เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 7226 Tutankhamun's tomb -สุสานของตูตานคามุน
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 29 ต.ค. 01, 18:20

" It was sometime before one
could see,

the hot air escaping caused the candle to flicker,


but as soon as one's eyes became accustomed to the glimmer of
light

the interior of the chamber gradually loomed before one,


with its strange and wonderful medley of extraordinary and
/>
beautiful objects heaped upon one another. "

 ....

"
Lord Carnarvon said to me `Can you see anything'.

I replied to
him   Yes, ... it is wonderful. "



       ....
จากบันทึกของ ฮาวารด์ คาร์เตอร์


/>
ในยามใกล้ค่ำของวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษจิกายน ปี ค.ศ. 1922  
นักสำรวจชาวอังกฤษ ฮาวาร์ด คาร์เตอร์
/>
ได้ค้นพบสิ่งที่นักโบราณคดีทั้งหลายต่างถือว่าเป็น
การค้นพบที่สำคัญที่สุดในศตวรรษของอียิปต์

สถานที่แห่งนั้นคือ
สุสานของกษัตรย์หนุ่ม ในราชวงค์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ ฟาโรห์ ตูตานคามุน
/>


ตูตานคามุน เป็นฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงที่สุดองค์หนึ่งของอียิปต์
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นฟาโรห์ที่มีข้อมูล
/>
กล่าวถึงน้อยที่สุดคนหนึ่งอีกด้วย ฟาโรห์หนุ่มคนนี้
มีชีวิตอยู่เมื่อสามพันกว่าปีมาแล้ว

ครองราชย์อยู่เพียงไม่ถึง 10 ปี
ก็เสียชีวิตอย่างปริศนา ...  


/>
ในบรรดาสุสานฟาโรห์ที่ฝังอยู่ในหุบผากษัตริย์ สุสานของตูตานคามุน
มีขนาดเล็กมาก
/>
เมื่อเทียบกับสุสานของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่อย่างรามเสสที่ 2
แต่เมื่อมีการค้นพบสุสานของตูตานคามุน
/>
โลกก็ได้เห็นความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของอารยธรรมอียิปต์
สุสานเล็กๆของฟาโรห์ผู้อาพับองค์นี้

บรรจุไปด้วยสมบัติล้ำค่า
อย่างที่ไม่เคยค้นพบมาก่อนในประวัติศาสตร์ของนักโบราณคดี ...


/>
อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าลือต่างๆ นาๆ เกียวกับสุสานแห่งนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสาปของฟาโรห์
/>
ซึ่งจะลงโทษผู้ที่รบกวนการหลับอันเป็นนิรันด์ของจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่
ยิ่งเมื่อนักสำรวจหลายๆคน

ที่ร่วมทีมสำรวจกับ ฮาวาร์ด คาร์เตอร์
ได้เสียชีวิตอย่างลึกลับ   ยิ่งทำให้ผู้คนเชื่อข่าวลือดังกล่าวมากขึ้น
/>
แต่รอบด่างของการค้นพบครั้งนี้ ถ้าจะมีคงไม่ใช่คำสาปของฟาโรห์
หากแต่เป็นความโลปของมนุษย์

เป็นที่เชื่อว่าสมบัติในสุสานนั้น
ได้ถูกลักลอบออกจากอียิปต์โดยผิดกฎหมาย มากกว่า 329 ชิ้น
/>
ซึ่งได้ตั้งแสดงอยู่ตามพิพิธพันฑ์ต่างๆทั่วโลก ...  
ซึ่งขโมยออกไปโดยผู้ค้นพบสุสานคือ คาร์เตอร์ นั่นเอง

ฮาวาร์ด
คาร์เตอร์นั้น ต้องสงสัยว่าลักลอบ
ขโมยสมบัติล้ำค้าจากสุสานของตูตานคามุนไปขายต่อ
/>
นอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังเชื่อว่า บันทึกการค้นพบของเขานั้น
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องหลอกลวง


/>
ไม่ว่าคาร์เตอร์จะเป็นฮีโร่นักสำรวจของอังกฤษ
หรือว่าเรื่องของเขาเป็นแค่นิยายลวงโลก

คำสาปของฟาโรห์มีจริงหรือไม่
ข้อสงสัยเหล่านี้ยากที่จะพิสูจน์ แต่สิ่งที่มีจริงคือความยิ่งใหญ่และรุ่งเรือง


ของอารยธรรมอียิปต์  
ซึ่งปรากฎอยู่ในทุกตารางนิ้วของสุสานลึกลับแห่งนี้


/>
******************************************************************************************************************
/>
ภาพข้างล่างแสดงหีบพระศพทองคำของตูตานคามุน
src='http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x000.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 20 ต.ค. 01, 06:47

ใครคือตูตานคามุน ....

ผู้เชียวชาญด้านอารยธรรมอียิปต์โบราณส่วนใหญ่เชื่อว่า ตูตานคามุน เป็นบุตรของ ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่
อคานาเธน ( Akhenaten ) กับราชินีองค์ที่ 2 ที่ชื่อว่าคียา ( Queen Kiya ) ไม่มีบันทึกว่าเขาขึ้นเป็นฟาโรห์
ตั้งแต่อายุเท่าไหร่แน่ แต่จากการศึกษามัมมี่พบว่า ตูตานคามุนเสียชีวิตเมื่ออายุประมาณ 18 ถึง 20 ปี
และหลักฐานทางโบราณคดีบันทึกว่า ช่วงเวลาครองราชของเขานั้น ประมาณ 10 ปี เราจึงสันนิฐานได้ว่า
ตูตานคามุน น่าจะขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่ออายุประมาณ 8 ถึง 10 ปี

เดิมนั้น ตูตานคามุน มีชื่อว่า ตูตานคาเทน (Tutankhaten แปลว่า "The living image of the Aten")
ฟาโรห์ผู้อาพับตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ล่อแหลม ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการกระทำของบิดาของเขาเอง

ฟาโรห์อคานาเธน ที่เชื่อกันว่าเป็นบิดาของตูตานคามุนนั้น เป็นฟาโรห์ที่ปฎิรูปอียิปต์อย่างถอนรากถอนโคน
เขาละทิ้งศาสนาเดิมของอียิปต์ที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ หันมานับถือพระเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ (Sun-god) ซึ่ง
มีชื่อเรียกว่า เอเทน (Aten หรือ the living sun-disc) มีสัญลักษณ์เป็นดวงอาทิตย์กับรัศมี...
ชื่อของ Akhenaten ก็มาจาก Aten นั่นเอง ซึ่งแปลว่า ผู้ปกครองในนามของ Aten ( ชื่อเดิมของ Akhenaten
คือ Amenhotep IV  ) นอกจากนั้นแล้ว อคานาเธน ยังย้ายเมืองหลวงจากแมมฟิซ  (Memphis) มาตั้งเมืองใหม่
ที่เรียกกันว่า  อมาร์นา (Amarna ซึ่งแปลว่า Horizon of Aten) เป็นที่เชื่อกันว่า ตูตานคามุน ขึ้นเป็นฟาโรห์
ในขณะที่ อมาร์นา ยังเป็นเมืองหลวงของอียิปต์

อคานาเธนนั้นมีราชินีสององค์ องค์แรกคือ เนเฟอร์ตีติ ( Nefertiti ) ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 6 คน เป็นหญิงทั้งหมด
และเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของ เนเฟอร์ตีติ ที่มีชื่อว่า แอนคีเซนพาเทน (Ankhesenpaaten) นี่เองที่ได้ขึ้นเป็น
ราชินีของ ตูตานคามุน ในขณะที่ตัวของตูตานคามุนเองนั้นเชื่อว่าเป็นบุตรชองอคานาเทน กับ คียา ซึ่งเป็น
ราชินีองค์ที่สอง

หลังจากที่ อคานาเทนเสียชีวิตลง นักโบราณคดีเชื่อว่า เนเฟอร์ตีตี ยังคงรอดชีวิตและปกครองอียิปต์อยู่พักหนึ่ง
ในลักษณะผู้อยู่เบื้องหลังหรือฟาร์โรห์เงา ประวัติช่วงนี้ยังคลุมเคลืออยู่ บางคนสันนิฐานว่าฟาร์โรห์องค์ต่อมาคือ
เนเฟอร์นีฟูเทน (Nefernefruaten) คือตัวเนเฟอร์ตีติเอง ที่เปลี่ยนชื่อเมื่อขึ้นเป็นฟาร์โรห์ปกครองเพียงผู้เดียว
... อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้

ตูตานคามุนขึ้นเป็นฟาโรห์เมื่อยังเยาว์วัย ภายหลังจากที่ขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน เขาก็ละทิ้งเมือง อมาร์นา
ซึ่งบิดาของตนสร้างขึ้น และย้ายราชสำนักกลับไปที่เมมฟิซดังเดิม พร้อมกับใช้ชื่อตูตานคามุนอยากที่เรารู้จักกัน
ในตลอดช่วงการครองราชย์นั้น ตูตานคามุนประสบปัญหาซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่บิดาของเขาได้ทำไว้
เป็นช่วงที่อียิปต์อ่อนอำนาจลง กองทัพอียิปต์พ่ายแพ้ในสงครามหลายครั้ง นอกจากนั้นยังเชื่อว่า ตูตานคาเมน
อาจจะไม่ได้มีอำนาจมั่นคงนัก เขาเสียชีวิตโดยสาเหตุที่ยังไม่แน่ชัด เมื่อครองราชย์ได้เพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 20 ต.ค. 01, 06:52

ข้อมูลของอคานาเทน เนเฟอร์ตีติ และ อื่นๆที่เกี่ยวข้อง อ่านได้จากเว็ปนี้ครับ

http://kate.stange.com/egypt/default.htm' target='_blank'>http://kate.stange.com/egypt/default.htm



อันนี้เป็นรูปของ อคานาเทน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x002.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 20 ต.ค. 01, 06:54

ส่วนอันนี้คือ เนเฟอร์ตีติ ครับ
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x003.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 20 ต.ค. 01, 07:00

อันนี้เป็นรูปปั้นตูตานคาเมนตอนสวมมงกุฎ

จาก The Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ค

ซึ่งเป็นที่ๆเก็บสมบัติของตูตานคาเมน (ทั้งที่ได้มาถูกต้อง และไม่ถูกต้อง) เป็นจำนวนมาก



The Metropolitan Museum of Art มีความร่วมมือกับ ฮาวาร์ด คาร์เตอร์

ผู้ค้นพบสุสานมาช้านาน ถึงกับส่งผู้เชียวชาญมาช่วยคาร์เตอร์หาสุสาน

เชื่อว่าในช่วงที่คารเตอร์ควบคุมการสำรวจสุสานอยู่นั้น เขาได้ลักลอบขนสมบัติ

ออกไปขายเป็นจำนวนมากทีเดียว
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x004.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 21 ต.ค. 01, 05:45

สุสานของฟาโรห์



หลังจากที่อียิปต์พ้นยุคของอณาจักร์ Old Kingdom ก็ไม่มีการสร้างปีรามิดเพื่อบรรจุพระศพของฟาโรห์อีกต่อไป

แต่หันมาสร้างสุสานแทน สุสานของฟาโรห์ตูตานคามุน และฟาโรห์องค์อื่นๆในราชวงค์ที่ 18 และ 19 นั้น

ฝั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า หุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings)  อยู่ใกล้กับเมือง Luxor ริ่มฝั่งแม่น้ำไนล์



ในหุบผากษัตริย์นับมีสุสานของฟาโรห์หลายองค์ สำหรับของตูตานคามุนนั้น มีรหัสเรียกว่า KV 62

ถูกค้นพบเมื่อ 26 พฤษจิกายน ปี ค.ศ. 1922    โดยคณะของฮาวาร์ด คาร์เตอร์  และ ยอร์ด เฮอร์เบอร์ท

(George Herbert, The fifth Earl of Carnavon ผู้เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้กับคาร์เตอร์)



สุสานอยู่ลึกลงไปใต้ดิน ทางเข้าเป็นบันไดหินที่มีอยู่ 16 ขั้นด้วยกัน หากเดินลงมาจนสุดขั้นบันได ก็จะเป็นพื้นลาด

ที่ยาวประมาณ 41 ฟุตนำทางเข้าไปในสุสาน ภายในสุสานประกอบด้วยห้องใหญ่ 4 ห้อง ห้องแรกสุดที่พบเรียกว่า

Antechamber เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในสุสาน เก็บของมีค่าต่างๆ มากกว่าร้อยชิ้น รวมทั้งรถศึกทองคำของฟาโรห์

ฮาวาร์ด คาร์เตอร์  บรรยายภาพของห้องนี้ว่า "everywhere the glint of gold"



ภายในห้อง Antechamber จะมีทางเดินลงไปสู่ห้องเล็กๆ ที่เรียกว่า Annex ซึ่งเป็นเสมือนห้องเก็บของ

โดยปกติแล้วห้องนี้จะถูกตบแต่งเป็นครั้งห้องสุดท้ายก่อนที่จะปิดสุสาน แต่เมื่อคาร์เตอร์ค้นพบนั้น

ห้องนี้ถูกรื้อค้น โดยพวกโจรในสมัยโบราณ ซึ่งแอบเข้ามาย่องเบา ขโมยสมบัติของมีค่าของกษัตริย์ผู้ล่วงลับ

มีหลักฐานพบว่าสุสานของตูตานคามุน  ถูกโจรเข้าย่องเบาอย่างน้อยสองครั้งในอดีต แต่กระนั้นก็ยังเหลือของมีค่า

อยู่อีกมากมาย



สำหรับห้องที่บรรจุพระศพของฟาโรห์นั้นเรียกว่า Burial chamber อยู่ทางด้านทิศเหนือของ Antechamber

มีกำแพงกั้นห้องทั้งสองอยู่ คณะของคาร์เตอร์ได้ทำลายกำแพงดังกล่าวเข้าไปสู่ห้องฝังพระศพ  ซึ่งมีสิ่งของมีค่าอยู่

เช่น รูปปั้นทองคำ และอื่นๆ อยู่มากกว่า 300 ชิ้น พระศพของฟาโหร์ บรรจุอยู่ในหีบศพซึ่งมีอยู่ด้วยกันสามชั้น

ปัจจุบันศพของตูตานคามุน ก็ยังคงเก็บรักษาไว้ที่สุสานแห่งนี้ และเป็นฟาโรห์เพียงองค์เดียวในหุบผากษัตริย์

ที่พระศพยังบรรจอยู่ในสุสานของตนเอง



ที่มุมด้านหนึ่งของห้อง Burial chamber  นำทางเข้าไปสู่ห้องสุดท้ายในสุสานคือห้อง Treasury ซึ่งเก็บของมีค่า

มากกว่า 500 ชิ้น



รูปข้างล่างแสดงแผนผังของสุสาน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/tut2.gif'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 21 ต.ค. 01, 05:46

รูปสามมิติแสดงภายในสุสาน
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x006.gif'>
บันทึกการเข้า
wiwanda
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 21 ต.ค. 01, 13:58

เคยไปชม..สมบัติพัสถานทั้งหลายของ
King Tut  ตอนที่นำมาแสดงที่  De Young
Museum, San Francisco  ค่ะ  ตื่นตะลึง
กับของทุกชิ้น..ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทองคำหลายสิบกิโล  ลงยาสวยงาม อีกทั้งภาชนะอื่นๆ
รูปปั้น..ภาพวาด  และที่มหัศจรรย์คือ
ตุ้มหูยักษ์  แต่ละคู่ ใหญ่มาก..เฉพาะเกลียวที่ใช้ในการสอดในรอยเจาะ(หู)นั้น..ขนาดเท่านิ้วก้อยเราดีๆนี่เอง..
บันทึกการเข้า
นุช
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 21 ต.ค. 01, 17:47

พี่จ้อมีแฟนเป็นสาวอียิปหรือเปล่าคะเนี่ยเห็นชอบลงเรื่องนี้มากๆเลยเหมือนว่าเรียนมาทางนี้โดยตรง ก็ดีค่ะหนูก็ชอบอ่านเรื่องนี้เหมือนกันแต่หนูไม่ชอบเป็นอีหยิบอีฉวยนะ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 02:50

ไชโย ... มีคนอ่านด้วย ... ฮ่าๆๆๆๆ



ผมไม่ได้มีแฟนเป็นสาวอียิปต์หรอกครับ แม้ว่าอยากจะมี "กุหลาบทะเลทราย" ข้างๆใจจะขาด



เคยอ่านไว้นานแล้ว เลยคิดว่าเอามาแปะไว้จะดีกว่า เพื่อว่าจะมีใครสนใจเรื่องพวกนี้



--------------------------------------------------------------------------------------------------------



ใครคือ ฮาวาร์ด คาร์เตอร์ ...?



ฮาวาร์ด คาร์เตอร์ เกิดที่กรุงลอนดอน เมื่อ วันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1874 เป็นบุตรชายของจิตรกรชื่อ

แซมมัว จอนห์ คาร์เตอร์ ชีวิตในวัยเด็กเขาไม่ได้เติบโตในลอนดอน แต่เป็นเมืองเล็กๆ ในย่านนอร์ฟอร์ก

( Norfolk อยู่ทางตะวันออกของอังกฤษ ใกล้กับเมืองนอริช ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวอังกฤษ )

และคาร์เตอร์ก็ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่นี่นั่นเอง



คาร์เตอร์มีความสามารถในการวาดภาพซึ่งถ่ายทอดมาจากบิดา นอกจากนั้นยังสนใจในเรื่องการผจญภัย

และแสวงโชค โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เมื่ออายุได้ 17 ปี ฮาวาร์ด คาร์เตอร์

ก็เดินทางมาอียิปต์ โดยการสนับสนุนของ  the Egypt Exploration Fund  ให้มาเป็นผู้ช่วยของนักธรณีวิทยา

ฝึกหัดการขุดค้นหาทางโบราณคดีในหลายๆเมืองของอียิปต์



ราวๆ ปี 1907 คาร์เตอร์ ได้รู้จักกับ ยอร์ด เฮอร์เบอร์ท ผู้มีตำแหน่งเป็น แอร์ ออฟ คารนาวอน

(The fifth Earl of Carnavon) และทั้งสองก็ได้ร่วมงานกัน ด้วยความสามารถของคาร์เตอร์ และ กำลังทุน

ของ ลอร์ด คาร์นาวอน ทำให้ทั้งสองค้นร่วมงานกันได้ดี ค้นพบแหล่งโบราณคดีในอียิปต์มากมายหลายแห่ง

นอกจากนั้นคาร์เตอร์ยังมีหน้าที่ช่วยเสาะหา และค้าขายของโบราณให้ ลอร์ด คาร์นาวอนอีกด้วย



ช่วงระหว่างปีค.ศ. 1917 ถึง 1922 คาร์เตอร์ และ ลอร์ด คาร์นาวอน ทำการค้นหาสุสานที่สาบสูญของ

ฟาโรห์ตูตานคามุน  การค้นหาของเขามาสิ้นสุดเอาเมื่อวันที่ 4 พฤษจิกายน ค.ศ. 1922 เมื่อคาร์เตอร์

ได้ค้นพบปากทางเข้าของสุสาน การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในทางธรณีวิทยา

คาร์เตอร์และทีมงานของเขาต้องใช้เวลาอีก 10 ปี หลังจากนั้นในการสำรวจและเก็บข้อมูลภายในสุสาน

สื่อมวลชนทั่วโลกต่างพากันสนใจเรื่องราวของตูตานคามุน ชื่อเสียงของคาร์เตอร์ และ ลอร์ด คาร์นาวอน

เริ่มเป็นที่รู้จัก แต่เพียงแค่ 1 ปีให้หลังจากการค้นพบ ลอร์ด คาร์นาวอน ก็เสียชีวิตเนื่องจากเลือดเป็นพิษ

ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของข่าวลือเกี่ยวกับคำสาบของฟาโรห์



หลังจากการค้นพบครั้งนี้ ชีวิตของคาร์เตอร์กับไม่รุ่งเรื่องเท่าที่ควร แม้ว่าเข้าจะได้รับปรัญญาเอกจาก

มหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ก็ตาม  เขาใช้เวลาที่เหลือศึกษาสุสานของตูตานคามุนตามลำพัง

แม้ว่าคาร์เตอร์จะเป็นผู้ค้นพบสุสานสำคัญนี้ แต่ตัวเขาก็ถูกรัฐบาลอียิปต์ปลดออกจากการดูแลสุสาน

เนื่องจากทางการอียิปต์พบหลังฐานว่า คาร์เตอร์ลักลอบนำสมบัติภายในสุสานออกจากอียิปต์อย่างผิดกฎหมาย

หลังจากนั้นคาร์เตอร์ก็กลับไปใช้ชีวิตในอังกฤษ และเสียชีวิตในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปีค.ศ 1939



อันนี้เป็นภาพวาดของคาร์เตอร์โดยน้องชายของเขา
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x009.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 02:59

ส่วนภาพนี้เป็นรูปของ George Herbert, The fifth Earl of Carnavon

ผู้ที่เป็นคนสนับสนุนด้านการเงินให้กับ คาร์เตอร์ ตัวท่านลอร์ด คาร์นาวอนนั้น

มาอียิปต์เนื่องจากตัวเองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แพทย์แนะนำให้หลบอากาศหนาว

มาอยู่อียิปต์ (ในสมัยนั้นอียิปต์ถือเป็นแหล่งฮอลิเดย์ของคนชั้นสูงในอังกฤษ)



หลังจากที่ท่านลอร์ดเสียชีวิตในปีค.ศ. 1923 ลูกหลานก็ยก (บางอย่างก็ขาย)

ลองสะสมของท่านลอร์ดให้กับ มิวเซี่ยมในนิวยอร์ค ... แน่นอนว่ามีหลายชิ้นที่มาจาก

สุสานของตูตานคามุน



มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า คาร์เตอร์ อาจจะพบสุสานนี้ก่อนวันที่ประกาศอย่างเป็นทางการ

มีหลักฐานว่า The Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์คนั้น มีแหวนของตูตานคาเมน

ซึ่งได้มาจากตลาดค้าของโบราณตั้งแต่ปีค.ศ. 1917 (5 ปีก่อนการค้นพบ) บางคนคิดว่าคาร์เตอร์

อาจจะพบทางเข้าสุสานโดยบังเอิญจากสุสานใกล้เคียง แล้วลักลอบขนสมบัติบางส่วนออกมาก่อน

อย่างไรก็ตามคงจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW816x010.jpg'>
บันทึกการเข้า
สตาร์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 07:01

มาอ่านด้วยคน เคยเข้าไปดูในบริติชมิวเซียมที่ลอนดอน เห็นของหลายๆ ชิ้น จากอียิปต์แต่จำไม่ค่อยได้ว่ามีอะไร จำได้แต่มัมมี่
แต่ที่อีกฟากทะเลนั้น ในมิวเซียมมีมากมายใหญ่โตมโหฬารกว่ามากเลยจ้ะ
บันทึกการเข้า
นุช
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 18:18

เมื่อวานเจอหนังสือเรื่องเกี่ยวกับอียิป์ด้วยของNational Gerographic ลดราคาขาย50เองอ่านที่พี่จ้องเอามาลงเยอะแล้วเลยไม่อยากซื้อ
บันทึกการเข้า
ลูกนวมินทรฯ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 22:34

อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ค่ะ
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 22 ต.ค. 01, 23:30

อ่านอยู่เหมือนกันต่ะ น่าสนใจมาก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง