เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 7591 พระเอกหนังไทยตลอดกาล "มิตร ชัยบัญชา"
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 15 ต.ค. 01, 19:14

สืบเนื่องจากกระทู้เรื่องมีอะไรในเดือนตุลาคมข้างล่างนั้น
/>
พบว่าวันนี้วันที่ 8 ตุลาคม เมื่อปีพ.ศ. 2513 พระเอกหนังไทยตลอดการ คุณมิตร
ชัยบัญชา ได้เสียชีวิตลง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุในการถ่ายทำภาพยนต์
เลยขอตั้งกระทู้ให้เพื่อรำลึกถึงนักแสดงไทยผู้มีความสามารถและเป็นขวัญใจประชาชน
ผมเกิดไม่ทันยุคนั้น คุณมิตรเสียชีวิตก่อนผมเกิดหลายปีครับ แต่เคยดูภาพยนต์ที่
มิตร แสดงหลายเรื่อง เช่น มนต์รักลูกทุ่ง เงินๆๆ



ประวัติ
และผลงานของ มิตร ชัยบัญชา เชิญอ่านได้ที่เว็ปนี้ครับ

href='http://www.geocities.com/Hollywood/Hills/4039/index1.html'
target='_blank'>http://www.geocities.com/Hollywood/Hills/4039/index1.html
/>


...
รู้สึกว่าภาพยนต์ไทยสมัยก่อนจะได้รับความนิยมมากกว่าสมัยนี้นะครับ
/>
พึ่งจะมามีหลังๆ ที่ภาพยนต์ไทยบูมขึ้นมาบ้างไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม
/>
ตอนเด็กๆ ผมยังดูหนังของ ทูน กับ จารุณีเลย ตลกสุดๆ
เช่นเรื่องอาจารย์โกยเป็นต้น (ได้ข่าวแว่วๆ ว่าจะมาเป็นละครโทรทัศน์?) ...
โตมาหน่อยมีหนังวัยรุ่น เช่นเรื่องอะไรน้าที่ สันติสุข กับจินตราแสดงน่ะ?
มีตั้งหลายภาค แต่ดันลืมชื่อแหะ? เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าเด็กสมัยนี้ดูอะไรกัน
หรือว่ามีแต่หนังฝรั่งหมด



อ้อ
มีเรื่องหนังไทยอีกหนึ่งครับที่สร้างตั้งหลายภาค

ก็เรื่องบ้านผีปอบไง
... เท่าที่จำได้น่าจะมีมากกว่า 7 ภาค

คนแสดงเหนื่อยหน่อย
ต้องวิ่งทั้งเรื่อง ฮ่าๆๆ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 ต.ค. 01, 07:48

ภาพมิตร ชัยบัญชา หรือ ชื่อจริง "พิเชษฐ์ พุ่มเหม"



ประวัติย่อๆ ครับ (ลอกมาอีกที จากเว็ปที่บอกไว้ข้างบนครับ แหะๆ)



มิตร ชัยบัญชา หรือชื่อจริงคือ "พิเชษฐ์ พุ่มเหม" เกิดที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม

พ.ศ. ๒๔๗๗ ชีวิตวัยเด็กใช้ชื่อว่า "บุญทิ้ง" เพราะถูกพ่อ-แม่ทิ้ให้อยู่กับปู่และย่า เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อ-แม่แยกทางกัน

และเป็นเด็กวัดอยู่วัดท่ากระเทียม วัดสนามพราหมณ์ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดจันทร์ เมื่ออายุได้ ๘

ขวบแม่จึงมารับตัวมาอยู่กรงเทพฯ อยู่ที่ ถ.พระเนียง เขตป้อมปราบ และเข้าเรียนที่โรงเรียนไทยประสาท ถ.หลานหลวง

       ในปี ๒๔๙๔ ได้เป็นแชมป์เปี้ยนมวยสากลนักเรียนสมัครเล่น ในรุ่นเฟเทอร์เวท และในปี พ.ศ.๒๔๙๕

เป็นแชมป์ในรุ่น ไลท์เวท สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนพอสมควร หลังจากจบ ม.๖ ก็ได้ไปเรียนต่อระดับเตรียมอุดม ที่

พระนครวิทยาลัย เรียนได้เพียง 1 ปีก็ลาออกเพื่อมาสมัครสอบเข้านักเรียนจ่าอากาศ เหล่า "ศิษย์การบิน"

และก็ได้เป็นทหารตามต้องการ จนกระทั่งได้เป็นครูฝึกที่กองพันต่อสู้อากาศยาน ดอนเมือง

ได้รับพระราชทานยศจ่าอากาศโท

                            และที่ดอนเมืองนี้เองก็มีเพื่อนรักของคุณมิตร

                     อาสาที่จะนำรูปถ่ายของคุณมิตรไปแนะนำให้คุณกิ่งแก้ว แก้วประเสริฐ นักหนังสือพิมพ์ และต้นปี

                     ๒๕๐๐ ก็ได้มีคนแนะนำคุณมิตรให้รู้จักกับคุณ กิ่งแก้ว แก้วประเสริฐ และก็สนิทสนมกับคุณกิ่งแก้ว

                     จนได้มีโอกาส พบกับคุณสุรัตน์ พุกกะเวส ผู้อำนวยการนิตยสารดาราไทย

                     และคุณสุรัตน์ได้พาคุณมิตรไปพบกับ คุณประทีบ โกมลภิส

และคุณรังสรรค์ ตันติวงศ์ที่โรงถ่ายศรีอยุธยา และในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๐ คุณประทีป และคุณรังสรรค์ได้มอบบท

"ไวย ศักดา" พระเอกของเรื่อง "ชาติเสือ" จากบทประพันธ์ของ อรวรรณ และคุณประทีป

ซึ่งเป็นผู้กำกับของเรื่องนี้ได้ตั้งชื่อให้จาก "จ่าอากาศโทพิเชษฐ์ พุ่มเหม"เป็น "มิตร ชัยบัญชา"

       และหนังที่ทำให้ชื่อของมิตร ชัยบัญชาเป็นที่รู้จักของประชาชนก็คือ บทของโรม ฤทธิไกร หรือ

อินทรีแดง ในเรื่อง "จ้าวนักเลง" จากบทเศก ดุสิต

       ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ก็ได้จดทะเบียนสมรสอย่างเงียบๆ กับคุณ จารุวรรณ และในปี ๒๕๐๔

ก็มีลูกชาย ๑ คนคือต้น หรือ ยุทธนา แต่ชีวิตสมรสก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ต้องหย่ากันในที่สุด

ก็คงเป็นเพราะคุณมิตร ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เวลาทั้งหมดในชีวิตนั้นคุณมิตรให้เป็นของชาวไทย

                           ในปี ๒๕๐๔

                    คุณมิตรได้แสดงภาพยนตร์คู่กับคุณเพชรา เชาวราษฎร์เป็นเรื่องแรกคือ

                    "บันทึกรักพิมพ์ฉวี"และก็ได้แสดงภาพยนตร์คู่กันเป็นดาราคู่ขวัญร่วมงาน กันตลอด จนแฟนๆ

                    ภาพยนตร์เรียกว่า "มิตร-เพชรา" และได้แสดงหนังคู่กันประมาณ 200 เรื่อง ถึงแม้ในบทภาพยนตร์

จะเป็นคู่รักกันตลอดแต่ในชีวิตจริงของทั้งคู่นั้นจะโกรธกันอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งจะไม่พูดกันเลยเป็นเดือนๆ

ทั้งๆที่แสดงหนังร่วมกันอยู่

       ในปลายปี ๒๕๐๔ คุณมิตรระสบอุบัติเหตุ จาการเดินทางไปดูโลเกชั่นเพื่อถ่ายหนังเรื่อง "ทวนสุริยะ" ของ

ปรีชา บุญยเกียรติ เป็นเหตุให้คุณมิตร สะบ้าแตก หน้าแข้งหัก กระโหลกศรีษะกลางหน้าผากเจาะ และฟันหน้าบิ่น

และยังเป็นผลให้คุณปรีชา บุญยเกียรติ เสียชีวิต

       ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๖ คุณมิตรลาออกจาก กรมอากาศโยธิน กองทัพอากาศ ดอนเมือง

อาชีพที่คุณมิตรรักที่สุด

       การทำงานของคุณมิตรนั้น ใน ๑ เดือน จะขอหยุดพัก ๑ วัน คือทุกวันที่ ๑๕ ของเดือน

ดังนั้นใน ๑ ปี จะมีวันพักผ่อนเพียง ๑๒ วันเท่านั้น และในชีวิตจริงนั้นคุณ

มิตรยังต้องทำตัวเป็นโสดเพื่อรักษาความนิยมของแฟนๆ

       ในปี ๒๕๐๘ คุณมิตร พร้อมกับคุณ พิศมัย วิไลศักดิ์ ได้รับพระราชทานรางวัลดาราทอง

จากคุณสมบัติ ๔ ประการ คือ ศรัทธา หน้าที่ ไมตรี น้ำใจ และในปีนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการแห่งละโว้ภาพยนตร์ ได้สร้างภาพยนตร์มาตราฐาน ๓๕ ม.ม.

ระบบซูเปอร์ซีเนสโคป สีอิสต์แมน เรื่อง เงิน เงิน เงินโดยมีพระเอกและนางเอกคือ

คุณมิตรและเพชรา ร่วมด้วยคุณชรินทร์ นันทนาคร คู่กับคุณ สุมาลี ทองหล่อ

,คุณสุเทพ วงศ์กำแหง คู่กับ คุณ อรสา อิศสรางกูรฯ มี ๑๔ เพลงไพเราะจาก ๑๕ นักร้องดัง

พร้อมดาราทั่วฟ้าเมืองไทยกว่า ๕๘ คน สามารถทำรายได้มากเป็นประวัติการณ์ ทำให้ในปี ๒๕๐๙

สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ ได้มอบโล่ห์รางวัลพระราชทานให้กับคุณมิตรและคุณเพชราในฐานะ ที่ภาพยนตร์เรื่อง

เงิน เงิน เงินทำรายได้สูงสุด

       หลังจากที่คุณมิตรแสดงภาพยนตร์และใช้ชื่อว่ามิตร ชัยบัญชามาได้ ๑๐ ปี ดังนั้นในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๐

คุณมิตรจึงได้ขอเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอดุสิต ขอจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลว่า ชัยบัญชา

ดังนั้นคุณมิตรจึงมีชื่อตามบัตรประชาชนใบใหม่ที่ออกให้เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๑๒ หมดอายุ วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘

ว่า "พิเชษฐ์ ชัยบัญชา"

                              ในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๑ คุณมิตร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล

                       ในนามกลุ่มหนุ่มได้เบอร์ ๘๑ หาเสียงในเขตบางรัก ยานนาวา สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบ

                       แต่ก็ไม่ได้รับเลือก ดังนั้น ในปี ๒๕๑๒ ก็ได้ลงสมัครอีกครั้งแต่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

                       พระนคร ได้เบอร์ ๓๔ คู่กับ คุณปราโมทย์ คชสุนทรเบอร์ ๓๕ แต่ก็ไม่ได้รับเลือกอีก

                              ในปี ๒๕๑๓ คุณมิตร ได้แสดงภาพยนตร์ร่วมกับคุณเพชรา

                       อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ของรังสี ทัศนพยัคฆ์คุณมิตรรับบทเป็น

                       "คล้าว"หนุ่มบ้านนาผู้ยากจน และเพชรา รับบทเป็น "ทองกวาว" ลูกสาวเศรษฐีในหมู่บ้าน

                       เป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้พิสูจน์รักแท้ฝ่าฟันอุปสรรค์ต่างๆ และดำเนินเรื่องไปพร้อมกับเพลงลูกทุ่ง ถึง

๑๔ เพลง และ คุณมิตร ยังร้องเพลงลูกทุ่งประกอบ ๒ เพลง ปรากฏว่ามนต์รักลูกทุ่ง เป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสของ

มิตร-เพชราอีกครั้ง และยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของภาพยนตร์ไทยฉายในกรุงเทพฯนาน ๖ เดือน ทำรายได้มากกว่า ๖

ล้านบาท และทำให้เพลงทุกเพลงในภาพยนตร์ดัง และยังทำให้คนกรุงเทพฯ ร้องเพลงลูกทุ่งกัน

       และในปี ๒๕๑๓ นี้คุณมิตรยังมีโครงการที่จะสร้างโรงภาพยนตร์ชัยบัญชาที่เชิงสะพานผ่านฟ้า

ตรงข้ามกับศาลาเฉลิมไทยได้กระทำพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว และในปี ๒๕๑๓

นี้คุณมิตรยังได้มีการแสดงภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่ฮ่องกง โดยได้แสดงร่วมกลับ เดวิดเจียง, กว่างหลิง

       และในปีนี้คุณมิตร ก็ได้เริ่มโครงการการสร้างภาพยนตร์ของตนเองโดยทำหน้าที่ทั้งแสดงนำ

และกำกับการแสดงเป็นเรื่องแรก ในเรื่อง"อินทรีย์ทอง" โดยจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของ อินทรีแดง หรือ โรม ฤทธิไกร

ที่ต้องออกสืบหาอินทรีแดงตัวปลอม โดยมีผู้ร่วมแสดงคือ คุณเพชรา เชาวราษฎร์เป็น วาสนา แฟนของ โรม และ

ครรชิต ขวัญประชา รับบทเป็น อินทรีแดงปลอม การถ่ายทำดำเนินมาด้วยดีจนถึงปลายเรื่องในฉากสุดท้าย

ที่ต้องเข้าปราบปรามคนร้ายแล้วก็ต้องหนีตำรวจออกจากรังของคนร้ายนั้นโดยใช้ เฮลิคอปเตอร์ คุณมิตร

ได้เลือกสถานที่ถ่ายทำที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี และตกลงการถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่องในเช้าวันที่ ๘

ตุลาคม ๒๕๑๓ เวลา ๙.๐๐ น.

       ฉากสุดท้ายนั้นคุณมิตร ได้ดัดแปลงจากบทประพันธ์เดิม โดยสมมุติว่า วาสนา(เพชรา) เป็นผู้ขับ

เฮลิคอปเตอร์มารับตัว โรม(อิทรีทอง) และคุณมิตรซึ่งรับบท โรม

ฤทธิไกรนั้นจะต้องวิ่งหนีตำรวจมาโหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ที่บินมารับ แล้วปีนบันไดขึ้นไป

กล้องก็จะตามเก็บภาพให้เห็นเฮลิคอปเตอร์พาอินทรีแดงลับหายไป

                             ในการถ่ายทำฉากนี้เพื่อความสมจริงคุณมิตร

                       ตกลงว่าจะแสดงด้วยตัวเองเพื่อผู้ชมชาวไทยทุกๆคน

                       ในการถ่ายทำจริงคุณมิตรก็ได้วิ่งกระโดดเกาะบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์

                       โดยมือซ้ายเกาะอยู่ที่ขั้นที่ 4 มือขวาอยู่ที่ขั้นที่ 3 และตามที่ได้ตกลงก่อนถ่ายทำว่า

                       ถ้านักบินได้รู้สึกถึงแรงถ่วงที่บันไดให้นำเครื่องขึ้นได้ทันที ดังนั้นนักบินซึ่งจะมองไม่เห็นคุณมิตร

                       ก็ได้นำเครื่องขึ้นทันทีด้วยแรงกระตุกของเครื่องทำให้คุณมิตร ข้อมือเคล็ด ไม่มีแรงปีนขึ้นบันได

                       ทำให้ตัวต้องห้อยอยู่ที่บันได โดยมีแต่มือที่โหนอยู่เท่านั้น และเมื่อเครื่องขึ้น

                       ก็มีทั้งแรงลมจากเฮลิคอบเตอร์ และแรงลมธรรมชาติ พัดให้คุณมิตร ปลิวอยู่กลางอากาศ

                       และทำให้ข้อมือคุณมิตรหัก และไม่มีแรงโหนตัว และในจังหวะที่เครื่องเลี้ยวกลับ

                       ทำให้มีแรงเหวี่ยงรุนแรงเป็นเหตุให้คุณมิตร ไม่สามารถที่จะโหนตัวต่อได้

                             ร่างของคุณมิตร ลอยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์กระแทกกับพื้นของ หาดดงตาล

ทำให้คุณมิตรเสียชีวิตเกือบจะทันที

       .....คุณมิตร ได้พักผ่อนอย่างสงบสุขแล้ว หลังจากที่ให้ความสุข สนุกสนานแก่ชาวไทยมาถึง ๑๓ ปี

คุณมิตรเสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๓ เวลา ๑๖.๑๓ น.

       อย่างไรก็ตามในหัวใจของชาวไทยยังคงมีดาราทองคนนี้ "มิตร ชัยบัญชา" อยู่ตลอดกาล



       .....ใกล้กับคิวจอดรถ ไม่ทราบว่าเป็นโรงหนังอะไร ประกาศไว้ข้างหน้าโรงหนังว่า มีหนังการตายของ มิตร ชัยบัญชา มาฉายประกอบด้วย ปรากฎว่าคนดูโรงแทบพัง ก็คงจะเห็นใบหน้าบวมเป่งของ มิตร ชัยบัญชา มากกว่าอย่างอื่น นั่นเป็นการฉวยโอกาสที่รวดเร็ว และน่าเอน็จอนาจเหลือประมาณ ผู้ที่ติดตามข่าวการตายของมิตร เป็นลำดับมา โดยเฉพาะหน้าหนึ่ง ของหนังสือพิมพ์ จะได้เห็นฟิลลิ่งที่ ดำเนินคล้ายหนังไทย เริ่มด้วยความเศร้า แล้วก็ริษยาแย่งสมบัติ แล้วก็เศร้าอีก เพราะไม่มีสมบัติอย่างที่นึกหวัง แล้วก็ถึงคราวขุดคุ้ย มีรักที่ไหนกับใครเผยจนหมดเกลี้ยง เกลี้ยงจนขาวไปทั้งกระดูก คราวนี้ก็ถึงตอนเศร้าอีกหน โดยเฉพาะผู้ที่มีความรักเห็นใจ มิตร ชัยบัญชา จริงๆ เพราะเขาไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ล่อนจ้อนจริงๆ.....



ที่มา : หนังสือวันมิตร ชัยบัญชา รำลึก ๘ ตุลาคม ๒๕๓๙

       มูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมถ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ



       "ชีวิตใหม่ของผม นั้นไม่ได้เริ่มต้นตรงปีใหม่ปีไหนเลย แต่มันเริ่มต้น เมื่อผมเบนเข็มชีวิต เข้ามาหาในวงการธุรกิจ มาเป็นพระเอกหนัง ผมไม่ได้ชื่นชมเท่าไรนัก กับการเป็นพระเอกหนัง เพียงแต่ผมชื่นชอบ เมื่อได้รู้ได้เห็นว่า มีประชาชนคนดูหนัง ยังมีเมตตาปราณีกับผม"



มิตร ชัยบัญชา



ที่มา : นิตยสารดาราไทย เดือนมกราคม พ.ศ.2503
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW796x001.jpg'>
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ต.ค. 01, 07:52

อันนี้เป็นใบปิดหนัง จากภาพยนต์มนต์รักลูกทุ่ง

... ว่าแล้วขอเชิญ คุณ แจ้ง ใบตอง ขึ้นร้องเพลง มนต์รักลูกทุ่งได้ครับผม ...
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW796x002.jpg'>
บันทึกการเข้า
ศศิศ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ต.ค. 01, 13:00

เพิ่งรู้นะนี่ว่าพี่จ้อ เกิดทัน.......( หรือเปล่า )
ศศิศ ไม่ได้ดูหรอกเพราะว่าเกิดไม่ทัน
เรื่องอาจารย์โกย ตอนนี้เป็นละครทีวี เพิ่งจบไปไม่นานนี้เองครับ
ส่วนเรื่องที่สันติสุขกับ จินตหรา ชื่อเรื่อง ว่า บุญชู ครับผม ....
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 ต.ค. 01, 19:06

ฟังคุณจ้อเล่าเรื่องหนังไทยสมัยก่อน ทำให้ผมนึกถึงวัยเด็กที่ชอบดูหนังกลางแปลงตามงานวัด
งานบ้านอยู่บ่อยๆ บางทีพายเรือไปดูหนังไกลๆ ตอนไปก็ตื่นเต้นที่จะได้ดูหนัง พอตอนกลับ
ก็ตื่นเต้นไปอีกแบบ โดยเฉพาะหนังที่เพิ่งดูจบเป็นหนังผี (หนังผีสมัยก่อนน่ะน่ากลัวมาก)
เวลาพายเรือแล้วได้ยินเสียงกอไผ่ริมคลองเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดๆ เพราะโดนลมพัด ยอดไผ่ก็
มองเห็นตะคุ่มๆโอนไปเอนมาชวนให้จินตนาการไปได้ร้อยแปดพันเก้า ขนาดไม่ค่อยกลัวผีบางที
ก็หวิวๆ ใจเหมือนกันต้องรีบพายเรือกลับบ้านให้เร็วที่สุด

หนังไทยสมัยที่ผมเคยดูเป็นยุคที่หนังบู๊ครองตลาด พระเอกยอดนิยมก็มี สมบัติ เมทะนี สรพงษ์ ชาตรี
โกวิทย์ วัฒนะ ทูน หิรัญทรัพย์ ฯลฯ  ส่วนนางเอกที่คุ้นๆหน่อยก็คือ เนาวรัตน์ ยุกตนันท์ จารุณี สุขสวัสดิ์
มล.สุรีวัลย์ สุริยงค์  ในบทของผู้ร้ายที่ถูกจองตัวไว้แล้วว่าต้องเล่นบทนี้เสมอๆ คือ ดาม ดัสกร แต่มี
บางเรื่องที่เห็น สุเชาว์ พงษ์วิไล เล่นเป็นตัวโกงเหมือนกัน พล็อตของหนังบู๊เมื่อก่อนไม่มีอะไรมาก ไม่ซับซ้อน
เรียกได้ว่าพอดูไปซักพักก็เดาต่อได้ทันทีว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปยังไง ตามบทแล้วพระเอกจะต้องเป็น
ข้าราชการภูธรจำพวกปลัดอำเภอ ไปพบรักกับนางเอกที่เป็นลูกเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล อะไรทำนองนั้น  
นางเอกถึงแม้จะมีเอวบางร่างน้อย  แต่ก็เป็นสาวแก่นเตะต่อยเก่งเป็นสามารถ (เนื่องจากเป็นลูกสาวเจ้าพ่อ)
สู้กับผู้ชายอกสามศอกได้เก้าคนสิบคนโดยเป็นอันตราย ถ้าสังเกตอีกสักนิดจะพบว่าในหลายๆ เรื่อง
นางเอกมีเจ้าเด็กตัวกะเปี๊ยกที่เก่งเกินตัวคอยเป็นผู้ช่วยอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็ยังมีพวกตัวตลก
ที่เห็นหน้าบ่อยๆ ก็มีจุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก ล้อต๊อก ฯลฯ  พวกที่นิยมเอามาเป็นตัวตลกได้แก่พวกผอมมากๆ
อ้วนมากๆ เตี้ยมากๆ ฯลฯ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ดูแล้วผิดจากมนุษย์มนาเค้า  และที่ขาดไม่ได้คือดาวยั่ว
ดาวยั่วนี่ก็จะแต่งกายวับๆ แวมๆ เห็นหน้าอกหน้าใจพอให้น้ำลายหกเล่นๆ พวกดาวยั่วนี่ดูเหมือนจะถูกสร้าง
มาให้คู่กับตัวตลก  (พอตอนท้ายๆพวกตัวตลกจะได้ดาวยั่วไปเป็นเมียทุกที) ดาวยั่วที่ผมจำชื่อคนหนึ่ง
ก็คือคุณวิยะดา อุมารินทร์  ไม่รู้ตอนนี้เธอยังอยู่ในวงการหรือเปล่า

แฟชั่นที่เห็นในหนังไทยสมัยก่อน คือเสื้อเชิร์ต กางเกงยีนส์ เวลาจะเปิดตัวพระเอก คนดูจะต้องเห็นจากล่าง
ขึ้นบนคือเห็นจากรองเท้าก่อนแล้วค่อยขยับขึ้นเรื่อยไปให้เห็นกางเกง เข็มขัด เสื้อ แล้วไปหยุดนิ่งอยู่ที่
ใบหน้าอันคมเข้ม ส่วนแฟชั่นของผู้หญิงที่ผมชอบ  คือ นุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อเชิร์ต (ผูกปมเล็กๆ
ไว้ที่ชายเสื้อ) ถักหางเปีย น่ารักมากๆ

หนังในยุคต่อๆมาผมไม่ค่อยได้ดูแล้วเพราะว่าไม่ตรงกับแนวที่ชอบ หรือว่าอายุมากขึ้นก็ไม่รู้
เคยดูหนังวัยรุ่นอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ม.๖/๒ ห้องครูวารี สมัยที่ต่ายสายธารยังเอ๊าะๆ อยู่ รู้สึกไม่ค่อยชอบ
หนังแนวนี้ ลองนึกดูก็แปลกทั้งๆ ที่สมัยนั้นตัวผมเองก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่  มีอยู่ช่วงหนึ่งที่
ผู้กำกับทำหนังแนววัยรุ่นออกมามาก คนดูเริ่มเบื่อทำให้วงการหนังไทยตกต่ำลง หนังที่กลับมาปลุกกระแส
ให้คนไทยดูหนังไทยกันมากขึ้น ก็คือเรื่องนางนาก ทำรายได้ไปเป็นร้อยล้านบาท มาถึงปัจจุบันนี้ผมว่าหนังไทย
เรากำลังจะเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ล่าสุดนี้ผมก็ไปดูจัน ดารา มา  พอดูจบแล้วก็คิดว่าจะหา
หนังสือมาอ่านต่อ

หนังอีกแนวนึงที่ยังไม่ได้พูดถึงถือหนังเพลง (พูดถึงหนังเพลงทีไรคิดถึงหนังอินเดียทุกที)
หนังพวกนี้ผมก็ชอบดูเหมือนกัน ส่วนมากจะเอานักร้องมาเป็นพระเอก พระเอกนักร้องยอดฮิตที่
ได้รับความนิยมมากคือสายัณห์ สัญญา ถ้าเทียบกับปัจจุบันก็คงเทียบได้กับ สมชาย เข็มกลัด  แต่เสียดาย
ที่สมัยนี้ไม่เห็นมีผู้กำกับคนไหนทำหนังแนวนี้อีก (เรื่องฟ้าทลายโจรจะเข้าเค้ามั้ยนะ) คาดว่าคงจะไม่ได้รับ
ความสนใจจากตลาด


ที่คุณจ้อขอเพลงมนตร์รักลูกทุ่งไว้ ไม่แน่ในจะใช่เพลงนี้หรือเปล่าครับ ผมร้องเพลงได้เยอะ
แต่จำชื่อเพลงไม่ค่อยได้ เห็นมีคำว่ามนตร์รักลูกทุ่ง ก็น่าจะใช่ เพลงนี้คุณ ไพรวัลย์ ลูกเพชร
เป็นผู้ขับร้องไว้  คุณวานิช จรุงกิจอนันต์เคยนำเพลงนี้ไปใส่ไว้ในเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของเขา
อยู่ในหนังสือชื่อซอยเดียวกัน (เล่มนี้รู้สึกว่าจะได้ซีไรท์ด้วย) เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่พลัดบ้าน
มาทำงานที่กรุงเทพ ขณะอยู่บนรถเมล์ที่แน่นขนัดและรถก็ติดด้วย ทำให้เค้ารู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมา
ก็เลยร้องเพลงนี้ขึ้น

หอมเอย...หอมดอกกระถิน
รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง
เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง
มองเห็นบัวสล้างลอยปริ่มริมบึง

อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย
ลองเอื้อมมือค่อยๆ ก็เอื้อมไม่ถึง
อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง
แปลงได้จะบินไปคลึง เคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน

หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน
ครวญระคนหอมแก้มนงคราญ
ขลุ่ยเป่าแผ่วพลิ้วผ่านทิวแถวต้นตาล
มนตร์รักเพลงชาวบ้าน ลูกทุ่งแผ่วมา

ได้คันเบ็ดสักคันพร้อมเหยื่อ
มีน้องนางแก้มเรื่อนั่งเคียงตกปลา
ทุ่งรวงทองของเรานั้นมีคุณค่า
มนตร์รักลูกทุ่งบ้านนา หวานแว่วแผ่วดังกังวาน

โอ้เจ้าช่อนกยูง..
แว่วเสียงเพลงมนตร์รักลูกทุ่ง
ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มมมม..นงคราญ..

ถ้าสังเกตให้ดีเพลงนี้จะใช้คำต่างประเทศน้อยมากๆ ครับ ที่ผมจับได้อยู่สองคำก็มี มนตร์ ซึ่งเป็นภาษา
สันสกฤต และนงคราญที่เป็นภาษาเขมร เท่านั้น ส่วนคำว่าครวญผมไม่แน่ใจว่าเป็นคำไทยหรือเปล่า

ในเรื่องมนตร์รักลูกทุ่งนี้ผมไม่เคยดูที่มิตร ชัยบัญชาเล่นครับ เคยดูแต่หนังรุ่นต่อๆ มาจำได้ว่าทูน หิรัญทรัพย์
เคยเล่นเป็นไอ้คล้าวอยู่ครั้งหนึ่ง   เรื่องของมิตร ชัยบัญชาที่ผมเห็นอยู่ตามร้านขายหนังสือตอนนี้มีอยู่เล่มหนึ่งครับ
ซึ่งคุณกิ่งดาว ดารณี เป็นผู้เขียน  ผมไม่ได้ซื้อมาเลยไม่รู้ว่าเขียนไว้อย่างไรบ้าง ถ้าใครมีข้อมูลก็เล่าให้ฟังนะครับ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 ต.ค. 01, 22:08

ขอระลึกถึงพระเอก ด้วยคนนะคะ
บันทึกการเข้า
คุณพุ่ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 ต.ค. 01, 02:55

ชอบเพลง สิบหมื่น มากกว่าค่ะ เพราะฟังแล้วคึกคักดี  ยังจำภาพลูกเขยคนจน พาพลพรรคไปร้องเพลงนี้ประชดพ่อตาได้เป็นอย่างดี
คุณแจ้งติดหนังกลางแปลง แต่ดิฉันติดลิเกค่ะ ไม่รู้เป็นอย่างไร เห็นเป็นต้องหยุดดู อาจจะเป็นเพราะสมัยก่อนไม่ค่อยมีสิ่งบันเทิงมากเท่าปัจจุบันนี้มังคะ
ได้ข่าวว่าคุณวิญญูจะรวบรวมพรรคพวกลิเกเงินล้านขึ้นมาอีก ไม่รู้จริงเท็จประการใด

คุณวิยะดา เคยมาออกรายการของคุณวิทวัส เมื่อหลายปีก่อน สมัยยังเป็นสี่ทุ่มสแคว์ น่ารักเหมือนเดิมค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวอีกเหมือนกัน ดาวยั่วนี่ต้องถือว่าเป็นตัวมารับเคราะห์แทนนางเองมังคะ เพราะนางเอกสมัยก่อนต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดูแต่คุณพิศมัยเถอะ อย่าว่าแต่ผู้ร้ายเลย พระเอกคนไหนเคยได้จูบเธอบ้าง ดาวยั่วเลยต้องรับหน้าที่โดนแทะโลมจากผู้ร้ายบ้าง จากตัวตลกบ้าง เคยอ่านเรื่องในนิตยสารดาราสมัยก่อนว่า พอผู้ร้ายคนไหนรู้ว่าจะได้บทจูบดาวยั่ว ก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะแอ็คชั่นเต็มที่ ประมาณว่าถ้าผู้กำกับไม่สั่ง คัท พ่อก็จะจูบไม่ปล่อย ดาวยั่วก็เลยแก้ลำด้วยการกินส้มตำปลาร้าก่อนเข้ากล้อง เพื่อนผู้ร้ายที่รอบทจูบอันดูดดื่มเลยต้องผิดหวังไปตามๆ กัน
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 ต.ค. 01, 03:19

ยกมือถามคุณพี่แจ้งครับ ที่ว่าเวลาเปิดตัวพระเอกเปิดจากล่างขึ้นบน (เริ่มจากร้องเท้าก่อน)
ก็เลยสงสัยว่าแล้วเวลาเปิดตัวนางเอกละครับ ล่างขึ้นบนหรือบนลงล่าง? ... ผมสงสัยง่ะ
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 10 ต.ค. 01, 22:00

นางเอกต้องเห็นข้างบนลงมาข้างล่างซิครับ คนดูจะได้เห็นหน้าหวานๆ ก่อน
แต่ถ้าเป็นดาวยั่วตอนใส่ชุดว่ายน้ำก็ต้องไล่จากล่างขึ้นบนเหมือนพระเอก
เพราะจะได้เห็นขาขาวๆ

ผมลืมฉากหนึ่งไปครับ ถ้าเป็นหนังไทยขนานแท้ต้องมีฉากสู้กันแล้วกระต๊อบ
พังด้วยครับ เป็นฉากที่คลาสสิคสุดๆ

ป.ล. คุณพุ่มครับกระทู้ข้างล่างเค้าเล่นลิเกกันหลายเรื่องทีเดียวนะครับ รู้สึกว่าจะมีผู้ชนะสิบทิศ กับไกรทอง ลองหาอ่านดูนะครับ
บันทึกการเข้า
คุณพุ่ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 ต.ค. 01, 13:57

ขอบพระคุณ คุณแจ้งที่แนะนำนะคะ ถ้ามีเวลาจะลองลงไปควานหาดู แหม แต่ถ้าจะกรุณาทำ link (คำนี้ ไม่กล้าเขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทยแล้วละค่ะ เพราะมีคนบอกว่ามีความหมายอื่นแฝงอยู่) ก็จะช่วยถนอมเวลา และสายตาสำหรับดิฉันผู้เป็นสมาชิกใหม่แต่อายุมากบนเรือนไทยแห่งนี้ อย่างไรก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าเลยนะคะ เอ๊ะ แลดูมัดมือชกเกินไปหรือเปล่าคะ
คุณแจ้งไม่เขียนสูตรสำเร็จของหนังไทยออกมาล่ะคะ ประมาณว่าพระเอกต้องไม่สั่งเครื่องดื่มมึนเมา นางเอกต้องดื่มน้ำส้ม ต้องมีฉากหลบฝนเข้ากระท่อมเพราะประเทศเราเป็นประเทศที่อยู่ในเขตมรสุม ฯลฯ
เคยมีผู้วิเคราะห์สูตรสำเร็จของละครไทย แล้วเขียนเรื่องคมพยาบาทออกมา รู้สึกเพื่อจะเป็นละครวิทยุก่อนไปทำเป็นละครทีวี แล้วดังมาก เริ่มเรื่องประมาณว่ามีการสลับตัวลูกกัน คุณหนูถกลเกียรติเธอก็ประกาศบ้างว่าจะสร้างละครเน่าสุดๆ เรื่อง เลือดหงส์ จึงต้องมีการสลับตัวลูกของคุณอรัญญากับจารุณี เป็นจุดสำคัญของเรื่อง แต่หนังทันสมัยนะคะ เพราะพิสูจน์สายเลือดกันโดยใช้ ดีเอ็นเอ ถ้าเป็นยุคหิน ต้องพิสูจน์กันด้วย ปานรูปตราประจำตระกูล เข้ามาถึงยุคเหล็กพิสูจน์กันโดยการตรวจหมู่เลือด ซึ่งเลือดคนดีกับคนชั่วมักจะต่างหมู่กัน ลูกของคนชั่วเลยต้องมีเลือดชั่วไปด้วย
แต่ดิฉันเชื่อว่าการอบรมเลี้ยงดูมีผลมากกว่าสายเลือดค่ะ และถ้าไม่มีการสลับตัว แล้วนางเอกถูกเลี้ยงมาแบบเดียวกับนางอิจฉา ก็คงถูกทำให้เสียเด็กเช่นเดียวกัน เป็นโชคดีของเธอแล้วละค่ะ
อ้อ ในเรื่องเลือดหงส์นี่ชอบคุณวิไลวรรณ หลังจากที่เธอตกกะไดแล้วพูดไม่ได้ ตอนแรกลุ้นไม่ให้นางอิจฉาฆ่าเธอได้ แต่พอเห็นความพยายามของนางอิจฉาแล้ว ตอนหลังเลยลุ้นอยากให้เธอฆ่าให้สำเร็จเสียที
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 ต.ค. 01, 19:52

รวบรวมกระทู้ลิเกให้คุณพุ่มด้วยความยินดีครับ...



กระทู้ RW106 : มาคุยเรื่องลิเกกันบ้างดีกว่า

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW106' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW106



กระทู้ RW184 : อยากฟังลิเก ลำตัด เพลงบอก ที่มีการเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW184' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW184



กระทู้ RW219 : ผู้ชนะสิบทิศ ตอนกุสุมาเลือกใคร : ลิเกคณะวิชาการดอทคอม..มาแล้วจ้าาาา(ต่อจากกระทู้ ๑๘๔)

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW219' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW219



กระทู้ RW239 : ได้โปรดเถิดค่ะ อย่าปิดวิกลิเกเลยนะคะคุณเทาชมพู

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW239' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW239



กระทู้ RW245 : สาวเครือฟ้า ตอน หนอนฟ้าบูชารัก ลิเกเรื่องที่สองของวิชาการดอทคอม มาแล้วจ้าาา

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW245' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW245



กระทู้ RW247 : สาวเครือฟ้า ตอน หาพระเอกนางเอกได้แล้วจ้าา: ลิเกวิชาการดอทคอม(ต่อจากกระทู้ ๒๔๕)

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW247' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW247



กระทู้ RW257 : สาวเครือฟ้า ตอน นางเอกไม่ยอมตาย ซ้ำจะกลายเป็น ...? : ลิเกคณะวิชาการดอทคอม เรื่องที่สอง

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW257' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW257



กระทู้ RW439 : เล่นลิเกวิชาการดอทคอมเรื่องอะไรกันดี เชิญเสนอชื่อเรื่องที่ ๓ ค่ะ

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW439' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW439



กระทู้ RW444 : ลิเกวิกวิชาการดอทคอมเรื่องที่ ๓-ไกรทอง ประเดิมที่กระทู้นี

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW444' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW444



กระทู้ RW450 : ลิเกวิชาการดอทคอมเรื่องไกรทอง ตอนที่ ๒ ถ้ำระเบิดเถิดเทิง

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW450' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW450



กระทู้ RW465 : ลิเกวิชาการดอทคอมเรื่องไกรทองตอนที่ ๓ ศึกชิงนางกำลังเข้มข้น

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW465' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW465



กระทู้ RW519 : ลิเกวิชาการดอทคอมเรื่องไกรทองตอนที่ ๔ พระเอกผู้ร้ายใครตายตอนจบ..ได้รู้กันเสียที

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW519' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&ID=RW519
บันทึกการเข้า
คุณพุ่ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 01:11

โอ๊ย ! คุณแจ้งนี่เข้าใจแกล้งคนแก่ อ่านกระทู้เก่าเรื่องลิเกจนเหนื่อย หัวเราะจนน้ำตาเล็ด
อ่านเรื่องแรกจบแล้ว ขอเก็บเรื่องสาวเครือฟ้า กับ ไกรทองไว้อ่านวันอื่นบ้าง
ขอบพระคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
ภาธร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 07:14

ขอกลับมาพูดถึง มิตร นะครับ ผมโตมากับหนังไทยเลย บ้านอยู่ใกล้โรงหนังชั้นสอง เปลี่ยนโปรแกรมทุกๆสามวัน ตั้งแต่ยุค๑๖มม ต้องอาศัยเสียงพากย์  มิตรแสดงหนังมากจริงๆครับแต่น่าเสียดาย เขาไม่เคยได้รับตุ๊กตาทองแม้แต่ตัวเดียวในฐานะผู้แสดงนำฝ่ายชายอาจจะเป็นเพราะเขาเล่นหนังมากเกินไป เรื่องไหนเรื่องไหน เขาก็เป็น "มิตร"อยู่แบบนั้น เพชราคู่ขวัญของเขาโชคดีกว่าตรงที่เคยได้ตุ๊กตาทอง๑ตัวจากเรื่อง นกน้อย ของดอกดินตัวดำๆ
บันทึกการเข้า
ภาธร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 07:25

คุณแจ้นครับ วิยะดา  อุมารินทร์ไม่ใช่ดาวยั่วครับ เธอเป็นระดับนางเอกของท่านมุ้ยทีเดียว แต่เป็นนางเอกที่"ใจกล้า"  เรื่องที่ดังมากๆคือ "เทพธิดาโรงแรม"เธอยังมาเล่นละครช่อง๓อีกพักใหญ่เป็นนางเอกเสียด้วย
ดาวยั่วที่ดังมากๆน่าจะเป็น โขมพัสตร์ อรรถยากับมาลาริน บุนนาค จอมใจ จรินทร  วาสนา ชลากร(ที่เล่นเป็นโหงพรายในขุนแผนผจญภัย)
บันทึกการเข้า
ลูกนวมินทรฯ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 12 ต.ค. 01, 12:12

เกิดไม่ทันเลยค่ะ สงสัยต้องไปถามคุณป้าดีกว่า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.065 วินาที กับ 19 คำสั่ง