เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 13010 ที่มาของคำเหล่านี้.... เช่น เด๊ดสะมอเร่ ...
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 11 ต.ค. 01, 23:43

เรียกว่า Plaintain? ครับ เป็นกล้วยที่ไม่หวานเลย จืดสนิท อเมริกาใต้ชอบหั่นเป็นแว่นๆ ทอดเป็นมันทอดกรอบเลย
บันทึกการเข้า
คุณพุ่ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 01:57

คุณส้มหวานก็เคยร้องเพลงนี้ตอนเด็กๆ หรือคะ
Beetlejuice น่าจะชื่อเรื่องว่า ผีขี้จุ๊ยส์ มังคะ มีจีน่า เดวิส กับ วิโนน่า ไรเดอร์ ร่วมเล่นด้วย
Plaintain นี่จะเป็นประเภทที่คนไทยเรียกว่ากล้ายหรือเปล่าคะ เป็นญาติกับกล้วย เหมือนกั้งเป็นญาติกับกุ้ง
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 02:37

Sorry, the word should be spelt "plantain". I am not quite sure it is the same as Glaay or not. I had it in a Columbian restaurant in New York some years ago, and just had it last month when I was in Nicaragua. Like Khun Star said, it is eaten not as sweets but as staple food, together with savoury dishes, like rice to us.
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 18:21

มีเพื่อนจากโดเมนิกัน ริพับบลิค เธอมักจะถามหากล้วยเขียวๆเปลือกหนาๆนี้เวลาไปช้อปปิ้งด้วยกัน เธอบอกว่าเอามาป่นทำซุป เธอเคยชวนให้ไปกินซุปกล้วยที่บ้านเธอ แต่ดิฉันขอตัวค่ะ กลัวไปทำหน้าเลี่ยนๆเวลากินแล้วต้องบอกว่าซุปอร่อย มากกกกค่ะ

ไม่ทราบคุณ นกข ลองทานแล้ว รสชาติพอไปไหวไหมคะสำหรับลิ้นคนไทย
บันทึกการเข้า
สตาร์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 23:43

เจ้าของกระทู้ไม่ทราบไปไหนแล้ว ขึ้นต้นกระทู้ด้วยวลีต่างๆ ตอนนี้กลายเป็นคุยเรื่องการนำกล้วยดิบมาทำเป็นอาหาร

เคยทานกล้วยดิบบดค่ะ เขาต้มทั้งเปลือก สุกแล้วใช้ช้อนหรือพวกทัพพีบด อร่อยดี ทานกับซุปต่างๆ ของเขา กรณีที่ทำเป็นซุปสงสัยบดแล้วใส่ลงไปในหม้อต้มซุปของเขา คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ต้องมาทานแยกจานอีกเป็นกับคือซุปถ้วยหนึ่ง กล้วยบดอีกจานหนึ่ง
บันทึกการเข้า
โมโน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 13 ต.ค. 01, 13:49

รักคนผิด คิดจนตาย ช้ำใจกาย มิวายครวญ เดทสะมอเร่
น้ำใจเธอ ช่างแปรปรวน ล้วนโกหก พกลมยิ่ง รักจึงรวนเร
เมื่อยามรัก ปากก็บอกว่าจริง ว่าจะแอบจะอิง ไม่ทอดทิ้ง ฉันให้ว้าเหว่.....ฯลฯ

เนื้อเพลงโดย นคร มังคลายน ครับ
(ที่มา  หนังสือ ฉายหนังฟังเพลง โดย ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช)
บันทึกการเข้า
ศศิศ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 15 ต.ค. 01, 11:46

กลับมาแล้วครับผม หลังจากหายไปนาน
ไปค่ายวิทยาศาสตร์ที่ โรงเรียนคณฑี จ. กำแพงเพชร มาน่ะครับ
พูดถึงเรื่องกล้วยจนได้นะครับ มาได้ไงเนี่ย
แต่ว่าไปที่กำแพง มาได้กินกล้วยไข่กำแพงเพชร นับว่าไปถึงกำแพงเพชรแล้วล่ะ
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ให้ที่มาของคำเหล่านั้น
บันทึกการเข้า
คนโบราณ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 15 ต.ค. 01, 18:39

ต้องไปถาม เทิ่ง สะติเฟื่อง รู้สึกว่าจะเป็นคนใช้คำพวกนี้ก่อนเป็นคนแรก
บันทึกการเข้า
ªÙ¨Ñ§
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 16 ต.ค. 01, 11:37

¼ÁÁÒàµÔÁ¤Ó㹪éͧÇéè§

โด่ ก็คือ เส้นตรงไม่เอียง
เร(เหล่) คือตาที่มันเหล่เข
หมี่ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก
ฟา คือยาซัลฟาใส่แผล
โซ ไม่มีอะไรในท้อง
ลา ¤×ÍÊѵÇì·ÕèäÁèãªèÁéÒ
ที หนึ่งที สองที สามที
แล้วก็วนกลับไปที่เดิม
บันทึกการเข้า
ชูจัง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 16 ต.ค. 01, 11:41

ผมมาเติมคำในช่องว่างครับ

โด่ ก็คือ เส้นตรงไม่เอียง
เร๖เหล่๗ คือตาที่มันเหล่เข
หมี่ ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก
ฟา คือยาซัลฟาใส่แผล
โซ ไม่มีอะไรในท้อง
ลา คือสัตว์ที่ไม่ใช่ม้า
ที หนึ่งที สองที สามที
แล้วก็วนกลับไปที่เดิม
บันทึกการเข้า
นก
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 24 พ.ย. 01, 15:17

"เปิ้ดสะก้าด"เคยเห็นคำนี้จากเรื่องทวิภพ เท่าที่จำได้รู้สึกจะแปลว่าทันสมัย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 17 คำสั่ง