เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 5312 พระนิพนธ์ "ตามเสด็จปากีสถาน" ของท่านหญิงวิภาวดีฯ กับกรณีบินลาเดน
บังนิลฯ -
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 29 ก.ย. 01, 13:34

ผมไม่ได้เป็นมุสลิมหรอกครับ ผมเป็นพุทธ แต่ว่ามีเชื้อสายสืบมาจากบรรพชนที่เป็นมุสลิมตั้งแต่สี่ร้อยปีที่แล้วญาติผมเพื่อนผมก็มีที่เป็นมุสลิม ในขณะเดียวกันผมก็เป็นคนที่ได้อะไรจากอเมริกาแยะ ร่ำเรียนหนังสือก็จากที่นั่น มีเพื่อนอเมริกันก็หลายคน นครนิวยอร์กที่ถูกถล่มนั้นก็เกือบเรียกได้ว่าบ้านที่สองของผม ไปเรียนหนังสือบ้าง ไปทำงานบ้าง ไปเที่ยวบ้าง ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นรวมกันแล้วก็ได้หลายปี

"บัง" แปลว่าพี่ชายเท่านั้นครับ ในฐานะที่เคยถูกเกณฑ์ให้ออกแขกในลิเกวิกวิชาการบ่อย จะขอตั้งตัวเองเป็น บัง คงไม่มีใครขัดข้อง (การออกแขกในลิเกไทยโบราณนั้น เดิมท่านไม่ได้มุ่งล้อเลียนพี่น้องมุสลิม แต่เป็นเพราะ "ครู" ของลิเกไทย สืบไปแล้วก็มาจากพวกมุสลิม ก่อนจะแสดงก็เลยต้องให้มีตัวแขกมาออกเบิกโรง)

เมื่อเกิดกรณีการก่อการร้ายที่อเมริกาจนทำให้อเมริกาฮึ่มฮั่มให้ปากีสถานไปยื่นคำขาดเอากับผู้นำตาลีบัน ให้ส่งตัวบินลาเดนให้อเมริกาใน 72 ชม. ไม่ยังงั้นไม่รับรองความปลอดภัยนั้น ผมนึกสังหรณ์อยู่แล้วว่าถ้าผมเป็นตาลีบันผมก็ไม่ยอมส่ง แต่นึกไม่ออกว่าควรจะอธิบายว่าเพราะอะไร ในที่สุดสภาศาสนาของอัฟกานิสถานประชุมแล้วก็มีมติให้ไม่ส่งตัวบินลาเดนให้อเมริกาจริงๆ แต่ถ้าบินลาเดนจะออกจากอัฟกานิสถานไปโดยสมัครใจก็ได้

คุณพระนายได้ไปโพสต์ในอีกเว็บหนึ่ง คัดบทความที่ลงในกรุงเทพธุรกิจมา ว่าเป็นการผิดขนบของชาวอัฟกันที่จะส่งตัวแขกหรืออาคันตุกะผู้มีเกียรติของตนไปสู่อันตราย ดังนั้นพวกตาลีบันคงไม่ส่งตัวบินลาเดนแน่

อ่านถึงตรงวนี้ก็นึกขึ้นมาได้ทันที ว่าที่จริงเคยอ่านเรื่องธรรมเนียมของชนเผ่านักรบแถบปากีสถาน อาฟกานิสถาน และช่องเขาไคเบอร์พาส เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อแขกผู้มาเยือนนี่มาก่อนแล้ว แต่ลืมไปเสียหลายปี ใครยังมีพระนิพนธ์ ว.ณ. ประมวญมารค เรื่อง "ตามเสด็จปากีสถาน" อยู่กับตัวบ้างครับ หนังสือเล่มนี้เคยเป็นหนังสือเลือกให้อ่านนอกเวลาภาษาไทยของนักเรียนมัธยม ถ้ามี ผมรบกวนขอให้ช่วยโพสต์เข้ามาฟื้นความจำผมหน่อย

ท่านหญิงทรงเล่าว่า เมื่อในหลวงกับสมเด็จของเราเสด็จเยือนปากีสถานตั้งหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัย ปธน. อายุบข่าน ท่านตามเสด็จด้วย และได้ตามเสด็จไปยังดินแดนชายแดนปากีสถาน (ตอนนั้นยังมีปากีสถานตะวันตกกับตะวันออกอยู่เลย) ซึ่งมีชนเผ่านักรบผู้ห้าวหาญและรักศักดิ์ศรียิ่งนักหลายเผ่า หัวหน้าเผ่าเหล่านั้นมารับเสด็จในหลวงด้วย และในหลวงได้พระราชทานดาบฝีมือชาวเขาในเมืองไทยให้หัวหน้าเผ่าที่มาเฝ้า รับสั่งว่าเป็นที่ระลึกจากเผ่านักรบชาวเขาในเมืองไทยถึงเผ่านักรบชาวเขาด้วยกันในปากีสถาน ท่านหญิงทรงเล่าถึงธรรมเนียมที่ถือกันเคร่งครัดในแถบนี้ (ซึ่งผมว่าน่าจะเลยไปถึงในอัฟกานิสถานด้วย) เป็นวัตรปฏิบัติที่เรียกว่า บัลดัม? หรืออะไรผมก็ลืมไปแล้ว มีอยู่สามสี่ข้อ เช่นว่า การหมิ่นศักดิ์ชายนั้นต้องล้างด้วยเลือด หรืออีกข้อหนึ่งที่เกี่ยวกับกรณีบินลาเดนตอนนี้ คือสิ่งที่ผมเรียกเอาเองว่า "อาคันตุกวัตร" หรือการปฏิบัติต่อแขกผู้มาเยือน

ท่านหญิงทรงเล่าว่า พวกเผ่านักรบดุๆ เหล่านี้ถือสัจจะ หรือศักดิ์ศรีนักรบลูกผู้ชายมากข้อหนึ่งคือ ให้เกียรติและคุ้มครองแขกผู้มาเยือนเป็นอย่างดี ต่อให้กำลังโกรธแค้นเป็นศัตรูกับใครอยู่ก็ตาม ถ้าคนๆ นั้นไปถึงที่บ้าน (หรือถ้ำ หรือกระโจม) ของตัวอย่างเป็นมิตรไม่ได้ไปเป็นศัตรู ฝ่ายเจ้าบ้านก็ต้องต้อนรับให้เกียรติอย่างดีที่สุดตลอดเวลาที่อยู่ใต้หลังคากระโจมของตัว มีอะไรดีที่สุดต้องให้แขกกินก่อน และต้องคอยระวังป้องกันอันตรายให้แขกผู้มาเยือนอย่างดี เลิกเกลียดกันชั่วคราว แต่พอจบฐานะเป็นแขกผู้มาเยือนแล้วก็เป็นอีกเรื่อง เมื่อศัตรูคนนั้นไม่ได้เป็นอาคันตุกะแล้วก็เลิกถือ -อาคันตุกวัตร- ข้อนี้ จึงมีบางครั้งที่แขกผู้มาเยือนพอก้าวออกพ้นกระโจมก็ถูกฆ่าอยู่หน้ากระโจมนั่นเอง

ผมว่า ถ้านี่เป็นวัฒนธรรมของชนแถวนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฝ่ายตาลีบันจะปฏิเสธไม่ยอมส่งตัวโอซามา บิน ลาเดน ให้อเมริกาตามที่อเมริกาขู่ ในเมื่อโอซามาบินลาเดนอยู่ในฐานะของแขกผู้มีเกียรติของตาลีบัน และไม่ได้โกรธเคืองกันเหมือนกรณีสมมุติที่ท่านหญิงทรงเล่ามาด้วยซ้ำ ไม่มีธรรมเนียมที่เจ้าของบ้านจะส่งแขกของตัวออกมาให้ไปตาย (แถมให้ตายในมือคนนอกศาสนาอิสลามเสียอีกซ้ำ) ดังนั้นอเมริกาน่าจะรู้ตั้งแต่ยื่นคำขาด (ถ้าได้ศึกษาธรรมเนียมของคนแถวนั้น) ว่ายังไงๆ เขาก็ต้องปฏิเสธคำขาดนี้อยู่ดี

ชักอยากอ่านพระนิพนธ์เรื่องนี้ใหม่อีกสักหน ใครมีพระนิพนธ์นี้อยู่ในมือจะมาคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็ยินดีนะครับ ขอบคุณกรุงเทพธุรกิจและคุณพระนายที่มาจุดประกายเรื่องที่ผมเคยรู้แต่ลืมไปแล้วเรื่องนี้
บันทึกการเข้า
คุณพระนาย
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 29 ก.ย. 01, 00:55

ไม่เป็นไรมิได้ขอรับ คุณ นิล
ผมได้อ่านแล้วก็ต้องนับถือในความเคร่งครัดต่อขนบประเพณีของ กลุ่มตาลิบันนี่จริง ๆ แต่ก็ได้ข่าวว่ากลุ่มนี้เค้าเคร่งจริงเหมือนกัน ผู้นำของกลุ่มจะไม่ยอมพบคนนอกศาสนาอิสลามเลยถ้าไม่จำเป็น
บันทึกการเข้า
จันดี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 30 ก.ย. 01, 01:34

ขอแสดงความเห็นด้วยนะคะ
คืดว่าขนบธรรมเนียมนี้เป็นหนึ่งในหลายขนบของเอเซียที่ชาวตะวันตกพยายามสลายเพื่อครอบงำให้ตกเป็นทาสทุกด้าน เห็นดีด้วยกับความเข้มแข็งของนักรบศาสนานี้ จะได้เป็นเกราะป้องกันมิให้เอเชียสูญสิ้นอารยธรรมที่แข็งแรงของตน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 17 คำสั่ง