เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 3343 ้ขอความรู้เรื่องจีน จาก คุณ Wu Zetian และท่านอื่นๆ
Wu Zetian
ชมพูพาน
***
ตอบ: 120


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 11:16

สืบค้นจาก

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1669932697364782513&wfr=spider&for=pc&searchword=%E6%9C%B1%E5%A7%93%E4%BA%BA%20%E4%B8%9C%E5%8D%97%E4%BA%9A%20%E6%B3%B0%E5%9B%BD

ข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ แซ่จู มีการกล่าวถึงที่มาของ แซ่จู และการย้ายถิ่นฐานของคนจีนแซ่จู ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ครับ บทความนี้มีชื่อของท่านจูหยุน 朱筠 ปรากฏในบทความด้วยครับ
บันทึกการเข้า
Wu Zetian
ชมพูพาน
***
ตอบ: 120


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 11:52

ข้อมูลนี้ ใช้ประกอบการค้นคว้านะครับ
ขอบพระคุณครับ

คัดลอกและตัดตอนมาจากบทความ ต้นกำเนิดของตระกูลจู

......"大量朱氏进入东南亚,则也是在明末清初,当年南明政权反清失败,永田皇帝率一批朱氏皇室成员逃亡缅甸,后来大部分或被缅甸人杀害或遣送回国,但应该仍有遗漏逃匿后而流落在缅甸的。在今日缅甸、泰国、越南等国,都有朱姓华人,但人数不算很多,势力也较弱小。"......


(แปลโดยสังเขป ถ้าหากข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)
ชาวจีนแซ่จูเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะอยู่ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์หมิงถึงช่วงต้นสมัยราชวงศ์ชิง ในสมัยนั้นกลุ่มชนชั้นสูงของราชวงศ์หมิงที่คิดจะล้มล้างราชสำนักชิงพ่ายแพ้ต่อราชสำนักชิง ฮ่องเต้หย่งเถียนนำชนชั้นสูงตระกูลจู (แซ่จู) อพยพลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานที่พม่า ต่อมาชนชั้นสูงตระกูลจูที่ไปอยู่พม่าถูกชาวพม่าในยุคนั้นฆ่าตาย บางคนก็ถูกส่งตัวกลับประเทศจีน แต่ก็น่าจะยังมีชนชั้นสูงตระกูลจูที่รอดชีวิตจากเงื้อมมือของชาวพม่าในยุคนั้น ชนชั้นสูงตระกูลจูที่รอดชีวิตบางคนก็ยังอาศัยอยู่ที่พม่าจนถึงปัจจุบัน ชนชั้นสูงตระกูลจูบางคนก็อพยพมาที่ประเทศไทย เวียดนาม ฯลฯ สืบทอดเชื้อสายมาเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่ใช้แซ่จูมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 13:22

กระทู้นี้ อาจารย์เทาชมพูเรียกผ้าปริศนาว่า “ พี หลิ่ง ” แต่ คุณWu Zetianท่านใช้ศัพท์ว่า “ พี เจียน ” ?

....

ขออนุญาตเรียนว่า พีหลิ่ง ( 披领 ) และ พีเจียน ( 披肩 ) ดูเหมือนกัน แต่ต่างกันครับ.

หลิ่ง หรือ 领 แปลว่า ปกเสื้อ ครับ 

พีหลิ่ง ท่านใช้เรียกส่วน ปก ของเสื้อทรง ( ใช้เฉพาะในพระราชพิธีสำคัญ ) ของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงครับ

ด้วยเหตุที่ พีหลิ่ง จะเย็บตรึงติดกับเสื้อทรงตรงส่วนที่เป็นปก








บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 13:48

พีเจียน ( 披肩 ) จะเป็นผ้าชิ้นปักลาย ที่ไม่ได้เย็บตรึงติดกับเสื้อคลุมพระราชทาน ( ผ้าปริศนาของกระทู้นี้ )

พีเจียน เป็น อิสริยาภรณ์ หรือ เครื่องประดับเกียรติยศ ที่ฮ่องเต้สมัยชิงพระราชทานแก่ เหล่าขุนนางที่รับใช้ใกล้ชิดพระองค์

พีเจียน เทียบได้กับการประดับ สายสะพายคู่เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ที่เรารับวัฒนธรรมจากตะวันตก

ที่เราเรียกการแต่งชุดและสวมสายสะพายว่า เครื่องแบบเต็มยศ

บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 13:54

จากภาพข้างต้น เสนาบดีท่านนี้มีลายสัตว์ทวิบาทประดับกลางอก

เมื่อเทียบหาแล้ว.... ท่านมีตำแหน่งขั้นสี่ หรือ ที่เสนาบดีดูแลกรมกองสามัญ แต่ไม่ถึงขั้นมหาเสนาอย่างที่ว่า ๆ กัน ครับ

บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 14:14


ผ้าปริศนาของกระทู้นี้ เรียก พีเจียน ครับ เป็นอิสริยาภรณ์ ที่ฮ่องเต้ ( เฉพาะ ) สมัยราชวงศ์ชิงพระราชทานแก่เสนาบดี

ที่จะแต่งเข้าเฝ้าแต่ในยามที่พระราชสำนักประกอบพระราชพิธีสำคัญเท่านั้นครับ

เรียกการแต่งชุดข้าราชการประดับพีเจียนด้วยกันสวมทับบนไหล่นี้ว่า หลี่ฝู




บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33160

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 14:23

สวัสดีค่ะคุณ  Namplaeng หายหน้าไปนานนะคะ  ดีใจที่เห็นคุณเข้ามาร่วมวงค่ะ  
เอาผ้าสมบัติของท่านจูมาให้ดูอีกครั้งค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33160

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 14:27

ขอทวนคำบอกเล่าอีกทีนะคะ  
แปลว่าเจ้าของผ้าพีเจียนผืนนี้คือเสนาบดี สวมทับบนชุดหลีฝู่ เข้าเฝ้าฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง ในยามที่พระราชสำนักประกอบพระราชพิธีสำคัญ

เสนาบดีชั้นไหน  มีพีเจียนลายมังกร 4 เล็บคะ  (จำนวนเล็บนี่ดิฉันนับเองค่ะ)
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 14:41

สวัสดีครับอาจารย์ _/\_

ขอวกออกไปคุยเรื่องของท่านแซ่จูสักนิดนะครับ ผมเข้าใจว่าเป็นประวัติที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนักครับ

โดยเทียบกับประวัติของท่าน ปาต้าซันเยิน หรือท่านจูตา ( 朱耷 ) ประวัติว่า


หลังจากที่แมนจูเข้ายึดครองประเทศจีนสำเร็จทหารแมนจูตามฆ่าล้างคนแซ่จูสายที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์หมิงเสียสิ้นครับ

ท่านจูตาถึงกับต้องเปลี่ยนชื่อแซ่ และออกบวช ทั้งระยะแรกยังต้องทำตัวประหนึ่งคนสติไม่สมประกอบด้วยซ้ำครับ.

ท่านจึงรอดพ้นจากการตามฆ่าของทหารแมนจูครับ
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 14:52

ในวัฒนธรรมจีน คนแซ่เดียวกัน หลายๆแซ่มีการสืบเชื้อ สืบสาย จากแหล่งต้นแซ่ต่างกันครับ

โดยท่านแสดงออกที่ป้ายสำคัญกลางศาลบรรพชน และตุ้ยเลี้ยง ที่อยู่กลางศาลฯ

คนแซ่เดียวกัน แต่ตุ้ยเลี้ยงที่ศาลบรรพชนต่างกัน เค้าก็ไม่ถือว่าตัวมีบรรพชนร่วมกันครับ

อย่างกรณีชะตากรรมของคนแซ่จู ในยุคปลายหมิง ต้นชิง หลายๆสายแซ่ของพวกแซ่จูอยู่รอดปลอดภัย

เพราะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า มีการสืบสายแซ่ต่าง หรือคนละสายเซ่กับพวกราชวงศ์หมิงครับ.

ขออนุญาตเรียนไว้ ณ ที่นี้ เพราะในบ้านเรานักเขียนหลายท่านที่ไม่เข้าใจขนบนี้

ท่านชอบจะเขียนบทความเหมารวมให้คนที่มาจ้างเขียนประวัติตระกูล ชนิดโยงใยกันไปแบบไม่เข้าใจ.....

.
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 15:22

ประเพณีการปักลายมังกร...

บ้านเราคัดลอกพูดกันไปหลายกระแสครับ

ผมขออนุญาตอ้างอิง 汉典 ที่คนจีนนิยมและยอมรับในการใช้อ้างอิงทางวิชาการ ท่านว่า

 蟒绣 又叫蟒衫,蟒服,蟒衣,即蟒袍;明、清时皇子、亲王、一品至七品官所穿,衣上用金线绣蟒,形状像龙,四爪。蟒数自八至五,按等级区别。

ท่านกำหนดเรียกลายปักมังกรเพื่อประดับว่า หมั่ง ซิ่ว หรือ 蟒绣 ( เรียกสัตว์มงคลนั้นว่า หมั่ง ห้ามเรียกว่า หลง (龙) )

อนุญาตให้ใช้เฉพาะ ตั้งแต่ระดับองค์ชาย ลงมาระดับข้าราชการตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึง ต่ำระดับ 7 ( จาก 9 ระดับ )

หมั่ง มี 4 เล็บ ( เท่านั้น ) ครับ

.
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 175


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 25 เม.ย. 22, 15:41

 พีหลิ่ง จะเย็บตรึงติดกับเสื้อทรงตรงส่วนที่เป็นปกครับ







พีหลิ่ง มีใช้ทั้งกับฮ่องเต้ ฮ่องเอา และเจ้าจอมครับ




บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12243



ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 26 เม.ย. 22, 10:35

ข้อมูลนี้ ใช้ประกอบการค้นคว้านะครับ

永田皇帝率一批朱氏皇室成员逃亡缅甸 …… ฮ่องเต้หย่งเถียนนำชนชั้นสูงตระกูลจู (แซ่จู) อพยพลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานที่พม่า

ไม่มีพระนาม ฮ่องเต้หย่งเถียน (永田皇帝) ใน รายพระนามจักรพรรดิราชวงศ์หมิง

ฮ่องเต้หย่งเถียน คือใครกันหนอ ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33160

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 26 เม.ย. 22, 10:50

ขอสรุปข้อเท็จจริงในประวัติของท่านจู  ไม่รวมคำบอกเล่า
1  ในปลายรัชกาลที่ 3   ท่านจูเดินทางด้วยสำเภามาจากเมืองจีน ไปอินโดนีเซีย ก่อนมาตั้งถิ่นฐานในสยาม   
2  ท่านมีทรัพย์สินจำนวนมากติดตัวมากับเรือสำเภาของท่าน   สามารถตั้งห้าง(หรือร้าน)ที่ถนนเจริญกรุงในรัชกาลที่ 4
3  ท่านมีบุตรชายชื่อจูกวงหลี  เป็นลูกครึ่งจีน-อินโดนีเซีย   
4  ท่านตั้งชื่อร้านตามชื่อบุตรชาย ว่าห้าง(หรือร้าน)จูกวงหลี
5  ท่านจูกวงหลีดำเนินกิจการต่อจากบิดา  สมรสกับหญิงไทยที่เป็นลูกสาวขุนนางไทย มีบุตรธิดาตั้งชื่อแบบไทยทั้งหมด
6  ในสมบัติที่ตกทอดมา มีบ่าเกียรติยศของราชวงศ์หรือขุนนางชิงรวมอยู่  เก็บรักษาไว้อย่างดี

ึ7  พ่อค้าชาวจีนแซ่จู ซึ่งเป็นแซ่ของพวกฮั่น มีตัวเชื่อมอย่างไรกับเครื่องยศของราชวงศ์ชิงหรือขุนนางชิงไว้ จนเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดลงมาถึงลูกหลาน
บันทึกการเข้า
Wu Zetian
ชมพูพาน
***
ตอบ: 120


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 26 เม.ย. 22, 13:28

ผมได้ลองค้นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของตระกูลจู แล้วพบว่ามีขุนนางท่านหนึ่งชื่อว่า "จูจือปี้" เป็นขุนนางคนสำคัญสมัยราชวงศ์ชิง อยู่ในช่วงชุ่นจื้อและคังซี จึงนำข้อมูลนี้มาเผยแพร่ประกอบการค้นคว้าเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ

朱之弼(1610—1683年)字右君,順天大興人,清朝大臣,歷經順治與康熙兩朝。

จูจือปี้ (คศ.1610-1683) เป็นขุนนางคนสำคัญสมัยราชวงศ์ชิง มีชีวิตอยู่ในสมัยชุ่นจื้อและคังซี

แหล่งสืบค้น
1.ประวัติชีวิตของ จูจือปี้
https://baike.baidu.hk/item/%E6%9C%B1%E4%B9%8B%E5%BC%BC/1703660

2.ต้นกำเนิดของตระกูลจู
http://www.zhzhus.com/wap/search/2851.html
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง