เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 4808 เรียนรบกวน ถามคุณเทา ชมพู
wiwanda
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 07:08

เพราะ..ในยามเด็กๆนั้น..ดิฉันจะต้องอ่านหนังสือเล่มนี้..ให้คุณย่าฟังทุกเย็น..ก่อนรับมาจากมือ..ต้องกราบหนังสือเสียก่อน แล้วจึงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อย..อ่าน..พร้อมแซ่ปัดยุงวางข้างๆตัว  ไม่ใช่ของง่ายเลยสำหรับเด็กวัยสิบขวบอย่างดิฉัน..เพราะทั้งพระนามและพระอิสสริยยศต่างๆ...ต้องอ่านออกเสียงให้ถูกอักขระ..แต่ที่สนุกก็คือ..คุณย่าท่านจะเล่าประกอบไปด้วยว่า.."ที่บน"นั้นหมายถึงที่ไหน?
"สมเด็จน้า"นั้นคือพระองค์ใด..และมีความสำคัญอย่างไร?  ซึ่งดิฉันคิดว่าดิฉันโชคดีที่ได้เรียนประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นอย่างค่อนข้างที่จะรู้ลึก..โดยวิธีธรรมชาติ  ผลที่ได้มาจนถึงทุกวันนี้..คือการที่รู้ว่า..อะไรคือการควรไม่ควร
อีกทั้งเคารพและเทิดทูนพระราชวงค์รวมไปถึงพระบูรพกษัตริย์แต่กาลก่อนด้วย..เรียกง่ายๆว่า
เป็นคนไทยเต็มร้อยนั่นแหละค่ะ..
ตอนนี้อยู่ในวัยใกล้เกษียณ..มีเวลามานั่งจัดเก็บ..ค้นหา...เสาะแสวง  หนังสืออันเปรียบเสมือนความหลังที่บ่มเพาะตัวเอง..ให้มาเป็น
"ดิฉัน"  อย่างในทุกวันนี้..
สักวันหนึ่ง..ก็อยากจะทำตัวเหมือนคุณย่า..
ที่จะสอน..อบรมลูกหลานเหลน..ในวิธีอย่างเดียวกันนี่ละค่ะ..เพราะ..สำหรับดิฉันนั้น..วิธีนี้
ได้ผลเกินร้อย..
จึงมาเล่าสู่กันฟังไงคะ...

ขอแสดงความนับถือ

วิวันดา...
บันทึกการเข้า
ภูวง-ภังคี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 07:21

รู้สึกเสียดายแทนเด็กรุ่นใหม่ๆที่ไม่มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้นะครับ ทางกระทรวงศึกษาน่าจะนำมาเป็นหลักสูตรอีก เด็กๆรุ่นใหม่จะได้รู้จักการเขียนบันทึกประจำวันอย่างเจ้านายพระองค์นี้บ้าง
(ผมเคยอ่านตอนป.๕เหมีอนกันครับคุณนกข. แต่ผมเรียนป๕ ๖ ๗ ) คิดถึงครับเลยแวะเข้ามาเจอกระทู้นี้พอดี นั่งขำอยู่นานแล้ว
บันทึกการเข้า
ภูวง-ภังคี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 07:31

เข้าเร็วไปหน่อยเลยไม่ได้อ่านข้อความสุดท้ายของคุณวิวันดาครับ
พวกเราเองอยู่ในวัยทำงานครับมีหลานอาหลานน้าหลายคน พวกเราพยายามปลูกฝังให้เขารักการอ่านและมีอารมณ์ที่ประณีต เพราะเทคโนดลยีสมัยใหม่นี่มันกล่อมเกลาให้พวกเขาเป็นคนกระด้างได้ง่ายๆ ไม่ทราบคุณวิวันดามีหลานไหมครับ ถ้าเป็นวัยรุ่นๆละก็พูดกับพวกเขายากที่สุดเลยครับ เทียบกับคนวัยยี่สิบกว่าๆตอนนี้ ตอนที่พวกเขาเป็นเด็กยังพูดกันง่ายกว่า
บันทึกการเข้า
สร้อยสน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 11:06

คุณหลวงขา อุณหิสแปลว่ากรอบหน้าหรือมงกุฎค่ะ ความหมายเดียวกับอุษณีย์ในภาษาสันสกฤต(ดิฉันกางพจนานุกรมตอบค่ะ)
บันทึกการเข้า
wiwanda
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 11:57

ตอบคุณภูวงฯค่ะ
หลานนั้นมีหลายรุ่นค่ะ...แต่กว่าดิฉันจะกลับไปอยู่เมืองไทย..คงจะเป็นรุ่นเล็กๆหรืออาจจะถึงชั้นเหลน..ในบ้านดิฉันเมื่อก่อนนั้น..เรามีผู้ใหญ่แทบจะครบทุกสาย..แต่ละท่านล้วนมีเรื่อง..เล่าสนุกๆ..ทั้งแตกฉานในศิลป์ภาษาซึ่ง
เวลาท่าน..ต่อกลอนจากวรรณคดีต่างๆสู่กันแล้ว  รู้สึกทึ่งค่ะ..และท่านบอกเสมอว่า..
ภาษาไทยของเรานั้น...ล้ำลึกนัก..สมัยโบราณ
แค่ไม่กี่คำนั้น..อาจมีคนอาเจียนเป็นโลหิตได้
ท่านก็ได้แสดงฝีปากในบางครั้ง..ฉันเอง..ก็แทบกระอักเหมือนกัน..เลยเชื่อสนิท..??
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 14:51

น่าสังเกตว่าตั้งแต่พระองค์ ร. 4 มา ท่านตั้งพระนามไว้ค่อนข้างคล้องกัน เป็นเครื่องแต่งเครื่องประดับทั้งนั้น  ร.4 พระนามเดิมเจ้าฟ้ามงกุฏ มงกุฏเป็นยอดสวมทับศีรษะ เมื่อขึ้นครองราชย์ท่านทรงใช้พระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ น้องท่านทรงใช้ว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ

ลูกท่าน ทรงพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ จุฬ+อลงกรณ์ ก็เป็นเครื่องประดับศีรษะอีก คือมงกุฏเล็กเรียกง่ายๆ พระราชสัญลักษณ์จึงเป็นตราพระเกี้ยว ซึ่งมีรูป พูดง่ายๆ เป็นมงกุฏอันเล็ก และเมื่อขึ้นครองราชย์ก็ทรงใช้พระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ

มาชั้นหลาน พระโอรส ร. 5 ได้พระนามว่า เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ แปลว่ากรอบพระพักตร์ที่เป็นเพชร (ขอบคุณคุณสร้อยสนที่ยืนยันครับ) ก็เป็นเครื่องประดับใบหน้าอีก ส่วน  ร.6 ทรงพระนามเดิมเจ้าฟ้ามหาวิชราวุธ เมื่อขึ้นครองราชย์ ก็ทรงหวนกลับไปใช้พระปรมาภิไธยที่เป็นการรำลึกถึงพระเจ้าปู่ คือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าฯ
บันทึกการเข้า
เรขา ฯ (จำเป็น)
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 19:48

คุณหลวงขา....ตัวสะกดพระนามเดิมของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6  ผิดไปนิดนะคะ
คุณหลวง  จะรีบไปจีบสาวที่ไหนคะ
วันนี้ท่าทางคุณหลวง คึกจังค่ะ....
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 21:34

เผลอกินยาม้าเข้าไปครับ

พระนามเจ้านายอีกชุดหนึ่งที่ผมละลาบละล้วงตั้งข้อสังเกตเองที่มีความหมายสอดคล้องกัน เกี่ยวเนื่องด้วยแผ่นดิน ตั้งแต่สมเด็จพระราชบิดากรมหลวงสงขลานครินทร์ ต้นราชสกุล มหิดล มหิดลนั้นแปลว่าผืนแผ่นดิน และเจ้าฟ้าพระองค์นั้นก็ได้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อแผ่นดินสยามจนสิ้นสุดพระชนมชีพ ในฐานะ "หมอ"  ทรงงานอยู่กลางดิน ในชนบทห่างไกลในภาคเหนือ กับคนไข้ของพระองค์ที่เป็นคนเดินดิน มิใช่ในตำหนักบนฟ้า ในฐานะ "ครูหมอ" เคยพระราชทานพระราโชวาทแก่ลูกศิษย์หมอของพระองค์ว่า ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นหมอเท่านั้น ฉันต้องการให้เธอเป็นมนุษย์ด้วย....

พระราชโอรสองค์โตทรงพระนามว่า อานันทมหิดล เป็นความชื่นใจของแผ่นดิน เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ทรงยังความปลาบปลื้มชื่นใจแก่ข้าแผ่นดินทั่วทุกหมู่เหล่าที่ได้เฝ้า ในยามที่ขวัญแผ่นดินหายเพราะตกใจภัยสงคราม ก็ได้พระองค์เป็นพระราชสัญลักษณ์อันทรงสิริสง่า ประโลมให้แผ่นดินขวัญดีแช่มชื่นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้บัญชาการสูงสุดของมหาอำนาจประเทศผู้ชนะสงคราม ถวายพระเกียรติยศแก่พระองค์ในฐานะราชาแห่งประเทศที่ทรงอธิปไตย มิใช่เชลย ข้าแผ่นดินค่อยอุ่นใจปลื้มใจเป็นที่ยินดีทั้งแผ่นดิน ในยามที่ชนในแผ่นดินสองเชื้อชาติกำลังจะตั้งแง่เข้าหากันเนื่องจากผลของมหาสงครามนั้น ก็ได้พระองค์อีกที่เสด็จไปยังความแช่มชื่นปิติยินดีแก่พสกนิกรต่างชาติต่างภาษา แต่ร่วมแผ่นดินเดียวกัน จนเหตุทีเกือบจะร้ายสงบด้วยดี ทรงเป็นความชื่นใจของแผ่นดินมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้ข้าแผ่นดินเสียดายความแช่มชื่นนั้นเป็นอย่างยิ่งเมื่อเสด็จละจากแผ่นดินนี้ไปโดยกะทันหัน อย่างไม่มีวันกลับ

พระราชโอรสองค์ถัดมา ทรงพระนามว่า ภูมิพลอดุลยเดช - เป็นกำลังพลังอันเข้มแข็งของแผ่นดิน ซึ่งเวลาห้าสิบกว่าปีในรัชสมัยพิสูจน์เป็นที่ประจักษ์แก่ใจข้าแผ่นดินแล้วว่าได้ทรงบำเพ็ญพระองค์สมพระนามเพียงไร ไม่ต้องพรรณนาในที่นี้อีก

ขอจงทรงพระเจริญ
บันทึกการเข้า
ฝอยฝน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 21:56

คอแห้งไหมคะ  วันนี้คุยทั้งวัน
ฝน..เอา น้ำกะทกรก มาฝากค่ะ
ชื่นใจไหมเจ้าคะ
บันทึกการเข้า
อัญ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 22:29

ขอบคุณมากค่ะเจ้า ความรู้ล้วนๆเลย
บันทึกการเข้า
รวิปรียา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 28 ก.ย. 01, 22:46

ขอบคุณความรู้ทั้งหลายที่เอามาฝากกันอ่านนะคะ เห็นแล้วอยากไปหาหนังสือเหล่านี้มาอ่านบ้างจัง
บันทึกการเข้า
พามิลา ปาณบดี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 29 ก.ย. 01, 00:49

ฮะแอ้ม   ฝนตกไม่ทั่วฟ้าเลยนะฝอนฝน  อยู่กันตั้งหลายคน แต่ใจคอจะเลี้ยงนํ้าคนๆเดียวได้ลงคอเชียวเหรอ
บันทึกการเข้า
พามิลา ปาณบดี
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 29 ก.ย. 01, 00:51

พริม พิมพ์ชื่อฝอยฝน ผิดไปนิดหนึ่งค่ะ สงสัยเพราะกระหายนํ้าน่ะค่ะ เลยพิมพ์ผิด
บันทึกการเข้า
wiwanda
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 29 ก.ย. 01, 03:02

กราบขอบคุณ..คุณ นกข  ค่ะสำหรับข้อความที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง..ไม่ผิดหวังเลยที่เข้ามาที่นี่
ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวเรียกท่านว่า"คุณหลวง"
ด้วยคนซะแล้วละค่ะ..
บันทึกการเข้า
N.K.Kh.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 29 ก.ย. 01, 04:54

Please... Khun Pa Wiwanda, I cannot accept your graab, otherwise "I would be short-lived", according to the Thai belief. From your comments, I know you are more senior than me, and it's not right in Thai culture for a "puyai" to pay respect to "punoi".
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 17 คำสั่ง