหวครับ ร่างกายพังหมด แต่บางทีก็มีบ้างที่ไปเจอเขาเล่นเกมนี้กะเราก่อน อยู่เมืองหนาวหน้าหนาวพอเล่นประกวดคอแข็งได้ เพราะมันหนาว พอมึนๆ เจออากาศเย็นก็พอหายเมาบ้าง ถ้าผมมากินเหล้าที่เมืองไทยอย่างที่เคย (ต้อง) กินบางครั้งในอากาศเมืองจีน น่ากลัวคงจะแย่ อยู่นี่ไม่ต้องกินเหล้าดุเดือดเหมือนอยู่เมืองจีน สิ้นเคราะห์ไปทีครับ

เสด็จในกรมของชาวกระทรวงต่างประเทศ คือ "พระองค์วรรณฯ" ท่านทรงมีเคล็ดลับของท่านคือ ก่อนจะเสด็จออกงานไหนที่รู้พระองค์ว่าจะต้องเสวยเหล้า จะเสวยน้ำมันพืชก่อนให้เข้าไปเคลือบกะเพาะไม่ให้ดูดซึม ทำให้เสวยเหล้าได้โดยไม่ทรงเมา น้ำมันพืชนั้นไม่ได้เสวยทีละช้อนสองช้อน แต่เป็นถ้วยเลยทีเดียว ท่านหัดพระองค์มาอย่างนั้นก็เสวยได้ไม่เป็นไร ผมนึกว่าร่างกายผมไม่ได้หัด ให้ผมซดน้ำมันพืชสักสองสามชามก็คงไม่ไหวครับ ที่จะพอช่วยได้ก็คือพยายามไม่กินเหล้าตอนท้องว่าง หาอาหารใส่ปากเสียก่อนกินเหล้า

ถ้าแม่หญิงเห็นด้วยกับความเห็นคุณแจ้งข้างบน ผมก็จะพยายามหัดเมาแล้วหลับในห้องน้ำต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 29 พ.ย. 01, 06:29

เสียใจครับแม่หญิง ... ระดับผมไม่มีเสียอาการครับ อย่างมากแค่ Tipsy
( ผมกลัวจะถูกสาวๆมอมเหล้าครับ ... อุๆๆๆ )

จริงๆ คือผมไม่เคยเมาแบบไม่รู้ตัว พอรู้ตัวว่าเริ่มจะ Tipsy มากไป ผมก็กินน้ำเข้าไปซักเหยือกหนึ่งแล้วก็เข้าห้องน้ำโลด
(เคล็ดลับนี้ผู้ใช้ต้องรู้ตัว เพราะถ้าเมาเกินไปจนเริ่มไม่รู้ตัว อาจจะหาทางออกจากห้องน้ำไม่ได้ เหอๆๆ)
ถ้าจะเอาแบบผู้เชียวชาญจริงๆ โดยไม่ต้องใช้เทคนิคละก็คงต้องยกให้คุณเปี้ยวครับ
บันทึกการเข้า
ราตรี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 29 พ.ย. 01, 21:46

ไม่ว่าหรอกค่ะ  ดิฉันยินดีด้วยซ้ำที่เพื่อนๆได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันที่กระทู้ของดิฉันค่ะ
บันทึกการเข้า
เรไร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 29 พ.ย. 01, 22:29

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน
(เอิ้ก...)

ต่อไปนี้ถ้าเมาอีก  จะไม่ไปพิงฝาหลับในห้องน้ำแล้ว  
จะพยายามหาทางเข้าห้องนอนเลยค่ะ

(หักคะแนนคุณแจ้ง  ความจำดีนักนะ  ฝากไว้ก่อนค่ะ)
บันทึกการเข้า
รัน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 27 ธ.ค. 01, 01:27

ภูมิปัญญาอาหารไทย เป็นวัฒนธรรมของไทยที่มีสืบต่อกันมาช้านานเรียกไก้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่น่าทึ่งและน่าชื่นชมที่คนไทยสามารถคิดค้นการปรุงอาหารที่ไม่เหมือนชาติใดๆๆในโลกเป็นอาหารของชาติตังเองได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นการถนอมอาหาร การปรุงอาหาร การแปรรูปอาหารเป็นสิ่งที่คนไทยคิดค้นมาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชาติและความที่ไม่ต้องพึ่งพาชาติใดในอดีต
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 19 คำสั่ง