เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 10618 อยากรู้เรื่องแอตแลนติส
ii
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 07 ต.ค. 01, 08:47

...แบบละเอียดๆ
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 30 ก.ย. 01, 21:40

แอตแลนติสไหนล่ะครับ? หมายถึงตำนานแอตแลนติสของพลาโต หรือ กระสวยอวกาศ หรือ ...
ถ้าอยากทราบละเอียดๆ ควรจะถามให้ละเอียดขึ้นนิดหนึ่งก็จะดีครับ จะได้ตอบถูกคำถาม

เดาว่าเป็น Legend of Atlantis ที่พลาโตเขียนไว้ใน Dialogs Critias and Timaeus
ผมก็ไม่ทราบลายละเอียดเหมือนกันครับ ว่าตำนานว่าไว้อย่างไรบ้าง
แต่นักโบราณคดีปัจจุบันเชื่อว่า อณาจักรแอตแลนติสของพลาโตนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับ
อารยธรรม Minoan ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรีก บริเวณหมู่เกาะในทะเลเมดิเตอรเรเนียน
อารยธรรมดังกล่าวล่มสลายลงเนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟ ประมาณพันปีก่อนหน้าพลาโต
นักโบราณคดีเรียกหายนะครั้งนี้ว่าเป็น Bronze Age Pompeii เลยทีเดียว
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 03 ต.ค. 01, 18:13

ไปเจอข้อเขียนในเน็ต  http://www.dailyhorror.f2s.com/file6.htm' target='_blank'>http://www.dailyhorror.f2s.com/file6.htm  

 เลยคัดลอกมาให้อ่านค่ะ

Atlantis



          แอตแลนติส เป็นมหานครที่ปราชญ์ของโลก Plato ได้เคยบันทึกไว้เมื่อ 370 ปีก่อนคริสต์กาล   Plato อ้างว่าได้รับฟังเรื่องนี้มาจาก Solon ผู้ปกครองชาวกรีก   ซึ่ง Solon ก็ได้รับฟังต่อมาจากนักบวชขาวอียิปต์อีกทีหนึ่ง   เข้าตำราว่าฟังเขาเล่ามาน่ะแหละครับ   มหานครแอตแลนติสนี้เป็นสุดยอดแห่งอารยธรรมในทุกๆด้านรวมไปถึงเทคโนโลยี่อันล้ำยุค   ที่ว่าล้ำยุคก็เพราะว่า Plato เล่าว่าชาวแอตแลนติสสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยการบินทีเดียวเชียวครับ   นั่นก็แปลว่า   แอตแลนติสนครนั้นไม่ได้ต่างไปจากยุคสมัยของเราในปัจจุบันสักเท่าไรเลยครับ   เผลอๆอาจจะล้ำยุคกว่าในบางเรื่องด้วยซ้ำ  



          แต่แล้ว...ด้วยความไม่เกรงกลัวในบาปกรรมและพระเจ้า   เหล่าชาวอารยนครแห่งนี้   ก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในความมัวเมาและกิเลสตัญหาไม่สนใจในศีลธรรม   พระเจ้าก็เลยลงโทษส่งนครแอตแลนติสจมหายลงไปสู่ก้นสมุทรภายในพริบตา   นี่เป็นเรื่องย่อๆพอให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันพอคร่าวๆนะครับ





          เดิมทีนั้นเดากันว่า   นครแอตแลนติสจมทะเลอยู่แถวๆช่องแคบยิบรอลต้า   แต่ต่อมามีการโต้แย้งกันจนแอตแลนติสถูกเปลี่ยนสถานที่ตั้งไปหลายแห่งจนเกือบจะทั่วทั้งโลกแล้วก็ว่าได้   จนกระทั่งมีการค้นพบซากโบราณสถานและเสาหินขนาดใหญ่   จมอยู่ใต้ทะเลแถวๆเกาะ Bimini ในเขตของ Bahamas ใกล้ๆกับสามเหลี่ยมมรณะของเรานั่นแหละครับ   หลายคนก็เลยเหมาเอาว่าน่าจะเป็นนครแอตแลนติสที่สาบสูญไป
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 03 ต.ค. 01, 18:16

คัดรูปมาลงให้ค่ะ



เสาหินที่พบใต้ทะเลใกล้เกาะ Bimini
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW778x003.jpg'>
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 03 ต.ค. 01, 18:17

มหาปราชญ์ Plato
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW778x004.jpg'>
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 03 ต.ค. 01, 19:53

NORTH BIMINI, Bahamas — Bimini Road,an ancient

 underwater arrangement of stones

some say it leads to the lost continent of Atlantis.

from: http://www.usatoday.com/life/travel/leisure/2000/ltl536.htm' target='_blank'>http://www.usatoday.com/life/travel/leisure/2000/ltl536.htm
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW778x005.jpg'>
บันทึกการเข้า
ศศิศ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 03 ต.ค. 01, 19:58

มีเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่เรื่อง แอตแลนติส หรอกนะ เอามาให้ดู

ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า ลองมาดูที่   http://www.thai.net/myth/civi_ind.htm' target='_blank'>http://www.thai.net/myth/civi_ind.htm
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 02:03

ขอบคุณทั้งคุณส้มหวานและคุณศศิศครับ บังเอิญผมไปได้หนังสือเล่มหนึ่งมาชื่อว่า

Fire on the Sea... The santorini volcano : Natural History and the legend of Atlantis

แต่งโดย Walter L. Friedrich ของ Cambridge University Presss

มีเรื่องเกี่ยวกับตำนานแอตแลนติส กับอารยธรรมโบราณที่ชื่อว่า Minoan

( คงต้องถามคุณนกขว่า Minoan นี่ควรจะอ่านว่าอย่างไรแน่ ผมคิดว่าน่าจะอ่าน มิโนวัน ?)



อารยธรรม Minoan อยู่บริเวณหมู่เกาะของประเทศกรีก ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

เป็นอารยธรรมแรกๆ ในยุโรป ก่อนอารยธรรมกรีกเสียอีก อณาจักร Minoan มีความร่ำรวยมาก

ควบคุมเศรษฐกิจในแถบนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการค้าขาย มีท่าเรือแล้วเปลี่ยนสินค้าจากอียิปต์และอื่น

มีกองทัพเรือที่เข้มแข็งซึ่งไม่มีใครสามารถยึดครองได้เป็นเวลาหลายร้อยปี

แต่อยู่อณาจักรก็เสื่อมอำนาจลง จนถูกชาวเผ่าอื่นที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินกรีก (แผ่นดินทวีปยุโรป)

ก็เคลื่อนพลเข้ามายึดครอง



ทั้งนักธรณีวิทยาและนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานว่าการล่มสลายของ Minoan เกิดจากภัยธรรมชาติครับ

เป็นภัยจากภูเขาไฟระเบิด ซึ่งเป็นการระเบิดของภูเขาไฟบนเกาะ ซานโตรินี (Santorini)

เกาะซานโตรินีนี้ในสมัยกรีกโบราณมีชื่อว่า เทียร่า (Thera)



3500 ปีที่แล้วเมื่ออณาจักรของ Minoan กำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟู ภูเขาไฟเทียร่า ก็ประทุขึ้น

เป็นการระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรงเป็นอันดับสองในรอบหนึ่งหมื่นปี (รองจากภูเขาไฟที่อินโดนีเซีย)

การระเบิดครั้งนี้เปลี่ยนลักษณะทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคแถบนั้นไปอย่างมากมายทีเดียวครับ

และที่แน่ๆ คือ มีผลกระทบต่อชาว Minoan ภูเขาไฟได้ทำลายทั้งบ้านเมืองและตลาดการค้าแทบนั้นด้วย

และอีกประมาณ 50 ปีให้หลังก็ถูกพวกกรีกเข้ามายึดครอง และสูญสิ้นไป



เท่าที่อ่านคร่าวๆ ตำนานแอตแลนติกน่าจะเกี่ยวข้องกับ Minoan มากกว่าที่อื่นๆ

1) เป็นอารยะธรรมที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะ ซึ่งเหมาะที่จะเป็นอณาจักรแอตเลนติก

2) เป็นอารยธรรมที่อยู่ระหว่างกรีกกับอียิปต์ ยิ่งพลาโตได้ฟังเรื่องมาอีกทีจากคนที่เคยไปอียิปต์

ยิ่งทำให้น่าเชื่อว่า แอตเลนติกต้องเป็นอณาจักรใดอณาจักรหนึ่งที่ชาวอียิปต์รู้จักดี

อียิปต์กับ Minoan นั้นค้าขายกันมาก่อนแล้ว น่าเชื่อกว่าที่ใกลๆเช่น สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

เพราะพลาโตและชาวอียิปต์คงไม่เคยเห็นมหาสมุทรแอตแลนติกมาก่อน

3) ตำนานที่บอกว่าพระเจ้าถล่มอณาจักรให้จมลงพื้นมหาสมุทรนั้น เข้ากันได้ดีกับ

หลักฐานทางธรณีวิทยา เรื่องการระเบิดของภูเขาไฟเทียร่า นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่า

หลังจากภูเขาไฟระเบิดแล้ว เมืองท่าของพวก Minoan ยังถูกถล่มด้วยคลื่นซูนามิอีกต่างหาก

ซึ่งน่าจะอธิบายว่าทำไมอณาจักรถึงถล่มลงใต้มหาสมุทรได้



ตำนานภัยพิบัตต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงก็ได้ครับ แต่คนโบราณนั้น

เขาไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ไม่รู้จะอธิบายปรากฎการณ์ทำนองนี้ว่าอย่างไร

จึงยกเหตุผลให้เป็นการกระทำของพระเจ้า  ผมคิดว่าชาวอียิปต์นั้นน่าจะเห็นภัยพิบัตของชาว Minoan

เพราะค้าขายกันมาก่อน ภัยพิบัตจากภูเขาไฟที่เทียร่านั้นไม่ธรรมดา เพราะมันไม่ใช่ภูเขาไฟธรรมดา

จะเรียกว่าเป็น ซูปเปอร์ภูเขาไฟก็ได้ เถ้าถ่านที่พ่นออกมาบดบังบรรยากาศโลกเป็นปีๆ

ทำให้สภาพอากาศโลกแปรปวนไปด้วย  แน่นอนว่าชาวอียิปต์คงไม่รู้จะอธิบายว่าอย่างไร

เพราะในอียิปต์ไม่มีภูเขาไฟ เลยยกให้เป็นพระเจ้าทำไป



ถ้าสนใจเรื่อง ซูปเปอร์ภูเขาไฟ อ่านได้จากหน้าข่าววิชาการครับ

http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn10&ID=VN121' target='_blank'>http://www.vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn10&ID=VN121
บันทึกการเข้า
ส้มหวาน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 19:54

Plato's description of the Atlantean metropolis:

บทความบางตอนที่คัดลอกแปลมาจาก  'Timaeus' and 'Critias' ของเพลโตซึ่งบรรยายถึงแอตแลนติส



ช่วงแรกกล่าวถึงลักษณะของมหานครแอตแลนติสและบริเวณรอบๆ ทำให้เห็นถึงความมั่งคั่งที่สั่งสมกันมาของผู้คนในนั้น



'At the centre of the island, near the sea, was a plain, said to be the most beautiful and fertile of all plains, and near the middle of this plain about fifty stades inland a hill of no great size... There were two rings of land and three of sea, like cartwheels, with the island at their centre and equidistant from each other... in the centre was a shrine sacred to Poseidon and Cleito, surrounded by a golden wall through which entry was fobidden...



There was a temple to Poseidon himself, a stade in length, three hundred feet wide, and proportionate in height, though somewhat outlandish in appearance. The outside of it was covered all over in silver, except for the figures on the pediment which were covered with gold... Round the temple were statues of all the original ten kings and their wives, and many others dedicated by kings and private persons belonging to the city and its dominions...'

 



เป็นที่เชื่อกันว่าชาวแอตแลนติสมีความรู้ในทางสถาปัตยกรรมอย่างกว้างขวาง นอกจากนั้น ยังมีโครงสร้างทางสังคมที่เป็นระบบระเบียบและยังสามารถเข้าถึงสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติบางอย่างได้ด้วย



'Two springs, hot and cold, provided an unlimited supply of water for appropriate purposes, remarkable for its agreeable quality and excellence; and this they made available by surrounding it with suitable buildings and plantations, leading some of it into basins in the open air and some of it into covered hot baths for winter use.



Here seperate accommodation was provided for royalty and commoners, and, again, for women, for horses, and for other beasts of burden... The outflow they led into the grove of Poseidon, which (because of the goodness of the soil) was full of trees of marvellous beauty and height, and also channelled it to the outer ring-islands by aquaducts at the bridges.

 



On each of these ring islands they had built many temples for different gods, and many gardens and areas for exercise, some for men and some for horses... Finally, there were dockyards full of triremes and their equipment, all in good shape...'



'Beyond the three outer harbours there was a wall, beginning at the sea and running right round in a circle, at a uniform distance of fifty stades from the largest ring and harbour and returning in on itself at the mouth of the canal to the sea. This wall was densely built up all round with houses and the canal and the large harbour were crowded with vast numbers of merchant ships from all quarters, from which rose a constant din of shouting and noise day and night.'
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 20:13

Have we finally located the legendary island of Atlantis?



IT SOUNDS a familiar enough yarn-a lone researcher claiming to have pinpointed the lost land of Atlantis famously described by Plato. But this time there is no mention of "supercivilisations", UFOs or magic crystals. Instead, he has turned the clock back on ancient rises in sea level to reveal an island that matches Plato's story.



Plato's works Timaeus and Critias contain the first written descriptions of Atlantis and its watery fate, drawn from stories collected in Egypt. "These texts are the origin of a lot of speculation about Atlantis," says Jacques Collina-Girard of the University of the Mediterranean in Aix-en-Provence.



"Curiously, nobody has really taken seriously the most obvious location," Collina-Girard adds. According to Plato, Atlantis lay just in front of the Pillars of Hercules-what we now call the Strait of Gibraltar-and disappeared around 9000 BC.



Collina-Girard was interested in patterns of human migration from Europe into North Africa at the height of the last ice age, 19,000 years ago. To see if Palaeolithic people could have crossed the strait, he made a map of what the western European coastline looked like at that time, when the sea level was 130 metres lower than it is now. His reconstruction of the area reveals an ancient archipelago, with an island at the spot where Plato described Atlantis.



"There was an island in front of the 'Pillars of Hercules'," says Collina-Girard. Named Spartel, it lay to the west of the Strait of Gibraltar just as Plato described. The Strait was longer and narrower than today, and enclosed a harbour-like inland sea that Plato mentions as the setting for Atlantis.



Just over 11,000 years ago, the slow rise of post-glacial sea levels accelerated briefly to more than 2 metres per century, according to records from coral reefs. This would have swamped the island, Collina-Girard suggests. "The archipelago was engulfed 9000 years before Plato," he says.



There are a few facts that don't match Plato's story, however. Plato describes Atlantis as larger than Libya and Asia put together, whereas Collina-Girard's island is 14 kilometres long by 5 kilometres wide. He argues that a mistake was made in converting Egyptian units of length into Greek units as the story was passed down.



Plato also reports that volcanic activity sank Atlantis, but this may have been a case of embellishment, says Collina-Girard. "The Greeks were familiar with volcanic eruptions," he notes. To them, such a fate might have been more dramatic and plausible than a change in sea level. As for an advanced Atlantean civilisation, Collina-Girard points to Plato's own admission that he grafted these details onto the tale to present his ideas about a Utopian society.



The lower sea levels of 11,000 years ago would have exposed many islands, says Bill Ryan of the Lamont-Doherty Earth Observatory in Palisades, New York. Ryan has examined evidence for the Noah and Gilgamesh flood stories around the Black Sea (New Scientist, 4 October 1997, p 24). But he cautions that the story of Atlantis would have needed to survive down the generations for 9000 years in Egypt before being recorded by the Greeks. "The difficulty here is correct translation of nouns and adjectives passed down by the oral tradition as languages change and evolve," he says.



In the earth and planetary sciences issue of the French journal Comptes Rendus de l'Academie des Sciences (vol 333, p 233), Collina-Girard suggests that the archipelago could have provided stepping stones for primitive sailors to cross between Europe and North Africa. "The coasts of Spain and Morocco were inhabited at the time, so certainly these islands were too," he says. A prehistoric culture spread rapidly in Morocco around 20,000 years ago. "Traditionally this came from the east, but why not from the north?" he asks.



From New Scientist magazine, vol 171 issue 2309, 22/09/2001, page 17
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 20:16

Thank you very much krab Khun ส้มหวาน ...



I just ran into a very good article about the Legend of Atlantis  krab...



Please have a look at Dr. Sutat's homepage:



http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/sutat.html' target='_blank'>http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/sutat.html
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 20:18

opps... Please follow the link  "Geology" na krab.
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 20:49

ผมเคยดูสารคดี จากหลักฐานทางโบราณคดีและธรณีวิทยานั้น มีหลายคนเชื่อว่า Minoan นั้นตั้งเมืองอยู่ในปล่องภูเขาไฟและรอบๆ ลักษณะภูเขาไฟขนาดใหญ่ เป็นภูเขาไฟในทะเล ที่ยอดปล่องก็ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ภายในปล่องมีเกาะเล็กๆ ล้อมรอบด้วยน้ำ แล้วด้านนึงของปล่องนั้นถล่มมาก่อนหน้านี้ น้ำผ่านได้ กลายเป็นเส้นทางติดต่อกับทะเลภายนอก ....... แล้วภูเขาไฟนี้ก็ระเบิด ทำลายทั้งบ้านเรือนภายในปล่องและเกาะรอบๆ พวกที่รอดตายก็อาศัยอยู่เกาะที่ไกลออกไป ขณะที่กำลังอพยบทางทะเล หรือตามชายหาด เกาะข้างๆก็ถล่มลงมา ทำให้เกิดคลื่นซีนามิ.... พวกที่เหลือรอดก็ประสบความยากลำบาก ปลูกพืขผักไม่ได้  ควันและฝุ่นภูเขาไฟทำให้แสงอาทิตย์ส่งลงมาไม่ถึง... เรียกว่าพระเจ้าลงโทษหลายชั้นมาก แล้วสุดท้ายก็โดนกรีกเข้ามายึดครอง



จากลักษณะของภูเขาไฟที่เขาว่าในสาระคดี ผมว่ามันคล้ายๆกับ คำบรรยายของ Plato "'At the centre of the island, near the sea, was a plain, said to be the most beautiful and fertile of all plains, and near the middle of this plain about fifty stades inland a hill of no great size... There were two rings of land and three of sea, like cartwheels, with the island at their centre and equidistant from each other... in the centre was a shrine sacred to Poseidon and Cleito, surrounded by a golden wall through which entry was fobidden..." ซึ่งเป็นลักษณะของปล่องภูเขาไฟ หรือบริเวณที่เคยมีภูเขาไฟมาก่อน แต่ผมสงสัยว่าในเมื่อพวกกรีกมียีดครองไม่นานนักจากที่ภูเขาไฟระเบิด (50 ปี) ชาวกรีกรู้จัก Minoan มาก่อนหรือไม่ ? ทำไมเรื่องราวต้องถ่ายทอดผ่านชาวอียิปต์



ส่วนเรื่องราวใน NewScientist ที่ว่าน้ำทะเลสูงขี้นมาท่วม ก็น่าสงสัยยิ่งนัก ถ้าเราเอาอัตราขนาด 1-2 เมตรต่อ10ปีมาใช้ มันก็หลายสิบปีกว่าอารยธรรมจะสูญหาย ชาวแอตแลนติสน่าจะมีโอกาสติดต่อกับโลกภายนอกด้วย เพราะค้าขายกันอยู่ น่าจะมีคนกล่าวถึงแอตแลนติสมากกว่านี้ แต่ก็เป็นไปได้ว่าคนที่รู้ก็ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ



ยังไงก็แล้วแต่ ผมชอบเกมส์ The Lost Atlantis มาก อิอิ เป็นพวกผจญภัย ใครไม่เคยเล่นก็ลองๆดู แต่อาจจะหายากหน่อยเพราะออกมาสัก 10 กว่าปีที่แล้ว ฮะๆ ภายในเกมส์ด่านสุดท้ายเป็นภูเขาไฟ ชาวแอตแลนติสสร้างเครื่องมือนำเอาลาวาของภูเขาไฟ มาเปลี่ยนเป็นเม็ดพลังงาน แล้วใข้เม็ดพลังงานนี้ขับเคลื่อนยานและเครื่องมือต่างๆ
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 04 ต.ค. 01, 21:09

เอาบทความของท่านอ.สุทัศน์มาลงไว้ที่เรือนไทยก็ได้นะจ้อ ผมเคยขออนุญาติไว้แล้ว เว็บของสสวท.นั้นเข้าไม่ค่อยได้ มันช้า
บันทึกการเข้า
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 05 ต.ค. 01, 03:39

รู้สึกว่าสารคดีที่เปี้ยวดู ผมก็จะได้ดูเหมือนกันครับ ... สารคดีเดียวกับเรื่อง The End of The Nile
แต่ตอนนี้ขอลอกบางส่วนจากบทความของท่าน ศ.ดร. สุทัศน์ ยกส้าน มาให้อ่านกันก่อนแล้วกันครับ

"... ย้อนอดีตไปเมื่อ 2300 ปีก่อนหน้านี้ได้มีนักปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งชื่อ พลาโต
ท่าได้เรียบเรียงบทสนทนาไว้สองบทชื่อ Timaeus และ Critias บทสนทนาได้กล่าวถึง Critias
ซึ่งเป็นทวดของพลาโต ว่า ปูของท่าน ( ท่านในที่นี้น่าจะหมายถึง Critias) มีนามว่า Critias the Elder
Critias the Elder ได้ยินนิทานที่เล่ามาจากพ่อของท่านที่ชื่อ Dropides เล่ามาอีกต่อหนึ่ง
จากเพื่อนของท่านที่ชื่อ Solon ซึ่งคาดว่า Solon น่าจะมีชีวิตอยู่ในราวปี พ.ศ. 10
(เอาเป็นว่าประมาณ 2500 มาแล้ว)...
และตัว Solon เองก็ยังได้ยินได้ฟังมาจากพระชาวอยิปต์แห่งวิหาร Sais ในประเทศอียิปต์ว่า ...
ซึ่งได้กล่าวถึงอณาจักรใหญ่แห่งหนึ่งที่รุ่งเรืองอำนาจมาก ชื่อแอตแลนติส ... "


จากข้อเขียนที่ยกมาจากบทความของอาจารย์สุทัศน์ จะเห็นว่าตำนานนี้ก่อนที่จะมาถึงพลาโตนั้น
บอกต่อกันมาหลายต่อหลายทอดมาก ... จนผมเองก็ชักจะงงเหมือนกัน เหอๆๆๆ
มาฟังกันต่อ .... บทความดังกล่าวยังบอกถึงอณาจักรแอตแลนติสว่า ...

" ประชาชนของอาณาจักรนี้เป็นลูกหลานของเทพ โพเซดอน (เทพแห่งทะเล) บนเกาะมีภูเขา
มีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้ แร่ธาตุและสัตว์ป่าเช่น ช้าง มากมาย อาณาจักรนี้มีกษัตรย์ปกครองถึง
10 พระองค์ ซึ่งทุกองค์เป็นบุตรที่ถือกำเนิดจาก นาง Cleito กับ เทพ Poseidon
ทุกๆ 5 ปีกษัตริย์ที่กำลังที่กำลังปกครองจะล่าวัวศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำไปถวายเป็นเทพบูชาแด่โพเซดอน
และพลาโตยังเล่าอีกว่าในเมืองหลวงของอณาจักรแอตแลนติส มีบ่อน้ำร้อนสำหรับการอาบน้ำในฤดูหนาว
และบ่อน้ำเย็นสำหรบอาบน้ำในฤดูร้อนอีกด้วย ซึ่งสถานอาบน้ำเหล่นี้ยังถูกแบ่งออกเป็นระดับๆ
สำหรับคนวรรณะต่างๆ เช่น สำหรับ กษัตริย์ คนธรรมดา และ ม้า...
... ตัวเกาะแอตแลนติส ซึ่งมีกำแพงล้อมรอบนั้น ยังถูกแบ่งออกเป็นวงแหวนที่เรียงซ้อนกัน 5 วง
โดยมีสะพานชื่อมระหว่าง วงแหวนเหล่านั้น และเรือเดินสมุทรยังสามารถลอยลำเข้าไปได้ถึงใจกลางเมือง
นอกจากนี้ชาวเมือง ยังมีการศึกษา มีความสามารถด้านการทำสงคราม และ มีศิลธรรมสูง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน ความเจริญรุ่งเรืองของอณาจักรเริ่มสลาย
ชาวแอตแลนติสได้เปลี่ยนเป็นคนกักขฬะที่กระหายอำนาจ เทพเจ้า Zeus
จึงลงโทษอณาจักรแอตแลนติสทันที ... "


อริสโตเติล ผู้เป็นศิษย์เอกคนหนึ่งของพลาโต คิดว่า แอตแลนติสคืออณาจักรในจินตนาการของพลาโต
ที่ไม่มีตัวตน

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง