เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 844 ขออนุญาตเรียนถามถึงการแบ่งทำนองกลอนต่างๆของทางภาคกลางหน่อยค่ะ
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 89


 เมื่อ 27 พ.ย. 21, 15:16

คือดิฉันทราบว่ามาในภาคอีสานทำนองกลอนต่างๆของทางนั้นจะมีแบ่งรูปแบบทำนองของแต่ละจังหวัดในภาคอีสานไป เช่น ทำนองกลอนแบบขอนแก่น ทำนองกลอนแแบบภูไท ทำนองกลอนแบบสารคาม ดิฉันเลยมีความสงสับค่ะว่าทางภาคกลางมีการแบ่งรูปแบบทำนองของแต่ละจังหวัดในภาคกลางบ้างไหมคะ วานท่านๆผู้รู้ช่วยชี้แนะหน่อยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33098

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 28 พ.ย. 21, 09:49

ไม่เข้าใจคำถามค่ะ   
ใครเข้าใจช่วยตอบด้วย
กลอนในภาคกลาง แบ่งตามฉันทลักษณ์ คือกลอนหก กลอนเจ็ด กลอนแปด  (เรียกว่ากลอนตลาด ต่อมาเรียกว่ากลอนสุภาพ)  ไม่ได้แบ่งตามพื้นที่จังหวัดค่ะ
คุณหมายถึงทำนองเพลงพื้นบ้านหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 89


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 28 พ.ย. 21, 16:39

ใช่ค่ะคุณเทาชมพูหมายถึงทำนองเพลงพื้นบ้านค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33098

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 28 พ.ย. 21, 19:40

ถ้าคุณใช้ google ค้นหาบ้างจะได้คำตอบเร็วกว่ามาถามในนี้ค่ะ

https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=34&chap=2&page=t34-2-infodetail04.html
บันทึกการเข้า
ดาวกระจ่าง
มัจฉานุ
**
ตอบ: 89


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 18:31

คือที่ดิฉันยกมาถามเพราะว่าดิฉันไม่แน่ใจว่าเขามีการแบ่งชัดเจนไหมน่ะค่ะว่าเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นๆเลยไหม ตอนที่หาอ่านดิฉันเข้าใจว่าคงจะเป็นเพลงที่จังหวัดนั้นๆร้องกันมากที่สุด อย่างไรต้องขอโทษคุณเทาชมพูที่อธิบายไม่ชัดเจนด้วยค่ะ และขอบคุณคุณเทาชมพูที่มาตอบให้นะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33098

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 30 พ.ย. 21, 19:13

ปัญหาของคุณดาวกระจ่าง อย่างแรกคือคุณเป็นคนที่อยากรู้รายละเอียดยิบย่อยมากๆ    คุณไม่ค้นคว้าเองเสียก่อน   แต่มาถามในเว็บราวกับว่าเรือนไทยเป็น search  engine ที่มีชีวิต สามารถหาคำตอบมาให้โดยไม่เหน็ดไม่เหนื่อย  และทำได้ในเวลารวดเร็ว
ความจริงแล้ว  คุณถามประโยคเดียว แต่คนตอบอาจจะต้องค้นในเว็บ และเปิดหนังสืออ่านเป็นจำนวนมาก เสียเวลามาก เพื่อมาตอบคุณ 
ได้คำตอบจบแล้วก็จบกันไป คุณก็ไปตั้งคำถามใหม่มาอีก  บางทีเรื่องใหม่ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องเดิม เป็นคนละเรื่องคนละสาขา ทำให้คนตอบต้องตั้งต้นหาคำตอบกันใหม่อีก
คนถามไม่เหนื่อย แต่ดิฉันเหนื่อยนะคะ

อย่างที่สองคือ คุณไม่สามารถบอกได้ว่าอยากรู้ไปทำไม   คุณไม่ได้เอาไปใช้ในงานวิจัย วิทยานิพนธ์ ตำรา หรือแม้แต่เขียนเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์ในวงกว้าง 
ทำให้ดิฉันรู้สึกว่า ดิฉันและท่านอื่นๆในเว็บนี้ต้องเสียเวลาและเปลืองสมองมากมาย เพื่อสนองตอบความอยากรู้ที่ไม่มีจุดมุ่งหมายของคุณ
บ่อยๆเข้า ก็ทำให้ไม่อยากตอบค่ะ

อย่างที่สามคือ คำถามของคุณไม่ชัดเจน  ถามอย่างแต่หมายความอีกอย่าง  เมื่อตอบไป หลายครั้งคุณตอบกลับมาว่า คุณหมายความอีกอย่างหนึ่งต่างหาก   อย่างกระทู้นี้ก็เช่นกัน  ทำให้คนตอบรู้สึกว่าเปลืองแรงตอบไปเปล่าๆปลี้ๆ   
หลายครั้ง  ดิฉันจะต้องย้อนถามว่าคุณหมายความอย่างไรกันแน่   เพราะตอบไปก็ไม่แน่ใจว่าตรงกับคำถามของคุณ

ดิฉันไม่ได้ห้ามคุณตั้งคำถามในกระทู้เรือนไทยอีก  เพราะคุณไม่ได้ทำผิดกฎอะไร  เพียงแต่จะบอกว่าเวลาของดิฉันมีค่า  และสมองของดิฉันก็เหนื่อยล้าเป็นเหมือนกัน   ดังนั้นถ้าคุณตั้งคำถามอีก  ขอเชิญท่านอื่นๆในเรือนไทยที่ประสงค์จะให้ความรู้แก่คุณ เป็นผู้ตอบก็แล้วกันนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.027 วินาที กับ 19 คำสั่ง